Compartilhar

3.ลาออกดีกว่า (2)

Autor: rasita_suin
last update Última atualização: 2026-01-12 17:07:40

พี่ชายมาส่งเธอด้วยตัวเองพร้อมกับมีคนขับรถมาให้ ชายหนุ่มใส่แว่นดำนั่งเงียบๆ ด้านหลังคู่กับเธอ หญิงสาวต้องเปิดกระจกให้รปภ.เห็นว่าเป็นตนเองพร้อมบอกว่ารถที่บ้านขนของมาส่ง

ชยุตม์เดินสำรวจทุกมุมห้องและกุญแจทั้งประตูหน้าต่างอย่างละเอียดหลังจากตนกับคนขับรถขนกระเป๋าเข้ามาในห้องน้องสาว

“พอใจหรือยังคะ”

“ไม่”

คนเป็นพี่ชายกอดอก เขาไม่อยากให้น้องสาวอยู่ที่นี่จะพอใจได้อย่างไร อีกอย่างชายหนุ่มแน่ใจว่าหากบิดารู้ก็คงไม่เห็นด้วยเหมือนกับเขา และอาจยิ่งเป็นห่วงตมิสามากขึ้น แต่เพราะตกลงกับน้องสาวไว้แล้ว เจ้าตัวก็ดูมีความสุขที่ได้ทำงานเขาจึงยังไม่ได้บอกบิดา ตั้งใจว่าจะกล่อมให้น้องลาออกหลังจากนี้ให้ได้

แม้คนใช้นามสกุลนี้ที่เป็นญาติพี่น้องทางฝ่ายบิดาก็มีไม่น้อย แต่สักวันคนไร่นี้ก็ต้องรู้ว่าตมิสาเป็นน้องสาวของเขา เป็นลูกสาวของส.ส.ชนินท์ ถึงจะไม่อยากตีตนไปก่อนไข้ ทางนี้อาจไม่คิดอะไร แต่เขาไม่อยากเสี่ยง

“วันเสาร์ตอนเย็นพี่จะให้คนมารับกลับบ้าน แล้ววันจันทร์พี่จะมาส่ง”

ชายหนุ่มสรุป เมื่อน้องสาวขยับปากเหมือนจะเถียงเขาก็เอ่ยเสียงจริงจัง

“มิ้มไม่สบายใจที่จะอยู่บ้านพี่รู้ แต่มิ้มก็ต้องคิดถึงใจของพ่อบ้าง ท่านคิดถึงมิ้ม อยากให้มิ้มกลับมาอยู่ด้วยตั้งนานแล้ว มิ้มได้ทุกอย่างที่ต้องการทั้งที่พ่อกับพี่ไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้น มิ้มก็ต้องทำตามความต้องการของพี่”

ตมิสาพูดไม่ออก เธอไม่ยอมกลับบ้านทั้งที่ตอนแรกแพลนจะกลับตั้งแต่เรียนจบเพราะเรื่องของรสลินนั่นเอง พูดง่ายๆ ว่าประท้วงบิดา แต่ครั้งนี้ที่จำต้องยอมอยู่ต่อโดยปริยายเพราะเจ็บเข้าโรงพยาบาล ทำตามใจตัวเองไม่ได้ เมื่อถูกบังคับให้ลาออกและบิดาโทรไปคุยกับบริษัทเสร็จสรรพ เธอจึงได้แต่บอกกับหัวหน้าของตนอย่างไม่อาจเลี่ยงได้

“ได้ค่ะ กลับบ้านทุกอาทิตย์ก็ดี มิ้มเองก็ไม่อยากให้รสลินได้ใจชูคอทำตัวเป็นเจ้าของบ้านเฝ้าสมบัติเหมือนกัน”

เธอเอ่ยยิ้มๆ พี่ชายจึงส่ายหน้าแล้วเอื้อมมือมาจับหัวโยกเบาๆ

“เราเองก็ทำตัวหวงสมบัติเหมือนกัน”

