登入“เอาไว้ค่อยคุยกันอีกที” โยทะกากล่าวตัดบทเพราะไม่พร้อมจะพูดถึงเรื่องนี้ “ว่าแต่แกเถอะยังรักชมพูนุชอยู่หรือเปล่า”
“เขาทำผมเจ็บหนักขนาดนี้ ไม่มีวันที่ผมจะกลับไปรักผู้หญิงคนนั้นอีก” ชานนท์กล่าวเสียงกร้าวแต่แววตากลับแฝงด้วยความหวั่นไหว
“ถ้าทำได้อย่างที่ปากพูดก็ดี แต่พี่ก็ไม่สนับสนุนให้เราไปรักกับมาริสาหรอกนะ แม่นั่นร้ายกว่าชมพูนุชหลายเท่านัก แกต้องระวังตัวด้วย เวลามีอะไรกันได้ป้องกันไหมตานนท์”
“ผมพลาดไปมีอะไรกับริสาแค่ครั้งเดียวก็เข็ดจะแย่แล้วครับ”
“คิดได้แบบนั้นก็ดี จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง... ไปเถอะป้านวลคงเตรียมอาหารไว้รอแล้วล่ะ” โยทะกาดันร่างสูงของญาติผู้น้องเข้าไปในห้องอาหาร
ชมพูนุชนิ่งเงียบไปตั้งแต่อดีตสามีปรากฏตัว เพราะไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจมาก่อนและยังรู้สึกละอายใจกับวีรกรรมที่เคยก่อไว้กับชายหนุ่ม จนลูกศิษย์ตัวน้อยทั้งสองที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เกิดความสงสัยจึงโบกมือไปมาอยู่เบื้องหน้าก่อนจะเขย่าแขนเรียกสติ
“คะ... รีนน่า รินน่ามีอะไรหรือจ๊ะ” หญิงสาวหันมามองลูกศิษย์ตัวน้อยพลางเลิกคิ้วขึ้นเชิงถาม
“คุณครูนั่นแหละค่ะเป็นอะไรหรือเปล่า หนูเรียกตั้งหลายครั้งก็ไม่ได้ยิน” แฝดผู้พี่เป็นคนถามขึ้น
“เปล่านี่จ๊ะ” ชมพูนุชส่ายหน้าปฏิเสธพลางแตะศีรษะเล็กเบาๆ ก่อนหันมาตั้งใจสอนต่อ แม้บางครั้งจะมีใบหน้าอดีตสามีแวบขึ้นมาในห้วงของความคิดรบกวนจิตใจ จนเธอต้องพยายามสลัดออกอยู่หลายครั้ง เมื่อหมดชั่วโมงการสอนเธอรีบออกไปข้างนอกเพื่อขอตั้งหลัก
“นั่นคุณครูจะออกไปไหนคะ” นวลปรางเอ่ยถามครูสาวที่กำลังสะพายกระเป๋าออกจากบ้านอย่างรีบเร่ง ราวต้องการหนีใคร
“เอ่อ... นุชมีนัดคุยงานกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยค่ะ กลับมาน่าจะไม่ทันกินมื้อเย็น” เป็นเพียงข้ออ้างที่ชมพูนุชใช้เพื่อจะออกจากบ้านเท่านั้น เพราะเธอยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับชานนท์ในเวลานี้
“งั้นก็อย่ากลับเกินสามทุ่มครึ่งนะคะ” แม่บ้านสูงวัยสั่งกำชับตามหลังหญิงสาวออกไป
เมื่อพ้นจากประตูใหญ่ของคฤหาสน์หรู ชมพูนุชถึงกับปล่อยลมหายใจออกด้วยความโล่งอก ก่อนจะเดินไปเรื่อยๆ ตามทางโดยไร้จุดหมาย รู้สึกเคว้งคว้างไม่รู้จะไปทางไหนดี จนกระทั่งถึงสวนสาธารณะตัดสินใจนั่งเล่นที่นี่เพื่อฆ่าเวลา คิดถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เธอพบกับชานนท์ที่มหาวิทยาลัยครั้งแรก เขาช่างแสนดีคอยปกป้องดูแลและคอยช่วยแก้ไขปัญหายามที่เธอมีเรื่องทุกข์ใจ แต่เธอกลับมองข้ามความดีเหล่านั้น ความรู้สึกละอายแก่ใจจึงถาโถมเข้ามา ตอกย้ำความผิดพลาดในอดีต
