로그인บทที่ 6 เส้นแบ่งที่กำลังพังทลาย
เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงบ่ายของวันอังคาร บรรยากาศภายในห้องนอนส่วนตัวของชารีนเต็มไปด้วยความเร่งรีบ หญิงสาวยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ สำรวจความเรียบร้อยของชุดเดรสสีเบจความยาวกรอมเข่าที่เข้ารูปพอดีตัว เสริมด้วยเสื้อสูทเข้ารูปสีขาวทับด้านนอก ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอ่อนๆ ขับเน้นดวงตาให้ดูโดดเด่นและริมฝีปากให้ดูอวบอิ่มสุขภาพดี
เธอไม่ได้แต่งตัวสวยเพื่อออกไปเที่ยวเล่น แต่เธอมีนัดคุยงานสำคัญกับลูกค้าที่ส่งงานแปลเอกสารกฎหมายมาให้ เป็นงานชิ้นใหญ่ที่เธอต้องไปรับเอกสารตัวจริงและพูดคุยรายละเอียดด้วยตัวเอง
ชารีนหยิบกระเป๋าสะพายหนังสีดำขึ้นมาคล้องไหล่ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปเปิดประตูห้อง ทว่าจังหวะที่บานประตูเปิดออก ร่างของเธอก็แทบจะชนเข้ากับแผงอกกว้างของผู้ชายที่ยืนขวางอยู่ด้านหน้า
คณินยืนล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็กด้วยท่วงท่าเรียบเฉย เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มที่พับแขนขึ้นมาถึงศอก นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองสำรวจเธอตั้งแต่เส้นผมที่ถูกมัดรวบเรียบร้อย ไล่ต่ำลงมาที่ทรวดทรงคอดกิ่วภายใต้ชุดเดรส และหยุดอยู่ที่เรียวขาขาวเนียนที่โผล่พ้นชายกระโปรง
ความไม่พอใจฉายชัดขึ้นมาในดวงตาดุดันคู่นั้นทันที
"แต่งตัวสวยขนาดนี้ จะไปไหน" เสียงทุ้มกดต่ำลง ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความคุกคาม
"ชาบอกคุณตั้งแต่เมื่อคืนแล้วไงคะ ว่าวันนี้ชาต้องออกไปคุยงานกับลูกค้า" ชารีนตอบเสียงแข็ง พยายามรักษาระดับสายตาไม่ให้หลบเลี่ยงการจ้องจับผิดของเขา
"คุยงาน?" คณินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สันกรามคมขยับเข้าหากัน "ลูกค้าผู้หญิงหรือผู้ชาย"
ชารีนถอนหายใจยาว ความหงุดหงิดเริ่มตีตื้นขึ้นมา "ผู้ชายค่ะ เขาเป็นเพื่อนร่วมงานเก่าของชาตอนที่ยังทำงานประจำ เขาเปิดบริษัทใหม่แล้วต้องการคนแปลเอกสารกฎหมายให้ ชาต้องไปรับเอกสารตัวจริง"
"ให้แมสเซนเจอร์ไปรับ หรือไม่ก็ส่งคนของฉันไปเอามาให้ ทำไมต้องถ่อไปรับเองถึงที่"
"เพราะมันเป็นความลับทางธุรกิจค่ะ และชาต้องคุยรายละเอียดการแปลกับเขาโดยตรง" ชารีนพยายามอธิบายด้วยเหตุผล แต่ดูเหมือนตรรกะของศัลยแพทย์หนุ่มจะถูกปิดกั้นด้วยอารมณ์บางอย่างที่พุ่งสูงขึ้น
"งั้นฉันจะไปส่ง" คณินตัดบทเสียงเฉียบขาด
"คุณคณิน! คุณมีเวรตรวจช่วงบ่ายไม่ใช่เหรอคะ อย่ามาทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ได้ไหม ชาไปแค่สองชั่วโมงก็กลับแล้ว ณิชาก็อยู่กับพี่แม่บ้าน" เธอเริ่มขึ้นเสียงเล็กน้อย ทนไม่ได้กับการถูกจำกัดอิสรภาพทุกฝีก้าว
