เข้าสู่ระบบมหานครน็อกไทร่า เมืองแห่งวิทยาศาสตร์และพันธุกรรมชั้นสูง กลายเป็นกรงขังทางชีวภาพที่แบ่งแยกชนชั้นด้วยกลิ่นฟีโรโมน ดร.จอร์เจีย เรนเดล นักวิจัยแพนด้าแดงตัวน้อยต้องเผชิญหน้ากับสัตว์นักล่าที่อยู่เหนือสุดของพีระมิด แต่ท่ามกลางอันตรายนั้น เขากลับได้รับความช่วยเหลือจาก ดร. ซิเลสทีออน หัวหน้าภาควิชาสมุทรศาสตร์ผู้สง่างาม เจ้าของกลิ่นไอหิมะเหนือสมุทรที่เย็นเฉียบและบริสุทธิ์ ทว่าภายใต้ภาพลักษณ์ด็อกเตอร์ผู้แสนดี ซิเลสทีออนกลับซ่อนความลับที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น เขาคือเจ้าชายเงือกเกล็ดเงินผู้หนีจากพันธะโบราณ และกำลังถูกราชันฉลามหัวค้อนตามล่า เพื่อทวงคืน ‘รังชีวิต’ ที่เขาเคยตีตราจองนับตั้งแต่วัยเยาว์ เมื่อฤดูผสมพันธุ์มาเยือน กลิ่นไอหิมะเหนือสมุทรที่เคยเย็นจัดกลับหวานล้ำจนกลายเป็นพายุคลั่ง ปลุกสัญชาตญาณดิบให้ลุกโชนขึ้นท่ามกลางบ้านพักตากอากาศริมหน้าผา ซิเลสทีออนจะต้านทานแรงดึงดูดมหาศาลนี้ได้นานแค่ไหน? เมื่อผู้ที่ไล่ล่าเขา ไม่ใช่ศัตรู... แต่เป็น ‘บ้าน’ เพียงหลังเดียวที่ร่างกายและหัวใจของเขาร้องเรียกหามาตลอดทั้งชีวิต
ดูเพิ่มเติมในทางชีววิทยาความผิดพลาดคือบ่อเกิดแห่งความเหนือชั้น จากความมืดมิดใต้ก้นบึ้งของมหาสมุทรที่แรงกดดันมหาศาลบีบคั้นทุกชีวิต สู่กระบวนการกลายพันธุ์ที่กินเวลานานนับล้านปี ทุกหยดเลือดที่ไหลเวียนในกายชาวน็อกไทร่า ไม่ใช่เพียงของเหลวหล่อเลี้ยงชีวิต แต่คือคลังข้อมูลพันธุกรรมที่ถูกคัดลอกและแก้ไขผ่านกาลเวลา เราก้าวกระโดดจากสัตว์ร้ายผู้หิวกระหายสู่มนุษย์กึ่งสัตว์ที่มีอารยธรรมสูงส่ง
ทว่าเบื้องหลังความเจริญที่ฉาบด้วยแสงไฟ ราวกลับถูกจองจำไว้ในกรงขังทางชีวภาพที่เรียกว่าระบบชนชั้นวิทยาศาสตร์เรียกมันว่าการคัดเลือกโดยธรรมชาติ แต่ในมหานครแห่งนี้ จำกัดความมันว่าโชคชะตา รหัสพันธุกรรมที่ขดตัวซ่อนเร้นอยู่ในเซลล์ คือผู้พิพากษาที่ขีดเส้นแบ่งบทบาทไว้อย่างเลือดเย็น อีนิกม่า ผู้กุมรหัสพันธุกรรมเหนือพีระมิด อัลฟ่า ผู้ล่าที่ครองห่วงโซ่อาหารด้วยแรงกดดัน เบต้า ผู้เป็นฟันเฟืองหลักของสังคม และ โอเมก้า ผู้ถูกตีตราว่าเป็นเพียงเบี้ยล่างในระบบนิเวศ
