LOGINตรงที่พวกเขามาเมื่อไหร่ก็ต้องตรงนั้นทุกครั้ง เพราะเป็นจุดที่ไม่โดดเด่นและยังสามารถมองเห็นด้านล่างได้ทั่วร้าน
เห็นแบบนี้ คนร้อนใจก็ไม่รู้ว่าควรจะรบกวนมันดีไหม?
“อย่าเรียกชื่อผมห้วนๆ เคยบอกไปแล้ว” ประโยคเย็นเยียบทำเอาเธอหน้าเสีย ทว่าเพทายกลับไม่ได้นึกสนใจ เงยหน้าขึ้นก็เห็นไอ้ลูกครึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจึงเอาบุหรี่ในมือมาคาบไว้แล้วลุกยืน ดึงกางเกงที่ร่นลงเล็กน้อยจากการร่วมรักเมื่อครู่ขึ้น ก่อนจะล้วงกระเป๋าตังค์ออกมาหยิบธนบัตรจำนวนหนึ่งแล้ววางไว้บนโต๊ะ “นี่ส่วนของคุณ จะอยู่ต่อหรือจะกลับเลยก็ตามใจ”
การกระทำที่ดูไร้เยื่อใยทำให้หญิงสาวจุกในอก พูดไม่ออก และนี่คือตัวตนของเขา ‘เพทาย’ ชายหนุ่มผู้เย็นชาราวกับคนตายด้านที่เยือกเย็นราวกับน้ำแข็งในขั่วโลกเหนือ
“ใจร้ายจังวะ” คนยืนดูว่าเรียบๆ ในตอนที่เจ้าของใบหน้าไม่บอกอารมณ์เดินมาใกล้
ที่จริงเขาเห็นท่าทีไม่เอาใครของเพื่อนไร้หัวใจตั้งแต่รู้จักกันมาแล้วล่ะ แต่กับไอ้การที่มันพาหญิงมาจัดกันในที่ตรงนั้น อันนี้เขาไม่เคยเห็นและไม่เคยรู้ว่าอีกฝ่ายมีรสนิยม ‘ชอบทำ’ ในที่โล่งแจ้งแบบนี้ด้วย แถมยังมีกล้องวงจรติดด้วยนะ ซึ่งมันคงไม่สน
“มึงเถอะ ถ่อมาหากูในเวลานี้ไม่ใช่ว่าเรื่องไอ้เบบี๋นะ” เพทายว่าอย่างรู้ใจขณะเดินผ่านร่างของคนที่สูงกว่าตัวเองไปหนึ่งเซน ตรงไปด้านในสุดที่เป็นห้องทำงานและห้องพักส่วนตัว
“กล้องหน้าร้านมึงมันจะเห็นตรงที่ไอ้บี๋เล่นน้ำเมื่อวานไหมวะ?” ขายาวก้าวตามหลังเพื่อนพร้อมกับเอ่ยเข้าประเด็น
“เห็น แล้วก็เห็นหน้าไอ้คนที่มันวางยาน้อง ไม่สิ!” ใบหน้าเรียบนิ่งหันมากระตุกยิ้มน้อยๆ “กูต้องเรียกว่า ‘เมียมึง’ ถึงจะถูก”
อาเธอร์ลมหายใจสะดุดแววตาไม่หนักแน่น ถ้อยคำของเพื่อนมันตอกย้ำว่าเขาไม่สามารถปฏิเสธได้เหมือนทุกครั้ง Damn!