"ถ้าฉันไม่ได้ไปส่ง..." คณินก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว ลดระยะห่างจนปลายเท้าแทบชนกัน บีบบังคับให้เธอต้องถอยหลังกลับเข้าไปในห้องนอน "เธอก็ต้องให้คนของฉันตามไปด้วยสองคน นี่คือกฎที่เราตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก หรือเธอจำไม่ได้"
ชารีนกำสายกระเป๋าในมือแน่น เธอจำกฎบ้าๆ นั่นได้ดี กฎที่เขาตั้งขึ้นมาฝ่ายเดียวเพื่อควบคุมเธอ
"ชาไปคุยงานนะคะ การมีผู้ชายใส่สูทสีดำเดินตามประกบสองคนมันจะทำให้ลูกค้าอึดอัด"
"ก็ให้มันอึดอัดไปสิ ไม่ใช่ปัญหาของฉัน" คณินตอบกลับอย่างเลือดเย็น "เลือกเอาชา จะให้บอดี้การ์ดตามไป หรือจะยกเลิกงานนี้แล้วอยู่บ้าน"
หญิงสาวจ้องหน้าเขาด้วยความโกรธจัด เธอเกลียดการถูกต้อนให้จนมุม เกลียดที่ตัวเองไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ ในพื้นที่ของเขาเลย ชารีนกระแทกส้นเท้าเดินเลี่ยงเขาออกไปที่โถงทางเดิน เป็นการให้คำตอบที่ชัดเจนที่สุดว่าเธอยอมรับเงื่อนไขแรก
ตลอดการคุยงานที่ร้านกาแฟ บอดี้การ์ดร่างกำยำสองคนยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกล ชารีนรู้สึกกระอักกระอ่วนทุกครั้งที่เพื่อนร่วมงานเก่ามองเลยไหล่เธอไปด้านหลัง เธอต้องพยายามดึงความสนใจกลับมาที่เรื่องงานอย่างยากลำบาก กว่าจะคุยรายละเอียดและเซ็นสัญญาเสร็จก็กินเวลาไปกว่าสามชั่วโมง
เมื่อรถตู้หรูแล่นกลับมาถึงชั้นจอดรถส่วนตัวของที่พัก ชารีนเดินเข้าลิฟต์ด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า ทั้งเหนื่อยจากงานและเหนื่อยจากการถูกจับตามอง ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกสู่โถงทางเข้า บรรยากาศภายในห้องชุดก็หนักอึ้งจนสัมผัสได้
เพดานไฟส่วนใหญ่ถูกปิดไว้เหลือเพียงแสงสลัวจากโคมไฟมุมห้อง คณินนั่งไขว่ห้างอยู่บนเบาะหนังตัวกว้างกลางห้องนั่งเล่น ในมือถือแก้วน้ำสีอำพัน เขาวางแก้วลงบนโต๊ะกระจกทันทีที่เห็นร่างบางเดินเข้ามา
"ทำไมเพิ่งกลับ" คำถามแรกถูกยิงเข้าใส่ทันทีที่ชารีนก้าวพ้นโถงทางเข้า
"งานมันมีรายละเอียดเยอะค่ะ ชาต้องอ่านสัญญาให้ละเอียดก่อนเซ็น" เธอตอบตามความจริง พยายามเดินเลี่ยงเพื่อจะกลับเข้าห้องนอนไปเปลี่ยนชุด
"รายละเอียดเยอะ หรือคุยเรื่องอื่นกันแน่"
น้ำเสียงเยาะเย้ยที่ดังขึ้นทำให้ชารีนหยุดชะงัก เธอหันขวับกลับมามองผู้ชายที่กำลังลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
"คุณหมายความว่ายังไง"
"ลูกน้องฉันรายงานมาหมดแล้ว ว่าไอ้หมอนั่นมันมองเธอด้วยสายตาแบบไหน" คณินก้าวเดินเข้ามาหา จังหวะฝีเท้าของเขาเชื่องช้าแต่คุกคามราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อ "ยิ้มให้มัน รินน้ำให้มัน... สนิทสนมกันดีนี่"
ชารีนเบิกตากว้าง ความโกรธปะทุขึ้นจนทนไม่ไหว "นี่คุณสั่งให้ลูกน้องจับตาดูทุกการกระทำของชาเลยเหรอ! มันจะมากเกินไปแล้วนะ คุณไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวหรือการทำงานของชาแบบนี้ เขาเป็นเพื่อนร่วมงาน การรักษามารยาททางสังคมมันเป็นเรื่องปกติ!"
