Mag-log in“พี่โย... ผมไม่โง่พอที่จะไปยุ่งกับผู้หญิงใจร้ายคนนั้นอีก แม้แต่หน้าผมยังไม่อยากจะเห็น” ชานนท์ยืนยันเสียงหนักแน่นพร้อมสาธยายถึงความใจร้ายของอดีตภรรยา จนโยทะกาพยักหน้าส่งกุญแจสำรองให้
“พี่เองก็ควรกลับไปปรนนิบัติสามีได้แล้ว และห้ามชวนทะเลาะด้วยล่ะ”
“รู้แล้วน่า สั่งอย่างกับฉันเป็นน้อง” โยทะการับคำอย่างรำคาญ ก่อนเดินไปอีกปีกหนึ่งของตึกเพื่อไปยังห้องพัก
ชานนท์กระตุกยิ้มกับกุญแจในมือ ก่อนสาวเท้าตรงไปยังห้องพักของชมพูนุช ถึงเวลาแล้วที่เธอควรได้รับบทเรียนเสียบ้าง
ชมพูนุชกำลังอาบน้ำอย่างสบายใจโดยไม่รู้ว่ามีผู้บุกรุกมานอนรออยู่บนเตียงราวกับเป็นเจ้าของห้อง เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงหญิงสาวก็เดินออกมาในชุดคลุมอาบน้ำสีชมพู ถึงกับหวีดร้องด้วยความตกใจกับการปรากฏตัวของอดีตสามี ที่สำคัญในห้องพักส่วนตัวของเธออีกด้วย ก่อนจะตัดสินใจสาวเท้ากลับไปที่ห้องน้ำเพื่อตั้งหลัก
“จะไปไหน” ชานนท์คว้าแขนเรียวจนร่างบางเซถลาปะทะอกแกร่งตกอยู่ในอ้อมแขนของเขาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
“ปล่อยนะนนท์ ปล่อยฉัน” หญิงสาวบอกด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“ผิดหวังหรือไงที่เป็นผม ไม่ใช่คุณซาโต” ชายหนุ่มก้มถามเสียงเข้ม โมโหที่หญิงสาวไม่ยอมล็อกประตูห้องราวกับต้องการรอให้พี่เขยเขาเข้ามาหา
“พูดบ้าอะไรของคุณ ฉันไม่ได้เปิดรอใครทั้งนั้น กรุณาปล่อยและออกไปจากห้องฉันด้วย” หญิงสาวเน้นย้ำเสียงหนักหวังให้อีกฝ่ายกลับออกไป
“ไม่มีทาง! ผมจะไม่ปล่อยให้คุณไปทำร้ายชีวิตใครอีกแล้วชมพูนุช”
“ฉันไม่เคยทำร้ายชีวิตใคร” ชมพูนุชโต้กลับทันควัน
“ผมไง คุณทำร้ายชีวิตผมอย่างย่อยยับ ทำร้ายหัวใจจนแหลกสลาย”
คำกล่าวหานั้นทำให้ชมพูนุชถึงกับนิ่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยืนรับฟังคำต่อว่าต่อขานต่างๆ นานาในสิ่งที่เคยได้กระทำกับเขาอย่างสาหัส หากย้อนเวลากลับไปได้ เธอจะไม่พยายามหลอกให้เขามาเป็นตัวแทนของใครทั้งสิ้น เพราะมันไม่เป็นผลดีกับใครแม้แต่ตัวเธอเอง เธอทำร้ายชีวิตชานนท์จนไม่น่าให้อภัย
“ฉันขอโทษนนท์ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” หญิงสาวพึมพำบอกจนแทบไม่ได้ยินเสียง
“ไม่ได้ตั้งใจงั้นเหรอ” เขากล่าวว่าเธอด้วยน้ำเสียงเหยียดหยัน “ต่อจากนี้ไปผมจะให้บทเรียนกับคุณอย่างสาสม”
“คุณจะทำอะไรนนท์” ดวงตากลมโตเบิกกว้างมองเขาอย่างหวาดระแวง
“อยากนักไม่ใช่เหรอ ผมจะได้จัดให้” ว่าแล้วชายหนุ่มก็เหวี่ยงร่างบางลงบนเตียงนอนจนชุดคลุมอาบน้ำที่สวมใส่หลุดลุ่ย เรียวขาสวยโผล่ออกมาท้าทายสายตาของอีกฝ่าย
“อย่าทำอะไรบ้าๆ นะนนท์ คุณอย่าลืมสิ ว่าคุณแต่งงานกับมาริสาแล้ว” ท้ายประโยคเสียงแผ่วลงเจ็บแปลบที่หัวใจ ทั้งที่คิดเสมอว่าไม่เคยรักชานนท์ไปมากกว่าความรู้สึกที่เพื่อนมีต่อกัน
“คุณก็แต่งงานกับผมแล้ว ยังคิดจะไปเอาพี่ชายตัวเองทำสามีเลย ไม่เห็นจะแปลกนี่ เป็นหลวงอยู่ดีๆ อยากจะเป็นน้อยช่วยไม่ได้” ชานนท์กระตุกเรียวเท้าเล็กลากให้มาอยู่กลางเตียงนอน
“ฉันไม่เคย...”
