Masukบัวบุษยาและสามีก็ตัดสินใจเดินทางตรวจพร้อมกัน ภายในห้องตรวจที่เงียบสงบและสะอาดตา บัวบุษยานั่งกุมมือสามีแน่น ใบหน้าหวานซีดเผือดด้วยความกังวล ขณะที่นายแพทย์หนุ่มกำลังพินิจพิเคราะห์ผลตรวจเลือดและอัลตราซาวนด์บนหน้าจอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“จากผลตรวจฮอร์โมนและสภาพผนังมดลูกของคุณบัว…” หมอถอนหายใจเบาๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองคนทั้งสอง
“คือหมอพบภาวะความผิดปกติเกี่ยวกับรังไข่ ซึ่งทำให้โอกาสในการตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติของคุณบัวกับสามี อาจจะมีโอกาสติดน้อยครับ”
ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางกลางวันแสกๆ บัวบุษยาตัวชาไปทั้งตัว นัยน์ตารื้นไปด้วยหยาดน้ำตา เธอยกมือขึ้นปิดปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น คเชนทร์รีบดึงร่างภรรยาเข้ามากอด ฝ่ามือหนาลูบหลังเธอเบาๆ แต่แววตาของเขากลับไหววูบด้วยความผิดหวังที่ลึกซึ้ง
“แล้ว… ไม่มีทางออกอื่นเลยเหรอครับคุณหมอ” คเชนทร์เอ่ยถามเสียงเครียด
“มีครับ… หนทางเดียวที่เป็นไปได้คือ การทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF โดยใช้ไข่ของคุณบัวบุษยาผสมกับเชื้อของคุณคเชนทร์ แล้วให้คนอื่นช่วยตั้งครรภ์แทน หรือที่เรียกว่าการอุ้มบุญนั่นแหละครับ” แม้จะเป็นหนทางอันริบหรี่ แต่บัวบุษยาก็พร้อมจะไขว่คว้ามันไว้เพื่อครอบครัว ในหัวของเธอตอนนี้มีเพียงเพื่อนรักเท่านั้นที่เธอนึกถึงเป็นคนแรก
เย็นวันนั้น
ด้วยความเคว้งคว้างและต้องการที่ปรึกษา บัวบุษยาจึงนัดพราวพิลาศ มานั่งคุยกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พราวพิลาศที่เพิ่งจะเลิกงานก้าวเข้ามาด้วยชุดเดรสสั้นขับผิวขาวผ่อง ใบหน้าสวยเฉี่ยวแต่งแต้มอย่างประณีต แต่แววตาของเธอกลับแฝงความเหนื่อยล้า เพราะกำลังตกงานและเผชิญปัญหาหนี้สินอย่างไร้ทางออก
“เรื่องหนี้สิน แกหยิบยืนฉันนะ ไม่ต้องกังวลหรอกพราว” บัวบุษยารีบบอกเพื่อนรัก
“ฉันเกรงใจแกว่ะ บัว ตั้งหลายครั้งหลายคราแล้วที่แกช่วยฉัน”
“แล้วนี่แกจะหางานที่ไหน”
“ยังไม่รู้เลย”
หลังจากพูดคุยกันได้พักใหญ่ บัวบุษยาก็ตัดสินใจเล่าเรื่องราวความอัดอั้นตันใจของตัวเองบ้างเกี่ยวกับการหาคนอุ้มบุญ
“พี่บี๋เค้าเป็นหมันหรือเปล่า” พราวพิลาศถามขึ้น
“ไม่หรอกฉันพาพี่บี๋ไปตรวจแล้วเค้าปกติดี มันเป็นที่ร่างกายฉันเนี่ยแหละ”
“ฉันเคว้งมากเลยพราว… ไม่รู้จะหันไปพึ่งใครดี”
พราวพิลาศชะงักมือที่กำลังจะยกแก้วน้ำขึ้นจิบ เธอมองเพื่อนรักด้วยแววตาที่เห็นอกเห็นใจ
และในช่วงเวลาที่เธอกำลังตกอับและต้องการเงินก้อนโต การรับจ้างอุ้มบุญให้เพื่อนรักย่อมแลกมาด้วยผลตอบแทนเพื่อให้เธอเอาตัวรอดได้ในสถานการณ์เช่นนี้