"มารยาททางสังคมที่ต้องปล่อยให้ผู้ชายคนอื่นมานั่งจ้องขาขาวๆ ของเธอเป็นชั่วโมงน่ะเหรอ!"
คณินหมดความอดทน เขาพุ่งตัวเข้ามาประชิดรวดเร็วจนชารีนถอยหนีไม่ทัน มือหนาคว้าเข้าที่ต้นแขนทั้งสองข้างของเธอ ออกแรงกระชากเพียงครั้งเดียวร่างบางก็ถลาเข้ามาปะทะกับแผงอกกว้างอย่างรุนแรง แฟ้มเอกสารในมือของชารีนร่วงหล่นกระจายเต็มพื้น
"โอ๊ย! ชาเจ็บนะ ปล่อย!" เธอพยายามดิ้นรน ยกมือขึ้นยันแผงอกแข็งแกร่งไว้ แต่สู้แรงของคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำไม่ได้เลย
คณินไม่ปล่อย เขาเลื่อนมือข้างหนึ่งลงมารวบเอวคอดกิ่ว ดึงกระชากให้สรีระช่วงล่างของเธอเข้ามาแนบชิดกับความแข็งแกร่งของเขาจนไม่มีช่องว่างให้อากาศลอดผ่าน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ลอยมากระทบจมูก บ่งบอกว่าอารมณ์ของเขากำลังคุกรุ่นถึงขีดสุด
"เจ็บสิดี จะได้จำ!" คณินก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สายตาดุดันวาวโรจน์ด้วยไฟหึงหวงที่แผดเผาการควบคุมตัวเองจนหมดสิ้น "ฉันยอมให้เธอออกไปทำงาน ไม่ได้หมายความว่าฉันจะยอมให้เธอไปบริหารเสน่ห์ใส่ผู้ชายคนอื่น"
"ชาไม่ได้บริหารเสน่ห์! คุณมันบ้าอำนาจ เอาแต่ใจตัวเอง คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของชีวิตคนอื่นหรือไง" ชารีนเถียงกลับอย่างไม่ลดละ น้ำตาแห่งความโกรธและอัดอั้นเอ่อคลอเบ้าตา "คุณเป็นแค่พ่อของณิชา คุณไม่ใช่เจ้าของชีวิตชา!"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ สันกรามของศัลยแพทย์หนุ่มนูนเด่น มือหนาที่รวบเอวเธออยู่ออกแรงบีบแน่นขึ้นจนชารีนนิ่วหน้า ส่วนมืออีกข้างยกขึ้นบีบปลายคางมน บังคับให้ใบหน้าหวานแหงนเงยขึ้นสบตาเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ลมหายใจร้อนผ่าวรดลงบนพวงแก้มเนียน คณินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังสั่นไหวของคนในอ้อมกอด ความต้องการที่จะครอบครองและประกาศสิทธิ์ในตัวผู้หญิงคนนี้รุนแรงจนเขาไม่อาจเก็บกดมันไว้ได้อีกต่อไป
"คุณไม่มีสิทธิ์มาห้ามชา" ชารีนเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามต่อต้านแรงบีบที่ปลายคาง
คณินกระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่อันตรายและไร้ความปรานีที่สุด เขากดใบหน้าลงมาแนบชิด ริมฝีปากหยักเฉียดผ่านริมฝีปากของเธอเพียงมิลลิเมตร ก่อนที่เสียงทุ้มแหบพร่าจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เส้นแบ่งความสัมพันธ์ทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา
"ฉันมีสิทธิ์ทุกอย่าง... และกำลังจะทวงมันคืนเดี๋ยวนี้"