“ผมไม่มีวันเชื่อคำพูดของผู้หญิงอย่างคุณหรอก” เขาจับข้อมือเรียวตรึงไว้เหนือศีรษะ เธอจึงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย แม้แต่ปลายเท้ายังถูกเขาเกยทับร่างไว้จนกระดิกตัวไม่ได้
“นนท์ เราหย่ากันแล้วนะ”
“ก็ใช่ ต่อไปคุณจะต้องอยู่ในตำแหน่งเมียน้อย”
“ไม่มีทาง! ฉันไม่มีวันเป็นเมียน้อยของคุณ”
“คุณต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำกับผมชมพูนุช” ชายหนุ่มกล่าวจบก็โน้มใบหน้าลงซุกไซ้กับซอกคอขาวนวล ขบเม้มลงไปเพื่อตีตราประทับไว้ เธอจะได้ไม่เสนอหน้าไปยั่วยวนพี่เขยเขาหรือใครอีก
“จะให้ฉันชดใช้ยังไงก็ได้ แต่ไม่ใช่แบบนี้นนท์”
“มันสายไปเสียแล้วชมพูนุช” ปากหยักได้รูปโน้มแนบชิดกับดวงหน้าหวานซึ้งที่แฝงด้วยความร้ายกาจ ก่อนบดขยี้เรียวปากนุ่มอย่างไร้ความปรานีจนได้กลิ่นคาวเลือดคลุ้งไปทั่วโพรงปาก ขณะใช้มืออีกข้างเลื่อนลงมากระตุกเชือกชุดคลุมอาบน้ำของหญิงสาวออก ทำเอาเจ้าของร่างต้องดิ้นสุดกำลัง
“ฮื้อ... ปล่อยนะนนท์ อย่าทำแบบนี้”
“ไม่! ขอถอนทุนคืนหน่อยเถอะ ตั้งแต่แต่งงานกันเรามีอะไรกันแค่ครั้งเดียวเท่านั้น”
หลังจากคืนเข้าห้องหอชมพูนุชก็พยายามบ่ายเบี่ยง ไม่ยอมมีอะไรกับเขามาตลอดราวกับหวงตัวไว้เพื่อพี่ชายของเธอ
“ไม่นะนนท์” หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมกล่าววิงวอนขอความเห็นใจ เชื่อว่าคนที่เป็นสุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้วและมีจิตใจอ่อนโยนเช่นเขาจะยอมใจอ่อนกับคำขอของเธอ
“ทำไม! ผมมันน่ารังเกียจตรงไหน ผมถึงสู้พี่วิชญ์ของคุณไม่ได้ คุณถึงไม่ยอมให้ผมแตะต้องตัวคุณ” นัยน์ตาคมแข็งกร้าว เหมือนเป็นปมอยู่ในใจยามถูกชมพูนุชปฏิเสธมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วย
“มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพี่วิชญ์... อุ๊บ” เพียงหลุดชื่ออติวิชญ์เท่านั้น เสียงนั้นก็ถูกดูดกลืนหายไปในลำคอ ก่อนปลายลิ้นร้อนจะสอดแทรกตวัดโลมเลียเข้าไปในโพรงปากนุ่มอย่างหนักหน่วงรุนแรงชนิดอีกฝ่ายหายใจหายคอไม่ทัน
“ฮื้อ...” ชมพูนุชใช้แรงเฮือกสุดท้าย จนชานนท์ยอมถอนจูบออกมา
“เมื่อก่อนคุณไม่ใช่คนแบบนี้เลยนะนนท์” หญิงสาวต่อว่าเสียงสั่นๆ
“เพราะคุณทำให้ผมต้องเป็นแบบนี้ คุณต้องรับผิดชอบ”
“จะให้ฉันรับผิดชอบยังไง บอกมาสิ ฉันยินดีทำทุกอย่างเพื่อไถ่โทษ”
“ผมอยากระบายความแค้นกับร่างกายของคุณ จนกว่าจะพอใจ”
“ฉันไม่ยอมหรอก คุณมีมาริสาทั้งคนจะมายุ่งกับฉันอีกทำไม”
