Partager

บทที่ 3

Auteur: Gukak
last update Date de publication: 2024-11-16 20:00:29

แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่เกิดขึ้นกับร่างกายของเขา เป็นการเปลี่ยนแปลงที่โคตรยากจะทำใจยอมรับและมีผลต่อสภาพจิตใจประมาณหนึ่ง แต่ชีวิตต้องดำเนินโดยมีเงินเป็นปัจจัยหลัก เพราะงั้นภูริก็ต้องไปทำงาน...

หลังกินมื้อเช้ากับแม่และน้อง ภูริเดินเท้าออกมาขึ้นรถไฟฟ้าซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านนัก ส่วนน้องสาวเขานั่งวินมอเตอร์ไซก์ไปเรียน มันใกล้กว่าเลยไม่ต้องกลัวรถติด เขาดิ...อยากนั่งรถเมล์เหมือนกันเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ทว่ารถในเมืองกรุงแม่งติดยิ่งกว่าอะไรดี รถไฟฟ้าจึงเป็นทางเลือกที่ไม่เลวร้ายนักถ้าไม่นับว่าคนช่วงเวลานี้โคตรจะเยอะเลยให้ตาย เข้าไปเบียดเสียดจนเกือบได้เมียมาหลายรอบและ

แน่นอนว่าก่อนเขาจะออกมาจากบ้าน เขาได้มีการกรอกยาเข้าปากไปเป็นที่เรียบร้อย มันจะกลายเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินชีวิตของเขาหลังจากนี้ ภูริไม่แน่ใจว่าการเปลี่ยนเป็นโอเมก้าของตัวเองจะส่งผลอย่างไรบ้างในอนาถคต เขาคิดไปหลายทางมาก แต่มันเป็นแค่การคิดไปก่อน ต้องเจอจริงๆ ถึงรู้ว่าจะจัดการอย่างไร

ลงรถไฟฟ้าแล้วเดินต่ออีกห้านาทีจะถึงบริษัท ก่อนจะเดินเข้าที่ทำงานขนาดใหญ่ ภูริแวะซื้อน้ำจากร้านริมทาง ใกล้ๆ กันจะเป็นร้านกาแฟยี่ห้อดัง ในนั้นคนเยอะมาก...เข้าแถวกันยาว คาดว่าคิวสุดท้ายในแถวน่าจะเข้างานทันในเวลาแปดโมงห้าสิบเก้านาที สลับมาทางนี้...ร้านข้างทางนี้กลับมีคนแค่ไม่กี่คนเท่านั้น

“เอาเหมือนเดิมใช่ไหมจ้ะ” ป้าคนขายเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตา ภูริเป็นลูกค้าประจำของเธอ เพราะนอกจากจะราคาถูกสบายกระเป๋าแล้วมันยังเข้มข้นถึงใจมากอีก

“ครับป้า” รอแค่ไม่นานกาแฟโบราณในถุงกระดาษก็ถูกส่งมาให้ ภูริจ่ายให้ป้าแม่ค้าสามสิบบาท...เป็นราคาของกาแฟที่จะอยู่กับภูริไปทั้งวัน

ร่างโปร่งเดินดูดกาแฟในถุงพลางทักทายเพื่อนร่วมงาน เขาเป็นที่รู้จักของคนในบริษัท ด้วยนิสัยเป็นคนง่ายๆ ติดซื่อ ยิ้มเก่ง เป็นมิตรของเขาทำให้สาวๆ ต่างก็ชื่นชอบ หรือแม้แต่พวกผู้ชายเบต้าและโอเมก้าก็ชอบเขา น่าแปลกที่เป็นอัลฟ่าเสียส่วนใหญ่ที่เกลียดขี้หน้าของภูริ

ภูริก็เคยสงสัยนะว่าทำไมพวกนั้นถึงไม่ชอบเขา แต่เขาก็ไม่เคยไปหาคำตอบของคำถามคาใจ ถือว่าเขาไม่ชอบเราก็ปล่อยเขาไป เราทำหน้าที่เราไปก็พอแล้ว ยื่นไมตรีให้เป็นมารยาท อีกฝ่ายรับไหมมันก็อีกเรื่อง ภูริไม่ค่อยสนใจคนที่เมินตนเอง หรือให้ค่ากับคนที่มองเขาเป็นอริ ก็ไม่รู้ว่าสนใจมากเกินไปแล้วจะได้อะไรขึ้นมา...ภูริไม่รู้เหตุผล จะให้เดินไปถามว่า เฮ้ย...ไมมึงไม่ชอบกูวะ แบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่อง

“วันนี้ใส่น้ำหอมเหรอ...กลิ่นน่ากินจัง” อัลฟ่าสาวหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อเข้ามาทักทาย ระยะร่างของเธอแทบจะประชิดตัวเขาอยู่ ภูริส่งยิ้มหวานละไมให้กับเธอ

“ผมก็ใส่น้ำหอมกลิ่นเดิมนั่นแหละ กลิ่นที่พี่ปุ้ยบอกว่าชอบไง...” น้ำเสียงนุ่มทุ้มแฝงความเจ้าชู้นิดๆ ไม่ได้อ่อยไปทั่วนะ...แต่เธอคนนี้เป็นคนคุ้นเคย หรือจะพูดให้ถูกก็คือคนที่เคยนอนจับมือกันบนเตียง

ด้วยสังคมที่ไม่ได้คัดแยกคนจากหน้าตาหรือฐานะทางการเงินเท่านั้น มีการคัดแยกเข้าไปยังส่วนของเพศที่สองอีก ทำให้เหล่าอัลฟ่าผู้หยิ่งยโสเลือกคู่ครองที่เป็นอัลฟ่าเหมือนกัน พวกเขามองเบต้าและโอเมก้าเป็นชั้นต่ำกว่า เบต้าเปรียบเหมือนแรงงาน กรรมกรทำงานหนัก ส่วนโอเมก้าก็กลายเป็นที่บำเรอของคนชั้นสูง ดังนั้น...เหล่าอัลฟ่ามักจะถูกกำหนดให้คู่กับอัลฟ่าด้วยกันเองตั้งแต่ตอนตรวจเพศที่สองแล้ว

