LOGINไม่อยากให้ถึงคืนนี้เลย มันคือคืนนรกชัดๆ รับน้อง (สยองขวัญ)
รุ่นพี่มหาโหดชอบให้ทำอะไรปัญญาอ่อนแล้วก็ขำกันใหญ่ เห็นรุ่นน้อง เป็นตัวตลก แกล้งได้แกล้งดีอันดานั่งทำรายงานจนเพลิน เธอสะดุ้งเมื่อเพื่อนๆ ในหอเดินเข้ามา
ในบล็อกนอน รุ่นเดียวกันแต่คนละสาขาวิชาบล็อกนอนคือเตียงสองชั้นที่วางอยู่ในแต่ละล็อกของแต่ละด้านในหอ
มีทางเดินตรงกลาง ไม่มีห้องหับมิดชิดเหมือนค่ายทหารนั่นแหละ นักศึกษา ที่ได้รับทุนจะอยู่หอไฮโซ มีห้องพักอย่างดียังกับได้นอนโรงแรม“อันดาไปเก็บรองเท้าได้แล้ว เดี๋ยวโดนปรับนะ”
“เฮ้ย! เราทำรายงานจนลืมเวลา น้ำก็ยังไม่ได้อาบ” เหลืออีกสิบนาที
อันดารีบเก็บของวิ่งไปที่เตียงนอนของตัวเอง ระหว่างทาง รุ่นพี่มองมาด้วยสายตาพิฆาตโอ๊ย! เธอลืมตัววิ่งเสียงดัง เดี๋ยวตอนเรียกประชุมโดนแน่ๆ เลย
อันดาเอ๊ย!เธอต้องรีบทำทุกสิ่งอย่างให้เสร็จภายในสิบนาที ไม่เช่นนั้นได้นอนเน่าน้ำไม่ได้อาบแน่ๆ ในคืนนี้
กฎเหล็กของที่นี่ รุ่นน้องปีหนึ่งต้องได้อาบน้ำก่อนประชุมเท่านั้น
หลังประชุมเสร็จไม่มีสิทธิ์ลงมาอาบน้ำในห้องน้ำรวมเหมือนรุ่นพี่อีกแล้วอันดาหัวหดเมื่อต้องมานั่งประชุมในหอนอน เหตุผลที่เธออยู่ในหอพักของสถาบันเพราะมันถูกมาก เทอมหนึ่งไม่กี่ร้อยบาท มันช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของบิดามารดาที่ไม่มีเงินแม้แต่จะส่งเธอเรียนมหาวิทยาลัยดีๆ เหมือนคนอื่นเขา
โชคดีที่เธอกู้ยืมเงินกองทุนเพื่อการศึกษาหรือ กยศ. ดอกเบี้ยช่างถูกแสนถูก ทางกองทุนจ่ายค่าเทอมให้ทุกเทอม และมีเงินติดตัวกันตายให้อีก
ห้าร้อยบาทในแต่ละเดือน มันก็ทำให้เธอรอดชีวิตมาได้จนถึงตอนนี้รุ่นน้องทุกคนต้องแนะนำตัวให้รุ่นพี่ได้รู้จัก ทั้งชื่อจริง ชื่อเล่น และแสดงความสามารถพิเศษ เธอโคตรเกลียดการแสดงความสามารถพิเศษ เพราะ
เป็นคนขี้อาย ชอบเก็บตัว เธอเลยไม่รู้จะแสดงอะไรเธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่าความสามารถพิเศษปัญญาอ่อนหรือต้อง
เต้นแร้งเต้นกาให้คนอื่นหัวเราะมันมีข้อดียังไง และมันเกี่ยวกับการเรียน ระดับปริญญาตรีนี้อย่างไรเพื่อนๆ ในหอบางคนก็ไม่รู้จะแสดงอะไรเหมือนเธอ บางคนก็ตลก มีเรื่องมาแสดงให้รุ่นพี่ขำกันทุกคืน อาจารย์ประจำหอแทบไม่สนใจการรับน้องเลย
รุ่นน้องปีหนึ่งโดนว้ากหนักหน่วงขนาดไหน ถ้าอยากอยู่ในหอก็ต้องทน
เธอเองก็ต้องทน ถ้าทนไม่ได้หอบผ้าหอบผ่อนหนีออกไปเหมือนเพื่อน
คนอื่นๆ ต้องออกไปเช่าอยู่ข้างนอก มันแพงแสนแพง ไหนจะค่าเดินทางอีก เธออยู่หอนอนแบบนี้มันดีอย่าง ไปเรียนไม่ต้องเดินไกลเพราะสถาบันแห่งนี้ มันไม่ได้กว้างขวางอะไรนักหรอกนึกถึงบิดามารดาแล้วสงสารพวกท่าน กว่าเธอจะได้เข้าเรียนสถาบันที่นี่ก็ต้องไปหยิบยืมเงินคนอื่นมา แต่ท่านใจดีให้มาเรือนหมื่น ทำให้เธอ
เข้าเรียนที่นี่ได้แบบไม่ติดขัด แม้จะเป็นสถาบันที่อยู่ต่างจังหวัด ไม่ได้มีชื่อ โด่งดังคับประเทศ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้เรียนหนังสือเสียงว้ากของรุ่นพี่รุนแรงขึ้นอย่างน่ากลัว เพื่อนในหอของเธอที่เรียนสาขาเคมีร้องไห้โฮ ก่อนจะวิ่งหนีขึ้นไปบนหอ เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า โทร. หาเพื่อนหอด้านนอกให้มารับคืนนี้เลย
ไอ้เพื่อนคนนั้นมันทำท่าทำทางเหมือนกับว่า ฉันไม่อยู่ก็ได้โว้ย!
