เข้าสู่ระบบ“ดีใจที่ได้เจอกันอีก” เชียร์เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“อื้ม เราไปเตรียมตัวเข้าห้องสอบกันเถอะ”
“ยังไงก็ขอให้โชคดีนะ” เชียร์ภาวนาให้กับตัวเองและไอติม
“เหมือนกัน ขอให้พวกเราสอบผ่านกันทั้งคู่ เพี้ยง”
สองสาวเคยเจอกันครั้งแรกตอนเปิดบ้านวิศวะเมื่อหลายเดือนก่อน และเชียร์ก็เป็นคนชวนเธอกินข้าวด้วยกัน วันนั้นไอติมจึงไม่ได้ไปกินมื้อเที่ยงกับพัตเตอร์
สอบครึ่งเช้าเสร็จไอติมก็รีบลงไปหาคนที่บอกจะมารอด้านหน้าตึก ส่วนเพื่อนใหม่น่ะโตแล้ว ก็คงหาเพื่อนกินข้าวเองได้ ยังไงคนที่เธอชอบก็สำคัญกว่า
“ตัวเองจะพาเค้าไปกินข้าวที่ไหนเหรอ”
“ไปร้านป้ามาลัยแล้วกัน”
พัตเตอร์พาเธอไปยังร้านอาหารตามสั่งเจ้าโปรดที่เปิดให้บริการตรงข้ามกับมหาวิทยาลัย หากช่วงไหนที่เบื่อกับข้าวในโรงอาหาร พวกเขาก็มักจะมากินที่ร้านนี้เป็นประจำ
“ร้านนี้ผัดกะเพราอร่อยมาก เมนูอื่น ๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน”
“แนะนำขนาดนี้ก็ต้องสั่งผัดกะเพราแล้วค่ะ แต่ขอเป็นทะเลนะ”
“เอาไข่ดาวด้วยไหม”
ไอติมพยักหน้าและคลี่ยิ้มอย่างน่ารัก ขนาดออกจากบ้านมาแต่เช้า ทว่าเธอก็ยังคงสดใส พลันทำให้คนนอนดึกอย่างเขารู้สึกสดชื่นไปด้วย
พัตเตอร์หยิบปากกามาจดเมนูผัดกะเพราไข่ดาวสองจานลงบนกระดาษ คนตัวเล็กกินแบบธรรมดา ส่วนผู้ชายตัวโตอย่างเขากินแบบพิเศษ จากนั้นก็นำไปให้ป้ามาลัยที่ควงตะหลิวผัดอาหารในกระทะ แวะไปตักน้ำแข็งใส่แก้วสองใบ กลับมานั่งที่โต๊ะก็หยิบน้ำขวดมาเทลงในแก้ว รอไม่นานอาหารที่สั่งก็มาวางอยู่ตรงหน้า
“หืม อร่อยจริงด้วย” พอตักเข้าปากคำแรกไอติมทำตาโตจ้องมองคนตรงหน้า ปากก็เคี้ยวตุ้ย ๆ
“ถ้าเบื่อกับข้าวในมหา’ ลัย พวกพี่ก็จะพากันมากินที่นี่”
“เคยพาผู้หญิงมาด้วยไหมคะ”
“ก็บอกว่ายังไม่มีแฟน จะให้พาใครมาล่ะ”
เธอคลี่ยิ้มแต่ไม่พูดอะไร ใช้ช้อนตักอาหารเข้าปากต่อ
เมื่อครู่เป็นเพียงคำถามหยั่งเชิงว่า เขาจะหลุดพูดถึงเรื่องคนรักหรือไม่ แต่ถามไปถึงสองครั้ง พัตเตอร์ก็ยังตอบออกมาโดยไม่ลังเล แสดงว่ายังไม่ได้คบใครจริง ๆ
“มื้อนี้เค้าเลี้ยงนะ ถือเป็นการขอบคุณที่ต้องคอยมาดูแล”
“เก็บตังค์ไว้กินหนมเถอะ ค่าข้าวแค่ไม่กี่บาท เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง”
“แสนดีจัง คิดไม่ผิดที่เค้าเลือกตัวเอง”
“ยังคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่อีกเหรอยัยเตี้ย ท่องเอาไว้ว่าพี่เป็นพี่ชาย”
“ไม่ต้องมาย้ำหรอกน่า วันนี้เป็นพี่ชาย แต่วันข้างหน้าก็ไม่แน่ว่า ตัวเองอาจจะชอบเค้าขึ้นมาก็ได้”
