LOGIN
“นะครับ ช่วยผมหน่อยนะครับคุณสิงห์ ผมมองไม่เห็นใครจริงๆ ครับ”
เสียงขอร้องอ้อนวอนดังผ่านปากรณชัย ชายวัยหกสิบปี สีหน้าของผู้พูดเต็มไปด้วยความหนักใจ หากราชสีห์ไม่ช่วยเขา รับรองได้ว่าธุรกิจของตนต้องล่มจมเป็นแน่
ราชสีห์ ศิวะธำรงกุล นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงแห่งปี มีธุรกิจในมือหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือสถาบันการเงินประเภทไม่ใช่ธนาคาร ภายใต้ชื่อบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เดอะซันกรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทที่ปู่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมา หลังจากปู่เสียชีวิตชายหนุ่มก็ได้ครอบครองทรัพย์สมบัติมหาศาลด้วยวัยเพียงสามสิบปี และอีกเก้าปีต่อมาราชสีห์ก็สามารถทำให้บริษัทแห่งนี้ติดอันดับหนึ่งในสามของบริษัทเงินทุนฯ ที่มีรายได้มากที่สุด มีความแข็งแกร่งในเชิงธุรกิจจนยากที่ใครจะโค่นล้มได้
“เงินมันเยอะมากนะคุณชัย ถ้าผมให้ไปก็ไม่รู้ว่าจะได้คืนหรือเปล่า”
ราชสีห์พูดอย่างนักธุรกิจผู้มองการณ์ไกล เขารู้ดีว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของรณชัยอยู่ในขั้นวิกฤตมากแค่ไหน ขาดเม็ดเงินในการหมุนเวียนธุรกิจ ส่งผลให้ขาดแรงงานที่พากันลาออกเนื่องจากเจ้าของบริษัทจ่ายเงินเดือนล่าช้า ซ้ำยังติดหนี้ร้านอุปกรณ์ก่อสร้างที่ให้เครดิตกับรณชัยร่วมสิบห้าล้านบาท ไม่รวมกับเงินกู้ที่กู้มาหมุนเวียนจากธนาคาร นับจำนวนหนี้สินทั้งหมดก็ไม่ต่ำกว่าสามร้อยล้านบาท เงินจำนวนมากขนาดนั้นหากเขาให้ไปก็ไม่รู้จะได้คือหรือไม่ และหากอีกฝ่ายไม่ได้เงินก้อนนี้จากเขา รับรองได้ว่ารณชัยต้องล้มละลายแน่นอน
“ได้คืนสิครับ ยอดจองคอนโดของผมเกินกว่าครึ่งแล้วนะครับ ถ้าสร้างเสร็จต้องมีคนมาซื้อเพิ่มเติมแน่ๆ ครับ ผมมั่นใจ”
รณชัยยังมีความหวังว่าคอนโดมิเนียมที่กำลังสร้างอยู่นี้จะสร้างกำไรให้เขาเหมือนคอนโดอีกหลายแห่ง เพียงแค่ว่าต้องหาเงินทุนมาหมุนเวียนในการปลูกสร้างให้แล้วเสร็จตามกำหนด ซึ่งจะสมหวังหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคนตรงหน้า
“ที่คุณพูดมามันก็เป็นแค่เพียงการคาดเดาของคุณ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าอนาคตมันจะเป็นยังไง ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้ด้วยแล้วยิ่งพูดยากใหญ่ ผมเป็นเจ้าของเงินก็ต้องคิดหนักหน่อย จะให้ใครกู้เงินก็ต้องมองเห็นการได้เงินคืน ไม่ใช่ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ”
