เข้าสู่ระบบ
ในซอยแคบที่ขนาบด้วยกำแพงปูนตะไคร่จับหนาเตอะย่านชานเมือง แสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าเก่าๆ ส่องให้เห็นร่างระหงของ ปณิสรา หรือ เนย หญิงสาวในชุดเสื้อยืดพอดีตัวที่ขับเน้นทรวงอกอิ่มและส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างไม่ตั้งใจ เธอเดินเข้าไปในร้านขายของชำท้ายซอยซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายในยามที่กระเป๋าสตางค์แห้งเหี่ยว มือเรียวหยิบของใช้จำเป็นและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลงตะกร้าด้วยความระมัดระวัง ก่อนจะยื่นให้เจ้าของร้านด้วยฝ่ามือที่ชื้นเหงื่อจากความประหม่า
“ทั้งหมดสี่ร้อยห้าสิบบาท” ป้าจัน เจ้าของร้านวัยดึกเอ่ยถามพลางคิดเงิน
“ค่ะ... แต่ป้าจ๊ะ งวดนี้หนูขอติดไว้ก่อนนะจ๊ะ” เนยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แทบจะกลืนหายไปในลำคอ
“ยอดเก่าที่ค้างไว้ตั้งแต่เดือนก่อนเอ็งยังไม่ได้เคลียร์ให้ป้าเลยนะนังหนู!” ป้าจันวางถุงพลาสติกลงบนเคาน์เตอร์ ใบหน้าบึ้งตึงแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน
“ถ้าหนูได้เงินจะรีบเอามาให้เลยนะป้า ช่วงนี้หนูเพิ่งตกงาน แม่ก็ยังเงินเดือนไม่ออก...”
“เห็นใจป้าบ้างซี ป้าก็ต้องเอาเงินไปหมุนซื้อของมาขายนะ”
“หนูขอโทษจริงๆ ค่ะป้า หนูขอ... ขอติดไว้อีกสักอาทิตย์ได้ไหมคะ แล้วจะรีบหามาให้” เนยพยายามอ้อนวอน ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความอับอาย
“แต่เดือนนี้เอ็งขอติดป้ามาสามรอบแล้วนะ!” เสียงป้าจันเริ่มแข็งจนคนเดินผ่านไปมาเริ่มเหลียวมอง
“ต่อไปนี้...ถ้าเอ็งไม่มีเงิน ก็ไม่ต้องมาเอาของเพิ่มแล้ว! ที่ป้าให้เครดิตทุกวันนี้ก็เพราะเห็นแก่พ่อเอ็งที่เสียไปหรอก!” เสียงตวาดแหวของป้าจันดังก้องร้าน ปณิสราทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับความอัปยศที่แล่นพล่านจนใบหน้าซีดเผือด มือเรียวสั่นเทายกขึ้นไหว้ท่วมหัวเพื่อขอความเมตตา ทว่าในวินาทีที่หยดน้ำตาแห่งความสมเพชตัวเองกำลังจะร่วงหล่น เสียงหวานที่คุ้นเคยก็แทรกขึ้นมา