“ก็มันของเรานี่คะ ของพ่อกับแม่ ยัยนั่นเป็นคนอื่น งานการไม่ทำ อยากได้ส่วนแบ่งที่ตัวเองไม่เกี่ยวสักนิด หน้าไม่อาย”

“เอาเถอะ เพลาๆ เรื่องทะเลาะกับเขาบ้าง เกรงใจพ่อ ช่วงนี้ท่านเหนื่อยมาก”

เมื่อได้ยินคำนี้ตมิสาก็หน้าม่อยลง ส่วนหนึ่งที่เธอไม่ดื้อแพ่งจะกลับกรุงเทพฯ เหมือนเมื่อก่อนก็เพราะบิดา หญิงสาวรู้สึกว่าท่านดูเหนื่อยล้าและมีอายุขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ร่างเล็กขยับเข้ามากอดร่างสูงใหญ่ของพี่ชายซึ่งอีกฝ่ายก็กอดตอบ

“แม่นั่นหาเรื่องก่อนตลอด แต่มิ้มจะพยายามนับหนึ่งถึงสิบก็แล้วกันนะคะ”

ได้ยินอย่างนี้ชยุตม์ก็หัวเราะขำเบาๆ

“นับจบก็สวนกลับใช่ไหม”

“โธ่...พี่โมกข์ก็”

คนเป็นน้องสาวเงยหน้าขึ้นมา ดวงหน้าสวยหวานงอง้ำ แต่ไม่เถียงนั่นเท่ากับยอมรับกลายๆ ไม่มีทางที่เธอจะยอมลงให้เห็บหมัดอย่างรสลินแน่นอน

ชยุตม์ขึ้นรถออกจากไร่ราวห้าโมงเย็น เขาอยู่เป็นเพื่อนน้องสาวพักใหญ่แม้เธอจะบอกว่าไม่เป็นไร เขาไม่อยากทิ้งให้เธออยู่ที่นี่คนเดียว แต่บ้านก็ร้อนเกินกว่าตมิสาจะทำใจอยู่ได้ ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะยอมตามใจน้องไปสักพัก

ด้านหน้าทางออก รถคันหนึ่งกำลังเคลื่อนมาตรงทางเข้าด้านนอกเวลาใกล้เคียงกันกับเขา แต่รถของเขาถึงในจุดรอที่จะออกก่อน รอเพียงให้รปภ.เปิดทาง ทว่ารถอีกคันต้องยอมถอยให้พวกเขาซึ่งชายหนุ่มเข้าใจว่ารปภ.จะจัดการ แต่เมื่อเดินไปคุยกับทางนั้นครู่หนึ่งก็เดินมาหาพวกเขา

“ขอโทษครับ ผมต้องรบกวนให้คุณถอยรถก่อน”

ชยุตม์นั่งอยู่ด้านหลัง ตาคมภายใต้แว่นดำหรี่ลง คิ้วเข้มขมวดขณะที่คนของเขาหันมามองให้เขาตัดสินใจ ชายหนุ่มไม่อยากถือตัวหรือเรื่องมาก ถึงว่ากันเรื่องมารยาทแล้วทางนั้นควรถอยก็ตาม เพราะมีพื้นที่ให้รถเคลื่อนหลบเลี่ยงกันอยู่แล้ว

“ถ้าทางนั้นเป็นแขกเราถอยก็ได้ เพราะเราก็ถือว่าเป็นรถพนักงาน”

เขาพูดอย่างไม่คิดมาก ขณะที่คนในรถคันนั้นเหมือนจะรอไม่ไหว ลงมายืนเท้าเอวมองราวไม่พอใจ

“แขกคุณดูขี้โมโหนะ”

ชายหนุ่มอดแขวะไม่ได้ ในเมื่อเขาอุตส่าห์ยอมถอยแล้ว รอแค่อีกหน่อยไม่ได้หรือไง

“เอ่อ นั่นเป็นน้องของนายครับ คุณนิดา”

คนได้ยินพยักหน้าเข้าใจ มองผ่านกระจกด้านหน้าไปยังเจ้าของร่างบางที่ชักสีหน้าไม่พอใจแล้วก็พยักหน้า