รณชัยใจร้อนรุ่มมากกว่าเดิม เขารู้ดีว่าราชสีห์เป็นนักธุรกิจที่มองการณ์ไกล คิดและทำสิ่งใดก็ต้องรอบคอบ ยิ่งจำนวนเงินที่เขาขอกู้ที่มีมูลค่าสูงถึงห้าร้อยล้านบาท ใครเป็นเจ้าของเงินก็ต้องคิดหนัก แต่เขาก็ไม่อาจละความพยายามได้ เนื่องจากราชสีห์เป็นที่พึ่งสุดท้ายหลังจากตระเวนของกู้เงินตามธนาคารและบริษัทเงินทุนหลายแห่ง ทว่าก็ไม่ธนาคารหรือบริษัทเงินทุนใดให้รณชัยกู้เงินเลยสักแห่ง
“ผมมีบ้าน มีที่ดินอยู่หลายแห่ง ถ้าหากผมนำมาค้ำประกันกับคุณได้หรือเปล่าครับ” งานนี้เขาทุ่มสุดตัวเพื่อธุรกิจและหน้าตาทางสังคม
“บ้านและที่ดินทั้งหมดของคุณมันจะพอเป็นหลักค้ำประกันได้เหรอ” ราชสีห์พูดเชิงถาม “ผมว่าไม่ถึงกึ่งหนึ่งของเงินที่คุณขอกู้จากผมด้วยซ้ำไป”
รณชัยได้ฟังแล้วสีหน้าเคร่งเครียดทันที เห็นทีเขาคงจะชวดเงินกู้ก้อนนี้แน่นอน หากไม่ได้เงินจำนวนนี้รับรองได้ว่า คอนโดของเขาที่ปลูกสร้างไปกว่าสี่สิบเปอร์เซ็นต์จะต้องยุติการปลูกสร้าง ปัญหาตามมามีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเงินจองและเงินดาวน์ที่เขาได้รับจากลูกค้าที่สั่งจองและผ่อนเงินดาวน์อยู่ ไหนจะค่าวัสดุก่อสร้างที่คั่งค้าง ค่าจ้างคนงานอีก แค่คิดชายวัยหกสิบปีก็พอจะมองเห็นอนาคตตัวเอง
“แล้วถ้าหากผมหาคนค้ำประกันได้ล่ะครับ คุณสิงห์จะยอมปล่อยเงินกู้ให้ผมหรือเปล่า”
รณชัยยังดิ้นรนต่อไป แม้ว่าเขาจะยังมองไม่เห็นว่าจะมีใครยอมมาค้ำประกันเงินกู้ให้ตน แต่เขาก็จะพยายามให้มากที่สุด เพื่อให้ได้เงินต่อชีวิตก้อนนี้
ราชสีห์กระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่รณชัยเห็นแล้วขนลุก “ใครจะกล้าค้ำประกันให้คุณครับคุณรณชัย เงินไม่ใช่แค่ล้านสองล้านนะ มันตั้งห้าร้อยล้าน ผมว่านะแค่คุณอ้าปากขอใครคนนั้นก็ปฏิเสธแล้ว”
เจ้าของเงินพูดเหมือนรู้ทาง คนที่มาขอกู้เงินหน้าเสีย หนทางที่จะไม่ได้เงินนั้นมีสูงมากเหลือเกิน ในเมื่อทางนั้นก็ไม่ได้ ทางนี้ก็ไม่ได้ แล้วจะมีทางไหนที่พอจะมองเห็นว่าเขาจะได้เงินจำนวนนี้
“คุณราชสีห์พอจะมีทางไหนเสนอให้ผมไหมครับว่า ผมจะต้องทำยังไงถึงจะได้เงินกู้ก้อนนี้”
เวลานี้คนร้อนเงินหมดสิ้นหนทางจะคิดและพูด เขาจึงเอ่ยถามเจ้าของเงินตรงๆ หากมีทางใดที่จะได้เงิน เขายินดีทำทุกทาง แล้วคำพูดของรณชัยก็เข้าทางราชสีห์แบบเหมาะเหม็ง
“ถ้าผมบอกคุณจะทำตามจริงๆ ไหมคุณรณชัย” ราชสีห์ถามกลับ แววตาประกายเจ้าเล่ห์
“ใช่ครับ ผมยอมทำทุกอย่างครับ”