ใครอยากทนอยากอยู่ก็เชิญตามสบาย วันๆ เจอแต่พวกรุ่นพี่ปัญญาอ่อนรุ่นพี่แต่ละคนดีเลวไม่เท่ากัน ก็เหมือนมนุษย์ปุถุชนทั่วไปนั่นแหละ
บางคนทำเบ่งวางก้ามชอบแกล้งคนอื่นอย่างสนุกสนาน ไม่ใช่เป็นรุ่นพี่แล้วจะจิตใจดีทุกคนนะ ก็คนนี่แหละ ดีเลวชั่วช้าใจดำปนเปกันไป คนที่ใจดีหน่อยก็เห็นใจน้องๆ เพราะเคยเผชิญชะตากรรมเจอรุ่นพี่เวรตะไลมาแล้ว
แม่เจ้า! เธอได้แต่มองตาปริบๆ คิดสภาพตัวเองว่าโดนรุ่นพี่ว้ากแล้ว
ต้องทนขนาดไหนถึงไม่สติหลุดขนาดนี้รุ่นพี่ตัวดีปากบอกว่าไปเลย แต่กลับส่งหน่วยรอมชอมไปพูดว่าดึกแล้วอย่าไปเลยนะ ในหอมันจะมีรุ่นพี่จอมว้ากกับรุ่นพี่ใจดี เป็นหน่วยไกล่เกลี่ย
ข้อพิพาทระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้องไม่ใช่อะไรหรอก เพราะพ่อแม่ของนักศึกษาปีหนึ่งพาลูกตัวเองมาฝากฝังให้อยู่หอก็ต้องฝากอาจารย์ประจำหอนอนด้วย ถ้าลูกเต้าของตัวเอง
ออกจากหอไปตอนดึกๆ ดื่นๆ หากเกิดอะไรขึ้นทั้งอาจารย์ประจำหอ และรุ่นพี่นั่นแหละต้องรับผิดชอบ ถึงจะปากเหมือนสุนัขเพียงใด ก็ต้องหาทางให้รุ่นน้องที่สติหลุดเพราะฟิวส์ขาดนอนหอจนถึงรุ่งเช้าเหตุการณ์ทุกอย่างเข้าสู่สภาวะปกติ อันดาถอนใจอย่างโล่งอก
รอดแล้วเรา ไม่ต้องแสดงความสามารถพิเศษต่อ หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม เธอต้องสวดมนต์ไหว้พระ และหนีขึ้นไปนอนบนที่นอนของตัวเองแต่เดี๋ยวก่อน! เธอลืมอะไรอีกแล้ว!