“เจ้าของไร่ที่นี่วางอำนาจกับแขกแบบนี้ คนมาเที่ยวคงปลื้มแย่”

“ผมบอกเธอไปว่าเป็นรถจากบ้านคุณตมิสา พนักงานบัญชีเพิ่งย้ายเข้ามาครับ”

“งั้นเราก็เลยต้องถอยสินะ”

รปภ.หน้าเสียกับคำพูดของคนในรถ รู้สึกผิดไม่น้อย เพราะถูกถามว่ารถใครเขาก็ตอบไปตามตรง ปกติแล้วหากเป็นนักท่องเที่ยวจะออกจากที่นี่ก่อนห้าโมงเย็น ทว่านี่เลยเวลามาแล้ว อีกอย่างช่วงนี้นักท่องเที่ยวน้อยเพราะไม่ใช่เวลาออกผลขององุ่น และเขากลัวถูกตำหนิจึงรีบอธิบาย

“ขอโทษครับ”

“ไม่เป็นไร ผมเข้าใจ”

ชายหนุ่มจบเรื่อง แล้วสั่งให้คนของตนถอยรถ รปภ.จึงไปจัดการกับที่กั้น ขณะที่รถของน้องสาวเจ้าของไร่เลื่อนผ่านไปโดยเจ้าตัวไม่ได้ปิดกระจก ชยุตม์เหลือบมองเล็กน้อย เห็นเจ้าของใบหน้าเล็กเชิดขึ้นพร้อมยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจราวต้องการให้เห็น คิ้วเข้มขมวดขัดใจทว่าก็ยกมือโบกให้คนของตนออกรถ

=====

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • อุบายหมายจันทร์   5.“ห้ามเข้าใกล้ผมเกินสามก้าว” (3)

    “ขึ้นรถ”จามิกรบอกสั้นกระชับเมื่อเดินมาถึงรถเขาแล้วเปิดประตูไปนั่งรออย่างเตรียมพร้อม คนที่เดินตามมาจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากขึ้นไปนั่งข้างคนขับ และได้ยินเสียงถอนหายใจหนักยาวทันที“คุณนี่หาเรื่องเจ็บตัวได้ตลอดเลยนะ”เธอเหล่มองอีกฝ่ายเพียงนิดเดียว“ของแบบนี้ใครจะหากันคะ”“ผมหมายถึงคุณซุ่มซ่าม”ชายหนุ่มดุเสียงเข้มอย่างไม่เกรงใจคนถูกว่าฉุนกึก เขาดุราวกับตัวเองเป็นพ่อหรือพี่เธออย่างนั้น ตมิสาได้แต่คิดแล้วก็หน้างอง้ำ นั่งเงียบไปตลอดทางกระทั่งรถมาจอดหน้าที่พักชายหนุ่มก็พูดขึ้นอีก“เจ็บตัวแล้วยังไม่เจียม เข่ากับแขนคุณต้องระบมแน่วันนี้ แล้วยังลื่นอีก คงได้มีเจ็บเส้นตรงไหนอีกแน่ พรุ่งนี้จะเดินได้หรือเปล่า”“ได้สิคะ”“ให้มันแน่เถอะ”หญิงสาวต้องพยายามข่มใจอย่างมากกับน้ำเสียงดูถูกของชายหนุ่ม เขามาส่งเธอก็เพื่อจะกระแนกระแหนอย่างนั้นหรือ“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ”ตมิสาหาทางเลี่ยง ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เธอค่อนข้างแพ้ทางนายของไร่ หากเป็นคนอื่นคงหาคำมาสวนกลับให้อีกฝ่ายยุบยิบในความรู้สึกได้ อย่างเช่นที่ทำกับฐานิดาน้องสาวของเขา หรือแม้แต่แม่เลี้ยงของตน ทว่ากับจามิกรแล้วเธอมักจะสมองตื้อแถมยังรู้สึกว่าควรเจี๋ยมเจี้ย

  • อุบายหมายจันทร์   5.“ห้ามเข้าใกล้ผมเกินสามก้าว” (2)

