Share

EP.5 : บังเอิญ

last update publish date: 2026-07-18 15:44:36

[เดือนหนาว]

เช้าวันต่อมา…

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา หวังจะต่อสายหายัยก้อยถามเรื่องแม่ของนาง และจะถามยัยโฟร์ว่าออกมาหรือยัง เพราะวันนี้นางต้องมารับฉัน แต่พอเห็นข้อความที่ถูกส่งมาระหว่างฉันอาบน้ำก็พอจะเดาชะตากรรมตัวเองออก

@แชตกลุ่ม

ยัยโฟร์ : เพื่อนรัก

ยัยโฟร์ : เมื่อคืนฉันไปยกแก้วมาอะ ฉันไม่เข้าเรียนเช้านะตื่นไม่ไหว

“เฮ้อ สรุปเราต้องไปเรียนคนเดียวใช่ไหมเนี่ย แล้วจะเดินลงไปยังไง ปวดหัวเข่าจนอยากร้องไห้อยู่แล้ว”

ตอนอาบน้ำแล้วแกะผ้าพันแผลออก หัวเข่าของฉันก็เริ่มเป็นสีม่วงแถมยังมีเลือดซึมออกมา ยิ่งโดนน้ำก็ยิ่งแสบ ตอนทำแผลก็น้ำตาแตกไปแล้วด้วย

“หรือจะไม่ไปเรียนดีนะ เดินไม่ไหวแน่ ๆ เลย” แต่ก็ต้องสะบัดหัวไปมาเพื่อไล่ความคิดพวกนั้นออกไป ถ้าฉันไม่ไปเรียนแล้วกลุ่มเราจะรู้เรื่องเหรอ วันนี้เพื่อนก็ไม่เข้าเรียนสักคน ยิ่งต้องเตรียมเคลียร์งานและปรึกษาอาจารย์เรื่องทำโปรเจ็ค ถ้าฉันพลาดไปพวกเราสามคนต้องไม่จบแน่ ๆ เลย “ไปก็ไป”

วันนี้เป็นวันแรกของปีสี่ที่ฉันขับรถมาเรียนเอง ปกติแล้วฉันจะนั่งแท็กซี่มาเพราะขี้เกียจขับรถ อีกเหตุผลหนึ่งก็คือถ้าเอารถมาก็ต้องไปจอดตรงลานจอดรถข้างตึกคณะวิศวะ กว่าจะเดินมาถึงตึกคณะฉันก็ไกลเพราะอยู่กันคนละฝั่ง

“วันนี้ต้องเดินไกลสินะ” ฉันพึมพำขณะเลี้ยวรถเข้าไปจอดในช่องที่ว่างอยู่ กระทั่งเปิดประตูลงจากรถเสียงใครบางคนที่จับกลุ่มกันไม่ใกล้ไม่ไกลก็ทำให้ฉันต้องหันไปมอง

“ไอ้ไวน์ นั่นคนที่มึงอุ้มเขาไปห้องพยาบาลเมื่อวานป่าววะ” ผู้ชายในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ บนบ่ามีเสื้อช็อปสีกรมพาดไว้มองมาที่ฉัน ก่อนจะหันไปสะกิดเพื่อนที่นั่งคร่อมจักรยานอยู่

“หวัดดี” ฉันส่งยิ้มไปให้ทั้งสามคนเมื่อเผลอสบตากับหนึ่งในนั้นเข้า

“หวัดดีครับคนสวย เราชื่อทิวนะ” คนที่บอกเพื่อนให้หันมามองฉันทักทายกลับเป็นคนแรก

“เราชื่อแทน” ผู้ชายอีกคนที่ยืนกดโทรศัพท์มือถืออยู่เงยหน้ามาทักฉัน ก่อนจะก้มลงไปกดโทรศัพท์มือถือต่อ