“ไอ้เนยมันติดหนี้ป้าอยู่เท่าไหร่จ๊ะ?” หญิงสูงวัยหันไปหยิบเครื่องคิดเลขมากดอย่างรวดเร็ว
“รวมของวันนี้ด้วยก็สองพันห้าพอดี!” ป้าจันดีดเครื่องคิดเลข พร้อมปัดเศษ ก่อนจะกระแทกเสียงตอบ
“เอานี่จ้ะป้า... เดี๋ยวหนูจ่ายให้เพื่อนเอง” ธนบัตรใบละพันสามใบถูกควักออกมาจากกระเป๋าแบรนด์เนมใบหรู ก่อนจะวางลงบนเคาน์เตอร์ไม้เก่าๆ เนยเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเงินด้วยความตกตะลึง
“ฟ่าง! แกมาซื้ออะไรเหรอ”
“แฟนให้แวะลงมาซื้อบุหรี่น่ะ” ข้าวฟ่างเพื่อนสนิทตอบสั้นๆ พลางหันมาส่งยิ้มให้
แสงไฟนีออนจากหน้าร้านสาดกระทบใบหน้าของสองสาว ข้าวฟ่างรับเงินทอนแล้วยื่นให้เพื่อน
“เอานี่...ฉันให้แกเอาติดตัวไว้”
“ฉันเกรงใจแกจังเลยฟ่าง”
“เอาเถอะน่า มีเมื่อไหร่ค่อยมาให้ฉันก็ได้” เงินห้าร้อยบาทที่เพื่อนยัดใส่มือมานั้นช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้เพียงชั่วคราว แต่สภาพของเพื่อนสนิทที่เปลี่ยนไปกลับสร้างคำถามมากมายในใจของปณิสรา
“ขอบใจนะ เซ็งเลยว่ะ ดันมาตกงานช่วงนี้ นี่ก็ใกล้จะเปิดเทอมอีกไม่กี่วันแล้วด้วย ไม่รู้จะหาค่าเทอมทันหรือเปล่า”
“แกไม่ได้กู้เงินเรียนเหรอเนย”
“ไม่ได้กู้หรอก ทำเรื่องไม่ทันน่ะ ตอนนั้นมันช่วงที่พ่อฉันเสียพอดี ถ้าพ่อยังอยู่ฉันคงไม่ลำบากขนาดนี้” ปณิสราถอนหายใจยาว กวาดสายตาสำรวจเพื่อนรักที่ดูเปลี่ยนไปราวกับคนละคน ผิวพรรณที่ดูเปล่งปลั่งขึ้น เสื้อผ้าแบรนด์เนม และความมั่นใจที่แผ่ออกมา
“เอ่อฟ่าง... ช่วงนี้แกดูอู้ฟู่ขึ้นเยอะเลยนะ ไปทำอะไรมาวะ” ฟ่างชะงักไปอึดใจหนึ่ง ดวงตาที่กรีดอายไลเนอร์อย่างประณีตสั่นไหวเล็กน้อย เธอถอนหายใจออกมาหนักๆ เหมือนตัดสินใจจะเปิดเปลือยความลับที่ซ่อนไว้
“ฉันทำพวกคอนเทนต์แนวไพรเวทน่ะ... แต่เป็นแนวสิบแปดบวกนะ แกอย่าไปบอกใครเชียวล่ะ”
“หือยย!!! จริงดิ?” เนยทำตาโต หัวใจเต้นรัวแรง
“เอ่อ...แล้วมันต้องถึงขั้นไหนวะ ถึงจะได้เงินเยอะแบบแก อย่าบอกนะว่า...”
