LOGINร่างระหงของปณิสราหิ้วถุงพลาสติกใบใหญ่ที่บรรจุบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและพวกของสดเดินกลับเข้ามาในบ้าน เสียงรองเท้าแตะกระทบพื้นปูนดังสะท้อนความเงียบเหงา มือเรียวเอื้อมมือไปเปิดตู้เย็นแสงไฟด้านในเผยให้เห็นความว่างเปล่าจนน่าใจหาย เธอจัดวางไข่ไก่ที่เพิ่งซื้อมาลงในช่องทีละฟองอย่างทะนุถนอมราวกับมันเป็นของล้ำค่าที่สุดในชีวิตยามนี้
เสียงท้องร้องประท้วงด้วยความหิวโหยเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ก่อนเดินออกจากบ้านเมื่อครู่ หญิงสาวจำใจหยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมา มือเรียวฉีกซองออกอย่างเร่งรีบก่อนจะกดน้ำจากหม้อต้มที่เสียบปลั๊กทิ้งไว้ กลิ่นหอมของผงปรุงรสที่ลอยวนขึ้นมาพร้อมไอน้ำร้อนๆ ยิ่งตอกย้ำความหิวให้ทำงานหนักขึ้น เธอตอกไข่ไก่ลงไปหนึ่งฟอง เฝ้ามองดูไข่ขาวที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีขุ่นโอบล้อมเส้นเหลืองนวลเอาไว้ แม้มันจะเป็นเพียงอาหารราคาถูกที่ประทังชีวิตไปวันๆ แต่ในยามที่ความจนบีบคั้นเช่นนี้ มันกลับดูเป็นอาหารเลิศรสที่สุดเท่าที่เธอจะไขว่คว้าได้
ชีวิตของเธอพลิกผันหลังจากผู้เป็นบิดาเสียไปเมื่อปีกลาย แม่ของเธอที่เคยเป็นแม่บ้านดูแลครอบครัว ต้องออกไปทำงานเป็นแม่บ้านโรงแรมเพื่อหาเลี้ยงชีพ แต่ความหวังที่จะช่วยกันประคับประคองครอบครัวกลับพังทลาย เมื่อแม่เลือกคว้าเอาหนุ่มรุ่นน้องที่ทำงานเดียวกันซึ่งอายุห่างจากเธอไม่ถึงสิบปีมาเป็นสามีคนใหม่
ปารีณาหลงสามีเด็กคนนี้จนลืมสิ้นทุกอย่าง เธอแอบเอาเงินเก็บที่มีอยู่ไปปรนเปรอเขาจนหมดตัวจนต้องขายรถ ช่วงปิดเทอมปณิสราจึงตัดสินใจไปทำงานพาร์ตไทม์เป็นพนักงานเสิร์ฟในบาร์ระดับวีไอพี เพราะหวังในรายได้เสริมที่จะช่วยแบกรับภาระค่าใช้จ่ายภายในบ้าน แต่ความสวยของเธอกลับกลายเป็นดาบสองคม ผิวขาวนวลเนียนที่ต้องแสงไฟสลัวและทรวดทรงนาฬิกาทรายภายใต้ชุดยูนิฟอร์มรัดรูป มันทำให้เธอนั้นตกเป็นเป้าสายตาของพวกเสี่ยจอมหื่น รวมไปถึงพวกเสือสิงกระทิงแรด
สัมผัสอันจาบจ้วงจากแขกวีไอพีที่ตั้งใจคุกคามเธอในคืนนั้น ยังคงเป็นภาพที่คอยตามหลอกหลอนปณิสราอยู่ทุกครั้ง สายตาหิวกระหายจากชายกลุ่มนั้นจ้องมองร่างของเธอราวกับเป็นเพียงเศษเนื้อชิ้นหนึ่งที่พวกเขาพร้อมจะรุมทึ้งยังไงก็ได้
เหตุการณ์ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อชายสูงวัยคนหนึ่งในกลุ่มอาศัยจังหวะที่เธอไม่ทันตั้งตัว กระชากร่างของเธอให้ลงไปนั่งบนตักหนา ก่อนจะกอดรัดเอาไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกที่ผสมปนเปกับน้ำหอมราคาแพงโชยเข้าจมูกจนเธอรู้สึกสะอิดสะเอียนอย่างรุนแรง
