로그인หลายวันต่อมา... ข้าวฟ่างพาปณิสราแวะมาที่สตูดิโอส่วนตัวของกายแฟนหนุ่ม ภายในห้องโถงกว้างที่ถูกดัดแปลงเป็นสตูดิโอระดับมืออาชีพ กายกำลังยืนเช็คไฟล์ภาพจากหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ แสงไฟสลัวสีส้มสลัวช่วยขับเน้นมัดกล้ามแขนที่โผล่พ้นแขนเสื้อยืดสีดำให้ดูแข็งแกร่งและน่าหลงใหล
“สวัสดีครับสาวๆ มาเร็วกว่าที่คิดนะเนี่ย พี่เพิ่งเซ็ตไฟเสร็จพอดี” กายเอ่ยทักทายพลางวางกล้องตัวเขื่องลงบนโต๊ะ สายตาคมกริบของเขาตวัดมองผู้มาเยือนใหม่ด้วยความสนใจที่ปิดไม่มิด
“สวัสดีค่ะพี่กาย” ปณิสรายกมือไหว้ด้วยท่าทางประหม่าเล็กน้อย
“สวัสดีครับน้องเนย...โอ้ว!! เพิ่งเห็นตัวจริงวันนี้ สวยกว่าที่ข้าวฟ่างอวดพี่ไว้เยอะเลยนะเนี่ย สวยแบบนี้รับรองว่าขึ้นกล้องสุดๆ” กายเดินเข้ามาทักทายปณิสราอย่างสนิทสนมและไม่กลัวแฟนสาวจะโกรธเลยแม้แต่น้อย แต่ปณิสราก็อดเกรงใจเพื่อนไม่ได้จึงรีบออกตัวทันที
“แหม่! พี่กายก็ชมเกินไป เดี๋ยวฟ่างก็งอนพอดีหรอก”
“เชิญเลยค่ะ ฟ่างไม่แคร์หรอก ปกติพี่กายเขาก็ชมนางแบบต่อหน้าเมียอยู่แล้ว นี่แค่ชมเพื่อนจะเป็นไรไป” ข้าวฟ่างหัวเราะพลางตบไหล่เนยเบาๆ
“อีกอย่าง ถ้าพี่กายไม่ถูกใจนางแบบ รูปที่ออกมามันก็ไม่ถึงอารมณ์คนดูหรอก จริงไหมคะพี่กาย” ข้าวฟ่างแกล้งค้อนใส่แฟนหนุ่ม
ปณิสรามองภาพชายหนุ่มรูปร่างกำยำ ผิวสีแทนดูสุขภาพดีด้วยสายตาที่เริ่มพร่าเลือน ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เธอแอบดื่มย้อมใจมาก่อนหน้านี้เริ่มทำงานอย่างเต็มที่ มันทำให้ความประหม่าที่เคยมีเริ่มลดน้อยลง และแทนที่ด้วยความกล้าบ้าบิ่นที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
“พร้อมมั้ยเนย วันนี้พี่กายจะลงมือถ่ายให้เองเลยนะ ช่างภาพตัวท๊อปมาจับกล้องถ่ายให้แบบนี้ รับรองว่ายอดซับพุ่งกระฉูดแน่” ข้าวฟ่างบอกพลางจูงมือเพื่อนรักไปแต่งหน้า แต่เมื่อเห็นเพื่อนรักยังประหม่า อยู่ระหว่างแต่งหน้าข้าวฟ่างจึงพยายามพูดปลอบใจ
“เนย!!... ไม่ต้องกลัวนะ พี่กายเขาเป็นมืออาชีพ งานแนวนี้เขาถนัดที่สุดแล้ว” ข้าวฟ่างกระซิบข้างหูเพื่อนระหว่างปัดแก้มไปพลาง ๆ
ภายในห้องสตูดิโอ เธอขึ้นไปอยู่บนเตียงกว้างพลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนที่มือเรียวจะค่อยๆ กระตุกปมเชือกชุดคลุมผ้าซาตินสีหวานให้หลุดเลื่อนลงไปกองที่ข้อศอก เผยให้เห็นไหล่เนียนมนและเนินอกอิ่มที่สะท้อนแสงไฟสตูดิโอจนดูวาววับราวกับประติมากรรมชั้นเลิศ