บทที่ 41 ตอนพิเศษ 9 โลกทั้งใบของหมอครามวันครบรอบแต่งงานปีที่สามเวียนมาบรรจบ ครอบครัวนายแพทย์หนุ่มจัดการฉลองด้วยการพาสมาชิกทุกคนไปถ่ายรูปครอบครัวที่สตูดิโอชื่อดัง บรรยากาศการถ่ายทำเต็มไปด้วยความวุ่นวายและเสียงหัวเราะต้นว่านในชุดสูทตัวเก่งคอยวิ่งไล่จับน้องข้าวหอมที่สวมชุดเดรสกระโปรงฟูฟ่องสีชมพู เด็กน้อยทั้งสองคนสร้างสีสันให้การถ่ายทำเต็มไปด้วยความสดใส ช่างภาพต้องคอยกดชัตเตอร์รัวๆ เพื่อเก็บภาพความเป็นธรรมชาติของเด็กๆ ครามและน้ำขิงยืนมองลูกทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มเปื้อนหน้าหลังจากถ่ายรูปครอบครัวเซ็ตใหญ่เสร็จสิ้น ครามก็จัดแจงจองดินเนอร์สุดหรูที่ร้านอาหารบนดาดฟ้าตึกระฟ้าใจกลางเมืองเพื่อฉลองกันแบบส่วนตัวสองต่อสอง โดยฝากเด็กๆ ไว้กับคุณป้าที่บ้านค่ำคืนนั้น สายลมเย็นพัดผ่านระเบียงร้านอาหาร แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าระยิบระยับเป็นฉากหลัง ครามในชุดสูทสบายๆ นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับน้ำขิงที่สวมชุดเดรสสายเดี่ยวสีน้ำเงินเข้มขับผิวขาวผ่อง บนโต๊ะอาหารมีเทียนหอมและช่อกุหลาบสีแดงสดวางประดับอยู่"สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานนะครับคนดี" ครามยกแก้วไวน์แดงขึ้นมาชนกับแก้วของภรรยา แววตาคมกริบทอประกายความรักอย่างลึกซึ้ง"ส
บทที่ 40 ตอนพิเศษ 8 ฮันนีมูนรอบที่ร้อยเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับโกหก น้องข้าวหอมเติบโตขึ้นเป็นเด็กหญิงวัยสองขวบที่หน้าตาน่ารักน่าชัง ช่างฉอเลาะและเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน ส่วนพี่ต้นว่านในวัยหกขวบก็รับบทบาทอัศวินคอยดูแลน้องสาวอย่างแข็งขันตามที่เคยให้สัญญากับผู้เป็นพ่อไว้บ่ายวันศุกร์ รถตู้คันใหญ่ของคุณย่าแล่นเข้ามารับหลานๆ ทั้งสองคนเพื่อพาไปเที่ยวบ้านพักตากอากาศริมทะเลในช่วงสุดสัปดาห์ คุณป้าผู้ใจดีต้องการเปิดโอกาสให้ลูกชายและลูกสะใภ้ได้มีเวลาพักผ่อนและสวีตหวานกันตามลำพังบ้าง หลังจากที่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการเลี้ยงเด็กสองคนมาตลอดสัปดาห์"เด็กๆ ไปเที่ยวกับคุณย่าอย่าดื้อนะคะ เป็นเด็กดีนะรู้ไหม" น้ำขิงหอมแก้มลูกทั้งสองคนส่งท้ายก่อนจะปิดประตูรถตู้"รับทราบฮะหม่าม้า น้องจะดูแลน้องข้าวหอมเองฮะ" ต้นว่านรับคำเสียงแข็งขันทันทีที่รถตู้เคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้าน บรรยากาศภายในบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ก็ตกอยู่ในความเงียบสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ครามปิดประตูรั้วและหมุนตัวกลับมาหาภรรยาที่กำลังยืนยืดเส้นยืดสายอยู่หน้าบ้าน ชายหนุ่มระบายยิ้มเจ้าเล่ห์มุมปาก ก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดตัวและรวบเอวบางเข้ามากอดไว