มันไม่แย้ง เพียงเท่านั้นคนเย้าแหย่ก็ผลักประตูสีเข้มเข้าไปด้วยความสะใจ
ข้างในเป็นเหมือนห้องนอนกึ่งสตูดีโอใหญ่ที่มีทั้งเตียงนอนใหญ่ ชุดโซฟา มุมอ่านหนังสือ โต๊ะทำงานและบาร์ขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยตู้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงติดเพดาน ข้าวของทุกชิ้นล้วนเป็นสีทึบทั้งหมด เช่นเดียวกับผนังและเพดานที่ถูกฉาบด้วยโทนสีมืด บ่งบอกตัวตนเจ้าของห้องที่ทั้งลึกลับซับซ้อน เข้าถึงยาก
เพทายเดินไปที่โต๊ะทำงาน ขยับเม้าส์เพียงนิดหน้าจอมอนิเตอร์ที่ยังไม่ได้ปิดสนิทก็สว่าง ฉายภาพที่เจ้าของเครื่องเปิดค้างไว้ เพราะเดาไว้อยู่แล้วว่าไอ้ลูกครึ่งต้องมาคิดบัญชีไอ้คนที่มันทำเรื่องบ้าๆ กับลูกสาวของเพื่อนแม่มัน
“ศัตรูมึงนี่ขยันเล่นนอกกติกาฉิบหาย” พลางหันหน้าจอให้อีกคนดู
สองตาคู่คมเห็นชัดว่ามือของไอ้ผู้ชายคนนั้นเอื้อมมาที่แก้วของเบบี๋ หนุ่มลูกครึ่งก็ราวกับเลือดจะขึ้นหน้ามาอีกครั้ง ก่อนที่ก้อนเนื้อในอกจะเต้นสั่นระรัวอย่างรุนแรงในตอนที่เพทายกดซูมเข้าไปให้เห็นหน้าไอ้เวรนั่นจนชัดตาขึ้น
“ไอ้เหี้ยดิม!!!”
@ Carlton Auto
บรืนนน!!!
“เฮ้ย!!!”
รถสปอร์ตราคาแพงพุ่งเข้าไปในอู่รถอย่างจงใจ ส่งผลให้ชนเข้ากับรถที่รอการซ่อมแซมอยู่กว่าหลายคัน ทำเอาคนละแวกนั้นแตกตื่นหาที่กำบังกันจ้าละหวั่น บ้างก็ล้มหงายหลังแข้งขาอ่อนแรงหัวใจแทบวาย
อาเธอร์ก้าวลงจากรถด้วยสีหน้าเอาเรื่อง สายตาราวกับไฟลุกกวาดมองหาเป้าหมาย เจอมันยืนงงอยู่ไม่ไกลก็ไม่รีรอที่จะสาวเท้าเข้าหา แล้วถีบเข้ากลางอกมันเต็มๆ
ปึก
“อั๊ก! หะ เหี้ยไรวะ?” คนไม่รู้เรื่องกุมหน้าอกจุกหนัก ทว่าคนดีเดือดก็ไม่ปล่อยให้โอดครวญนาน ตามลงไปคว้าคอเสื้อแล้วยัดของหนักเข้าที่หน้ามันอย่างจัง
“ผู้หญิงมีเป็นร้อยเป็นพันเสือกมายุ่งกับของของกูไอ้สัส!” ต่อให้หน้ามันช้ำเลือดอาเธอร์ก็ไม่คิดจะปล่อย ส่งผลให้ลูกน้องที่ทนเห็นนายถูกทำร้ายไม่ได้เข้ามาช่วยรวบตัวไว้
ปึก!
เพื่อนกำลังจะโดนรุมเพทายจึงไม่รอช้า จัดการทึ้งผมมันหนึ่งคนพร้อมกับถีบอีกคนจนเซพับใส่คนอื่นๆ “เพื่อนกูยังเคลียร์ไม่จบ หมารับใช้อย่างพวกมึงอย่าเสือก!!”
ผลัวะ!!