“แค่หนูยอมไปนอนกับเสี่ยแค่คืนเดียว หนูก็จะมีเงินใช้สบายไปทั้งเดือนเลยนะ” คำกระซิบที่ติดหูเธอมาตลอด มันเป็นข้อเสนอที่น่าอดสูและหยามเกียรติกันอย่างที่สุด ปณิสราพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเพื่อสลัดตัวออกและปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เธอรีบขอตัวไปห้องน้ำเพื่อล้างความอัปยศนั้น ก่อนจะตรงไปแจ้งผู้จัดการร้านเพื่อขอลาออกในทันที
แม้จะรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้ามืดมนเพียงใด และไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเอาเงินที่ไหนมาประทังชีวิต แต่ปณิสราก็บอกตัวเองเสมอว่า หากเธอเห็นแก่เงินเพียงชั่วครู่ชั่วยามในคืนนั้น เธอก็คงต้องสูญเสียศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดไปตลอดกาล
หลังจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปช่วยประทังความหิวไปได้ในคืนนี้ เธอรู้ดีว่าหากยังหางานใหม่ไม่ได้ในเร็ววัน ศักดิ์ศรีที่เพียรรักษามาทั้งชีวิตคงต้องถูกโยนทิ้งเพื่อแลกกับลมหายใจ
กลางดึกคืนนั้น ความเงียบสงัดก็ถูกฉีกกระชากด้วยเสียงคำรามสนั่นของเครื่องยนต์บิ๊กไบค์ที่พุ่งเข้ามาจอดสนิทภายในรั้วบ้าน ปารีณาปีนลงจากเบาะซ้อนท้ายด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความแสนงอนและหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด
เหตุผลคงหนีไม่พ้น นายท็อป สามีเด็กคราวลูกที่ทำท่าจะบิดรถออกไปดื่มกินกับกลุ่มเพื่อนฝูงต่อ โดยไม่คิดจะสนใจไยดีเมียรุ่นแม่ที่ยืนฮึดฮัดอยู่ตรงนี้แม้แต่น้อย
ความวุ่นวายที่คุ้นชินกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงโต้เถียงที่ดังระงมไปทั่วบ้านไม้หลังเก่า ปณิสรา ทำได้เพียงถอนหายใจทิ้งในความมืด เธอรู้ดีว่าที่แห่งนี้ไม่ใช่เซฟโซนสำหรับเธออีกต่อไป และนั่นยิ่งตอกย้ำให้เธอมั่นใจว่า เส้นทางสายใหม่ที่เธอกำลังจะก้าวเดินนั้นคือทางออกเดียวที่เหลืออยู่
ปารีณาเดินนวยนาดเข้ามาในบ้านอย่างไม่แยแส สายตาคมกริบกวาดมองตรงไปยังตู้เย็น หวังจะหยิบน้ำเย็น ๆ มาดับกระหาย แต่เมื่อบานประตูตู้เย็นถูกเปิดออก ภาพของไข่ไก่และอาหารสดที่วางเรียงรายอยู่ภายในกลับดึงดูดความสนใจของเธอมากกว่า ก่อนจะเดินไปหาบุตรสาวที่ยืนล้างจานอยู่ในครัว
“เนย... แกพอจะมีเงินติดตัวบ้างมั้ย เอามาให้แม่ยืมก่อนสักพันสิ” เสียงของปารีณาห้าวขึ้นเล็กน้อย พลางบุ้ยปากไปยังหน้าบ้านที่ท็อปยังคงนั่งรออยู่บนมอเตอร์ไชค์บิ๊กไบค์ด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์นัก
“ท็อปมันจะขอออกไปทำธุระกับเพื่อนน่ะ”
“หนูตกงานอยู่นะแม่ พันหนึ่งหนูไม่มีหรอก” ปณิสราตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่ภายในใจกลับปวดร้าว เพราะรู้ว่าแม่จะเอาเงินเปย์สามี