“อื้อ! ก็ประมาณนั่นแหละ แต่ฉันไม่ได้ทำคนเดียวหรอก ฉันทำกับแฟนน่ะ” ฟ่างตอบเสียงกระซิบกระซาบ รอยยิ้มจางๆ
“งั้น...แกพอมีเวลาคุยกับฉันหน่อยมั้ย เผื่อว่าฉันอยากทำบ้าง” ปณิสราตัดสินใจเอ่ยความประสงค์
“คิดให้ดีนะเนย!... สำหรับฉัน ถ้าไม่จนตรอกถึงขั้นไม่มีที่ซุกหัวนอนละก็ ฉันคงไม่เลือกทางนี้หรอก และอีกอย่างฉันก็ตัวคนเดียว ไม่ได้ต้องแคร์ใคร ส่วนแกยังมีแม่อีกทั้งคน”
“เฮ่อ!!...ตอนนี้ฉันก็ตัวคนเดียวไม่ต่างจากแกนักหรอก แม่รึ! ก็เอาแต่หลงผัวใหม่ ตั้งแต่พ่อเสียที่บ้านก็หมุนเงินไม่ทัน ชักหน้าไม่ถึงหลัง” ปณิสราระบายความอัดอั้น ความขมขื่นฉายชัดในดวงตา
“ถ้าแกสนใจจริงๆ แกไม่จำเป็นต้องทำแบบฉันก็ได้นะ แค่แนวเซ็กซี่หวาบหวิวหรือโชว์วับ ๆ แวม ๆ ก็พอ หรือไม่จะเป็นพวกแนวเต้นก็ได้นะ หุ่นแกสวยขนาดนี้ รับรองว่าเอฟซีคลั่งกันเป็นแถวๆ” สายตาของข้าวฟ่างกวาดมองเรือนร่างของเพื่อนอย่างชื่นชม
“แล้วต้องมันต้องโป๊แค่ไหนกันล่ะ”
“ก็เปิดเกือบหมดนั่นแหละ คนดูเขาต้องการอะไรที่มันถึงใจ ยิ่งถ้าเรากล้าเปิด ยอดคนดูมันก็ยิ่งพุ่งกระฉูด จากนั้นรายได้มันก็จะเข้ามาเอง”
ปณิสราอดไม่ได้ที่จะเอาห้องนอนของตัวเองไปเปรียบเทียบกับคอนโดหรูของข้าวฟ่าง ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งรู้สึกอับอายในความเก่าซอมซ่อ แม้เธอจะพยายามจัดห้องให้มิดชิดเพียงใด แต่มันก็ยังดูห่างไกลจากความหรูหราที่ควรใช้เป็นฉากหลังสำหรับทำคอนเทนต์หวาบหวิว
และสิ่งที่ทำให้เธอหนักใจยิ่งกว่าสภาพห้อง มันคือความไม่ปลอดภัยภายในบ้าน สามีใหม่ของแม่มักจะคอยส่งสายตาแปลก ๆ ที่ชวนให้ขนลุกมาให้อยู่เสมอ สายตาคู่นั้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกคุกคามตลอดเวลา จนไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวทำอะไรที่ล่อแหลมภายในบ้านของตัวเองเลย
“เอ่อ...ฟ่างฉันยังไม่มีสถานที่ถ่ายทำเลย”
“เฮ่ย!... ไม่ยาก ฉันให้แกยืมห้องก็ได้” ข้าวฟ่างบอกเสียงใส คำพูดนั้นเหมือนจุดไฟในใจที่มืดมิด ปณิสรานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ จินตนาการไปถึงภาพตัวเองที่ต้องเปลือยต่อหน้ากล้อง ความหิวโหยและภาระที่แบกไว้กำลังเรียกร้องให้เธอโยนศักดิ์ศรีทิ้งไปเพื่อความอยู่รอด
“โอเค ถ้าฉันพร้อมจะบอกแกอีกทีนะ เดี๋ยวไลน์หา” ข้าวฟ่างยื่นมือมาโอบไหล่ของเพื่อนเบาๆ สัมผัสนั้นอบอุ่นแต่กลับทำให้ปณิสรารู้สึกวูบโหวงในอก
