Mag-log in“เกิดอะไรขึ้นคะป้า”
เธอรีบเข้าไปนั่งข้าง ๆ เพื่อนรัก พร้อมกับถามที่มาที่ไปกับหญิงสูงวัยทันที
“คุณเขาอาเจียนสอง-สามรอบ แล้วก็มานั่งตรงนี้ ป้าเห็นอาการไม่ค่อยดีเลยหายาดมให้ แต่คุณเขาบอกว่ามียาในกระเป๋า ป้าเลยถือวิสาสะหยิบยาในกระเป๋าให้คุณเขาค่ะ นี่ค่ะกระเป๋ายา ป้าว่าคุณเขาน่าจะไม่สบายนะคะ”
คุณป้าลำดับเหตุการณ์ พร้อมกับหยิบกระเป๋าใบเล็กที่เอาออกจากกระเป่าสะพายส่งให้อินทุอร ก่อนค้อมศีรษะให้เป็นการขอโทษ ด้วยกลัวความผิดด้วยเพราะไม่รู้หรอกว่าพื้นฐานลูกค้าที่มาเที่ยว ณ สถานที่แห่งนี้เป็นอย่างไร ดีแสนดีก็เจอมาแล้ว ร้ายสุดติ่งก็มีมาหมด
“ขอบคุณป้ามาก ๆ เลยนะคะที่ช่วยดูแลเพื่อนหนูให้”
หญิงสาวบอกพลางรับกระเป๋าใบเล็กที่หญิงสูวัยส่งให้เมื่อครู่
“ด้วยความยินดีค่ะ ป้าขอตัวก่อนนะคะ”
อินทุอรได้แต่พยักหน้ารับ แล้วก็หันมาให้ความสนใจเพื่อนรักที่ยังคงนั่งอ่อนแรงดมยาอยู่
“แกไม่สบายเหรอฟ้า”
“เมื่อกี้เดินผ่านผู้หญิงคนหนึ่ง กลิ่นน้ำหอมแรงมากเลยเวียนหัวนิดหน่อย”
นอกจากจะไม่ดื่มเหล้า แล้วยังจะเวียนหัวกับกลิ่นน้ำหอมอีก มันน่าแปลกไหมล่ะ น้ำหอมเป็นอีกหนึ่งอย่างที่นพจิราโปรดและขาดไม่ได้ เพราะมันคือความเป็นตนของเธอเลยทีเดียว แต่วันนี้มาบอกว่าเวียนหัว
“เวียนหัวกับกลิ่นน้ำหอมเนี่ยนะ” น้ำเสียงฟังดูก็รู้ว่าคนถามไม่เชื่อ
“ใส่เยอะไปมั้ง”
“ปกติแกไม่เยอะเลย ใส่อย่างกับอาบนี่น้อยเหรอ แต่ฉันว่าแกมันแปลก ๆ นะ สองเดือนให้หลังมานี่แกก็ไม่ค่อยออกไปแฮ๊งค์เอ๊าท์กับพวกฉัน ชวนก็บอกเหนื่อยเพลียปวดหัวเป็นอะไรของแก”
อินทุอรเริ่มไม่เก็บความสงสัยเอาไว้กับอีกต่อไป
“ไม่มีอะไร ก็แค่เบื่อ ๆ เครียด ๆ กับงาน”
“แกไม่เคยเป็นแบบนี้ยายฟ้า ต่อให้เหนื่อยแค่ไหนแกก็ไปกับพวกฉัน เพราะแกบอกตลอดว่ามันการผ่อนคลายที่ดีที่สุดสำหรับแก”
นพจิราได้แต่มองหน้าเพื่อนรักอย่างใช้ความคิด
“อิน...”