ภาพเหตุการณ์ในงานแต่งงานของบัวบุษยาเมื่อหลายเดือนก่อนผุดขึ้นมาในหัว สมัยเรียนพราวพิลาศเคยแอบปลื้มคเชนทร์หนุ่มรุ่นพี่ จนสุดท้ายเขาก็ได้กลายมาเป็นเจ้าบ่าวของเพื่อนสนิท หลังจากนั้นพราวพิลาศก็พยายามตัดความรู้สึกนั้นออกไป
“มันไม่มีวิธีอื่นแล้วเหรอแก…” พราวเอ่ยด้วยความเห็นใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือเพื่อนไว้แน่น
“หมอบอกว่าวิธีนี้ดีที่สุด” บัวบุษยาพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
“แล้วแกคิดไว้หรือยังว่าจะให้ใครมาช่วย…”
“ฉันยังไม่รู้เลย… แต่ถ้าเป็นคนอื่น ฉันก็ไม่กล้าวางใจหรอก” บัวเม้มปากแน่น มองเพื่อนด้วยความหวัง
“พราว… แก… แกพอจะช่วยฉันได้ไหม แกคือคนที่ฉันไว้ใจที่สุดนะพราว” พราวพิลาศนิ่งคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะพยักหน้ารับช้าๆ
“ถ้ามันจะช่วยทำให้ครอบครัวของแกสมบูรณ์… ฉันก็ยินดีนะบัว เพื่อเพื่อน ฉันทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว” คำตอบรับนั้นทำให้บัวบุษยาโผเข้ากอดเพื่อนรักด้วยความซาบซึ้ง
แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมระย้าสะท้อนผิวน้ำในอ่างอาบน้ำหรูขนาดใหญ่ ฟองฟูฟ่องสีขาวละเอียดลอยเคลียคลอเรือนร่างเปลือยเปล่าของสองสามีภรรยา บัวบุษยาเอนกายพิงแนบชิดกับอกแกร่งกำยำของคเชนทร์ ไออุ่นจากอ่างน้ำวนช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าของร่างกาย ทว่าในอกของเธอกลับอบอวลไปด้วยความหวังระลอกใหม่ที่กำลังเอ่อล้น
“เรื่องอุ้มบุญ… ตอนนี้บัวหาคนที่จะช่วยเราได้แล้วนะคะ” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วหวาน พลางหันไปมองหน้าสามีด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข
คเชนทร์ชะงักมือที่กำลังลูบเส้นผมยาวสลวยของภรรยา ดวงตาคมกริบก้มลงมองเธอด้วยความประหลาดใจระคนตื่นเต้น
“จริงเหรอ ใครกันบัวที่ยอมช่วยเรา”
“ยัยพราวค่ะ... เพื่อนสนิทของบัวเอง” บัวบุษยาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่เจือความซาบซึ้งใจ
“อ๋อ… พราวเองเหรอ พี่ก็คิด ๆ ไว้เหมือนกัน แต่ยังไม่ได้ถามบัวเลย” คเชนทร์ทวนชื่อนั้นเบา ๆ ในลำคอ ประกายความคิดบางอย่างวับขึ้นในแววตาคม ทว่าเขาก็เก็บซ่อนอาการไว้อย่างแนบเนียน
“แต่บัวมีเรื่องหนึ่งอยากจะขอร้องพี่บี๋ค่ะ...” เธอกล่าวต่อ มือเรียวบางค่อย ๆ เอื้อมลงไปใต้ผิวน้ำเพื่อรูดรั้งท่อนเอ็นแกร่งของเขาเบา ๆ เป็นเชิงออดอ้อนและขอร้องในคราวเดียวกัน
“อะไรเหรอบัว บอกพี่มาสิ”
“พี่บี๋ช่วยรับเพื่อนของบัวเข้าทำงานที่โรงแรมของเราได้มั้ยคะ ตำแหน่งอะไรก็ได้… ตอนนี้พราวมันกำลังตกงาน มันเคว้งมากเลยตอนนี้ บัวสงสารเพื่อนค่ะ”
เมื่อได้ยินชื่อเพื่อนสนิทของภรรยาและคำขอร้องที่ประจวบเหมาะ ประกายความเจ้าเล่ห์ก็ฉายชัดขึ้นในแววตาของชายหนุ่ม คเชนทร์รีบพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่เคลือบแฝงความหมายลึกซึ้ง