การกำหนดคู่โดยคนไม่ใช่โชคชะตานั้นเป็นสิ่งที่น่าอึดอัดในทุกๆ ชนชั้น และที่โดนหลักก็เป็นอัลฟ่านั่นเอง พวกนี้มักจะมีพฤติกรรมเสพเซ็กส์อย่างอิสระ...คล้ายระบายความเครียด คู่ครองไม่ต้องหา ไม่ต้องศึกษาดูใจอะไรกับใครทั้งนั้น ถึงเวลาก็ต้องแต่งงาน แค่นั้นเอง เบต้ากลายเป็นตัวเลือก...เป็นของเล่นของอัลฟ่า ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย เพราะแม้แต่อัลฟ่า...ก็ยังเหยียดอัลฟ่าด้วยกันเอง

ภูริ...เป็นหนึ่งในเบต้าตัวเลือกของที่นี่

ด้วยปัจจัยที่เขาเป็นมิตรกับทุกคน นิสัยดี ชอบช่วยเหลือและมีรอยยิ้มอยู่เสมอ ภูริเป็นคนง่ายๆ ซื่อๆ ไม่เรื่องเยอะ ชวนไปสนุกด้วยกันก็ไป ไม่ผูกมัดยังไงก็ได้ ในขณะที่อัลฟ่ามีหน้ามีตาในบริษัทมักผยองใส่กัน คิดว่าตัวเองดีเด่กว่าระดับอื่นๆ ไม่ได้รู้เลยว่า การที่มีอีโก้สูงเสียดฟ้าขนาดนั้นเนี่ย มันเป็นที่เอือมระอามากกว่าน่าสรรเสริญ

“น่ารักที่สุด แบบนี้...พี่อยากให้รางวัลเลยล่ะ ถ้าภูริของพี่ว่างน่ะนะ” พวกเขาแค่ส่งสายตา หว่านคำหวานไม่ถึงเนื้อถึงตัวแต่เข้าใจได้ถึงสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ

“ผมอยากว่างเลย งั้นตอนเย็น...ผมทักไปนะ”

“จ้ะ” หญิงสาวแตะไหล่ภูรินิดหน่อย เธอก้าวยาวๆ และนำหน้าเขาไป

ภูริเดินช้า เป็นคนเดินด้วยจังหวะที่ไม่เร่งรีบอะไรกับชีวิต นี่เป็นช่วงเวลาก่อนเข้างานเขาอยากจะสบายๆ บ้าง เพราะถ้าเข้างานเมื่อไหร่เขาจะโดนหัวหน้าใช้ทำนั่นทำนี่เยอะมาก ต้องรีบหยิบนั่น จัดนี่ เดินไปตรงนั้น เอาของมาตรงนี้ เป็นแบบนั้นทุกวัน ทั้งที่งานฝ่ายขายมันไม่ได้ใช้แรงอะไรเยอะ...แต่ภูริล้าทุกวันเลย

ขึ้นมาถึงแผนกของตัวเอง ซึ่งในชั้นนี้จะมีสองแผนก แบ่งฝั่งซ้ายและขวา ฝ่ายขายจะอยู่ฝั่งซ้ายและขวาเป็นฝ่ายจัดซื้อ หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อเป็นผู้หญิงที่ทักทายเขา ส่วนหัวหน้าฝ่ายขายนั้นเป็นผู้ชาย และไม่ชอบขี้หน้าของเขาเลย

บางทีภูริก็เรียกผู้จัดการตัวเองว่า...เจ้ากรรมนายเวร

ภูริกล่าวทักทายเพื่อนร่วมงาน ทั้งหญิงและชาย ทั้งชอบหน้าเขาและไม่ชอบหน้าเขา โต๊ะของเพื่อนร่วมงานแทบทุกคนจะมีแก้วกาแกฟาของร้านดังข้างล่างบริษัทตั้งอยู่ ข้าวของเครื่องประดับกายเองก็หรูหรา ผู้หญิงอวดกระเป๋า ผู้ชายอวดนาฬิกา แถมเดี๋ยวนี้ชอบมีมุกยืมเพื่อนมาเปล่าเนี่ย เล่นกันในบริษัทด้วย ภูริอาจจะเป็นเพียงไม่กี่คนในที่นี้ที่กินกาแฟถุงละสามสิบ พกมาม่าเป็นมื้อกลางวันและใช้เพียงเป้แบรนด์รองเท้ายี่ห้อหนึ่งซึ่งธรรมดามาก

เขาก็อยากจะมีของพวกนั้นเอาไว้อวดคนอื่นๆ เหมือนที่ทุกคนทำ อยากจะซื้อมือถือใหม่ทุกครั้งที่มีรุ่นใหม่ออก อยากได้นาฬิกาหรูๆ เรือนละเหยียบหมื่น อยากจะเข้าฟิตเน็สที่มีค่าสมาชิกแพงๆ อยากจะกินมื้อเที่ยงในร้านอาหารดีๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ภูริไม่อยากทำตามคือกาแฟ...นั่นมันแพงเกินไป

กาแฟ...เป็นสิ่งเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับของอื่นๆ ที่กล่าวมา แต่กาแฟเป็นตัวที่ทำให้ภูริคิดได้ว่า...เขาไม่เห็นต้องทำตามเพื่ออวดใครเลย เพราะคำว่า ‘แพงเกินไป’ ภูริกินกาแฟถุงละสามสิบบาท รสชาติเข้มข้น อยู่ทน ตาสว่างไม่ต่างอะไรกับกาแฟแก้วละร้อยห้าสิบ มันอาจผิดกันที่วัตถุดิบและแบรนด์ แต่การใช้สอยเหมือนกันเลยนะ...นาฬิกาที่เขาใส่เรือนละสี่ร้อยเก้าสิบ มันก็บอกเวลาได้ กันน้ำได้ และอยู่ได้เป็นปีๆ เหมือนกับเรือนละหลายหมื่น กระเป๋าของเขาใบละเก้าร้อยกว่า...มันก็ใส่ของได้และอาจใส่ได้มากกว่าพวกนั้นที่ใช้ใบละเกือบหมื่น

เอาจริงๆ...ความจริงไม่เฟกคือ...