“เราชื่อเดือนหนาว เรียกหนาวเฉย ๆ ก็ได้” ฉันแนะนำตัวบ้าง ก่อนจะหันไปก้มหัวหน่อย ๆ พร้อมส่งยิ้มให้อีกคนที่ยืนยิ้มอยู่ เขาชื่อไวน์ ฉันจำได้

“หนาวดีขึ้นแล้วเหรอ ทำไมมาเรียนล่ะ” คนที่เป็นขวัญใจเพื่อนฉันทักพลางบุ้ยปากมายังหัวเข่าของฉัน

“ยังเจ็บแผลแล้วก็ปวดเข่าอยู่น่ะ จะหยุดก็ไม่ได้เพราะวันนี้อาจารย์จะคุยเรื่องโปร์เจ็ค เรากลัวไม่ทันเพื่อนน่ะ วันนี้กลุ่มเราไม่มีใครมาเรียนเลย”

“ขยันจัง” คนที่คร่อมจักรยานอยู่อมยิ้มให้

“งั้นเราไปเรียนแล้วนะ” ฉันบอกยิ้ม ๆ ก่อนจะเดินกะเผลกขาออกมา ในใจก็อยากจะล้มลงตรงนี้ให้ได้ เพราะไม่ใช่แค่เจ็บแผลแต่มันปวดไปถึงกระดูกเลย

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง

“เธอ ๆ เอ่อ เดือนหนาว” ทว่าเสียงกริ่งจักรยานของคนที่ปั่นตามหลังมาก็ทำให้ฉันต้องหยุดเดิน

“อื้ม ไวน์มีอะไรเหรอ”

“ให้เราไปส่งป่าว เราจะแวะไปห้องสมุดทางนั้นพอดี” ไวน์บอกยิ้ม ๆ พลางเกาหัวตัวเองไปด้วย ดูเหมือนเขาจะประหม่าเวลาคุยกับฉันสินะ แหงล่ะ ฉันเองก็เหมือนกัน เพราะนี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้คุยกับคนที่ไม่รู้จักนานขนาดนี้

“เอางั้นก็ได้ รบกวนด้วยนะ” ฉันตอบกลับก่อนจะเดินไปซ้อนท้ายจักรยานเขา แต่มันก็ยิ่งประหม่าเข้าไปใหญ่เพราะนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่ฉันได้นั่งจักรยาน

“เอ่อ…ไวน์ เราขอจับเสื้อนายได้ป่าว” ฉันถามเมื่อกลัวตกขึ้นมา

“อื้ม ได้สิ”

“ขอบคุณนะ”

จักรยานคันน้อยค่อย ๆ เคลื่อนไปตามถนนที่สองข้างทางเป็นสวนหย่อม แต่เพราะระยะทางระหว่างตึกเรียนของเรามันห่างกันมาก บรรยากาศระหว่างทางเลยเงียบ ๆ เพราะไม่มีใครพูดอะไรออกมา

“เอ่อ…ไวน์ เที่ยงนี้นายไปกินข้าวที่ไหนเหรอ” ฉันทำลายความเงียบโดยการชวนเขาคุย อีกอย่างอยากขอบคุณที่เขาช่วยฉันไว้เมื่อวาน แถมวันนี้ยังให้ฉันซ้อนท้ายจักรยานไปตึกคณะอีก

“เรากินที่ที่โรงอาหารคณะเราอะ เคยอยากไปกินคณะอื่นเหมือนกัน แต่กลัวเจ้าถิ่นให้กินอย่างอื่นแทนเลยไม่กล้าไป” คำตอบติดตลกของเขาทำให้ฉันอดขำไม่ได้ กลัวเจ้าถิ่นคณะอื่นสินะ

“เราอยากเลี้ยงข้าวขอบคุณนายน่ะ” ฉันบอกคนที่เลี้ยวจักรยานเข้าไปจอดหน้าตึก ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา “เราพูดจริงนะ เราอยากขอบคุณนายจริง ๆ”            