“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ… ก็ดีเหมือนกันนะ อย่างน้อยพราวก็เป็นเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ อีกอย่างถ้าเค้ายอมตั้งท้องลูกของเราจริงๆ เราก็ควรจะดูแลเค้าให้เต็มที่ จริงมั้ย”
“แล้วเพื่อนบัวอยากจะทำงานตำแหน่งอะไรล่ะ พี่จะได้หาให้” คเชนทร์ถามต่อ ขณะที่มือหนาที่โอบเอวบางค่อย ๆ เลื้อยขึ้นมาสัมผัสเนินอกอวบอิ่มที่ปริ่มอยู่เหนือผิวน้ำ
“ตำแหน่งอะไรก็ได้ค่ะ… พราวบอกว่าไม่เกี่ยง ขอแค่มีงานทำก็พอ” บัวบุษยาตอบด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
ในจังหวะนั้นเอง คเชนทร์ก็เริ่มนวดคลึงเต้านมเต่งตึงของเธออย่างช้า ๆ สลับกับการใช้นิ้วบดขยี้ติ่งปลายยอดถันที่แข็งขืนสู้มือ จนบัวบุษยาเผลอสะดุ้งแอ่นอกรับสัมผัสอันวาบหวาม พร้อมกับหลุดเสียงครางแผ่วเบาออกมา
“อื้อ!!… พี่บี๋อ่า คืนนี้ไม่ได้นะคะ บัวเป็นเมน…” เธอบอกพลางเอียงคอซบลงกับไหล่กว้างของสามี ในขณะที่มือของเขายังคงปรนเปรอความสุขให้เธอไม่หยุดยั้ง
คเชนทร์เงยหน้าขึ้นนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นธรรมชาติที่สุด
“งั้นให้พราวมาเป็นผู้ช่วยพี่ดีกว่า เดี๋ยวพราวท้องโตพี่จะได้ดูแลเธอใกล้ ๆ เพื่อเจ็บท้องคลอดจะได้พาไปหาหมอทัน”
“อื้ม...ก็ดีนะคะ งั้นเดี๋ยวอาบน้ำเสร็จ บัวขอโทรบอกเพื่อนนะคะ” คำตอบของภรรยาทำให้รอยยิ้มของคเชนทร์ยิ่งกว้างขึ้น
มือหนาที่โอบกอดเอวบางไว้ค่อย ๆ เลื้อยขึ้นมาสัมผัสเนินอกอวบอิ่มที่ปริ่มอยู่เหนือผิวน้ำ ปลายนิ้วอุ่นร้อนนวดคลึงเต้านมเต่งตึงช้า ๆ สลับกับบดขยี้ติ่งปลายยอดถันที่แข็งขืนสู้มือ จนบัวบุษยาสะดุ้งเฮือกแอ่นอกรับสัมผัส พร้อมส่งเสียงครางแผ่วเบาด้วยความเสียวซ่านวาบหวาม
“อื้อ!!!... พี่บี๋...” เสียงหวานครางกระเส่า เธอเอียงคอซบลงกับไหล่กว้างของสามี ขณะที่มือหนายังคงปรนเปรอความสุขให้เธอไม่หยุดยั้ง
“คืนนี้บัวเป็นเมนนะพี่”
“พี่รู้ ... พี่รู้ว่าบัวทำให้พี่ได้อยู่แล้ว จริงมั้ย” สามีหนุ่มยิ้มกริ่มก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนขอบอ่าง หยดน้ำไหลร่วงผ่านลำตัวกำยำ บัวบุษยาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะขยับกายเข้าประชิดหว่างขาอย่างรู้งาน
“แค่ออรัลได้มั้ยคะ พี่บี๋” บัวบุษยาเงยหน้าขึ้นมองสามีด้วยแววตาอ้อนวอน
“บัวก็รู้นิ ว่าต้องทำยังไง...หืม์” พูดจบคเชนทร์ก็ขยับตัวลุกขึ้นมานั่งบนขอบอ่างอาบน้ำ ดึงร่างเปลือยเปล่าของภรรยาให้ขยับเข้าประชิดหว่างขาแกร่งที่เปียกชุ่ม
“อีกแล้วเหรอคะพี่บี๋”
“ตรงก้นน่ะดีแล้ว”
“อื้อ!! พี่บี๋อะ”
“บัว!!... คืนนี้พี่อยากผ่อนคลายนะ ถ้าบัวไม่ยอม พี่ขอออกไปซื้อกินได้มั้ยล่ะ”
“ค่ะ ๆ ก็ได้ค่ะ พี่บี๋อะ ต่อรองบัวอยู่เรื่อยเลย” เธอพูดอย่างออดอ้อน แต่ในใจลึก ๆ ก็รู้ดีว่าคเชนทร์มีความต้องการทางกายที่เร่าร้อนและจัดจ้านมาตั้งแต่ไหนแต่ไร