หญิงสาวเอ่ยเพียงแค่นั้นแล้วก็หยุดไป
ฝ่ายเจ้าของชื่อได้แต่จ้องหน้าเจ้าของน้ำเสียงอ่อย ๆ ไม่ดังเต็มเสียงเหมือนที่เคยได้ยิน รอฟังว่าเพื่อนรักจะพูดอะไรต่อ
“ฉัน ๆ ... ฉัน ... ท้อง”
“อะไรนะ!”
เสียงสูงดังลั่น จนคุณป้าที่พูดคุยด้วยเมื่อครู่ต้องหันมามองต้นเสียงด้วยความตกใจ เวลานี้แววตาของเธอนั้นตกใจกับสิ่งที่ได้ยินชัดเจน
“เบา ๆ สิ”
“นี่แกอย่าบอกนะว่าแกท้องกับคุณศิวัฒน์”
ถึงแม้ว่าพวกเธอจะเป็นผู้หญิงที่รักในการกิน ดื่ม เที่ยว สนุกสนานไปเรื่อย แต่ก็ไม่ใช่คนปล่อยเนื้อปล่อยตัว
ส่วนเรื่องที่นพจิรายินยอมพร้อมใจไปกับศิวัฒน์นั้นบรรดาเพื่อนก็ยังคงค้างคาใจอยู่ว่าเพราะอะไรทำไมเธอยอมขึ้นเตียงไปกับเขาได้
“นี่แกคิดว่าฉันเที่ยวกับคนอื่นรึไง”
“ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันแค่สงสัยก็แค่ครั้งเดียวติดได้ไงวะ”
“แกรู้ได้ยังว่าครั้งเดียว คืนเดียวแต่หลายครั้งก็ได้ปะวะ”
คนที่นั่งหมดแรงจากการอาเจียนบอกพลางหัวเราะ เหมือนเรื่องที่กำลังพูดถึงเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร
“ยังจะมาทำพูดเล่นอีกนะแก แล้วนี่แกจะเอายังไงต่อไป แกจะไม่บอกคุณศิวัฒน์เขาจริง ๆ เหรอวะ”
อินทุอรฟังเพื่อนรักแล้วอดต่อว่าให้ไม่ได้
“ไม่จำเป็นต้องบอก ถึงบอกไปก็เท่านั้นปะวะ แกก็รู้อยู่ว่าเขาเจ้าชู้นอนกับผู้หญิงมากี่คน อีกอย่างวันนั้นฉันก็เป็นฝ่ายเข้าหาเองด้วย ขืนไปร้องห่มร้องไห้ให้เขามารับผิดชอบมีหวังฉันได้โดนเขี่ยออกมาสิไม่ว่า”
นพจิราให้เหตุผล มันก็จริงอย่างที่เธอพูดนั่นแหละ เพราะไม่มีใครรู้ได้เลยว่าคาสโนว่าหนุ่มผู้นั้นรู้สึกนึกคิดอะไร ถึงแม้ว่าเธอโพรไฟล์จะเริดเป็นถึงลูกสาวมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของไทยและแถบเอเชียอย่างท่านเจ้าสัวอนันต์ก็เถอะ หากแต่ศิวัฒน์เองก็ไม่ได้ด้อยไปจากเธอเลย
หากเทียบกันด้วยฐานะแล้วถึงเขาจะไม่ได้มีเท่าท่านเจ้าสัวอนันต์ แต่ก็จัดว่าอยู่ในกลุ่มเศรษฐีหน้าใหม่ในปัจจุบัน
