Se connecter“พี่ก็คงจะเข้มงวดนิดหนึ่ง เพราะพี่ไม่อยากให้ใครทำลูกสาวเราร้องไห้แบบที่พี่เคยทำกับโม”โมรินหัวเราะออกมาตามตรง“นี่คิดไปถึงตอนที่ลูกมีแฟนแล้วเหรอคะ”“ใช่ครับ” เขาพูดจริงจัง“พี่จะเป็นคนคัดกรองเอง”“พี่พันนี่…” เธอส่ายหน้าเขานิ่งไปครู่หนึ่งแล้วถามกลับเบา ๆ“แล้วโมล่ะครับ…อีกสิบปีข้างหน้า อยากเห็นอะไรที่สุด”เธอเงียบคิด มองเข้าไปในบ้านที่มืดลง มีเพียงแสงโคมไฟหัวเตียงลอดออกมาจากห้องลูกนิด ๆ“โมอยากเห็น…บ้านหลังนี้ยังมีเสียงหัวเราะแบบนี้อยู่ค่ะ” เธอตอบ“ไม่จำเป็นต้องดังเท่าเดิมก็ได้ เพราะลูกโตขึ้น…แต่แค่อยากให้รู้ว่าถ้าวันไหนใครเหนื่อย ทุกคนยังเดินกลับมาที่นี่แล้วรู้สึกว่า ‘ไม่ต้องเก่งก็ได้’”พันไมล์มองเธอนิ่งคำตอบของเธอทำให้เขาอยากโอบกอดมากกว่าที่เคย“แล้ว…อยากเห็นพี่ไหมครับ”“ต้องถามด้วยเหรอคะ” เธอตอบเสียงเบา“ถ้าไม่มีพี่ บ้านนี้ก็คงไม่ครบแล้วเหมือนกัน”เขายิ้ม แล้วขยับตัวเข้ามาชิด เอื้อมมือมากุมมือเล็กของเธอไว้ นิ้วโป้งลูบหลังมือเธอเบา ๆ“งั้น…พี่จะอยู่ตรงนี้ให้ครบสิบปีแรก แล้วค่อยต่อสัญญาไปอีกสิบปีนะครับ”“สัญญาแบบไหนคะ”“สัญญาแบบที่ไม่ได้เขียนบนกระดาษ” เขาก้มลงจูบหลังมือเธอ“แต่เขี
“ก็พี่พันทำตัวน่ารักทุกวันนี่คะ…โมเลยให้ผ่านค่ะ”เขาก้มลงจูบข้างแก้มเธอนุ่ม อุ่น และจริงใจที่สุด“พรุ่งนี้พี่จะน่ารักขึ้นอีกนะครับ”“ลองดูค่ะ”เขายิ้มและกอดเธอจากด้านหลังแน่นขึ้นนิดหนึ่งคืนนี้…เป็นคืนที่ทั้งบ้านหลับสนิทและเป็นคืนที่หัวใจของสองคนเข้าใกล้กันมากขึ้นอีกหนึ่งก้าวเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นแต่เช้าวันนี้ไม่ใช่เช้าธรรมดาแต่เป็น “วันแรกของการขึ้น ป.1” ของลูกสาวโมรินกำลังติดกระดุมเสื้อนักเรียนสีขาวให้ลูกคอปกรีดเรียบ กระโปรงจีบยังดูแข็ง ๆ เพราะเพิ่งแกะป้ายใหม่“แน่นไปไหมคะ แม่” เด็กหญิงเงยหน้าถามตาแป๋ว“พอดีเลยค่ะ โตอีกนิดเดียวเดี๋ยวก็เต็มชุดพอดีแล้ว” โมรินหัวเราะเบา ๆพันไมล์เดินเข้ามาจากประตูถือแก้วนมอุ่นมืออีกข้างหิ้วกระเป๋านักเรียนใบใหม่ที่เขาตั้งใจเลือกเองกับมือ“คุณนักเรียนคนสวยของพ่อ พร้อมหรือยังครับ”ลูกสาวยิ้มกว้างจนตาหยี“พร้อมค่ะ! วันนี้พ่อกับแม่ต้องไปส่งหนูถึงห้องเลยนะคะ”“ครับผม” เขายื่นแก้วนมให้“ดื่มก่อนนิดหนึ่ง จะได้มีแรงไปเรียน”เด็กหญิงยกแก้วขึ้นจิบแล้วเหลือบตาไปมองพ่อ“พ่อคะ…”“ครับ”“พ่อจะมารับหนูด้วยไหมคะ”พันไมล์นิ่งไปชั่วอึดใจ เพราะคิดถึงตารางงานในหัว