“สักสี่ห้าร้อยแกไม่มีติดตัวเลยเหรอ ดูสิ ของกินเต็มตู้เย็นขนาดนี้ แล้วแกเอาเงินที่ไหนไปซื้อมาถ้าไม่มีเงิน!” ปารีณาขึ้นเสียงแหลมสูง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ
“ซื้อที่ไหนล่ะ... หนูติดหนี้ป้าจันเอาไว้ทั้งนั้นแหละแม่” เธอจำใจต้องโกหกมารดา
“แล้วทำไมแกถึงได้โง่ลาออกจากงานห๊ะ!” ปารีณาแหวใส่เสียงดังลั่น
“งานในบาร์นั่นรายได้ดีจะตาย ทิปก็หนัก ทำไมแกถึงไม่รู้จักทน ฉันอุตส่าห์ฝากให้แท้ ๆ”
“ทนเหรอแม่” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองมารดา ดวงตาคลอเบ้าด้วยหยาดน้ำตาแห่งความน้อยใจถึงที่สุด
“แต่แขกวีไอพีพวกนั้นมันลวนลามหนูนะ มันจ้องจะลากหนูขึ้นเตียง แม่ไม่คิดจะห่วงหนูบ้างเลยเหรอไงคะ”
ปารีณาชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเธอวูบไหวคล้ายมีความห่วงใยผุดขึ้นมาเพียงชั่วขณะ ทว่าความหิวโหยในเงินตรากลับกลืนกินความรู้สึกเหล่านั้นจนมิด เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
“มันก็ไม่ถึงกับลากขึ้นเตียงหรอกมั่ง... ถ้าแกไม่ออกไปกับเค้าน่ะ คิดดูสิ แกได้เงินนะ แล้วแขกพวกนั้นเค้าก็ระดับเสี่ยทั้งนั้น กระเป๋าหนักจะตาย แค่โดนจับนิดลูบหน่อยมันไม่สึกหรอหรอก ที่แกไปนอนกับไอ้มาร์คเงินไม่ได้สักบาทแม่ไม่เห็นแกบ่นสักคำ!”
เต้านมคู่สวยอวบอิ่ม ชูชันชูยอดอกสีชมพูระเรื่อชวนหลงใหล ทรวดทรงเอวคอดกิ่วรับกับสะโพกผายทรงเสน่ห์ นาวากลืนน้ำลายลงคอด้วยความหิวโหย ก่อนจะค่อย ๆ ดึงถอดกระโปรงและตามด้วยกางเกงและชั้นในชิ้นจิ๋วของเธอลงจนไร้สิ่งปกปิดเผยให้เห็นร่องสวาทอวบอูม โหนกเนื้อนูนสวยที่ประดับไปด้วยความฉ่ำเยิ้มตามธรรมชาติจากอารมณ์เสน่หาที่พลุ่งพล่านสายตาคมกริบของนาวาจ้องมองเรือนร่างเปลือยเปล่าไร้สิ่งปกปิดของข้าวฟ่างด้วยความลุ่มหลง ผิวพรรณเนียนละเอียดที่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์ยากระตุ้นปลุกเร้ากามารมณ์ ชายหนุ่มไม่อาจห้ามใจได้อีกต่อไป เขายื่นมือหนาไปช้อนแผ่นหลังนุ่มและข้อพับขา ก่อนจะอุ้มร่างบางที่ร้อนผ่าวราวกับมีไฟแผดเผาขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนอย่างง่ายดายข้าวฟ่างโอบกอดรอบคอแกร่งไว้แน่น ซบใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเขา ลมหายใจหอบกระพือเป่ารดผิวเนื้อจนชายหนุ่มขนลุกซู่ นาวาก้าวขาพาเรือนร่างงดงามหมดจดตรงเข้าไปภายในห้องน้ำที่สว่างด้วยแสงไฟ ชายหนุ่มบรรจงวางเธอนั่งลงบนขอบอ่างซึ่งเป็นเคาน์เตอร์ล้างหน้าหินอ่อนอย่างนุ่มนวล ความเย็นเยือกของหินอ่อนที่สัมผัสแผ่นหลังและบั้นท้ายตัดกับอุณหภูมิร่างกายที่ร้อนรุ่ม ทำให้หญิงสาวส่งเสียงสะดุ้ง