ริมฝีปากกระจับแต่งแต้มด้วยลิบสติกสีแดงจัดตัดกับสีชุด ดวงตากลมโตที่แต่งแต้มสีสันไว้เข้ากับชุด ชายหนุ่มถึงกับจ้องหญิงที่กำลังเดินลงมาค้างไปชั่วขณะ“คืนนี้ยายหนูของป๋าต้องสวยเด่นที่สุดในงานแน่ ๆ”ผู้เป็นบิดาถึงกับออกปากชมทันทีที่ร่างเล็กเดินมาชั้นล่างตรงบริเวณห้องโถง“ถ้าคุณป๋าไปด้วย คืนนี้คุณป๋าก็ต้องหล่อที่สุดเหมือนกันค่ะ”คนโดนชมยิ้มน้อย ๆ ให้ พร้อมกับเข้ามาคล้องแขนผู้เป็นบิดาเอาไว้“คืนนี้ป๋ายกให้เป็นหน้าที่คุณศิวัฒน์แทนแล้วกัน ป๋ามันแก่แล้วคงสู้หนุ่ม ๆ เขาไม่ไหวหรอก”“จริง ๆ อย่างที่คุณบอกนะครับ ถ้าคุณท่านไปคืนนี้ผมก็คงต้องถอยเหมือนกันครับ”ได้ทีชายหนุ่มรีบพูดคล้อยตามหญิงสาวอย่างเอาใจทั้งว่าที่พ่อตาและเมียทางพฤตินัยของเขา“ไม่ต้องมายกยอกันอยู่เลย ไปกันได้แล้ว”ท่านเจ้าสัวจับมือบุตรสาวที่เกาะแขนตัวเองอยู่ ไปวางไว้ที่แขนของชายหนุ่มแทนหญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่าย ด้วยชุดและรองเท้าที่สวมใส่ เธอก็จำเป็นต้องอาศัยแขนแข็งแรงของเขาสำหรับเป็นที่ยึดในการก้าวเดินด้วยนับว่าเรียกเสียงฮือฮาให้กับนักข่าวได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อสองหนุ่มสาวเดินเข้างานทันทีที่ก้าวเข้าในงานไวน์ดินเนอร์การกุศลของคุณห
เวลาล่วงเลยไปจนถึงบ่ายเศษ ห้องหนังสือถูกเคาะเพื่อเป็นขออนุญาตดังขึ้นคนในห้องจำต้องวางหนังสือลงเมื่อประตูห้องถูกเปิดขึ้น“คุณจูนมามาถึงแล้วนะคะคุณหนู”คุณจูนที่นางเกสรเอ่ยถึง คือสาวประเภทสองเจ้าของห้องเสื้อดังที่นพจิราใช้บริการเป็นประจำ“ค่ะ”นพจิราวางหนังสือในมือลงแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนหยิบน้ำแตงโมที่ยังดื่มไม่หมดขึ้นมาดื่มจนหมดแก้ว“แม่ว่าคุณหนูทานของหวานเยอะเกินไปหรือเปล่าคะ ไม่กลัวอ้วนแล้วเหรอคะ”เมื่อเห็นร่างเล็กดื่มน้ำแตงโมที่ปั่นโดยเพิ่มความหวานจากหญ้าหวานเข้าอีกเท่าตัวจนหมด ก็อดที่จะทักขึ้นมาไม่ได้“ช่วงนี้สงสัยร่างกายคงขาดน้ำตาลมั้งคะ อีกสักพักคงหายอยาก ถึงตอนนั้นค่อยลดเอาค่ะ”คนโดนทักบอกพลางหัวเราะเสียงใส แล้วเข้าไปสวมกอดรอบเอวของผู้เป็นมารดาไว้ แล้วพากันเดินออกจากห้องไปยังห้องแต่งตัวที่เจ้าของห้องเสื้อรออยู่แล้ว“สวัสดีค่ะคุณเกสร คุณฟ้า”เจ้าของร้านออกแบบและตัดเสื้อผ้าแบรนด์รีบลุกขึ้นยืนแล้วยกมือไหว้ทำความเคารพในทันที่ ที่สองแม่ลูกเดินเข้ามาในห้อง“บอกกี่ครั้งแล้วคะว่าไม่ต้องไหว้ฟ้า เดี๋ยวฟ้าก็แก่เร็วกันพอดี”“แหมก็คุณฟ้าลูกค้าวีไอพีของจูนนี่คะ”เจ้าของห้องเสื้อบอกอย่