เขาไม่มีเงิน!

ไหนจะค่าเทอม ค่ารักษาพยาบาลแม่กับน้อง ภาระที่เขาต้องแบกรับเอาไว้นี่แหละที่ทำให้ภูริกลายเป็นคนประหยัด อะไรละได้ก็ละทิ้งมันซะ ขืนใช้ชีวิตตามคนอื่นเขาต้องแกลบมากแน่ๆ เลย ดีไม่ดีนะน้องเขาก็จะไม่มีเงินไปเรียน ไม่มีค่าเทอม ไม่มีค่ารักษาพยาบาล ทุกบาทุกสตางค์ของเขาก็เลยมีไว้เพื่อครอบครัวอย่างเดียว

“คุณภูริ” ร่างโปร่งเพิ่งจะวางกาแฟถุงลงบนโต๊ะทำงาน ข้าวของที่เหลือทิ้งเอาไว้จากวันก่อนนั้นยังคงค้างคาอยู่ที่เดิม อาจมีปากกาหรือลิขวิดเปลี่ยนที่บ้างก็พอเข้าใจได้ คงมีใครสักคนมาแอบใช้ของเขานั่นแหละ

“ครับหัวหน้า” เขารีบยืนในท่าทางสุภาพ ยืนกุมมือต่ำมองใบหน้าเต็มด้วยความไม่พอใจของหัวหน้า คุณพิชัยมีเพศที่สองเป็นอัลฟ่า ก็นะ...ส่วนใหญ่หัวหน้าเป็นอัลฟ่ากันหมดนั่นแหละ ไม่รู้วัดจากความสามารถหรือเพศที่สอง เขาอายุสามสิบปลายๆ แก่กว่าภูริเกือบสิบปี

“เมื่อวานนี้คุณหายไปไหนมา ผมสั่งให้คุณไปเอาเอกสารในแล็บ...แล้วทำไมไม่เอามาให้ผม!” น้ำเสียงที่อีกฝ่ายใช้นั้นดุดัน แต่ภูริเจอคนที่ดุดันกว่ามาแล้วเขาก็เลยไม่รู้สึกกลัวพิชัยมากมายนัก

แต่ว่า...เขาควรบอกสาเหตุที่หายไปว่ายังไง?

“ผมถามคุณได้ยินไหมเนี่ย” โอย ยืนห่างกันแค่ไม่ถึงเมตรเองเถอะ มันก็ต้องได้ยินไหม เขาไม่ได้พิกกลพิการด้านการฟังนะเว้ย แค่...คิดไม่ออกว่าจะบอกว่าไงเนี่ย

“คือ...ผมได้ยินครับ”

“ได้ยินก็ตอบผมมาสิว่าคุณหายไปไหนมา ผมให้คุณเอาเอกสารในแล็บ มันอยู่ในบริษัทเราแค่นี้เอง...แล้วมันต้องไปเป็นวันไหมหืม นี่คุณรู้บ้างไหมว่าการที่คุณหายไปเนี่ยมันสร้างความเดือดร้อนให้แผนกเราแค่ไหน ใบเสนอราคาที่คุณต้องส่งให้ลูกค้าสามรายคุณก็ยังไม่ได้ส่ง เอกสารบนโต๊ะก็ไม่กลับมาเคลียร์ นี่ที่ทำงานนะคุณ ไม่ใช่สนามเด็กเล่น จะเข้าจะออกตอนไหนก็ได้เหรอไงฮะ!” โอ้โห....บ่นเป็นแม่กูเลย ภูริเผลอถอนหายใจกับความเกี้ยวกราดของหัวหน้า

“นี่คุณถอนหายใจใส่ผมเหรอคุณภูริ!” เอา เอาเข้าไป...

“ขอโทษครับ”

“เห็นสนิทกับหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อ สงสัยจะคิดว่าทำตัวยังไงก็ได้มั้งครับหัวหน้า...” นิรันดร์เป็นมือขวาของพิชัย เพศสองคืออัลฟ่า...เข้ากันดีกับหน้าเป็นปีเป็นขลุ่ยเรื่องการหาเรื่องภูริ

“นั่นสิ หึ…เหิมเกริมใหญ่งั้นสิ ถ้าคิดว่าตัวเองต้องสบายขนาดนั้นทำไมไม่ออกจากงานไปเกาะหัวหน้าแผนกนั้นเลยล่ะ” พิชัยว่าแดกดัน แล้วภูริก็ไม่รู้จะเถียงกับคนพาลพวกนี้ยังไงดี มันดูเริ่มห่างไกลจากการบ่นเพราะงานไปพอสมควร

เขาจะสนิทกับใคร...จะนอนกับใคร มันไม่ได้เกี่ยวกับคนพวกนี้เลยนี่ มันเป็นเรื่องระหว่างเขากับหญิงสาวเว้ย แล้วหัวหน้าแผนกนั้นเขาก็ไม่ได้มีบทบาทอะไรกับส่วนนี้ คนที่คิดว่าเกาะหัวหน้าคนหนึ่งได้แล้วจะกร่างเนี่ยคงไร้จิตสำนึกน่าดู