อันดานั่งมองสมุดหอของตัวเองนิ่งอย่างปลงๆ แต่ละหน้ามีชื่อ สกุล
ของรุ่นพี่ ชื่อเล่น ชอบสีอะไร ชอบกินอะไรบลาๆๆๆๆ
แล้วเธอก็ต้องไปหาแต่ละคนตามที่ต่างๆ จะที่นอน ห้องอ่านหนังสือ หรือแม้แต่ห้องครัว
เธอนึกถึงประโยคฮาๆ ของกัลยาแล้วแอบหลุดขำคนเดียว
รุ่นพี่พวกนี้ปัญญาอ่อนเนอะ บ้านช่องตัวเองยังจำไม่ได้ต้องมาถาม
รุ่นน้องปีหนึ่งว่าบ้านตัวเองอยู่ไหน ชอบกินอะไรก็ยังไม่รู้ เกิดมาโตจนหมา เลียก้นไม่ถึงแล้วยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากกินอะไรเหลือบไปมองเพื่อนหลายคนกำลังสนุกสนานกับการขอลายเซ็น
เธอโคตรเบื่อ โคตรเซ็งกับเรื่องไร้สาระเช่นนี้ถ้าเวลานี้เธอนั่งทำรายงานที่รับจ๊อบพิเศษให้กับนักศึกษาต่างคณะ
คงมีเงินไว้พอยาไส้ไปอีกหลายวันอันดาเริ่มประมวลสถานการณ์ เธอจะต้องไปหารุ่นพี่ใจดีและ
ให้ลายเซ็นง่ายๆ ก่อน ไม่อย่างนั้นเธอจะหาลายเซ็นได้ช้ากว่าคนอื่นไปตามล่าหาลายเซ็นกัน!!!
รุ่นพี่คนไหนโหดๆ ค่อยไปหาเอาก็ได้ โดนด่าก็ต้องทน สงบเสงี่ยม
เจียมตัวให้มากที่สุดขันติเอาไว้... อันดา... เพื่อการศึกษา เพื่อใบปริญญา และเพื่อชีวิต
ที่อยู่รอด อันดาเข้าไปยังบล็อกนอนของรุ่นพี่ที่ว่างและไม่มีรุ่นน้องเข้าไปหา แต่ละคนนอนเหมือนนางพญา แล้วเธอต้องคลานเข่าเข้าไปกราบแทบเท้าให้ตายดิ้นเถอะ! เธอสาบานว่าถ้าตัวเองเป็นรุ่นพี่ ขึ้นปีสองเมื่อไหร่จะไม่ทำอะไรทุเรศทุรังแบบนี้แน่ๆ
ที่นี่เป็นบล็อกนอนเหมือนทหาร ไม่มีห้องหับมิดชิดหรอก แต่หอนี้
ดีอยู่อย่าง จะวางเงินไว้กี่ร้อยกี่พันบาทมันไม่หาย!
เหลือเชื่อใช่ไหมล่ะ!
มันมีเรื่องเหลือเชื่อมากกว่านี้อีก!
เขาว่าหอนี้ผีดุด้วยนะเออ!!!
บรื๋อ... ขนหัวลุกน่ะสิ
ที่นี่เขาอยู่กันอย่างพี่น้อง เงินทองข้าวของ วางไว้ยังไงก็ไม่หาย ถ้าใครทำหล่นไว้ ยังประกาศหาเจ้าของ แม้แต่เงินห้าบาท สิบบาท นี่เป็นข้อดีของหอในสถาบันแห่งนี้ มันก็ไม่ได้แย่เกินไปนักหรอก
บล็อกนอนของที่นี่เป็นสองชั้น เหมือนบล็อกนอนของทหาร น้องๆ
ที่เข้ามาใหม่ต้องนอนด้านบน รุ่นพี่สบายนอนด้านล่าง จะลุกจะนั่งนอนก็สบาย ที่สำคัญก็คือไม่ต้องปีนขึ้นไปนอนเหมือนรุ่นน้องปีหนึ่งแต่!!! ถ้ารุ่นน้องคนไหนปีนขึ้นไปเสียงดัง รบกวนรุ่นพี่ละก็ โดนว้าก
ตอนประชุมอีกจนหูชาดีหน่อยที่เธอไม่ได้น้ำหนักเกินมาตรฐานหญิงไทยนัก แค่อวบ
ระยะสุดท้าย และพยายามเดินให้เบามากที่สุด จึงไม่โดนสายตาพิฆาต ของรุ่นพี่เท่าใดนักไม่อย่างนั้น...
โดนว้ากหูดับตับไหม้อีกแน่ๆ!
เธอเอ่ยขออนุญาตจากรุ่นพี่อย่างอ่อนน้อมถ่อมตน อีกฝ่ายพยักหน้าให้เหมือนนางพญา
อันดาแอบคิดในใจว่ารุ่นพี่ในหอนี่จิ้งจอกเก้าหางดีๆ นี่เอง แม้บางคน
จะไม่ว้ากส่งเสียงดังแต่ร้ายลึกรวมหัวกันหมดนั่นแหละ!
