Masukเต้านมคู่สวยอวบอิ่ม ชูชันชูยอดอกสีชมพูระเรื่อชวนหลงใหล ทรวดทรงเอวคอดกิ่วรับกับสะโพกผายทรงเสน่ห์ นาวากลืนน้ำลายลงคอด้วยความหิวโหย ก่อนจะค่อย ๆ ดึงถอดกระโปรงและตามด้วยกางเกงและชั้นในชิ้นจิ๋วของเธอลงจนไร้สิ่งปกปิดเผยให้เห็นร่องสวาทอวบอูม โหนกเนื้อนูนสวยที่ประดับไปด้วยความฉ่ำเยิ้มตามธรรมชาติจากอารมณ์เสน่หาที่พลุ่งพล่านสายตาคมกริบของนาวาจ้องมองเรือนร่างเปลือยเปล่าไร้สิ่งปกปิดของข้าวฟ่างด้วยความลุ่มหลง ผิวพรรณเนียนละเอียดที่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์ยากระตุ้นปลุกเร้ากามารมณ์ ชายหนุ่มไม่อาจห้ามใจได้อีกต่อไป เขายื่นมือหนาไปช้อนแผ่นหลังนุ่มและข้อพับขา ก่อนจะอุ้มร่างบางที่ร้อนผ่าวราวกับมีไฟแผดเผาขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนอย่างง่ายดายข้าวฟ่างโอบกอดรอบคอแกร่งไว้แน่น ซบใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเขา ลมหายใจหอบกระพือเป่ารดผิวเนื้อจนชายหนุ่มขนลุกซู่ นาวาก้าวขาพาเรือนร่างงดงามหมดจดตรงเข้าไปภายในห้องน้ำที่สว่างด้วยแสงไฟ ชายหนุ่มบรรจงวางเธอนั่งลงบนขอบอ่างซึ่งเป็นเคาน์เตอร์ล้างหน้าหินอ่อนอย่างนุ่มนวล ความเย็นเยือกของหินอ่อนที่สัมผัสแผ่นหลังและบั้นท้ายตัดกับอุณหภูมิร่างกายที่ร้อนรุ่ม ทำให้หญิงสาวส่งเสียงสะดุ้ง
หลังจากผ่านพ้นฝันร้ายอันเร่าร้อน น็อตได้ขับรถพาปณิสรากลับมาส่งที่บ้าน ทว่าทันทีที่รถจอดสนิท สายตาของเธอกลับปะทะเข้ากับร่างสูงของนาวาที่ยืนรออยู่หน้าบ้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นัยน์ตาคมกริบฉายแววเป็นห่วงผสมความหึงหวงอย่างปิดไม่มิด“เนย! ไปไหนมา ทำไมติดต่อไม่ได้เลยรู้ไหมว่าพี่เป็นห่วงแค่ไหน!” นาวาตรงเข้ามาคว้าตัวหญิงสาวทันทีที่เธอก้าวลงจากรถ สายตามองเลยไปยังเด็กหนุ่มคนขับด้วยความไม่พอใจ“เนย... เนยไปทำธุระมาค่ะพี่นาวา” ปณิสราตอบเสียงแผ่ว ร่างกายบอบช้ำและอ่อนล้าอย่างหนักจากการเสียพลังงานไปกับเด็กหนุ่มตลอดทั้งวัน แถมฤทธิ์ยาที่เริ่มคลายลงยังทิ้งความมึนงงให้เธอไม่อยากคุยอะไรกับนาวาตอนนี้“ธุระอะไรกันแน่ แล้วใครมาส่ง!” นาวาคาดคั้น น้ำเสียงเริ่มดุดันด้วยความระแวง“เนยเหนื่อยมากแล้วค่ะพี่นาวา... วันนี้เนยไม่อยากคุย ไว้ค่อยคุยกันวันหลังนะคะ” เธอตัดบทเพราะหมดแรงจะแก้ตัวหรือปะทะอารมณ์ ก่อนจะเดินหนีเข้าบ้านและล็อกประตูทันที ทิ้งให้นาวาได้แต่ยืนข่มอารมณ์กร้าวอยู่หน้าบ้านด้วยความอึดอัดใจ สุดท้ายชายหนุ่มจึงจำต้องขับรถกลับไปด้วยความขุ่นเคืองภายในห้องนอนที่เงียบสงบ ปณิสราทรุดตัวลงนอนบนเตียงพร้อมกับปล่อ
