ログイン“ยัง นี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น สามเดือนนี้เราคงได้สนุกกันอีกนานที่รัก” “ออกไปเลยนะ ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้” ชมพูนุชชี้นิ้วสั่นเทิ้มด้วยความอายปนความโกรธ “ตะโกนไปเลยชมพูนุช ทุกคนในบ้านเขาจะได้รู้ว่าคุณกำลังนอนแก้ผ้ายั่วยวนผมอยู่” “หยาบคายที่สุด ฉันไม่คิดว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้ ชานนท์ที่แสนอ่อนโยน มันหายไปไหน” “หายไปพร้อมกับคุณไงนุช ต่อจากนี้ไปคุณจะได้เห็นแต่ด้านมืดของผม เตรียมตัวรับไว้ให้ดีแล้วกัน ตลอดสามเดือนนี้ ชีวิตคุณไม่อยู่อย่างสงบสุขแน่จำไว้” ชายหนุ่มพูดทิ้งท้ายแล้วเดินออกไปจากห้องนอนของหญิงสาว ชมพูนุชถึงกับปล่อยโฮออกมาสุดกลั้นด้วยความหวาดกลัวปนความเสียใจ สิ่งเดียวที่เธอทำได้คือหนี แต่จะหนีไปไหนก็ไม่ได้เพราะเธอติดสัญญาจ้างอยู่
もっと見るการมาศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ประเทศญี่ปุ่นของชมพูนุช เป็นหนึ่งเหตุผลหลักหวังต้องการลืมว่าครั้งหนึ่งเคยหลงรักพี่ชายบุญธรรมของตนเอง เธอเรียนพร้อมกับทำงานเป็นครูสอนภาษาให้แก่เด็กหญิงเอรีนน่าและเอรินน่าสาวน้อยคู่แฝดวัยเจ็ดขวบบุตรสาวของซาโตชินักธุรกิจชื่อดัง และเหมือนทุกอย่างจะเริ่มต้นได้สวยเพราะเจ้านายหนุ่มยังใจดีอนุญาตให้เข้ามาพักภายในคฤหาสน์หรูเพื่อสะดวกในการสอนบุตรสาวทั้งสองของเขา แต่ภรรยาของนายจ้างไม่ค่อยชอบหน้าเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะโยทะกาคือญาติสนิทของชานนท์อดีตสามีเธอนั่นเอง
“รีนน่ากับรินน่าดูจะชอบเรียนภาษาไทยมากเลยนะคะ” สามเดือนที่ผ่านมาดูลูกศิษย์ตัวน้อยทั้งสองของเธอจะตั้งใจเรียนภาษาอย่างจริงจัง
“ครับ รีนน่ากับรินน่าอยากพูดภาษาไทยได้ โดยเฉพาะรีนน่า เขาอยากจะพูดภาษาไทยกับโยโกะ”
“เอ... ทำไมคุณโยเธอถึงไม่ยอมพูดภาษาญี่ปุ่นกับเด็กๆ ล่ะคะ” ชมพูนุชสงสัยอยู่ไม่น้อยเพราะโยทะกาก็พูดภาษาญี่ปุ่นได้ราวกับเจ้าของภาษาเลยทีเดียว เท่าที่เห็นมักตอบคำถามเด็กน้อยทั้งสองด้วยภาษาไทยเสมอ
“โยโกะเขาอยากให้รีนน่ากับรินน่าพูดภาษาไทยได้ เลยไม่ยอมสื่อสารด้วยภาษาญี่ปุ่นครับ” ซาโตชิกล่าวแก้ต่าง ทั้งที่เหตุผลฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย ความจริงแล้วโยทะกามักจะหงุดหงิดยามเอรีนน่าหรือเอรินน่าเข้ามาถามเซ้าซี้ และมักจะตอบกลับไปเป็นภาษาไทยเสียทุกครั้ง จนเอรีนน่าแฝดพี่ต้องขอร้องให้แม่เลี้ยงสาวช่วยสอนภาษาไทย แต่โยทะกากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ทำให้เขารู้สึกสงสารบุตรสาวจับใจจึงขอให้เพื่อนที่ทำธุรกิจอยู่ที่เมืองไทยช่วยหาครูมาสอนภาษา ถึงขนาดยอมทุ่มเงินไม่อั้น