อย่าคิดว่ารู้ไม่ทันนะ!
“หยิกตัวเองทำไม เจ็บแย่ เดี๋ยวพิสูจน์ให้ดูว่าไม่ได้ฝัน” วายุพูดจบก็รวบร่างอวบเข้าไปกอดเอาไว้ ก่อนที่เขาจะจับท้ายทอยของเธออย่างมั่นคง บดจูบลงไปยังกลีบปากอวบอิ่ม เธอตาโต จิกมือกับคอเสื้อของเขาแล้วหลับตาพริ้มเขาผละออกห่างแล้วเธอจึงเห็นใบหน้าของเขาชัดขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ วายุยิ้มใส่ตา ก่อนที่เขาจะพาเธอเดินไปหยุดที่โต๊ะรับประทานอาหารที่ปูด้วยผ้าสีขาว มีแจกันดอกไม้สีชมพูหวานแหวว“นั่งสิอันดา”“นี่มันอะไรคะ” เธองงเป็นไก่ตาแตก“ลมเป็น บ.ก. ของสำนักพิมพ์ที่อันดาส่งงานมาพิมพ์นั่นแหละ”“ลมเป็น บ.ก.” เธอทวนคำ“ครับ”“แสดงว่าที่งานอันดาผ่านเพราะลมช่วยเหรอ”“ไม่ใช่ครับ เพราะงานของอันดามันดีจริงๆ ครับ”“เอ่อ... แล้วเรื่องเงินล่ะค่ะ”“มันเป็นค่าตอบแทนที่อันดาจะได้รับอยู่แล้วครับ”“ลมช่วยอันดา” เธอซาบซึ้งใจ ถึงแม้เขาจะปฏิเสธ แต่เธอคิดว่าเขาช่วย เธอรู้สึกว่าก้อนอะไรมันแล่นขึ้นมาจุกที่อก มันคือก้อนแห่งความตื้นตันจนแทบจะร้องไห้ เขาไม่ได้ไปไหน หลายปีแล้วที่เธอเฝ้าคิดถึง แต่เขาก็ยังอยู่ ยังอยู่ข้างๆ เธอ“ได้คำตอบหรือยังครับเด็กขี้แย อายุสามสิบกว่าแล้วนะ ถ้าจะสละโสดก็ต้องรีบๆ เข้านะ เดี๋ยวไม
“อันดา ขอนอนด้วยสิ”“คะ?” เธออุทานมองหน้าเขา บิดามารดาเข้านอนหมดแล้ว วายุแค่ไปไหว้และพวกท่านก็หลับไปอีกครั้ง หลังจากตื่นขึ้นมาตอนเธอรถขับเข้ามาจอดในบ้าน สุขภาพของพวกท่านไม่ค่อยดี จึงนั่งสนทนานานๆ ไม่ได้“ลุงเริญกับป้าปริกไม่อยู่ ลมไม่มีกุญแจเข้าบ้าน ถ้าอันดาไม่ให้นอน ลมคงไปนอนหน้าบ้านลุงกับป้าให้ยุงกัดจนเป็นไข้เลือดออก” เขาทำเสียงน่าสงสาร“จ้ะ ลมอาบน้ำก่อนไหม” เขาพูดแบบนั้นเธอเลยปฏิเสธไม่ได้ จะไล่เขาไปก็ดูจะใจดำจนเกินไป“อาบหน่อยก็ดี จะได้ไม่เหนียวตัว อันดาขยันนะ ต่อเติมบ้านใหม่ให้พ่อแม่ด้วย”“รู้ได้ไงว่าอันดาทำ” เธอมองเขาอย่างสงสัย“เดาเอาน่ะ อันดาเป็นคนกตัญญู” เขารับผ้าขนหนูมาถือเอาไว้ ก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำ เธอจึงไปหาเสื้อผ้าของบิดามาให้เขาเปลี่ยนเดินมาอีกรอบเขาก็นุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาจากห้องน้ำ หยดน้ำที่เกาะพราวไปทั่วตัวและร่างกายที่แข็งแรง กล้ามเป็นมัดๆ ทำเธอต้องลอบกลืนน้ำลาย รู้สึกขัดเขินจนต้องเบือนหน้าหนี แก้มร้อนผ่าวอย่างปัจจุบันทันด่วน“เสื้อผ้าของพ่อน่ะ พอจะใส่ได้ไหม”“ได้ครับ” เขายื่นมือมารับ ก่อนรวบมือเธอเอาไว้ด้วย“อุ๊ย!” อันดาอุทาน เงยหน้าขึ้นมอง หน้าแดงก่ำ เขาขยับใบ