    “ว้าย...”เจ้าตัวร้องอุทานตกใจ ทั้งตัวยังหงายหลัง ทำเอาต้องหลับตาปี๋เตรียมใจว่าต้องหัวฟาด แต่กลับไม่ใช่...เอวเธอถูกรวบด้วยแขนข้างหนึ่งพร้อมรับรู้ได้ว่าร่างแกร่งขยับมาประชิดด้านหลัง ใจที่หายวาบเต้นระทึกขึ้นมาแทนเมื่อลมหายใจร้อนเป่ารดตรงลำคอพร้อมเสียงเข้มดังใกล้หู“อะไรของคุณ ไม่มองทางหรือไง”คนถูกโอบตัวเกร็ง กลั้นหายใจ เนื่องจากแขนกำยำรั้งสูงจนขึ้นมาอยู่ใต้หน้าอกของเธอ ทว่าเหมือนชายหนุ่มไม่ได้ใส่ใจ เพราะเขาบ่นต่อ“ฝนเพิ่งตก ใส่รองเท้าสูงอย่างนี้มาเดินไม่ระวัง มันก็ลื่นสิ”รองเท้าที่ตมิสาใส่เป็นแตะแบบสวมพื้นค่อนข้างหนาราวสองนิ้ว และไม่เหมาะจะเดินในไร่หรือพื้นดินเละไม่สม่ำเสมอก็จริง ทว่าเธอไม่ได้เตรียมตัวมาดูไร่ตั้งแต่แรก ใครจะไปทันคิดจามิกรรู้สึกได้ว่าเสียงถางหญ้ารอบตัวเงียบลง สายตาคู่คมก็กวาดมองไปโดยรอบด้วยสัญชาตญาณ แล้วก็เห็นว่าคนงานทุกคนหยุดมือหันมาทางตนเองกับหญิงสาวด้วยอาการชะงักตาค้าง แม้จะไม่ชอบใจที่กลายเป็นจุดสนใจ หากก็ยังช่วยดึงคนตัวเล็กกว่าตนเองมากให้ถอยมายืนในจุดที่ไม่อันตราย แล้วรีบปล่อยมือโดยเร็ว“ขอบคุณค่ะ”ตมิสาหันกลับมาพึมพำเสียงเบา สบตาชายหนุ่มเพียงชั่วแวบแล้วรีบหลุบลง

  • อุบายหมายจันทร์   5.“ห้ามเข้าใกล้ผมเกินสามก้าว” (1)

    “ทำไมพี่จาต้องห้ามลิตเติ้ลขึ้นไปนอนข้างบน”ฐานิดาหน้างอใส่พี่ชายทันทีที่ชายหนุ่มเดินมาถึงโต๊ะอาหารจามิกรถอนหายใจ เขาอาบน้ำเรียบร้อยแล้วจึงลงมากินข้าว ก่อนหน้านี้กลับมาจากสำนักงานปุ๊บก็บอกให้จอยกับจีจี้เอาบ้านเล็กของลิตเติ้ลออกจากห้องน้องสาวเขาลงมาไว้ข้างล่างทันที พร้อมทั้งหักเงินเดือนทั้งคู่ ส่วนน้องสาวมาถึงทีหลัง เจ้าตัวคงเพิ่งรู้เรื่อง“มันต้องโดนทำโทษ”“ทำโทษอะไรคะ”ร่างสูงใหญ่ของคนเป็นพี่นั่งลงฝั่งตรงข้าม ซึ่งตรงหัวโต๊ะคุณพรนภามารดาเขานั่งอยู่ ท่านเหลือบมองลูกทั้งสองคน ทว่ายังไม่เอ่ยอะไรเมื่อไม่ได้ทุ่มเถียงกันเสียงดัง นอกจากหันไปบอกกับป้าอุ่นคนสนิทว่าให้เริ่มตักข้าวได้เพราะทุกคนพร้อมหน้าแล้ว“มันกัดคน”“ลิตเติ้ลเนี่ยนะคะกัดคน?”ฐานิดาถามพร้อมขมวดคิ้ว พยายามมองสังเกตทั้งป้าอุ่น จอยและจีจี้ รวมทั้งมารดาของตนว่ามีใครเป็นอะไรหรือไม่ หากแต่ละคนก็ปกติดี อีกทั้งไม่เชื่อว่าสนุขตัวน้อยของตนจะกัดใคร ในเมื่อมันไม่เคยกัด“ทุกคนก็โอเคดีนี่คะ”หญิงสาวพูดพร้อมกับมองมารดาอย่างต้องการคำยืนยัน ทว่าท่านยังไม่ได้เอ่ยอะไรพี่ชายก็พูดขึ้นมาก่อน“มันกัดคนที่สำนักงาน”คิ้วเรียวสวยขมวดแปลกใจว่าเป็นไปได้อย