ตอนนี้รณชัยต้องการเพียงเงินมากอบกู้สถานการณ์วิกฤตของตัวเอง จนเขาไม่คิดไม่ไตร่ตรองคำพูดของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย
“ผมได้ข่าวว่าลูกสาวของคุณสวยไม่ใช่เล่น...คุณขอกู้เงินผมห้าร้อยล้านผมก็จะให้ แต่คุณต้องเอาลูกสาวของคุณมาค้ำประกันเงินกู้ คุณชดใช้หนี้ผมหมดเมื่อไหร่ ลูกสาวของคุณก็ได้รับอิสระเมื่อนั้น”
คำตอบของราชสีห์เรียกความตกใจให้กับคนร้อนเงินได้อย่างมาก หัวใจของรณชัยแทบจะหยุดเต้น ไม่คาดคิดว่าข้อเสนอของชายหนุ่มตรงหน้าจะเป็นเช่นนี้
“อะ อะไรนะครับ จะให้ลูกสาวของผมมาเป็นตัวค้ำประกันเหรอครับ” รณชัยถามทวนอย่างไม่แน่ใจ สมองยังรู้สึกสับสนอยู่
“ใช่ครับ” ราชสีห์ตอบเสียงหนัก ยกยิ้มมุมปากเชิดขึ้นข้างหนึ่ง “ผมจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ คุณต้องให้ลูกสาวของคุณมาเป็นเครื่องประดับบนเตียงของผม จนกว่าหนี้สินของเราจะหมดไป แต่ถ้าคุณไม่เห็นด้วยหรือไม่ยินยอมก็ได้นะ ผมยังไงก็ได้เพราะผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่แล้ว”
ราชสีห์เสมือนผู้กำชัย มองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่คนถูกมองเห็นแล้วอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้ รณชัยกำลังคิดว่าข้อเสนอของราชสีห์เปรียบเสมือนแสงสว่างนำทาง หากเขาไม่ตกปากรับคำ เงินก้อนใหญ่ที่จะไปขยายธุรกิจของตนเป็นอันต้องชวด แล้วไม่รู้ว่าจะมีโอกาศแบบนี้อีกหรือไม่
“ตกลงครับ ผมตกลง” คนจนตรอกอยากได้เงินตอบรับแบบไม่ทันคิดอ่านให้รอบคอบ ตอบไปทั้งที่ไม่รู้เลยว่าลูกสาวของตนจะยอมหรือไม่ “ผมจะพาลูกสาวมาให้คุณตามที่คุณต้องการ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้ วันไหนที่คุณพาลูกสาวมาให้ผม ผมก็จะให้เงินคุณในวันนั้นครึ่งหนึ่ง แล้วจะให้อีกครึ่งหนึ่งในวันต่อมา ข้อตกลงมีเท่านี้”
เสียงทรงอำนาจของเจ้าของเงินเอ่ยบอกรณชัยที่ยิ้มอย่างมีความหวัง แม้ว่าภายในจิตใจจะกลัดกลุ้มไม่น้อย
“ครับได้ครับ ตกลงตามนี้ครับ”
“เห็นทีเราจะคุยกันเสร็จแล้วนะ เชิญคุณรณชัยกลับไปเตรียมตัวพาลูกสาวมาให้ผมได้แล้ว ผมเองก็มีงานที่จะต้องทำต่อเหมือนกัน”
เจ้าของห้องพูดเชิงไล่อย่างสุภาพ บอกตรงๆ ว่าราชสีห์ไม่อยากจะเสวนากับรณชัยมากนัก แล้วที่ยอมเสียเงินหลายร้อยล้านก็ไม่ใช่ว่า อยากจะช่วยเหลือชายสูงวัยตรงหน้า เขาเพียงแค่อยากจะแก้แค้นใครบางคนให้เจ็บๆ คันๆ ในหัวใจบ้าง
“ครับ ผมลานะครับ”
รณชัยเอ่ยลาเจ้าของห้อง เขาลุกขึ้นยืนหมุนตัวเดินออกไปจากห้องทำงานของราชสีห์ทันที เวลานี้รณชัยพกทั้งความดีใจที่จะได้เงินไปพร้อมกับความหนักใจอันหนักอึ้งไปด้วย
