Mag-log in“ปล่อย!”
“คุณจะพูดคำว่าปล่อยสักพันครั้ง ผมก็ไม่มีทางปล่อยคุณไปหรอกชมพูนุช ยังไงซะคุณต้องเป็นของผม” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมโน้มใบหน้าชิดกับดวงหน้าหวาน ขณะฝ่ามือโลมไล้ไปทั่วร่างจวบจนถึงจุดไวต่อสัมผัส ก่อนใช้ปลายนิ้วแกร่งกรีดกรายขึ้นลงไปมาหวังปลุกเร้าอารมณ์
ชมพูนุชพยายามสะกดกลั้นเสียงโดยกัดริมฝีปากไว้แน่นไม่ให้เสียงอันน่าอับอายเล็ดลอดออกมา ยิ่งทำให้อีกฝ่ายอยากแกล้งโดยสอดปลายนิ้วแกร่งเข้าไปในช่องแคบอันอุ่นนุ่ม
“อื้อ... นนท์” แม้จะต่อต้านแรงปรารถนาที่ชายหนุ่มพยายามปรนเปรอให้ สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ต่ออารมณ์ส่วนลึกที่โหยหามาตลอด จนต้องปล่อยเสียงครางออกมาแผ่วเบา
“ร้องออกมาชมพูนุช ร้องออกมาดังๆ” ชายหนุ่มกระซิบบอกขณะใบหน้าซุกกลางทรวงอกอิ่มแล้วตวัดลิ้นโลมเลียยอดปลายถันอย่างหลงใหลด้วยใจที่ปรารถนาอย่างแรงกล้า
“ฉันไม่ไหวแล้ว ได้โปรด” หญิงสาวหยัดสะโพกกลมกลึงเข้าหาปลายนิ้วแกร่งอย่างลืมอาย อยากให้เขาช่วยปลดปล่อยเธอจากความทรมานนี้ยิ่งนัก
“บอกมาสิจะให้ผมทำยังไง”
“ฉัน...” แม้กายจะต้องการ แต่กระดากอายที่จะพูดจนอีกฝ่ายหยุดนิ่งแต่ปลายนิ้วยังอยู่ในกายของเธอที่ยังบีบรัดต่อเนื่อง
“ว่าไง...” ชายหนุ่มถามอย่างใจเย็น แม้ใจเจียนคลั่งกับร่างอันเย้ายวนเบื้องหน้า นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้สัมผัส
“อื้อ... ทรมานจะขาดใจแล้วนนท์ อืม...” หญิงสาวพยายามขยับสะโพกเข้าหาปลายนิ้วแกร่งราวเชิญชวน
“ชอบมันก็ไม่บอก แต่... เสียใจด้วยตอนนี้ผมหมดอารมณ์” ว่าแล้วชายหนุ่มก็ดึงปลายนิ้วแกร่งออก แกล้งให้อีกฝ่ายอับอาย “ไร้ยางอายสิ้นดีชมพูนุช” ชานนท์ยิ้มหยันอย่างสาแก่ใจเมื่อสามารถสร้างความอับอายให้แก่อดีตภรรยาสำเร็จ
“สมใจคุณแล้วใช่ไหมนนท์” หญิงสาวกล่าวเสียงสั่นเครือ พร้อมกับลนลานหาผ้าห่มมาคลุมร่าง
“ยัง นี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น สามเดือนนี้เราคงได้สนุกกันอีกนานที่รัก”
“ออกไปเลยนะ ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้” ชมพูนุชชี้นิ้วสั่นเทิ้มด้วยความอายปนความโกรธ
“ตะโกนไปเลยชมพูนุช ทุกคนในบ้านเขาจะได้รู้ว่าคุณกำลังนอนแก้ผ้ายั่วยวนผมอยู่”
“หยาบคายที่สุด ฉันไม่คิดว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้ ชานนท์ที่แสนอ่อนโยน มันหายไปไหน”
“หายไปพร้อมกับคุณไงนุช ต่อจากนี้ไปคุณจะได้เห็นแต่ด้านมืดของผม เตรียมตัวรับไว้ให้ดีแล้วกัน ตลอดสามเดือนนี้ ชีวิตคุณไม่อยู่อย่างสงบสุขแน่จำไว้” ชายหนุ่มพูดทิ้งท้ายแล้วเดินออกไปจากห้องนอนของหญิงสาว
