เข้าสู่ระบบ[เดือนหนาว]
หลังจากที่ยัยเพื่อนซี้สองคนมาส่งฉันที่คอนโดพวกนางก็พากันกลับ ยังดีที่ตอนมาพากันแวะซื้อของกินให้ฉัน เลยไม่ต้องทำอะไรกินเอง
การอยู่คนเดียวเวลาเจ็บป่วยทำให้ฉันใช้ชีวิตลำบาก แผลที่หัวเข่าเริ่มปวดมากขึ้นจนน้ำตาเล็ด โดยเฉพาะเวลาก้าวขานะเจ็บแทบอยากร้องไห้ จะโทรบอกพ่อก็ไม่กล้า จะบอกให้แม่รู้ก็ไม่ได้ ช่วงนี้พวกท่านยุ่งๆ กันอยู่ ถ้ารู้ว่าฉันเจ็บตัวเดี๋ยวจะพลอยไม่สบายใจ
กว่าจะทำธุระส่วนตัวเสร็จก็ร้องโอดโอยไปหลายครั้ง กระทั่งจัดการทุกอย่างเรียบร้อยจึงมานั่งประจำที่ตรงโต๊ะทำงานข้างหน้าต่าง คืนนี้ก็เหมือนกับทุกคืนของฉัน การอ่านหนังสือและหาความรู้นอกเหนือจากที่อาจารย์สอนในห้องเรียน เป็นอีกหนึ่งหน้าที่ของทายาทนักธุรกิจอย่างฉันต้องทำ แม้จะมีพื้นฐานทางหน้างานจริงเพราะเข้าไปช่วยงานที่บริษัทฯบ่อย ๆ แต่ก็ไม่อยากชะล่าใจ เพราะแม่ฉันเป็นนักธุรกิจที่เก่งมาก ฉันเลยอยากเป็นแบบนั้นและอยากทำให้ดีเหมือนท่าน
‘ก็วันก่อนยัยโฟร์นางไปอ่านกระทู้หนึ่งมา แล้วมีคนเล่าว่า ใครก็ตามที่เดินสะดุดลานเกียร์ของคณะวิศวะอะ คน ๆ นั้นจะได้แฟนเรียนคณะนั้นนะสิ อร๊าย นี่พอฉันได้ฟังยัยโฟร์เล่านะ ฉันยังตื่นเต้นไม่หายเลยยัยหนาว’
นั่งหน้าคอมได้สักพักประโยคที่ยัยก้อยพูดเมื่อช่วงกลางวันก็ดังขึ้นในหัว ความสงสัยและความอยากรู้ทำให้ฉันต้องถามผู้รู้อย่าง G****e ทันที
“…” กระทู้มากมายที่ผู้คนตั้งขึ้นมาเล่าถึงเหตุการณ์ และประสบการณ์ที่ตัวเองสะดุดลานเกียร์ ผุดขึ้นมามากมายหลากหลายกระทู้ รวมไปถึงตำนานและเรื่องเล่าเกี่ยวกับการสะดุดลานเกียร์ของคณะวิศวะในมหาลัยต่าง ๆ อีกทั้งยังมีเรื่องราวความรักที่เกิดเป็นตำนาน และเรื่องเล่าของชาวมหาลัยเป็นร้อย ๆ หัวข้อ
“…”มันมีอยู่จริงหรือทุกคนแค่คิดไปเอง หรือมันเป็นเรื่องบังเอิญกันแน่นะ
“หรือจะเป็นแค่เรื่องแต่งที่พวกรุ่นพี่เอาไว้หลอกเด็กผีหนึ่งกันนะ…”
#กระทู้xxxสะดุดลานเกียร์แล้วได้แฟนเรียนวิศวะ
ความเห็นที่1 : ก็ลานนั้นมันถิ่นเด็กวิศวะ ถ้าสะดุดแล้วไม่ได้เจอเด็กวิศวะมันก็แปลกป่าววะ
ความเห็นที่2 : นี่เคยเจอเพื่อนแกล้งขัดขาแล้วล้มอะ ตอนนั้นเด็กวิศวะก็มาช่วยนะ เพราะตรงนั้นมันไม่มีเด็กคณะอื่น555