Chapter32โอ้...เจ็บอีกแล้ว หัวใจเธอเจ็บปวดอีกแล้ว นึกถึงข้อนี้ดาบแหลมคมมันก็เฉือนหัวใจ เจ็บแสบเหลือคณา“ไม่” เขาพูดสั้นๆ โน้มใบหน้าแนบชิดดวงหน้าสวยหวาน ใช้ปลายจมูกคลอเคลียแก้มนวล “ฉันอยากอยู่ห้องนี้มากว่า” ราชสีห์ไม่ปล่อยให้เสียงใดๆ ลอดผ่านปากนุ่ม เขาปิดปากสาวด้วยริมปากของตน มอบจุมพิตหวานระคนซ่านทรวงให้กับสาวใต้ร่าง ก่อนที่เขาจะมอบบทรักเร่าร้อนดังเช่นทุกค่ำคืนเป็นลำดับต่อมาก่อนที่ราชสีห์จะตัดสินใจเข้ามาหาญาตาวี แทนที่จะไปห้องรัตนามณีตามที่บอกกับเธอไว้ เขายืนลังเลอยู่หน้าห้องตัวเองพักหนึ่ง มองไปยังประตูห้องของรัตนามณีกับมาญาตาวี ชั่งใจว่าเขาปรารถนาจะไปห้องไหนกันแน่ดวงตาคมเข้มจ้องมองประตูห้องรัตนามณีอย่างใช้ความคิด หากเขาเข้าไปในห้องนี้ เขาสามารถแย่งชิงคนรักของราเมศร์มาซุกซบแนบอกได้สำเร็จ แผนการทุกอย่างที่ตนวางไว้ก็จะเป็นไปได้ดังใจหมายแต่เป็นเพราะเหตุผลกลใดไม่ทราบได้ สมองตั้งใจทำอีกอย่าง ทว่าขาแข็งแรงกลับพาร่างกายมาหยุดยืนหน้าประตูห้องของญาตาวี ก่อนจะเปิดประตูบานนั้นเข้าไปหาหญิงสาวที่ปากบอกว่าเกลียด แต่ใจกลับถวิลหาทุกวินาทีราชสีห์ทำตามหัวใจของตนเอง มากกว่าแผนการที่วางไว้..อีกห้อง
Chapter31คล้อยหลังร่างของราชสีห์ รัตนามณีก็สาวเท้าเดินมาหาน้องสาวต่างมารดา ตวาดสั่งเสียงแหลม พร้อมกับใช้นิ้วมือจิ้มไปยังหน้าผากของญาตาวี ผลักเต็มแรงจนศีรษะของน้องสาวแหงนหงาย“นังตา คืนนี้แกเก็บเสื้อผ้าให้เรียบร้อยนะ แล้วพรุ่งนี้ก็ไสหัวไปจากที่นี่ด้วย ตัวจริงอย่างฉันมาแล้ว ตัวสำรองอย่างแกก็ต้องกลับบ้านไป”คำสั่งของผู้เป็นพี่สาว นำพาความร้าวรานสู่หัวใจดวงน้อยๆ แสนชอกช้ำของญาตาวีในทันทีทันใด เข็มนับพันยามทิ่มแทงหัวใจในคราเดียวกัน ยังมีความเจ็บปวดน้อยกว่าวินาทีนี้ วินาทีที่รู้ว่าตนเองไม่มีหน้าที่รับใช้ราชสีห์บนเตียงอีกต่อไป มันเป็นความปวดร้าวที่แทรกลึกไปถึงแก่นความรู้สึกเป็นความรู้สึกที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะเธอไม่ปรารถนาจะมารับตำแหน่งนี้ตั้งแต่ต้นแล้ว แต่เหตุใดยามที่รู้ว่า ตนเองหมดภาระหน้าที่อันแสนอดสู ความดีใจไม่ก่อเกิด เธอพานพบเพียงความเสียใจที่ซอกซอนไปทั่วดวงใจ ญาตาวีต้องรู้สึกดีใจที่ได้รับอิสระ ปลดเปลื้องความอดสูที่อาบไปทั่วจิตใจถึงจะถูก เธอก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่า ทำไมจึงเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นมา“ค่ะพี่หญิง” ญาตาวีรับคำเสียงสั่นและเบา“เอาเสื้อผ้าใส่ตู้เสร็จแกก็กลับไปห้องของแกได้แล้ว