“แล้วแบบนี้ จะกล้ากลับไปพบหน้านนท์ได้ยังไงกัน” ชมพูนุชพร่ำบ่นกับตัวเอง ได้แต่ถอนหายใจทิ้งไปอย่างไร้ค่า จนเวลาล่วงเลยไปเกือบยี่สิบเอ็ดนาฬิกา หญิงสาวจึงเดินกลับไปทางเดิมถึงหน้าหมู่บ้าน ทว่าต้องสะดุ้งกับเสียงบีบแตรรถ
“คุณซาโตชิ” หญิงสาวโค้งศีรษะให้แก่เจ้านายหนุ่ม
“ขึ้นรถสิครับ”
“ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าเดินขึ้นรถไปนั่งคู่เบาะด้านหลังกับเจ้านายหนุ่ม
“ผมบอกแล้วไงครับเวลาออกไปไหน ให้เอารถที่บ้านไปใช้”
“ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ ฉันแค่ไปคุยงานกับอาจารย์เท่านั้นเอง”
“รบกวนอะไรครับ รถที่บ้านจอดว่างอยู่ตั้งหลายคัน” เห็นทีเขาคงต้องเลือกรถให้ครูสาวไว้ใช้ส่วนตัวสักคัน เวลาออกไปทำธุระที่ไหนจะได้ไม่ลำบาก แต่ความคิดนี้กลับสร้างความลำบากใจให้แก่หญิงสาวไม่น้อย
เมื่อถึงคฤหาสน์ คนขับรถก็เคลื่อนเข้าไปจอดบริเวณหน้าตึก ซาโตชิเดินลงมาเปิดประตูให้แก่หญิงสาว ตามหน้าที่ของสุภาพบุรุษพึงกระทำ แต่สร้างความเข้าใจผิดให้แก่ภรรยาซึ่งกำลังยืนคุยกับญาติผู้น้องที่ระเบียงห้อง
“เห็นเมียแกไหมนนท์ พี่พูดผิดเสียที่ไหน” คนพูดกำหมัดทั้งสองข้างไว้แน่น ใจแทบจะระเบิดออกมาเมื่อเห็นสามีให้ความสนิทสนมกับผู้หญิงอื่นทั้งที่เธออยู่ในบ้าน
“อดีตครับพี่โย” ชานนท์เน้นย้ำเสียงแข็ง
“ก็นั่นแหละ... ลางสังหรณ์พี่ไม่ผิดไปจริงๆ”
“อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้สิครับพี่” ชานนท์โอบไหล่ญาติผู้พี่เชิงปลอบ และคิดว่าอดีตภรรยาคงไม่ทำตัวเหลวแหลกหลังผิดหวังจากพี่ชายบุญธรรมของเธอ
“เห็นอยู่ตำตานะนนท์” โยทะกาหันมาแว้ดใส่น้องชายที่ยังหน้ามืดตามัวเข้าข้างอดีตภรรยา
“อาจจะไม่มีอะไรกันก็ได้... พี่โยเองก็ควรเงียบไว้และไม่ต้องไปเค้นถามกับคุณซาโตจนต้องทะเลาะกันล่ะ” ชานนท์กล่าวเตือนสติ เพราะยิ่งหาเรื่องก็ยิ่งทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเบื่อหน่าย จากที่ไม่คิดก็อาจจะเริ่มคล้อยตาม
“พี่กับเขาก็ทะเลาะกันประจำ” โยทะกาพูดออกมาราวกับเป็นเรื่องปกติ
“สักวันเถอะคุณซาโตจะเบื่อเอา แล้วอย่ามาร้องไห้กับผมล่ะ”
“ก็ลองดูสิ” หญิงสาวสวนกลับอย่างเอาแต่ใจ แม้ในใจจะสั่นคลอนไม่น้อย
“เป็นผมคงเบื่อแย่ เมียชวนทะเลาะแทนที่จะได้สวีตหวานกัน”
“ก็มันอดไม่ได้นี่ตานนท์ พี่เขยแกก็ไว้ใจได้ซะที่ไหนกันล่ะ”
