มาสคอตที่รัก

มาสคอตที่รัก

last updateLast Updated : 2026-08-31
By:  รักษรมณ์Updated just now
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
9Chapters
0views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

รองประธานหนุ่มผู้เย็นชาและโดดเดี่ยว ตกหลุมรักมาสคอตน้องหมีที่มอบความอบอุ่นให้เขา โดยไม่รู้เลยว่าเจ้าของหัวใจใต้ชุดขนฟู กำลังยืนอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

View More

Chapter 1

บทที่ 1 ตกงาน สัญญา และก้าวแรก

ภายใต้ความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศภายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำใจกลางเมืองที่ผู้คนพลุกพล่านเดินขวักไขว่ มีสิ่งมีชีวิตขนฟูสีขาวปลอดตัวหนึ่งกำลังยืนโบกไม้โบกมือเรียกรอยยิ้มจากผู้คนที่สัญจรไปมา

‘สกู๊ปปี้แบร์’ (Scoopy Bear) คือชื่อของมาสคอตหมีขาวตัวอ้วนกลม จุดเด่นของมันนอกจากขนนุ่มฟูสีขาวสะอาดตาและรอยยิ้มใจดีที่ถูกปั้นแต่งมาอย่างถาวรบนใบหน้าแล้ว บนหัวของมันยังสวมหมวกรูปทรงไอศกรีมโคนสีชมพูสตรอว์เบอร์รีดูน่ารักน่าเอ็นดูเข้ากับคอนเซปต์ร้านไอศกรีมด้านหลัง ขาป้อมๆ สเต็ปย่ำเท้าสลับซ้ายขวาเข้ากับจังหวะเพลงป็อปใสๆ ที่เปิดวนซ้ำไปซ้ำมา อุ้งมือหนาฟูยกขึ้นแตะแก้มตัวเองแล้วทำท่าส่งมินิฮาร์ทให้กลุ่มเด็กมัธยมที่เดินผ่านมาจนเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดและรอยยิ้มเอ็นดูได้สำเร็จ

ภายนอกนั้นดูสดใส ร่าเริง และเต็มไปด้วยพลังงานบวก ทว่าภายในหัวหมีที่ทำจากโครงไฟเบอร์กลาสบุฟองน้ำหนาเตอะ... กลับเป็นโลกอีกใบหนึ่งอย่างสิ้นเชิง

หยาดเหงื่อเม็ดโป้งไหลซึมจากขมับ ลัดเลาะผ่านกรอบหน้าลงมาหยดแหมะที่ปลายคาง ตุลยากร หรือ ‘ตุล’ หอบหายใจแผ่วเบาผ่านช่องระบายอากาศเล็กๆ ที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนตรงรอยยิ้มของสกู๊ปปี้แบร์ อุณหภูมิข้างในนี้ร้อนอบอ้าวจนแทบจะหลอมละลาย ยิ่งต้องขยับตัวตลอดเวลา น้ำหนักของหมวกไอศกรีมที่กดทับลงมาบนคอก็ยิ่งทำให้รู้สึกปวดเมื่อยไปหมดทั้งบ่าและไหล่

แต่ถึงอย่างนั้น ริมฝีปากที่ซ่อนอยู่ภายใต้หัวมาสคอตกลับระบายยิ้มบางๆ ออกมา

สำหรับตุลยากรแล้ว ความร้อนและความอึดอัดทางกายเหล่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับความสงบทางใจที่เขาได้รับ พื้นที่แคบๆ ภายในชุดหมีสีขาวตัวนี้เปรียบเสมือน ‘เกราะป้องกัน’ ชั้นดี มันปกปิดตัวตนของเขา ปกปิดรูปร่างที่เขาไม่เคยภูมิใจ และที่สำคัญที่สุด... ในสายตาของทุกคนที่มองมา พวกเขาเห็นแค่สกู๊ปปี้แบร์ที่น่ารัก ไม่มีใครมองทะลุเข้ามาตัดสิน ‘หุ่นอวบๆ’ ของผู้ชายที่ซ่อนอยู่ข้างในนี้

เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งในชุดกระโปรงฟูฟ่องวิ่งเตาะแตะเข้ามาหา ตุลดึงสติกลับมาสู่ปัจจุบัน เขาย่อตัวลงช้าๆ เพื่อให้อยู่ในระดับสายตาของเด็กน้อย อุ้งมือหมีสีขาวลูบเบาๆ ที่กลุ่มผมของเด็กหญิงอย่างอ่อนโยน เด็กน้อยหัวเราะเอิ๊กอ๊ากก่อนจะโผเข้ากอดก้อนขนสีขาวตัวกลมแน่น ตุลรับอ้อมกอดนั้นไว้ ลูบหลังเด็กน้อยอย่างใจดี แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า แต่ความรู้สึกที่ถูกยอมรับและได้รับความรักอย่างไม่มีเงื่อนไขผ่านตัวตนสมมตินี้ ก็ช่วยชโลมจิตใจที่แห้งแล้งของเขาได้มากทีเดียว

เมื่อเด็กน้อยผละออกไปพร้อมกับผู้ปกครอง ตุลก็ยืดตัวขึ้นยืนตรงอีกครั้ง ทอดสายตามองผ่านช่องมองที่เป็นตาข่ายสีดำออกไปยังผู้คนที่เดินผ่านไปมา ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวเล็กน้อยเมื่อความคิดของเขาหวนกลับไปสู่จุดเริ่มต้น... เหตุผลที่ทำให้บัณฑิตเกียรตินิยมอย่างเขาต้องมายืนเต้นแร้งเต้นกาอยู่ในชุดหมีแบบนี้

...

ย้อนกลับไปเมื่อสองเดือนก่อน

ในห้องเช่าสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่ผนังห้องเริ่มมีรอยด่างดำ ตุลยากรในชุดเสื้อยืดตัวย้วยกับกางเกงขาสั้นกำลังนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงนอนเดี่ยว สายตาจับจ้องไปที่หน้าจอแล็ปท็อปที่เปิดค้างไว้ แสงสว่างจากหน้าจอสะท้อนให้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มที่ตอนนี้หมองคล้ำและมีรอยคล้ำใต้ตาอย่างเห็นได้ชัด

หน้าจออีเมลแสดงผลการตอบกลับจากบริษัทแห่งที่สิบห้า...

ทางบริษัทขอขอบพระคุณที่ท่านให้ความสนใจร่วมงานกับเรา อย่างไรก็ตาม หลังจากพิจารณาคุณสมบัติของท่านอย่างถี่ถ้วนแล้ว ทางเราเสียใจที่ต้องแจ้งให้ทราบว่า...’