Chapter30“นังตา แกจะมายืนค้ำหัวฉันหรือไง นั่งลงสิ” รัตนามณีตวาดน้องสาวต่างมารดา ส่งสายตาเกลียดชังให้อีกฝ่ายอย่างไม่ปิดบังความรู้สึก คนถูกมองตัวชาวาบรีบทรุดนั่งลงบนพื้นข้างล่างคนสั่ง“สวัสดีค่ะพี่หญิง” ญาตาวีพยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่น เธอรู้สึกมึนงงกับการมาของพี่สาว ใจเต้นระส่ำ ไม่อยากคาดเดาเลยว่ารัตนามณีมาที่นี่ทำไม จะว่ามาเยี่ยมเยียนน้องสาวก็ไม่น่าใช่ พี่สาวของเธอไม่เคยเป็นห่วง ไม่คิดด้วยซ้ำว่าเธอเป็นน้องสาว แต่พอดวงตาหวานปนเศร้ามองเห็นกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบวางอยู่ข้างโซฟาอีกตัว แล้วเธอก็จำได้แม่นว่ามันคือกระเป๋าของใคร และนั่นมันก็มากพอให้ญาตาวีรู้ว่า รัตนามณีมาที่นี่ด้วยเหตุผลอะไรเจ็บ...ญาตาวีรู้สึกเจ็บยอกในช่องอก เจ็บแปลบไปทั้งหัวใจ เป็นความเจ็บปวดที่อยู่ๆ ก็วิ่งเข้ามาในความรู้สึก เร็วยิ่งกว่าลูกธนูพุ่งออกมาจากคันศร ปักลึกลงกลางดวงใจหากดึงออก ความปวดร้าวต้องกระจายไปทั่วทั้งร่าง ลูกธนูนั้นจำต้องปักอยู่เช่นนั้น รอวันที่มันจะสูญสลายไปเอง ทำไมเธอต้องรู้สึกเจ็บเช่นนี้ด้วย ทำไม มันเกิดขึ้นเพราะอะไร ญาตาวีก็ไม่อาจทราบถึงสาเหตุนั้นจิ้มกับคนรับใช้คนอื่นๆ พากันเดินมาทรุดกายนั่งอยู่บริ
Chapter29ตอนสายวันรุ่งขึ้นกว่าที่ญาตาวีจะลงมาชั้นล่างของบ้านเวลาก็ล่วงเลยมาถึงสิบโมงเช้า สืบเนื่องจากค่ำคืนที่ผ่านมาเป็นสาเหตุสำคัญที่เธอตื่นสาย จะว่าไปญาตาวีก็ตื่นมาแล้วช่วงหนึ่งราวเจ็ดโมงเช้า พอตื่นขึ้นมาก็ควานหาโทรศัพท์เพื่อติดต่ออานนท์ ไว้วานให้เขาซื้ออาหารไปให้มารดาแทนเธอที่ไม่สามารถไปทำหน้าที่ของตนได้ ซึ่งอานนท์ก็เต็มใจอย่างยิ่งกับการไว้วานในครั้งนี้ ทำให้ญาตาวีวางใจและหลับต่อยาวจนถึงเก้าโมงครึ่ง“จิ้มจ้ะ มีอะไรให้ฉันช่วยไหม คุณสิงห์สั่งไว้ว่า ให้ฉันช่วยจิ้มจัดห้อง” ญาตาวีเอ่ยถามจิ้ม“คุณตาทานข้าวก่อนดีกว่าคะ แล้วเราค่อยไปทำงานกัน จิ้มจะไปอุ่นกับข้าวให้นะคะ”สาวใช้พูดจบก็เดินไปยังห้องครัว ไปอุ่นข้าวต้มปลาที่ตนทำไว้ตั้งแต่เช้า ก่อนจะนำมาเสิร์ฟให้ญาตาวีที่นั่งรออยู่ตรงโต๊ะเตรียมอาหารแทนที่จะไปรอที่อีกห้องหนึ่งที่แยกออกเป็นสัดส่วน ห้องนั้นคือห้องรับประทานอาหารของบ้าน“คุณตาไม่ไปทานในห้องรับประทานอาหารเหรอคะ”“ไม่ล่ะ กินตรงไหนก็เหมือนกัน จะย้ายห้องไปมาให้เหนื่อยทำไม กินในครัวเสร็จก็ล้างจานเลย” ญาตาวีไม่ใช่คนเรื่องมาก เธอทานง่ายอยู่ง่ายตามแบบที่มารดาเลี้ยงมา“คุณตาไปไหนทุกวันคะ ไป