การถ่ายทำเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงชัตเตอร์และเสียงหัวใจที่เต้นแรงของปณิสรา ข้าวฟ่างทำหน้าที่เป็นสไตลิสต์และช่างแต่งหน้า คอยจัดแจงทรงผมและซับเหงื่อให้เพื่อนอย่างคล่องแคล่ว
“ดีมากเนย... ค่อยๆ เปิดมันออก ช้าๆ แบบนั้นแหละ” กายเอ่ยเสียงพร่า สายตาจับจ้องผ่านเลนส์กล้องราคาแพงอย่างไม่วางตา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหื่นกระหายที่ยากจะปกปิด
“ฟ่าง!!... ช่วยจัดท่าให้เนยหน่อยสิ” กายหันไปสั่งแฟนสาวที่ยืนกอดอกดูอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความหมายบางอย่างที่ปณิสรารู้สึกได้
ข้าวฟ่างเดินเข้าไปหาเพื่อนสนิท มือเรียวของเธอสัมผัสลงบนผิวเนื้อที่ร้อนผ่าวของปณิสราอย่างจงใจ ก่อนจะช่วยดึงสายบราเซียให้หลุดพ้นจากไหล่ทีละข้าง
“ไม่ต้องอายนะเนย... พี่กายเขาเก่งเรื่องดึงเสน่ห์ของผู้หญิงอยู่แล้ว” ข้าวฟ่างกระซิบบอกเพื่อน แต่คำพูดนั้นกลับไม่ได้ช่วยให้เนยรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย
“เนย!! ลองดึงสายจีสตริงขึ้นสูงอีกนิดสิครับ... ดีครับดี แบบนั้นแหละ บิดเอวมาทางซ้ายนิดนึง” เสียงของกายเริ่มทุ้มต่ำลงตามอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้น เขาพยายามซูมกล้องเข้าไปใกล้จุดซ่อนเร้นของเธอ
“แบบนี้... พอได้มั้ยคะพี่กาย” ข้าวฟ่างที่จัดระเบียบร่างกายให้เพื่อนเอ่ยถาม ก่อนจะบอกให้ปณิสราใช้มือหนึ่งข้างปิดปทุมถันเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างดึงรั้งสายชั้นในจีสตริงตัวจิ๋วให้ขึ้นสูงตามคำสั่ง ท่วงท่าที่เธอบิดเร้ากายอยู่บนโซฟาหนังกลับดูเย้ายวนยิ่งกว่าการเปลือยเปล่าทั้งหมดเสียอีก
“สวย... สวยมากเนย” กายกดชัตเตอร์รัวๆ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความพึงพอใจที่ได้เห็นเรือนร่างของเนยถูกจัดวางในท่าทางที่ยั่วยวนที่สุด
“ฟ่าง... มาถือกล้องแทนพี่หน่อยสิ พี่อยากให้ภาพเซตนี้มันได้อารมณ์ดิบกว่านี้” กายเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความเจ้าเล่ห์ดวงตาคมกริบยังคงจับจ้องอยู่ที่เรือนร่างขาวผ่องไม่วางตา