“โอยยยย... น็อต... ซี้ดดดด พี่เสียว!” ปณิสราครางลั่น เมื่อลิ้นร้อนระดมเลียทั้งติ่งเกสรและช่องทางรัก จังหวะตวัดลิ้นชำนาญทำเอาเธอเกร็งสะโพกเร่าๆ จนกระตุกหงึกๆ สุขสมถึงจุดสุดยอดไปอีกรอบหนึ่ง“อูยยยย... น็อตๆๆ... ตรงนั้น... พี่ไม่ไหวแล้ว... ซี้ดดด”เมื่อเห็นสาวรุ่นพี่แตะสวรรค์ น็อตก็จับขาเธอถ่างออกเตรียมสอดใส่ ทว่าปณิสรายังคงมีสติร้องปรามด้วยความกังวล“อื้ยยย!!! น็อต ไม่เอานะ... อย่าสอดใส่!!!” เธอพยายามถดสะโพกหนี มองแก่นกายใหญ่โตนั้นด้วยความท้าทายปนกลัว ใจหนึ่งอยากลิ้มลอง แต่อีกใจก็กลัวนาวาจะรู้ น็อตยอมถอยออกมานอนข้างๆ จับมือเธอให้มากุมท่อนเนื้ออีกครั้ง“งั้นพี่ช่วยผมอีกครั้งนะครับ”“ได้... แต่พี่ใช้มือให้นะ” เธอสาวรูดท่อนเนื้อในมือถี่ขึ้น แต่น็อตกลับเอื้อมมือไปกดศีรษะเธอลงต่ำ หวังให้เธอใช้ปาก“ไม่เอานะน็อต พี่ไม่เคยทำแบบนี้ให้ใครนอกจากแฟน...” เธออ้อนวอน“แต่เมื่อกี้พี่ก็ทำให้ผมแล้วไง”“ก็น๊อตใช้ปืนขู่พี่นี่”“ผมไม่ขู่แล้ว แต่พี่ทำให้ผมหน่อยได้มั้ย เมื่อกี้ผมชอบมากเลยนะ”“นะครับพี่... ทีเดียวเองนะครับ สงสารผมเถอะ” น็อตทำหน้าอ้อนวอน ปณิสราสงสารจึงพลิกตัวไปคุกเข่าตรงหว่างขาเขา คว้าท่อนเนื้อ
“อย่าเผลอเอาเข้าไปนะน็อต! พี่เตือนแล้วนะ... ถ้าติดโรคจากพี่ขึ้นมาจะหาว่าพี่ไม่เตือนไม่ได้นะ!” ปณิสราละล่ำละลักบอกด้วยเสียงสั่นพร่า พยายามยกเรื่องโรคร้ายขึ้นมาขู่เพื่อปรามสติเด็กหนุ่มไม่ให้หน้ามืดแทรกตัวเข้าสู่ช่องทางรัก“โอ๊ยยย เสียว!!... ผมอยากเอาเข้าไปจังเลย อื้มมม!” เขาเปรยเสียงพร่า แววตาเต็มไปด้วยความกระหายอยากที่ปะทุจนแทบคลั่ง“น็อต... เธอต้องเชื่อฟังพี่นะ” ปณิสราส่งสายตาเว้าวอน ออดอ้อนให้น้ำเย็นลูบหัวใจที่กำลังร้อนรุ่มของเขา“แล้ว... แล้วพี่จะทิ้งผมไหม” เด็กหนุ่มชะงักเอวเล็กน้อย สบตาเธอด้วยแววตากังวลหวั่นไหวตามประสาวัยรุ่นที่เพิ่งเริ่มริรัก“พี่ไม่ทิ้ง...” หญิงสาวเอ่ยปากสัญญาเพื่อลดความตรึงเครียด“งั้นพี่มากับผมที่นี่อีกได้มั้ย”“ได้สิ น็อต... อืมมม ผ่อนคลายนะ ถ้าไม่ไหวก็ปล่อยออกมาเลย...”