Mag-log inนทีใช้เวลาเดินทางมาถึงบ้านชมพูนุชเกือบชั่วโมงครึ่งเพราะการจราจรที่ติดขัดแม้ว่าจะเป็
“จะกลัวทำไมครับ ในเมื่อใจของคุณนุชเป็นของคุณอยู่แล้ว ถึงผมจะทำตัวดีแค่ไหนเธอก็ไม่รัก จงรักษารักครั้งนี้ไว้ให้นานนะครับผมเอาใจช่วย” นทีตบหลังมืออีกฝ่ายเบาๆ “ครับ สำหรับมิตรภาพ” ชานนท์ยื่นมือขึ้นมากับมิตรภาพครั้งใหม่ด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ไร้ความขุ่นมัว ชมพูนุชที่แอบมองอยู่ไกลๆ แม้จะไม่ได้ยินที่ทั้งคู่พูดคุยอะไรกัน แต่การจับมือของทั้งคู่ก็เป็นนิมิตหมายอันดีชมพูนุชได้ย้ายเข้ามาอยู่บ้านสามีร่วมสองเดือนทุกคนในบ้านให้การต้อนรับเป็นอย่างดีในฐานะสะใภ้ ชรัลจัดการจ้างพี่เลี้ยงมาช่วยอีกแรง แต่เธอปฏิเสธเพราะตั้งใจจะเลี้ยงบุตรสาวด้วยสองมือของตัวเอง อยากทำทุกอย่างเหมือนที่เธอเคยอยากให้มารดาผู้ให้กำเนิดปฏิบัติต่อเธอ“วันนี้เลี้ยงหนูบัวเหนื่อยไหม” ชานนท์เดินเข้ามาสวมกอดภรรยา ขณะที่เธอกำลังยืนเหม่ออยู่ที่ระเบียงห้อง“ก็นิดหน่อยค่ะ ลูกหลับแล้วเหรอคะ”หน้าที่กลางคืนจะเป็นของชานนท์ที่อาสาดูแลบุตรสาวเองเพื่อแบ่งเบาภาระภรรยา แม้เธอจะปฏิเสธเพราะเห็นว่าเขามีงานบริษัทต้องดูแลมากมายแล้วไหนจะลูกน้องอีก แต่เข
นทีใช้เวลาเดินทางมาถึงบ้านชมพูนุชเกือบชั่วโมงครึ่งเพราะการจราจรที่ติดขัดแม้ว่าจะเป็นช่วงบ่ายของวันทำงานก็ตามที แถมคนขับรถแท็กซี่ยังขับวนไปมา“หายากไหมคะ”“ตามแผนที่ ที่ให้มาไม่ยากหรอกครับแต่แท็กซี่สิครับเล่นขับวน” ชายหนุ่มอดบ่นไม่ได้ทั้งที่เป็นคนใจเย็น“นุชให้คนขับรถไปรับก็ไม่เอา มาเหนื่อยๆ เข้าไปนั่งที่ห้องรับแขกก่อนดีกว่าค่ะ คุณพ่อคุณแม่ก็อยู่”“ครับ ผมขอหาของฝากก่อนครับ” นทีค้นหาของที่ตนตั้งใจซื้อมาฝากชมพูนุชกับหลานสาว และไม่ลืมซื้อมาฝากบิดามารดาบุญธรรมของหญิงสาวด้วย“ไม่น่าลำบากเลยนะคะ แค่แวะมาเยี่ยมนุชก็ดีใจแล้วค่ะ”“ไม่ลำบากสักนิด นี่ครับของคุณนุชถุงนี้สำหรับหนูบัว”“มีของหนูบัวด้วยหรือคะ”“ครับ เป็นสร้อยข้อมือเล็กๆ รับขวัญหลาน”“ขอบคุณมากค่ะ นุชก็ชวนคุยเสียเพลินเราเข้าไปในบ้านกันเถอะค่ะ” ชมพูนุชเดินนำแขกเข้าไปยังห้องรับแขก ขณะนั้นบิดามารดาบุญธรรมกำลังช่วยกันเลี้ยงหลานคนละคน “คุณพ่อคุณแม่ข
“คุณพ่อท่านบ่นเหงาอยากเลี้ยงหลาน เลยขอให้ผมพานุชกับหลานไปอยู่ด้วยครับ”“คุณชรัลน่ะเหรอจะว่างเลี้ยงหลาน ไหนจะงานที่บริษัทล่ะ”“คุณพ่อกำลังวางมือให้ผมเข้าไปดูแลครับ ท่านบ่นว่าเหนื่อยอยากพักอยู่เลี้ยงหลานที่บ้านครับ” ชานนท์อธิบายถึงเหตุผลที่ต้องพาชมพูนุชกับบุตรสาวไปอยู่ที่บ้านตน“แล้วนุชล่ะลูกอยากไปหรือเปล่า” อติรุจน์หันมาถามบุตรบุญธรรมหวังให้ชมพูนุชปฏิเสธ“เอ่อ...” คนกลางอย่างเธอช่างลำบากใจนัก“ถ้าไม่อยากไปก็ไม่ต้องไปนุช”“นุชเห็นด้วยกับนนท์ค่ะ”“แล้วเกิดอะไรขึ้นใครจะช่วยลูกล่ะนุช” อติรุจน์ยังกังวลไม่ไว้ใจบุตรเขยเท่าไหร่ กลัวจะมีเหตุการณ์ซ้ำรอย“จะไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นอีกแน่นอนครับ ผมให้สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรให้นุชต้องเจ็บช้ำน้ำใจอย่างเด็ดขาดครับคุณพ่อ” ชานนท์เอื้อมมือมากุมมือเรียวไว้แน่นพร้อมกับให้คำมั่นแก่พ่อตาแม่ยาย เขารู้ว่าการกระทำที่ผ่านมามันยากที่บุพการีของภรรยาจะไว้วางใจ เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์