“พูดอะไรให้เกียรติฉันบ้างนะคะคุณพิชัย” คุณปุ้ย หัวหน้าแผนกฝ่ายจัดซื้อเดินเข้ามาสมทบอีกคน เธออยู่ห่างก็จริง แต่เสียงตวาดของพิชัยดังพอจะทำให้เธอได้ยิน

“ผมกำลังดุลูกน้องของผม มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณนะคุณปุ้ย”

“แต่คุณพูดถึงดิฉัน มันก็ต้องเกี่ยวกับดิฉันไหมคะ แล้วการที่ภูริหายไป...อาจจะเพราะเขาไม่สบายก็ได้” คุณปุ้ยเข้าข้างผู้ชายที่เธอเคยนอนจับมือ

“ไม่สบาย? จู่ๆ ก็ไม่สบายจนหายไป...เหอะ ผมว่าที่เป็นไปได้มากที่สุดคงเป็นมันไปนอนกับคุณจนกลับมาทำงานไม่ได้มากกว่า”

“คุณพิชัย!!!” คำพูดถากถางจากฝ่ายชายทำให้อัลฟ่าสาวโกรธ เธอตวาดเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงดังลั่นชั้น ทุกสายตาจึงยิ่งโฟกัสมาที่นี่มากขึ้น บ้างก็เข้าข้างภูริ...ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่มีอคติกับเขา จึงเห็นว่าเขาเป็นพนักงานที่ทำงานดีมากคนหนึ่ง ผู้ชายหลายคนก็ชอบที่ภูริเป็นกันเองทั้งยังคอยช่วยงานเท่าที่ช่วยได้อีก

แต่มีคนเข้าข้าง...ก็มีคนสมน้ำหน้าเหมือนกัน

“จี้ใจดำเหรอคุณ” พิชัยลอยหน้าลอยตา ไม่สนใจอาการโกรธของหญิงสาวตรงหน้า เพราะเธอคงทำอะไรเขาไม่ได้มากนัก

“ฉันกับภูริเราไม่ได้เป็นอะไรกัน และเราก็ไม่ได้ไปทำเรื่องอย่างว่ากัน คุณให้เขาไปเอาของที่แล็บ คุณก็รู้ว่าที่แล็บมีปัญหาเมื่อวานนี้ ดีไม่ดี ภูริคงจะโดนสารเคมีที่รั่วไหลนั่นเข้าก็เลยป่วยจนมาทำงานไม่ได้ หัวหน้าที่ไม่เคยเข้าใจลูกน้องอย่างคุณนี่มาเป็นหัวหน้าได้ยังไง...อ๋อ เพราะคุณเป็นญาติกับซีอีโอสินะ พวกใหญ่แต่ไร้ความสามารถ!” ปุ้ยโต้เถียงกลับเสียงดังและเจ็บแสบ พิชัยกำหมัดแน่น...เรื่องที่ลับหลังมีคนว่าเขาใช่ว่าเขาไม่รู้ หาว่าเขาไร้ความสามารถ ใช้เส้นเข้ามาทำงานกระฉ่อนบริษัทพอๆ กับที่คนพูดถึงการทำงานอย่างไร้ที่ติของภูรินั่นแหละ

ผู้ชายมักเป็นประเภทฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ แล้วการที่มีคนเอาเรื่องนี้ไปพูด เอาพิชัยและภูริมาเปรียบเทียบนั้นเป็นเรื่องที่ทำให้พิชัยหงุดหงิดมากที่สุด เขาเกลียดมัน...มันที่เป็นแค่เบต้าแต่เสือกมีผลงานดีเกินหน้าเกินตา บางคนว่าเขามันทำงานแย่กว่าลูกน้อง บ้างก็ว่าการเป็นอัลฟ่าของเขามันเปล่าประโยชน์ คนที่ควรเป็นอัลฟ่าและหัวหน้าน่าจะเป็นภูริมากกว่า

“คุณจะมากล่าวหาผมแบบนี้ไม่ได้นะคุณปุ้ย!”

“แล้วใครที่มันกล่าหาฉันก่อนคะ!” หัวหน้าทั้งสองแผนกต่างตะคอกใส่กันแบบไม่ยอมลงให้กัน

ภูริอยากจะเกาหัวกับความน่าปวดหัวนี้ มันไม่ใช่ครั้งแรกที่หัวหน้ามาตวาดหรือต่อว่าเขา ต่อให้เขาทำดีแค่ไหน ทำงานไม่เคยพลาดหัวหน้าก็หาเรื่องด่าเขาได้อยู่ดี ด่าแม้กระทั่งฟาแกที่เขาชอบดื่ม จะว่าชินกับสิ่งที่พิชัยเป็นมันก็ได้แหละ...แต่เหตุการณ์ที่หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อเข้ามาต่อปากต่อคำจนเป็นเรื่องราวขนาดนี้นี่คือครั้งแรก และเขาก็ไม่รู้จะทำยังไงดี

“เสียงดังอะไรกัน” เสียงทุ้มทรงอำนาจเสียงใหม่ดังขึ้นห่างจากลิฟต์ชั้นสิบแปดแค่ไม่มาก

ทว่า...อำนาจที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์เอาไว้นั้นทำให้เสียงนี้ทรงพลังกว่าเหล่าอัลฟ่าในชั้นนี้รวมกัน ‘อีธาน’ เป็นประธานบริหารคนใหม่ที่เข้ามารับหน้าที่นี้ต่อจากพ่อ ซึ่งพ่อของเขาขอวางมือกลับไปอยู่ประเทศบ้านเกิดกับแม่ของเขา ดวงตาสีฟ้ากระจ่างแต่คมกริบกวาดมองทุกคน