“หวังสูงมันก็ดี แต่ระวังเวลาตกลงมามันจะเจ็บ”
เขาเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี ถึงอย่างไรพัตเตอร์ก็ยังมองเธอเป็นเพียงแค่น้องสาว
ไอติมเงียบไปชั่วขณะ ทว่าคำเตือนของเขาก็เพียงแค่ฟังหูไว้หู
เรื่องของความรู้สึกมันห้ามกันได้ที่ไหน เธอรู้ใจตัวเองว่าชอบผู้ชายคนนี้
แต่เขาจะชอบเธอหรือไม่นั้นก็ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอนาคต
อย่างน้อยตอนนี้พัตเตอร์ก็ยังไม่มีใคร เรียกว่าโสดสนิท เธอเองก็มีสิทธิ์ที่จะจีบ
“ตัวเองแวะร้านค้าให้เค้าหน่อย”
“อือ” พัตเตอร์ขานรับในลำคอ ก่อนจะพาคนตัวเล็กไปยังร้านสะดวกซื้อที่เปิดขายในมหาวิทยาลัย
ไอติมเลือกไอศกรีมมาสองแท่ง จ่ายเงินเสร็จก็เดินออกมาด้านนอก แล้วพากันนั่งตรงเก้าอี้ไม้ตัวยาวที่ตั้งวางอยู่ด้านข้างร้าน เธอก็ยื่นไอศกรีมให้คนตัวสูงแท่งหนึ่ง แล้วแกะซองนั่งกินตรงนั้น
“นึกถึงตอนเด็ก ๆ เลยนะคะ เมื่อก่อนเค้าก็ชอบซื้อไอติมมาแบ่งตัวเอง”
“แล้วดูซื้อให้พี่สิ โคตรไม่เข้ากับหน้าเลย”
เขาหล่อ มาดนิ่งขรึม แขนทั้งสองข้างเต็มไปด้วยรอยสัก ปกติไม่เคยมานั่งกัดไอศกรีมแท่งแบบนี้ในมหาวิทยาลัย ลุคที่สร้างมาเสียหายหมด
“คิกคิก เอาน่า ไม่มีใครว่าหรอกค่ะ ถ้าว่า เดี๋ยวจะตบปากให้”
“ทำเป็นเก่งนะยัยเตี้ย อีกหน่อยเป็นน้องใหม่ก็ต้องทำตัวดี ๆ จะได้ไม่มีปัญหากับคนอื่น”
“รู้แล้วค่า เค้าทำตัวดีอยู่แล้ว ถ้าไม่มีใครมาหาเรื่องก่อน อีกอย่างเค้ามีตัวเองคอยปกป้องไง จะกลัวอะไรล่ะ”
มือหนาเลื่อนขึ้นมาโยกศีรษะของเธอเบา ๆ อย่างมันเขี้ยว ยัยตัวแสบเป็นคนที่ไม่ยอมให้ใครมารังแกตั้งแต่เด็ก เรื่องนี้เขาไม่ค่อยเป็นห่วงเท่าไร คิดว่าเธอคงเอาตัวรอดในการเข้ามหาวิทยาลัยได้เป็นอย่างดี
กินไอศกรีมหมด เขาก็เดินไปส่งเธอที่หน้าห้องสอบ ก่อนจะแยกตัวออกไปเรียน
ในช่วงบ่ายมีสอบถึง 15.30 น. เป็นเวลาที่พัตเตอร์เลิกเรียนพอดี เขาก็ได้ขับรถไปส่งไอติมที่บ้าน เพราะตอนก่อนมาได้คุยกันแล้วว่าไม่ต้องซื้อตั๋วขากลับ ส่งเธอเสร็จก็กลับเพนต์เฮาส์ทันที
“เรื่องของฉันเอาไว้ก่อน วันนี้ฉันตั้งใจมาหาหลาน” มายูบอกปัด ก่อนจะหันไปมองน้องสะใภ้แล้วคลี่ยิ้ม“พี่ยินดีด้วยนะไอติม เธอนี่เก่งมาก ตัวเล็กแค่นี้ แต่อุ้มท้องหลานของพี่ได้ตั้งสองคน”“ขอบคุณค่ะพี่มายู”“แล้วตั้งชื่อลูกว่าอะไรเหรอ”ไอติมอมยิ้มหันมองสามี ทั้งสองได้ปรึกษากันว่าอยากให้ชื่อของลูกมีพยัญชนะชื่อของเขาและเธอ ซึ่งก็หลักการเดียวกับที่พ่อแม่ของเขาตั้งให้กับพัตเตอร์และมายูลูกชายฝาแฝดจึงมีชื่อว่า “อาเธอร์กับแพทริคค่ะ”*****“อาเธอร์ แพทริค ลงจากรถกันได้แล้วค้าบ”ไอติมเอ่ยกับลูกชายด้วยเสียงอ่อนเสียงหวาน เลื่อนมือปลดเข็มขัดออกจากตัวลูกฝาแฝดที่นั่งอยู่บนเบาะนิรภัยสำหรับเด็ก ก่อนจะอุ้มอาเธอร์ส่งให้กับสามีพัตเตอร์ที่ยืนรอนอกรถก็เลื่อนแขนออกมารับลูกชาย ทั้งยังฉวยโอกาสหอมแก้มเมียรักฟอดหนึ่ง มุมปากกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจไอติมคลี่ยิ้มส่งสายตามองค้อนเล็กน้อยที่อีกฝ่ายชอบทำแบบนี้นอกบ้าน แม้จะแต่งงานกันมาหลายปี ทว่าสามีก็ยังสม่ำเสมอ เมื่อก่อนเคยรักและดูแลเอาใจใส่เธอยังไง วันนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้นนับตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล ไม่เคยมีวันไหนที่พัตเตอร์จะปล่อยให้เธอเหน็ดเหนื่อย ตื่นมาป้อนนมลูกในช่วงดึก
หลังกลับจากฮันนีมูนที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทั้งสองครอบครัวก็นัดกินข้าวที่ห้องอาหารของโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง“ถ้าไม่ติดว่าหนูไอติมยังเรียนอยู่ แม่ก็อยากจะอุ้มหลานไว ๆ” พระพายเอ่ยกับลูกสะใภ้“เอาไว้รอหนูเรียนจบ ค่อยให้พี่พัตเตอร์ปั๊มหลานให้นะคะคุณแม่”หญิงสาวเอ่ยตอบใบหน้ายิ้มแย้ม ด้วยนิสัยร่าเริง ครอบครัวของสามีจึงรักใคร่เอ็นดูเธอมาตั้งแต่เด็ก และมองเธอเปรียบดั่งลูกสาวคนหนึ่ง“พอถึงเวลานั้น พัตเตอร์ก็อย่าทำแต่งานล่ะ เดี๋ยวพวกพ่อ ๆ แม่ ๆ จะไม่ได้เห็นหน้าหลานกันพอดี” มะนาวเอ่ยกับลูกเขย“ไม่ต้องห่วงครับ ยังไงน้องก็มาเป็นอันดับหนึ่ง ผมจะไม่บ้างาน แล้วรีบกลับบ้านทุกวันเลยครับ”“เด็กสองคนนี้นี่เข้ากันดีจริง ๆ ว่าไหม คุณโยธิน” มาคัสกระตุกยิ้มเอ่ยกับพ่อของไอติม“อืม เห็นแบบนี้ผมก็วางใจ” โยธินเอ่ยตอบ ก่อนจะหันไปมองลูกเขย“ยังไงพ่อก็ต้องฝากน้องด้วยนะ” แม้ประโยคนี้จะเคยหลุดออกจากปากมาหลายครั้ง ทว่าพ่อที่ฟูมฟักเลี้ยงลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้านมาตั้งแต่ลืมตาดูโลก ก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี“ครับคุณพ่อ ผมจะดูแลน้องเป็นอย่างดี”พัตเตอร์เอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาของเขามั่นคง เต็มไปด้วยความรักที่มีต่อลูกสาวของพว