“ไงยายหนู คิดว่าเช้านี้จะไม่ได้ทานข้าวเช้ากับลูกสาวซะแล้ว” ท่านเจ้าสัวอนันต์ทักบุตรสาวที่เพิ่งมาร่วมโต๊ะอาหารเช้าด้วย ซึ่งออกจะผิดเวลาไปเล็กน้อย และดูเหมือนจะเป็นครั้งแรกด้วยที่เธอผิดเวลาเช่นนี้“ขอโทษนะคะที่ลูกผิดเวลา”“คุณหนูรับอะไรดีคะเช้านี้”แม่เกสรรีบถาม พร้อมกับขยับเก้าอี้ให้บุตรในการดูแลนั่งด้วย“ขอนมสดอุ่น ๆ สักแก้วค่ะ ออ ... ขอหวานหน่อยนะคะ”“หืม ... นี่ป๋าหูฝาดไปหรือเปล่า ยายหนูจะดื่มนมหวาน ๆ”“ไม่ผิดหรอกค่ะช่วงนี้ลูกอยากกินแต่ของหวาน”“เอ้า ๆ อยากกินก็กิน”ท่านเจ้าสัวตัดบท แล้วยกชาขึ้นจิบมือก็เปิดอ่านหนังสือพิมพ์อ่านข่าวไปด้วย ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันของท่านอยู่แล้ว“นักข่าวนี่หูตาไวจริง ๆ เลย”ท่านเจ้าสัวอนันต์เปรยขึ้น เมื่อเห็นข่าวบุตรสาวของตัวเองกับศิวัฒน์แน่นอนว่าข่าวไม่พ้นการไปดินเนอร์กับเขาเมื่อคืนนี้“นี่อย่าบอกนะคะว่ามีข่าวลูกกับคุณศิวัฒน์”แค่เปรยมาแค่นั้น คนตกเป็นข่าวก็พอจะรู้แล้วท่านเจ้าสัวอนันต์พับหน้าหนังสือพิมพ์ลง แล้วยิ้มให้กับบุตรสาวตรงหน้า“คุณศิวัฒน์เป็นยังไงบ้าง ดูแลลูกดีไหมเมื่อคืน”ผู้เป็นบิดาเลิกให้ความสนใจกับข่าว กลับมาให้ความสนใจกับบุตรสาวแทนในข่
ด้วยความสวยโดดเด่นประจวบทางผู้จัดละครค่ายยักษ์ใหญ่ต้องการผู้สนับสนุนในการสร้างละคร จึงได้ทำการติดต่อขอสปอนเซอร์กับท่านเจ้าสัวโดยตรง และได้มาพบกับนพจิรา ทางค่ายละครจึงเชิญให้เธอเป็นนักแสดงกิตติมาศักดิ์ในละครเรื่องนั้นแม้หญิงสาวจะเข้าฉากกับพระเอกซุปสตาร์ชื่อดังได้เพียงแค่ไม่กี่ฉาก แต่กลับเรียกกระแสจากเหล่าบรรดาคลับได้ไม่น้อย ชนิดที่เรียกว่าดังกลบนางเอกของเรื่องก็ไม่ผิดความน่ารักสดใสของทั้งคู่ทำเอาแฟนคลับพากันเชียร์ออกหน้าออกตาจับคู่กันนอกจอ ที่เรียกกันว่า ‘คู่จิ้น’ มาจนถึงปัจจุบันไม่ผิดหรอกที่ศิวัฒน์จะไม่รู้จักหญิงสาวมาก่อน ถึงแม้จะมีสาว ๆ ที่อยู่ในวงการควงคู่บ่อย ๆ ทว่าเรื่องข่าวันบันเทิงเขาไม่เคยได้มีเวลาติดตาม