กลิ่นฟีโรโมนที่อบอวลในอากาศไม่ใช่แค่รสนิยม แต่มันคือภาษาทางเคมีที่ทรงพลังยิ่งกว่าคำพูด อาการรัทและฮีทไม่ใช่อาการป่วยไข้ทางจิต แต่คือกลไกการดำรงเผ่าพันธุ์ ที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ทว่าท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพที่สลับซับซ้อนจนแทบสมบูรณ์แบบนี้ สิ่งหนึ่งที่วิวัฒนาการกลับหลงลืมและตามไม่เคยทัน คือ หัวใจ เพราะกฎของวิวัฒนาการบอกเราแค่ว่า ผู้ที่เหมาะสมที่สุดคือผู้ที่อยู่รอด แต่มันไม่เคยสอนเราว่า ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณดิบและการชิงไหวชิงพริบทางอำนาจ ใครกันแน่ที่เป็นแสงสว่างและใครกันแน่ที่เป็นความมืดมิดที่แท้จริง
ท่ามกลางบรรยากาศเหนือระดับภายในห้องโดยสารชั้นเฟิร์สคลาส จอร์เจียทิ้งตัวจมลงในเบาะหนังแท้สีไวน์แดงที่โอบอุ้มร่างของเขาไว้อย่างทะนุถนอม ชุดสูทสีครีมที่เขาจงใจเลือกมา เพื่อความทะมัดทะแมงสำหรับก้าวแรกในฐานะนักวิทยาศาสตร์หน้าใหม่ บัดนี้ดูจะบอบบางและไร้ที่พึ่งเกินไป เมื่อต้องปะทะกับมวลอากาศที่เริ่มหนักอึ้งและบีบคั้น
ปลายนิ้วที่สั่นเทาของเขาลูบไล้ไปตามผิวหนังลูกวัวอันเนียนละเอียด สัมผัสนุ่มละมุนทว่าเย็นเยียบนั้นช่างแตกต่างจากเก้าอี้ไม้แข็งกระด้างในห้องเรียนวิจัยที่เขาคุ้นเคย กลิ่นหอมฟุ้งของหนังราคาแพงอบอวลผสมโรงกับกลิ่นสะอาดสะอ้านของช่อดอกไม้ล้ำค่าที่ประดับในแจกันคริสตัลข้างกาย ทุกสิ่งเลิศเลอราวกับความฝันที่จับต้องได้
“นี่น่ะหรือชีวิตระดับชนชั้นนำที่นักวิทยาศาสตร์ในฝันเขาเป็นกัน?” จอร์เจียลอบมองแก้วแชมเปญทรงสูงตรงหน้า ฟองพรายสีทองพุ่งทะยานขึ้นสู่ผิวน้ำดูไม่ต่างจากละอองดาวจิ๋วที่กำลังเต้นระบำอย่างรื่นเริง
เขาเผลอพองแก้มกลมด้วยความตื่นเต้น หางสีน้ำตาลแดงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดสูทขยับไหวอย่างควบคุมไม่อยู่ ขณะที่เท้าเล็กๆ ถูไถไปกับพรมทอมือเนื้อหนานุ่มที่รองรับเขาไว้อย่างอ่อนโยน ความหรูหราโอ่อ่าทำให้เขารู้สึกตัวเล็กลง ทว่ามันกลับเป็นความเล็กจ้อยที่เต็มไปด้วยไฟแห่งความทะเยอทะยาน เขาพยายามนั่งยืดหลังตรง ปรับสีหน้าให้ดูสุขุมนุ่มลึกอย่างมืออาชีพ แต่ประกายวาววับในดวงตาสีอำพันกลับทรยศความนิ่งเฉย มันฟ้องชัดว่าจอร์เจียกำลังลุ่มหลงในความศิวิไลซ์นี้อย่างสุดหัวใจ
