Compartilhar

2.คู่ปรับเก่า (2)

Autor: rasita_suin
last update Última atualização: 2026-01-11 16:44:59

ร่างเล็กก้าวเข้ามาในบ้านหลังใหญ่อย่างอ่อนล้ากับการเดินทาง โชคดีที่สาวิตขับรถออกมาส่งหน้าไร่ ไม่ต้องรอคิวรถรับส่งภายในไร่ ทว่าก็ต้องมายืนรอรถขนส่งสาธารณะอยู่ดี

ตมิสาไม่มีรถ ตั้งแต่อยู่กรุงเทพฯ เธอก็ไม่ได้ซื้อ ยังไม่เคยหัดขับเพราะบิดากับพี่ชายไม่อยากให้ขับรถเอง ส่วนใหญ่เธอจึงไปกลับทำงานด้วยรถแท็กซี่ และหากกลับมาที่บ้านนี้ก็จะมีรถไปรับส่งอย่างไม่เดือดร้อน

“โอ๊ะ ตายจริง น่าจะให้คนขับรถไปรับไปส่งนะจ๊ะ ไปกลับเองแบบนี้ทุกวันเหนื่อยแย่เลย”

เสียงพูดดูเหมือนห่วงใยทว่าตมิสารู้ดีว่าคนพูดไม่ได้คิดอย่างนั้นสักนิด เหลือบมองก็เห็นร่างสูงโปร่งในชุดคลุมว่ายน้ำเดินนวยนาดมาจากประตูด้านสระว่ายน้ำ

ตมิสาถอนหายใจ กัดฟันข่มใจแล้วก้าวต่อไปราวไม่สนใจอีกฝ่าย ทว่าเจ้าตัวก็ยังเดินตามมาขณะเธอกำลังก้าวขึ้นบันได

“นี่ ไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือไง”

คำท้วงของอีกฝ่ายไม่สามารถดึงให้ตมิสาหยุดฝีเท้าได้

“ผู้ใหญ่พูดด้วยแล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไม่มีมารยาทเอาเสีย นี่แหละน้าไม่มีแม่อบรมสั่งสอนตั้งแต่เด็ก”

“อย่ามาลามปามถึงแม่ฉัน”

ร่างเล็กหันขวับกลับมากัดฟันเอ่ยเสียงเครียด ทั้งยังมองคนที่ตามมาหยุดอยู่ชั้นล่างหน้าบันไดด้วยสายตาขุ่นขวาง

“ลามปามอะไร แค่เปรยเฉยๆ”

เมื่อเห็นอีกฝ่ายยักไหล่พร้อมสีหน้าไม่หวั่นไหว ยิ่งทำให้ตมิสาโกรธควันออกหู

“อยู่ในที่ของเธอไป อย่าพูดถึงแม่ฉันอีก เพราะคนมาทีหลังอย่างเธอไม่มีสิทธิ์ แม่ฉันฝ่าฟันเคียงบ่าเคียงไหล่กับพ่อฉันกว่าท่านจะได้ตำแหน่ง มีคนนับหน้าถือตาอย่างทุกวันนี้ แล้วแม่ก็ป่วยต้องจากไปก่อนวัยอันควร ส่วนเธอ...”

หญิงสาวยกมือชี้หน้าอีกฝ่าย

“มันก็แค่พวกชุบมือเปิบหวังสบาย ไม่แม้แต่จะออกไปช่วยพ่อหาเสียงกรำแดดกรำฝนเหมือนแม่ฉัน”

“ท่านบอกไม่ต้องไปก็ได้นี่”

อีกฝ่ายเชิดหน้ากลับมา

“หึ...”

เธอทำเสียงเยาะ ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม

“อยากทำตัวเป็นคุณนายก็เรื่องของเธอ ฉันไม่สนใจ แค่อย่ามายุ่งกับฉัน แล้วก็อย่าเสนอหน้าพูดถึงแม่ฉันอีก”

พูดแล้วก็สะบัดหน้าก้าวขึ้นบันได

“เธอเองก็ไม่มีสิทธิ์มาชี้หน้าฉัน”

อีกฝ่ายเสียงเข้มแต่เธอไม่ได้หันกลับ เพราะสะใจที่ได้ตอกหน้าไปแล้ว

“เพราะตอนนี้ฉันได้ชื่อว่าเป็นแม่ของเธอ”

“รสลิน!”