ความเห็นที่3 : เรามีแฟนเรียนวิศวะอยู่แล้ว ถ้าเดินสะดุดอีก จะได้แฟนเพิ่มปะ5555
ความเห็นที่4 : นี่มีเพื่อนเรียนวิศวะ ส่วนเราเรียนอีกคณะ ตอนเลิกเรียนก็นัดเจอกันปกติ ทีนี้เดินไปหามันแล้วเราสะดุด มันมาพยุงให้ลุกขึ้น พอผ่านไปสักพักเรากับมันก็เป็นแฟนกัน
ความเห็นที่5 : ถ้าสะดุดแล้วได้เจอหรือได้คุยก็ปกตินะ เพราะแถวนั้นมันลานเกียร์ก็ต้องมีแต่เด็กวิศวะ แต่ถ้าสะดุดแล้วจะได้แฟนคณะนั้นเลยไหมก็ต้องแล้วแต่บาปบุญอะนะ ถ้าคุยกันแล้วสานต่อก็มีโอกาส ถ้าคุยกันแล้วแยกย้ายกันตรงนั้นก็คงไม่อะ ใด ๆ คือคณะนั้นผู้ชาย 95% ก๊งเหล้าเก่ง เหล่สาวเก่ง แล้วก็ไม่ได้น่าหวีดเหมือนในนิยายเด้อ 5555 #จากใจผู้หญิงวิดวะ
หลังจากที่นั่งอ่านกระทู้ต่าง ๆ มากมายฉันก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง แต่ไม่เชื่อจะมากกว่า ก็อย่างที่อ่านมานั่นแหละ แถวนั้นมันเป็นถิ่นวิศวะ ถ้าเราล้มก็ต้องเป็นคนแถวนั้นอยู่แล้วที่เข้ามาช่วย นั่นก็คือคนที่เรียนวิศวะไง ก็มันถิ่นเขาอะเนอะ ส่วนจะได้แฟนเรียนคณะนั้นหรือเปล่าก็อยู่ที่ว่าจะสานสัมพันธ์กันต่อไหม
“เฮ้อ เสียเวลาชะมัด ไปนอนดีกว่าดึกมากแล้ว” ฉันปิดคอมพิวเตอร์แล้วก็เดินกระเผลกขึ้นเตียงนอนไป ทว่าพอล้มตัวลงนอนได้ไม่ทันไร เสียงแจ้งเตือนข้อความก็ดังขึ้น
ติ๊ง
@แชตกลุ่ม
ยัยก้อย : ทุกคนพรุ่งนี้ฉันไม่ไปเรียนนะ แม่ไม่สบายอะ ต้องไปนอนเฝ้าที่โรงพยาบาล
เดือนหนาว : งั้นเดี๋ยวฉันให้ยัยโพร์มารับ แกดูแลแม่เถอะมีอะไรก็โทรมานะ
ยัยก้อย : เค
[ไวน์]ในที่สุดวันที่ผมเรียนจบก็มาถึง ทุกคนที่บ้านมาเซอร์ไพรส์ผมหน้ามหาวิทยาลัย ทุกคนรับผมกลับบ้านด้วยตัวเอง ไม่ใช่รอรับผมที่สนามบินอย่างที่เราเคยนัดกันไว้เมื่อหลายวันก่อน“ไม่ได้มาแค่บ้านเรานะ” แม่ที่ผละออกจากอ้อมแขนผมเอ่ยก่อนจะบุ้ยปากไปยังสนามหญ้า “บ้านนั้นก็มาด้วย” ผมหันไปมองก็เห็นลุงหมอกับป้าฟา และที่ขาดไม่ได้ก็คือเดือนหนาว แฟนสาวของผม“ลุงหมอสวัสดีครับ ป้าฟาสวัสดีครับ” ผมทักทายผู้ใหญ่ทั้งสองท่านด้วยรอยยิ้ม เดินไปกอดป้าฟา กอดลุงหมอ ก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้ใครบางคนที่เดินตามหลังลุงกับป้ามา“คิดถึงจัง” เราสองคนพูดขึ้นพร้อมกันขณะยืนยิ้มให้กันในระยะห่างที่ไม่ใกล้และไม่ไกลเกินไปเราสองคนส่งยิ้มให้กันอยู่อย่างนั้น