“เฮ้ย! พี่กาย มันเยอะไปเปล่า” ข้าวฟ่างร้องทักพลางขมวดคิ้ว เมื่อเห็นแฟนหนุ่มเดินตรงรี่เข้าไปซ้อนแผ่นหลังของปณิสราจนแนบชิด ร่างกายกำยำของเขาแผ่ไอความร้อนเข้าคุกคามผิวเนื้อละเอียดของเนยจนเธอสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วไปทั่วไขสันหลัง
“ไม่เป็นไรฟ่าง... เนยโอเค” ปณิสราเอ่ยตอบเสียงพร่า สติสัมปชัญญะของเธอกำลังเตลิดไปไกลด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ สัมผัสจากชายหนุ่มที่เธอบอกตัวเองเสมอว่าเป็นแฟนเพื่อน กลับทำเอาเธอขนลุกชันไปทั้งตัว แต่ทำได้เพียงกล้ำกลืนความรู้สึกนั้นลงไปเพราะไม่อยากถูกมองว่าเรื่องมากในการถ่ายแบบ
“ขออนุญาตนะครับ... เดี๋ยวพี่จัดระเบียบร่างกายให้ดีกว่า”
คำว่าจัดระเบียบของกายเป็นเพียงข้ออ้างในการล่วงเกิน เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจร้อนๆ รินรดที่ซอกคอขาว โอบแขนแกร่งไปด้านหน้าอย่างจงใจ มือหนาสัมผัสเข้ากับผิวเนียนละเอียดของท่อนแขนเรียวเพื่อจัดแจงให้เธอปิดบังปทุมถันอวบอัดเอาไว้ ทว่าปลายนิ้วของเขากลับจงใจปัดป่ายและกดเน้นลงบนเนินอกที่เต่งตึงอย่างจงใจ สายตาของกายลุกวาวด้วยความกระหายเมื่อเห็นความงามในระยะประชิดที่ไม่มีเลนส์กล้องกั้นกลาง
“ไม่ต้องเกร็งนะเนย...” ข้าวฟ่างรีบปลอบใจเพื่อนผ่านช่องมองภาพกล้อง แต่เสียงนั้นกลับไม่ได้ช่วยให้เนยรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย
“ท่านี้... โอเคไหมคะ” ปณิสราถามด้วยลมหายใจสะดุด มือของกายยังคงวนเวียนอยู่แถวปทุมถันอย่างโจ่งแจ้ง ปลายนิ้วร้ายกาจแสร้งทำเป็นจัดท่วงท่าแต่กลับเขี่ยผ่านจุดอ่อนไหวช้ำแล้วช้ำเล่า จนดวงตาของหญิงสาวเริ่มปรือปรอยฉ่ำวาวด้วยอารมณ์ราคะที่ถูกจุดขึ้นอย่างจงใจ
“ไม่ต้องกังวลนะ... คืนนี้พี่กับฟ่างจะช่วยกันปั้นเนยให้กลายเป็นดาวเด่นที่ร้อนแรงที่สุดในคลาสเลย”
คำมั่นสัญญาที่มาพร้อมกับสัมผัสรุกรานทำให้ปณิสราลืมสิ้นทั้งความเขินอายและความโกรธเคือง เธอตกอยู่ในภวังค์ของกามารมณ์ที่กายจงใจสร้างขึ้น กายอาศัยจังหวะที่เธอเผลอไผลขยับเบียดสะโพกสอบเข้าหาบั้นท้ายงอนงามอย่างเนียนตา เป็นการฉวยโอกาสแตะอั๋งภายใต้คำว่ามืออาชีพที่ปณิสราไม่กล้าจะเอ่ยปากท้วงติง
“พร้อมจะถ่ายเซตต่อไปหรือยังครับ” กายถามพร้อมรอยยิ้มที่สื่อความหมายลึกซึ้ง น้ำเสียงเขาสั่นพร่าด้วยความคาดหวังในสิ่งที่มากกว่าการถ่ายภาพ
“ค่ะ...” เธอรีบรับคำหวังเพียงจะให้เขาผละออกไปจากร่างเสียที ก่อนที่หัวใจที่เต้นรัวแรงนี้จะระเบิดออกมา