แต่แล้วตมิสาก็ต้องหันกลับไปตวาดเสียงดังอย่างทนไม่ได้กับคนที่พยายามจะควบคุมและมีอำนาจเหนือเธอ ทำตัวยิ่งใหญ่กว่าเธอในบ้านหลังนี้

“เสียงดังอะไรน่ะมิ้ม”

น้ำเสียงเข้มมีอำนาจดังขึ้น

ตมิสาเหลือบไปยังประตูทางเข้า เห็นร่างสูงที่ออกจะท้วมนิดๆ ของบิดากำลังเดินเข้ามา ขณะร่างโปร่งในชุดคลุมว่ายน้ำรีบก้าวเร็วๆ ไปเกาะแขนท่านออดอ้อนทันที

“เหนื่อยไหมคะท่าน”

“ไม่หรอก”

คนเป็นลูกมองภาพหวานแหววนั้นแล้วยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะหันหลังกลับพยายามไม่สนใจอะไรอีกแต่เสียงของพ่อดังขึ้นอีกครั้ง

“มิ้ม อย่าขึ้นเสียงแบบนี้กับรสอีก”

คำสั่งนั้นทำให้ร่างเล็กบอบบางชะงัก หลับตาลงสูดหายใจเข้าจนเต็มปอดก่อนจะลืมตาแล้วหันกลับไปยิ้มบาง

“ค่ะ มันจะไม่มีอีกแล้ว”

การที่เธอยืนอยู่บนบันได มองลงไปข้างล่างทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองโตขึ้นและกล้าขึ้น

“เพราะมิ้มจะย้ายออกไปอยู่ที่อื่นพรุ่งนี้แล้ว”

“อะไรนะ”

บิดาของเธอขมวดคิ้ว และก้าวมาทางเธอแทนที่จะนั่งลงบนโซฟาตามที่ภรรยาเชิญชวน หากก็ไม่ลืมหันไปโบกมือให้คนที่ติดตามมาสามคนออกไปข้างนอก

“ที่ทำงานมีที่พักให้ค่ะ”

“พ่อให้ลูกมาอยู่บ้าน”

“แต่บ้านไม่น่าอยู่สำหรับมิ้ม พ่อก็รู้นี่คะ”

เธอบอกออกไปอย่างน้อยใจ ทว่าเสียงมั่นคงไม่สั่นเครือ ไม่ต้องการแสดงความอ่อนแอต่อหน้าเมียของพ่อ ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอกับแม่เลี้ยงกระทบกระทั่งกัน ปัญหาเกิดขึ้นบ่อยครั้งนับตั้งแต่เธอรับรู้ว่าบิดารับรสลินเข้ามาอยู่ในบ้าน และอยากจดทะเบียนสมรสซึ่งเธอคัดค้านอย่างหนัก และการที่ยังไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการเพราะเธอ ทำให้รสลินมักจะหาเรื่องเธอเสมอทุกครั้งที่เจอหน้า อย่างน้อยก็พยายามทำให้ตัวเองดูน่าสงสารเป็นผู้ถูกกระทำในสายตาบิดาของเธอ

“ลูกต้องอยู่ที่นี่”

คุณชนินท์มายืนด้านหน้าบันได ใบหน้าคมคายที่มีอายุนิ่งขรึม ตมิสาสบตากับบิดาตนเองด้วยความรู้สึกเหนื่อยใจ มีหลายอย่างอัดอั้นภายในอกทว่าพูดไปก็ไม่มีความหมาย

“อย่าบังคับมิ้มเลยนะคะพ่อ”

เธอพูดเสียงเบาทว่าจริงจัง

“มิ้มขอพื้นที่หายใจของตัวเองบ้าง”

สีหน้าของบิดาเคร่งเครียด เธอจึงเดินลงไปหาท่าน จับมือหนาและสากระคายกว่าตนพร้อมเอ่ยเสียงเบา