หลังจากผ่านพ้นฝันร้ายอันเร่าร้อน น็อตได้ขับรถพาปณิสรากลับมาส่งที่บ้าน ทว่าทันทีที่รถจอดสนิท สายตาของเธอกลับปะทะเข้ากับร่างสูงของนาวาที่ยืนรออยู่หน้าบ้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นัยน์ตาคมกริบฉายแววเป็นห่วงผสมความหึงหวงอย่างปิดไม่มิด“เนย! ไปไหนมา ทำไมติดต่อไม่ได้เลยรู้ไหมว่าพี่เป็นห่วงแค่ไหน!” นาวาตรงเข้ามาคว้าตัวหญิงสาวทันทีที่เธอก้าวลงจากรถ สายตามองเลยไปยังเด็กหนุ่มคนขับด้วยความไม่พอใจ“เนย... เนยไปทำธุระมาค่ะพี่นาวา” ปณิสราตอบเสียงแผ่ว ร่างกายบอบช้ำและอ่อนล้าอย่างหนักจากการเสียพลังงานไปกับเด็กหนุ่มตลอดทั้งวัน แถมฤทธิ์ยาที่เริ่มคลายลงยังทิ้งความมึนงงให้เธอไม่อยากคุยอะไรกับนาวาตอนนี้“ธุระอะไรกันแน่ แล้วใครมาส่ง!” นาวาคาดคั้น น้ำเสียงเริ่มดุดันด้วยความระแวง“เนยเหนื่อยมากแล้วค่ะพี่นาวา... วันนี้เนยไม่อยากคุย ไว้ค่อยคุยกันวันหลังนะคะ” เธอตัดบทเพราะหมดแรงจะแก้ตัวหรือปะทะอารมณ์ ก่อนจะเดินหนีเข้าบ้านและล็อกประตูทันที ทิ้งให้นาวาได้แต่ยืนข่มอารมณ์กร้าวอยู่หน้าบ้านด้วยความอึดอัดใจ สุดท้ายชายหนุ่มจึงจำต้องขับรถกลับไปด้วยความขุ่นเคืองภายในห้องนอนที่เงียบสงบ ปณิสราทรุดตัวลงนอนบนเตียงพร้อมกับปล่อ
“โอยยยย... น็อต... ซี้ดดดด พี่เสียว!” ปณิสราครางลั่น เมื่อลิ้นร้อนระดมเลียทั้งติ่งเกสรและช่องทางรัก จังหวะตวัดลิ้นชำนาญทำเอาเธอเกร็งสะโพกเร่าๆ จนกระตุกหงึกๆ สุขสมถึงจุดสุดยอดไปอีกรอบหนึ่ง“อูยยยย... น็อตๆๆ... ตรงนั้น... พี่ไม่ไหวแล้ว... ซี้ดดด”เมื่อเห็นสาวรุ่นพี่แตะสวรรค์ น็อตก็จับขาเธอถ่างออกเตรียมสอดใส่ ทว่าปณิสรายังคงมีสติร้องปรามด้วยความกังวล“อื้ยยย!!! น็อต ไม่เอานะ... อย่าสอดใส่!!!” เธอพยายามถดสะโพกหนี มองแก่นกายใหญ่โตนั้นด้วยความท้าทายปนกลัว ใจหนึ่งอยากลิ้มลอง แต่อีกใจก็กลัวนาวาจะรู้ น็อตยอมถอยออกมานอนข้างๆ จับมือเธอให้มากุมท่อนเนื้ออีกครั้ง“งั้นพี่ช่วยผมอีกครั้งนะครับ”“ได้... แต่พี่ใช้มือให้นะ” เธอสาวรูดท่อนเนื้อในมือถี่ขึ้น แต่น็อตกลับเอื้อมมือไปกดศีรษะเธอลงต่ำ หวังให้เธอใช้ปาก“ไม่เอานะน็อต พี่ไม่เคยทำแบบนี้ให้ใครนอกจากแฟน...” เธออ้อนวอน“แต่เมื่อกี้พี่ก็ทำให้ผมแล้วไง”“ก็น๊อตใช้ปืนขู่พี่นี่”“ผมไม่ขู่แล้ว แต่พี่ทำให้ผมหน่อยได้มั้ย เมื่อกี้ผมชอบมากเลยนะ”“นะครับพี่... ทีเดียวเองนะครับ สงสารผมเถอะ” น็อตทำหน้าอ้อนวอน ปณิสราสงสารจึงพลิกตัวไปคุกเข่าตรงหว่างขาเขา คว้าท่อนเนื้อ