“ฟ่างหมดฤทธิ์แล้วค่ะ... ไม่มีแรงทำอะไรพี่แล้ว”“จริงเหรอ...” นาวาเลิกคิ้วถาม สายตาคมกริบมองร่างบางที่ดูอ่อนระทวยด้วยความเอ็นดู“จริงสิคะ พี่สูบพลังงานฟ่างออกไปหมดแล้ว”“งั้นเราไปที่เตียงกันนะ ฟ่างนอนเฉย ๆ ก็ได้ เดี๋ยวพี่ทำให้เอง”สิ้นคำของนาวา ข้าวฟ่างพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ชายหนุ่มจึงช้อนตัวอุ้มร่างเปลือยเปล่าของเธอขึ้นในท่าลิงอุ้มแตง สองขาเรียวของข้าวฟ่างเกี่ยวรัดเอวสอบไว้แน่น นาวากระเตงกันออกมาจากห้องน้ำ แล้วโหมกระแทกสอดใส่ต่อเนื่องอย่างเร่าร้อนทุกลมหายใจขณะก้าวเดิน“ไหนว่าหมดแรงแล้วไง หืม์!!”“ก็ฟ่างไม่ได้ออกแรงนี่คะ แค่อยากยั่วพี่เล่น ๆ”“อ๊า! พี่นาวา” หญิงสาวบ่นขณะที่นาวาอุ้มเธอเดินไปกระแทกไปนาวาซอยสะโพกเข้าใส่ไม่ยั้งจนกระทั่งถึงเตียงนอนกว้าง เขาบรรจงวางร่างบางลงบนฟูกที่นอนอ่อนนุ่ม ทั้งสองไม่รอช้าแลกเปลี่ยนท่วงท่ากันอย่างดุเดือด นาวาจับร่างบางคว่ำอยู่ในท่าหมา ก่อนจะกระแทกแก่นกายเข้าหาทางด้านหลังอย่างหนักหน่วง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังระงมแข่งกับเสียงลมหายใจหอบกระพือ จากนั้นทั้งคู่จึงสลับมาเป็นท่าหกเก้า บดเบียดแลกเปลี่ยนความวาบหวาม ปลายลิ้นต่างฝ่ายต่างดูดดึงจุดไวสัมผัสของกันและกั
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปเปิดฝักบัว สายน้ำอุ่นไหลริดรดลงบนกายเปลือยเปล่าของหญิงสาวเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดและชะล้างความร้อนรุ่ม ก่อนจะกดครีมอาบน้ำกลิ่นหอมกรุ่นลงบนฝ่ามือ ถูขยี้จนเกิดฟองนุ่มละมุนนาวาบรรจงถูไล้ฝ่ามือเปี่ยมฟองนุ่มไปตามเรือนร่างระหง เริ่มจากลำคอระหง แผ่นอกอวบอิ่มชูชัน นวดเฟ้นเบา ๆ บนเต้านมคู่สวยที่ชูยอดอกสีหวานล่อสายตา เลื่อนผ่านหน้าท้องแบนราบจนถึงสะโพกผาย นาวาลูบไล้ฟองสบู่เข้าหาโคนขาอ่อนและร่องเนื้อสาวอย่างเบามือ ทุกสัมผัสเต็มไปด้วยความอ่อนโยนละเมียดละไม ทว่าแฝงความเร่าร้อนที่แผดเผาหัวใจของคนทั้งคู่ให้เต้นระทึกไปพร้อมกันฟองนุ่มนวลลูบไล้ผ่านเนินอกอวบอิ่ม ลากผ่านหน้าท้องแบนราบและสะโพกผาย ทุกสัมผัสเต็มไปด้วยความละเมียดละไม ยิ่งสร้างความรุ่มร้อนให้หญิงสาวจนต้องส่งเสียงครางแผ่วในลำคอเมื่อทำความสะอาดเรือนร่างให้หญิงสาวจนเกลี้ยงเกลา นาวาก็ไม่อาจยับยั้งความต้องการดิบที่แผดเผาได้อีกต่อไป เขาย่อตัวลงคุกเข่าตรงหน้าข้าวฟ่างที่นั่งเกยขาอยู่บนขอบอ่าง ชายหนุ่มจับขาเรียวสวยของเธอแยกออกจากกัน เผยให้เห็นร่องเนื้อสาวฉ่ำน้ำหวานที่ไหลซึมออกมา นาวาซบใบหน้าลงกับความงดงามตรงหน้า ละเลงลิ้นปรนเปรอ