ตุลถอนหายใจเฮือกใหญ่ นิ้วเรียวกดพับหน้าจอแล็ปท็อปลงอย่างหมดแรง เขาทิ้งตัวลงนอนหงายบนเตียง แขนขวาเกยหน้าผากอย่างคนคิดไม่ตก

เขาเพิ่งเรียนจบปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ เอกการบริหารสินทรัพย์และกองทุน ด้วยผลการเรียนระดับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ตอนเรียนจบใหม่ๆ ไฟในตัวเขาลุกโชน เขาวาดฝันถึงการได้นั่งทำงานในออฟฟิศหรูหราใจกลางย่านสาทร วิเคราะห์ตัวเลข พอร์ตการลงทุน และดัชนีตลาดหุ้น แต่ความเป็นจริงกลับตบหน้าเขาอย่างจัง

ผลการเรียนที่สวยหรูไม่ได้การันตีความสำเร็จเสมอไป ตุลผ่านการสอบข้อเขียนของหลายบริษัทชั้นนำได้อย่างฉลุย แต่พอถึงด่านสอบสัมภาษณ์ ทุกอย่างกลับพังทลาย

ตุลรู้ดีว่าปัญหาของเขาคืออะไร... มันไม่ใช่ความรู้ หรือทักษะ แต่มันคือ ‘ความมั่นใจ’

น้องตุลยากรใช่ไหมครับ... อืม โปรไฟล์ดีทีเดียว แต่ตำแหน่งผู้ช่วยนักวิเคราะห์ของเราต้องมีการออกไปพบปะลูกค้ารายใหญ่ด้วย บุคลิกภาพและความน่าเชื่อถือจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก...”

น้ำเสียงและสายตาของผู้สัมภาษณ์หลายคนที่มองประเมินมาที่เขายังคงตามหลอกหลอน ตุลไม่ใช่คนอ้วนฉุจนเสียสุขภาพ แต่เขาเป็นคนโครงร่างหนา มีน้ำมีนวล หุ่นค่อนไปทางอวบมาตั้งแต่เด็ก บวกกับใบหน้าที่กลมและแก้มที่ยุ้ยเป็นซาลาเปา มันทำให้เขาดู ‘น่ารักน่าเอ็นดู’ มากกว่าจะดู ‘ภูมิฐานและน่าเชื่อถือ’ ในสายตาของวงการการเงินที่ต้องการความเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า

ทุกครั้งที่ถูกสายตาเหล่านั้นกวาดมอง ตุลจะเริ่มประหม่า ไหล่ที่เคยตั้งตรงจะห่อลงโดยไม่รู้ตัว มือไม้สั่น และคำตอบที่เตรียมมาอย่างดีก็มักจะตะกุกตะกัก ความไม่มั่นใจในรูปร่างของตัวเองกลายเป็นหลุมพรางที่เขาขุดฝังตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนชวดงานไปหมดทุกที่

“เฮ้อ...” ตุลถอนหายใจอีกครั้ง ยกมือขึ้นดึงแก้มยุ้ยๆ ของตัวเองอย่างหงุดหงิด “ทำไมถึงไม่เกิดมาสูงโปร่งหุ่นนายแบบบ้างวะไอ้ตุล”

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงทุบประตูห้องดังขึ้นรัวๆ ตามด้วยเสียงตะโกนคุ้นหูที่ทะลุเข้ามา

“ไอ้ตุ่น! เปิดประตูให้กูหน่อย มือไม่ว่างโว้ย!”

ตุลสะดุ้ง ลุกขึ้นจากเตียงเดินไปบิดลูกบิดประตู ทันทีที่บานประตูเปิดออก ร่างสูงโปร่งของ ‘ต่อ’ เพื่อนสนิทตั้งแต่มัธยมก็แทรกตัวเข้ามาในห้องพร้อมกับถุงของกินพะรุงพะรังเต็มสองมือ กลิ่นไก่ย่างส้มตำหอมฉุยลอยแตะจมูก

“ซื้ออะไรมาเยอะแยะวะเนี่ย” ตุลรับถุงบางส่วนมาช่วยถือ

“ก็ซื้อมาประทังชีวิตมึงไงไอ้ตุ่น ดูสภาพ หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว” ต่อจัดการวางถุงอาหารลงบนโต๊ะญี่ปุ่นกลางห้อง แล้วหันมามองเพื่อนสนิทตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะเอื้อมมือมาหยิกแก้มยุ้ยๆ ของตุลอย่างหมั่นเขี้ยว

“โอ๊ย! เจ็บนะเว้ยไอ้ต่อ!” ตุลปัดมือเพื่อนออก ลูบแก้มตัวเองป้อยๆ

“ก็หมั่นเขี้ยวนี่หว่า หุ่นมึงตอนนี้อวบระยะสุดท้ายแล้วนะเนี่ย กลมป๊อกเป็นตัวตุ่นสมชื่อที่กูตั้งให้เลย” ต่อหัวเราะร่วน

‘ไอ้ตุ่น’ คือฉายาที่ต่อตั้งให้เขาตั้งแต่สมัยมัธยม ด้วยความที่ตุลมีหุ่นอวบๆ นุ่มนิ่ม น่ารักน่าหยิก บวกกับแก้มยุ้ยๆ และนิสัยที่ชอบทำตัวมึนๆ ลนๆ เวลาเจอคนแปลกหน้าเหมือนตัวตุ่นที่ชอบขุดดินซ่อนตัว ต่อเลยเรียกเขาว่าไอ้ตุ่นมาตลอดจนติดปาก และตุลเองก็ชินกับชื่อนี้ไปแล้ว (แม้จะแอบค้อนทุกครั้งที่โดนล้อเรื่องหุ่นก็ตาม)

“ไม่ต้องมาย้ำเลย กูยิ่งเครียดๆ อยู่” ตุลทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิหน้าโต๊ะญี่ปุ่น แกะถุงข้าวเหนียวด้วยท่าทางหงอยๆ “วันนี้เพิ่งโดนปฏิเสธงานมาอีกที่แล้ว”

ต่อชะงักมือที่กำลังแกะถุงไก่ย่าง ถอนหายใจเบาๆ แล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม “ที่ไหนอีกวะ คราวนี้”

“บริษัท K-Asset” ตุลตอบเสียงแผ่ว “เขาบอกว่าสัมภาษณ์กูแล้วดูไม่ค่อยมีความมั่นใจ กลัวจะรับมือกับลูกค้าหรือพรีเซนต์งานไม่ไหว”

“ไอ้พวกตาถั่วเอ๊ย! เพื่อนกูเกียรตินิยมอันดับหนึ่งนะเว้ย สมองระดับมึงให้ไปบริหารพอร์ตพันล้านยังได้เลย” ต่อบ่นกระปอดกระแปด “แล้วมึงก็เหมือนกันไอ้ตุ่น กูบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เลิกกังวลเรื่องหุ่นตัวเอง มึงน่ารักจะตาย หุ่นนุ่มนิ่มแบบนี้สเปกใครหลายคนเลยนะเว้ย มั่นใจเข้าไว้ดิวะ เวลาไปสัมภาษณ์ก็ยืดอกเชิดหน้าเข้าไว้!”

“มึงพูดง่ายนี่ มึงหุ่นดีสูงยาวเข่าดี ไปไหนคนก็ชม” ตุลเถียงเสียงอ่อย “วงการนี้เขาดูภาพลักษณ์มาเป็นอันดับแรก กูรู้ตัวดี... กูมันก็แค่ไอ้อวบที่เก่งแต่ในตำรานั่นแหละ”

ต่อมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาเห็นใจ เขารู้ดีว่าเรื่องรูปร่างคือปมฝังลึกในใจของตุลมาตลอด ไม่ว่าจะปลอบยังไงก็คงไม่หายไปง่ายๆ แต่ในฐานะเพื่อน สิ่งที่เขาช่วยได้ตอนนี้คือปัญหาเฉพาะหน้า

“เอางี้ เลิกเครียดเรื่องงานประจำไปก่อน” ต่อเคี้ยวไก่ย่างตุ้ยๆ “ตอนนี้มึงเหลือเงินในบัญชีเท่าไหร่”

คำถามจี้ใจดำทำเอาตุลชะงัก ข้าวเหนียวแทบติดคอ “...สามพันกว่าบาท”

“ชิบหาย” ต่อสบถเบาๆ “แล้วค่าเช่าห้องเดือนหน้าล่ะ?”