“อย่าเผลอเอาเข้าไปนะน็อต! พี่เตือนแล้วนะ... ถ้าติดโรคจากพี่ขึ้นมาจะหาว่าพี่ไม่เตือนไม่ได้นะ!” ปณิสราละล่ำละลักบอกด้วยเสียงสั่นพร่า พยายามยกเรื่องโรคร้ายขึ้นมาขู่เพื่อปรามสติเด็กหนุ่มไม่ให้หน้ามืดแทรกตัวเข้าสู่ช่องทางรัก“โอ๊ยยย เสียว!!... ผมอยากเอาเข้าไปจังเลย อื้มมม!” เขาเปรยเสียงพร่า แววตาเต็มไปด้วยความกระหายอยากที่ปะทุจนแทบคลั่ง“น็อต... เธอต้องเชื่อฟังพี่นะ” ปณิสราส่งสายตาเว้าวอน ออดอ้อนให้น้ำเย็นลูบหัวใจที่กำลังร้อนรุ่มของเขา“แล้ว... แล้วพี่จะทิ้งผมไหม” เด็กหนุ่มชะงักเอวเล็กน้อย สบตาเธอด้วยแววตากังวลหวั่นไหวตามประสาวัยรุ่นที่เพิ่งเริ่มริรัก“พี่ไม่ทิ้ง...” หญิงสาวเอ่ยปากสัญญาเพื่อลดความตรึงเครียด“งั้นพี่มากับผมที่นี่อีกได้มั้ย”“ได้สิ น็อต... อืมมม ผ่อนคลายนะ ถ้าไม่ไหวก็ปล่อยออกมาเลย...”คำอนุญาตอันแสนยั่วยวนกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กหนุ่มระเบิดอารมณ์ น็อตยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหวเอวสอบบดเสือกแท่งเนื้ออุ่นร้อนเข้าหาเนินเนื้อสาวอย่างบ้าคลั่ง แม้จะไม่ได้สอดใส่เข้าไปภายในช่องทางรัก ทว่าการถูไถแนบชิดบริเวณร่องสวาทอันชุ่มโชกไปด้วยน้ำหล่อลื่น ก็สร้างความวาบหวามปั่นป่วนจนปณ
มือหนาค่อยๆ เลื่อนขึ้นสัมผัสเนินอกอิ่มอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามขอบแผ่นซิลิโคนบางใสที่แนบชิดติดผิวเนื้อนวลเนียนขาวราวกระเบื้องเคลือบ เขาค่อยๆ สะกิดแผ่นซิลิโคนชิ้นแรกออกช้าๆ เผยให้เห็นยอดปทุมถันสีหวานชูชันท้าทายสายตาที่ค่อยๆ ปรากฏแก่สายตาเด็กหนุ่ม ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัดเมื่อเห็นปทุมถันงามเต่งตึงชูชันขึ้นทันทีที่สัมผัสกับอากาศเย็นฉ่ำในห้องนอนหรูหรา มันคือของจริงที่เขาสามารถสัมผัสได้แล้วก่อนที่มือหนาจะเลื่อนไปยังแผ่นซิลิโคนอีกชิ้นบนเต้าอวบอิ่มอีกข้าง เขาออกแรงดึงมันออกช้าๆ อย่างนุ่มนวล เผยให้เห็นหัวนมสีชมพูระเรื่อที่ซุกซ่อนอยู่ภายในให้โดดเด่นสะท้อนกับแสงไฟสลัว เมื่อไร้สิ่งปกปิดชิ้นสุดท้าย เรือนร่างของปณิสราก็ไร้พันธนาการเอวคอดกิ่วรับกับสะโพกผายและเรียวขายาวเสมือนประติมากรรมชั้นยอดที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาอย่างประณีต ปลุกสัญชาตญาณความหื่นกระหายในกายของเด็กหนุ่มให้พุ่งสูงจนแทบคลั่งหญิงสาวรีบหนีบขาตัวเองเข้าหากันแน่นสนิทด้วยความเก้อเขิน ทว่าทรวดทรงองค์เอวทุกตารางนิ้วที่อัดแน่นไปด้วยความเย้ายวนเกินต้านทาน กลับยิ่งเน้นย้ำร่องรอยโค้งเว้าให้เด่นชัด จนทำให้เด็กหนุ่มผู้พบเห็นของจริงเป็นครั้