“เรื่องมันก็ผ่านมาแล้วตั้งแปดปี คุณซาโตก็พิสูจน์ให้พี่เห็นแล้วนี่ยังไม่พออีกหรือ ผมว่าพี่โยควรหัดใจเย็นๆ ควบคุมอารมณ์หน่อยสิ ถ้าพี่ยังเป็นแบบนี้ ต่อให้รักมากก็จืดจางได้ เชื่อผมนะ”
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่ ส่วนเรื่องนุชผมจะจัดการไม่ให้เขาไปยุ่งกับคุณซาโตเอง”
“จัดการไงนนท์” เรียวคิ้วสวยเลิกขึ้นสูงเชิงสงสัย
“ไว้ผมจะบอกทีหลัง ขอกุญแจสำรองห้องนุชหน่อยสิ”
“เอาไปทำไม เลิกกันไปแล้วจะไปยุ่งกับเขาอีกทำไมนนท์” โยทะกามองน้องชายอย่างไม่ไว้ใจและไม่เห็นด้วยหากอีกฝ่ายไปยุ่มย่ามกับชมพูนุช
“ผมจะเข้าไปคุยเรื่องคุณซาโตเท่านั้น”
“รอถามพรุ่งนี้ก็ได้นี่”
“ผมคงไม่มีโอกาสถามส่วนตัวแน่ พี่ก็เห็นว่าคนที่บ้านพลุกพล่านขนาดไหน ที่สำคัญผมก็ไม่อยากให้ใครมาได้ยินด้วย”
โยทะกาคล้อยตามคำพูดของญาติผู้น้อง จึงวางใจเดินลงไปขอกุญแจสำรองจากแม่บ้านแล้วนำเอาขึ้นมาให้ชานนท์ที่ห้องนอนอีกครั้ง
“แน่ใจใช่ไหมว่าไม่เกิดอะไรขึ้น” โยทะกาถามย้ำอีกครั้งให้แน่ใจ
เมื่อถึงห้องพักชมพูนุชก็โถมตัวลงนอนพร้อมปล่อยเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวในหัวใจ งานนี้ เจ็บปวดยิ่งกว่าที่รู้ว่าอติวิชญ์เลือกกรองขวัญเสียอีก นี่มันคือความรักใช่ไหม“ทำไมฮือๆ ทำไมนุชต้องรักคุณด้วยนนท์” ชมพูนุชกอดตัวเองร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ วันนี้จากตั้งใจที่จะเข้าไปทำงานในห้องสมุด แต่กลับไม่มีสมาธิกับงานตรงหน้า เลยตัดสินใจกลับมาที่บ้านพัก ดั่งเหมือนฟ้าฟาดลงกลางใจทั้งที่เคยมั่นใจว่าไม่เคยรักอดีตสามี และคิดมาตลอดว่าจะไม่หวั่นไหวแน่หากเห็นเขากับมาริสาอยู่ด้วยกัน แต่วันนี้ได้คำตอบของหัวใจอย่างชัดเจนว่าเธอกำลังมีใจให้ชานนท์ในวันที่สายเกินไป“นุช... รักคุณค่ะนนท์” หญิงสาวเค้นออกมา แต่ละคำมันกลั่นกรองออกมาจากหัวใจพร้อมกับความเจ็บปวดเพราะเขามีคนอื่นอยู่ข้างกายเสียแล้วคนที่ชมพูนุชพร่ำถึงขับรถตรงไปยังโครงการด้วยสีหน้าเครียดขมึง ไม่ยอมพูดยอมจาตั้งแต่ขับรถออกมาจากบ้านของญาติผู้พี่“ทำไมคุณถึงไม่บอกริสาสักคำว่าคุณนุชเธอมาสอนลูกเลี้ยงคุณโยที่นี่”“ห้ามเอ่ยต่อหน้ารีนน่ากับรินน่าเด็ดขาดว่าแกไม่ใช่ลูกพ
“คุณนนท์” มาริสาปรี่เข้ามาหาชายหนุ่มด้วยความดีใจ แต่อีกฝ่ายเหมือนจะนิ่งไปชั่วขณะ“คุณมาได้ยังไงมาริสา” น้ำเสียงไม่ได้มีความยินดีแม้แต่น้อย“เอ่อ... ริสาคิดถึงคุณ เลยขอลาพักร้อน” มาริสาเหลือบตามองโยทะกาครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวเสียงอ้อมแอ้มตามที่เตี๊ยมกันไว้“ผมเป็นเจ้านาย ทำไมถึงไม่รู้”“ถ้าริสาลา