การปรากฏตัวของคนที่ไม่คาดหมายทำให้ทั้งชั้นเกิดความเงียบ ถ้ามีเข็มตกตอนนี้ เสียงเข็มกระทบพื้นนั้นก็คงจะดังกังวานทั่วทั้งชั้น ภูริอยากจะอุทานดังๆ ว่าโอ้โห....แต่เขาไม่ได้ทำ ขืนทำสิ มันจะเป็นการเสียมารยาทมากๆ ผู้หลักผู้ใหญ่เขากำลังตีกันอยู่ ผู้น้อยต้องอยู่ยืนมองและคอยให้กำลังใจ

อีธานสาวเท้าเข้ามาในวงสนทนาขนาดย่อม ราวกับนี่เป็นการประชุมการทำงานของทั้งสองแผนกซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกันเลย หัวหน้าทั้งสองจากที่ฉุนเฉียวพร้อมตีกันเมื่อครู่นี้เปลี่ยนเป็นสงบเสงี่ยม ภูริแอบชื่นชมพลังของท่านประธาน เปลี่ยนจากหมาบ้าเป็นหมาบ้านได้ภายในเวลาเสี้ยววินาทีจริงๆ

“ผมถามว่าเสียงดังอะไรกัน” เมื่อเข้ามาใกล้พอ อีธานยิงคำถามที่ไม่ได้คำตอบเมื่อครู่นี้อีกครั้ง

หัวหน้าภูริตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับภูริก่อนหน้านี้เด๊ะ โคตรอยากหัวเราะอัดหน้า เป็นไงล่ะ เข้าใจความรู้สึกของผู้น้อยบ้างหรือยัง ตวาดๆ อยู่ได้ คนกำลังคิดคำตอบก็ยังจะมาเร่ง เร่งไม่พอมาด่ากันอีก ภูริเชียร์ให้อีธานด่าหัวหน้าเขาแบบที่หัวหน้าเขาด่ามาก เชื่อว่าพิชัยกำลังครุ่นคิดหาคำตอบให้ท่านประธานอย่างเคร่งเครียดแน่นอน

“ไม่มีใครตอบผมได้เหรอ ว่าไง...คุณภูริ” อ่าว ไมไม่ถามคุณพิชัยอะ คุณพิชัยเป็นหัวหน้านะ เป็นคนส่งเสียงดังด้วยไม่ใช่เขาเลย!

“คือ...”

“พูดกับผมก็มองหน้าผม” อัลฟ่าสองหน่อนั่นยังไม่กล้ามองหน้าเลย เขาเป็นใคร...เขาเนี่ยนะจะกล้า

แต่ถ้าไม่มอง...ปัญหาอาจตามมา

“ครับ” ภูริตัดสินใจเงย สบสายตาคมกล้าสีฟ้าอ่อนนั้น...โคตรสวย

เพียงตาสบตา ยาที่กินเอาไว้เพื่อต้านสัญชาตญาณพลันหมดประสิทธิภาพลงอย่างน่าประหลาด ใบหน้าของภูริเริ่มเห่อร้อนและมีเลือดวิ่งพล่านขึ้นมา ในหัวมันไม่มีแล้วความกลัวท่านประธานอะ มันมีแต่เฮ้ย...เฮ้ยๆ ไม่นะเฮ้ย เพราะเขารู้ว่าอาการฮีตกำลังเริ่มขึ้นในตัวของเขา

และเมื่อโอเมก้าฮีต...ฟีโรโมนก็กำจายไปทั่วทิศทาง

สายตาของผู้คนจากที่เคยโฟกัสไปยังปลายเท้าตัวเองเริ่มเหลือบมองซ้ายขวาเพื่อหาต้นตอของฟีโรโมน พิชัยและปุ้ยมองที่ภูริ ด้วยความอยู่ใกล้ก็เลยได้กลิ่นที่ชัดเจนกว่า มันไม่เพียงออกมาจากภูริเท่านั้น...แต่กลิ่นอันยั่วเย้าอีกกลิ่นก็ลอยเข้าจมูกของพวกเขา

นั่นคืออีธาน...

“ภูริ...นายเป็นโอเมก้า” มีใครคนหนึ่งเปรยขึ้นมาด้วยความตกใจ ทุกคนรู้ดีว่าภูริเป็นเบต้า เขาทำงานที่นี่มาหลายปีและไม่เคยมีอาการฮีตใดๆ เกิดขึ้น ในกระเป๋าเป้สะพายหลังนั่นก็ไม่มียาระงับอาการฮีต

ราวกับทุกคนหิวกระหายอะไรบางอย่าง...ภูริขนลุกวูบวาบเพราะพวกนั้นจ้องเขา เฮ้ เขาเป็นคนนะไม่ใช่ของกิน อย่ามองด้วยสายตาแบบนั้นสิ เจ้าตัวกวาดตามองผู้คนรอบด้าน เงยหน้ามาอีกทีอีธานก็อยู่ตรงหน้าเขาแล้ว และสีหน้าที่ภูริได้เห็นก็สีหน้าเดียวกับในลิฟต์วันนั้น

พออยู่ใกล้กันขนาดนี้ อาการฮีตที่เกิดขึ้นก็รุนแรงหนักข้อเข้าไปอีก...สีหน้าภูริยั่วยวนชายร่างใหญ่ตรงหน้าอย่างไม่รู้ตัว มือของเขากำลังเอื้อมไปแตะมือขาวกระจ่างของอีกฝ่าย อีธานไม่ได้ชักมือกลับ...ปล่อยให้ภูริเอานิ้วมาเกี่ยวนิ้วตัวเองเอาไว้

ราวกับฟีโรโมนของผู้ชายคนนี้สะกดอัลฟ่าอย่างเขาได้อยู่หมัด...