ชมพูนุชถึงกับปล่อยโฮออกมาสุดกลั้นด้วยความหวาดกลัวปนความเสียใจ สิ่งเดียวที่เธอทำได้คือหนี แต่จะหนีไปไหนก็ไม่ได้เพราะเธอติดสัญญาจ้างอยู่
“คุณมันบ้าไปแล้วนนท์” หญิงสาวพึมพำครุ่นคิดหาทางออกตลอดทั้งคืน กว่าจะข่มตาหลับลงได้ก็เกือบครึ่งค่อนคืน
ชมพูนุชงัวเงียตื่นขึ้นหลังได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือ แต่กลับเอนตัวลงไปนอนอีกรอบเพราะยังรู้สึกเพลียเนื่องจากนอนดึก กระทั่งเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นอีกครั้ง จึงตะลีตะลานวิ่งเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้านพักอย่างรีบเร่งเพื่อไปให้ทันเข้าเรียนวิชาแรก จึงไม่ทันสังเกตว่ามีรถคันหนึ่งขับตามหลังมาอย่างช้าๆ ทว่าต้องสะดุ้งหยุดอยู่กับที่ทันทีที่ได้ยินเสียงบีบแตร เมื่อเห็นว่าเป็นใครจึงตะโกนบอกเสียงขุ่นเขียวก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดอะไรออกมา
“ฉันไม่มีเวลาว่างมาคุยเรื่องไร้สาระกับคุณ”
“ยังไม่หายโกรธที่ผมทิ้งคุณอารมณ์ค้างเมื่อคืนอีกเหรอ” ชายหนุ่มกล่าวยั่ว
“ทุเรศ!” เธอแหวเสียงสวนขึ้นมาแล้วชักปลายเท้าเดินหนี แต่เขายังขับรถตามมาวอแวไม่เลิก
“ขึ้นรถสิ”
ชานนท์แอบถามข้อมูลมาจากคู่แฝดถึงรู้ว่าวันนี้ชมพูนุชมีเรียนตอนเก้าโมงครึ่ง เขาจึงขับรถมาดักรอหญิงสาวอยู่ที่หน้าบ้านเกือบชั่วโมงก็เห็นเธอวิ่งหอบกระเป๋าเป้ออกมา
“ฉันจะไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้น”
“ผมแค่จะไปส่งคุณที่มหาวิทยาลัย มีเรียนตอนเก้าโมงครึ่งไม่ใช่หรือ ขืนชักช้าเข้าสายผมไม่รู้ด้วย”
ชมพูนุชยืนลังเลชั่วครู่และไม่เห็นแววตาเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่าย จึงยอมเดินขึ้นรถไปนั่งคู่ด้านข้างคนขับ แต่นั่งชิดขอบประตูราวกับกลัวเขาจะเข้ามาทำร้าย
“ผมไม่มีอารมณ์มาปล้ำคุณในรถ ต่อไปผมจะไปรับไปส่งคุณไปเรียนทุกวัน”
“ฉันไปเองได้”
“ห้ามปฏิเสธความต้องการผม” ชายหนุ่มกล่าวอย่างเอาแต่ใจ
“คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่ง ฉันไม่ใช่ภรรยาหรือลูกน้องใต้บังคับบัญชาของคุณนะ”
“คุณกำลังเป็นว่าที่เมียน้อย”
“ไม่มีทาง! ฉันไม่มีทางเป็นเมียน้อยของคุณอย่างเด็ดขาด”
“ก็คอยดู ว่าผมกับคุณใครจะชนะ” ชายหนุ่มกล่าวเท่านั้นต่างฝ่ายต่างก็เงียบเสียงลง จวบจนกระทั่งถึงหน้ามหาวิทยาลัย
ชมพูนุชเลิกคิ้วน้อยๆ อย่างประหลาดใจ แต่เธอไม่มีเวลาซักถามข้อข้องใจเพราะกลัวเข้าห้องเรียนสาย ก่อนก้าวเท้าลงจากรถ เขาได้สั่งกำชับตามหลังว่าจะขับรถมารับเธอตอนเลิกเรียน และห้ามหนีกลับก่อนเด็ดขาด มิเช่นนั้นจะถูกลงโทษ หญิงสาวเพียงแต่พยักหน้ารับคำ เพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่รู้ว่าเธอมีเรียนกี่วิชา
