Masuk“ยัง นี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น สามเดือนนี้เราคงได้สนุกกันอีกนานที่รัก” “ออกไปเลยนะ ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้” ชมพูนุชชี้นิ้วสั่นเทิ้มด้วยความอายปนความโกรธ “ตะโกนไปเลยชมพูนุช ทุกคนในบ้านเขาจะได้รู้ว่าคุณกำลังนอนแก้ผ้ายั่วยวนผมอยู่” “หยาบคายที่สุด ฉันไม่คิดว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้ ชานนท์ที่แสนอ่อนโยน มันหายไปไหน” “หายไปพร้อมกับคุณไงนุช ต่อจากนี้ไปคุณจะได้เห็นแต่ด้านมืดของผม เตรียมตัวรับไว้ให้ดีแล้วกัน ตลอดสามเดือนนี้ ชีวิตคุณไม่อยู่อย่างสงบสุขแน่จำไว้” ชายหนุ่มพูดทิ้งท้ายแล้วเดินออกไปจากห้องนอนของหญิงสาว ชมพูนุชถึงกับปล่อยโฮออกมาสุดกลั้นด้วยความหวาดกลัวปนความเสียใจ สิ่งเดียวที่เธอทำได้คือหนี แต่จะหนีไปไหนก็ไม่ได้เพราะเธอติดสัญญาจ้างอยู่
Lihat lebih banyak“จะกลัวทำไมครับ ในเมื่อใจของคุณนุชเป็นของคุณอยู่แล้ว ถึงผมจะทำตัวดีแค่ไหนเธอก็ไม่รัก จงรักษารักครั้งนี้ไว้ให้นานนะครับผมเอาใจช่วย” นทีตบหลังมืออีกฝ่ายเบาๆ “ครับ สำหรับมิตรภาพ” ชานนท์ยื่นมือขึ้นมากับมิตรภาพครั้งใหม่ด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ไร้ความขุ่นมัว ชมพูนุชที่แอบมองอยู่ไกลๆ แม้จะไม่ได้ยินที่ทั้งคู่พูดคุยอะไรกัน แต่การจับมือของทั้งคู่ก็เป็นนิมิตหมายอันดีชมพูนุชได้ย้ายเข้ามาอยู่บ้านสามีร่วมสองเดือนทุกคนในบ้านให้การต้อนรับเป็นอย่างดีในฐานะสะใภ้ ชรัลจัดการจ้างพี่เลี้ยงมาช่วยอีกแรง แต่เธอปฏิเสธเพราะตั้งใจจะเลี้ยงบุตรสาวด้วยสองมือของตัวเอง อยากทำทุกอย่างเหมือนที่เธอเคยอยากให้มารดาผู้ให้กำเนิดปฏิบัติต่อเธอ“วันนี้เลี้ยงหนูบัวเหนื่อยไหม” ชานนท์เดินเข้ามาสวมกอดภรรยา ขณะที่เธอกำลังยืนเหม่ออยู่ที่ระเบียงห้อง“ก็นิดหน่อยค่ะ ลูกหลับแล้วเหรอคะ”หน้าที่กลางคืนจะเป็นของชานนท์ที่อาสาดูแลบุตรสาวเองเพื่อแบ่งเบาภาระภรรยา แม้เธอจะปฏิเสธเพราะเห็นว่าเขามีงานบริษัทต้องดูแลมากมายแล้วไหนจะลูกน้องอีก แต่เข
นทีใช้เวลาเดินทางมาถึงบ้านชมพูนุชเกือบชั่วโมงครึ่งเพราะการจราจรที่ติดขัดแม้ว่าจะเป็นช่วงบ่ายของวันทำงานก็ตามที แถมคนขับรถแท็กซี่ยังขับวนไปมา“หายากไหมคะ”“ตามแผนที่ ที่ให้มาไม่ยากหรอกครับแต่แท็กซี่สิครับเล่นขับวน” ชายหนุ่มอดบ่นไม่ได้ทั้งที่เป็นคนใจเย็น“นุชให้คนขับรถไปรับก็ไม่เอา มาเหนื่อยๆ เข้าไปนั่งที่ห้องรับแขกก่อนดีกว่าค่ะ คุณพ่อคุณแม่ก็อยู่”“ครับ ผมขอหาของฝากก่อนครับ” นทีค้นหาของที่ตนตั้งใจซื้อมาฝากชมพูนุชกับหลานสาว และไม่ลืมซื้อมาฝากบิดามารดาบุญธรรมของหญิงสาวด้วย“ไม่น่าลำบากเลยนะคะ แค่แวะมาเยี่ยมนุชก็ดีใจแล้วค่ะ”“ไม่ลำบากสักนิด นี่ครับของคุณนุชถุงนี้สำหรับหนูบัว”“มีของหนูบัวด้วยหรือคะ”“ครับ เป็นสร้อยข้อมือเล็กๆ รับขวัญหลาน”“ขอบคุณมากค่ะ นุชก็ชวนคุยเสียเพลินเราเข้าไปในบ้านกันเถอะค่ะ” ชมพูนุชเดินนำแขกเข้าไปยังห้องรับแขก ขณะนั้นบิดามารดาบุญธรรมกำลังช่วยกันเลี้ยงหลานคนละคน “คุณพ่อคุณแม่ข