“ฉันไปก่อนนะ เดี๋ยวแฟนจะรอนาน”
ปณิสราแยกกับข้าวฟ่างที่หน้าร้านขายของชำ ในหัววนเวียนอยู่กับศักดิ์ศรีที่เคยยึดมั่น เมื่อนึกถึงค่าเทอมและค่าใช้จ่ายที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทางเลือกที่ดูเหมือนจะขัดต่อศีลธรรมแต่นั่นก็เป็นทางรอดเดียวที่เธอมีในตอนนี้
กายเคลื่อนตัวสลับเปลี่ยนท่าทางให้ปณิสราได้นั่งหันหน้าเข้าหากัน นัยน์ตาคมกริบทอดมองใบหน้าหวานละมุนที่ยามนี้ระเรื่อสีแดงจัดด้วยพิษสวาทและอารมณ์รักที่ยังคงคุกรุ่น“พี่เมาหรือเปล่า พี่กาย... หน้าแดงเชียว” ปณิสราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วพร่า เจือความเหนื่อยอ่อน เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีระเรื่อ“ไม่ได้เมาสักหน่อย ดื่มแค่นี้จะไปเมาได้ยังไงกัน” เขาตอบปัดเสียงห้วน ก่อนจะโน้มใบหน้าลงดูดดึงยอดอกอวบอิ่มอย่างหิวโหย จนหญิงสาวต้องแอ่นกายรับสัมผัสด้วยความเสียวซ่านกายโอบรั้งเรือนร่างอวบอิ่มของปณิสราให้ขึ้นมานั่งทับอยู่บนตักกว้างในท่วงท่าหันหน้าเข้าหากัน ช่องทางรักฉ่ำหวานกลืนกินท่อนเนื้อแกร่งเข้าไปจนมิดโคน เนยยันฝ่ามือลงบนแผงอกล่ำบึ้ก ค่อยๆ ยักย้ายสะโพกขย่มโยกเอวบดเบียดเข้าหา ขณะที่กายกระดกสะโพกตอกอัดขึ้นมาจากด้านล่างอย่างรู้จังหวะ สองมือหนาเฟ้นบีบเต้านมเต่งตึงอย่างมันมือ ก้มลงกอดจูบลูบไล้ ซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นและแลกลิ้นนุ่มอย่างนัวเนีย รสเสน่หาอันเร่าร้อนอบอวลไปทั่วห้อง“ฟ่างกับเนย... มีอะไรกับแฟนบ่อยป่ะ” กายเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางเสียงหอบหายใจพร่า ขณะที่มือยังคงบีบเค้นปทุมถันคู่งามอย่างแรง“ถามทำไมเหรอค
“พี่ก็แค่ขอเข้าไปรอฟ่างในบ้านเอง... ทำไมกลัวพี่เหรอ” เขาเอ่ยเสียงทุ้ม นัยน์ตาแพรวพราวไปด้วยความปรารถนาอันรุ่มร้อนที่แฝงไว้ด้วยกลอุบาย “ถ้าเนยเป็นเด็กดี ยอมทำตามที่พี่ต้องการ คืนนี้พี่อาจจะยอมลบคลิปนั้นทิ้งให้ก็ได้นะ”“พี่กาย พูดจริงเหรอคะ”“จริงสิ” พูดจบกายไม่รอให้ปณิสราอนุญาต เขาดันประตูรั้วและแทรกตัวเข้ามาในบ้านทันทีเมื่อเข้ามาอยู่กันตามลำพังภายในบ้าน กายก็ไม่รอช้า เขาเปิดคลิปวิดีโอฉาวที่เคยมีอะไรกับเธอไว้ขึ้นมาขู่ทันที กายยิ้มร้ายและขู่ว่าหากเธอไม่ยอมมีอะไรกับเขาในคืนนี้ เพื่อแลกกับการลบคลิปออกจากเครื่อง เขาก็จะส่งคลิปนี้ให้นาวารับรู้ เพื่อทำลายทั้งชีวิตของเธอด้วยความหวาดกลัวว่านาวาจะรู้เรื่อง