“ยังไม่มี” ตุลสารภาพเสียงอ่อย “หนี้ กยศ. ก็ถึงรอบต้องเริ่มจ่ายเดือนหน้าแล้วด้วย ถ้าสิ้นเดือนนี้ยังหางานไม่ได้ กูคงต้องหอบเสื้อผ้ากลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัดแล้วจริงๆ”

ตุลไม่อยากกลับไปให้ที่บ้านลำบาก พ่อแม่เขาส่งเสียจนจบปริญญาด้วยความยากลำบาก เขาตั้งใจไว้แล้วว่าจะต้องเป็นเสาหลักให้ครอบครัว แต่ตอนนี้แค่เอาตัวเองให้รอดยังยากเลย

“มึงไม่ต้องกลับต่างจังหวัดหรอก” ต่อจิบน้ำเปล่าอึกใหญ่ แล้วเอื้อมมือไปหยิบแผ่นพับยับๆ ใบหนึ่งออกจากกระเป๋ากางเกง โยนแหมะลงตรงหน้าตุล “กูมีงานมาเสนอ”

ตุลขมวดคิ้ว หยิบแผ่นพับนั้นขึ้นมาดู มันเป็นใบปลิวประกาศรับสมัครงานพาร์ทไทม์ โลโก้ด้านบนเป็นรูปร้านไอศกรีมชื่อดังที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ

ด่วน! รับสมัครพนักงานสวมชุดมาสคอต (Part-time เสาร์-อาทิตย์) รายได้ดีมาก! มีโบนัสความขยัน!’

“มาสคอต?” ตุลเงยหน้ามองเพื่อนอย่างงงๆ “มึงจะให้กูไปเต้นแร้งเต้นกาหน้าร้านไอศกรีมเนี่ยนะ ยืนเฉยๆ กูยังอายเลย!”

“อายแล้วไง ถ้าอายต่อไปแล้วตอนนี้มีเงินจ่ายค่าห้องไหมล่ะ” ต่อสวนกลับตรงๆ แต่ไม่ได้มีเจตนาร้าย “งานนี้เงินดีมากนะเว้ย วันละแปดร้อย ทำแค่เสาร์อาทิตย์ กูไปถามผู้จัดการสาขาที่ห้างตรงข้ามมาแล้ว เขาบอกว่ากำลังขาดคนด่วน มึงไปทำแก้ขัดหาเงินจ่ายค่าห้องกับ กยศ. ไปก่อน ระหว่างวันจันทร์ถึงศุกร์มึงก็ค่อยตระเวนสัมภาษณ์งานประจำต่อไปไง ไม่เสียระบบด้วย”

ตุลมองใบปลิวในมืออย่างลังเล... มันก็จริงอย่างที่ต่อพูด เงินกำลังจะหมด และเขาไม่มีสิทธิ์เลือกมากนัก

“แล้วทำไมเขาถึงให้เงินดีจังวะ แค่ใส่ชุดเดินไปเดินมาเองไม่ใช่เหรอ” ตุลถามอย่างสงสัย

“ก็เพราะมันไม่ใช่แค่เดินไปเดินมาไง” ต่ออธิบาย “เขาบอกว่าชุดมันหนักและร้อนมาก คนเก่าๆ ทำได้ไม่กี่อาทิตย์ก็หนีหายหมด เขาเลยต้องอัดค่าจ้างสูงๆ เพื่อดึงดูดคน แถมยังมีกฎจุกจิกอีกเพียบ”

ความลังเลของตุลเริ่มมีมากขึ้น แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นปฏิทินที่วงกากบาทสีแดงตัวเบ้อเริ่มตรงวันที่สิ้นเดือน ซึ่งเป็นวันครบกำหนดจ่ายค่าเช่าห้องและหนี้ กยศ. เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น

“ตกลง...” ตุลถอนหายใจยาว “กูทำ”

สองวันต่อมา ตุลก็มายืนอยู่ในห้องพักพนักงานแคบๆ หลังร้านไอศกรีมสาขาใหญ่ในห้างสรรพสินค้า เพื่อรับการปฐมนิเทศจาก ‘ผู้จัดการฝ่ายบุคคล’ หญิงวัยกลางคนสวมแว่นตากรอบหนาที่มองประเมินเขาด้วยสายตาเข้มงวด

“รูปร่างผ่าน ความสูงผ่าน” ผู้จัดการฝ่ายบุคคลพยักหน้าเบาๆ หลังจากกวาดสายตามองตุลตั้งแต่หัวจรดเท้า “ชุดสกู๊ปปี้แบร์ไซส์ของเราออกแบบมาตัวกลมๆ ฟูๆ สมจริง ความสูงคนใส่ต้องเกิน 165 ซึ่งคุณ 172 ถือว่าผ่าน”

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ความอวบของไม่มีผลในการสมัครงาน ตุลลอบยิ้มขื่นๆ ในใจ

“แต่ก่อนที่คุณจะเริ่มงาน ฉันมีกฎเหล็กที่ต้องชี้แจงให้ฟังก่อน” ผู้จัดการฝ่ายบุคคลหยิบแฟ้มเอกสารสัญญาหนาปึกขึ้นมาวางบนโต๊ะ “งานมาสคอตของเราไม่ใช่แค่การใส่ชุดแล้วไปเต้น คุณคือตัวแทนภาพลักษณ์ของ ‘สกู๊ปปี้สไมล์’ ดังนั้น กฎข้อแรกและสำคัญที่สุด... ห้ามถอดหัวมาสคอตในพื้นที่สาธารณะ หรือในบริเวณที่ลูกค้าสามารถมองเห็นได้เด็ดขาด ไม่ว่าจะร้อน หรืออึดอัดแค่ไหนก็ตาม คุณจะถอดได้ก็ต่อเมื่อเข้ามาอยู่ในห้องพักพนักงานที่ประตูล็อกสนิทแล้วเท่านั้น”

ตุลพยักหน้าอย่างตั้งใจ “เข้าใจครับ”

“ข้อสอง...” ผู้จัดการฝ่ายบุคคลพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น “ห้ามเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของคุณให้ลูกค้าหรือบุคคลภายนอกรับรู้เด็ดขาด สกู๊ปปี้แบร์คือสกู๊ปปี้แบร์ ไม่ใช่นายตุลยากร ความลึกลับและจินตนาการของเด็กๆ เป็นสิ่งสำคัญ เราไม่อยากให้ภาพจำของหมีขาวใจดีถูกแทนที่ด้วยภาพพนักงานที่เหนื่อยล้า”