ยามใดที่เธอมีประจำเดือน เขามักจะเบี่ยงเบนความสนใจไปสู่ช่องทางด้านหลังแทน และเธอก็พร้อมจะยินยอมตามใจเขาในทุก ๆ ครั้ง ไม่ใช่เพียงเพราะความรักและความเกรงใจเท่านั้น แต่ลึก ๆ แล้วเธอกลัวเหลือเกินว่าหากเธอขัดขืนหรือบกพร่องเรื่องบนเตียง และปล่อยสามีอาจออกไปหาเศษหาเลยนอกบ้าน ถ้าวันหนึ่งเขาติดใจความสุขชั่วคราวนั้นขึ้นมา หรือคบหาผู้หญิงพวกนั้น ตัวเธอจะต้องสูญเสียเขาไปแน่ ๆ
พราวพิลาศทนความจุกแน่นไม่ไหวพยายามขยับสะโพกหนีจนทำให้แท่งเนื้อร้อนผ่าวหลุดถอนออกไป คเชนทร์ตวัดแขนกอดรัดร่างบางเอาไว้แน่นไม่ยอมให้เธอหนีห่างเขาขยับไปนั่งลงบนฝาชักโครกที่ปิดสนิท ก่อนจะจับร่างของพราวพิลาศให้หันหน้าเข้าหาแล้วอุ้มมานั่งคร่อมทับบนตักแกร่ง มือหนาแหวกกระโปรงทรงเอของเธอให้ร่นขึ้นไปกองที่เอว ก่อนจะประคองสะโพกอวบกลมกลึงให้กดแทรกทับลงมากลืนกินความใหญ่โตดุดันอีกครั้งคเชนทร์ไม่รอช้า เขาดึงมือเรียวทั้งสองข้างของผู้ช่วยสาวให้โอบรอบลำคอแกร่งของเขาอย่างนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยแรงบังคับ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาของเธอ ราวกับจะสะกดให้ผู้ช่วยสาวตกอยู่ในภวังค์ที่มีเพียงเขาเท่านั้น ก่อนจะพยายามประคองบั้นท้ายงอนงามของเธอให้ยกขึ้น เพื่อขับเคลื่อนจังหวะรักให้แนบชิดลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมคเชนทร์จะอุ้มเธอลุกขึ้นในท่าลิงอุ้มแตงแต่พราวพิลาศยังคงขัดขืน หญิงสาวไม่ยอมให้ความร่วมมือแม้แต่น้อย ร่างกายของเธอเกร็งไปทั้งตัว พยายามเบี่ยงเบนหลบหนีจากสัมผัสรุกรานในท่วงท่าอันแสนดิบเถื่อน เป็นผลให้คเชนทร์ทำได้เพียงยกขาข้างหนึ่งของเธอได้ข้างเดียวเท่านั้น ร่างกายของเธอเลี่ยงหลบ จีสตริงตั
“น้ำออกมาเต็มเลยพราวจ๋า พี่ขอเอาเข้าไปเลยนะ ที่รัก”“อร๊ายยยย! พี่บี๋ อื้อ!! ทำไมทำกับพราวอย่างนี้ อร๊ายยย!!!” หญิงสาวกรีดร้องแผ่วเบา ใบหน้าเหยเกเมื่อความใหญ่โตคืบคลานเข้าสู่ช่องทางที่ปิดสนิท“เจ็บเหรอ...ที่รัก” เขาถามพลางจูบซับหน้าผากมนมน“ค่ะ... มันเจ็บมากเลย เอาออกเถอะค่ะ” เธอตอบด้วยเสียงเหนื่อยหอบปนกระเส่า“ใจเย็น ๆ ก่อนะ เดี๋ยวพี่จะค่อย ๆ ขยับนะ... อีกแป๊บเดียวพราวก็จะไม่เจ็บแล้ว” เขาหว่านล้อมในขณะที่สะโพกสอบเริ่มขยับขับเคลื่อนเนิบนาบ ยิ่งกระตุ้นให้ส่วนนั้นคับแน่นจนแทบหายใจไม่ทัน“พี่ทำกับพราวแบบนี้ได้ยังไง... พราวไม่ใช่เมียพี่นะคะ อร๊ายย!!!” เธอประท้วงทั้งที่อารมณ์รักถูกจุดจนติดไฟ“นิดเดียวน่า พราวจ๋า... พี่ใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ อดทนอีกนิดนะ”“พี่ขอปลดกระดุมหน่อยนะ... เพิ่มอารมณ์ให้พี่หน่อย มันใกล้แล้ว พราวจ๋า” สิ้นคำขอมือหนาก็พยายามจะปลดกระดุมเสื้อของเธอ“พี่บี๋จะทำอะไรคะ” พราวพิลาศอุทานเสียงสั่นเครือด้วยความตระหนกในขณะที่สายตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหาย เธอพยายามจะเอื้อมมือไปปิดสาบเสื้อเพื่อไม่ให้เขาถอดมันออก“พอแล้วค่ะ... แค่นี้พราวก็ยอมพี่มากแล้ว นะคะพี่บี๋ ขอร้องเถอะค่ะ อ