และกลัวภาพหลุดจะถูกเผยแพร่ ปณิสราจึงไม่มีทางเลือก“เอาเหล้ามาชงให้พี่ดื่มสักแก้วสิ” กายเอ่ยสั่งเสียงเรียบ ขณะแทรกตัวเข้ามาในบ้านอย่างถือดี“ไม่มีค่ะ” ปณิสราตอบปฏิเสธทันควัน หวังให้เขาตัดใจแล้วกลับไป “อย่ามาโกหกหน่อยเลย... ไอ้นาวามันคงไม่อยู่ที่นี่โดยไม่มีเหล้าดื่มหรอกน่า ไปเอามา” ปณิสราไม่อยากให้เรื่องราวบานปลายจนนาวารู้เข้า เธอจึงจำใจเดินหายเข้าไปในครัว หยิบขวดสุราราคาแพงที่ยังไม่ได้เป
บรรยากาศภายในห้องคอนโดหรูของอาจารย์หนุ่มยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมละมุนของน้ำหอมสตรี หลังผ่านพ้นบทเพลงรักอันเร่าร้อน ข้าวฟ่างยืนแต่งตัวในชุดใหม่ที่อาจารย์ภูมรินทร์เตรียมไว้ให้ด้วยมือที่ยังคงสั่นเทา ความวาบหวามหวามและร่องรอยแห่งความสุขสมยังคงเด่นชัดอยู่ในใจ ขณะที่อาจารย์หนุ่มในชุดลำลองดูภูมิฐานยืนเตรียมพร้อมสำหรับการออกไปดินเนอร์ยามค่ำคืน“แค่นี้ถึงกับมือไม้อ่อนเลยเหรอ หืม์” เสียงทุ้มต่ำของภูมรินทร์เอ่ยถามด้วยความเอ็นดูและอ่อนโยน สายตาคมกริบมองสบประสานกับดวงตากลมโตของนักศึกษาสาวที่เพิ่งก้าวเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเขาอีกครั้ง“ก็มันเสร็จแล้วเสร็จอีกนี่คะ... อาจารย์อึดเป็นบ้าเลย แต่... แต่หนูก็รู้สึกดีมากๆ เลยค่ะ” ข้าวฟ่างซบหน้าลงกับแผงอกกว้าง พลางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วพร่า แก้มสองข้างซับสีเลือดฝาดเรื่อด้วยความเขินอายเมื่อย้อนนึกถึงศึกหนักหน่วงบนเตียงกว้างเมื่อครู่ภูมรินทร์แย้มยิ้มบางๆ อย่างพึงพอใจ ก่อนจะยื่นมือหนาไปช่วยจัดปอยผมที่คลอเคลียกรอบหน้าให้เธออย่างเบามือ แล้วเอ่ยถามด้วยความห่วงใย“หิวหรือยัง”“หมดแรงขนาดนี้แล้ว ยังจะถามอีกเหรอคะ” เธอย่นจมูกใส่เขาอย่างน่ารัก“โอเค งั้นเราไปทานข้าว
“อาจารย์หนุ่มกระชิบเสียงพร่าชิดใบหูของหญิงสาว ก่อนจะแกล้งใช้ริมฝีปากอุ่นร้อนขบเม้มติ่งหูเบาๆ แล้วตวัดปลายลิ้นหยอกล้อหยั่งเชิง จนข้าวฟ่างสะท้านเยือกไปทั้งร่าง ความวาบหวิวระลอกใหม่แล่นพล่านขึ้นมาจับขั้วหัวใจจนเธอต้องส่งเสียงประท้วงแผ่วเบา“อาจารย์ขา... อย่าปลุกอารมณ์กันแบบนี้สิคะ...” ข้าวฟ่างเอ่ยเสียงกระเส่า พยายามเอี้ยวตัวหนีสัมผัสที่จู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าหนูยอมตามใจอาจารย์อีกรอบ... เดี๋ยวอาจารย์เพิ่มค่าเหนื่อยให้เป็นเท่าตัวเลย” อาจารย์ภูมรินทร์กระซิบยั่วเย้า