“วันหยุดเรานัดกินข้าวข้างนอกกันก็ได้ นะคะพ่อ”

ท่านมองเธอนิ่งก่อนจะถอนหายใจยาว ทว่าสุดท้ายก็ยอมพยักหน้าเล็กน้อยแม้จะไม่เห็นด้วยนัก นั่นทำให้ตมิสายิ้มดีใจก่อนจะกระซิบกับบิดา

“ขอบคุณค่ะพ่อ”

หลังจากยิ้มแล้วก็หมุนตัวเดินขึ้นบันไดไปสามขั้น ก่อนจะหันไปพูดกับรสลินที่มองจ้องมาทางเธอกับบิดาด้วยสีหน้าพึงพอใจ สำหรับอีกฝ่าย เธอไม่อยู่ที่นี่เป็นเรื่องที่ดี

“ถึงฉันไม่อยู่ เธอก็ยังจะอยู่ในบ้านหลังนี้อย่างคนอาศัยอยู่ดี อย่าหวังว่าจะชูคอใช้นามสกุลคุณอเนกได้เลย รสลิน”

“มิ้ม!”

ตมิสาไม่สนใจเสียงดุของบิดา พูดจบเธอก็เดินหนีขึ้นบันไดไปชั้นบนทันที

“ท่านคะ”

ร่างโปร่งในชุดเสื้อคลุมรีบเข้ามาเกาะแขนคุณชนินท์ทำเสียงเง้างอด ท่านได้แต่ถอนหายใจเพราะนับตั้งแต่ลูกสาวกลับมาท่านก็ทั้งดุและปรามไปหลายครั้งจนอ่อนใจ จึงได้แต่วางมือลูบแขนเรียวเบาๆ ปลอบใจภรรยาแทน

“เอาเถอะ ผมจะค่อยๆ กล่อมมิ้มเอง”

คนได้ยินได้แต่กลอกตา เธอฟังคำนี้มาตั้งแต่ที่ลูกสาวของเขาแสดงอาการต่อต้านของชัดเจนนับตั้งแต่เจอหน้ากันเมื่อห้าปีก่อนแล้ว และเธอก็เบื่อที่จะฟังอีกแล้ว

=====

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • อุบายหมายจันทร์   5.“ห้ามเข้าใกล้ผมเกินสามก้าว” (3)

    “ขึ้นรถ”จามิกรบอกสั้นกระชับเมื่อเดินมาถึงรถเขาแล้วเปิดประตูไปนั่งรออย่างเตรียมพร้อม คนที่เดินตามมาจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากขึ้นไปนั่งข้างคนขับ และได้ยินเสียงถอนหายใจหนักยาวทันที“คุณนี่หาเรื่องเจ็บตัวได้ตลอดเลยนะ”เธอเหล่มองอีกฝ่ายเพียงนิดเดียว“ของแบบนี้ใครจะหากันคะ”“ผมหมายถึงคุณซุ่มซ่าม”ชายหนุ่มดุเสียงเข้มอย่างไม่เกรงใจคนถูกว่าฉุนกึก เขาดุราวกับตัวเองเป็นพ่อหรือพี่เธออย่างนั้น ตมิสาได้แต่คิดแล้วก็หน้างอง้ำ นั่งเงียบไปตลอดทางกระทั่งรถมาจอดหน้าที่พักชายหนุ่มก็พูดขึ้นอีก“เจ็บตัวแล้วยังไม่เจียม เข่ากับแขนคุณต้องระบมแน่วันนี้ แล้วยังลื่นอีก คงได้มีเจ็บเส้นตรงไหนอีกแน่ พรุ่งนี้จะเดินได้หรือเปล่า”“ได้สิคะ”“ให้มันแน่เถอะ”หญิงสาวต้องพยายามข่มใจอย่างมากกับน้ำเสียงดูถูกของชายหนุ่ม เขามาส่งเธอก็เพื่อจะกระแนกระแหนอย่างนั้นหรือ“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ”ตมิสาหาทางเลี่ยง ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เธอค่อนข้างแพ้ทางนายของไร่ หากเป็นคนอื่นคงหาคำมาสวนกลับให้อีกฝ่ายยุบยิบในความรู้สึกได้ อย่างเช่นที่ทำกับฐานิดาน้องสาวของเขา หรือแม้แต่แม่เลี้ยงของตน ทว่ากับจามิกรแล้วเธอมักจะสมองตื้อแถมยังรู้สึกว่าควรเจี๋ยมเจี้ย