เปิดโอกาสให้หนุ่มลูกครึ่งได้สอยหน้าไอ้เวรตะไล ก่อนจะตามมาอีกหมัดแต่ครั้งนี้มันดันหลบได้ พร้อมทั้งตะโกนบอกพวกตัวเองเสียงดัง
“มันมากัน2คน พวกมึงจะรออะไรวะ”
ลูกน้องกว่าเจ็ดชีวิตต่างเหลือบมองหน้ากันเองด้วยความลังเล ส่วนหนึ่งเพราะรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของผู้บุกรุกเป็นอย่างดี
เขาคือ ‘แชมป์ดาวรุ่งของวงการนักแข่ง’ ที่วีรกรรมไม่ได้มีแค่ในตำนาน เพราะปีก่อนเขาพึ่งไปต่อยหน้าลูกชายนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลังจบการแข่งขันอย่างไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด จนบิดาของเบบี๋ต้องเข้ามาจัดการให้ เรื่องนี้เป็นที่โจษจันเป็นอย่างมาก
“พวกมึงจะรอเหี้ยไร เอามันสิวะ!” ดิมเห็นว่าคนของตัวเองยังไม่ลงมือจึงกระตุ้นด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว ขณะที่กุมท้องกุมหน้าตัวเอง
ชายฉกรรจ์ที่เหลือพยักหน้าให้กันส่งสัญญาณความพร้อม ก่อนที่จะพุ่งเข้าหาทั้งสองแต่ยังไม่ทันจะได้เข้าจู่โจมก็เป็นต้องถอยเมื่อมีรถยุโรปป้ายแดงคันใหม่ขับพุ่งเข้ามา ทำเอาพวกนั้นแตกกระจายออกไปอีกครั้ง
“คิดจะรุมเพื่อนกูเหรอสัส!” การินเปิดประตูลงจากรถพร้อมกับน้ำเสียงทรงพลัง ในขณะที่อคิณเปิดประตูอีกฝั่งพร้อมกับไม้เบสบอลสองอันในมือ
“อยากตายมากใช่ไหมไอ้เหี้ย!”
คนรู้ความอ้าปากจรดครอบทำรอย ดูดแรงๆสองสามทีก็ย้ายมุมพร้อมช้อนสายตาขึ้นมองสีหน้าพี่เป็นระยะ จนหนำใจก็เลื่อนริมฝีปากลงมาที่กระดูไหปลาร้า“ตรงนี้ให้บี๋ดูดไหม?”“ดูดครับ” เป็นคำถามที่อาเธอร์สามารถตอบไปในทันทีอย่างไม่นึกลังเล แววตากลืนกินมองอากัปกิริยาของเมียรักด้วยความหยาดเยิ้ม ก้อนเนื้อในอกสั่นไหวรุนแรงที่กลีบปากร้อนไล่ลงไป“บี๋ดูดนมได้ไหมคะ?”“ครับ บี๋ดูดได้เลย พี่เป็นของบี๋คนเดียว” สอดฝ่ามือเข้าใต้ท้ายทอยน้อง ขยุ้มเลือนผมนุ่มแล้วรั้งใบหน้าหวานลงมา เสนอตัวเสนอใจแต่เพียงแค่ลิ้นชื้นแลบออกมาเลียกับยอดอก หัวคิ้วสีเข้มก็ขยับเข้าหากันอย่างทรมาน รัญจวนไปทุกอณู แม้แต่ขนในกายยังพร้อมใจกันสามัคคีลุกขึ้นเคารพต่อการปรนเปรอที่ยั่วยวนของคนตัวเล็กข้างนี้เปียกน้ำลายจนมันวาว เบบี๋ก็เปลี่ยนไปตวัดลิ้นหยอกเย้ากับอีกข้าง สีหน้าที่ประเดี๋ยวเครียดประเดี๋ยวผ่อนคลายเป็นตัวกระตุ้นให้เธอใจกล้ามากกว่าเดิม ใช้ฟันคมขบเบาๆกับเม็ดสีเข้มฝ่ามือหยาบออกแรงทึ้งเลือนผมเบาๆ ระบายความร้อนรุ้มภายในกาย “อื้ม โคตรดีเลยเบบี๋”“ชอบไหมคะ?”