“วันเกิดเดือนหน้าอยากได้ของขวัญอะไรครับ” วายุเอ่ยถามน้องสาวคนสวย คนฟังตาโตทันที เอ่ยถามอย่างรู้ทัน“มาแนวสายเปย์แบบนี้จะให้น้องช่วยอะไรคะ”“ช่วยนัดว่าที่พี่สะใภ้มารับประทานอาหารหน่อย”“พี่อันดาน่ะเหรอคะ”“ครับ”“ทำไมคุณ บ.ก. อมยิ้มไม่นัดเองล่ะคะ”“ให้เลขาฯ คนสวยนัดให้ดีกว่า”“เห็นแต่รูปในบัตรประชาชน ไม่เคยเห็นตัวจริง พี่อันดาจริงๆ เป็นคนยังไงคะ”“เป็นคนสวย”“แน่ะ! ชมว่าสวย ถ้าเขาไม่สวยไม่ชอบเหรอ”“เป็นคนน่ารัก” คนพูดอมยิ้ม“นิสัยน่ารักหรือหน้าตาน่ารักคะ”“ทั้งสองอย่าง”“เชื่อเลยค่ะว่าเวลาคนเรามีความรัก หรือชอบใครสักคน คนที่เราชอบจะหน้าตาดี” นลินอมยิ้ม“เป็นคนกตัญญู” วายุชื่นชมผู้หญิงที่เขารักจากใจ อันดาในอดีตเป็นเช่นไร ปัจจุบันก็เป็นเช่นนั้น เธอไม่เคยเปลี่ยน และสำหรับเขา เธอน่ารักเช่นไร ก็ยังน่ารักเช่นนั้น“อันนี้เชื่อค่ะ ทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว ผู้หญิงดีๆ แบบนี้หายากนะคะ เสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อพ่อแม่ ถ้าเป็นคนอื่นหนีไปมีความสุขคนเดียวดีกว่า ที่บ้านก็เต็มไปด้วยหนี้”“แล้วที่สำคัญสุด ทำกับข้าวอร่อย”“อันนี้คงต้องลองชิมกันแล้วล่ะค่ะว่าจะอร่อยจริงสมคำร่ำลือหรือเปล่า”“เดี๋ยวก็ได้ชิม
เขาว่าในชีวิตมีเรื่องดีก็ต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นสลับกันไป เหมือนความทุกข์และความสุขไหลวนเข้ามาประดุจดั่งเพื่อนที่ไปมาหาสู่ แต่ไม่ได้อยู่กับเรานานมารดาต้องผ่าตัดอีกหลายครั้งเพราะก้อนเนื้อที่แม้จะไม่ใช่เนื้อร้ายแต่พอตัดเนื้องอกส่วนนั้นออกไป มันก็งอกกลับขึ้นมาใหม่การเดินทางที่ไกลเพราะต้องไปหาหมออีกจังหวัดหนึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงทำให้อันดาต้องขยันเขียนนิยายส่งสำนักพิมพ์ และทำหน้าที่การเป็นครูอย่างเต็มที่วันเวลาผ่านไปจากเดือนเป็นปี คนเดียวที่เธอรู้สึกว่าพึ่งพิงได้ไม่ว่าจะยามทุกข์หรือยามสุขคือ บ.ก. อมยิ้ม เขาคอยปลอบใจ คอยให้กำลังใจ และคอยทำให้เธอหัวเราะได้ แล้ววันที่ต้องตัดสินใจก็มาถึง เมื่อบิดาล้มป่วยลงอีกคน และมารดาก็สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง อันดาเลยตัดสินใจที่จะลาออกจากงานประจำมาดูแลพวกท่านทั้งสองคนเธอยอมรับว่าใจหายและร้องไห้เมื่อเห็นลูกศิษย์หลายคนวิ่งมากอด ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุมัติใบลาออกให้เธอพร้อมด้วยการที่เธอหาครูคนใหม่มาสอนแทน นั่นคือรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยที่กำลังหางานทำอยู่นั่นเองการออกจากงานประจำนั้นมันทำให้รู้สึกโหวงแปลกๆ เพราะจากที่เคยต้องตื่นตั้งแต่เช้ารีบร้อนไปโ