“เฮ้ย ไม่เป็นไรแค่นี้เอง” คนตรงหน้าบ่ายเบี่ยงทั้งที่มีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า จะว่าไปแล้วเขาก็ยิ้มเก่งเหมือนกันนะเนี่ย พูดอะไรออกมาก็มีรอยยิ้มประดับตลอดเลย

“นะ ให้เราขอบคุณนายเถอะ เรารู้สึกไม่ดีน่ะที่ไม่ได้ทำอะไรให้นายเลย นายช่วยเราไว้สองครั้งเลยนะ เมื่อวานแล้วก็วันนี้ด้วย แต่ถ้านายกลัวแฟนเข้าใจผิด นายชวนเขาไปด้วยได้นะ เราก็จะชวนเพื่อนเราไปด้วยเหมือนกัน พาเพื่อนนายไปด้วย”

“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก เราไม่มีแฟน” คนตรงหน้ารีบบอก “ถ้างั้นเที่ยงตรงเธอว่างไหม มีเรียนหรือเปล่า”

“ไม่มี วันนี้มีแค่ช่วงเช้าแล้วก็ว่างยาวเลย”

“งั้นเที่ยงตรง เราจะปั่นจักรยานมารับเธอหน้าตึกนะ เธอเดินไปไม่น่าจะไหว”

“อื้ม เอางั้นก็ได้” เขาใส่ใจจัง…

“ส่วนพวกเพื่อน ๆ ของเธอก็ให้ล่วงหน้าไปก่อนหรือจะตามไปทีหลังก็ได้ เราก็จะบอกเพื่อนเราเหมือนกัน”

“โอเค งั้นเอาตามนี้เลย” ฉันพยักหน้าให้เมื่อตกลงกันได้

“งั้นเรากลับแล้วนะ” คนที่คร่อมจักรยานอยู่เอ่ยก่อนจะหันจักรยานกลับไปทางที่เราผ่านมา

แต่ว่า…

“ไวน์ไม่ไปห้องสมุดเหรอ ตึกอยู่ทางนั้น” ฉันชี้ไปยังตึกถัดไปซึ่งเป็นหอสมุดของมหาวิทยาลัย ก็ก่อนมาเขาบอกว่าจะไปห้องสมุดนี่

“อะ อ๋อ ลืมนะ งั้นเราไปนะ” คนที่วนจักรยานกลับมาหันมายิ้มให้พร้อมกับเกาหัวแก้เก้อไปด้วย

ฉันได้แต่ยืนมองแผ่นหลังเขาที่ห่างออกไปเรื่อย ๆ พร้อมขำให้กับท่าทีของเขา ก่อนจะเดินกระเผลกเข้าไปในตึกคณะ

@แชตกลุ่ม

เดือนหนาว : ยัยโฟร์แกจะเข้ามอไหม

ยัยโฟร์ : ไม่มีเรียนแล้วนี่ หรือให้ไปช่วยหาข้อมูล

เดือนหนาว : พอดีฉันจะไปกินข้าวที่โรงอาหารคณะวิศวะตอนเที่ยงน่ะ แกไปเป็นเพื่อนหน่อยสิ

ยัยโฟร์ : กรี๊ด นี่อย่าบอกนะว่าแกได้แฟนคณะนั้นแล้วอะ

ยัยโฟร์ : อร๊าย อร๊าย แบบนี้ต้องกระจายข่าว

เดือนหนาว : จะบ้าเหรอ!

เดือนหนาว : ฉันแค่จะเลี้ยงข้าวขอบคุณคนที่ช่วยฉันไว้เมื่อวานต่างหากล่ะ

ยัยก้อย : ฮั่นแน่ มีอะไรเล่ามาให้หมด!

