LOGIN“ศูนย์วิจัยสัตว์นักล่า ตั้งอยู่ใจกลางเขตเขี้ยว และที่นี่เราให้เกียรติผู้ที่คู่ควรเสมอ” ประธานหนุ่มเดินเข้ามาใกล้จนกลิ่นดินหลังฝนตกอันเป็นเอกลักษณ์กดทับจอร์เจียไว้
เขาก้มลงมากระซิบให้ได้ยินกันเพียงสองคน “ผมบอกแล้วไงว่าอย่าทำหน้าเหมือนหมีตื่นตูม... โดยเฉพาะ เมื่อทับทิมที่อก มันกำลังบอกว่า ดร.คือ ‘ของสะสม’ ในเขตการปกครองของผม”
“ผมมาที่นี่เพื่อศึกษา และผมจะพิสูจน์ให้เห็นว่า ถึงผมจะเป็นแพนด้าแดง แต่ผมไม่ใช่ ‘ของสะสม’ ของใครทั้งนั้นครับ ท่านประธาน” จอร์เจียใจสั่นระรัว แต่เขากลับรวบรวมความกล้าเชิดหน้าขึ้น สบตานักล่าสายพันธุ์เอสอย่างท้าทาย
ชายร่างสูงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดเสียง ‘หึ’ ในลำคออย่างพอใจ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความกดดันเป็นความสนุกสนานที่แสนอันตราย
“งั้นก็รักษาความอวดดีนั้นไว้... เพราะในน็อคไทร่า ‘ผู้สังเกตการณ์’ มักจะเป็นคนที่ถูกเลือกให้เป็น ‘คู่พันธะ’ ก่อนใครเสมอ... ทับทิมเหมาะกับนายดีนะ”
จอร์เจียยืนค้างท่ามกลางแสงไฟของงานเลี้ยง ความหรูหราอลังการรอบกายบัดนี้ดูคล้ายกรงขังที่งดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา และเขากำลังก้าวเข้าสู่วังวนที่ไม่มีทางหวนกลับอย่างสมบูรณ์ บรรยากาศภายในฮอลล์จัดเลี้ยงของศูนย์วิจัยสัตว์นักล่าถูกเนรมิตให้กลายเป็นวิหารคริสตัลใต้เงาจันทร์ ผนังแก้วใสเผยให้เห็นภาพรวมของมหานครแห่งเงาที่งดงามทว่าแฝงด้วยความตาย ภายในงานคลาคล่ำไปด้วยเหล่าชนชั้นสูง บอดี้การ์ดร่างยักษ์ยืนนิ่งดุจรูปสลักทุกมุมเสาหินอ่อน สายตาคมกริบนับร้อยคู่สอดส่ายระแวดระวังประหนึ่งเงาที่พร้อมจู่โจม
ดร. จอร์เจีย เรนเดล ประหม่าจนหางใต้ชายเสื้อส่ายกวาดไปมาอย่างกระวนกระวาย เขาพยายามลดตัวตนให้ลีบเล็กที่สุด ทว่ากลับรู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่งที่ทิ่มแทงแผ่นหลังตลอดเวลา มันคือสายตาของท่านประธานที่จ้องมองเขาด้วยความกระหายใคร่รู้จนจอร์เจียแทบหายใจไม่ออก
ท่ามกลางรังสีคุกคามของเหล่านักล่าที่เข้มข้นจนหายใจลำบาก จอร์เจียกวาดสายตาผ่านฝูงชนจนกระทั่งหยุดที่ร่างสูงสง่าตรงมุมระเบียงกว้าง ผิวขาวประกายมุกและเส้นผมสีชมพูอ่อนไล่เฉดไปจนถึงฟ้าครามของเขาดูนุ่มนวลและสงบนิ่ง ราวกับเป็นโอเอซิสที่ตั้งอยู่ใจกลางทะเลทรายอันโหดร้าย
“คุณดูเหนื่อยนะครับ สนใจมายืนรับลมทะเลตรงนี้กับผมไหม?”