บางข่าวที่รู้ก็ล้วนแล้วมาจากคู่ควงของเขาที่บอกเล่าหรือพูดให้ฟังบ้างเวลาเจอหน้ากันและเขาก็เพิ่งรู้ว่าหญิงสาวมีข่าวกับซุปสตาร์ชื่อดังก็วันที่เขาเห็นข่าวผ่านทีวีเมื่อประมาณสองอาทิตย์ก่อนนั่นแหละหลังจากคืนวันนั้นศิวัฒน์เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เขาพยายามสืบหาว่าสาวนิรนามที่ทำให้เขาติดใจในค่ำคืนนั้นเป็นใคร แม้เธอจะหายไปโดยไม่ทิ้งล่องลอยใด ๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะตามหานพจิราเป็นส
ปิดท้ายด้วยอาหารที่ดูเหมือนจะธรรมดาแต่ค่อนข้างหากินได้อยาก มันยากตรงที่หาแบบออริจินัลได้ยาก และเป็นเมนูโปรดของนพจิราที่สุด ก็คือกะหล่ำปลีผัดน้ำปลา กลิ่นน้ำปลาแท้เตะจมูกทำเอาคนชอบถึงกับรอบกลืนน้ำลายเลยทีเดียว“คราวนี้พอจะเชื่อหรือยังว่าผมรู้ใจคุณ”ชายหนุ่มบอกยิ้ม ๆ รู้สึกภูมิใจ เพราะเชื่อว่าเขาเรียกคะแนนจากผู้หญิงคนนี้ได้อยู่บ้างนั่นแหละ“ก็แค่ถามแม่เกสร”หญิงสาวไม่ได้ยอมรับในความสามารถตรงนี้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องยากที่จะหาข้อมูล“เฮ้อ ... จะชมกันหน่อยก็ไม่ได้”จากคำพูดทำเอาคนที่เพิ่งภูมิใจในความสามารถของตัวเองเมื่อครู่ถึงกับผ่อนลมหายใจออกมา“ก็มันเรื่องจริงนี่คะ เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องยาก”นพจิรารอบยิ้ม เมื่อเห็นสีหน้าอีกฝ่าย“ไม่ใช่เรื่องยาก แต่นี่ผมตั้งใจเลยนะคะ”ได้ทีทำเป็นอ้อนเอาดื้อ ๆ ซะอย่างนั้นนพจิราได้แต่ยิ้ม มือก็ตักกะหล่ำปลีผัดน้ำปลาชิมเป็นอย่างแรก“อร่อยนะคะ”ทันทีที่ตักของโปรดเข้าปาก เธอก็เอ่ยปากชมเปราะทันทีต้องยอมรับว่าถูกปากมาก โดยปกติเมนูนี้สีก็ดูไม่ค่อยน่ารับประทานอยู่แล้ว หากคนไม่เคยกินจะมีคำถามว่ามันอร่อยเหรอ มีแค่กะหล่ำปลีกับน้ำปลาแค่นั้นทว่าเมนูนี้มันขึ้นอยู่กับเ
“อืมมม ...” ชายหนุ่มปล่อยเสียงครางอย่างพึงใจออกมาท่ามกลางความเงียบเขายังคงบดริมฝีปากอยู่พักใหญ่ ก่อนจะถอนริมฝีปากออกจากปากเล็กอย่างยากเย็น ตาคมจ้องมองร่างเล็กที่เวลานี้ยังคงนอนนิ่งไร้ซึ่งฤทธิ์เดชอย่างที่เคยมี“ตกลงจะออกไปท่านข้าวเย็นกับผม หรือจะอยู่ในห้องให้ผมจูบอยู่แบบนี้ ออ ... แต่บอกก่อนนะว่าไม่จบแค่จูบแน่นอน”ทั้งน้ำเสียงและแววตานั้นเจ้าเล่ห์ชัดเจน“คุณก็ปล่อยฉันสิ”น้ำเสียงติดจะเขิน ๆ ทำให้คนได้ยินถึงก็ยิ้มกริ่ม“หรือผมจะเปลี่ยนใจไม่ไปกินข้าวเย็นดี