ชมพูนุชรีบหอบหนังสือออกจากห้องหลังหมดชั่วโมงเรียน แต่เดินไปยังไม่ถึงครึ่งทางก็ได้ยินเสียงเรียกจากด้านหลังทำให้เรียวเท้าเล็กต้องชะงักหันไปมอง ปรากฏว่าเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเธอและยังเป็นคนไทยอีกด้วย
“คุณนุชจะไปไหนต่อหรือครับ” นทีสาวเท้าเดินตามร่างเล็กมาติดๆ จนมายืนข้างกาย
“นุชคงต้องกลับไปสอนพิเศษเด็กๆ ต่อค่ะ”
“เอ... คุณนุชเคยบอกว่ามีสอนแค่เสาร์อาทิตย์ไงครับ”
“จริงๆ กำหนดสอนแค่เสาร์อาทิตย์ แต่นุชเห็นว่าช่วงเย็นอยู่ว่างๆ ไม่ได้ทำอะไรก็เลยขอสอนการบ้านให้กับเด็กๆ ด้วย เกรงใจนายจ้างด้วยค่ะ ถ้าไปนั่งๆ นอนๆ ไม่ทำประโยชน์อะไร”
“ถ้าไม่สะดวกใจไปพักที่บ้านผมก็ได้นะครับ ผมอยู่คนเดียวห้องว่างเยอะแยะ ไม่ต้องมาคอยระวังสายตาใคร” ชายหนุ่มรีบขันอาสา หวังมีโอกาสได้ใกล้ชิดหญิงที่ตนแอบหมายปอง
“ขอบคุณนะคะ แต่นุชพักอยู่ที่นั่นก็สะดวกสบายดีอยู่แล้ว” ชมพูนุชกล่าวปฏิเสธด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่มไม่ให้อีกฝ่ายเสียหน้า
“ถ้าเปลี่ยนใจก็บอกนะครับ” นทีไม่วายกล่าวย้ำ แต่ยังไม่ทันหญิงสาวได้ตอบรับ เสียงแตรรถก็ดังขึ้นแทรกเสียก่อน คนที่เสียมารยาทไม่ใช่ใครอื่นไกล ชานนท์อดีตสามีของเธอนั่นเอง
เมื่อถึงห้องพักชมพูนุชก็โถมตัวลงนอนพร้อมปล่อยเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวในหัวใจ งานนี้ เจ็บปวดยิ่งกว่าที่รู้ว่าอติวิชญ์เลือกกรองขวัญเสียอีก นี่มันคือความรักใช่ไหม“ทำไมฮือๆ ทำไมนุชต้องรักคุณด้วยนนท์” ชมพูนุชกอดตัวเองร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ วันนี้จากตั้งใจที่จะเข้าไปทำงานในห้องสมุด แต่กลับไม่มีสมาธิกับงานตรงหน้า เลยตัดสินใจกลับมาที่บ้านพัก ดั่งเหมือนฟ้าฟาดลงกลางใจทั้งที่เคยมั่นใจว่าไม่เคยรักอดีตสามี และคิดมาตลอดว่าจะไม่หวั่นไหวแน่หากเห็นเขากับมาริสาอยู่ด้วยกัน แต่วันนี้ได้คำตอบของหัวใจอย่างชัดเจนว่าเธอกำลังมีใจให้ชานนท์ในวันที่สายเกินไป“นุช... รักคุณค่ะนนท์” หญิงสาวเค้นออกมา แต่ละคำมันกลั่นกรองออกมาจากหัวใจพร้อมกับความเจ็บปวดเพราะเขามีคนอื่นอยู่ข้างกายเสียแล้วคนที่ชมพูนุชพร่ำถึงขับรถตรงไปยังโครงการด้วยสีหน้าเครียดขมึง ไม่ยอมพูดยอมจาตั้งแต่ขับรถออกมาจากบ้านของญาติผู้พี่“ทำไมคุณถึงไม่บอกริสาสักคำว่าคุณนุชเธอมาสอนลูกเลี้ยงคุณโยที่นี่”“ห้ามเอ่ยต่อหน้ารีนน่ากับรินน่าเด็ดขาดว่าแกไม่ใช่ลูกพ