“ผมสั่งให้คุณกินยา!” อีธานตวาดเสียงต่ำ เขาดึงนิ้วออกเปลี่ยนเป็นจับข้อมือของภูริแทน

ร่างโปร่งโดนลากไปยังลิฟต์อีกครั้ง...ลิฟต์อีกแล้วเหรอ ไม่เอาในลิฟต์ได้เปล่าอะ มันแข็ง...ไม่ๆ มันต้องไม่ใช่แบบนั้น เราต้องไม่มีอะไรกันดิ แค่กินยาแล้วมันก็จะดีขึ้นไม่ใช่เหรอ ภูริพยายามสั่งให้ตัวเองห้ามอาการอยาก ทว่ามันยากมาก...อยู่กันสองคนแบบนี้ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เขานึกถึงวันก่อน...นึกถึงกิจกรรมเข้าจังหวะอันดุเด็ดเผ็ดมันนั้น และอยากให้มันเกิดขึ้นเดี๋ยวนี้

“ทำไมลิฟต์ช้าวะ!”

“ทนไม่ไหวก็ทำก่อนสิครับ” ไม่!!! ไอ้ภู...มึงต้องไม่พูดแบบนั้น! พูดออกไปแล้วจิตวิญญาณก็ร่ำร้องว่าสิ่งที่ได้พูดออกไปนั้นมันไม่ถูกไม่ควร เขาไม่น่าไปเปิดทางยั่วยุท่านประธานอะ ควรจะบอกให้ท่านประธานปล่อยเขาไปกินยาเสียมากกว่า

อีธานมองมาที่เขา...สายตาเร่าร้อนแผดเผาเสื้อผ้าจนหายไปในพริบตาเดียว อย่างกับเปลือยกายอยู่ด้วยกัน และร่างกายก็เป็นแม่เหล็กคนละขั้ว...เป็นแม่เหล็กไฟฟ้าด้วยนะ ไฟแรงสูงเชียวแหละ

แต่อีธานก็ทน!

ไม่ถึงสองนาทีแต่นานหลายชั่วอึดใจ กลืนน้ำลายลงคอกันรอบแล้วรอบเล่าจนจะอิ่มน้ำลายกันอยู่แล้ว ในที่สุดก็มาถึงชั้นบนสุดของบริษัท ลิฟต์เปิดปุ้บ ท่านประธานก็ลากเขาลิ่วๆ ไปยังห้องทำงานซึ่งอยู่ไม่ไกล เลขาหน้าห้องลุกขึ้นยืนเตรียมจะทำความเคารพ ทว่า...พวกเขาเร่งรีบกันเกินจะสนใจ

“อื้อ...” ประตูห้องทำงานปิดลง พร้อมกับปากสีนู้ดสุขภาพดีของภูริโดนประกบปิด เขากำลังโดนอีกฝ่ายจู่โจมด้วยความรวดเร็ว

อีธานพยายามจะเปลื้องผ้าราคาถูกของภูริ เช่นเดียวกับที่ภูริจับเสื้อสูทราคาแพงของอีธานปาทิ้งลงพื้น การต้องยืนอดทนรอไม่ทำอะไรกันในลิฟต์หลายนาทีนั้น ทำให้ตอนนี้ไม่มีใครอยากรออีกต่อไปแล้ว เสื้อผ้าหล่นเรี่ยราดตามลายทาง อย่างกับสองพี่น้องฮัลเซลกับเกรเทลทิ้งเศษหินเอาไว้เพื่อกลับบ้าน

เมื่อร่างโปร่งของภูริโดนจับวางบนโต๊ะทำงานทำจากไม้เนื้อดี เขาก็ไม่เหลือเสื้อผ้าติดกายเอาไว้ซักชิ้นเดียว อีกทั้งตอนนี้...อีธานก็กำลังเข้ามาในตัวของเขา มันควรเป็นเรื่องที่ผู้ชายซึ่งกินแต่ผู้หญิงมาตลอดรับไม่ได้ ทว่า...ภูริรู้สึกดีมาก...รู้สึกดีที่เป็นอีธาน...รู้สึกดีที่เป็นคนคนนี้จริงๆ

สองมือของภูริประกบเข้าที่แก้มทั้งสองของอีกธาน จากนั้น...เขาก็แนบปากตัวเองลงไปด้วยความเคลิบเคลิ้มอย่างที่สุด

.

.

.

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]   บทส่งท้าย 3/3

    ในหัวอีธานมีแต่คำนี้วนเวียนอยู่ แค่มองหน้าตรงๆ แค่สบตากัน...แค่นั้นเขาก็อยากจะทำอะไรๆ กับร่างกายที่เขาเคยกักเก็บไว้ในอ้อมกอด ถ้านี่ไม่ใช่ที่สาธารณะ เขาจะไม่ยอมยืนนิ่งแล้วมองตาภูริให้เกิดความกระหายมากขึ้นอย่างนี้ เพราะเขาจะจู่โจมร่างโปร่งอย่างที่อยากทำ...จะปลดเปลื้องเสื้อผ้าราคาถูกบนกายนั้นออก แล้วโลมเลียไปทั่วทุกสัดส่วน จะรีดเอาเสียงครวญครางอันคุ้นเคยออกมา...จะทำให้ริมฝีปากภูริแห้งผากก่อนจะแลบเลียไปที่กลีบปากสีนู้ดนั้นจนมันชุ่มฉ่ำอีกครั้งไม่ต้องถามหรอก แค่เดินเข้ามาจับมือ ภูริก้พร้อมที่จะเดินตามร่างสูงไปยังเตียงนอน พร้อมช่วยปลดเสื้อผ้าออกแล้วทำอะไรได้ที่อีธานอยากจะทำ ภาพในหัวมันทะลึ่งนะ อย่างมาส่องสมองของเขา ไม่มีเรื่องดีเลย...มีแต่อะไรไม่รู้ใต้สะดือทว่าในความติดเรตมันก็มีความเบิกบานอยู่ในใจ...นี่ไงคนที่เขาคิดถึงจนร้องไห้...นี่ไงคนที่ทำให้เขาจนถึงขั้นทรมาน หัวใจมันเต้นแรงมาก ไม่ต้องหาจังหวะใดไปใส่เพราะมันรุนแรงจนล้ำหน้าจังหวะทุกจังหวะเลย...“ได้สิ เห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าก่อน ผมจะสงเคราะห์คุณเอง...” ว่าแล้วก็เลียริมฝีปากตัวเบาๆ ก็มันแห้ง...ถ้าได้ปากอีกฝ่ายมาทำให้ชุ่มชื่นก็ดีสิเป็นไง

  • อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]   บทส่งท้าย 2/3

    แล้วรู้ไหมอะไรหนักสุด...ร้องไห้ไง คิดถึจนร้องไห้ แม่งเป็นเรื่องที่โคตรบ้าเลย ระหว่างเรากินยาแก้คู่แท้ไปแล้วนะเว้ย เราจบกันไปแล้ว ตอนเดินจากมาไม่มีความเศร้าอะไรเลยด้วยซ้ำ ไม่คิดโหยหาสิ่งใดก็ตามที่เป้ฯอีธานเลย แล้วนี่อะไร...คิดถึงจนร้องไห้ กระเหี้ยนกระหือรือมาจนร้องไห้จริง...คิดถึงมากๆ ก็ร้อง อยากมากๆ ก็ร้อง มึงแม่งบ้า ภูริคิดวี่กไม่นานนี้เขาจะพบแพทย์ ของแพทย์เฉพาะทางเพื่อรักษาอาการทางประสาทนะ ไม่ใช่แพทย์ตรวจสุภาพทั่วไป อันนั้นไม่น่าช่วยเหลืออะไรภูริได้หรอกหลังสนทนากับลูกค้าสาวเรียบร้อย ภูริก็ทำในสิ่งที่มักทำมาตลอดนั่นคือการพาเธอไปส่งที่รถ อะ...มีคำถามดิ ว่ารู้ได้ไงว่าคนคนนี้อยากกลับเลยหรือว่าจะเดินเล่นต่อ ง่ายๆ นะ ปากอะ…มีก็ถาม เอ้า มันเป้นเรื่องจริง ภูริจะถามก่อนว่าจะกลับเลยหรือเปล่าครับ หรือว่าจะเดินเล่นก่อนไหม วันไหนว่างจะอาสาเดินเป็นเพื่อนลูกค้าเพื่อซื้อของ หญิงสาวน่ะชอบให้ผู้ชายเทคแคร์นะ อีกอย่างการเดินซื้อของกับผู้หญิงที่เป็นลูกค้านี้อาจทำให้ยอดกระเตื้องจากเดิมได้อีกด้วยลูกค้าสาวคนนี้จะกลับบริษัทของเธอเลย ภูริอาสาไปส่งเธอที่รถเหมือนทุกคนที่เขาทำ เขาเชื้อเชิญให้เธอเดินนำแล้วเขา

  • อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]   บทส่งท้าย 1/3

    บริษัทยายักษ์ใหญ่ขึ้นข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์เรื่องการบริหารจัดการกับเหล่าผู้คนที่แตกต่างด้านเพศสภาพ อีธานถูกยกย่องให้เป็นผู้บริหารหน้าใหม่ไฟแรงที่มีทัศนะคติดี มองการไกลและให้ความเท่าเทียมกับอัลฟ่า เบต้า หรือแม้กระทั่งชนชั้นที่ต่ำสุดอย่างโอเมก้า ชื่อของบริษัทถุกยกย่องให้เป็นบริษัทต้นแบบในการบริหารผู้คนที่แตกต่าง และจัดการกับการเหลื่อมล้ำที่มีอยู่ในสังคมในหน้าสัมภาษณ์ อีธานกล่าวว่า...ทุกชนชั้นล้วนเป็นมนุษย์เหมือนกัน แต่ละคนมีความสามารถที่อาจจะด้อยกว่ากันบ้างในบางเรื่อง แต่มีเรื่องด้อยก็ต้องมีเรื่องเด่น เพราะงั้นจะแค่มุมด้อยของเขามาตัดสินมันทั้งชนชั้นไม่ได้ คุณต้องมองมันให้เป็นรายบุคคลและเข้าใจถึงธรรชาติของชนชั้นนั้นๆด้วยความเป็นอัลฟ่าระดับสูง รูปร่าง หน้าตาและฐานะ อีธานกลายเป็นที่จับตามองของสาวน้อยสาวใหญ่ ความสุขุมและเบดกายของเขากลบคำที่ว่าผู้บริหารบริษัทยามันต้องเนิร์ด สวมแว่นและดูแก่หงำเหงือกไปอย่างสิ้นเชิงหญิงสาวหรือแม้แต่ชายหนุ่มที่อ่านข่าวนล้วนจับตามองถึงเรื่องคู่ครอง อีธานกล่าวว่าตัวเขานั้นยังไม่มีใคร ยังไม่เจอคู่แท้ และยังไม่เจอคนที่ถูกใจจริงๆ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่จะต้องนำ

  • อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]   บทที่ 37 [TheEnd] 3/3