“คุณมีผมเป็นสามี คุณยังไปยุ่งกับพี่ชายคุณเลย ชอบนักไม่ใช่หรือลักกินกันแบบลับๆ เหมือนตอนนี้มีคุณเป็นน้อย ริสาเป็นหลวง ตื่นเต้นดีจะตายไป” ชายหนุ่มต้องการพูดทำลายศักดิ์ศรีของอีกฝ่าย ทั้งที่จริงตนกับมาริสายังไม่ได้แต่งงานหรืออยู่ในสถานะคนรักกันเลยด้วยซ้ำ
“ไม่นะ ฉันไม่อยากจะเป็นน้อยใคร”
“ไม่อยากเป็นน้อย น่าขำ แต่กลับเสนอตัวให้คุณซาโต คุณมันไร้ยางอายจริงๆ คอยดูผมจะทำให้คุณไม่กล้าไปยุ่งกับสามีใครอีก” ชานนท์ก้มลงซุกไซ้ซอกคอระหงที่หอมกรุ่นไปด้วยครีมอาบน้ำ พร้อมกับใช้ฝ่ามือใหญ่บีบคลึงอกอิ่มอย่างหนักหน่วงจนเจ้าของร่างร้องขอให้หยุดกระทำดังกล่าว แต่ชายหนุ่มกลับเดินหน้าทรมาน ส่วนอีกข้างก็ถูกปลายลิ้นตวัดโลมเลียรุนแรงแล้วค่อยแปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อน
“อืม... นนท์” ชมพูนุชหลุดเสียงครางออกมาด้วยความมึนงง มือที่ได้รับอิสรภาพกลับยกขึ้นแตะศีรษะทุยได้รูปอย่างลืมตัว
“คุณนี่มันติดง่ายจริงๆ” ชายหนุ่มกระตุกยิ้มอย่างเหยียดหยัน
“จะกลัวทำไมครับ ในเมื่อใจของคุณนุชเป็นของคุณอยู่แล้ว ถึงผมจะทำตัวดีแค่ไหนเธอก็ไม่รัก จงรักษารักครั้งนี้ไว้ให้นานนะครับผมเอาใจช่วย” นทีตบหลังมืออีกฝ่ายเบาๆ “ครับ สำหรับมิตรภาพ” ชานนท์ยื่นมือขึ้นมากับมิตรภาพครั้งใหม่ด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ไร้ความขุ่นมัว ชมพูนุชที่แอบมองอยู่ไกลๆ แม้จะไม่ได้ยินที่ทั้งคู่พูดคุยอะไรกัน แต่การจับมือของทั้งคู่ก็เป็นนิมิตหมายอันดีชมพูนุชได้ย้ายเข้ามาอยู่บ้านสามีร่วมสองเดือนทุกคนในบ้านให้การต้อนรับเป็นอย่างดีในฐานะสะใภ้ ชรัลจัดการจ้างพี่เลี้ยงมาช่วยอีกแรง แต่เธอปฏิเสธเพราะตั้งใจจะเลี้ยงบุตรสาวด้วยสองมือของตัวเอง อยากทำทุกอย่างเหมือนที่เธอเคยอยากให้มารดาผู้ให้กำเนิดปฏิบัติต่อเธอ“วันนี้เลี้ยงหนูบัวเหนื่อยไหม” ชานนท์เดินเข้ามาสวมกอดภรรยา ขณะที่เธอกำลังยืนเหม่ออยู่ที่ระเบียงห้อง“ก็นิดหน่อยค่ะ ลูกหลับแล้วเหรอคะ”หน้าที่กลางคืนจะเป็นของชานนท์ที่อาสาดูแลบุตรสาวเองเพื่อแบ่งเบาภาระภรรยา แม้เธอจะปฏิเสธเพราะเห็นว่าเขามีงานบริษัทต้องดูแลมากมายแล้วไหนจะลูกน้องอีก แต่เข
นทีใช้เวลาเดินทางมาถึงบ้านชมพูนุชเกือบชั่วโมงครึ่งเพราะการจราจรที่ติดขัดแม้ว่าจะเป็นช่วงบ่ายของวันทำงานก็ตามที แถมคนขับรถแท็กซี่ยังขับวนไปมา“หายากไหมคะ”“ตามแผนที่ ที่ให้มาไม่ยากหรอกครับแต่แท็กซี่สิครับเล่นขับวน” ชายหนุ่มอดบ่นไม่ได้ทั้งที่เป็นคนใจเย็น“นุชให้คนขับรถไปรับก็ไม่เอา มาเหนื่อยๆ เข้าไปนั่งที่ห้องรับแขกก่อนดีกว่าค่ะ คุณพ่อคุณแม่ก็อยู่”“ครับ ผมขอหาของฝากก่อนครับ” นทีค้นหาของที่ตนตั้งใจซื้อมาฝากชมพูนุชกับหลานสาว