“คุณพ่อท่านบ่นเหงาอยากเลี้ยงหลาน เลยขอให้ผมพานุชกับหลานไปอยู่ด้วยครับ”“คุณชรัลน่ะเหรอจะว่างเลี้ยงหลาน ไหนจะงานที่บริษัทล่ะ”“คุณพ่อกำลังวางมือให้ผมเข้าไปดูแลครับ ท่านบ่นว่าเหนื่อยอยากพักอยู่เลี้ยงหลานที่บ้านครับ” ชานนท์อธิบายถึงเหตุผลที่ต้องพาชมพูนุชกับบุตรสาวไปอยู่ที่บ้านตน“แล้วนุชล่ะลูกอยากไปหรือเปล่า” อติรุจน์หันมาถามบุตรบุญธรรมหวังให้ชมพูนุชปฏิเสธ“เอ่อ...” คนกลางอย่างเธอช่างลำบากใจนัก“ถ้าไม่อยากไปก็ไม่ต้องไปนุช”“นุชเห็นด้วยกับนนท์ค่ะ”“แล้วเกิดอะไรขึ้นใครจะช่วยลูกล่ะนุช” อติรุจน์ยังกังวลไม่ไว้ใจบุตรเขยเท่าไหร่ กลัวจะมีเหตุการณ์ซ้ำรอย“จะไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นอีกแน่นอนครับ ผมให้สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรให้นุชต้องเจ็บช้ำน้ำใจอย่างเด็ดขาดครับคุณพ่อ” ชานนท์เอื้อมมือมากุมมือเรียวไว้แน่นพร้อมกับให้คำมั่นแก่พ่อตาแม่ยาย เขารู้ว่าการกระทำที่ผ่านมามันยากที่บุพการีของภรรยาจะไว้วางใจ เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์
“ไม่เอา ผมอยากได้ยินจากปากของคุณเอง”“ค่ะ ฉันจะลองให้โอกาสคุณอีกครั้งหวังว่าคุณจะไม่ทำให้ฉันต้องเจ็บปวดซ้ำสองนะ”“ไม่มีวันนั้นแน่นอน ผมให้สัญญา” ชานนท์กระซิบข้างใบหูของหญิงสาวเบาๆ ก่อนเปลือกตาอีกฝ่ายจะค่อยๆ ปิดลงด้วยความอ่อนเพลียชมพูนุชรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาช่วงสองทุ่มเพราะได้ยินเสียงพูดคุยกันระหว่างพยาบาลกับชานนท์ ในอ้อมแขนของเขานั้นกำลังอุ้มบุตรสาวตัวน้อยอย่างระมัดระวัง ภาพที่เห็นทำให้เธออดตื้นตันใจจนน้ำตาคลอไม่ได้ตลอดสามวันที่ชมพูนุชพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล ชานนท์คอยดูแลอยู่ไม่ห่างเป็นภาพที่น่าประทับใจสำหรับทุกคนที่แวะเวียนมาเยี่ยมชมพูนุชกับลูกน้อย โดยเฉพาะอติรุจน์ก็รู้สึกเบาใจคลายความเป็นห่วงลง“เห็นไหมคุณพี่ ตานนท์ยอมทำทุกอย่างให้ยัยนุชของเรา”“ต้องคอยดูกันต่อไป” อติรุจน์ยังคงกันท่าจนภรรยาสะบัดค้อนให้ด้วยความหมั่นไส้“คุณพ่อคุณแม่ครับ ถ้าผมจะขอไปดูแลนุชกับลูกที่บ้านจะได้ไหมครับ” ชานนท์หันมาเอ่ยหลังจัดของเสร็จเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน“ได้จ้ะ” เด