โมรินออกมายืนที่ระเบียง ห้องพักมองเห็นทะเลลาง ๆ ในความมืด มีเพียงแสงไฟจากรีสอร์ตส่องสว่างบริเวณใกล้ ๆพันไมล์เดินออกมาตามหลัง เธอได้ยินเสียงประตูเลื่อนเบา ๆแล้วก็รู้สึกถึงผ้าคลุมบาง ๆ ที่เขาเอามาคลุมไหล่ให้“เดี๋ยวไม่สบายครับ ลมแรง”“ขอบคุณค่ะ”เขายืนเคียงข้าง มองออกไปทางทะเลสักพัก ก่อนจะหันมาถามเบา ๆ“คิดอะไรอยู่ครับ”“คิดว่าตัวเอง…โชคดีจังค่ะ”“เพราะได้มาเที่ยวทะเลเหรอครับ”“เพราะได้มายืนตรงนี้…กับคนเดิม แต่หัวใจคนละแบบ”พันไมล์เงียบไปชั่วครู่เหมือนคำพูดนั้นไปกระทบอะไรลึก ๆ ในใจเขา“โมครับ”“คะ”“พี่จะไม่ถามแล้วนะครับว่าโมให้อภัยพี่หมดหรือยัง เพราะพี่รู้ว่ามันไม่แฟร์กับโมเลยที่จะให้ตอบคำนี้แน่ ๆ”เธอหันไปมองเขา“แต่พี่อยากบอกโมไว้ตรงนี้ว่า ต่อให้ในใจของโมยังมีรอยแผลเล็ก ๆ จากสิ่งที่พี่ทำในอดีต พี่ก็จะไม่หนีมันไปไหนพี่จะอยู่ตรงนี้…ค่อย ๆ เยียวยามันไปเรื่อย ๆ ด้วยการใช้ชีวิตดี ๆ ร่วมกัน”โมรินเม้มปาก“ตอนนี้มันไม่ใช่แผลเปิดแล้วค่ะพี่พัน…มันคือรอยแผลเป็นที่เตือนว่าเราเคยผ่านอะไรมาด้วยกัน”เธอสูดหายใจลึก แล้วพูดต่อ“แต่ทุกครั้งที่โมมองรอยแผลนั้น…โมไม่เจ็บเท่าเมื่อก่อนแล้ว เพราะทุกวัน
“ก็…อยู่สิคะ” เธอหัวเราะเบา ๆ“แน่นอนครับ พี่ไม่ไปไหนแล้ว”เย็นวันหนึ่ง หลังกลับจากพาลูกสาวไปโรงเรียนและทำงานผ่านไปครึ่งวันพันไมล์กลับบ้านเร็วกว่าเดิมตั้งใจช่วยอาบน้ำลูกชายโมรินเตรียมอ่างน้ำเล็ก ๆ อุณหภูมิกำลังดีเธอห่อผ้าเช็ดตัวไว้อยู่บนตักพันไมล์ยืนอยู่ข้าง ๆสีหน้าตื่นเต้นราวกับต้องอาบน้ำให้ลูกเป็นครั้งแรกในชีวิต“ระวังนะคะ จับหัวก่อน”“ครับ ๆ ๆ หัวต้องมาก่อน” เขาพูดเหมือนท่องบทเรียน“แล้วก็ต้องประคองคอด้วยค่ะ”“ครับ คอด้วยสงสัยพี่จะตื่นเต้นมากไปหน่อย”เธอหัวเราะ“พี่พันทำได้อยู่แล้วค่ะ โมเชื่อพี่นะ”คำว่า โมเชื่อพี่นะเหมือนเป็นกำลังใจชิ้นใหญ่ที่เขาไม่เคยได้ยินจากเธอง่าย ๆ ในอดีตพันไมล์มองลูกน้อยในมือค่อย ๆ ใช้น้ำลูบหัว ลูบแขนทำทุกอย่างอย่างเบามือที่สุดเท่าที่มนุษย์ชายคนหนึ่งจะทำได้ระหว่างนั้น เขายังมองโมรินเป็นระยะเหมือนขอความมั่นใจจากสายตาเธอเธอยิ้มให้แบบอุ่นที่สุด“เก่งมากค่ะพี่พัน”เขาเผลอยิ้มออกมากว้างจนแก้มขึ้นสันนิด ๆ“พี่ฝึกจากวิดีโอหลายรอบเลยนะครับเมื่อคืน” เขาแอบสารภาพเบา ๆโมรินหัวเราะลั่น“จริงเหรอคะ!”