“ฉันจะพยายามสอนเด็กๆ พูดภาษาไทยให้ได้ค่ะ” ชมพูนุชให้คำมั่นกับนายจ้าง หวังว่าลูกศิษย์ตัวน้อยของเธอจะได้พูดคุยกับโยทะกาดั่งที่ตั้งใจไว้
“ครับ ผมคงต้องฝากความหวังไว้กับคุณครู”
“ก็เพิ่งรู้ว่าผู้ปกครองกับครูต้องมานั่งแอบคุยกันด้านหลังบ้าน” น้ำเสียงส่อหาเรื่องดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาซาโตชิต้องหันไปมองพร้อมกับกลอกตาไปมาอย่างอ่อนใจ
“แอบคุยที่ไหน รีนน่ากับรินน่าก็นั่งอยู่” ซาโตชิตอบเสียงขรึม ไม่ชอบใจที่ภรรยามักหาเรื่องชวนทะเลาะต่อหน้าลูกจ้างสาว
“นั่งอยู่ตั้งไกล อย่าให้รู้นะว่าเธออ่อยสามีฉันน่ะชมพูนุช” โยทะกาหันมาตวัดสายตามองอดีตน้องสะใภ้ด้วยแววตาจับผิด
“โยโกะ พูดอะไรให้เกียรติคุณครูบ้าง” ซาโตชิกล่าวตำหนิภรรยา ทำให้อีกฝ่ายเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก
“มันมาเป็นครูได้แค่สามเดือน คุณถึงกับเดือดร้อนแทนมัน คิดจะเอามันมาเป็นเมียอีกคนหรือไง”
“อย่าคิดอะไรเหลวไหลน่าโยโกะ” ซาโตชิเริ่มใช้น้ำเสียง จนชมพูนุชต้องร้องห้ามไม่อยากให้เด็กต้องมาเห็นผู้ใหญ่ทะเลาะกันจนติดนิสัยก้าวร้าว
“อย่าทะเลาะกันเพราะฉันเลยนะคะ คุณโย... ฉันมาที่นี่เพื่อทำงานกับเรียนเท่านั้นไม่เคยคิดจะอ่อยใครอย่างที่คุณคิด โปรดเข้าใจเสียใหม่”
“ฉันควรเชื่อผู้หญิงที่ทิ้งผัวไปหาผู้ชายคนอื่นด้วยเหรอ ไร้ยางอายสิ้นดี เป็นไงล่ะสุดท้ายเขาก็ไม่ชายตามอง” โยทะการู้สึกสาแก่ใจนักเมื่อเห็นใบหน้าซีดเผือดของอดีตน้องสะใภ้
“เอ่อ... ฉันขอตัวไปดูเด็กๆ ก่อนนะคะ”
คำพูดถากถางของโยทะกาทำให้เธอเหมือนถูกคลื่นซัดไปกระแทกกับโขดหินเข้าอย่างจัง และรู้สึกอดสูทุกครั้งยามนึกถึงมัน ก่อนก้มหน้ากล่าวตัดบทแล้วเดินออกไป โยทะกาเตรียมตัวจะเดินตามไปหาเรื่องแต่ซาโตชิคว้าแขนพาเข้าไปในบ้านเสียก่อน เพียงไม่ถึงสิบนาทีก็ได้ยินเสียงรถแล่นออกไป
ซาโตชิเดินกลับมาอีกครั้งเห็นบุตรสาวทั้งสองกำลังนั่งอ่านอักษรภาษาไทยอย่างตั้งใจ เขาจึงเอื้อมมือไปแตะศีรษะเล็กนั้นเบาๆ แต่สีหน้าและแววตากลับไม่แช่มชื่นนัก ชมพูนุชพอเดาได้ว่านายจ้างคงทะเลาะกับภรรยาอย่างรุนแรงเนื่องจากใบหน้าด้านซ้ายเปื้อนไปด้วยรอยฝ่ามือ
“ฉันขอโทษด้วยนะคะที่เป็นต้นเหตุให้คุณทั้งสองต้องมีปัญหากัน”
“ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก โยโกะเขาก็เป็นแบบนี้ประจำตั้งแต่เกิดเรื่อง...” นักธุรกิจหนุ่มพยักหน้าให้ครูสาวเดินห่างออกมาเพราะกลัวบุตรสาวทั้งสองจะได้ยิน “จริงๆ โยโกะเขาไม่ใช่แม่แท้ๆ ของรีนน่ากับรินน่าหรอกครับ” ซาโตชิรู้สึกอายที่ต้องเล่าเรื่องภายในครอบครัวให้คนนอกฟัง “รีนน่ากับรินน่าเป็นลูกผมกับอดีตคนรัก เราเผลอไปมีความสัมพันธ์กันในคืนงานเลี้ยงรุ่นเมื่อแปดปีก่อน เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ทั้งที่ผมแต่งงานกับโยโกะแล้ว เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เธอเสียใจมากถึงขั้นออกปากขอหย่า แต่ผมไม่ยอมและได้อ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวอีกครั้ง ผมยอมรับว่าผมเลวมากที่ทำให้คนที่ผมรักเสียใจ จนเธอเจ็บแค้นฝังใจ คอยหวาดระแวงผมเวลาพูดคุยกับผู้หญิงอื่น”
“เรื่องนี้ฉันพอจะทราบมาบ้าง”
ชานนท์เคยเล่าถึงปัญหาครอบครัวของโยทะกาให้ฟัง ก็รู้สึกสงสารและเห็นใจ แม้อีกฝ่ายจะไม่ชอบหน้าเธอสักเท่าไหร่
“ผมฝากคุณครูด้วยนะครับ รีนน่ากับรินน่าเขาอยากพูดสื่อสารกับโยโกะเหลือเกิน”
“ค่ะ ฉันจะพยายามช่วยจนสุดความสามารถ... เอ่อเรื่องที่พัก... ฉันว่าฉันควรย้ายออกไปพักข้างนอก อาจจะช่วยให้คุณลดปัญหาทะเลาะกับภรรยาลงได้บ้างนะคะ” ชมพูนุชคิดว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด
“ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอกครับ ถึงคุณออกไปเขาก็หาเรื่องทะเลาะกับผมเรื่องอื่นอยู่ดี ผมต้องขอโทษด้วยที่โยโกะเสียมารยาทกับคุณ” ซาโตชิยิ้มแหยๆ อย่างลุแก่โทษ
“คุณโยเธอไม่ชอบหน้าฉันมานานแล้วค่ะ ก่อนที่ฉันแต่งงานกับญาติเขาด้วยซ้ำ”
ตั้งแต่เธอคบหากับชานนท์ โยทะกาแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ค่อยชอบหน้า คอยพูดแรงๆ ใส่บ่อยครั้ง พอหย่ากันไปคิดว่าอีกฝ่ายจะเลิกกระแนะกระแหน แต่เปล่าเลย ซ้ำร้ายยังหนักไปกว่าเดิม
“คุณก็หย่าขาดกับคุณนนท์ไปเกือบปีแล้วนี่ครับ”
“คนไม่ชอบกันต่อให้ทำดีสักแค่ไหนก็ไม่ชอบหน้ากันอยู่ดีค่ะ ฉันเองก็ผิดที่ทำให้นนท์เจ็บอยู่ไม่น้อย คุณโยเธอเองก็คงเจ็บแค้นแทน” ชมพูนุชยอมรับผิดเต็มประตูและเธอก็ได้รับผลกรรมจากการกระทำนั้นแล้ว นอกจากคนที่รักไม่รักตอบแล้วยังเลือกไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น จนต้องหนีมาเรียนพร้อมกับรักษาแผลใจอยู่ที่นี่
“ผมเองก็พอจะทราบข่าวคุณนนท์จากโยโกะมาบ้าง แต่ไม่คิดว่าโลกจะกลมขนาดนี้”
“ใช่ค่ะ โลกกลมจริงๆ” ชมพูนุชฝืนยิ้มพร้อมภาวนาอยู่ในใจไม่อยากให้โลกกลมจนต้องพบอดีตสามีอีกครั้ง “เอ่อ...” ใจเธอไม่กล้าพอที่จะเอ่ยถามถึงชานนท์ต่อ ว่าเขาแต่งงานกับมาริสาหรือยัง ดังปากที่เคยลั่นวาจาไว้