หากพวกผู้ใหญ่ในสภาครีบทราบเรื่อง มันจะกลายเป็นประเด็นทางการเมืองทันที เด็กทั้งสองจะถูกแบ่งแยก ถูกคาดหวัง และถูกบังคับให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์จนสูญเสียตัวตน”“และพวกเขาก็จะสูญเสียวัยเด็กอันล้ำค่าไปพร้อมกันด้วย” ราชินีเซราฟิน่าพยักหน้าเห็นพ้องท่ามกลางเสียงดนตรีจากฝูงสัตว์น้ำที่แว่วมาตามกระแสราชินีแคสสิโอเปียเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง “ให้เขาได้เติบโตตามธรรมชาติเถอะ ให้หัวใจของพวกเขามีเวลาค้นหาคำตอบด้วยตัวเองว่าเหตุใดจึงดึงดูดเข้าหากัน เราจะเก็บความลับนี้ไว้ภายใต้ผนึกแห่งมนตรา จนกว่าวันที่เหมาะสมจะมาถึง เมื่อถึงวันนั้น เราจะให้พวกเขาเป็นคนตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตด้วยตัวเอง”ราชินีเซราฟิน่ายิ้มบางๆ ทั้งที่ยังมีหยดน้ำตาคลอ “งั้นเราจะปกป้องทั้งสองคนไปพร้อมกันนะ เรื่องนี้จะมีเพียงพวกเราเท่านั้นที่รู้”“เราจะปกป้องลูกด้วยกัน” ราชินีแคสสิโอเปียตอบรับพร้อมกับยื่นมือแตะมืออีกฝ่ายเหนือโต๊ะหิน “และข้าจะดูแลลูกของเจ้าด้วยความรัก เท่ากับที่ข้าดูแลลูกของข้าเอง”สองราชินียืนยันคำมั่นสัญญาในความเงียบงันของมหาสมุทรลึก เป็นคำสัญญาที่จะรักษาหัวใจเล็กๆ สองดวงให้รอดพ้น
คาเอลตัวเล็กสะอึกสะอื้น เขาพยายามเอื้อมมือเล็กๆ ไปหาเพื่อนคนแรก “ข้า... ทำให้เจ้าเจ็บ” เสียงเด็กน้อยสั่นเครือจนใจสลาย ซิเลสทีออนที่ยังไม่เข้าใจอะไรได้แต่ร้องไห้เรียกชื่อคาเอลเบาๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะถูกดึงแยกออกจากกันตามคำสัญญา ชะตาของทั้งคู่ถูกผูกเข้าหากันตั้งแต่วันที่ยังไม่รู้จักคำว่ารักหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญในวันนั้น วันที่เลือดสองสีไหลเวียนผสมผสานกันจนเกิดเป็นพันธะโบราณเหนือหน้าผากของเด็กน้อยทั้งสอง โลกทั้งใบของคาเอลกลับเงียบลงอย่างประหลาด ราวกับกระแสน้ำรอบกายหยุดเคลื่อนไหวคาเอลตัวน้อยนั่งขดตัวคุดคู้อยู่หลังโขดหินปะการังสูงชันเพียงลำพัง ดวงตาสีรัตติกาลไร้ดาวที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นประกายสุกใสยามจ้องมองซิเลสทีออนบัดนี้กลับหม่นแสงลงราวกับคลื่นในคืนที่พายุสงบแต่แฝงด้วยความโศกเศร้า เขาชูเข่าขึ้นกอดไว้แน่น ซ่อนครีบด้านหลังอย่างไม่มั่นใจในตัวตน ริมฝีปากเล็กๆ ที่ยังมีรอยแผลจางๆ เม้มเข้าหากันแน่น สามวันแล้วที่เขาแทบไม่ได้ปริปากพูดกับใคร เขาปฏิเสธทั้งอาหารและไม่ออกไปว่ายน้ำเล่นเหมือนเคย“เขาคงเกลียดข้าแล้ว” เสียงเล็กๆ สะท้อนก้องในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้จะยังเป็นเพี