“จริงครับ…พี่อยากทำให้ได้ดีเหมือนโม”เธอยิ้มอ่อนโยนมากเห
“ใช่ครับ” เขารับทันทีแบบไม่อาย“และจะหลงมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย”สวนสาธารณะเล็ก ๆ นอกเมืองในตอนเช้า แสงแดดนุ่ม ลมพัดอ่อน ๆช่างภาพยกกล้องขึ้น เล็งมาทางครอบครัวสี่คนที่ยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าโมรินแต่งชุดเดรสลูกไม้สีครีมอ่อน ผมเกล้ามัดต่ำเรียบง่ายพันไมล์ใส่เชิ้ตกับกางเกงสแลคสีสุภาพ ไม่ผูกเนกไท แต่แขนเสื้อพับขึ้นนิด ๆ ดูสุภาพแต่ไม่แข็งเกินไปลูกสาวใส่เดรสคล้ายแม่ ลูกชายตัวน้อยใส่บอดี้สูทสีอ่อนที่ยายเลือกให้“โอเค เดี๋ยวขอรูปครอบครัวก่อนนะครับ ยืนใกล้กันหน่อยค่ะ คุณพ่อโอบเอวคุณแม่ไว้ได้เลย” ช่างภาพบอกพันไมล์ไม่รอให้ต้องบอกซ้ำเขาโอบเอวโมรินอย่างนุ่มนวลคนด้านในอุ้มน้องไว้ส่วนลูกสาวยืนจับชายกระโปรงแม่ไว้แน่น“พร้อมนะครับ…หนึ่ง สอง สาม ยิ้ม!”เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นหลายครั้งติดกัน“ขออีกมุมหนึ่งนะครับ คุณพ่อมองหน้าคุณแม่ คุณแม่มองลูกสาว ลูกสาวมองน้อง…ส่วนลูกชายมองกล้องครับ”ทุกคนหัวเราะ เพราะรู้ดีว่า “ลูกชายมองกล้อง” นี่คุมไม่ได้แน่แต่สุดท้าย ภาพที่ออกมากลับดูเป็นธรรมชาติที่สุดช่วงหนึ่ง ช่างภาพขอให้ถ่ายคู่เฉพาะโมรินกับพันไมล์“งั้นคุณพ่อลองยืนข้างหลัง กอดคุณแม่ไว้หลวม ๆ นะครับ”พันไมล์ทำตาม
“ยังไม่ได้แต่งเลยนะคะ”“แต่พี่มีแหวนแล้ว” เขายกนิ้วเธอขึ้นมา“ถือว่าเป็นเจ้าสาวในใจพี่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ”คะ…คำพูดคนอะไรหวานชะมัดเธอต้องใช้หมอนกดหน้าตัวเองครู่หนึ่งเพื่อซ่อนความเขินเขาหัวเราะเบา ๆ แล้วลุกขึ้นไปดูเตียงน้องช้อนตัวลูกน้อยขึ้นมาแนบอกอย่างคล่องแคล่ว“ตัวเล็กของพ่อ ตื่นหรือยังครับ ดึก ๆ ส่งเสียงดังจนพ่อคิดว่าจะไม่ไหวแล้วนะ”โมรินขำ“เมื่อคืนพี่พันก็หลับสนิทดีนี่คะ”“ก็พี่ต้องให้เมียได้พักเต็มที่สิครับ” เขายักคิ้ว“แต่ลูกนี่สิ…ร้องทีสะดุ้งกันทั้งบ้าน”พันไมล์อุ้มลูกอย่างทะนุถนอม