“พี่กำลังจะโกงผม!” น็อตตะคอก ตาชะโลมไปด้วยไฟโทสะ“ผมโอนเงินให้พี่เป็นแสนๆ! พี่จะมาตัดช่องน้อยเลิกทำกลุ่มไปเฉยๆ แบบนี้ได้ยังไง!”“น็อต... งั้นคืนโทรศัพท์มาให้พี่นะ” ปณิสราพยายามทำใจดีสู้เสือ พลางยื่นมือสั่นเทาออกไป“พี่จะโอนเงินหนึ่งแสนคืนให้น็อตเดี๋ยวนี้เลย ทุกอย่างจะได้จบกันด้วยดีโอเคมั้ย”“ไม่ยอม! ยังไงผมก็ไม่ยอม” เด็กหนุ่มสวนกลับทันที เสียงดุร้าย“เงินหนึ่งแสนนั่นผมไม่ต้องการ! เพราะผมถือว่าจ่ายเป็นค่าตัวให้พี่... ผมต้องได้พี่!”สายตาของเธอเหลือบมองอาวุธปืนในมือเด็กหนุ่มสลับกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดิบดิบ ปณิสราตระหนักดีว่าหากเธอดึงดันขัดขืนหรือใช้ความรุนแรงตอบโต้ เด็กหนุ่มที่กำลังขาดสติคนนี้อาจจะเหนี่ยวกลไกทำเรื่องร้ายแรงจนยากจะแก้ไข ปณิสราไม่มีทางเลือกอื่น... เธอต้องจำใจใช้น้ำเย็นเข้าลูบ เพื่อให้อารมณ์อันร้อนระอุของเด็กหนุ่มคลายลง“น็อต... ใจเย็นๆ ก่อนนะเด็กดี...” หญิงสาวปรับน้ำเสียงให้นุ่มนวลขึ้น ค่อยๆ ยื่นมือเรียวไปแตะที่ท่อนแขนแกร่งของเขาอย่างแผ่วเบา“วางปืนลงก่อนนะ... ขอโทรศัพท์พี่คืนนะ... รับรองพี่จะไม่หนีน๊อตไปไหนแน่นอน”“น็อตปล่อยพี่ซิ... เสื้อพี่ยับหมดแล้ว” เธอพยายามใช้
หลายวันต่อมา... ข้าวฟ่างพาปณิสราแวะมาที่สตูดิโอส่วนตัวของกายแฟนหนุ่ม ภายในห้องโถงกว้างที่ถูกดัดแปลงเป็นสตูดิโอระดับมืออาชีพ กายกำลังยืนเช็คไฟล์ภาพจากหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ แสงไฟสลัวสีส้มสลัวช่วยขับเน้นมัดกล้ามแขนที่โผล่พ้นแขนเสื้อยืดสีดำให้ดูแข็งแกร่งและน่าหลงใหล“สวัสดีครับสาวๆ มาเร็วกว่าที่คิดนะ
เมื่อฝ่าเท้าของหญิงสาวเหยียบย่างเข้าสู่รั้วบ้านในยามโพล้เพล้ ความเงียบสงัดที่ควรจะเป็นที่พักใจกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงครวญครางที่ดังระงมลอดออกมาจากห้องโถง แสงไฟสลัวจากด้านนอกสาดกระทบแผ่นหลังที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของนายท๊อปชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่กำลังโหมกายขับเคลื่อนอยู่บนร่างของปารีณามารดาของเธออย่างบ้าคล
ปนิศราค่อยๆ เอื้อมมือสั่นเทาไปปลดตะขอบราเซียออกช้าๆ ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดเมื่ออาภรณ์ชิ้นน้อยหลุดร่วงลงจากเรือนร่าง เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจอันหอบถี่ ผิวขาวเนียนละเอียดภายใต้แสงไฟสตูดิโอสาดส่องลงมาขับเน้นให้เห็นร่องอกและยอดอกสีระเรื่อที่ดูโดดเด่นและยั่วยวนจนยากจะละสา
ภายในห้องสตูดิโอส่วนตัวที่ถูกจัดวางอย่างมีสไตล์ แสงไฟซอฟต์บ็อกซ์สาดส่องเน้นย้ำความนวลเนียนของผิวพรรณ ปณิสรายืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ เธอเปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งที่ปลดกระดุมออกจนเกือบหมด เผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจที่ตื่นเต้นข้าวฟ่างเริ่มสั่งให้เพื่อนโพสท่าต่าง ๆ