  • อุบายหมายจันทร์   5.“ห้ามเข้าใกล้ผมเกินสามก้าว” (2)

    “ว้าย...”เจ้าตัวร้องอุทานตกใจ ทั้งตัวยังหงายหลัง ทำเอาต้องหลับตาปี๋เตรียมใจว่าต้องหัวฟาด แต่กลับไม่ใช่...เอวเธอถูกรวบด้วยแขนข้างหนึ่งพร้อมรับรู้ได้ว่าร่างแกร่งขยับมาประชิดด้านหลัง ใจที่หายวาบเต้นระทึกขึ้นมาแทนเมื่อลมหายใจร้อนเป่ารดตรงลำคอพร้อมเสียงเข้มดังใกล้หู“อะไรของคุณ ไม่มองทางหรือไง”คนถูกโอบตัวเกร็ง กลั้นหายใจ เนื่องจากแขนกำยำรั้งสูงจนขึ้นมาอยู่ใต้หน้าอกของเธอ ทว่าเหมือนชายหนุ่มไม่ได้ใส่ใจ เพราะเขาบ่นต่อ“ฝนเพิ่งตก ใส่รองเท้าสูงอย่างนี้มาเดินไม่ระวัง มันก็ลื่นสิ”รองเท้าที่ตมิสาใส่เป็นแตะแบบสวมพื้นค่อนข้างหนาราวสองนิ้ว และไม่เหมาะจะเดินในไร่หรือพื้นดินเละไม่สม่ำเสมอก็จริง ทว่าเธอไม่ได้เตรียมตัวมาดูไร่ตั้งแต่แรก ใครจะไปทันคิดจามิกรรู้สึกได้ว่าเสียงถางหญ้ารอบตัวเงียบลง สายตาคู่คมก็กวาดมองไปโดยรอบด้วยสัญชาตญาณ แล้วก็เห็นว่าคนงานทุกคนหยุดมือหันมาทางตนเองกับหญิงสาวด้วยอาการชะงักตาค้าง แม้จะไม่ชอบใจที่กลายเป็นจุดสนใจ หากก็ยังช่วยดึงคนตัวเล็กกว่าตนเองมากให้ถอยมายืนในจุดที่ไม่อันตราย แล้วรีบปล่อยมือโดยเร็ว“ขอบคุณค่ะ”ตมิสาหันกลับมาพึมพำเสียงเบา สบตาชายหนุ่มเพียงชั่วแวบแล้วรีบหลุบลง

  • อุบายหมายจันทร์   5.“ห้ามเข้าใกล้ผมเกินสามก้าว” (1)

    “ทำไมพี่จาต้องห้ามลิตเติ้ลขึ้นไปนอนข้างบน”ฐานิดาหน้างอใส่พี่ชายทันทีที่ชายหนุ่มเดินมาถึงโต๊ะอาหารจามิกรถอนหายใจ เขาอาบน้ำเรียบร้อยแล้วจึงลงมากินข้าว ก่อนหน้านี้กลับมาจากสำนักงานปุ๊บก็บอกให้จอยกับจีจี้เอาบ้านเล็กของลิตเติ้ลออกจากห้องน้องสาวเขาลงมาไว้ข้างล่างทันที พร้อมทั้งหักเงินเดือนทั้งคู่ ส่วนน้องสาวมาถึงทีหลัง เจ้าตัวคงเพิ่งรู้เรื่อง“มันต้องโดนทำโทษ”“ทำโทษอะไรคะ”ร่างสูงใหญ่ของคนเป็นพี่นั่งลงฝั่งตรงข้าม ซึ่งตรงหัวโต๊ะคุณพรนภามารดาเขานั่งอยู่ ท่านเหลือบมองลูกทั้งสองคน ทว่ายังไม่เอ่ยอะไรเมื่อไม่ได้ทุ่มเถียงกันเสียงดัง นอกจากหันไปบอกกับป้าอุ่นคนสนิทว่าให้เริ่มตักข้าวได้เพราะทุกคนพร้อมหน้าแล้ว“มันกัดคน”“ลิตเติ้ลเนี่ยนะคะกัดคน?”ฐานิดาถามพร้อมขมวดคิ้ว พยายามมองสังเกตทั้งป้าอุ่น จอยและจีจี้ รวมทั้งมารดาของตนว่ามีใครเป็นอะไรหรือไม่ หากแต่ละคนก็ปกติดี อีกทั้งไม่เชื่อว่าสนุขตัวน้อยของตนจะกัดใคร ในเมื่อมันไม่เคยกัด“ทุกคนก็โอเคดีนี่คะ”หญิงสาวพูดพร้อมกับมองมารดาอย่างต้องการคำยืนยัน ทว่าท่านยังไม่ได้เอ่ยอะไรพี่ชายก็พูดขึ้นมาก่อน“มันกัดคนที่สำนักงาน”คิ้วเรียวสวยขมวดแปลกใจว่าเป็นไปได้อย

