로그인'โจวเฟิง' เด็กหนุ่มที่ถูกเก็บมาเลี้ยงในสำนักกระบี่เซียน เมื่ออายุครบ 7 ขวบ กลับไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นคนสายเลือดเซียนหรือมาร 'อวี๋หมิง' ชายที่ได้ชื่อว่าสง่างามในใต้หล้า อีกทั้งวรยุทธยังเป็นที่หนึ่ง แต่ใครจะรู้ว่าเขาได้ถูกคำสาปมารจากสงครามเมื่อครั้งอดีต วิธีแก้มีเพียง 2 ทาง ทางแรกคือเสพสุขกับหญิงสาวบริสุทธิ์ 9 คนเพื่อล้างคำสาป เขาที่ถูกยกให้เป็นที่สุดของความสูงส่งไม่สามารถเข้าใกล้สตรีได้แม้เพียงก้าวเดียว ชายที่ได้ชื่อว่าสุขุม เย็นชา อีกทั้งเป็นที่หมายปองของสตรีมากมาย กลับยอมให้เด็กหนุ่มที่แม้เพียงกฎสำนักข้อเดียวยังทำไม่ได้เข้าใกล้ได้อย่างไม่ถือตัว เห็นทีเขาคงต้องหาวิธีอื่นเพื่อแก้คำสาป เพราะสตรีกลับไม่สามารถทำให้เขาสนใจได้เท่าเด็กหนุ่มนามว่า 'โจวเฟิง' ผู้นี้
더 보기ต้นยามเหม่าอวี๋หมิงตื่นขึ้นมาหลังถูกน้ำค้างหยดใส่หน้า แล้วพบว่าตนเองยังนอนอยู่ที่ข้างกองไฟโดยมีผ้าผืนหนาห่มกายเอาไว้ สายตากวาดไปรอบๆพบว่าซุ่นเย่เองก็ยังหลับอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน แต่กลับไร้เงาของโจวเฟิง ไวเท่าความคิดเขาดีดตัวลุกขึ้นตามหาชายหนุ่มในบริเวณนั้นทันที ขาสองข้างรีบวิ่งไปทางเรือนพักของศิษย์ในสำนัก ทันทีที่เปิดประตูทุกอย่างกลับว่างเปล่า"ท่านพี่...."อวี๋หมิงเอ่ยพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะวิ่งไปที่เรือนซิงจูเก๋อเหมือนกับว่าจ้าวเหวินอู๋รู้อยู่ก่อนแล้วว่าผู้เป็นน้องชายจะมาหาตนที่นี่ เขาจึงออกมานั่งดื่มชาร้อนรอที่หน้าเรือน ด้านข้างมีจดหมายหนึ่งฉบับวางอยู่เมื่อคืนต้นยามอิ๋นหลังจ้าวเหวินอู๋เข้านอนไปได้ไม่ถึงเค่อ เซี่ยหลงก็เข้ามารายงานว่าโจวเฟิงอยากพบ ชายหนุ่มมาลากลับแดนมารจริงๆ"เจ้าจะไปตอนนี้เลยหรือ""ขอรับ ข้าวานรองเจ้าสำนักนำจดหมายนี่ให้เขาที""อวี๋หมิงรู้หรือไม่""เขารู้เพียงว่าข้าจะกลับวันนี้ แต่ข้ามิได้บอกว่าจะกลับตอนไหน ชีวิตนี้ของข้าเกลียดการร่ำลาที่สุด...แต่ก็นับว่าโชคดีที่เกิดมาเป็นเด็กกำพร้า ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาสำนักกระบี่เซียน เจ้าสำนักจ้าวหยงอี้และรองเจ้าสำนัก.... ไม่สิ
หนึ่งเดือนผ่านไปหวิ๊ว~ หวิว~เสียงลมเย็นพลัดมาเป็นระลอกพาอาภรณ์ให้ปลิวไสวไปตามแรงลม อากาศหนาวจัดบวกกับเกล็ดหิมะที่ร่วงหล่นลงมาพาใจให้ยิ่งเศร้าหมอง เสียงร่ำไห้ของเหล่าผู้ภักดีเริ่มดังตลอดทางขณะที่ขบวนไว้อาลัยกำลังเคลื่อนตัวไปยังบนเนินเขาสูง ธงร่วมส่งดวงวิญญาณตราสำนักกระบี่เซียนตั้งตรงนำหน้าสุด อาภรณ์สีผ้าฝ้ายเนื้อหยาบที่ชีวิตนี้ไม่มีผู้ใดอยากสวมใส่ ถูกสวมทับด้วยเสื้อคลุมสีเดียวกันบนตัวอวี๋หมิง ในมือถือตราประจำสำนักส่งร่างไร้วิญญาณของผู้เป็นบิดาไปฝังในสุสานตระกูลจ้าว บนหลังม้าผู้นำขบวนคือบุตรชายอีกคนจ้าวเหวินอู๋ ถึงแม้เขาจะรักษาท่าทีของผู้นำได้ดีทว่าในแววตากลับแดงก่ำแต่ไร้หยาดน้ำใส ใช้เวลาไม่นานขบวนก็มาหยุดที่เนินเขา ตลอดเวลาที่ทำพิธีฝั่งร่างจ้าวหยงอี้เต็มไปด้วยความโศกเศร้า"สุราขอรับ"ต้าหวังอดีตผู้ช่วยคนสนิทของจ้าวหยงอี๋หลังผู้เป็นนายเสียไป ก็ถูกฝากฝังให้มาเป็นผู้ช่วยของบุตรชายเขาต่อ อวี๋หมิงรับสุรามาก่อนจะราดมันที่หน้าหลุมศพผู้เป็นบิดา ผู้คนมากมายต่างมาร่วมไว้อาลัย ความจริงทุกอย่างกระจ่างจ้าวหยงอี้ไร้ความผิด แต่ร่างกายของเขามิอาจรับความทรมานได้อีกต่อไป แก่นวิญญาณเสียหายมิพอในร่างก