แววตาเป็นประกายระยับด้วยความปรารถนา“รอบนี้พอแล้วนะคะ หนูกลัวแฟนจับได้” เธอบอกด้วยความกังวลใจ“ถ้าหนูไม่บอก แล้วแฟนหนูจะรู้ได้หืม์...” อาจารย์หนุ่มเกลี้ยกล่อม พลางใช้มือหนาลูบไล้สะโพกอิ่มที่จมอยู่ใต้ผิวน้ำอุ่นอย่างเอาอกเอาใจ“โหย... อาจารย์อะ แต่แฟนคนนี้เค้าไม่ชอบให้หนูรับงานนี่คะ” ข้าวฟ่างทำเสียงกระเง้ากระงอดใส่“น่า... นะเด็กดี เรามาร่วมกันสร้างความทรงจำครั้งสุดท้ายดีกว่านะ” เสียงทุ้มเอ่ยออดอ้อนแกมเว้าวอน ดึงร่างอวบอัดให้เข้ามาแนบชิดผิวกายเปลือยเปล่าของตนเองมือหนาบีบนวดไหล่มนก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาโลมเลียปทุมถันคู่งามที่ชูชั
ถุงยางอนามัยถูกนิ้วเรียวถอดออกจากแก่นกายกำยำอย่างชำนาญ ข้าวฟ่างชูมันขึ้นตรงหน้าอาจารย์หนุ่มเพื่อแสดงหลักฐานหยาดหยดสีขาวขุ่นที่อัดแน่นอยู่ภายในด้วยแววตายั่วเย้า“ถือว่าหนูทำตามข้อตกลงของอาจารย์ทุกอย่างแล้วนะคะ... อย่าลืมแก้เกรดให้หนูด้วยล่ะ” เธอส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มก่อนจะนำถุงยางไปทิ้งลงถังขยะอย่างเรียบร้อย จากนั้นจึงหยิบทิชชูหนานุ่มขึ้นมาบรรจงเช็ดทำความสะอาดหยดน้ำกามบนท่อนเนื้อให้เขาด้วยความเอาอกเอาใจ“เรียนจบแล้ว... แวะมาหาอาจารย์บ้างนะ” ภูมรินทร์เอ่ยเสียงทุ้ม“ค่ะ... ถ้าหนูไม่ลืมนะคะ แต่หลังจากนี้ หนูว่าจะบินไปเมืองนอกค่ะ” ข้าวฟ่างตอบพลางใช้นิ้วโป้งไล้เช็ดความเปียกชื้นบริเวณส่วนปลายแก่นกายของเขาเบาๆ“ที่บอกว่าจะไปกับแฟนคนใหม่นั่นน่ะเหรอ” อาจารย์หนุ่มเลิกคิ้วถาม นัยน์ตาฉายแววห่วงใยที่ปิดไม่มิด“ค่ะ แฟนหนูเป็นผู้บริหารโรงแรม เขามีสาขาอยู่ที่ต่างประเทศด้วย ต้องบินไปมาอยู่บ่อยๆ ค่ะ”“หนูกล้าไว้ใจผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกันขนาดนั้นเชียวเหรอ... ระวังเขาจะหลอกไปขายเข้าสักวันนะ” น้ำเสียงของอาจารย์หนุ่มแฝงความเตือนสติ ทว่าลึกๆ แล้วกลับเต็มไปด้วยความเสียดายหญิงสาวตรงหน้า ตั้งแต่รู้จักกันมา เขาเรีย
มือหนาเกี่ยวสายบราเซียร์ลงแล้วดันส่วนที่ปกปิดเต้านมอวบเต่งตึงขึ้นไปกองไว้ด้านบน ก่อนจะอ้าปากงับยอดอกสีชมพูระเรื่อแล้วดูดดึงอย่างมันเขี้ยว“อื้ม... เสียวจังเลยค่ะอาจารย์ขา...” ข้าวฟ่างแอ่นอกรับสัมผัสสะท้านเยือก เพราะจังหวะการดูดดึงหนักสลับเบาของอาจารย์ทำเอาเธอเคลิบเคลิ้มจนแทบละลาย มารู้ตัวอีกที ช่วงล่างของเธอก็เย็นวาบเมื่อกางเกงในลูกไม้ถูกรูดถอดออกไปพ้นทาง“จารย์!! หนูว่าเปลี่ยนถุงยางดีกว่า