ไม่รู้ว่านานแค่ไหน รู้แค่ว่าในใจอยากกระโดดกอดแน่น ๆ หอมแก้มหลาย ๆ ฟอดแล้วลากไปฟัดในห้องให้หายคิดถึง แต่เพราะผู้ปกครองของเราที่อยู่กันแบบครบครัน ทำให้ผมได้แต่ยืนมองดวงหน้าหวาน ๆ และอมยิ้มให้กันอยู่แบบนั้นเราสองคนโตแล้ว เรื่องที่ลึกซึ้งกว่านี้ผมคิดว่าผู้ใหญ่ที่เขาผ่านน้ำร้อนมาก่อนคงรู้นั่นแหละ ผมกับหนาวเข้าออกห้องกันบ่อยจะตาย คอนโดที่เราอยู่เป็นของครอบครัวหนาว ทำไมพวกท่านจะไม่รู้
[ไวน์]วันนี้ผมกับนิมาซื้อของใช้ด้วยกัน เหตุผลที่มากันสองคนก็เพราะเราเป็นคนไทยสองคนที่อยู่ในทีมเดียวกันแล้วเราก็สนิทกันพอสมควร ส่วนเพื่อนในทีมคนอื่น ๆ ส่วนมากจะเป็นต่างชาติและเป็นรุ่นพี่เรา เขาจะไม่ค่อยสุงสิงกับเราเท่าไหร่ เอาจริง ๆ คือเขาคุยกับเราแหละ แต่แค่ตอนเรียนแล้วก็ตอนทำงานน่ะ ส่วนนอกเวลาพวกเขาก็จะเป็นแบบต่างคนต่างอยู่ ไม่มีใครยุ่งกับใคร“ไวน์จะซื้ออะไรอีกไหม ของนิครบแล้ว” คนข้าง ๆ หันมาถาม“ไม่ล่ะ ของครบแล้ว”“งั้นเราไปหาอะไรกินกันก่อนค่อยกลับดีไหม นิหิวแล้วอะ” คนข้าง ๆ ทำหน้าอ้อนใส่ ผู้หญิงอะเนอะ เดินผ่านร้านของกินที่ตกแต่งสวย ๆ ก็คงอยากเข้าไปนั่งกินแหละ พอเห็นนิแล้วก็คิดถึงหนาวขึ้นมา“อื้มไปสิ นิอยากกินอะไรล่ะ”“ไวน์ชอบกินอะไรเหรอ” คนข้าง ๆ ไม่ได้ตอบ แต่หันมาถามผมขณะเดินเข้าไปในโซนร้านอาหารพร้อมกัน“เรากินอะไรก็ได้ นิเอาที่นิอยากกินเลย”“ตามใจนิเหรอ ดีจังเลย” คนข้าง ๆ ฉีกยิ้มหน้าบาน ผมได้แต่ระบายยิ้มบาง ๆ ออกมาผู้หญิงพอมีคนตามใจคงหน้าบานกันทุกคนเลยนะ หนาวก็ชอบเวลาที่ผมให้เธอเป็นฝ่ายเลือกของกิน ผู้ชายน่ะกินง่ายอยู่แล้ว เธอเข้าร้านไหน เราก็แค่เลือกเมนูที่เรากินได้แค่นั้น ส่วน
[เดือนหนาว]เดือนหนาว : ทำไรอยู่Y eiei : กำลังออกไปข้างนอก วันนี้ไปดูงานนอกสถานที่เดือนหนาว : สู้ ๆ นะ หนาวเอาใจช่วยY eiei : คิดถึงจังเดือนหนาว : คิดถึงเหมือนกันY eiei : แค่นี้ก่อนนะ ไวน์ต้องไปแล้วเดือนหนาว : อื้มหลายเดือนแล้วที่ฉันกับไวน์คุยกันผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ เราโทรหากัน วีดีโอคอลหากันแค่ช่วงแรก ๆ เท่านั้น ไวน์กับฉันเวลาของเราเริ่มไม่ตรงกัน และเวลาว่างของไวน์ก็เหลือน้อยลงทุกวันเดือนหนาว : ทำไรอยู่เดือนหนาว : ไปเรียนยัง…เดือนหนาว : ตอนนี้หนาวกำลังเข้านอน ไวน์เรียนอยู่หรือเปล่า....