“ชอบครับ อ่า” หมายถึงชอบเธอด้วย คนว้าวุ่นขบกรามแน่นจนเสียงดังกรอด ข่มความเสียวการพูดคุยกั
โต๊ะกลางเต็มไปด้วยอาหารญี่ปุ่นจากร้านชื่อดังระดับห้าดาว ทว่าเบบี๋กลับนั่งกระมิดกระเมี้ยนบิดไปมาไม่สบายตัว ข้างกันนั้นคือเจ้าของใบหน้าหล่อเหลา คนรักของเธอชายหนุ่มเม้มริมปากกลั้นขำกับท่าทีประหลาดของน้อง “นั่งดีๆ”“มันไม่ชินงะ” อยากจะโกรธนะที่เขาไม่เอาเสื้อผ้าของเธอมาด้วย โคตรหวิวๆเลยตอนนี้“มานี่มา” ตบหน้าขาตัวเองให้หญิงสาวขึ้นมา ทว่าเธอกลับหายใจเสียงดังทำเมิน ฝ่ามือหนาจึงสอดเข้ารักแรแล้วยกร่างบางมานั่งตักจนได้ “ดื้อวะ”“ก็งอนมึงงะ” เอ่ยบอกอาการที่เป็นไปตามตรงด้วยน้ำเสียงติดเหวี่ยง คนยิ่งหิวก็ยิ่งหงุดหงิด ความรู้สึกก็ไปกันใหญ่ และอาเธอร์เข้าใจดีถึงได้ยอมลงให้ คว้าตะเกียบคีบซูชิไข่ปลาแซลมอนที่ห่อด้วยสาหร่ายมาป้อนถึงปากเล็ก“ผัวง้อครับ” พลางฝังปลายจมูกกับแก้มหอมๆอย่างเอาใจ “กินหน่อยนะที่รัก”“อย่าอ้อน ไม่ได้ผล” ปากบอกไม่ได้ผล ทว่าก็อ้าปากงับกับของกินที่เขาส่งมา ทำเอาคนเป็นพี่ระบายยิ้มหวาน “กูหิวหรอก”“ครับ” เขาขานรับเสียงอ่อนโยน จูบซอกคอขาวๆให้ชื่นใจ ก่อนจะคีบซูชิแบบเดียวกันเข้าปากตัวเองบ้าง พอเห็นว่าน้องเคี้ยวหมดแล้วก็ป้อนซูชิหน้าทูน่าต่อส่วนเขา...คนบนตักกินอะไร เขาก็กินตาม“ทำไมมาพัทย
พอมองตามที่พ่อพูด เด็กชายก็เพิ่งจะสังเกตเห็น รอยเลือดพวกนั้นนอกจากจะอยู่ที่แผล ยังมีติดตามเสื้อผ้าของเจ้าตัวด้วย คงมาจากที่เขากับเธอปะทะฝีมือกัน‘น้องตัวเล็กนิดเดียวเอง ตกจากต้นไม้ก็ว่าเจ็บแล้ว ยูยังจะไปหัวเราะใส่น้องอีก’คนโดนติงลอบกลืนน้ำลายพร้อมกับเม้มริมฝีปาก มองหน้าเด็กที่เขาเพิ่งด่าว่าเป็นเด็กผีจากความโกรธของตัวเอง ‘ถ้าคนที่ตกต้นไม้เป็นยูบ้าง แล้วมีคนมาหัวเราะใส่ ยูจะรู้สึกยังไง? จะชอบไหม?’