"นับว่ายังพอมีฝีมืออยู่บ้าง คำสาปมารที่ข้าฝากไว้บนตัวเจ้ามาตลอดยี่สิบปีหากเป็นผู้อื่นคงตายไปแล้ว แต่เจ้ากลับทนอยู่ได้อีกทั้งพลังวิญญาณยังเพิ่มขึ้นได้ด้วย ข้าคิดไม่ผิดจริงๆที่เลือกเจ้า! แต่ถึงอย่างนั้นสหายรักของเจ้าก็ทำลายแผนการของข้าที่จะได้ขึ้นเป็นเทพวิญญาณ กำจัดไอมารในตัวเจ้าทำลายพลังไปจนหมดสิ้น วันนี้ข้าจะให้มันสิ้นชีพแล้วนำพลังวิญญาณของมันมาชดเชยให้ข้า เพื่อขึ้นเป็นเทพวิญญาณอีกครั้ง ถึงครานั้นทั้งสองแดนก็จะกลายเป็นของข้าโดยสมบูรณ์"ครึ่ม! คลืน~เปรี๊ยง!ทันทีที่ฉินเทียนเหอเอ่ยจบก็ปลดปล่อยพลังวิญญาณของตนเองออกมาทั้งหมด หมู่เมฆก่อตัวมืดดำ ฟ้าปิดเกิดเป็นพายุลมแรงจนแทบยืนบนพื้นไม่ไหว พลังมหาศาลขนาดนี้มากพอที่จะทำลายคนที่นี่และภูเขาทั้งลูกให้ตายไปในเสี้ยววินาที"ข้ามิมีวันยอมให้เจ้าสมดั่งใจ"โจวเฟิงระเบิดพลังออกมาเช่นกัน พลังสองสายระดับเอกภพวิญญาณสีน้ำเงินเข้มและสีแดงฉายปรากฏทั่วท้องนภา คลื่นพลังสองสายกำลังปะทะกันด้วยเขตแดน ผู้คนกระเด็นออกด้วยไม่อาจรองรับความกดดันของพลังที่แผ่ออกมาได้อัก!แม้โจวเฟิงจะกระอักเลือดออกมาหลายครั้ง เท้าข้างหนึ่งล้มแล้วล้มอีกไปกับพื้น แต่ก็ยังยืนหยัดเอาชีวิต
"นั่นมัน....นั่นมันผู้ใดกัน"เสียงทุกคนต่างแตกตื่นไปตามๆกัน แต่ดูเหมือนว่าฉินเทียนเหอเริ่มอยู่ไม่สุขเกรงว่าเรื่องที่ทำจะไม่อาจปกปิดได้แล้ว "นี่หรือแดนเซียน สภาพก็ไม่น่าศีวิไลเท่าแดนมารของข้าเลยแม้แต่น้อย มิรู้ท่านพี่ของข้าไปหลงอันใดหนักหนาถึงอยากไปอยู่ที่นั่น"เสียงของเฉินไท่เหยาเอ่ยด้วยท่าทีขบขัน"นี่มันจอมมาร! จอมมารชัดๆ"ทุกคนที่ได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มแตกตื่น พากันปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมาพร้อมกัน"ฮ่าๆ ดูสภาพพวกเจ้าเผ่าเซียนสิ ท่าทีหวาดกลัวเช่นนี้ยิ่งกว่าสุนัขจนตรอกแดนมารข้าเสียอีก มิน่าหลายปีมานี้ถึงถูกจูงจมูกได้ง่าย ไม่รู้แม้กระทั่งผู้ใดอยู่เบื้องหลัง....."สิ้นคำนั้นฉินเทียนเหอก็รีบใช้พลังวิญญาณของตนหวังทำลายหมอกดำนั้นทันที ทว่ากลับถูกโจวเฟิงสกัดเอาไว้ได้ทันก่อนมันถูกทำลาย แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนตกใจก็คือพลังวิญญาณของชายหนุ่มกลับทำลายพลังระดับเอกภพของฉินเทียนเหอได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องเดาให้ยากมีเพียงผู้ที่พลังอยู่ระดับเดียวกันเท่านั้นที่ทำเช่นนี้ได้ ครานี้ทุกคนเริ่มล้อมตัวโจวเฟิงเอาไว้เกรงว่าจะเกิดเรื่องขึ้นอีก"ทำดีมากหลานรัก เจ้าจงทำให้พวกเขาเห็นว่าคนเผามารมิได้ใจสกปรกคิดเรื่องครอง