เดือนหนาว : สู้ ๆ นะ คิดถึง....“ทำไมไม่ตอบนะ หรือว่าเรียนอยู่” หลายวันมาแล้วที่ไวน์เงียบหายไป นอกจากไม่ตอบข้อความของฉันแล้ว ไวน์ก็ไม่ได้อ่านด้วย แล้วก้ไม่ติดต่อมาฉันนอนพลิกตัวไปมาบนเตียง จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ไร้วี่แววการตอบกลับนานนับชั่วโมง คืนนี้ฉันคงนอนไม่หลับเหมือนเคย พอห่างกันแบบนี้แล้วก็อดหวั่นไหวไม่ได้แฮะบางครั้งฉันก็กลัวว่าไวน์จะมีคนใหม่ เราสองคนไม่ได้คุยกันเหมือนเมื่อก่อนแล้ว บางทีส่งข้อความไปวันนี้ กว่าไวน์จะตอบกลับก็สามวัน ไม่งั้นก็อ่านแต่ไม่ตอบ แต่ลุงอัคคีบอกว่าไวน์เ
[เดือนหนาว]“ไวน์ไม่ไปทันไหมอะ ไวน์คิดถึงหนาว” เสียงคนที่นอนหนุนตักฉันอยู่พูดขึ้น พรุ่งนี้เช้าไวน์จะต้องเดินทางไปต่างประเทศแล้ว ส่วนฉันก็คงช่วยงานแม่ที่นี่และเรียนต่อที่นี่ ไม่ได้ไปไหน“จะบ้าเหรอไวน์ แค่ปีสองปีเองนะ เราคุยกันรู้เรื่องแล้วนี่”“ก็ได้ ๆ งั้นคืนนี้เรารีบนอนกันเถอะ ไวน์อยากกอดหนาวนาน ๆ” คนหนุนตักอยู่รีบลุกขึ้นก่อนจะช้อนตัวฉันเข้าไปในห้องนอน วันนี้ไวน์มาค้างกับฉันที่คอนโด และคงเป็นคืนสุดท้ายที่เราจะได้นอนกอดกัน“ไหนบอกอยากกอดหนาวนาน ๆ ไง ถอดเสื้อผ้าทำไม” ฉันหรี่ตามองคนที่วางฉันลงบนเตียงแล้วก็รีบถอดเสื้อตัวเองออก ก่อนจะขึ้นมาคร่อมฉันไว้ด้วยความเร่งรีบ“ไวน์ร้อน” คนเจ้าเล่ห์ตอบพร้อมยิ้มกรุ้มกริ่ม“ห้องหนาวมีแอร์นะ”“โธ่ หนาวอะ ก็รู้อยู่ว่าไวน์หมายถึงอะไร ทำไมชอบแกล้ง”“รีบนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ไวน์ต้องตื่นเช้า”“ขอบอกรักก่อนแล้วจะนอน อยากได้ยินหนาวบอกรักก่อนนอน”“ก็ได้ ๆ” ฉันว่าพลางโอบกอดรอบคอหนาเอาไว้ เราสองคนแลกรสจูบหวานล้ำแก่กัน ผลักกันซุกไว้ซอกคอ พลิกตัวกันไปมายามที่สลับกันตักตวงความหวานจากดอกบัวงามสองข้าง ก่อนจะบดเบียดสองกายเข้าหากันด้วยความเสน่หา ปล่อยอารมณ์และความต้องการใ