บทที่ 39 ตอนพิเศษ 7 วินาทีที่รอคอยกลางดึกคืนหนึ่งที่ควรจะเงียบสงบ น้ำขิงสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดเกร็งบริเวณหน้าท้องอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดแล่นริ้วเป็นจังหวะสม่ำเสมอพร้อมกับสัมผัสเปียกชื้นที่ซึมผ่านผ้าปูที่นอน หญิงสาวรู้สัญชาตญาณทันทีว่าเวลาที่รอคอยมาถึงแล้ว"พี่คราม... พี่ครามคะ ตื่นเร็ว ขิงปวดท้อง น้ำเดินแล้วค่ะ" เธอเขย่าแขนสามีที่นอนหลับสนิทอยู่ข้างกาย น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความเจ็บปวดครามผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว อาการงัวเงียหายเป็นปลิดทิ้ง ชายหนุ่มเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยน้ำเปียกชุ่มบนเตียงและใบหน้าเหยเกของภรรยา ศัลยแพทย์หนุ่มผู้มักจะเยือกเย็นและมีสติในการผ่าตัดรักษาชีวิตคนมานับไม่ถ้วน บัดนี้กลับสติแตกและลนลานทำอะไรไม่ถูกเมื่อเป็นเรื่องของครอบครัวตัวเอง"ขิง! ปวดมากไหม หายใจลึกๆ นะครับ เดี๋ยวพี่ไปเอากระเป๋าเตรียมคลอดก่อน ไม่สิ พี่ต้องโทรบอกโรงพยาบาลก่อน หรืออุ้มขิงลงไปเลยดี" เขาลุกลี้ลุกลน เดินวนไปมาข้างเตียง คว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วก็วางลง คว้ากุญแจรถแล้วก็ทำตกพื้นน้ำขิงสูดหายใจเข้าลึก พยายามกลั้นความเจ็บปวดและส่งยิ้มบางๆ ให้สามีจอมสติหลุด "พี่ครามคะ ใจเย็นๆ ค่ะ ขิ
บทที่ 38 ตอนพิเศษ 6 ตำแหน่งพี่ชายคนโตเวลาล่วงเลยไปจนอายุครรภ์ของน้ำขิงเข้าสู่เดือนที่แปด หน้าท้องกลมโตขยายใหญ่ขึ้นจนเห็นได้ชัดเจน การเดินเหินเริ่มเป็นไปอย่างอุ้ยอ้ายและยากลำบากมากขึ้น อาการปวดหลังและปวดหน่วงที่หน้าขาทำให้เธอต้องนั่งพักบ่อยกว่าปกติบ่ายวันเสาร์ บรรยากาศภายในบ้านเดี่ยวหลังใหญ่เต็มไปด้วยความวุ่นวายเล็กๆ ครามกำลังยืนคุมช่างทาสีที่เข้ามาจัดการปรับปรุงห้องพักแขกชั้นล่างให้กลายเป็นห้องนอนสีชมพูอ่อนหวานสำหรับต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว เฟอร์นิเจอร์เด็กอ่อนทั้งเตียงนอน ตุ๊กตา และตู้เสื้อผ้าถูกสั่งเข้ามาจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าอย่างครบครัน"พี่ครามคะ ช่างบอกว่าวอลเปเปอร์ลายนางฟ้าที่สั่งไว้จะมาส่งพรุ่งนี้นะคะ" น้ำขิงในชุดคลุมท้องสีฟ้าอ่อนเดินอุ้ยอ้ายเข้ามาในห้อง มือข้างหนึ่งกุมหน้าท้อง อีกข้างประคองหลังตัวเองไว้ครามรีบหันขวับกลับมาหาภรรยา ก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปประคองร่างอวบอิ่มให้มานั่งพักบนโซฟาตัวเล็กมุมห้องทันที"ขิงเดินมาทำไมครับ ทำไมไม่นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก ปวดหลังหรือเปล่า พี่บอกแล้วไงว่าเรื่องห้องลูกสาวพี่จัดการเองได้" เขาดุด้วยความห่วงใย เอื้อมมือไปบีบนวดเบาๆ ที่บริเวณเอวขอ