“และข้อสาม ห้ามใช้เสียงจริงในการสื่อสารกับลูกค้า สกู๊ปปี้แบร์พูดไม่ได้ คุณต้องสื่อสารด้วยท่าทาง ภาษากาย หรือการพยักหน้าส่ายหน้าเท่านั้น ห้ามหลุดเสียงพูดออกมาเด็ดขาด”

ผู้จัดการฝ่ายบุคคลดันแฟ้มเอกสารไปตรงหน้าตุล “นี่คือสัญญาจ้าง มีข้อตกลงเรื่องการรักษาความลับหรือ NDA อยู่ด้วย หากคุณละเมิดกฎเหล็กเหล่านี้ โดยเฉพาะการเปิดเผยตัวตนหรือถอดหัวมาสคอตในที่สาธารณะ บริษัทมีสิทธิ์ยกเลิกจ้างทันทีโดยไม่จ่ายค่าตอบแทนในรอบบิลนั้น และอาจมีการปรับเงินตามความเสียหายที่เกิดขึ้น”

ตุลก้มมองตัวหนังสืออัดแน่นในหน้ากระดาษ บทลงโทษนั้นดูรุนแรงเกินกว่าจะเป็นแค่งานพาร์ทไทม์หน้าร้านไอศกรีม แต่เมื่อนึกถึงยอดเงินกู้ กยศ. และบิลค่าไฟที่รออยู่ เขาก็หยิบปากกาขึ้นมาจรดปลายเซ็นชื่อลงไปโดยไม่ลังเล

...

ปรี๊ดดด!

เสียงนกหวีดเป่าลมปาร์ตี้ของเด็กชายตัวน้อยที่เป่าใส่หน้าสกู๊ปปี้แบร์ดึงตุลให้กลับมาสู่โลกปัจจุบันอีกครั้ง

เขาอยู่ในชุดหมีสีขาว ยืนอยู่หน้าร้านในห้างสรรพสินค้าแห่งเดิม ขาป้อมๆ กลับมาขยับสเต็ปเต้นอีกครั้ง อุ้งมือหนาฟูยกขึ้นแตะปีกหมวกไอศกรีมบนหัวเป็นท่าทักทายประจำตัว

ผ่านไปเกือบเดือนแล้วที่ตุลใช้ชีวิตแบบสองหน้า วันธรรมดาเขาคือบัณฑิตตกงานที่แต่งตัวเนี้ยบเดินสายสัมภาษณ์งานด้วยความหวาดหวั่นและมักจะกลับมาพร้อมความผิดหวัง ส่วนวันเสาร์อาทิตย์ เขาคือสกู๊ปปี้แบร์ หมีขาวขวัญใจเด็กๆ และผู้คนที่ผ่านไปมา

เหงื่อหยดแล้วหยดเล่าไหลซึมจนเสื้อยืดข้างในเปียกชุ่ม ลมหายใจอุ่นร้อนสะท้อนกลับมาปะทะใบหน้าตัวเองในพื้นที่แคบๆ แต่แปลกเหลือเกิน... ตุลกลับรู้สึกว่าที่แห่งนี้คือ ‘เซฟโซน’ ที่ปลอดภัยที่สุดของเขา

ในชุดหมีหนาหนักและเทอะทะนี้ ไม่มีใครเห็นหน้ากลมๆ แก้มยุ้ยๆ ของเขา ไม่มีกรรมการสัมภาษณ์งานคนไหนมานั่งจับผิดความประหม่าของเขา ไม่มีใครมาตัดสินว่าความอวบของเขาคือความไม่น่าเชื่อถือ

เขาสามารถเต้นหลุดโลก ส่ายก้นดุ๊กดิ๊ก และทำท่าทางน่ารักๆ ได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องรู้สึกเขินอาย เพราะเขาไม่ใช่ตุลยากรคนขี้แพ้ที่ไม่มีใครรับเข้าทำงาน... แต่เขาคือสกู๊ปปี้แบร์ ผู้มอบความสุขและรอยยิ้มให้กับทุกคน

ช่วงบ่ายของวันหยุดสุดสัปดาห์คือสมรภูมิรบขนาดย่อมสำหรับคนทำงานบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณคือสิ่งมีชีวิตขนฟูสีขาวตัวเบ้อเริ่มที่ยืนอยู่หน้าร้านไอศกรีม

ลานกว้างหน้าลานน้ำพุของห้างสรรพสินค้าคลาคล่ำไปด้วยผู้คน สกู๊ปปี้แบร์ตกเป็นเป้าหมายหลักของบรรดาเด็กเล็กและวัยรุ่นที่เดินผ่านไปมา ตุลยากรในคราบมาสคอตหมีขาวต้องขยับตัวอยู่ตลอดเวลา ทั้งโบกมือ ทำมินิฮาร์ท โยกหัวตามจังหวะเพลง และโพสท่าถ่ายรูปครั้งแล้วครั้งเล่า

น้ำหนักของโครงไฟเบอร์กลาสและหมวกรูปไอศกรีมโคนที่กดทับลงมาบนช่วงบ่าเริ่มแสดงฤทธิ์เดช ความปวดเมื่อยลามจากต้นคอลงไปถึงกลางหลัง แต่ตุลยังคงรักษาสเต็ปการขยับตัวเอาไว้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทว่าความท้าทายที่แท้จริงไม่ได้มีแค่ความเหนื่อยล้าทางกาย

“หม่าม้า! น้องหมีตัวกลมน่ารักจังเลย!” เด็กชายวัยประมาณห้าขวบวิ่งถลาเข้ามาหาด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะกระโดดพุ่งหลาวเข้าใส่เต็มแรง สองแขนเล็กๆ กอดหมับเข้าที่ท่อนแขนฟูฟ่องของสกู๊ปปี้แบร์แล้วทิ้งน้ำหนักตัวโหนลงมาเต็มเหนี่ยว!

“เฮ้ย!”

เสียงอุทานแทบจะหลุดออกมาจากริมฝีปากของตุล โชคดีที่เขาตะครุบปากตัวเองไว้ได้ทันตามสัญชาตญาณ ร่างตุ้ยนุ้ยของมาสคอตหมีขาวเซถลาไปด้านหน้าตามแรงดึงของเด็กน้อย เกือบจะหน้าคะมำลงไปกองกับพื้นห้าง

ในเสี้ยววินาทีแห่งความวุ่นวาย กฎเหล็กของร้านดังก้องขึ้นมาในหัว... ห้ามเปิดเผยตัว ห้ามถอดหัว และห้ามใช้เสียงจริงเด็ดขาด

ตุลตั้งสติ เกร็งขาและลำตัวเพื่อรักษาสมดุลไม่ให้ล้ม ก่อนจะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เขาดัดแปลงจังหวะเสียหลักนั้นให้กลายเป็นการทำท่าหมุนตัวแบบเซ่อซ่า อุ้งมือหนาฟูยกขึ้นกุมหัวตัวเองแล้วส่ายหน้าไปมาแรงๆ เหมือนหมีที่กำลังมึนงง เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากเด็กชายและผู้ปกครองที่รีบวิ่งเข้ามาห้ามลูกชายไว้ได้ทันท่วงที

“ขอโทษด้วยนะคะลูกชายซนไปหน่อย... ไปลูก ปล่อยพี่หมีได้แล้ว” ผู้ปกครองดุเด็กชายเบาๆ ก่อนจะหันมายิ้มเจื่อนให้