เดือนหนาว : อะไรของพวกแกเนี่ย

เดือนหนาว : ฉันแค่อยากขอบคุณเขาเองนะ เมื่อวานเขาช่วยฉัน แล้ววันนี้เขาก็มาส่งฉันที่หน้าตึกอีก

ยัยโฟร์ : ง้อวว ฉันว่าแกโดนอาถรรพ์ลานเกียร์เข้าครอบงำแล้วแหละเพื่อนรัก

ยัยก้อย : ใช่แน่ ๆ เพื่อนกำลังจะมีผัวเป็นวิศวะแล้วจ้า อร๊าย

เดือนหนาว : ฉันไม่คุยกับพวกแกแล้ว ไว้เจอกันที่โรงอาหารนะ มาถึงแล้วบอกด้วย

พอคุยกับสองเพื่อนซี้เสร็จฉันก็นั่งฟังอาจารย์อธิบายเรื่องโปร์เจ็คที่จะทำต่อ แต่ไม่รู้ทำไมใบหน้าของไวน์กับรอยยิ้มของเขาถึงเข้ามาในหัว เช้านี้ฉันตั้งใจเรียนมากแค่ไหนแต่ก็ไม่มีอะไรเข้าหัวเลย รอยยิ้มบนใบหน้าทะเล้นนั่นกวนใจฉันไม่เลิก ไหนจะน้ำเสียงสดใสของเขาก็ดังก้องหูอยู่ตลอด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อาถรรพ์ลานเกียร์   EP.71 : วันที่รอคอย

    [ไวน์]ในที่สุดวันที่ผมเรียนจบก็มาถึง ทุกคนที่บ้านมาเซอร์ไพรส์ผมหน้ามหาวิทยาลัย ทุกคนรับผมกลับบ้านด้วยตัวเอง ไม่ใช่รอรับผมที่สนามบินอย่างที่เราเคยนัดกันไว้เมื่อหลายวันก่อน“ไม่ได้มาแค่บ้านเรานะ” แม่ที่ผละออกจากอ้อมแขนผมเอ่ยก่อนจะบุ้ยปากไปยังสนามหญ้า “บ้านนั้นก็มาด้วย” ผมหันไปมองก็เห็นลุงหมอกับป้าฟา และที่ขาดไม่ได้ก็คือเดือนหนาว แฟนสาวของผม“ลุงหมอสวัสดีครับ ป้าฟาสวัสดีครับ” ผมทักทายผู้ใหญ่ทั้งสองท่านด้วยรอยยิ้ม เดินไปกอดป้าฟา กอดลุงหมอ ก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้ใครบางคนที่เดินตามหลังลุงกับป้ามา“คิดถึงจัง” เราสองคนพูดขึ้นพร้อมกันขณะยืนยิ้มให้กันในระยะห่างที่ไม่ใกล้และไม่ไกลเกินไปเราสองคนส่งยิ้มให้กันอยู่อย่างนั้น ไม่รู้ว่านานแค่ไหน รู้แค่ว่าในใจอยากกระโดดกอดแน่น ๆ หอมแก้มหลาย ๆ ฟอดแล้วลากไปฟัดในห้องให้หายคิดถึง แต่เพราะผู้ปกครองของเราที่อยู่กันแบบครบครัน ทำให้ผมได้แต่ยืนมองดวงหน้าหวาน ๆ และอมยิ้มให้กันอยู่แบบนั้นเราสองคนโตแล้ว เรื่องที่ลึกซึ้งกว่านี้ผมคิดว่าผู้ใหญ่ที่เขาผ่านน้ำร้อนมาก่อนคงรู้นั่นแหละ ผมกับหนาวเข้าออกห้องกันบ่อยจะตาย คอนโดที่เราอยู่เป็นของครอบครัวหนาว ทำไมพวกท่านจะไม่รู้