“คุณครูขา นี่อ่านว่าอะไรคะ” เอรีนน่าถือกระดาษฝึกอ่านมาถามครูสาว ทำให้ชมพูนุชหันมาสนใจศิษย์ตัวน้อยของเธอ ซาโตชิเห็นดังนั้นก็ปลีกตัวกลับเข้าไปในบ้าน เจอกับแม่บ้านสูงวัยมาดักรอที่หน้าห้องรับแขก
“มีอะไรครับป้า” ชายหนุ่มถามเมื่อเห็นสีหน้าไม่สบายใจของแม่บ้านสูงวัยที่ติดตามมาดูแลภรรยาของตนตั้งแต่ที่แต่งงานกัน
“ใครจะไปรู้ล่ะว่านุชยังฝังใจกับพี่วิชญ์ไม่เลิก เป็นของผมแล้วแท้ๆ ยังหาข้ออ้างสารพัดกลับไปอยู่ใกล้ชิดกับคนที่เธอรัก” ยามนึกถึงเรื่องนี้เมื่อไหร่เจ็บแปลบที่หัวใจเสียทุกครั้ง“นนท์” โยทะกาเอื้อมมือมาแตะแผ่นหลังของญาติผู้น้องอย่างเห็นใจ“อย่ามาห้ามผมเลยพี่”“จะเจ็บหนักกว่าเดิมนะนนท์ พิษรักมันมีอานุภาพร้ายแรงขนาดไหนแกก็น่าจะรู้ดี ทำไมไม่เชื่อพี่บ้าง” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนใจที่น้องชายที่เธอรักกำลังหลงผิด“ไม่มีทาง คนที่เจ็บคือชมพูนุช ไม่ใช่ผมแน่” ชายหนุ่มยังดื้อดึงกล่าวด้วยถ้อยคำที่หนักแน่น ทำให้โยทะกาเหนื่อยใจที่จะพูด เห็นต้องยืมมือมาริสามาขัดขวางแผนการของชานนท์แล้วสิ“ว่าแต่เรื่องผม เรื่องพี่กับคุณซาโตเป็นยังไงบ้างล่ะ หลายวันมานี่ผมไม่เห็นหน้าคุณซาโตเลย”“ไปติดต่อธุรกิจที่ฮ่องกง อีกสองวันถึงจะกลับ”“แล้วทำไมพี่ไม่ตามไปด้วยล่ะ ระวังเถอะ”“ช่างเถอะ หากเขาทำอีกพี่ก็คงเลิกอย่างถาวร” โยทะกากล่าวอย่างปลงตก เหนื่อยที่จะ
“มันถูกต้องที่สุดแล้วที่รัก ผมคิดถึงคุณทุกลมหายใจ คิดถึงเรือนร่างของคุณที่ตราตรึงใจในคืนแต่งงานของเรา” ชายหนุ่มพึมพำบอกก่อนจุมพิตไปทั่วบนผิวเนื้อเนียนละเอียดจนต่ำลงมาเรื่อยถึงจุดอ่อนไหวต่อสัมผัสของเธอ แล้วจูบพรมลงไปบนเนินเนื้ออย่างไม่ลังเล ทำเอาเจ้าของร่างสะดุ้งเฮือกยามถูกปลายลิ้นที่ร้อนผ่าวตวัดโลมเลียตามร่องกุหลาบงาม“นนท์...อืม”สติของชมพูนุชถึงกับหลุดลอยยามถูกอดีตสามีสอดปลายลิ้นเข้าไปในช่องแคบอุ่นนุ่มของตน พร้อมกันนั้นก็ยกสะโพกกลมกลึงขยับเข้าหาปลายลิ้นอย่างลืมอาย ในเวลานี้ต้องการเพียงแค่ให้เขาช่วยปลดปล่อยเธอจากความทรมานนี่เสียลิ้นร้อนหยุดปรนเปรอหญิงสาวกลางคันเพราะเขาต้องการสำเร็จโทษด้วยเนื้อแท้ของเขาเอง จนสาวใต้ร่างเกิดอาการมึนงง นอนระทวยอยู่เบื้องหน้ามองอีกฝ่ายกำลังจัดการกับอาภรณ์ส่วนล่าง ดวงตากลมโตเบิกตาโพลงเมื่อเห็นส่วนสำคัญของเขา แต่ก็ไม่สามารถขยับหนีไปไหนได้เพราะร่างกายอ่อนแรงไปเสียดื้อๆ จนกระทั่งเขากลับลงมานอนเคียงข้าง แล้วจุมพิตหนักๆ ลงกลางหน้าผากเนียน“เป็นของผมอีกครั้งนะที่รัก เราจะมีความสุขด้วยกันอีกครั้ง&
“ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันอยากทำอะไรให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจบ้าง” นั่นเป็นเหตุผลเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น เหตุผลหลักคือต้องการมารักษาแผลใจ ยิ่งห่างจากอติวิชญ์ กลับยิ่งชัดเจนในความรู้สึกที่มีต่อพี่ชายบุญธรรม มันไม่ใช่ความรักในเชิงชู้สาว ที่เธอเข้าใจมันผิดมาตลอด“คุณก็ไม่เคยทำให้ท่านผิดหวังนี่ ดูท่านจะโปรดปรานคุณเสียด้วย”“แต่ฉันก็อยากเดินด้วยลำแข้งของตัวเองบ้าง อยากทำงานด้วยความสามารถตัวเอง เรียนจบแล้วฉันอาจจะหางานทำอยู่ที่นี่เลยก็ได้”“คุณแม่จะยอมเหรอ ดูท่านหวงคุณออก”“ยอมสิ... ตอนนี้ท่านกำลังเห่อหลานจนลืมฉันไปแล้วก็ได้” ชมพูนุชกล่าวเสียงแผ่วเบาๆ เวลาโทรศัพท์ไปคุยกับมารดาบุญธรรมครั้งใด ท่านก็มักจะเอ่ยถึงแต่ลูกของกรองขวัญให้ฟังเสมอไม่ไถ่ถามว่าเธอเป็นอย่างไรบ้างสบายดีไหม“อิจฉาเด็กว่างั้น” ชายหนุ่มเอ่ยแซวทำให้หญิงสาวรีบแย้งเป็นพัลวันเมื่อมาถึงที่โต๊ะชานนท์เป็นคนจัดการสั่งอาหาร ส่วนมากเป็นของโปรดอดีตภรรยาเสียเป็นส่วนใหญ่ ชมพูนุชแอบรู้สึกดีอยู่ในใจลึกๆ ที่อีกฝ่ายยังไม่ลืมในสิ่งที่ต
“นุชต้องไปแล้วค่ะ”“ไปยังไงครับ เดี๋ยวผมขับรถไปส่งที่บ้านพัก”“พอดีมีรถที่บ้านที่นุชสอนพิเศษมารอรับค่ะ” หญิงสาวชี้ไปทิศทางที่รถชานนท์จอดอยู่ พร้อมความสงสัยว่าอีกฝ่ายรู้ได้อย่างไรว่าเธอเลิกเรียนเวลานี้“ครับ แล้วเจอกันวันพฤหัสนะครับ”“ค่ะ” หญิงสาวขานรับเพียงสั้นๆ แล้วสาวเท้าตรงไปยังรถของชานนท์ที่จอดรออยู่ ก่อนเปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถคู่กับคนขับ“มันเป็นใคร?” คำถามนั้นทำเอาคนที่กำลังคาดเข็มขัดนิรภัยถึงกับชะงักหันมามอง“เพื่อนร่วมชั้นเรียน” หญิงสาวตอบเสียงเรียบ“อย่าเผลอไปยุ่งกับมันเชียวล่ะ”“ทำไมฉันจะไปยุ่งกับเขาไม่ได้ ในเมื่อฉันเองก็โสดคุณต้นเองก็โสด”“ใครบอกว่าคุณโสด อย่าลืมสิคุณกำลังจะมาเป็นเมียน้อยผม”“จะบ้าเหรอ! จะให้ฉันบอกสักกี่หนว่าไม่มีทางไปเป็นเมียน้อยคุณเด็ดขาด”“ไม่มีทางงั้นเหรอ เป็นตอนนี้เลยดีไหม ต่อหน้าไอ้หมอนั่น” ชานนท์เอ่ย พลางสายตามองไปยังด้านนอกรถที่นทียังยืนมองอยู่“อย่ามาทำบ้าๆ นะ” หญิงสาวหน้าตาตื่นพร้อมกับสะดุ้งตกใจ เมื่อฝ่ามือใหญ่แตะลงต้นขาเรียวของเธอ“คุณต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ไปให้ท่าไอ้หมอนั่น” เมื่อเห็นอดีตภรรยายังนิ่งเงียบมือเริ่มไล้เข้าไปใต้กระโปรง “ว่าไง”“ค่ะ ฉ