บทที่ 37 ตอนพิเศษ 5 อาการหวงเมียขั้นสุดของคุณพ่อลูกสองแสงแดดอ่อนยามเช้าสาดส่องเข้ามาภายในห้องแต่งตัวกว้างขวาง ครามในชุดเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มและกางเกงสแล็กกำลังยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าฝั่งของภรรยา มือหนาจับไม้แขวนเสื้อที่แขวนชุดเดรสคลุมท้องสีโอรสผ้าชีฟองบางเบาขึ้นมาพิจารณา ก่อนจะส่ายหน้าไปมาและแขวนมันกลับเข้าไปไว้ด้านในสุดของตู้"ชุดนี้ก็บางเกินไป ลมพัดทีเห็นไปถึงไหนต่อไหนแน่"ชายหนุ่มบ่นพึมพำกับตัวเอง เลื่อนมือไปหยิบชุดเดรสกระโปรงยาวสีขาวพิมพ์ลายดอกไม้เล็กๆ ขึ้นมาดูแทน ทว่าสายตาคมกริบกลับไปสะดุดเข้ากับรอยคว้านบริเวณคอเสื้อที่ลึกลงมาจนเห็นเนินอก"ชุดนี้คอก็กว้างไป ก้มทีคนอื่นเห็นหมดพอดี"น้ำขิงที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำหยุดยืนมองภาพสามีที่กำลังรื้อค้นตู้เสื้อผ้าของเธอด้วยความขบขัน หญิงสาวเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลัง แนบแก้มลงกับแผ่นหลังกว้าง"พี่ครามทำอะไรอยู่คะ รื้อตู้เสื้อผ้าขิงทำไมแต่เช้า"ครามหมุนตัวกลับมาหาภรรยา สอดท่อนแขนแกร่งเข้าโอบรัดรอบเอวที่เริ่มหนาขึ้นตามอายุครรภ์ห้าเดือน เขากดจูบลงบนหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม"พี่กำลังหาชุดให้ขิงใส่สำห
บทที่ 36: ตอนพิเศษ 4 ทริปกระชับมิตร (NC 20+)เสียงเกลียวคลื่นกระทบฝั่งดังแว่วมาเป็นระยะ ผสมผสานกับสายลมเย็นยามค่ำคืนที่พัดพาเอาความสดชื่นของท้องทะเลเข้ามาสู่บริเวณพูลวิลล่าส่วนตัวสุดหรู ทริปพักผ่อนครอบครัวที่ครามตั้งใจจัดขึ้นเพื่อชดเชยช่วงเวลาฮันนีมูนที่ขาดหายไปและฉลองการตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง ดำเนินมาถึงคืนสุดท้ายหลังจากใช้พลังงานกระโดดน้ำและวิ่งเล่นริมหาดทรายมาทั้งวัน ต้นว่านก็หมดสลบไสลหลับสนิทอยู่บนเตียงกว้างภายในห้องนอนใหญ่ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกถึงการหลับลึกที่ไม่มีทางตื่นขึ้นมากลางดึกอย่างแน่นอนความเงียบสงบเปิดโอกาสให้ผู้ใหญ่สองคนได้ใช้เวลาส่วนตัวแสงไฟใต้น้ำในสระว่ายน้ำส่วนตัวหน้าวิลล่าสาดส่องประกายสีฟ้าอมเขียว ตัดกับความมืดมิดของท้องฟ้ายามราตรี น้ำขิงในชุดว่ายน้ำวันพีซสีดำสนิทก้าวเดินลงบันไดสระอย่างระมัดระวัง เนื้อผ้ากระชับแนบไปกับสัดส่วนโค้งเว้า เผยให้เห็นเนินอกที่อวบอิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากฮอร์โมนคนท้องครามที่แช่น้ำรออยู่ก่อนแล้วยืนพิงขอบสระฝั่งตรงข้าม ชายหนุ่มเปลือยท่อนบน อวดแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อหน้าท้องที่เรียงตัวสวยงาม หยดน้ำเกาะพราวสะท้อนแสงไฟ สายตาคมกริบของเขาจับ