  • อุบายหมายจันทร์   4.คนหน้าดุที่ทำให้ใจสั่น (2)

    ครู่หนึ่งตมิสาก็ออกมาหน้าสำนักงานพร้อมกระเป๋าใบเล็กๆ เตรียมพร้อมที่จะออกไปข้างนอก แม้ยังไม่แน่ใจว่าจะไปอย่างไรก็ตาม เธอล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและใช้ผ้าเช็ดหน้าพันชั่วคราว แม้เจ็บหน่อยหากแผลก็ไม่ลึกจนน่ากลัว“ถ้าจะออกไปข้างนอกก็ไม่น่าพามันมาด้วย”เสียงเข้มดุดันทำเอาคนเพิ่งออกมาชะงักเท้านิดๆ พยายามไม่เข้าไปใกล้ ปล่อยให้ชายหนุ่มคุยกับเด็กสองคนของเขาไปร่างสูงใหญ่กอดอกมองจอยกับจีจี้ด้วยสายตาดุ ทั้งสองคนมีหน้าที่เลี้ยงลิตเติ้ลในตอนที่น้องสาวเขาไม่อยู่ ปกติก็เห็นออกมาคนเดียว อีกคนดูสุนัข ไม่ออกมาด้วยกันแบบนี้ ซึ่งทั้งคู่ได้แต่ก้มหน้าจ๋อยรับผิด ขณะที่จอยอุ้มลิตเลิ้ตไว้“พามันกลับไป แล้วก็ไม่ต้องเอาออกมาอีก”ทั้งสองคนเงยหน้าอึกอักเหมือนมีอะไรจะพูด“ทำไม มีอะไร”“เอ่อ...คือ...คุณ...”“มะ...ไม่มีค่ะ”จีจี้จะพูดบางอย่างแต่จอยสวนขึ้นมาก่อน“ตกลงมีหรือไม่มี”คนของเขาหน้าเสีย หันมองกันเอง ต่างก็ส่งสายตาให้กันชนิดที่ดูออกว่ามีปัญหาจามิกรพอมองออกแต่ไม่อยากซักไซ้ให้เสียเวลาเพราะสิ่งสำคัญตอนนี้คือพาบัญชีสาวไปทำแผล“มีอะไรไว้ไปคุยกันที่บ้านก็แล้วกัน กลับไปได้แล้ว”คำสั่งของเขาทำเอาทั้งสองคนสะดุ้ง แต่ก็ต้อง

  • อุบายหมายจันทร์   4.คนหน้าดุที่ทำให้ใจสั่น (1)