  • อุบายหมายจันทร์   4.คนหน้าดุที่ทำให้ใจสั่น (2)

    ครู่หนึ่งตมิสาก็ออกมาหน้าสำนักงานพร้อมกระเป๋าใบเล็กๆ เตรียมพร้อมที่จะออกไปข้างนอก แม้ยังไม่แน่ใจว่าจะไปอย่างไรก็ตาม เธอล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและใช้ผ้าเช็ดหน้าพันชั่วคราว แม้เจ็บหน่อยหากแผลก็ไม่ลึกจนน่ากลัว“ถ้าจะออกไปข้างนอกก็ไม่น่าพามันมาด้วย”เสียงเข้มดุดันทำเอาคนเพิ่งออกมาชะงักเท้านิดๆ พยายามไม่เข้าไปใกล้ ปล่อยให้ชายหนุ่มคุยกับเด็กสองคนของเขาไปร่างสูงใหญ่กอดอกมองจอยกับจีจี้ด้วยสายตาดุ ทั้งสองคนมีหน้าที่เลี้ยงลิตเติ้ลในตอนที่น้องสาวเขาไม่อยู่ ปกติก็เห็นออกมาคนเดียว อีกคนดูสุนัข ไม่ออกมาด้วยกันแบบนี้ ซึ่งทั้งคู่ได้แต่ก้มหน้าจ๋อยรับผิด ขณะที่จอยอุ้มลิตเลิ้ตไว้“พามันกลับไป แล้วก็ไม่ต้องเอาออกมาอีก”ทั้งสองคนเงยหน้าอึกอักเหมือนมีอะไรจะพูด“ทำไม มีอะไร”“เอ่อ...คือ...คุณ...”“มะ...ไม่มีค่ะ”จีจี้จะพูดบางอย่างแต่จอยสวนขึ้นมาก่อน“ตกลงมีหรือไม่มี”คนของเขาหน้าเสีย หันมองกันเอง ต่างก็ส่งสายตาให้กันชนิดที่ดูออกว่ามีปัญหาจามิกรพอมองออกแต่ไม่อยากซักไซ้ให้เสียเวลาเพราะสิ่งสำคัญตอนนี้คือพาบัญชีสาวไปทำแผล“มีอะไรไว้ไปคุยกันที่บ้านก็แล้วกัน กลับไปได้แล้ว”คำสั่งของเขาทำเอาทั้งสองคนสะดุ้ง แต่ก็ต้อง

  • อุบายหมายจันทร์   4.คนหน้าดุที่ทำให้ใจสั่น (1)