เสียงนุ่มทุ้มนั้นเรียกให้จอร์เจียก้าวเข้าไปหาอย่างเผลอตัว ซิเลสทีออนเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน นัยน์ตาสีอความารีนเจิดจรัสคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยเมตตา จนความกังวลที่แบกมาตลอดวันเริ่มมลายหายไป
“เอ่อ... ขอบคุณครับ” จอร์เจียตอบพลางขยับแว่นสายตาด้วยความประหม่า
หากพวกผู้ใหญ่ในสภาครีบทราบเรื่อง มันจะกลายเป็นประเด็นทางการเมืองทันที เด็กทั้งสองจะถูกแบ่งแยก ถูกคาดหวัง และถูกบังคับให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์จนสูญเสียตัวตน”“และพวกเขาก็จะสูญเสียวัยเด็กอันล้ำค่าไปพร้อมกันด้วย” ราชินีเซราฟิน่าพยักหน้าเห็นพ้องท่ามกลางเสียงดนตรีจากฝูงสัตว์น้ำที่แว่วมาตามกระแสราชินีแคสสิโอเปียเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง “ให้เขาได้เติบโตตามธรรมชาติเถอะ ให้หัวใจของพวกเขามีเวลาค้นหาคำตอบด้วยตัวเองว่าเหตุใดจึงดึงดูดเข้าหากัน เราจะเก็บความลับนี้ไว้ภายใต้ผนึกแห่งมนตรา จนกว่าวันที่เหมาะสมจะมาถึง เมื่อถึงวันนั้น เราจะให้พวกเขาเป็นคนตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตด้วยตัวเอง”ราชินีเซราฟิน่ายิ้มบางๆ ทั้งที่ยังมีหยดน้ำตาคลอ “งั้นเราจะปกป้องทั้งสองคนไปพร้อมกันนะ เรื่องนี้จะมีเพียงพวกเราเท่านั้นที่รู้”“เราจะปกป้องลูกด้วยกัน” ราชินีแคสสิโอเปียตอบรับพร้อมกับยื่นมือแตะมืออีกฝ่ายเหนือโต๊ะหิน “และข้าจะดูแลลูกของเจ้าด้วยความรัก เท่ากับที่ข้าดูแลลูกของข้าเอง”สองราชินียืนยันคำมั่นสัญญาในความเงียบงันของมหาสมุทรลึก เป็นคำสัญญาที่จะรักษาหัวใจเล็กๆ สองดวงให้รอดพ้น
คาเอลตัวเล็กสะอึกสะอื้น เขาพยายามเอื้อมมือเล็กๆ ไปหาเพื่อนคนแรก “ข้า... ทำให้เจ้าเจ็บ” เสียงเด็กน้อยสั่นเครือจนใจสลาย ซิเลสทีออนที่ยังไม่เข้าใจอะไรได้แต่ร้องไห้เรียกชื่อคาเอลเบาๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะถูกดึงแยกออกจากกันตามคำสัญญา ชะตาของทั้งคู่ถูกผูกเข้าหากันตั้งแต่วันที่ยังไม่รู้จักคำว่ารักหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญในวันนั้น วันที่เลือดสองสีไหลเวียนผสมผสานกันจนเกิดเป็นพันธะโบราณเหนือหน้าผากของเด็กน้อยทั้งสอง โลกทั้งใบของคาเอลกลับเงียบลงอย่างประหลาด ราวกับกระแสน้ำรอบกายหยุดเคลื่อนไหวคาเอลตัวน้อยนั่งขดตัวคุดคู้อยู่หลังโขดหินปะการังสูงชันเพียงลำพัง ดวงตาสีรัตติกาลไร้ดาวที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นประกายสุกใสยามจ้องมองซิเลสทีออนบัดนี้กลับหม่นแสงลงราวกับคลื่นในคืนที่พายุสงบแต่แฝงด้วยความโศกเศร้า