    “พี่วิตขอให้นายเข้าไปเซ็นงบเบิกจ่ายเดือนหน้าภายในวันนี้ครับ”“เออ”ใบหน้าหล่อคมเข้มมีสีหน้าหงุดหงิดขณะเดินตรวจคนงานฉีดอาหารเสริมทางใบให้กับต้นองุ่น เขาฟังจากสาวิตมาหลายรอบแล้วเพราะตั้งแต่ต้นอาทิตย์มายังไม่ได้เข้าไปสำนักงานสักวัน เขากินข้าวกลางวันที่โรงอาหารกับเบิร์ด เป็นเรื่องปกติที่อีกฝ่ายมักจะต้องเตือนหลังจากเซ็นเอกสารค้างไว้หลายงานแล้วเขายังไม่เซ็นอนุมัติต่อ หากต้องลงงานในไร่ติดกันหลายวันจามิกรชอบงานในไร่ แม้แต่ปลูกต้นไม้ดอกไม้ตัดแต่งต้นไม้ในไร่เขาก็เป็นคนดูแลเอง ส่วนงานดูแลต้อนรับนักท่องเที่ยวกับผู้เข้าพักให้สาวิตเป็นคนจัดการ หากไม่ใช่คนในไร่น้อยคนที่เขาเดินผ่านจะรู้ว่าจามิกรคือเจ้าของไร่ แถมเวลาต้องออกงานหรือออกร้านต่างๆ เขาก็ยังให้สาวิตไปกับมารดาของตนมากกว่าจะไปเองเพราะไม่ชอบการปั้นหน้าเข้าหากัน“ใกล้เที่ยงแล้วผมว่านายไปเลยดีไหมครับ ผมจะโทรไปบอกแม่ให้คนเอาข้าวไปส่งที่สำนักงาน”“วะไอ้นี่ แกพูดเรื่องนี้กับฉันตั้งแต่เห็นหน้าตอนเช้าแล้วนะ ฉันไม่ได้ความจำเสื่อม”“ผมแค่เสนอ”เบิร์ดบอกเสียงอุบอิบ หน้าแหยเมื่อถูกดุ แต่ไม่ได้กลัวเพราะเขามักจะถูกดุหรือเตะจากนายบ่อยๆ อยู่แล้ว“จริงๆ ผมคิด

  • อุบายหมายจันทร์   3.ลาออกดีกว่า (2)

    พี่ชายมาส่งเธอด้วยตัวเองพร้อมกับมีคนขับรถมาให้ ชายหนุ่มใส่แว่นดำนั่งเงียบๆ ด้านหลังคู่กับเธอ หญิงสาวต้องเปิดกระจกให้รปภ.เห็นว่าเป็นตนเองพร้อมบอกว่ารถที่บ้านขนของมาส่งชยุตม์เดินสำรวจทุกมุมห้องและกุญแจทั้งประตูหน้าต่างอย่างละเอียดหลังจากตนกับคนขับรถขนกระเป๋าเข้ามาในห้องน้องสาว“พอใจหรือยังคะ”“ไม่”คนเป็นพี่ชายกอดอก เขาไม่อยากให้น้องสาวอยู่ที่นี่จะพอใจได้อย่างไร อีกอย่างชายหนุ่มแน่ใจว่าหากบิดารู้ก็คงไม่เห็นด้วยเหมือนกับเขา และอาจยิ่งเป็นห่วงตมิสามากขึ้น แต่เพราะตกลงกับน้องสาวไว้แล้ว เจ้าตัวก็ดูมีความสุขที่ได้ทำงานเขาจึงยังไม่ได้บอกบิดา ตั้งใจว่าจะกล่อมให้น้องลาออกหลังจากนี้ให้ได้แม้คนใช้นามสกุลนี้ที่เป็นญาติพี่น้องทางฝ่ายบิดาก็มีไม่น้อย แต่สักวันคนไร่นี้ก็ต้องรู้ว่าตมิสาเป็นน้องสาวของเขา เป็นลูกสาวของส.ส.ชนินท์ ถึงจะไม่อยากตีตนไปก่อนไข้ ทางนี้อาจไม่คิดอะไร แต่เขาไม่อยากเสี่ยง“วันเสาร์ตอนเย็นพี่จะให้คนมารับกลับบ้าน แล้ววันจันทร์พี่จะมาส่ง”ชายหนุ่มสรุป เมื่อน้องสาวขยับปากเหมือนจะเถียงเขาก็เอ่ยเสียงจริงจัง“มิ้มไม่สบายใจที่จะอยู่บ้านพี่รู้ แต่มิ้มก็ต้องคิดถึงใจของพ่อบ้าง ท่านคิดถึงมิ้ม

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status