และไม่ลืมซื้อมาฝากบิดามารดาบุญธรรมของหญิงสาวด้วย“ไม่น่าลำบากเลยนะคะ แค่แวะมาเยี่ยมนุชก็ดีใจแล้วค่ะ”“ไม่ลำบากสักนิด นี่ครับของคุณนุชถุงนี้สำหรับหนูบัว”“มีของหนูบัวด้วยหรือคะ”“ครับ เป็นสร้อยข้อมือเล็กๆ รับขวัญหลาน”“ขอบคุณมากค่ะ นุชก็ชวนคุยเสียเพลินเราเข้าไปในบ้านกันเถอะค่ะ” ชมพูนุชเดินนำแขกเข้าไปยังห้องรับแขก ขณะนั้นบิดามารดาบุญธรรมกำลังช่วยกันเลี้ยงหลานคนละคน “คุณพ่อคุณแม่ข
“คุณพ่อท่านบ่นเหงาอยากเลี้ยงหลาน เลยขอให้ผมพานุชกับหลานไปอยู่ด้วยครับ”“คุณชรัลน่ะเหรอจะว่างเลี้ยงหลาน ไหนจะงานที่บริษัทล่ะ”“คุณพ่อกำลังวางมือให้ผมเข้าไปดูแลครับ ท่านบ่นว่าเหนื่อยอยากพักอยู่เลี้ยงหลานที่บ้านครับ” ชานนท์อธิบายถึงเหตุผลที่ต้องพาชมพูนุชกับบุตรสาวไปอยู่ที่บ้านตน“แล้วนุชล่ะลูกอยากไปหรือเปล่า” อติรุจน์หันมาถามบุตรบุญธรรมหวังให้ชมพูนุชปฏิเสธ“เอ่อ...” คนกลางอย่างเธอช่างลำบากใจนัก“ถ้าไม่อยากไปก็ไม่ต้องไปนุช”“นุชเห็นด้วยกับนนท์ค่ะ”“แล้วเกิดอะไรขึ้นใครจะช่วยลูกล่ะนุช” อติรุจน์ยังกังวลไม่ไว้ใจบุตรเขยเท่าไหร่ กลัวจะมีเหตุการณ์ซ้ำรอย“จะไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นอีกแน่นอนครับ ผมให้สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรให้นุชต้องเจ็บช้ำน้ำใจอย่างเด็ดขาดครับคุณพ่อ” ชานนท์เอื้อมมือมากุมมือเรียวไว้แน่นพร้อมกับให้คำมั่นแก่พ่อตาแม่ยาย เขารู้ว่าการกระทำที่ผ่านมามันยากที่บุพการีของภรรยาจะไว้วางใจ เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์
“ไม่เอา ผมอยากได้ยินจากปากของคุณเอง”“ค่ะ ฉันจะลองให้โอกาสคุณอีกครั้งหวังว่าคุณจะไม่ทำให้ฉันต้องเจ็บปวดซ้ำสองนะ”“ไม่มีวันนั้นแน่นอน ผมให้สัญญา” ชานนท์กระซิบข้างใบหูของหญิงสาวเบาๆ ก่อนเปลือกตาอีกฝ่ายจะค่อยๆ ปิดลงด้วยความอ่อนเพลียชมพูนุชรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาช่วงสองทุ่มเพราะได้ยินเสียงพูดคุยกันระหว่างพยาบาลกับชานนท์ ในอ้อมแขนของเขานั้นกำลังอุ้มบุตรสาวตัวน้อยอย่างระมัดระวัง ภาพที่เห็นทำให้เธออดตื้นตันใจจนน้ำตาคลอไม่ได้ตลอดสามวันที่ชมพูนุชพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล ชานนท์คอยดูแลอยู่ไม่ห่างเป็นภาพที่น่าประทับใจสำหรับทุกคนที่แวะเวียนมาเยี่ยมชมพูนุชกับลูกน้อย โดยเฉพาะอติรุจน์ก็รู้สึกเบาใจคลายความเป็นห่วงลง“เห็นไหมคุณพี่ ตานนท์ยอมทำทุกอย่างให้ยัยนุชของเรา”“ต้องคอยดูกันต่อไป” อติรุจน์ยังคงกันท่าจนภรรยาสะบัดค้อนให้ด้วยความหมั่นไส้“คุณพ่อคุณแม่ครับ ถ้าผมจะขอไปดูแลนุชกับลูกที่บ้านจะได้ไหมครับ” ชานนท์หันมาเอ่ยหลังจัดของเสร็จเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน“ได้จ้ะ” เด