คำอนุญาตอันแสนยั่วยวนกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กหนุ่มระเบิดอารมณ์ น็อตยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหวเอวสอบบดเสือกแท่งเนื้ออุ่นร้อนเข้าหาเนินเนื้อสาวอย่างบ้าคลั่ง แม้จะไม่ได้สอดใส่เข้าไปภายในช่องทางรัก ทว่าการถูไถแนบชิดบริเวณร่องสวาทอันชุ่มโชกไปด้วยน้ำหล่อลื่น ก็สร้างความวาบหวามปั่นป่วนจนปณ
มือหนาค่อยๆ เลื่อนขึ้นสัมผัสเนินอกอิ่มอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามขอบแผ่นซิลิโคนบางใสที่แนบชิดติดผิวเนื้อนวลเนียนขาวราวกระเบื้องเคลือบ เขาค่อยๆ สะกิดแผ่นซิลิโคนชิ้นแรกออกช้าๆ เผยให้เห็นยอดปทุมถันสีหวานชูชันท้าทายสายตาที่ค่อยๆ ปรากฏแก่สายตาเด็กหนุ่ม ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัดเมื่อเห็นปทุมถันงามเต่งตึงชูชันขึ้นทันทีที่สัมผัสกับอากาศเย็นฉ่ำในห้องนอนหรูหรา มันคือของจริงที่เขาสามารถสัมผัสได้แล้วก่อนที่มือหนาจะเลื่อนไปยังแผ่นซิลิโคนอีกชิ้นบนเต้าอวบอิ่มอีกข้าง เขาออกแรงดึงมันออกช้าๆ อย่างนุ่มนวล เผยให้เห็นหัวนมสีชมพูระเรื่อที่ซุกซ่อนอยู่ภายในให้โดดเด่นสะท้อนกับแสงไฟสลัว เมื่อไร้สิ่งปกปิดชิ้นสุดท้าย เรือนร่างของปณิสราก็ไร้พันธนาการเอวคอดกิ่วรับกับสะโพกผายและเรียวขายาวเสมือนประติมากรรมชั้นยอดที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาอย่างประณีต ปลุกสัญชาตญาณความหื่นกระหายในกายของเด็กหนุ่มให้พุ่งสูงจนแทบคลั่งหญิงสาวรีบหนีบขาตัวเองเข้าหากันแน่นสนิทด้วยความเก้อเขิน ทว่าทรวดทรงองค์เอวทุกตารางนิ้วที่อัดแน่นไปด้วยความเย้ายวนเกินต้านทาน กลับยิ่งเน้นย้ำร่องรอยโค้งเว้าให้เด่นชัด จนทำให้เด็กหนุ่มผู้พบเห็นของจริงเป็นครั้
“พี่กำลังจะโกงผม!” น็อตตะคอก ตาชะโลมไปด้วยไฟโทสะ“ผมโอนเงินให้พี่เป็นแสนๆ! พี่จะมาตัดช่องน้อยเลิกทำกลุ่มไปเฉยๆ แบบนี้ได้ยังไง!”“น็อต... งั้นคืนโทรศัพท์มาให้พี่นะ” ปณิสราพยายามทำใจดีสู้เสือ พลางยื่นมือสั่นเทาออกไป“พี่จะโอนเงินหนึ่งแสนคืนให้น็อตเดี๋ยวนี้เลย ทุกอย่างจะได้จบกันด้วยดีโอเคมั้ย”“ไม่ยอม! ยังไงผมก็ไม่ยอม” เด็กหนุ่มสวนกลับทันที เสียงดุร้าย“เงินหนึ่งแสนนั่นผมไม่ต้องการ! เพราะผมถือว่าจ่ายเป็นค่าตัวให้พี่... ผมต้องได้พี่!”