แล้วคุณจะอนุมัติหรือคะ” มาริสาเผลอใช้น้ำเสียงประชดด้วยความน้อยใจ“พี่ว่านนท์พาริสาไปคุยที่บนห้องดีกว่า” โยทะกาไม่อยากให้เด็กเห็นกิริยาก้าวร้าวของผู้ใหญ่ กลัวจะนำไปเรียนแบบหากโตขึ้นมา“ครับ... มาคุยกับผมที่สระว่ายน้ำ” ว่าแล้วชานนท์ก็สาวเท้าเดินนำออกไปด้วยท่าทางเกรี้ยวโกรธ“คุณมาริสามากับคุณโยได้ยังไงคะ” นวลปรางอดถามไม่ได้“โยไปรับมาเองแหละ ป้าช่วยจัดห้องให้เธอด้วยแล้วกัน”“ไหนเคยบอกว่าไม่ชอบเธอ และจะไม่ยอมให้มาพักที่บ้านไงคะ” แม่บ้านโต้แย้งขึ้นมาอย่างแปลกใจ“มันจำเป็นน่ะป้า โยไม่อยากให้นนท์หลงผิด เพื่อตั
“ใครจะไปรู้ล่ะว่านุชยังฝังใจกับพี่วิชญ์ไม่เลิก เป็นของผมแล้วแท้ๆ ยังหาข้ออ้างสารพัดกลับไปอยู่ใกล้ชิดกับคนที่เธอรัก” ยามนึกถึงเรื่องนี้เมื่อไหร่เจ็บแปลบที่หัวใจเสียทุกครั้ง“นนท์” โยทะกาเอื้อมมือมาแตะแผ่นหลังของญาติผู้น้องอย่างเห็นใจ“อย่ามาห้ามผมเลยพี่”“จะเจ็บหนักกว่าเดิมนะนนท์ พิษรักมันมีอานุภาพร้ายแรงขนาดไหนแกก็น่าจะรู้ดี ทำไมไม่เชื่อพี่บ้าง” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนใจที่น้องชายที่เธอรักกำลังหลงผิด“ไม่มีทาง คนที่เจ็บคือชมพูนุช ไม่ใช่ผมแน่” ชายหนุ่มยังดื้อดึงกล่าวด้วยถ้อยคำที่หนักแน่น ทำให้โยทะกาเหนื่อยใจที่จะพูด เห็นต้องยืมมือมาริสามาขัดขวางแผนการของชานนท์แล้วสิ“ว่าแต่เรื่องผม เรื่องพี่กับคุณซาโตเป็นยังไงบ้างล่ะ หลายวันมานี่ผมไม่เห็นหน้าคุณซาโตเลย”“ไปติดต่อธุรกิจที่ฮ่องกง อีกสองวันถึงจะกลับ”“แล้วทำไมพี่ไม่ตามไปด้วยล่ะ ระวังเถอะ”“ช่างเถอะ หากเขาทำอีกพี่ก็คงเลิกอย่างถาวร” โยทะกากล่าวอย่างปลงตก เหนื่อยที่จะ
“มันถูกต้องที่สุดแล้วที่รัก ผมคิดถึงคุณทุกลมหายใจ คิดถึงเรือนร่างของคุณที่ตราตรึงใจในคืนแต่งงานของเรา” ชายหนุ่มพึมพำบอกก่อนจุมพิตไปทั่วบนผิวเนื้อเนียนละเอียดจนต่ำลงมาเรื่อยถึงจุดอ่อนไหวต่อสัมผัสของเธอ แล้วจูบพรมลงไปบนเนินเนื้ออย่างไม่ลังเล ทำเอาเจ้าของร่างสะดุ้งเฮือกยามถูกปลายลิ้นที่ร้อนผ่าวตวัดโลมเลียตามร่องกุหลาบงาม“นนท์...อืม”สติของชมพูนุชถึงกับหลุดลอยยามถูกอดีตสามีสอดปลายลิ้นเข้าไปในช่องแคบอุ่นนุ่มของตน พร้อมกันนั้นก็ยกสะโพกกลมกลึงขยับเข้าหาปลายลิ้นอย่างลืมอาย ในเวลานี้ต้องการเพียงแค่ให้เขาช่วยปลดปล่อยเธอจากความทรมานนี่เสียลิ้นร้อนหยุดปรนเปรอหญิงสาวกลางคันเพราะเขาต้องการสำเร็จโทษด้วยเนื้อแท้ของเขาเอง จนสาวใต้ร่างเกิดอาการมึนงง นอนระทวยอยู่เบื้องหน้ามองอีกฝ่ายกำลังจัดการกับอาภรณ์ส่วนล่าง ดวงตากลมโตเบิกตาโพลงเมื่อเห็นส่วนสำคัญของเขา แต่ก็ไม่สามารถขยับหนีไปไหนได้เพราะร่างกายอ่อนแรงไปเสียดื้อๆ จนกระทั่งเขากลับลงมานอนเคียงข้าง แล้วจุมพิตหนักๆ ลงกลางหน้าผากเนียน“เป็นของผมอีกครั้งนะที่รัก เราจะมีความสุขด้วยกันอีกครั้ง&
“ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันอยากทำอะไรให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจบ้าง” นั่นเป็นเหตุผลเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น เหตุผลหลักคือต้องการมารักษาแผลใจ ยิ่งห่างจากอติวิชญ์ กลับยิ่งชัดเจนในความรู้สึกที่มีต่อพี่ชายบุญธรรม มันไม่ใช่ความรักในเชิงชู้สาว ที่เธอเข้าใจมันผิดมาตลอด“คุณก็ไม่เคยทำให้ท่านผิดหวังนี่ ดูท่านจะโปรดปรานคุณเสียด้วย”“แต่ฉันก็อยากเดินด้วยลำแข้งของตัวเองบ้าง อยากทำงานด้วยความสามารถตัวเอง เรียนจบแล้วฉันอาจจะหางานทำอยู่ที่นี่เลยก็ได้”“คุณแม่จะยอมเหรอ ดูท่านหวงคุณออก”“ยอมสิ... ตอนนี้ท่านกำลังเห่อหลานจนลืมฉันไปแล้วก็ได้” ชมพูนุชกล่าวเสียงแผ่วเบาๆ เวลาโทรศัพท์ไปคุยกับมารดาบุญธรรมครั้งใด ท่านก็มักจะเอ่ยถึงแต่ลูกของกรองขวัญให้ฟังเสมอไม่ไถ่ถามว่าเธอเป็นอย่างไรบ้างสบายดีไหม“อิจฉาเด็กว่างั้น” ชายหนุ่มเอ่ยแซวทำให้หญิงสาวรีบแย้งเป็นพัลวันเมื่อมาถึงที่โต๊ะชานนท์เป็นคนจัดการสั่งอาหาร ส่วนมากเป็นของโปรดอดีตภรรยาเสียเป็นส่วนใหญ่ ชมพูนุชแอบรู้สึกดีอยู่ในใจลึกๆ ที่อีกฝ่ายยังไม่ลืมในสิ่งที่ต
“นุชต้องไปแล้วค่ะ”“ไปยังไงครับ เดี๋ยวผมขับรถไปส่งที่บ้านพัก”“พอดีมีรถที่บ้านที่นุชสอนพิเศษมารอรับค่ะ” หญิงสาวชี้ไปทิศทางที่รถชานนท์จอดอยู่ พร้อมความสงสัยว่าอีกฝ่ายรู้ได้อย่างไรว่าเธอเลิกเรียนเวลานี้“ครับ แล้วเจอกันวันพฤหัสนะครับ”“ค่ะ” หญิงสาวขานรับเพียงสั้นๆ แล้วสาวเท้าตรงไปยังรถของชานนท์ที่จอดรออยู่ ก่อนเปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถคู่กับคนขับ“มันเป็นใคร?” คำถามนั้นทำเอาคนที่กำลังคาดเข็มขัดนิรภัยถึงกับชะงักหันมามอง“เพื่อนร่วมชั้นเรียน” หญิงสาวตอบเสียงเรียบ“อย่าเผลอไปยุ่งกับมันเชียวล่ะ”“ทำไมฉันจะไปยุ่งกับเขาไม่ได้ ในเมื่อฉันเองก็โสดคุณต้นเองก็โสด”“ใครบอกว่าคุณโสด อย่าลืมสิคุณกำลังจะมาเป็นเมียน้อยผม”“จะบ้าเหรอ! จะให้ฉันบอกสักกี่หนว่าไม่มีทางไปเป็นเมียน้อยคุณเด็ดขาด”“ไม่มีทางงั้นเหรอ เป็นตอนนี้เลยดีไหม ต่อหน้าไอ้หมอนั่น” ชานนท์เอ่ย พลางสายตามองไปยังด้านนอกรถที่นทียังยืนมองอยู่“อย่ามาทำบ้าๆ นะ” หญิงสาวหน้าตาตื่นพร้อมกับสะดุ้งตกใจ เมื่อฝ่ามือใหญ่แตะลงต้นขาเรียวของเธอ“คุณต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ไปให้ท่าไอ้หมอนั่น” เมื่อเห็นอดีตภรรยายังนิ่งเงียบมือเริ่มไล้เข้าไปใต้กระโปรง “ว่าไง”“ค่ะ ฉ