สกู๊ปปี้แบร์ไม่ได้โกรธเคือง อุ้งมือขาวสะอาดเอื้อมไปลูบหัวเด็กชายอย่างอ่อนโยน ก่อนจะทำท่าส่งจูบให้อย่างน่ารักจนเด็กน้อยยิ้มกว้างและโบกมือลา

ตุลลอบถอนหายใจยาวเหยียดอยู่ภายใต้หน้ากาก รอดตัวไปได้อย่างหวุดหวิด เขาแอบปรายตามองไปที่หน้าร้าน เห็นผู้จัดการร้านยืนกอดอกพยักหน้าให้อย่างพึงพอใจกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเขา

เมื่อถึงเวลาพักเบรกสิบห้านาที ตุลรีบเดินจ้ำอ้าวกลับเข้าไปในโซนหลังร้าน ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องพักพนักงานแคบๆ เขาก็จัดการปิดประตูและกดล็อกกลอนอย่างแน่นหนา มือที่สวมถุงมือขนสัตว์รีบถอดมันออก ก่อนจะยกแขนขึ้นประคองหัวไฟเบอร์กลาสใบใหญ่แล้วค่อยๆ ดึงมันออกจากลำคอ

“ฮ่า...”

เสียงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำและชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อ อากาศเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศในห้องพักปะทะเข้ากับผิวหน้าและเส้นผมที่เปียกลู่ เสมือนโอเอซิสกลางทะเลทราย ตุลวางหัวมาสคอตลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกอย่างหมดสภาพ

เขาเอื้อมมือไปคว้าขวดน้ำเย็นในตู้เย็นใบเล็กมาเปิดดื่มรวดเดียวหมดไปครึ่งขวด ความเย็นฉ่ำไหลผ่านลำคอช่วยดับความร้อนรุ่มในร่างกายไปได้มาก ตุลยกแขนเสื้อยืดที่ชื้นเหงื่อขึ้นปาดหยดน้ำที่เกาะอยู่ตามหน้าผากและปลายคาง

ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้าใส่จนกระดูกแทบจะหลุดเป็นชิ้นๆ การอยู่ในชุดที่หนักและปิดทึบแบบนั้นตลอดหลายชั่วโมงไม่ใช่เรื่องตลกเลย เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมพนักงานคนก่อนๆ ถึงได้หนีหายกันไปหมด แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อเหลือบไปเห็นกระเป๋าสตางค์ที่แบนแต๊ดแต๋ของตัวเองวางอยู่บนล็อกเกอร์ ตุลก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้งเพื่อเรียกพลังใจ

“เอาวะ... เพื่อค่าห้อง เพื่อค่าไฟ สู้เว้ยไอ้ตุล” เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ นวดคลึงหัวไหล่ที่ตึงเปรี๊ยะสองสามที ก่อนจะสวมหัวไฟเบอร์กลาสกลับเข้าไปอีกครั้งเมื่อนาฬิกาเตือนว่าหมดเวลาพักแล้ว

เวลาสองทุ่มตรง ห้างสรรพสินค้าเริ่มบางตาลงพร้อมกับประกาศแจ้งเตือนเวลาปิดทำการ

ในห้องพักพนักงาน ตุลยากรในชุดเสื้อยืดตัวใหม่และกางเกงยีนส์ตัวเก่งกำลังสะพายเป้เตรียมตัวกลับบ้าน ร่างกายของเขาปวดเมื่อยไปทุกสัดส่วน แต่ใบหน้ากลับประดับไปด้วยรอยยิ้มบางๆ เมื่อนิ้วโป้งค่อยๆ กรีดซองกระดาษสีขาวในมือ

ธนบัตรสีแดงที่บรรจุอยู่ข้างในคือค่าเหนื่อยของวันนี้... แปดร้อยบาทถ้วน

มันอาจจะเป็นเงินที่ไม่มากมายอะไรสำหรับบางคน แต่มันคือต่อลมหายใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับบัณฑิตตกงานอย่างเขา เงินก้อนนี้บวกกับกะวันพรุ่งนี้ จะทำให้เขามีเงินพอจ่ายค่าเช่าห้องในเดือนนี้ได้อย่างเฉียดฉิว

ติ๊ด... ติ๊ด...

เสียงสมาร์ตโฟนในกระเป๋ากางเกงสั่นครืด ตุลล้วงมันขึ้นมากดรับสายเมื่อเห็นชื่อเพื่อนสนิทโชว์หลาอยู่บนหน้าจอ

“ฮัลโหล”

(เป็นไงบ้างวะไอ้ตุ่น ยังมีชีวิตอยู่ไหมเนี่ย หรือขาดใจตายคาชุดหมีไปแล้ว) เสียงกลั้วหัวเราะของต่อดังลอดมาตามสาย

“เกือบตาย แต่ก็รอดมาได้ว่ะ” ตุลตอบกลับพร้อมกับเดินก้าวเท้าออกจากประตูหลังของห้างสรรพสินค้า รับเอาสัมผัสของสายลมเย็นยามค่ำคืนที่พัดมาปะทะตัว “กูเพิ่งรับเงินค่าจ้างเมื่อกี้เลย รอดตายไปอีกเดือนแล้วเว้ย”

(เออ ดีแล้ว กูบอกแล้วไงว่างานนี้มันเวิร์ก ถึงจะเหนื่อยหน่อยแต่ได้เงินชัวร์ๆ) ต่อพูดด้วยน้ำเสียงโล่งใจ (ส่วนวันธรรมดามึงก็ลุยหางานประจำต่อไป อย่าเพิ่งท้อล่ะเว้ย กูเชื่อว่าต้องมีสักบริษัทที่ตาถึงรับมึงเข้าทำงานแน่นอน)

“อืม ขอบใจมากนะมึงที่หางานนี้มาให้” ตุลยิ้มรับคำอวยพรนั้น แม้ในใจลึกๆ จะยังคงรู้สึกหวั่นเกรงกับวันจันทร์ที่กำลังจะมาถึงก็ตาม

วงจรชีวิตของตุลยากรดำเนินไปในรูปแบบคู่ขนานที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว

ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เขาคือเด็กหนุ่มในชุดเชิ้ตผูกไทที่ต้องแบกแฟ้มพอร์ตโฟลิโอเดินสายไปตามตึกระฟ้าใจกลางเมือง นั่งหลังขดหลังแข็งอยู่หน้าห้องสัมภาษณ์ ฝืนยิ้มรับคำปฏิเสธอย่างสุภาพครั้งแล้วครั้งเล่า และต้องต่อสู้กับความรู้สึกไร้ค่าที่กัดกินจิตใจทุกครั้งที่เดินคอตกกลับมายังห้องเช่า

แต่เมื่อถึงเช้าวันเสาร์... โลกของเขาก็พลิกกลับตาลปัตร

ในพื้นที่สี่เหลี่ยมหน้าร้านไอศกรีม ทันทีที่เขาสวมหัวสกู๊ปปี้แบร์ลงบนคอ ตุลยากรคนล้มเหลวก็ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงหมีขาวผู้ร่าเริงที่คอยแจกจ่ายรอยยิ้มและความสุขให้กับทุกคน โลกภายใต้หน้ากากใบนี้ไม่มีการตัดสินเรื่องรูปร่างหน้าตา ไม่มีการประเมินผลสัมภาษณ์ มีเพียงเสียงหัวเราะและอ้อมกอดจากเด็กๆ ที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่า

จนกระทั่งวันเสาร์ในช่วงปลายเดือนเดินทางมาถึง...