เดินไปส่งให้โมรินแล้วเริ่มทำกิจวัตรของเช้าที่เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญไปแล้วต้มน้ำร้อนอุ่นนมต้มโจ๊กเบา ๆ สำหรับโมรินและเตรียมชามซีเรียลสำหรับลูกสาวคนโตบ้านหลังนี้…เต็มไปด้วยกลิ่นของครอบครัวจริง ๆไม่ใช่แค่ความอบอุ่นจอมปลอมเหมือนวันเก่า ๆเมื่อทุกอย่างพร้อม พันไมล์จูงมือโมรินไปขึ้นรถเบาะหลังมีลูกสาวคนโตนั่งผูกเชือกรองเท้าแบบงง ๆ และน้องที่อยู่ในคาร์ซีต“พ่อคะ วันนี้พ่อไปส่งหนูใช่ไหมคะ”“ครับ พ่อจะไปส่งทุกวันจนหนูบอกว่าไม่ต้องการพ่อแล้วแหละ”“ไม่มีวันค่ะ!” เธอตอบเสียงดัง ทำเอาทั้งรถหัวเราะ
ลมเย็นของปลายฤดูฝนพัดผ่านหน้าต่างห้องครัวของบ้านหลังเล็กกลางชานเมือง “บ้านหลังใหม่” ที่พันไมล์เพิ่งจัดการปรับปรุงให้โมรินกับลูกสาวอยู่กันอย่างสบาย เขายืนพิงเคาน์เตอร์ครัว มองหญิงสาวที่กำลังก้มหน้าเป่าแก้มลูกสาวตัวน้อยที่กำลังงอแงเพราะต้องทำการบ้านคณิตศาสตร์เสียงหัวเราะอ่อน ๆ ของเด็กหญิงดังขึ้น เมื
โมคุยกับลูกแล้ว ยายหนูดีตามใจโมค่ะ เราอยู่ด้วยกันมาแบบแชร์ความรู้สึกของกันและกัน ช่วยเหลือและประคับประคองทุกอย่างมาด้วยกัน โมตัดสินใจแบบนั้น ยายหนูดีก็ไม่ได้ว่าอะไรค่ะ แกมีความสุขกับการทำงานและการใช้ชีวิตค่ะ ส่วนเรื่องเรียนของแกก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะโมจะพาลูกกลับมาเรียนที่ไทยเหมือนเดิม”“โมเก่งมากน
“คุณพ่อ” พันไมล์ครางออกมา“ลุกขึ้นมากินข้าวกินปลา ดูแลตัวเองให้ดี เขากลับมาเมื่อไหร่จะได้เห็นว่าแกเป็นผู้เป็นคนมากกว่านี้”“คุณพ่อ” พันไมล์ครางออกมาอีกครั้ง“ฉันเป็นพ่อแก ถึงเราจะไม่ค่อยลงรอยหรือความเห็นไม่ตรงกัน เพราะแกสนิทกับแม่ของแกมากกว่าฉัน แต่ฉันก็รักแก เพราะแกเป็นลูกของฉันนะพันไมล์” ประโยคนั
พงศ์พูดกับภรรยาให้สงบจิตสงบใจเสียบ้าง แม้จะเข้าวัดเข้าวา ทำบุญสุนทาน หรือช่วยเหลือการกุศลต่าง ๆ แต่พอกลับถึงบ้าน พิมพ์ประภาได้เห็นลูกเป็นทุกข์ก็เป็นทุกข์ตามไปด้วย“ค่ะคุณ ฉันเข้าใจแล้ว แต่อดที่จะสงสารลูกไม่ได้น่ะค่ะ”“คนเรามีผิดพลาดกันได้ มีเสียใจกันได้ แต่ผมเชื่อว่าลูกต้องผ่านไปให้ได้ ความรู้สึกดี