เขาชูเข่าขึ้นกอดไว้แน่น ซ่อนครีบด้านหลังอย่างไม่มั่นใจในตัวตน ริมฝีปากเล็กๆ ที่ยังมีรอยแผลจางๆ เม้มเข้าหากันแน่น สามวันแล้วที่เขาแทบไม่ได้ปริปากพูดกับใคร เขาปฏิเสธทั้งอาหารและไม่ออกไปว่ายน้ำเล่นเหมือนเคย“เขาคงเกลียดข้าแล้ว” เสียงเล็กๆ สะท้อนก้องในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้จะยังเป็นเพี
“เจ้านี่... แปลกดีนะ แต่ข้าชอบ”คาเอลรู้สึกว่าหัวใจเล็กๆ ของตัวเองเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก เขาค่อยๆ ยื่นแท่งขนมส่วนของตนคืนไปให้ “เอาไปเถอะของเจ้า ข้าไม่กินแล้ว ข้าไม่อยากให้เจ้าเจ็บอีก”ซิเลสทีออนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างจนโลกใต้น้ำสว่างไสว แต่ทว่ากลิ่นคาวหวานจากลิ้นที่ถูกกัดนั้นเริ่มกระจายออกในน้ำ มันเป็นกลิ่นที่ปลุกสัญชาตญาณดิบของราชันที่ซ่อนอยู่ลึกในกายคาเอลให้ตื่นตัว คาเอลตัวแข็งวาบ นัยน์ตาสีรัตติกาลไร้ดาววาวโรจน์ ครีบสั่นระริกราวกับถูกสั่งให้ล่า“คาเอลเป็นอะไร?”ไม่ทันขาดคำ สัญชาตญาณกษัตริย์ที่ยังควบคุมไม่ได้ก็ระเบิดออก พรึ่บ! คาเอลร่างเล็กพุ่งเข้าหาซิเลสทีออนด้วยความเร็วเหนือธรรมชาติ เขาประกบปากซิเลสทีออนอย่างดุดัน รุนแรง และไร้สติ แรงกดนั้นทำให้ริมฝีปากของคาเอลแตก เลือดสีครามเข้มของเขาผสมเข้ากับเลือดสีเงินของซิเลสทีออนในทันที“ไม่! คาเอล... เจ็บ” เสียงประท้วงถูกกลืนหาย เมื่อเขี้ยวคมเล็กๆ ของฉลามหัวค้อนขบลงบนลิ้นของซิเลสทีออนจนเจ็บแปลบ น้ำตาเม็ดกลมใสร่วงหล่นกลายเป็นไข่มุกหยดแรก คาเอลยังไม่หยุด เขาสูดเลือดนั้นเข้าไปตามกฎโบราณที่ดึงรั้ง
แม้ความจริงแล้วเสด็จแม่จะพาเขามาที่นี่เพื่อให้สนิทกับองค์รัชทายาทเซเลสเชียลสหายรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่สายตาของเขากลับสะดุดอยู่ที่เงือกน้อยตัวเล็กเพียงคนเดียว“ฮะ...เหนื่อยแล้ว” ซิเลสทีออนหยุดว่ายกะทันหัน พลิกตัวลงนั่งแหมะบนหินปะการังสีม่วงอ่อนคาเอลรีบร่วงลงมานั่งข้างๆ ทันที เขายังคงไม่พูดสักคำ ดวงตาไม่กะพริบมองซิเลสทีออนอย่างให้เกียรติและชื่นชม เหนือศีรษะของทั้งคู่คือท้องอากาศใต้น้ำฟองอากาศยักษ์ที่สะท้อนภาพท้องฟ้าบนผิวน้ำ เด็กทั้งสองเอียงคอมองมันอย่างหลงใหล“เจ้าเคยขึ้นไปข้างบนไหม? บนฟ้ามีมนุษย์จริงไหม? พวกเขาเป็นยังไงกันนะ” ซิเลสทีออนถามเสียงใสแจ๋วคาเอลสะดุ้งเล็กน้อย เขาไม่ชินกับการถูกตั้งคำถามเยอะๆ แต่ครั้งนี้เขาตัดสินใจตอบ ช้าๆ ทว่าจริงใจ “ไม่เคย... ข้าอ่านในหนังสือเท่านั้น เต่าเฒ่าก็เล่าเรื่องมนุษย์ให้ฟังบ้างแต่ข้าไม่เคยขึ้นไปเอง”“ว้าว เจ้าพูดแล้ว! เสียงเจ้าดีจังเลย พูดอีกสิ พูดเยอะๆ หน่อย ข้าชอบฟัง” ซิเลสทีออนตาโตด้วยความตื่นเต้น คาเอล หน้าแดงยิ่งกว่าเดิม แก้มเปล่งระเรื่อ เขาพึมพำตอบเบาๆ