บรรยากาศหน้าลานน้ำพุยังคงคึกคักเหมือนเช่นเคย สกู๊ปปี้แบร์กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกเรียกลูกค้าอยู่หน้าร้าน จังหวะนั้นเองที่สายตาผ่านช่องตาข่ายสีดำของตุล บังเอิญสะดุดเข้ากับร่างของใครบางคนที่กำลังเดินตรงเข้ามาในโซนนี้

ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีกรมท่าที่ถูกปลดกระดุมออกอย่างไม่แยแส เนกไทถูกดึงให้หลวมอย่างคนอึดอัด ใบหน้าหล่อเหลาคมคายนั้นราบเรียบ ทว่าคิ้วเข้มกลับขมวดเข้าหากันจนเป็นปม บรรยากาศรอบตัวชายคนนั้นแผ่ซ่านไปด้วยความตึงเครียดและมืดมนราวกับมีพายุฝนก่อตัวอยู่เหนือศีรษะ ช่างขัดแย้งกับบรรยากาศร่าเริงสดใสของห้างสรรพสินค้าในวันหยุดเสียเหลือเกิน

ชายคนนั้นเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งตัวยาวใกล้กับร้านไอศกรีม ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองอย่างเหนื่อยล้า

สกู๊ปปี้แบร์หยุดชะงักสเต็ปการเต้น อุ้งมือหนาฟูค่อยๆ ลดลงข้างลำตัว ตุลมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด เขาเห็นผู้คนมากมายผ่านไปมา แต่ไม่เคยเห็นใครที่มีรังสีความกดดันแผ่ออกมาหนักหน่วงเท่าผู้ชายคนนี้มาก่อน

เขาไม่รู้หรอกว่าชายแปลกหน้าคนนี้ไปเจอเรื่องหนักหนาอะไรมา...

และเขาก็ไม่รู้ด้วยว่า การตัดสินใจก้าวเท้าสั้นๆ ของชุดหมีเข้าไปหาชายคนนั้นในวินาทีถัดมา จะเปลี่ยนโลกคู่ขนานที่แสนปลอดภัยของเขา... ไปตลอดกาล