สายตาของเธอเหลือบมองอาวุธปืนในมือเด็กหนุ่มสลับกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดิบดิบ ปณิสราตระหนักดีว่าหากเธอดึงดันขัดขืนหรือใช้ความรุนแรงตอบโต้ เด็กหนุ่มที่กำลังขาดสติคนนี้อาจจะเหนี่ยวกลไกทำเรื่องร้ายแรงจนยากจะแก้ไข ปณิสราไม่มีทางเลือกอื่น... เธอต้องจำใจใช้น้ำเย็นเข้าลูบ เพื่อให้อารมณ์อันร้อนระอุของเด็กหนุ่มคลายลง“น็อต... ใจเย็นๆ ก่อนนะเด็กดี...” หญิงสาวปรับน้ำเสียงให้นุ่มนวลขึ้น ค่อยๆ ยื่นมือเรียวไปแตะที่ท่อนแขนแกร่งของเขาอย่างแผ่วเบา“วางปืนลงก่อนนะ... ขอโทรศัพท์พี่คืนนะ... รับรองพี่จะไม่หนีน๊อตไปไหนแน่นอน”“น็อตปล่อยพี่ซิ... เสื้อพี่ยับหมดแล้ว” เธอพยายามใช้
หลังจากวางโทรศัพท์ ความเงียบสงัดภายในห้องนอนก็พาให้ใจลอยไปถึงแฟนหนุ่มผู้ล่วงลับ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเต็มไปด้วยรอยยิ้มและอ้อมกอดที่เคยอบอุ่น พลันเลือนหายไปพร้อมกับอุบัติเหตุอันน่าสะพรึงกลัวในคืนวันนั้น หยาดน้ำตาอุ่นๆ ไหลรินอาบแก้มเนียน เธอไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะจากไปเร็วขนาดนี้ ทิ้งให้เธอต้องเผชิญกับโล
คำพูดของแม่ราวกับน้ำกรดที่สาดซัดลงบนบาดแผลในใจของปณิสรา เธอเม้มปากแน่น “แม่เลิกพูดเรื่องนั้นเถอะค่ะ หนูยอมรับผิดทุกอย่าง เป็นเพราะหนูใจง่ายเอง” ปณิสรารู้ดีว่าถึงเธอจะพยายามอธิบายเท่าไหร่ มันก็คงไร้ประโยชน์เพราะตอนนี้สิ่งที่มีค่ามากที่สุดสำหรับแม่คือเงิน“แกคิดดูนะ ไอ้มาร์คน่ะ มันเคยให้อะไรแกบ้าง”
ร่างระหงของปณิสราหิ้วถุงพลาสติกใบใหญ่ที่บรรจุบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและพวกของสดเดินกลับเข้ามาในบ้าน เสียงรองเท้าแตะกระทบพื้นปูนดังสะท้อนความเงียบเหงา มือเรียวเอื้อมมือไปเปิดตู้เย็นแสงไฟด้านในเผยให้เห็นความว่างเปล่าจนน่าใจหาย เธอจัดวางไข่ไก่ที่เพิ่งซื้อมาลงในช่องทีละฟองอย่างทะนุถนอมราวกับมันเป็นของล้ำค่
ในซอยแคบที่ขนาบด้วยกำแพงปูนตะไคร่จับหนาเตอะย่านชานเมือง แสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าเก่าๆ ส่องให้เห็นร่างระหงของ ปณิสรา หรือ เนย หญิงสาวในชุดเสื้อยืดพอดีตัวที่ขับเน้นทรวงอกอิ่มและส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างไม่ตั้งใจ เธอเดินเข้าไปในร้านขายของชำท้ายซอยซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายในยามที่กระเป๋าสตางค์แห้งเหี่ยว มือเรียวห