“ไม่เอา ผมอยากได้ยินจากปากของคุณเอง”“ค่ะ ฉันจะลองให้โอกาสคุณอีกครั้งหวังว่าคุณจะไม่ทำให้ฉันต้องเจ็บปวดซ้ำสองนะ”“ไม่มีวันนั้นแน่นอน ผมให้สัญญา” ชานนท์กระซิบข้างใบหูของหญิงสาวเบาๆ ก่อนเปลือกตาอีกฝ่ายจะค่อยๆ ปิดลงด้วยความอ่อนเพลียชมพูนุชรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาช่วงสองทุ่มเพราะได้ยินเสียงพูดคุยกันระหว่างพยาบาลกับชานนท์ ในอ้อมแขนของเขานั้นกำลังอุ้มบุตรสาวตัวน้อยอย่างระมัดระวัง ภาพที่เห็นทำให้เธออดตื้นตันใจจนน้ำตาคลอไม่ได้ตลอดสามวันที่ชมพูนุชพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล ชานนท์คอยดูแลอยู่ไม่ห่างเป็นภาพที่น่าประทับใจสำหรับทุกคนที่แวะเวียนมาเยี่ยมชมพูนุชกับลูกน้อย โดยเฉพาะอติรุจน์ก็รู้สึกเบาใจคลายความเป็นห่วงลง“เห็นไหมคุณพี่ ตานนท์ยอมทำทุกอย่างให้ยัยนุชของเรา”“ต้องคอยดูกันต่อไป” อติรุจน์ยังคงกันท่าจนภรรยาสะบัดค้อนให้ด้วยความหมั่นไส้“คุณพ่อคุณแม่ครับ ถ้าผมจะขอไปดูแลนุชกับลูกที่บ้านจะได้ไหมครับ” ชานนท์หันมาเอ่ยหลังจัดของเสร็จเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน“ได้จ้ะ” เด
ชานนท์ค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปยังห้องพักฟื้นอย่างเบามือ เห็นชมพูนุชยังนอนหลับอยู่เขาจึงเดินเข้าไปหาก่อนจะทรุดตัวนั่งลงข้างเตียงคนป่วย พร้อมเอื้อมมือไปกุมมือเรียวมาแนบกับใบหน้าแล้วฝังจูบลง จนอีกฝ่ายเริ่มรู้สึกตัวค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา“นนท์” เสียงแผ่วหลุดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก“นุชเป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า รู้ไหมว่าผมห่วงคุณกับลูกแทบแย่” ชานนท์ถามรัวจนคุณแม่มือใหม่ยิ้มอ่อนๆ“ก็มีเจ็บแผลที่ผ่าคลอด”“ผมขอโทษนะนุช ที่เป็นต้นเหตุทำให้คุณกับลูกต้องเจอเหตุการณ์ร้ายๆ อีกแล้ว” ชายหนุ่มพร่ำโทษตัวเองตลอดเวลา“ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก ฉันผิดเองที่ไม่มองรถให้ดีเสียก่อน โชคดีที่คุณโยดึงแขนไว้ทัน” ชมพูนุชยังจำเหตุการณ์ได้ขึ้นใจ“ไม่ใช่ความผิดของคุณสักหน่อย เขาจงใจชนคุณให้ตายต่างหากล่ะนุช”“ใครคะ ใครที่จงใจชนฉัน” คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความสงสัย“ก็มาริสาน่ะสินุช” โยทะกาเดินเข้ามาได้ยินพอดี จึงเปิดฉากเล่าเหตุการณ์ให้ฟังอย่างละเอียดพร้อมกับ
“ค่ะ” ชมพูนุชเดินไปนั่งอย่างเชื่องช้าด้วยอายุครรภ์เกือบเก้าเดือน จึงเดินเหินค่อนข้างลำบาก ซึ่งนั่งอยู่ได้ไม่นานโยทะกาก็ชวนกันไปรอที่หน้าห้างสรรพสินค้า“ร้อนไหมนุช” โยทะกายื่นทิชชูให้อีกฝ่ายเช็ดเหงื่อ“ค่ะ เดี๋ยวฉันขอเดินไปซื้อน้ำแป๊บหนึ่งนะคะ” ชมพูนุชชี้ไปตรงรถน้ำที่จอดขายตามทางเท้า ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามที่เธอนั่งอยู่ระหว่างรอรถมารับ“พี่ไปให้เองดีกว่า นุชนั่งรออยู่ตรงนี้แหละ”“ไม่เป็นไรค่ะคุณโย ตรงข้ามนี่เองค่ะ” ชมพูนุชส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะมองทางซ้ายขวาจนแน่ใจว่าไม่มีรถแล่นออกมา จะมีก็เพียงรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ริมฟุตพาทซึ่งอยู่ในระยะไกล จึงก้าวเท้าเดินไปอย่างช้า โดยไม่รู้ว่ารถที่เข้าใจว่าจอดสนิทกำลังเร่งเครื่องตรงมาโยทะกาเห็นดังนั้นจึงทิ้งของที่ถือลงกับพื้น วิ่งไปคว้าตัวชมพูนุชได้ทันท่วงทีเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ก่อนอีกฝ่ายล้มทับร่างเธอไว้พร้อมเสียงหวีดร้องด้วยความตกใจ ขณะนั้นโยทะกาหันไปมองตามรถคันนั