เป็นคำถามที่เด็กชายสามารถตอบได้ในทันทีว่า…ไม่ชอบ แต่จะให้พูดออกไปก็เกรงจะขัดกับหลักการของตัวเองที่บอกว่าเขากับเธออยู่ร่วมกันไม่ได้‘จากที่ดู แด๊ดว่าน้องก็ไม่ชอบ เพราะงั้นน้องเลยปาหินใส่ น้องคงอยากให้ยูรู้สึกเหมือนกันว่าน้องเจ็บ’ พลางเช็ดเลือดที่ไหลตรงขมับให้ลูก ‘คนถูกหัวเราะเยาะมันไม่สนุกเหมือนคนหัวเราะหรอกนะ หรือคนเก่งของแด๊ดคิดว่าไง?’ประโยคของผู้เป็นพ่อราวกับระฆังเตือนใจให้กับเด็กชายวัยเจ็ดขวบได้คิด เขารู้แล้วว่าตัวผิดจริงๆแต่ก็ไม่คิดจะทำอะไรนอกจากการมองดูนิ่งๆ ทว่ากลับเป็นน้องสาวที่เอ่ยแทน‘อาเซียร์ไม่ชอบ เวลามีคนมาหัวเราะใส่ ไอจะชกให้ตายเลย’ เด็กน้อยยู่ปากพร้อมชูกำปั้นอย่างน่าเอ็นดู ช่วยไ
เด็กหญิงตกลงสู่พื้นดินด้วยท่าตะครุบกบ สิ่งแรกที่รับรู้คือเนื้อตัวชาวาบและตามมาด้วยอาการแสบตรงฝ่ามือทั้งสองข้าง ก่อนที่อาการทั้งหมดจะล่ามมายังหัวเข่า ใบหน้าจิ้มลิ้มแดงก่ำ ริมฝีปากเล็กค่อยๆเบะคว่ำ ซึ่งมาพร้อมกับเสียงแผดร้องและน้ำตาที่ร่วงหล่นเธอเจ็บ!!!ยิ่งตอนพลิกตัวนั่งแล้วเห็นว่ามีเลือดไหล ความเจ็บปวดก็เกาะกุมไปทั่วร่างกาย ร้องไห้ฟูมฟายหนักกว่าเดิม ‘ฮาฮ่าๆๆ’ ทว่าคนที่เป็นต้นเหตุกลับหัวเราะชอบใจ ชี้หน้ากันราวกับสะใจแบบสุดๆใช่! เขาสะใจก่อนหน้านี้ อาเธอร์ เด็กชายในวัยเจ็ดขวบนั่งอยู่ตรงม้าหินอ่อนใกล้ๆ ได้ยินเสียงของลูกนกจึงเดินมาดู ถึงได้เห็นว่ามียัยเด็กหัวแกะที่ไหนก็ไม่รู้มาบุกรุกอณาเขต แถมยังแสดงความเก่งกาจด้วยการปีนต้นไม้อย่างไม่เกรงกลัว จนรู้สึกนึกหมั่นไส้ขึ้นมาและพอได้เห็นว่าคนเก่งตกลงมาไม่เป็นท่า ก็ตลกจนหยุดหัวเราะไม่ได้ ตัวก็เล็กแค่นี้ยังจะทำเป็นเก่ง เบบี๋เห็นอย่างนั้นก็ไม่พอใจ เธอเจ็บมากๆแต่อีกฝ่ายกลับทำเหมือนเป็นเรื่องสนุก แบบนี้ต้องโดนฟิ้วว‘โอ๊ะ โอ้ย!’ คนเจ็บร้องเสียงหลงขณะยกมือขึ้นกุมหน้าผากตัวเอง เรียวนิ้วจึงสัมผัสเข้ากับของเหลวที่ไหลออกมาจากบาดแผล เอามาดูถึงได้เห็นว่า
เบบี๋ราวกับคนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ใครจะคิดว่าเขาจะหมายถึงไส้กรอกจริงๆ ก็ปกติเห็นวกเข้าแต่เรื่องใต้สะดือตลอดเลยงะฟอด~จมูกโด่งฝังลงบนผิวแก้มหอมของคนตัวเล็กหนักๆ ก่อนจะผละออก มองดวงหน้าหวานตาเชื่อม“หมกวุ่นวะ” ทั้งรักทั้งเอ็นดูทว่าก็อดขำไม่ได้ จึงถูกเด็กน้อยเง้างอนใส่ด้วยการสะบัดหน้า