หนูกลัวมันแตก จริง ๆ นะคะ”“อืมได้ งั้นก็เอาสิ” สิ้นคำอนุญาตจากอาจารย์ข้าวฟ่างก็เอื้อมมือไปควานหาถุงยางอนามัยในกระเป๋าสะพายราคาแพงออกมา ระหว่างสวมถุงยางให้อาจารย์เธอก็คิดไปถึงอีกไม่กี่วันข้างหน้า ที่เธอมีคิวต้องไปออกรอบกับยุทธนา แฟนคลับกระเป๋าหนักหญิงสาวจัดการสวมถุงยางอนามัยให้อาจารย์หนุ่มอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะแยกเรียวขาออกกว้าง เปิดทางให้อาจารย์แทรกกายเข้ามาตรงกลาง อาจารย์ภูมรินทร์จับแก่นกายหนามาเคาะตีเบาๆ บริเวณร่องสวาท แม้จะไม่ได้ตื่นเต้นเท่าครั้งแรกที่มีอะไรกัน แต่ข้าวฟ่างก็แกล้งส่งเสียงครางกระเส่าเพื่อเร่งเร้าอารมณ์หื่นของอาจารย์เพื่อเวลาจะได้จบๆ ไป“อือ!!!... เอาเข้ามาเถอะค่ะอาจารย์ขา หนูเสีย
ข้าวฟ่างหันไปสบตากับกายที่ยิ้มกริ่มอย่างพอใจ ยอดเงินเปย์ทำให้เธอไม่อาจปฏิเสธได้ต่อหน้าผู้ชมหลายพันคน หญิงสาวจำใจถลกกางเกงชั้นในตัวจิ๋วออกอย่างรวดเร็วภายใต้กระโปรงที่คลุมไว้ ก่อนจะขยับตัวขึ้นไปนั่งคร่อมบนตักของกายท่ามกลางความมืดมิดที่สุ่มเสี่ยง“ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันเปย์แล้วก็ขอบคุณพี่นาวาสำหรับยอดด
พอกายกลับไปเป็นช่างภาพตามเดิม เขาจ้องมองเรือนร่างผ่านเลนส์กล้องราคาแพง ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัดอีกครั้งเมื่อเห็นยอดอกสีหวานที่ชูชันท้าทายสายตาเพียงชั่วขณะ ก่อนจะซูมเลนส์กล้องจนเห็นร่องรอยความสาวที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เรียวขาที่หนีบเข้าหากันอย่างหมิ่นเหม่ เขาจงใจปรับโฟกัส ซูมเข้าไปให้ใกล้ที่สุดเท่าที่
คำพูดของแม่ราวกับน้ำกรดที่สาดซัดลงบนบาดแผลในใจของปณิสรา เธอเม้มปากแน่น “แม่เลิกพูดเรื่องนั้นเถอะค่ะ หนูยอมรับผิดทุกอย่าง เป็นเพราะหนูใจง่ายเอง” ปณิสรารู้ดีว่าถึงเธอจะพยายามอธิบายเท่าไหร่ มันก็คงไร้ประโยชน์เพราะตอนนี้สิ่งที่มีค่ามากที่สุดสำหรับแม่คือเงิน“แกคิดดูนะ ไอ้มาร์คน่ะ มันเคยให้อะไรแกบ้าง”
ร่างระหงของปณิสราหิ้วถุงพลาสติกใบใหญ่ที่บรรจุบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและพวกของสดเดินกลับเข้ามาในบ้าน เสียงรองเท้าแตะกระทบพื้นปูนดังสะท้อนความเงียบเหงา มือเรียวเอื้อมมือไปเปิดตู้เย็นแสงไฟด้านในเผยให้เห็นความว่างเปล่าจนน่าใจหาย เธอจัดวางไข่ไก่ที่เพิ่งซื้อมาลงในช่องทีละฟองอย่างทะนุถนอมราวกับมันเป็นของล้ำค่