ชานนท์ค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปยังห้องพักฟื้นอย่างเบามือ เห็นชมพูนุชยังนอนหลับอยู่เขาจึงเดินเข้าไปหาก่อนจะทรุดตัวนั่งลงข้างเตียงคนป่วย พร้อมเอื้อมมือไปกุมมือเรียวมาแนบกับใบหน้าแล้วฝังจูบลง จนอีกฝ่ายเริ่มรู้สึกตัวค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา“นนท์” เสียงแผ่วหลุดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก“นุชเป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า รู้ไหมว่าผมห่วงคุณกับลูกแทบแย่” ชานนท์ถามรัวจนคุณแม่มือใหม่ยิ้มอ่อนๆ“ก็มีเจ็บแผลที่ผ่าคลอด”“ผมขอโทษนะนุช ที่เป็นต้นเหตุทำให้คุณกับลูกต้องเจอเหตุการณ์ร้ายๆ อีกแล้ว” ชายหนุ่มพร่ำโทษตัวเองตลอดเวลา“ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก ฉันผิดเองที่ไม่มองรถให้ดีเสียก่อน โชคดีที่คุณโยดึงแขนไว้ทัน” ชมพูนุชยังจำเหตุการณ์ได้ขึ้นใจ“ไม่ใช่ความผิดของคุณสักหน่อย เขาจงใจชนคุณให้ตายต่างหากล่ะนุช”“ใครคะ ใครที่จงใจชนฉัน” คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความสงสัย“ก็มาริสาน่ะสินุช” โยทะกาเดินเข้ามาได้ยินพอดี จึงเปิดฉากเล่าเหตุการณ์ให้ฟังอย่างละเอียดพร้อมกับ
“ค่ะ” ชมพูนุชเดินไปนั่งอย่างเชื่องช้าด้วยอายุครรภ์เกือบเก้าเดือน จึงเดินเหินค่อนข้างลำบาก ซึ่งนั่งอยู่ได้ไม่นานโยทะกาก็ชวนกันไปรอที่หน้าห้างสรรพสินค้า“ร้อนไหมนุช” โยทะกายื่นทิชชูให้อีกฝ่ายเช็ดเหงื่อ“ค่ะ เดี๋ยวฉันขอเดินไปซื้อน้ำแป๊บหนึ่งนะคะ” ชมพูนุชชี้ไปตรงรถน้ำที่จอดขายตามทางเท้า ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามที่เธอนั่งอยู่ระหว่างรอรถมารับ“พี่ไปให้เองดีกว่า นุชนั่งรออยู่ตรงนี้แหละ”“ไม่เป็นไรค่ะคุณโย ตรงข้ามนี่เองค่ะ” ชมพูนุชส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะมองทางซ้ายขวาจนแน่ใจว่าไม่มีรถแล่นออกมา จะมีก็เพียงรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ริมฟุตพาทซึ่งอยู่ในระยะไกล จึงก้าวเท้าเดินไปอย่างช้า โดยไม่รู้ว่ารถที่เข้าใจว่าจอดสนิทกำลังเร่งเครื่องตรงมาโยทะกาเห็นดังนั้นจึงทิ้งของที่ถือลงกับพื้น วิ่งไปคว้าตัวชมพูนุชได้ทันท่วงทีเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ก่อนอีกฝ่ายล้มทับร่างเธอไว้พร้อมเสียงหวีดร้องด้วยความตกใจ ขณะนั้นโยทะกาหันไปมองตามรถคันนั