เมื่อซิเลสทีออนและคาเอลสัมผัสไข่มุกทั้งสองเม็ดผนึกความทรงจำที่ถูกซ่อนก็ทลายลง ฉับพลันภาพเหตุการณ์ในอดีต เมื่อครั้งที่ซิเลสทีออนอายุเพียงเจ็ดขวบก็หลั่งไหลเข้ามาในสมองประหนึ่งกระแสน้ำพัดเชี่ยวในภาพนิมิตนั้นซิเลสทีออนตัวน้อยที่มีหางสีเงินระยิบระยับกำลังว่ายเล่นอยู่แถวโขดหินชายป่าปะการัง เขาได้พบกับเด็กชายผิวสีน้ำเงินเทาที่มีแววตาโดดเดี่ยวนั่นคือคาเอลในวัยเยาว์ในตอนนั้นคาเอลกำลังเผชิญกับภาวะกระหายคลั่ง สัญชาตญาณราชันที่ตื่นก่อนวัยทำให้เขาเจ็บปวดจนแทบขาดใจ ซิเลสทีออนในวัยเจ็ดขวบที่ไม่รู้ถึงอันตรายได้เข้าไปโอบกอดเด็กชายแปลกหน้าไว้ด้วยความสงสารหยดเลือดของทั้งคู่หลอมรวมกันในน้ำ ก่อเกิดเป็นพันธะเงาที่ผูกวิญญาณของทั้งคู่ไว้ด้วยกันตั้งแต่วินาทีนั้น แต่ทว่ามันเป็นพันธะที่อันตรายเกินไปสำหรับเด็กตัวเล็กๆ เสด็จแม่ของทั้งสองจึงจำต้องผนึกความทรงจำนี้ไว้และแยกทั้งคู่ออกจากกัน เพื่อรอวันที่ร่างกายและจิตวิญญาณจะแข็งแกร่งพอรับแรงปะทะของพันธะที่แท้จริงซิเลสทีออนลืมตาขึ้นพร้อมน้ำตาที่คลอเบ้า เขาหันไปสบตากับคาเอลที่ดูเหมือนจะเห็นภาพเดียวกัน ความจริงที่ว่าพวก
ก่อนที่เสียงโห่ร้องจะดังก้องกว่าเดิมเป็นสิบเท่าลวดลายแสงที่หน้าผากและหลังคอของซิเลสทีออนเปลี่ยนเป็นสีวอร์มไวท์อบอุ่น แผ่วสว่างเป็นระลอกขึ้นที่ท้องคล้ายลูกน้อยกำลังตอบรับคำอวยพรจากคนทั้งคาบสมุทรผู้เฒ่าเผ่าเงือกเข้ามาสะกดน้ำจนเป็นประกาย พลางกล่าวคำอวยพรด้วยเสียงที่สั่นเครือ“เด็กคนนี้...คือสายเลือดที่ทะเลรอคอย ขอให้เขาเติบโตแข็งแกร่งและงดงามดั่งมหาสมุทร”ขณะที่เฒ่าฉลามผู้ทรงเกียรติเอามือแตะที่อกของคาเอล “ราชันหนุ่ม เจ้าได้รังชีวิตที่คู่ควร และเจ้าก็ปกป้องเขาได้อย่างแท้จริง พวกเรายินดีต่อเจ้าจากหัวใจของฉลามทุกตัว”ซิเลสทีออนยกมือแตะหน้าท้องอย่างเงียบงัน ในอกรู้สึกอุ่นซ่านอย่างประหลาด เหมือนน้ำทะเลกำลังช่วยโอบอุ้มชีวิตใหม่นี้ไว้ คาเอลจับมือซิเลสทีออนขึ้นมา ก้มลงจุมพิตหลังมือเพียงครั้งเดียว แต่มันกลับลึกซึ้งจนซิเลสทีออนต้องหลุบตาลงด้วยความเอียงอายทั้งสองเข้าสู่ใจกลางลานพิธีรูปเกลียวคลื่น เหนือหัวคือฝูงปลาเรืองแสงนับพันที่ส่องสว่างดุจดวงดาวบนฟากฟ้า ท่ามกลางเสียงเพลงจากสังข์เปลือกหอยและควันบรรพชนสีเงินที่ลอยกรุ่นขึ้นจากพื้น