[ชีต้าร์]“อื้อพี่ทิว” ฉันร้องท้วงเจ้าของตักเมื่อมือใหญ่รูดเกาะอกฉันลงมาถึงเอวคอดด้วยความเร่งรีบ บั้นท้ายของฉันทับกับบางอย่างที่แข็งขันอยู่เบื้องล่าง ความรุ่มร้อนทำให้ฉันมีอาการแปลก ๆ“พี่ไม่มีถุงยาง แต่พี่สะอาดพอ ไม่เคยสดกับใคร” เสียงแหบพร่าบอกขณะซุกใบหน้าลงกลางเนินอกฉัน ใจหนึ่งอยากผลักเขาออกเพราะไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน แต่อีกใจกลับโหยหาเพียงลิ้นอุ่นชื้นสัมผัสกับยอดดอกบัวน้อยตรงหน้า “เราล่ะ” เขาถามฉันกลับ“ตะ ต้าร์…สะอาดค่ะ” ฉันตอบไม่ไม่มองหน้า แต่ก็ต้องเชิดหน้าขึ้นจนได้เมื่อพี่เขาดูดดึงยอดดอกบัวน้อยรุนแรง “พี่ทิว อ๊า”เจ้าของตักกว้างวุ่นวายอยู่กับดอกบัวงามสองข้างเนิ่นนาน มือหนาสากลูบไล้แผ่นหลังฉันทั่ว ก่อนจะเคลื่อนต่ำลงมาบีบเคล้นบั้นท้ายรุนแรงพี่ทิวยกฉันให้ลุกขึ้นครู่หนึ่ง จัดการปลดเข็มขัดและรูดซิบกางเกงของตัวเองลง ควักอาวุธที่ซ่อนไว้ใต้ร่มผ้าออกมา เขาชักรูดมันสองสามครั้งก่อนจะกดบั้นท้ายฉันลงบนตักเขา“อ๊ะ พี่ทิวอื้ออ”“อ๊า ต้าร์นั่งลงเลย” เสียงกระเส่าของเราทั้งคู่ดังขึ้นพร้อมกันเมื่อฉันค่อย ๆ กดบั้นท้ายลงบนตักกว้าง ทว่าความรู้สึกเจ็บแปลบราวกับเนื้อหนังฉีกขาดก็ทำให้ฉันชะงัก ไม่ยอมทิ้งตั
[ทิว]พอรู้ว่าเป็นคนรู้จัก ก็สอบถามความได้ว่าชีต้าร์มาดื่มกับเพื่อนแล้วถูกฉุดมา แต่ยังไม่ทันจะได้ถามอะไร รถของผมที่ขับมาเรื่อย ๆ ก็เลี้ยวเข้าซอยบ้านของกระถินพอดี“เอาไว้ค่อยคุยกันนะต้าร์ เดี๋ยวถินจะโทรหา” กระถินหันไปบอกคนรุ่นเดียวกันกับเธอ ก่อนจะหันมาบอกผมให้หยุดรถ “จอดตรงนี้แหละลุง เดินไปอีกหน่อยก็ถึงบ้านถินแล้ว”“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ไปส่งให้ถึงที่เลย มืดแบบนี้อันตราย” ผมบอกคนที่ปลดเข็มขัดนิรภัยออก“รถลุงเข้าไม่ได้หรอก มันเป็นซอยเล็ก ๆ เข้าได้แต่มอไซค์ ตอนลุงไวน์ขับบิกไบค์มาส่งยังไปลำบากเลย”“อ้าวเหรอ งั้นกลับดี ๆ ล่ะ คืนนี้รับสายพี่ด้วยนะ เดี๋ยวไปถึงโรงพักแล้วจะโทรหา”“โอเคค่ะลุง ขอบคุณมากนะที่มาส่งถิน”“เค ๆ ไว้เจอกันที่ร้านวันพี่ไปดื่มนะ”ตอนนี้เบาะหลังของผมมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งกอดตัวเองด้วยท่าทีสั่นเทา ผมกับกระถินเคยเจอชีต้าร์ครั้งหนึ่งในงานแต่งงานญาติของเดือนหนาว ซึ่งตอนนั้นผม ไอ้แทน กระถิน แล้วก็เพื่อนของเดือนหนาว ไปงานในฐานะทีมเพื่อนฝั่งเจ้าบ่าว ที่จริงก็ไปช่วยงานนั่นแหละ ส่วนชีต้าร์เป็นทีมของเพื่อนเจ้าสาว แต่วันนั้นไอ้ไวน์มันไม่ได้ไปด้วย เพราะมันไปกินข้าวกับครอบครัวก่อนไปเรียนต