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
9 Chapters
บทที่ 1 ตกงาน สัญญา และก้าวแรก
ภายใต้ความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศภายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำใจกลางเมืองที่ผู้คนพลุกพล่านเดินขวักไขว่ มีสิ่งมีชีวิตขนฟูสีขาวปลอดตัวหนึ่งกำลังยืนโบกไม้โบกมือเรียกรอยยิ้มจากผู้คนที่สัญจรไปมา‘สกู๊ปปี้แบร์’ (Scoopy Bear) คือชื่อของมาสคอตหมีขาวตัวอ้วนกลม จุดเด่นของมันนอกจากขนนุ่มฟูสีขาวสะอาดตาและรอยยิ้มใจดีที่ถูกปั้นแต่งมาอย่างถาวรบนใบหน้าแล้ว บนหัวของมันยังสวมหมวกรูปทรงไอศกรีมโคนสีชมพูสตรอว์เบอร์รีดูน่ารักน่าเอ็นดูเข้ากับคอนเซปต์ร้านไอศกรีมด้านหลัง ขาป้อมๆ สเต็ปย่ำเท้าสลับซ้ายขวาเข้ากับจังหวะเพลงป็อปใสๆ ที่เปิดวนซ้ำไปซ้ำมา อุ้งมือหนาฟูยกขึ้นแตะแก้มตัวเองแล้วทำท่าส่งมินิฮาร์ทให้กลุ่มเด็กมัธยมที่เดินผ่านมาจนเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดและรอยยิ้มเอ็นดูได้สำเร็จภายนอกนั้นดูสดใส ร่าเริง และเต็มไปด้วยพลังงานบวก ทว่าภายในหัวหมีที่ทำจากโครงไฟเบอร์กลาสบุฟองน้ำหนาเตอะ... กลับเป็นโลกอีกใบหนึ่งอย่างสิ้นเชิงหยาดเหงื่อเม็ดโป้งไหลซึมจากขมับ ลัดเลาะผ่านกรอบหน้าลงมาหยดแหมะที่ปลายคาง ตุลยากร หรือ ‘ตุล’ หอบหายใจแผ่วเบาผ่านช่องระบายอากาศเล็กๆ ที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนตรงรอยยิ้มของสกู๊ปปี้แบร์ อุณหภูมิข้างในนี้ร้
last updateLast Updated : 2026-08-27
Read more
บทที่ 2 เจอกันครั้งแรก
บรรยากาศภายในห้องประชุมบอร์ดบริหารบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจนั้นเย็นเยียบจนแทบจะจับขั้วหัวใจ แม้ว่าเครื่องปรับอากาศจะถูกตั้งอุณหภูมิไว้ที่ยี่สิบห้าองศา ทว่ารังสีความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากบุคคลที่นั่งอยู่หัวโต๊ะกลับทำให้ทุกอย่างดูหนาวเหน็บลงไปอีกหลายเท่าตัวชนันภัทร์ อัศววัฒน์สกุล หรือ ‘ทาย’ ในวัย 28 ปี ยืนอยู่หน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ รูปร่างสูงโปร่งถึง 182 เซนติเมตรในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีกรมท่าทำให้เขาดูโดดเด่นและมีอำนาจ แต่ในสายตาของผู้ถือหุ้นอาวุโสหลายคนที่นั่งเรียงรายอยู่รอบโต๊ะวงรี เขาก็ยังเป็นเพียงแค่ ‘เด็กเมื่อวานซืน’ หรือที่แย่ไปกว่านั้นคือ... เป็นเพียงลูกของภรรยารองที่พยายามจะตะเกียกตะกายขึ้นมาเทียบชั้น“ตัวเลขคาดการณ์ที่คุณนำเสนอมา มันดูมองโลกในแง่ดีเกินไปหน่อยไหม ชนันภัทร์”น้ำเสียงทรงอำนาจและแหบพร่าของ ‘เจ้าสัวนิพนธ์’ ท่านประธานผู้เป็นพ่อแท้ๆ ของเขาดังแทรกขึ้นกลางคัน ทำเอาบรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่แล้วยิ่งหนักอึ้งลงไปอีก ทายชะงักคำพูด มือหนาที่ถือพอยเตอร์เลเซอร์ลดลงข้างลำตัว เขาพยายามรักษาสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด ทั้งที่ในใจกำลังถูกบีบรัด“จากข้อมูลทางสถิติในไต
last updateLast Updated : 2026-08-27
Read more
บทที่ 3 “เกอเกอ”
สัปดาห์แห่งความบ้าคลั่งและสมรภูมิในห้องประชุมผ่านพ้นไปแล้วตลอดห้าวันที่ผ่านมา ชนันภัทร์แทบจะกินนอนอยู่ที่ออฟฟิศ เขาและทีมงานรื้อโมเดลประเมินความเสี่ยงกลับมาทำใหม่ทั้งหมด อุดรอยรั่วทุกจุดที่ผู้เป็นพ่อและปวินเคยปรามาสเอาไว้ การนำเสนอในรอบถัดมาจบลงด้วยความเงียบกริบของคณะกรรมการ ไม่มีข้อกังขา ไม่มีคำวิจารณ์ แม้แต่ปวินก็ยังหาช่องโหว่โจมตีไม่ได้ ท่านประธานเพียงแค่พยักหน้ารับและอนุมัติโปรเจกต์ ถือเป็นคำชมที่หาได้ยากยิ่งจากคนเป็นพ่อสำหรับทาย นั่นคือชัยชนะที่งดงาม แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกแปลกใจที่สุดกลับไม่ใช่ความสำเร็จของงาน... แต่เป็นความรู้สึกโปร่งโล่งในใจที่ยังคงหลงเหลืออยู่ต่างหากเช้าวันเสาร์ที่แสงแดดสาดส่อง ทายยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องแต่งตัวของเพนต์เฮาส์หรู ปกติแล้ววันหยุดสุดสัปดาห์ของเขาถ้าไม่หมดไปกับการตีกอล์ฟเพื่อคอนเน็กชันทางธุรกิจ ก็จะเป็นการหมกตัวอ่านรายงานสรุปผลประกอบการ แต่วันนี้เขาจงใจกากบาทตารางงานทุกอย่างทิ้ง ปฏิเสธนัดหมายสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนแวดวงสังคมไฮโซ และเลือกที่จะเปิดตู้เสื้อผ้าฝั่งที่แทบไม่เคยแตะต้องชายหนุ่มในวัยยี่สิบแปดปีละทิ้งชุดสูทสั่งตัดที่เปรียบเสมือ
last updateLast Updated : 2026-08-27
Read more
บทที่ 4 ของฝากและโน้ตลับ
เวลาสามสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับโกหกสำหรับตุลยากรแล้ว ชีวิตในวันธรรมดาของเขายังคงวนเวียนอยู่ในลูปเดิมๆ ที่แสนจะน่าเบื่อหน่ายและบั่นทอนจิตใจ นั่นคือการตื่นเช้า สวมชุดนักศึกษาหรือชุดเชิ้ตผูกไทที่ดูเป็นทางการ หอบแฟ้มพอร์ตโฟลิโอตระเวนไปสัมภาษณ์งานตามบริษัทต่างๆ และจบลงด้วยการถูกปฏิเสธหรือประโยคคลาสสิกอย่าง ‘แล้วทางเราจะติดต่อกลับไป’ ซึ่งแปลความหมายได้ว่า ‘ไม่ต้องรอหรอก’ความล้มเหลวซ้ำซากเหล่านั้นค่อยๆ กัดกร่อนความมั่นใจที่เหลืออยู่น้อยนิดของตุลให้ลดลงไปทุกวัน รูปร่างที่อวบอ้วนและแก้มกลมๆ ของตัวเองกลายเป็นสิ่งที่เขารู้สึกเกลียดชังเวลาส่องกระจก เขาเริ่มเก็บตัวอยู่ในห้องเช่าแคบๆ มากขึ้น กินน้อยลงด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าน้ำหนักจะลดลงบ้าง แต่ความเครียดกลับทำให้เขายิ่งบวมน้ำและดูไม่ได้เข้าไปใหญ่โลกแห่งความเป็นจริงของ ‘ไอ้ตุ่น’ ช่างมืดมนและไร้ทางออกแต่ทว่า... ท่ามกลางความมืดมิดเหล่านั้น กลับมีแสงสว่างเล็กๆ ที่ปลายอุโมงค์รอคอยเขาอยู่ในทุกๆ วันหยุดสุดสัปดาห์วันเสาร์และอาทิตย์กลายเป็นช่วงเวลาที่ตุลยากรเฝ้ารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ไม่ใช่แค่เพราะมันเป็นวันที่เขาจะได้สวมบทบาทเป็น ‘สกู๊ปปี้แบร์’
last updateLast Updated : 2026-08-27
Read more
บทที่ 5 สองซับพล็อตเปิดตัว
เช้าวันเสาร์เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับความวุ่นวายเล็กๆ น้อยๆ หลังร้านไอศกรีมสาขาใหญ่ในห้างสรรพสินค้าตุลยากรในชุดเสื้อยืดสีขาวธรรมดากับกางเกงยีนส์ตัวเก่งกำลังยืนง่วนอยู่กับการจัดเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์ภายในห้องพักพนักงาน วันนี้เขามาถึงก่อนเวลาเริ่มงานเกือบครึ่งชั่วโมงเพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดของการจราจร เด็กหนุ่มเปิดตู้ล็อกเกอร์ เก็บกระเป๋าเป้ใบเก่งเข้าที่ ก่อนจะหันไปเช็กสภาพหัวไฟเบอร์กลาสของสกู๊ปปี้แบร์ว่ามีรอยเปื้อนหรือจุดชำรุดตรงไหนหรือไม่“พี่ตุล! มาเช้าจังเลย”เสียงใสแจ๋วที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเข้ามา ‘มิ้นท์’ พนักงานพาร์ตไทม์สาววัยนักศึกษา ก้าวเข้ามาในห้องพักด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส วันนี้เธอรวบผมหางม้าผูกโบสีชมพูดูน่ารักสมวัย ในมือเล็กๆ ทั้งสองข้างถือถุงพลาสติกที่ส่งกลิ่นหอมฉุยของอาหารเช้าลอยมาแตะจมูก“อ้าว มิ้นท์ มาเช้าเหมือนกันนี่” ตุลหันไปยิ้มทักทายเพื่อนร่วมงานสาวอย่างเป็นมิตร“ก็ตั้งใจมาเช้านี่แหละ” มิ้นท์เดินตรงดิ่งเข้ามาหา ชูถุงข้าวเหนียวหมูปิ้งเจ้าดังประจำซอยหน้าห้างขึ้นตรงหน้าเด็กหนุ่ม “มิ้นท์ซื้อหมูปิ้งเจ้าอร่อยมาฝาก เห็นพี่ตุลชอบมาเช้าๆ แล้วไม่ค่อยยอมกิ