  • อาถรรพ์ลานเกียร์   EP.70 : แค่เพื่อน

    [ไวน์]วันนี้ผมกับนิมาซื้อของใช้ด้วยกัน เหตุผลที่มากันสองคนก็เพราะเราเป็นคนไทยสองคนที่อยู่ในทีมเดียวกันแล้วเราก็สนิทกันพอสมควร ส่วนเพื่อนในทีมคนอื่น ๆ ส่วนมากจะเป็นต่างชาติและเป็นรุ่นพี่เรา เขาจะไม่ค่อยสุงสิงกับเราเท่าไหร่ เอาจริง ๆ คือเขาคุยกับเราแหละ แต่แค่ตอนเรียนแล้วก็ตอนทำงานน่ะ ส่วนนอกเวลาพวกเขาก็จะเป็นแบบต่างคนต่างอยู่ ไม่มีใครยุ่งกับใคร“ไวน์จะซื้ออะไรอีกไหม ของนิครบแล้ว” คนข้าง ๆ หันมาถาม“ไม่ล่ะ ของครบแล้ว”“งั้นเราไปหาอะไรกินกันก่อนค่อยกลับดีไหม นิหิวแล้วอะ” คนข้าง ๆ ทำหน้าอ้อนใส่ ผู้หญิงอะเนอะ เดินผ่านร้านของกินที่ตกแต่งสวย ๆ ก็คงอยากเข้าไปนั่งกินแหละ พอเห็นนิแล้วก็คิดถึงหนาวขึ้นมา“อื้มไปสิ นิอยากกินอะไรล่ะ”“ไวน์ชอบกินอะไรเหรอ” คนข้าง ๆ ไม่ได้ตอบ แต่หันมาถามผมขณะเดินเข้าไปในโซนร้านอาหารพร้อมกัน“เรากินอะไรก็ได้ นิเอาที่นิอยากกินเลย”“ตามใจนิเหรอ ดีจังเลย” คนข้าง ๆ ฉีกยิ้มหน้าบาน ผมได้แต่ระบายยิ้มบาง ๆ ออกมาผู้หญิงพอมีคนตามใจคงหน้าบานกันทุกคนเลยนะ หนาวก็ชอบเวลาที่ผมให้เธอเป็นฝ่ายเลือกของกิน ผู้ชายน่ะกินง่ายอยู่แล้ว เธอเข้าร้านไหน เราก็แค่เลือกเมนูที่เรากินได้แค่นั้น ส่วน

  • อาถรรพ์ลานเกียร์   EP.69 : ระยะห่าง

    [เดือนหนาว]เดือนหนาว : ทำไรอยู่Y eiei : กำลังออกไปข้างนอก วันนี้ไปดูงานนอกสถานที่เดือนหนาว : สู้ ๆ นะ หนาวเอาใจช่วยY eiei : คิดถึงจังเดือนหนาว : คิดถึงเหมือนกันY eiei : แค่นี้ก่อนนะ ไวน์ต้องไปแล้วเดือนหนาว : อื้มหลายเดือนแล้วที่ฉันกับไวน์คุยกันผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ เราโทรหากัน วีดีโอคอลหากันแค่ช่วงแรก ๆ เท่านั้น ไวน์กับฉันเวลาของเราเริ่มไม่ตรงกัน และเวลาว่างของไวน์ก็เหลือน้อยลงทุกวันเดือนหนาว : ทำไรอยู่เดือนหนาว : ไปเรียนยัง…เดือนหนาว : ตอนนี้หนาวกำลังเข้านอน ไวน์เรียนอยู่หรือเปล่า....เดือนหนาว : สู้ ๆ นะ คิดถึง....“ทำไมไม่ตอบนะ หรือว่าเรียนอยู่” หลายวันมาแล้วที่ไวน์เงียบหายไป นอกจากไม่ตอบข้อความของฉันแล้ว ไวน์ก็ไม่ได้อ่านด้วย แล้วก้ไม่ติดต่อมาฉันนอนพลิกตัวไปมาบนเตียง จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ไร้วี่แววการตอบกลับนานนับชั่วโมง คืนนี้ฉันคงนอนไม่หลับเหมือนเคย พอห่างกันแบบนี้แล้วก็อดหวั่นไหวไม่ได้แฮะบางครั้งฉันก็กลัวว่าไวน์จะมีคนใหม่ เราสองคนไม่ได้คุยกันเหมือนเมื่อก่อนแล้ว บางทีส่งข้อความไปวันนี้ กว่าไวน์จะตอบกลับก็สามวัน ไม่งั้นก็อ่านแต่ไม่ตอบ แต่ลุงอัคคีบอกว่าไวน์เ