“เจ้านี่... แปลกดีนะ แต่ข้าชอบ”คาเอลรู้สึกว่าหัวใจเล็กๆ ของตัวเองเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก เขาค่อยๆ ยื่นแท่งขนมส่วนของตนคืนไปให้ “เอาไปเถอะของเจ้า ข้าไม่กินแล้ว ข้าไม่อยากให้เจ้าเจ็บอีก”ซิเลสทีออนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างจนโลกใต้น้ำสว่างไสว แต่ทว่ากลิ่นคาวหวานจากลิ้นที่ถูกกัดนั้นเริ่มกระจายออกในน้ำ มันเป็นกลิ่นที่ปลุกสัญชาตญาณดิบของราชันที่ซ่อนอยู่ลึกในกายคาเอลให้ตื่นตัว คาเอลตัวแข็งวาบ นัยน์ตาสีรัตติกาลไร้ดาววาวโรจน์ ครีบสั่นระริกราวกับถูกสั่งให้ล่า“คาเอลเป็นอะไร?”ไม่ทันขาดคำ สัญชาตญาณกษัตริย์ที่ยังควบคุมไม่ได้ก็ระเบิดออก พรึ่บ! คาเอลร่างเล็กพุ่งเข้าหาซิเลสทีออนด้วยความเร็วเหนือธรรมชาติ เขาประกบปากซิเลสทีออนอย่างดุดัน รุนแรง และไร้สติ แรงกดนั้นทำให้ริมฝีปากของคาเอลแตก เลือดสีครามเข้มของเขาผสมเข้ากับเลือดสีเงินของซิเลสทีออนในทันที“ไม่! คาเอล... เจ็บ” เสียงประท้วงถูกกลืนหาย เมื่อเขี้ยวคมเล็กๆ ของฉลามหัวค้อนขบลงบนลิ้นของซิเลสทีออนจนเจ็บแปลบ น้ำตาเม็ดกลมใสร่วงหล่นกลายเป็นไข่มุกหยดแรก คาเอลยังไม่หยุด เขาสูดเลือดนั้นเข้าไปตามกฎโบราณที่ดึงรั้ง
แม้ความจริงแล้วเสด็จแม่จะพาเขามาที่นี่เพื่อให้สนิทกับองค์รัชทายาทเซเลสเชียลสหายรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่สายตาของเขากลับสะดุดอยู่ที่เงือกน้อยตัวเล็กเพียงคนเดียว“ฮะ...เหนื่อยแล้ว” ซิเลสทีออนหยุดว่ายกะทันหัน พลิกตัวลงนั่งแหมะบนหินปะการังสีม่วงอ่อนคาเอลรีบร่วงลงมานั่งข้างๆ ทันที เขายังคงไม่พูดสักคำ ดวงตาไม่กะพริบมองซิเลสทีออนอย่างให้เกียรติและชื่นชม เหนือศีรษะของทั้งคู่คือท้องอากาศใต้น้ำฟองอากาศยักษ์ที่สะท้อนภาพท้องฟ้าบนผิวน้ำ เด็กทั้งสองเอียงคอมองมันอย่างหลงใหล“เจ้าเคยขึ้นไปข้างบนไหม? บนฟ้ามีมนุษย์จริงไหม? พวกเขาเป็นยังไงกันนะ” ซิเลสทีออนถามเสียงใสแจ๋วคาเอลสะดุ้งเล็กน้อย เขาไม่ชินกับการถูกตั้งคำถามเยอะๆ แต่ครั้งนี้เขาตัดสินใจตอบ ช้าๆ ทว่าจริงใจ “ไม่เคย... ข้าอ่านในหนังสือเท่านั้น เต่าเฒ่าก็เล่าเรื่องมนุษย์ให้ฟังบ้างแต่ข้าไม่เคยขึ้นไปเอง”“ว้าว เจ้าพูดแล้ว! เสียงเจ้าดีจังเลย พูดอีกสิ พูดเยอะๆ หน่อย ข้าชอบฟัง” ซิเลสทีออนตาโตด้วยความตื่นเต้น คาเอล หน้าแดงยิ่งกว่าเดิม แก้มเปล่งระเรื่อ เขาพึมพำตอบเบาๆ