กินคุณในห้องนี้ดีกว่าไหมนะ”“นี่คุณ”อีกฝ่ายรีบประท้วงนัยน์ตาเขียวปัดเลยทีเดียว“ผมล้อเล่น รีบไปแต่งตัวนะคะคนดี ผมให้เวลาครึ่งชั่วโมง”ศิวัฒน์กดริมฝีปากเข้าที่แก้มนวลอย่างอีกครั้งก่อนยอมปล่อยให้ร่างเล็กเป็นอิสระนพจิรารีบลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไปทันที่เป็นอิสระ ชาหนุ่มได้แต่มองแล้วหัวเราะกับท่าทางของหญิงสาวอย่างนึกชอบใจที่แกล้ง และทำให้เธอยอมเขาได้สำเร็จดินเนอร์อย่างเป็นทางการครั้งแรก ศิวัฒน์เลือกเป็นภัตตาคารในโรงแรมหรูใจกลางเมือง เมื่อรถหรูเคลื่อนมาจอดที่หน้าโรงแรม เพียงแค่เขาก้าวลงจากรถพนักงานฝ่ายต้อนรับก็แทบจะยืนเรียงพร้อมหน้าก
ตัวศาลาที่ทั้งหมดนั่งคุยและกินของว่างด้วยกันเป็นศาลาที่ติดแอร์ มีกระล้อมรอบเอาไว้ ทว่ากระจกนั้นจะเป็นกระแบบที่คนข้างนอกมองเข้ามาจะไม่เห็นอะไร ยกเว้นคนด้านที่จะมองเห็นด้านนอกอย่างชัดเจน“ร้ายนักนะ ฝากไว้ก่อนเถอะคุณฟ้า”ชายหนุ่มคาดโทษเอาไว้ มือพลางลูบบริเวณแขนที่ถูกกัดนั้นด้วย เจ็บไหมแน่นอนว่าเจ็บ แต
ปกติแล้วนางเกสรก็ไม่เคยขัดใจอะไรท่านเจ้าสัวหรอก หากแต่เรื่องนางอยากให้บุตรในการดูเป็นคนเลือกเองน่าจะดีกว่า รู้อยู่ว่าคนอย่างเจ้าสัวอนันต์ไม่มีทางเลือกสิ่งไม่ดีให้หรอก เพราะท่านเป็นคนกว้างขวางกว่าจะได้เข้ามานั่งร่วมโต๊ะอาหารได้แบบนี้ก็คงโดนสืบประวัติมาอยู่ไม่น้อยอีกอย่างนางเคยบอกไปแล้วว่าจะไม่ขอยุ่
“คิดถึงลูกสาวที่สุดเลย”ท่านเจ้าสาวใช้มือทั้งสองข้างประคองใบหน้าหญิงสาวเอาไว้อย่างทะนุถนอม ก่อนหอมที่แก้มทั้งสองข้างราวกับว่าอีกฝ่ายยังเป็นเด็กน้อย“ลูกโตแล้วนะคะ คุณป๋ายังจะมาหอมลูกแบบนี้อีก ไม่อายแขกบ้างเหรอคะ”เจ้าของแก้มนวลบอกพลางหัวเราะ เธอไม่ได้สนใจกับแขกของผู้เป็นบิดาเลยด้วยซ้ำ“ก็ป๋ารักของป
ศิวัฒน์ค่อย ๆ บดริมฝีปากอย่างแผ่วเบาก่อนจะทวีความหนักหน่วง ร้อนรุ่มและลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับดันร่างนพจิราติดผนังห้อง และใช้ลำตัวแข็งแรงของตัวเองกดร่างบางไว้ไม่ให้ดิ้นหนีมือข้างหนึ่งโอบรอบเอวบางไว้ ส่วนอีกข้างกระชากดึงเอาชุดที่ร่วงหล่นไปอยู่รอบเอวบาง เพียงครู่เดียวชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวก็ลงไปก