  • อาถรรพ์ลานเกียร์   EP.70 : ก่อนจะจากกัน

    [เดือนหนาว]“ไวน์ไม่ไปทันไหมอะ ไวน์คิดถึงหนาว” เสียงคนที่นอนหนุนตักฉันอยู่พูดขึ้น พรุ่งนี้เช้าไวน์จะต้องเดินทางไปต่างประเทศแล้ว ส่วนฉันก็คงช่วยงานแม่ที่นี่และเรียนต่อที่นี่ ไม่ได้ไปไหน“จะบ้าเหรอไวน์ แค่ปีสองปีเองนะ เราคุยกันรู้เรื่องแล้วนี่”“ก็ได้ ๆ งั้นคืนนี้เรารีบนอนกันเถอะ ไวน์อยากกอดหนาวนาน ๆ” คนหนุนตักอยู่รีบลุกขึ้นก่อนจะช้อนตัวฉันเข้าไปในห้องนอน วันนี้ไวน์มาค้างกับฉันที่คอนโด และคงเป็นคืนสุดท้ายที่เราจะได้นอนกอดกัน“ไหนบอกอยากกอดหนาวนาน ๆ ไง ถอดเสื้อผ้าทำไม” ฉันหรี่ตามองคนที่วางฉันลงบนเตียงแล้วก็รีบถอดเสื้อตัวเองออก ก่อนจะขึ้นมาคร่อมฉันไว้ด้วยความเร่งรีบ“ไวน์ร้อน” คนเจ้าเล่ห์ตอบพร้อมยิ้มกรุ้มกริ่ม“ห้องหนาวมีแอร์นะ”“โธ่ หนาวอะ ก็รู้อยู่ว่าไวน์หมายถึงอะไร ทำไมชอบแกล้ง”“รีบนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ไวน์ต้องตื่นเช้า”“ขอบอกรักก่อนแล้วจะนอน อยากได้ยินหนาวบอกรักก่อนนอน”“ก็ได้ ๆ” ฉันว่าพลางโอบกอดรอบคอหนาเอาไว้ เราสองคนแลกรสจูบหวานล้ำแก่กัน ผลักกันซุกไว้ซอกคอ พลิกตัวกันไปมายามที่สลับกันตักตวงความหวานจากดอกบัวงามสองข้าง ก่อนจะบดเบียดสองกายเข้าหากันด้วยความเสน่หา ปล่อยอารมณ์และความต้องการ