เต้านมคู่สวยอวบอิ่ม ชูชันชูยอดอกสีชมพูระเรื่อชวนหลงใหล ทรวดทรงเอวคอดกิ่วรับกับสะโพกผายทรงเสน่ห์ นาวากลืนน้ำลายลงคอด้วยความหิวโหย ก่อนจะค่อย ๆ ดึงถอดกระโปรงและตามด้วยกางเกงและชั้นในชิ้นจิ๋วของเธอลงจนไร้สิ่งปกปิดเผยให้เห็นร่องสวาทอวบอูม โหนกเนื้อนูนสวยที่ประดับไปด้วยความฉ่ำเยิ้มตามธรรมชาติจากอารมณ์เสน่หาที่พลุ่งพล่านสายตาคมกริบของนาวาจ้องมองเรือนร่างเปลือยเปล่าไร้สิ่งปกปิดของข้าวฟ่างด้วยความลุ่มหลง ผิวพรรณเนียนละเอียดที่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์ยากระตุ้นปลุกเร้ากามารมณ์ ชายหนุ่มไม่อาจห้ามใจได้อีกต่อไป เขายื่นมือหนาไปช้อนแผ่นหลังนุ่มและข้อพับขา ก่อนจะอุ้มร่างบางที่ร้อนผ่าวราวกับมีไฟแผดเผาขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนอย่างง่ายดายข้าวฟ่างโอบกอดรอบคอแกร่งไว้แน่น ซบใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเขา ลมหายใจหอบกระพือเป่ารดผิวเนื้อจนชายหนุ่มขนลุกซู่ นาวาก้าวขาพาเรือนร่างงดงามหมดจดตรงเข้าไปภายในห้องน้ำที่สว่างด้วยแสงไฟ ชายหนุ่มบรรจงวางเธอนั่งลงบนขอบอ่างซึ่งเป็นเคาน์เตอร์ล้างหน้าหินอ่อนอย่างนุ่มนวล ความเย็นเยือกของหินอ่อนที่สัมผัสแผ่นหลังและบั้นท้ายตัดกับอุณหภูมิร่างกายที่ร้อนรุ่ม ทำให้หญิงสาวส่งเสียงสะดุ้ง
หลังจากผ่านพ้นฝันร้ายอันเร่าร้อน น็อตได้ขับรถพาปณิสรากลับมาส่งที่บ้าน ทว่าทันทีที่รถจอดสนิท สายตาของเธอกลับปะทะเข้ากับร่างสูงของนาวาที่ยืนรออยู่หน้าบ้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นัยน์ตาคมกริบฉายแววเป็นห่วงผสมความหึงหวงอย่างปิดไม่มิด“เนย! ไปไหนมา ทำไมติดต่อไม่ได้เลยรู้ไหมว่าพี่เป็นห่วงแค่ไหน!” นาวาตรงเข้ามาคว้าตัวหญิงสาวทันทีที่เธอก้าวลงจากรถ สายตามองเลยไปยังเด็กหนุ่มคนขับด้วยความไม่พอใจ“เนย... เนยไปทำธุระมาค่ะพี่นาวา” ปณิสราตอบเสียงแผ่ว ร่างกายบอบช้ำและอ่อนล้าอย่างหนักจากการเสียพลังงานไปกับเด็กหนุ่มตลอดทั้งวัน แถมฤทธิ์ยาที่เริ่มคลายลงยังทิ้งความมึนงงให้เธอไม่อยากคุยอะไรกับนาวาตอนนี้“ธุระอะไรกันแน่ แล้วใครมาส่ง!” นาวาคาดคั้น น้ำเสียงเริ่มดุดันด้วยความระแวง“เนยเหนื่อยมากแล้วค่ะพี่นาวา... วันนี้เนยไม่อยากคุย ไว้ค่อยคุยกันวันหลังนะคะ” เธอตัดบทเพราะหมดแรงจะแก้ตัวหรือปะทะอารมณ์ ก่อนจะเดินหนีเข้าบ้านและล็อกประตูทันที ทิ้งให้นาวาได้แต่ยืนข่มอารมณ์กร้าวอยู่หน้าบ้านด้วยความอึดอัดใจ สุดท้ายชายหนุ่มจึงจำต้องขับรถกลับไปด้วยความขุ่นเคืองภายในห้องนอนที่เงียบสงบ ปณิสราทรุดตัวลงนอนบนเตียงพร้อมกับปล่อ
“โอยยยย... น็อต... ซี้ดดดด พี่เสียว!” ปณิสราครางลั่น เมื่อลิ้นร้อนระดมเลียทั้งติ่งเกสรและช่องทางรัก จังหวะตวัดลิ้นชำนาญทำเอาเธอเกร็งสะโพกเร่าๆ จนกระตุกหงึกๆ สุขสมถึงจุดสุดยอดไปอีกรอบหนึ่ง“อูยยยย... น็อตๆๆ... ตรงนั้น... พี่ไม่ไหวแล้ว... ซี้ดดด”เมื่อเห็นสาวรุ่นพี่แตะสวรรค์ น็อตก็จับขาเธอถ่างออกเตรียมสอดใส่ ทว่าปณิสรายังคงมีสติร้องปรามด้วยความกังวล“อื้ยยย!!! น็อต ไม่เอานะ... อย่าสอดใส่!!!” เธอพยายามถดสะโพกหนี มองแก่นกายใหญ่โตนั้นด้วยความท้าทายปนกลัว ใจหนึ่งอยากลิ้มลอง แต่อีกใจก็กลัวนาวาจะรู้ น็อตยอมถอยออกมานอนข้างๆ จับมือเธอให้มากุมท่อนเนื้ออีกครั้ง“งั้นพี่ช่วยผมอีกครั้งนะครับ”“ได้... แต่พี่ใช้มือให้นะ” เธอสาวรูดท่อนเนื้อในมือถี่ขึ้น แต่น็อตกลับเอื้อมมือไปกดศีรษะเธอลงต่ำ หวังให้เธอใช้ปาก“ไม่เอานะน็อต พี่ไม่เคยทำแบบนี้ให้ใครนอกจากแฟน...” เธออ้อนวอน“แต่เมื่อกี้พี่ก็ทำให้ผมแล้วไง”“ก็น๊อตใช้ปืนขู่พี่นี่”“ผมไม่ขู่แล้ว แต่พี่ทำให้ผมหน่อยได้มั้ย เมื่อกี้ผมชอบมากเลยนะ”“นะครับพี่... ทีเดียวเองนะครับ สงสารผมเถอะ” น็อตทำหน้าอ้อนวอน ปณิสราสงสารจึงพลิกตัวไปคุกเข่าตรงหว่างขาเขา คว้าท่อนเนื้อ
“อย่าเผลอเอาเข้าไปนะน็อต! พี่เตือนแล้วนะ... ถ้าติดโรคจากพี่ขึ้นมาจะหาว่าพี่ไม่เตือนไม่ได้นะ!” ปณิสราละล่ำละลักบอกด้วยเสียงสั่นพร่า พยายามยกเรื่องโรคร้ายขึ้นมาขู่เพื่อปรามสติเด็กหนุ่มไม่ให้หน้ามืดแทรกตัวเข้าสู่ช่องทางรัก“โอ๊ยยย เสียว!!... ผมอยากเอาเข้าไปจังเลย อื้มมม!” เขาเปรยเสียงพร่า แววตาเต็มไปด้วยความกระหายอยากที่ปะทุจนแทบคลั่ง“น็อต... เธอต้องเชื่อฟังพี่นะ” ปณิสราส่งสายตาเว้าวอน ออดอ้อนให้น้ำเย็นลูบหัวใจที่กำลังร้อนรุ่มของเขา“แล้ว... แล้วพี่จะทิ้งผมไหม” เด็กหนุ่มชะงักเอวเล็กน้อย สบตาเธอด้วยแววตากังวลหวั่นไหวตามประสาวัยรุ่นที่เพิ่งเริ่มริรัก“พี่ไม่ทิ้ง...” หญิงสาวเอ่ยปากสัญญาเพื่อลดความตรึงเครียด“งั้นพี่มากับผมที่นี่อีกได้มั้ย”“ได้สิ น็อต... อืมมม ผ่อนคลายนะ ถ้าไม่ไหวก็ปล่อยออกมาเลย...”