“คุณนนท์” มาริสาปรี่เข้ามาหาชายหนุ่มด้วยความดีใจ แต่อีกฝ่ายเหมือนจะนิ่งไปชั่วขณะ“คุณมาได้ยังไงมาริสา” น้ำเสียงไม่ได้มีความยินดีแม้แต่น้อย“เอ่อ... ริสาคิดถึงคุณ เลยขอลาพักร้อน” มาริสาเหลือบตามองโยทะกาครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวเสียงอ้อมแอ้มตามที่เตี๊ยมกันไว้“ผมเป็นเจ้านาย ทำไมถึงไม่รู้”“ถ้าริสาลา แล้วคุณจะอนุมัติหรือคะ” มาริสาเผลอใช้น้ำเสียงประชดด้วยความน้อยใจ“พี่ว่านนท์พาริสาไปคุยที่บนห้องดีกว่า” โยทะกาไม่อยากให้เด็กเห็นกิริยาก้าวร้าวของผู้ใหญ่ กลัวจะนำไปเรียนแบบหากโตขึ้นมา“ครับ... มาคุยกับผมที่สระว่ายน้ำ” ว่าแล้วชานนท์ก็สาวเท้าเดินนำออกไปด้วยท่าทางเกรี้ยวโกรธ“คุณมาริสามากับคุณโยได้ยังไงคะ” นวลปรางอดถามไม่ได้“โยไปรับมาเองแหละ ป้าช่วยจัดห้องให้เธอด้วยแล้วกัน”“ไหนเคยบอกว่าไม่ชอบเธอ และจะไม่ยอมให้มาพักที่บ้านไงคะ” แม่บ้านโต้แย้งขึ้นมาอย่างแปลกใจ“มันจำเป็นน่ะป้า โยไม่อยากให้นนท์หลงผิด เพื่อตั
“ใครจะไปรู้ล่ะว่านุชยังฝังใจกับพี่วิชญ์ไม่เลิก เป็นของผมแล้วแท้ๆ ยังหาข้ออ้างสารพัดกลับไปอยู่ใกล้ชิดกับคนที่เธอรัก” ยามนึกถึงเรื่องนี้เมื่อไหร่เจ็บแปลบที่หัวใจเสียทุกครั้ง“นนท์” โยทะกาเอื้อมมือมาแตะแผ่นหลังของญาติผู้น้องอย่างเห็นใจ“อย่ามาห้ามผมเลยพี่”“จะเจ็บหนักกว่าเดิมนะนนท์ พิษรักมันมีอานุภาพร้ายแรงขนาดไหนแกก็น่าจะรู้ดี ทำไมไม่เชื่อพี่บ้าง” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนใจที่น้องชายที่เธอรักกำลังหลงผิด“ไม่มีทาง คนที่เจ็บคือชมพูนุช ไม่ใช่ผมแน่” ชายหนุ่มยังดื้อดึงกล่าวด้วยถ้อยคำที่หนักแน่น ทำให้โยทะกาเหนื่อยใจที่จะพูด เห็นต้องยืมมือมาริสามาขัดขวางแผนการของชานนท์แล้วสิ“ว่าแต่เรื่องผม เรื่องพี่กับคุณซาโตเป็นยังไงบ้างล่ะ หลายวันมานี่ผมไม่เห็นหน้าคุณซาโตเลย”“ไปติดต่อธุรกิจที่ฮ่องกง อีกสองวันถึงจะกลับ”“แล้วทำไมพี่ไม่ตามไปด้วยล่ะ ระวังเถอะ”“ช่างเถอะ หากเขาทำอีกพี่ก็คงเลิกอย่างถาวร” โยทะกากล่าวอย่างปลงตก เหนื่อยที่จะ
“มันถูกต้องที่สุดแล้วที่รัก ผมคิดถึงคุณทุกลมหายใจ คิดถึงเรือนร่างของคุณที่ตราตรึงใจในคืนแต่งงานของเรา” ชายหนุ่มพึมพำบอกก่อนจุมพิตไปทั่วบนผิวเนื้อเนียนละเอียดจนต่ำลงมาเรื่อยถึงจุดอ่อนไหวต่อสัมผัสของเธอ แล้วจูบพรมลงไปบนเนินเนื้ออย่างไม่ลังเล ทำเอาเจ้าของร่างสะดุ้งเฮือกยามถูกปลายลิ้นที่ร้อนผ่าวตวัดโลมเลียตามร่องกุหลาบงาม“นนท์...อืม”สติของชมพูนุชถึงกับหลุดลอยยามถูกอดีตสามีสอดปลายลิ้นเข้าไปในช่องแคบอุ่นนุ่มของตน พร้อมกันนั้นก็ยกสะโพกกลมกลึงขยับเข้าหาปลายลิ้นอย่างลืมอาย ในเวลานี้ต้องการเพียงแค่ให้เขาช่วยปลดปล่อยเธอจากความทรมานนี่เสียลิ้นร้อนหยุดปรนเปรอหญิงสาวกลางคันเพราะเขาต้องการสำเร็จโทษด้วยเนื้อแท้ของเขาเอง จนสาวใต้ร่างเกิดอาการมึนงง นอนระทวยอยู่เบื้องหน้ามองอีกฝ่ายกำลังจัดการกับอาภรณ์ส่วนล่าง ดวงตากลมโตเบิกตาโพลงเมื่อเห็นส่วนสำคัญของเขา แต่ก็ไม่สามารถขยับหนีไปไหนได้เพราะร่างกายอ่อนแรงไปเสียดื้อๆ จนกระทั่งเขากลับลงมานอนเคียงข้าง แล้วจุมพิตหนักๆ ลงกลางหน้าผากเนียน“เป็นของผมอีกครั้งนะที่รัก เราจะมีความสุขด้วยกันอีกครั้ง&
“ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันอยากทำอะไรให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจบ้าง” นั่นเป็นเหตุผลเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น เหตุผลหลักคือต้องการมารักษาแผลใจ ยิ่งห่างจากอติวิชญ์ กลับยิ่งชัดเจนในความรู้สึกที่มีต่อพี่ชายบุญธรรม มันไม่ใช่ความรักในเชิงชู้สาว ที่เธอเข้าใจมันผิดมาตลอด“คุณก็ไม่เคยทำให้ท่านผิดหวังนี่ ดูท่านจะโปรดปรานคุณเสียด้วย”“แต่ฉันก็อยากเดินด้วยลำแข้งของตัวเองบ้าง อยากทำงานด้วยความสามารถตัวเอง เรียนจบแล้วฉันอาจจะหางานทำอยู่ที่นี่เลยก็ได้”“คุณแม่จะยอมเหรอ ดูท่านหวงคุณออก”“ยอมสิ... ตอนนี้ท่านกำลังเห่อหลานจนลืมฉันไปแล้วก็ได้” ชมพูนุชกล่าวเสียงแผ่วเบาๆ เวลาโทรศัพท์ไปคุยกับมารดาบุญธรรมครั้งใด ท่านก็มักจะเอ่ยถึงแต่ลูกของกรองขวัญให้ฟังเสมอไม่ไถ่ถามว่าเธอเป็นอย่างไรบ้างสบายดีไหม“อิจฉาเด็กว่างั้น” ชายหนุ่มเอ่ยแซวทำให้หญิงสาวรีบแย้งเป็นพัลวันเมื่อมาถึงที่โต๊ะชานนท์เป็นคนจัดการสั่งอาหาร ส่วนมากเป็นของโปรดอดีตภรรยาเสียเป็นส่วนใหญ่ ชมพูนุชแอบรู้สึกดีอยู่ในใจลึกๆ ที่อีกฝ่ายยังไม่ลืมในสิ่งที่ต
“นุชต้องไปแล้วค่ะ”“ไปยังไงครับ เดี๋ยวผมขับรถไปส่งที่บ้านพัก”“พอดีมีรถที่บ้านที่นุชสอนพิเศษมารอรับค่ะ” หญิงสาวชี้ไปทิศทางที่รถชานนท์จอดอยู่ พร้อมความสงสัยว่าอีกฝ่ายรู้ได้อย่างไรว่าเธอเลิกเรียนเวลานี้“ครับ แล้วเจอกันวันพฤหัสนะครับ”“ค่ะ” หญิงสาวขานรับเพียงสั้นๆ แล้วสาวเท้าตรงไปยังรถของชานนท์ที่จอดรออยู่ ก่อนเปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถคู่กับคนขับ“มันเป็นใคร?” คำถามนั้นทำเอาคนที่กำลังคาดเข็มขัดนิรภัยถึงกับชะงักหันมามอง“เพื่อนร่วมชั้นเรียน” หญิงสาวตอบเสียงเรียบ“อย่าเผลอไปยุ่งกับมันเชียวล่ะ”“ทำไมฉันจะไปยุ่งกับเขาไม่ได้ ในเมื่อฉันเองก็โสดคุณต้นเองก็โสด”“ใครบอกว่าคุณโสด อย่าลืมสิคุณกำลังจะมาเป็นเมียน้อยผม”“จะบ้าเหรอ! จะให้ฉันบอกสักกี่หนว่าไม่มีทางไปเป็นเมียน้อยคุณเด็ดขาด”“ไม่มีทางงั้นเหรอ เป็นตอนนี้เลยดีไหม ต่อหน้าไอ้หมอนั่น” ชานนท์เอ่ย พลางสายตามองไปยังด้านนอกรถที่นทียังยืนมองอยู่“อย่ามาทำบ้าๆ นะ” หญิงสาวหน้าตาตื่นพร้อมกับสะดุ้งตกใจ เมื่อฝ่ามือใหญ่แตะลงต้นขาเรียวของเธอ“คุณต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ไปให้ท่าไอ้หมอนั่น” เมื่อเห็นอดีตภรรยายังนิ่งเงียบมือเริ่มไล้เข้าไปใต้กระโปรง “ว่าไง”“ค่ะ ฉ