  • อาถรรพ์ลานเกียร์   EP.67 : (ตอนคั่น) ทิว 3/3 END

    [ชีต้าร์]“อื้อพี่ทิว” ฉันร้องท้วงเจ้าของตักเมื่อมือใหญ่รูดเกาะอกฉันลงมาถึงเอวคอดด้วยความเร่งรีบ บั้นท้ายของฉันทับกับบางอย่างที่แข็งขันอยู่เบื้องล่าง ความรุ่มร้อนทำให้ฉันมีอาการแปลก ๆ“พี่ไม่มีถุงยาง แต่พี่สะอาดพอ ไม่เคยสดกับใคร” เสียงแหบพร่าบอกขณะซุกใบหน้าลงกลางเนินอกฉัน ใจหนึ่งอยากผลักเขาออกเพราะไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน แต่อีกใจกลับโหยหาเพียงลิ้นอุ่นชื้นสัมผัสกับยอดดอกบัวน้อยตรงหน้า “เราล่ะ” เขาถามฉันกลับ“ตะ ต้าร์…สะอาดค่ะ” ฉันตอบไม่ไม่มองหน้า แต่ก็ต้องเชิดหน้าขึ้นจนได้เมื่อพี่เขาดูดดึงยอดดอกบัวน้อยรุนแรง “พี่ทิว อ๊า”เจ้าของตักกว้างวุ่นวายอยู่กับดอกบัวงามสองข้างเนิ่นนาน มือหนาสากลูบไล้แผ่นหลังฉันทั่ว ก่อนจะเคลื่อนต่ำลงมาบีบเคล้นบั้นท้ายรุนแรงพี่ทิวยกฉันให้ลุกขึ้นครู่หนึ่ง จัดการปลดเข็มขัดและรูดซิบกางเกงของตัวเองลง ควักอาวุธที่ซ่อนไว้ใต้ร่มผ้าออกมา เขาชักรูดมันสองสามครั้งก่อนจะกดบั้นท้ายฉันลงบนตักเขา“อ๊ะ พี่ทิวอื้ออ”“อ๊า ต้าร์นั่งลงเลย” เสียงกระเส่าของเราทั้งคู่ดังขึ้นพร้อมกันเมื่อฉันค่อย ๆ กดบั้นท้ายลงบนตักกว้าง ทว่าความรู้สึกเจ็บแปลบราวกับเนื้อหนังฉีกขาดก็ทำให้ฉันชะงัก ไม่ยอมทิ้งตั

  • อาถรรพ์ลานเกียร์   EP.66 : (ตอนคั่น) ทิว 2/3

    [ทิว]พอรู้ว่าเป็นคนรู้จัก ก็สอบถามความได้ว่าชีต้าร์มาดื่มกับเพื่อนแล้วถูกฉุดมา แต่ยังไม่ทันจะได้ถามอะไร รถของผมที่ขับมาเรื่อย ๆ ก็เลี้ยวเข้าซอยบ้านของกระถินพอดี“เอาไว้ค่อยคุยกันนะต้าร์ เดี๋ยวถินจะโทรหา” กระถินหันไปบอกคนรุ่นเดียวกันกับเธอ ก่อนจะหันมาบอกผมให้หยุดรถ “จอดตรงนี้แหละลุง เดินไปอีกหน่อยก็ถึงบ้านถินแล้ว”“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ไปส่งให้ถึงที่เลย มืดแบบนี้อันตราย” ผมบอกคนที่ปลดเข็มขัดนิรภัยออก“รถลุงเข้าไม่ได้หรอก มันเป็นซอยเล็ก ๆ เข้าได้แต่มอไซค์ ตอนลุงไวน์ขับบิกไบค์มาส่งยังไปลำบากเลย”“อ้าวเหรอ งั้นกลับดี ๆ ล่ะ คืนนี้รับสายพี่ด้วยนะ เดี๋ยวไปถึงโรงพักแล้วจะโทรหา”“โอเคค่ะลุง ขอบคุณมากนะที่มาส่งถิน”“เค ๆ ไว้เจอกันที่ร้านวันพี่ไปดื่มนะ”ตอนนี้เบาะหลังของผมมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งกอดตัวเองด้วยท่าทีสั่นเทา ผมกับกระถินเคยเจอชีต้าร์ครั้งหนึ่งในงานแต่งงานญาติของเดือนหนาว ซึ่งตอนนั้นผม ไอ้แทน กระถิน แล้วก็เพื่อนของเดือนหนาว ไปงานในฐานะทีมเพื่อนฝั่งเจ้าบ่าว ที่จริงก็ไปช่วยงานนั่นแหละ ส่วนชีต้าร์เป็นทีมของเพื่อนเจ้าสาว แต่วันนั้นไอ้ไวน์มันไม่ได้ไปด้วย เพราะมันไปกินข้าวกับครอบครัวก่อนไปเรียนต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status