    “พี่วิตขอให้นายเข้าไปเซ็นงบเบิกจ่ายเดือนหน้าภายในวันนี้ครับ”“เออ”ใบหน้าหล่อคมเข้มมีสีหน้าหงุดหงิดขณะเดินตรวจคนงานฉีดอาหารเสริมทางใบให้กับต้นองุ่น เขาฟังจากสาวิตมาหลายรอบแล้วเพราะตั้งแต่ต้นอาทิตย์มายังไม่ได้เข้าไปสำนักงานสักวัน เขากินข้าวกลางวันที่โรงอาหารกับเบิร์ด เป็นเรื่องปกติที่อีกฝ่ายมักจะต้องเตือนหลังจากเซ็นเอกสารค้างไว้หลายงานแล้วเขายังไม่เซ็นอนุมัติต่อ หากต้องลงงานในไร่ติดกันหลายวันจามิกรชอบงานในไร่ แม้แต่ปลูกต้นไม้ดอกไม้ตัดแต่งต้นไม้ในไร่เขาก็เป็นคนดูแลเอง ส่วนงานดูแลต้อนรับนักท่องเที่ยวกับผู้เข้าพักให้สาวิตเป็นคนจัดการ หากไม่ใช่คนในไร่น้อยคนที่เขาเดินผ่านจะรู้ว่าจามิกรคือเจ้าของไร่ แถมเวลาต้องออกงานหรือออกร้านต่างๆ เขาก็ยังให้สาวิตไปกับมารดาของตนมากกว่าจะไปเองเพราะไม่ชอบการปั้นหน้าเข้าหากัน“ใกล้เที่ยงแล้วผมว่านายไปเลยดีไหมครับ ผมจะโทรไปบอกแม่ให้คนเอาข้าวไปส่งที่สำนักงาน”“วะไอ้นี่ แกพูดเรื่องนี้กับฉันตั้งแต่เห็นหน้าตอนเช้าแล้วนะ ฉันไม่ได้ความจำเสื่อม”“ผมแค่เสนอ”เบิร์ดบอกเสียงอุบอิบ หน้าแหยเมื่อถูกดุ แต่ไม่ได้กลัวเพราะเขามักจะถูกดุหรือเตะจากนายบ่อยๆ อยู่แล้ว“จริงๆ ผมคิด

  • อุบายหมายจันทร์   3.ลาออกดีกว่า (2)

    พี่ชายมาส่งเธอด้วยตัวเองพร้อมกับมีคนขับรถมาให้ ชายหนุ่มใส่แว่นดำนั่งเงียบๆ ด้านหลังคู่กับเธอ หญิงสาวต้องเปิดกระจกให้รปภ.เห็นว่าเป็นตนเองพร้อมบอกว่ารถที่บ้านขนของมาส่งชยุตม์เดินสำรวจทุกมุมห้องและกุญแจทั้งประตูหน้าต่างอย่างละเอียดหลังจากตนกับคนขับรถขนกระเป๋าเข้ามาในห้องน้องสาว“พอใจหรือยังคะ”“ไม่”คนเป็นพี่ชายกอดอก เขาไม่อยากให้น้องสาวอยู่ที่นี่จะพอใจได้อย่างไร อีกอย่างชายหนุ่มแน่ใจว่าหากบิดารู้ก็คงไม่เห็นด้วยเหมือนกับเขา และอาจยิ่งเป็นห่วงตมิสามากขึ้น แต่เพราะตกลงกับน้องสาวไว้แล้ว เจ้าตัวก็ดูมีความสุขที่ได้ทำงานเขาจึงยังไม่ได้บอกบิดา ตั้งใจว่าจะกล่อมให้น้องลาออกหลังจากนี้ให้ได้แม้คนใช้นามสกุลนี้ที่เป็นญาติพี่น้องทางฝ่ายบิดาก็มีไม่น้อย แต่สักวันคนไร่นี้ก็ต้องรู้ว่าตมิสาเป็นน้องสาวของเขา เป็นลูกสาวของส.ส.ชนินท์ ถึงจะไม่อยากตีตนไปก่อนไข้ ทางนี้อาจไม่คิดอะไร แต่เขาไม่อยากเสี่ยง“วันเสาร์ตอนเย็นพี่จะให้คนมารับกลับบ้าน แล้ววันจันทร์พี่จะมาส่ง”ชายหนุ่มสรุป เมื่อน้องสาวขยับปากเหมือนจะเถียงเขาก็เอ่ยเสียงจริงจัง“มิ้มไม่สบายใจที่จะอยู่บ้านพี่รู้ แต่มิ้มก็ต้องคิดถึงใจของพ่อบ้าง ท่านคิดถึงมิ้ม

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status