Chapter28เสียงครวญครางหวานสั่นพร่าดังเข้ามาในหูของหนุ่มนักรัก เสียงนั้นที่กังวานอยู่ในหูเสมือนเป็นยาชูกำลังชั้นยอด ปลุกกระแสเลือดทุกหยาดหยดให้พล่านเดือด ไม่ต่างกับน้ำพุร้อนพวยพุ่งออกจากผืนดินธรรมชาติ หนำซ้ำกายสาวที่หอมหวนชวนพิสมัย ทั้งจากเนื้อแท้จากกายสาวที่ผสมผสานกับกลิ่นครีมอาบน้ำ ยิ่งทำให้เพลิงเสน่หาลุกท่วมตัว ระอุร้อนไปทุกสัดส่วน จนเขากลัวว่าความสุขสมที่อัดแน่นในความเป็นชายจะระเบิดก่อนเวลาอันสมควรเธอช่างเป็นประติมากรรมชั้นเอกที่สรรสร้างความรัญจวนให้กับเขาโดยแท้ เพียงแค่เขาแทะโลมไม่กี่นาที หอมผิวเนื้อนุ่มๆ ไม่กี่ครั้ง ลูบไล้ผิวกายเนียนละเอียดของญาตาวียังไม่ทั่วกาย ก็สามารถปลุกระดมความกระสันซ่านให้แผ่ขยายลามเลียไปทั่วร่างได้อย่างไม่ยาก ราชสีห์ถึงกับหลงลืมสถานะของเธอ ลืมไปว่าหญิงสาวที่เขาดอมดมอยู่นี้เป็นลูกเมียน้อย ลืมทุกสิ่งอย่าง นอกจากร่างกายของญาตาวีเมื่อร่างกายทานทนกับความปรารถนาต่อไปไม่ไหว เขาจึงเติมเต็มสิ่งที่เธอเองนั้นก็ต้องการไม่ต่างกันทันที แต่ก่อนที่เขาจะทำตามความต้องการของตนเอง สิ่งหนึ่งที่เขาต้องทำเสมอคือสวมเครื่องป้องกันหลังจากจัดการสิ่งที่ต้องทำเสร็จเรียบร้อย ร่างสู
Chapter27“ทีหลังเธอก็กลับบ้านให้มันเร็วกว่านี้หน่อยนะ อย่าให้ฉันต้องรอนาน เพราะถ้าฉันหงุดหงิดขึ้นมามันจะไม่เป็นผลดีกับเงินที่พ่อของเธอจะได้จากฉัน”ราชสีห์ไม่ถามถึงสาเหตุที่ญาตาวีกลับบ้านล่าช้า ทั้งที่มีคำถามหลายคำถามในหัว หลังจากได้ฟังเรื่องญาตาวีจากปากของจิ้มและสมบัติ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบ้านว่าญาตาวีจะออกไปจากบ้านทุกเช้าหลังจากที่เขาออกไปทำงาน และกลับมาบ้านในเวลาที่ต่างกัน แถมยังมีหนุ่มมอเตอร์ไซค์ไปรับไปส่งตลอด ราชสีห์เองก็อยากจะถามเธอให้คลายความสงสัยว่าเธอไปไหนทุกวันตั้งแต่ตอนเช้าจนถึงเย็น หนุ่มมอเตอร์ไซด์นั้นคือใคร แต่ทว่าเขาปากหนักเกิดกว่าที่จะกลั่นคำพูดเป็นคำถาม จึงเลือกเมินเฉยกับเรื่องที่ตนเองปรารถนาจะรู้นึกถึงหนุ่มนักบิดคนนั้นทีไรความไม่พอใจก็พวยพุ่ง ยิ่งเห็นท่าทีสนิทสนมแล้วอีกใจของเขากระหน่ำรัว มือไม้สั่น ความโกรธ ไม่พอใจ และความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน มันพุ่งปรี๊ดเข้ามาในห้วงความรู้สึกของราชสีห์ เป็นความรู้สึกที่เขาไม่อยากจะยอมรับมัน“ตาขอโทษค่ะ คราวหน้าตาจะกลับบ้านให้เร็วกว่านี้ค่ะ คุณสิงห์อย่าโกรธตานะคะ”น้ำเสียงอ่อนหวานเอ่ยขอโทษเขาอีกครั้ง พูดเชิงข