คำอนุญาตอันแสนยั่วยวนกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กหนุ่มระเบิดอารมณ์ น็อตยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหวเอวสอบบดเสือกแท่งเนื้ออุ่นร้อนเข้าหาเนินเนื้อสาวอย่างบ้าคลั่ง แม้จะไม่ได้สอดใส่เข้าไปภายในช่องทางรัก ทว่าการถูไถแนบชิดบริเวณร่องสวาทอันชุ่มโชกไปด้วยน้ำหล่อลื่น ก็สร้างความวาบหวามปั่นป่วนจนปณ
นาวาโน้มตัวลงทำตามคำบัญชาของแม่สาวช่างอ้อน ความหิวกระหายทำให้เขาทั้งหูอื้อตาลาย ก่อนปรับเบาะที่นั่งของรถสปอร์ตหรูให้เอนไปด้านหลังเท่าที่จะทำได้ในพื้นที่จำกัด แล้วประคองร่างบางให้ทาบทับลงมาเพื่อจะจ้วงทะยานความเป็นชายเข้าหาได้ถนัดถนี่ มือหนาบีบเค้นเต้านมอวบเต่งตึงอย่างหนักสลับกับใช้ปลายลิ้นตวัดหยอกเอ
ข้าวฟ่างหันไปสบตากับกายที่ยิ้มกริ่มอย่างพอใจ ยอดเงินเปย์ทำให้เธอไม่อาจปฏิเสธได้ต่อหน้าผู้ชมหลายพันคน หญิงสาวจำใจถลกกางเกงชั้นในตัวจิ๋วออกอย่างรวดเร็วภายใต้กระโปรงที่คลุมไว้ ก่อนจะขยับตัวขึ้นไปนั่งคร่อมบนตักของกายท่ามกลางความมืดมิดที่สุ่มเสี่ยง“ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันเปย์แล้วก็ขอบคุณพี่นาวาสำหรับยอดด
พอกายกลับไปเป็นช่างภาพตามเดิม เขาจ้องมองเรือนร่างผ่านเลนส์กล้องราคาแพง ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัดอีกครั้งเมื่อเห็นยอดอกสีหวานที่ชูชันท้าทายสายตาเพียงชั่วขณะ ก่อนจะซูมเลนส์กล้องจนเห็นร่องรอยความสาวที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เรียวขาที่หนีบเข้าหากันอย่างหมิ่นเหม่ เขาจงใจปรับโฟกัส ซูมเข้าไปให้ใกล้ที่สุดเท่าที่
เมื่อฝ่าเท้าของหญิงสาวเหยียบย่างเข้าสู่รั้วบ้านในยามโพล้เพล้ ความเงียบสงัดที่ควรจะเป็นที่พักใจกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงครวญครางที่ดังระงมลอดออกมาจากห้องโถง แสงไฟสลัวจากด้านนอกสาดกระทบแผ่นหลังที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของนายท๊อปชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่กำลังโหมกายขับเคลื่อนอยู่บนร่างของปารีณามารดาของเธออย่างบ้าคล