พราวพิลาศยืนอึ้งอยู่กับที่ ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตไหววูบ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก ความร้อนผ่าวแล่นปราดไปทั่วใบหน้าที่ตอนนี้กำลังแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด เธอรีบเบือนสายตาหนีด้วยความประหม่า แต่กระนั้นก็อดไม่ได้ที่จะแอบชำเลืองมองเรือนร่างอันสมบูรณ์แบบของสามีเพื่อนรักด้วยความรู้สึกหวิววาบในอกภาพของชายหนุ่มตรงหน้า จากสามีของเพื่อนสนิทที่เคยเคารพนับถือ กลายมาเป็นเจ้านาย และในยามนี้ ภาพแผ่นอกเปลือยเปล่าใต้แสงไฟเกิดทำให้พราวพิลาศรู้สึกวูบหวาบในกายสาวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เมล็ดพันธุ์แห่งเสน่หาที่ซ่อนเร้นเริ่มหยั่งรากลึกลงในใจโดยไม่รู้ตัว“เดี๋ยวพี่เอาร่มของพราวติดไปนะคะ” พราวพิลาศยื่นร่มให้เขาเพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขิน“ส่วนเสื้อเชิ้ตของพี่ทิ้งไว้ที่นี่ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวพราวซักแล้วเอาไปคืนให้”“ขอบใจมากนะพราว” คเชนทร์รับร่มไปถือไว้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“งั้นพี่กลับก่อนนะ พราวเองก็รีบไปอาบน้ำสระผมล่ะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”พราวพิลาศเดินลงมาส่งชายหนุ่มถึงหน้าอพาร์ตเมนต์ สายฝนเริ่มซาเม็ดลงแล้ว คเชนทร์เลื่อนกระจกรถลงเล็กน้อย“พรุ่งนี้เช้าพี่ขอมารับพราวไปทำงานนะครับ”“จ
หลังจากที่ทั้งสองเดินออกจากห้องตรวจ บัวบุษยาก็หันมามองเพื่อนรักด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ“ขอบใจแกมากนะพราว ที่ทำเพื่อฉันได้ขนาดนี้”“เฮ่ย!.. ไม่เป็นไรหรอก” พราวพิลาศยิ้มรับบางๆ กลบร่องรอยความรู้สึกแปลกๆ ในใจ“เอ่อ... ว่าแต่เมื่อกี้เป็นไงบ้าง ตื่นเต้นมั้ย” บัวบุษยาถามหยอกล้อตามประสาเพื่อนสนิท“ไม่บอก”“แน่ะ! ที่เรื่องของฉัน แกยังซักซะละเอียดยิบเลยนะ”“อยากรู้เหรอ งั้นไปเลี้ยงกาแฟฉันก่อนสิ เดี๋ยวเล่าให้ฟัง”“ไปดิ!”เมื่อมาถึงร้านกาแฟ บัวบุษยาก็รีบเปิดบทสนทนาต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น“ไหนเล่ามา ความรู้สึกแรกเป็นไง”“เสียว” พราวพิลาศตอบสั้นๆ แต่ทำเอาเพื่อนสาวถึงกับตาโต“แล้วเจ็บป่ะ”“นิดหน่อย... แต่เครื่องมือของหมอเล็กมากนะ ฉันแอบสารภาพกับคุณหมอด้วยว่าฉันยังซิง...” พราวพิลาศชะงักไปนิดก่อนจะเปลี่ยนคำพูด“แกจีบคุณหมอเลยซิ แว่ว ๆ มาว่าเค้าโสดนะ”“บ้า! แกก็พูดเกินไป หล่อ ๆ อย่างหมอราเมศวร์เนี่ยนะโสด ฉันไม่เชื่อหรอก” พราวพิลาศหัวเราะแก้เขิน“แล้วคุณหมอนัดแกเก็บไข่เมื่อไหร่ล่ะ” พราวพิลาศเปลี่ยนเรื่องกลับมาเข้าประเด็นสำคัญเพื่อกลบเกลื่อนความวูบวาบในอก“หมอให้ฉันกินยาเพื่อกระตุ้นรังไข่
ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองเขาอีกครั้งด้วยความยอมจำนน ก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมไปกอบกุมท่อนเอ็นร้อนผ่าวที่กำลังผงาดพองโตสู้มือ ลิ้นร้อนตวัดเลียตั้งแต่โคนจรดปลายรวมไปถึงพวกไข่ ก่อนจะจัดการครอบครองท่อนเอ็นของสามีด้วยริมฝีปากอุ่นร้อน สลับกับการใช้เรียวลิ้นตวัดเลียละเลงอย่างเชี่ยวชาญ ท่ามกลางเสียงครางกระเส่าของสามี“ซี๊ดดด อ่า โอ๊ะ โอ๊ยยย!!!... เมียของพี่เก่งโมคเก่งจังเลย อย่าทำให้ของพี่แตกนะคนดี” คเชนทร์เอนกายพิงผนังห้องน้ำ เงยหน้าขึ้นมองเพดาน มือหนากอบกุมศีรษะของภรรยาเบา ๆ ขยับขึ้นลงตามจังหวะรักของเธอเสียงครางของคเชนทร์ดังขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมมือหนาที่เอื้อมไปบีบนวดเต้านมของภรรยาของเธอเร่งเร้า“บัวทำให้พี่ฟินมากเลย ที่รัก อีกนิดเดียวก็จะแตกแล้วเนี่ย โอ๊ยย ๆ เบาก่อน” สามีจับศีรษะของบัวบุษยาเอาไว้ เธอหยุดและเงยหน้าขึ้นมองสามีด้วยความภูมิใจที่ได้มอบความสุขให้กับเขา“ขึ้นให้พี่ได้แล้วเมียจ๋า...” คเชนทร์จับตัวภรรยาให้ลุกพ้นน้ำ บัวบุษยาหยิบเจลหล่อลื่นที่วางอยู่ขอบอ่างชโลมบริเวณแท่งรักของสามีจนชุ่ม ก่อนจะเอื้อมมาทาบริเวณก้นของตัวเองบัวบุษยาขยับตัวคร่อมตักสามี หน้าอกอวบแนบชิดกับริมฝีปากหนาที่พร้อมจะให้เ
บัวบุษยาและสามีก็ตัดสินใจเดินทางตรวจพร้อมกัน ภายในห้องตรวจที่เงียบสงบและสะอาดตา บัวบุษยานั่งกุมมือสามีแน่น ใบหน้าหวานซีดเผือดด้วยความกังวล ขณะที่นายแพทย์หนุ่มกำลังพินิจพิเคราะห์ผลตรวจเลือดและอัลตราซาวนด์บนหน้าจอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“จากผลตรวจฮอร์โมนและสภาพผนังมดลูกของคุณบัว…” หมอถอนหายใจเบาๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองคนทั้งสอง“คือหมอพบภาวะความผิดปกติเกี่ยวกับรังไข่ ซึ่งทำให้โอกาสในการตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติของคุณบัวกับสามี อาจจะมีโอกาสติดน้อยครับ”ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางกลางวันแสกๆ บัวบุษยาตัวชาไปทั้งตัว นัยน์ตารื้นไปด้วยหยาดน้ำตา เธอยกมือขึ้นปิดปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น คเชนทร์รีบดึงร่างภรรยาเข้ามากอด ฝ่ามือหนาลูบหลังเธอเบาๆ แต่แววตาของเขากลับไหววูบด้วยความผิดหวังที่ลึกซึ้ง“แล้ว… ไม่มีทางออกอื่นเลยเหรอครับคุณหมอ” คเชนทร์เอ่ยถามเสียงเครียด“มีครับ… หนทางเดียวที่เป็นไปได้คือ การทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF โดยใช้ไข่ของคุณบัวบุษยาผสมกับเชื้อของคุณคเชนทร์ แล้วให้คนอื่นช่วยตั้งครรภ์แทน หรือที่เรียกว่าการอุ้มบุญนั่นแหละครับ” แม้จะเป็นหนทางอันริบหรี่ แต่บัวบุษยาก็พร้อมจะไขว่คว้ามันไว้เพื่อครอบครัว ในห