ท่อนแขนหนาก็กระชับกอดเอวคอดทั้งสองข้าง “แต่หมกมุ่นยังไงกูก็รัก”“จิ! ไม่ต้องพูดเลย” ยกแขนกอดอก “กูไม่ได้หมกมุ่นสักหน่อย”“เหรอ? แล้วจะกินไหมไส้กรอก” พลางหลุบสายตาลงไปที่จุดอย่างว่า จงใจแกล้งเมีย คนหน้าแดงจึงหายใจรุนแรง“พี่เธอร์!” ไอ้ผัวบ้านี่“เคๆ ไม่แกล้งแล้ว” เห็นแก่ว่าอีกฝ่ายหิวหรอก เขาจึงจะปล่อยไปก่อน “เดี๋ยวข้าวก็มาแล้ว มึงก็ไปอาบน้ำรอละกัน ส่วนชุดมึงกูเตรียมไว้ให้ในตู้” ใช้สายตาชี้ไปยังตู้เสื้อผ้าไม้สีเข้มหน้าห้องน้ำดวงหน้างามผงกลงรับรู้ ก่อนเอื้อมมือไปคว้าผ้าห่ม หมายจะเอามาคลุมร่าง เพราะถึงห้องน้ำจะอยู่ไม่เกินห้าก้าว แต่เธอก็ไม่อาจเดินโทงๆต่อหน้าเขาได้ ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่คลายอ้อมกอดให้เธอลง“ปล่อยสิพี่เธอร์”“ไม่ต้องคลุม” ดวงตาคู่คมเลื่อนลงมาที่ผ้าผืนหนาในมือน้อย“ไม่ได้”“ทำไมไม่ได้?”“กูไม่ได้อยู
บ้านพักต่างอากาศพลูวิลล่า“ไอยังไม่ได้รูปที่ยูบอกจะส่งให้ไอเลยนะ” เสียงทุ้มติดเหวี่ยงแว่วเข้าแก้วหู ปลุกให้คนที่พริ้มหลับอยู่บนเตียงกว้างเริ่มรู้สึกตัว ค่อยๆปรือสายตารับกับแสงของช่วงเวลาบ่ายอ่อนๆที่สาดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา“อื้อ” แขนเรียวยกขึ้นบิดขี้เกียจ รู้สึกเหมือนตัวเองนอนหลับสบายแบบสุดๆ ได้ยินเสียงคลื่นซัดสาดแผ่วๆ เบบี๋ก็หลุดยิ้มบางๆ กระทั่งเห็นเพดานไม้สีอ่อนแปลกตาจึงแน่ใจว่าไม่ใช่แล้วพรึบ!ร่างบางดีดตัวนั่งด้วยหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ ผ้าห่มหล่นลงมากองตรงตัก เผยความขาวนวลผุดผ่องไร้อาภรณ์ประจักษ์แก่สภาพแวดล้อมที่ไม่รู้จัก มือน้อยจึงรีบดึงขึ้นมาปิดร่างกายปลายเท้าคือราวระเบียงกั้นสีดำที่สูงเพียงเอว แต่คาดว่าหากตกลงไปมีสิทธิ์ที่แขนกับขาอาจหักได้ ด้านขวาคือหน้าต่างกระจกบานใหญ่ สามารถมองเห็นวิวหาดทรายข้างนอกได้ถนัดตา ทำเอาหัวคิ้วเรียงสวยขยับเข้าหากันทะ ที่ไหนกันวะเนี่ย?“รีบส่งมา อย่าให้ไอต้องพูดซ้ำ!” โทนเสียงหนาที่คุ้นหูดังมาจากชั้นล่าง คนตัวเล็กจึงชะโงกดู เห็นร่างสูงร้อยแปดสิบเก้าในเสื้อคลุมอาบน้ำยืนคุยโทรศัพท์นอกอาคาร ก็งุนงงไปกันใหญ่จำได้ว่าเมื่อวานเรา เอ่อ...กะ กันที่รถ ภาพใบหน