“เราเหรอ มาเป็นครูแล้วก็กำลังจะเป็นนักเขียนมือสมัครเล่นด้วย” อันดาเล่าเรื่องงานเขียนให้เพื่อนรักฟัง กัลยาฟังแล้วอมยิ้ม เธอจดจำเรื่องราวของเพื่อนทุกอย่างเอาไว้ในสมอง สนับสนุนเพื่อนหากว่าเพื่อนทำอะไรแล้วมีความสุขกัลยาคุยกับอันดาอยู่พักใหญ่ก่อนจะวางสาย อันดามองสมุดบันทึกของตัวเองแล้วอมยิ้ม เธอจะเขียนให้ได้ทุกวัน วันละนิดวันละหน่อย สักวันมันก็ต้องจบเรื่องจนได้“ครูคะ มีคนฝากซาลาเปามาให้ค่ะ” อันดาสะดุ้งหลุดจากภวังค์ความคิดของตนเอง เธอนั่งอยู่ในห้องพักครู หลังจากตรวจการบ้านเสร็จก็คิดเรื่องพลอตนิยายว่าวันนี้จะเขียนอะไรต่อดี“ใครกันจ๊ะ” อันดาเอ่ยถามนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่สองที่กำลังยืนยิ้มอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะทำงานของเธอนัก“หนูไม่รู้ค่ะ มีคนฝากมาอีกที นี่โน้ตค่ะคุณครู”“ขอบใจจ้ะ” เธอกล่าวขอบคุณ ก่อนจะอ่านโน้ตเล็กๆ ใบนั้นแล้วอมยิ้ม“กินให้อร่อยนะครับคุณครู”“ใครกันนะ” เธอมองซาลาเปาลูกโตน่ากินแล้วค่อยๆ บิดูไส้ด้านใน เห็นว่าเป็นไส้หมูสับหอมกรุ่น มีเห็ดมีไข่เค็ม รสชาติหอมหวนทำเธอน้ำลายสอ พอชิมเข้าไปคำแรก แป้งนิ่ม ไส้กลมกล่อมอร่อยจนต้องกัดคำต่อๆ ไปเธอชอบกินซาลาเปาไส้หมูมากๆ ชักอยากรู้แล้วสิว่
“หนูจะจำคำของพ่อเอาไว้จ้ะ”“นอนได้แล้ว ฝันดีนะลูกรัก”พลห่มผ้าให้บุตรสาวอย่างเบามือ“พ่อคะ”“ว่าไง”“หนูว่าจะไปสอนหนังสือ”“ก็เอาสิ”“จะลองไปสอบดู หนูไม่ได้เรียนครูมานะจ๊ะ แต่หนูจบวิทยาศาสตร์ ทางโรงเรียนต้องการครูสอนวิทยาศาสตร์ น่าจะไม่มีปัญหานะจ๊ะ”“ลองดูนะ อยากทำอะไรก็ทำเลย หนูเป็นคนเก่ง เรียนจบมาได้เพราะตัวหนู พ่อเองก็ละอายใจที่ไม่เก่งเหมือนพ่อคนอื่นเขา แถมยังเป็นหนี้เป็นสินมากมายขนาดนี้”“พ่ออย่าว่าตัวเองเลยจ้ะ ทุกคนย่อมผิดพลาดกันได้ หนูจะใช้หนี้ให้พ่อกับแม่เอง” อันดาขยับศีรษะไปนอนหนุนตักอุ่นๆ ของบิดา หลับตาพริ้มให้ท่านลูบศีรษะไปมาเบาๆคนแถวบ้านเริ่มถามกันว่าเรียนจบมาจะทำงานอะไร อันดาเพิ่งเข้าใจความรู้สึกของพี่คนหนึ่งที่เคยเล่าให้เธอฟัง สเต็ปการถามของคนที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านคือ เรียนอะไร เรียนจบจะทำอะไร คงไม่ใช่เอาใบปริญญามาแขวนไว้ตรงฝาบ้านหรอกนะ พอทำงานก็ถามว่าเมื่อไหร่จะมีแฟน เมื่อไหร่จะแต่งงาน พอแต่งงานก็จะถามว่าเมื่อไหร่จะมีลูก พอมีลูกคนแรกก็ถามว่าเมื่อไหร่จะมีลูกคนที่สอง พี่คนนั้นพูดถูก ชีวิตเป็นของเราทำไมต้องไปแคร์ลมปากคนอื่นด้วยรุ่งเช้าของวันใหม่ อันดาไปสมัครงา




![คุณพ่อเลี้ยง(เดี่ยว) [ เซ็ตพ่อลูกติด ]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