    “หมดเวลาของเราแล้วนะครับ ก็ดี...ผมรำคาญคุณบ่นจะตาย” ภูริค่อยๆ คลี่ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มเริงร่าที่เต็มแก้มทว่าไม่ให้ความรู้สึกมีความสุขเลยอาจเพราะผลข้างเคียงของตัวยา ในอกซ้าย...มันถึงเจ็บปวดหมอไม่ได้บอกเลยนี่ว่ามันจะมีผลข้างเคียงแบบนี้ บอกแค่ถ้าแพ้อาจจะมีอาการแพ้ยาทั่วไป เอ...หรือเขากำลังแพ้ยาตัวนี้อยู่ เขาถึงหายใจไม่ค่อยออก เจ็บที่หน้าอก ยิ่งมองหน้าอีธาน ยิ่งสบตากับอีธาน แล้ว...แล้วก้ต้องนึกว่าระหว่างมันถึงจุดสิ้นสุดแล้ว“อืม ผมก็ไม่ได้อยากอยู่กับคุณอยู่แล้ว ไม่เคยอยากอยู่กับคุณมาตั้งแต่ต้น...ไม่เคยต้องการอะไรคุณเลย” น้ำเสียงอีธานนิ่งงันและมั่นคง แต่มันก็ไม่ได้ดุดันหรือน่ากลัวอะไร“งั้นเอาเป็นว่า เดี๋ยวเลิกงานแล้วผมจะกลับไปเก็บของที่ห้องก็แล้วกันเนอะ”“เชิญ” อีธานเดินกลับไปนั่งเก้าอี้นวมตัวใหญ่แล้วหมุนมันให้ออกไปด้านนอก ภูริเองก็เดินไปนั่งที่โซฟารับแขก มองเงาในทีวีพวกเขาไม่มองกันและกัน...มันเป็นอย่างนั้นโดยกินระยะเวลานานหลายชั่วโมง ทีมแพทย์เข้ามาตรวจสอบพวกเขาอีกครั้งก่อนจะปล่อยให้ทั้งคู่แยกย้ายกันได้ ภูริจำต้องกลับห้องของอีธานด้วยรถของอีธาน ให้แยกย้ายนั่งรถไปเองเพื่ออะไร ในเมื่อเป

  • อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]   บทที่ 37 [TheEnd] 2/3

    เอ๊ะ...หรือเขาควรจะเลี้ยงตัวเองให้รอดไปตลอดทั้งเดือน ไม่ช็อตกบัการเข้าโรงพยาบาลกะทันหันของน้องและแม่ก่อน อาจจะต้องนั้นนะ ก็การจะเอาใครสักคนเข้ามาในชีวิตเ เขาต้องพร้อมที่จะเลี้ยงดูเธอคนนั้นและพร้อมจะเป็นเสาหลักในชีวิตให้กับเธอ อืม....เราไปเป็นเพลบอยเหมือนเดิมก็ได้นี่นาฟรีเซ็กไง...ภูริออกจะชอบมัน ใครชวนก็ไป ใครให้ก็เอา สนุกกันไปวันๆ ไม่ต้องผูกมัดหรือสานต่อความสัมพันธ์ จะว่าไป...อีธานก็คงเป็นเจนเดียวกับสาวๆ ที่ผ่านมา เข้ามาสนุกร่วมกัน ถึงเวลาก็จากกันไป เวลาสวนกันบนทางเดินถ้ามีไมตรีต่อกันก็ทักทายกันบ้าง แต่ถ้ากลัวคนอื่นรู้เราก็แค่เดินสวนกันไปเหมือนไม่รู้จักกันจริงสินะ...เขาทำเรื่องแบบนี้มาตลอดนี่นาแถมตอนนี้เขาล่ำซำกว่าเมื่อก่อนอีก เมื่อก่อนยังมีพิชัยทีคอยกดหัวเขาอยู่ ตอนนี้ไม่แล้ว ทำงานสบายๆ หัวหน้าก็เพื่อนกัน ไหนเขาจะได้เลื่อนตำแหน่งอีก หลุดจาอีธานก็มีอิสระอันมากมายรอเขาอยู่ มีแต่เรื่องดีๆ ต้องดีใจกับมัน…มีความสุขกับมันส่วนอีธานเองก็คงมีความสุข อีธานไม่อยากมีคู่แท้อยู่แล้ว...เขาไม่ชอบโอเมก้าและคิดมาเสมอว่ายังไงก็ต้องหลุดจากโอเมก้าอย่างเขาให้ได้ นี่ไง อีธานจะหลุดพ้นจากเขา และเขาก็จะได

  • อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]   บทที่ 37 [TheEnd] 1/3

    เรื่องราวระหว่างคนสองคนที่เกิดขึ้นด้วยความไม่ได้ตั้งใจเดินทางมาถึงจุดสุดท้าย...แรกเริ่มเดิมทีอีธานก็ไม่ได้ต้องการมีคู่แห่งโชคชะตาอยู่แล้ว การตัดสินใจมันเริ่มตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาสั่งให้ทีมวิจัยค้นคว้าตัวยาเพื่อแก้คู่แท้ วันที่รู้ว่าตัวเองจะมีคู่ครอง...เขาไม่โอเคกับมันจริงๆ ที่ผ่านมาภูริแสดงให้เห็นแล้วว่าตัวเองไม่ได้แย่ถึงขนาดเป็นคู่ครองของใครไม่ได้ แต่อีธานก็ไม่คิดจะล้มเลิกความตั้งใจของตัวเองอยู่ดีอุดมการณ์เขามั่นคงพอๆ กับการซื่อสัตย์ต่อตัวเอง อีธานไม่ได้รักภูริ เราอยู่ด้วยกันเหมือนเพื่อนร่วมเตียง มีเซ็กซ์กัน ไปทำงานด้วยกัน กินข้าวเช้า กลางวันเย็นด้วยกัน กลับบ้านด้วยกัน การดูแลเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างเรามันเป็นเพียงไมตรีจากคนหนึ่งสู่คนหนึ่งเมื่อหนังผีเรื่องนั้นจบลง อีธานและภูริก้เดินออกมาด้วยสีหน้าที่แตกต่างกันไป ภูริน่ะตื่นเต้นกับหนัง ดูก็รู้ว่าเขาแฮปปี้กับช่วงเวลาชั่วโมงครึ่งที่ผ่านมามากแค่ไหน เขาไม่ค่อยได้มาดูหนังนี่นะ พอเจอหนังดีโดนใจก็เลยปลื้มปริ่ม แต่คนที่คิดว่าจะพามาตกใจเล่นกลับเอาแต่นั่งกอดเขานิ่ง ไม่สะดุ้งกับหนังเลยแม้แต่นิดเดียว...อีธานมองหน้าภูริ จ้องเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ทอ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status