last updateLast Updated : 2026-08-27
Read more
บทที่ 6 วิกฤตตัวเลขสีแดง
ความสำเร็จในโลกธุรกิจนั้นหอมหวาน ทว่ามันก็เปราะบางและมีอายุขัยสั้นยิ่งกว่าแมลงชีปะขาวชนันภัทร์ อัศววัฒน์สกุล เพิ่งจะได้ลิ้มรสความโปร่งโล่งจากการพรีเซนต์โมเดลความเสี่ยงผ่านบอร์ดบริหารไปได้เพียงแค่สัปดาห์เดียว พายุลูกใหม่ที่รุนแรงและบ้าคลั่งกว่าเดิมก็พัดโหมกระหน่ำเข้าใส่เขาโดยไม่ทันตั้งตัวเช้าวันศุกร์ที่ควรจะเป็นวันทำงานสุดท้ายของสัปดาห์อันเงียบสงบ บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของรองประธานบริหารบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้ากลับถูกทำลายลงด้วยเสียงเคาะประตูที่รัวและแรงจนผิดวิสัย“บอสครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!”‘กฤต’ หัวหน้าทีมนักวิเคราะห์การลงทุนผลักประตูพรวดพราดเข้ามา ใบหน้าของชายวัยสามสิบต้นๆ ซีดเผือด เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายตามไรผมทั้งที่แอร์ในห้องเย็นเฉียบ ในมือของเขากำแท็บเล็ตแน่นจนข้อขาวทายละสายตาจากกองเอกสารบนโต๊ะ ขมวดคิ้วเข้าหากันทันทีเมื่อเห็นท่าทีตื่นตระหนกของลูกน้องคนสนิท “มีอะไรครับพี่กฤต ใจเย็นๆ แล้วค่อยๆ พูด”“กองทุน AG Growth Fund ของเราครับบอส...” กฤตกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก วางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะตรงหน้าทายแล้วเลื่อนหน้าจอให้ดู “มูลค่า NAV (Net Asset Value) ร่วงลงอย่างหนักต
last updateLast Updated : 2026-08-28
Read more
บทที่ 7 ที่ปรึกษาไร้เสียง
แสงสีฟ้าจากหน้าจอแล็ปท็อปสาดส่องกระทบใบหน้าหล่อเหลาที่ฉายแววเหนื่อยล้า ตัดกับความมืดมิดของลานจอดรถด้านหลังห้างสรรพสินค้า ชนันภัทร์ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเปิดพื้นที่บนโต๊ะหินขัดให้ ‘ก้อนขนสีขาว’ ได้ขยับเข้ามานั่งใกล้ๆทายไม่ได้คาดหวังให้สกู๊ปปี้แบร์เข้าใจตัวเลขยิบย่อยหรือกราฟที่ดิ่งลงเหวบนหน้าจอหรอก เขาเพียงแค่ต้องการใครสักคน... หรืออะไรสักอย่างที่รับฟังเขาโดยไม่ตัดสิน เพื่อระบายความอึดอัดที่อัดแน่นอยู่ในอกออกมาเท่านั้น“เกอเกอกำลังเจอปัญหาใหญ่น่ะ...” ทายเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า ปลายนิ้วเรียวชี้ไปที่กราฟเส้นสีแดงที่ดิ่งพสุธา “หนูเห็นเส้นสีแดงนี่ไหม มันคือกองทุนที่เกอเกอดูแลอยู่ จู่ๆ มูลค่ามันก็ร่วงเอาๆ ตั้งแต่เช้าเมื่อวาน ร่วงจนเงินหายไปหลายร้อยล้านในเวลาไม่กี่ชั่วโมง”ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอด้วยความสมเพชตัวเอง “เกอเกอกับทีมงานนั่งหาต้นตอมาทั้งวัน เราดูกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ดูความผันผวนของตลาด แต่ทุกอย่างมันปกติไปหมด... มันเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นจงใจทุบหม้อข้าวเกอเกอ และถ้าเกอเกอหาคำตอบไม่ได้ภายในวันพุธนี้... เกอเกอคงโดนไล่ออกจากโปรเจกต์ และโดนคนที่บ้านเหยียบจมดินแน่ๆ”ทายเอ
last updateLast Updated : 2026-08-29
Read more
บทที่ 8 คนแปลกหน้าในโลกความจริง
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านผืนเก่าเข้ามาภายในห้องพักสี่เหลี่ยมแคบๆ ของหอพัก ตุลยากรตื่นขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ชายหนุ่มจัดการอาบน้ำแต่งตัวด้วยความพิถีพิถันที่สุดเท่าที่เคยทำมา เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกรีดจนเรียบกริบไร้รอยยับ จับคู่กับกางเกงสแล็กสีดำและเสื้อสูทตัวเก่งที่แม้จะไม่ได้มาจากแบรนด์เนมหรูหรา แต่มันก็เป็นชุดที่ดูสุภาพและให้เกียรติสถานที่มากที่สุดเท่าที่บัณฑิตตกงานอย่างเขาจะหามาได้ตุลยืนอยู่หน้ากระจกบานยาว สำรวจภาพสะท้อนของตัวเอง ชายหนุ่มรูปร่างอวบในชุดสูทที่ค่อนข้างตึงบริเวณหน้าท้อง ใบหน้ากลมๆ แว่นตากรอบหนา และทรงผมที่ถูกเซ็ตให้ดูเป็นทรงอย่างเรียบง่าย... ไม่ว่าจะมองมุมไหน เขาก็ดูเป็นแค่เด็กจบใหม่ธรรมดาๆ ที่เดินชนได้ทั่วไปตามท้องถนน ไม่มีอะไรโดดเด่น ไม่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ และมักจะถูกตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอกเสมอความไม่มั่นใจเริ่มก่อตัวขึ้นในอก อาการประหม่าก่อนการสัมภาษณ์งานครั้งสำคัญกำลังจะเล่นงานเขาทว่า... เมื่อตุลละสายตาจากกระจก และมองไปยังโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กข้างเตียงนอนกล่องสตรอว์เบอร์รีชอร์ตเค้กจากโรงแรมห้าดาวที่ถูกกินไปแล้วครึ่งหนึ่ง วางเคียงคู่กับการ์ดกระดาษแข็งสีครีม
last updateLast Updated : 2026-08-30
Read more
บทที่ 9 อยากรู้จักตัวจริง
เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือที่แผดเสียงร้องลั่นในเช้าวันพฤหัสบดี ทำเอาคนที่กำลังนั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ถึงกับสะดุ้ง ตุลยากรรีบควานหาโทรศัพท์ที่ถูกสุมอยู่ใต้กองเอกสารเรซูเม่ ทันทีที่เห็นเบอร์แปลกโชว์หราบนหน้าจอ หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างมีความหวัง“สวัสดีครับ ตุลยากรพูดครับ”(สวัสดีค่ะ ติดต่อจากฝ่ายบุคคลบริษัท อินฟินิตี้ เวลธ์ นะคะ) น้ำเสียงสุภาพและเป็นทางการจากปลายสาย ทำเอาตุลแทบจะกลั้นหายใจ (ทางเราขอแจ้งผลการสัมภาษณ์งานเมื่อวันก่อนค่ะ คุณตุลยากรผ่านการพิจารณานะคะ ทางบริษัทตกลงรับคุณเข้าทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยนักวิเคราะห์การลงทุนค่ะ)“ผ... ผ่านเหรอครับ! รับผมเข้าทำงานแล้วจริงๆ เหรอครับ!” ตุลเผลอตะโกนออกมาด้วยความลืมตัว ก่อนจะรีบตะครุบปากตัวเองแล้วลดเสียงลง “ขะ... ขอโทษครับ ยินดีครับ ผมพร้อมเริ่มงานเลยครับ!”(ค่ะ ยินดีต้อนรับสู่ทีมนะคะ คุณตุลยากรสามารถเริ่มงานได้ตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนหน้าเป็นต้นไปค่ะ เวลาปฏิบัติงานคือวันจันทร์ถึงวันศุกร์ แปดโมงครึ่งถึงห้าโมงเย็นนะคะ เดี๋ยวทางเราจะส่งรายละเอียดสัญญาจ้างและสวัสดิการไปให้ทางอีเมลค่ะ)หลังจากวางสาย ตุลยากรก็กระโดด
last updateLast Updated : 2026-08-31
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status