พัตเตอร์โอบประคองแฟนสาวที่แต่งตัวเซ็กซีจนใจสั่นไหวไปนั่งในรถสปอร์ตคันหรู หากไม่ติดว่ามีเขามานั่งคุม คงไม่ปล่อยให้เธอสวมเสื้อสายเดี่ยวสีครีมเอวลอย ด้านข้างเป็นเชือกมัดไขว้กันไปมาแล้วผูกเป็นโบว์ตรงปลาย คู่กับกระโปรงสีดำจีบทวิสความยาวกลางหน้าขา จนต้องถอดเสื้อแจ็กเก็ตออกมาคลุมไหล่เอาไว้เพราะไม่อยากให้ใครเห็นผิวขาว ๆ ของเธอ โดยเฉพาะก้อนซาลาเปาที่ถูกเขาทั้งบีบขย้ำและดูดดึงทุกคืน ที่โผล่พ้นบราและเสื้อสายเดี่ยวเห็นเป็นเนินชัดเจนทั้งสองคนอยู่ในรถตรงจุดจอดที่มีเพียงแสงสลัวจากหลอดไฟส่องสว่างด้านนอก ภายในตัวรถที่ติดฟิล์มดำมืดไม่สามารถมองผ่านเข้ามาได้ คนตัวเล็กที่ถูกน้ำเมาครอบงำสติก็เริ่มซุกซน หันใบหน้าแดงก่ำพร้อมกับดวงตาหวานเยิ้มจ้องมองแฟนหนุ่ม“ผัวขา อยากกินกล้วยจัง”ไม่ว่าเปล่า มือเล็กเลื่อนมาตะปบเข้าที่เป้ากางเกงของพัตเตอร์ หนุ่มหล่อที่เมามากเช่นกัน และอยากจัดการคนขี้ยั่วใจจะขาด ชักจะอดใจไม่ไหว“อยากกินก็ข้ามมาสิครับ”พัตเตอร์ปรับเบาะเลื่อนไปด้านหลัง ประคองคนตัวเล็กย่อตัวนั่งลงตรงพื้นที่ว่างหลังพวงมาลัย มือเล็กจัดการกับกางเกงของเขา ช้อนดวงตาเย้ายวนขึ้นมองแฟนหนุ่มใบหน้าสีเลือดฝาดเลื่อนเข้าไปตร
“กูขอให้พวกมึงมีเมียกันเร็ว ๆ จะได้เลิกสันดานเอาไม่เลือก”“โถ่ ไอ้เพื่อนเวร กูยังไม่อยากมีเมียตอนนี้เว้ย” เจย์ขมวดคิ้วมุ่น โต้กลับพัตเตอร์อย่างไม่เห็นด้วย“ถ้าคลั่งรักแล้วเป็นแบบมึง กูขอเจ้าชู้แล้วได้ควงสาวไม่ซ้ำหน้าดีกว่าว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า” คนรักสนุกอย่างมาร์คหัวเราะราวกับไม่สนอะไรตามมาด้วยเสียงของไรอัน “นั่นดิ ชีวิตมีสีสันดีออก ไม่ต้องไปผูกติดกับใคร”“แม่ง แต่ละตัว ดี ๆ กันทั้งนั้น” พัตเตอร์ส่ายหน้าให้เพื่อนทั้งสาม“ว่าแต่มึงจะขอน้องไอติมแต่งงานเมื่อไหร่” มาร์คเอ่ยถาม เจย์กับไรอันก็หันมาจ้องพัตเตอร์ด้วยความอยากรู้“เรียนจบแล้วแต่งเลย” พัตเตอร์เอ่ยตอบ“งั้นก็อีกสองปีกว่า” มาร์คคิดว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม ถึงตอนนั้นไอติมก็เรียนจบพอดี ทว่าเพื่อนดันโต้กลับน้ำเสียงจริงจัง“หมายถึงกูเนี่ยที่เรียนจบ ใครจะไปรอถึงขนาดนั้นวะ”ทุกวันนี้เขาหวงไอติมมาก ไม่อยากให้แฟนสาวอยู่ใกล้ใครเลย แต่ก็เข้าใจได้ว่าเธอต้องมีเพื่อน มีรุ่นพี่ และรุ่นน้องที่เป็นผู้ชาย แต่ถ้านิ้วนางของเธอสวมแหวนแต่งงาน ไอ้คนพวกนั้นจะได้ระวังตัวเวลาเข้าใกล้ผู้หญิงของเขา“ไอ้ห่านี่ใจร้อนฉิบ กลัวไม่ได้แต่งเมียหรือไงวะ ฮ่าฮ่าฮ่า” ไรอันเอ่ยแซว
หญิงสาวขบเม้มริมฝีปากสวย จ้องมองเขาด้วยสายตาเย้ายวน มือเล็กสอดเข้าไปใต้เสื้อยืดสีดำ ลูบไล้หน้าท้องที่มีซิกซ์แพ็กเป็นลอนงาม ก่อนจะแวะที่ตุ่มไตหน้าอกทั้งสองข้าง พัตเตอร์ขนกายลุกซู่ไม่เป็นตัวของตัวเอง“อืม… ยั่วขนาดนี้ ก็ถอดเลยเถอะ”ใบหน้าหล่อเชิดขึ้นเปล่งเสียงครางต่ำในลำคอ เจ้ามังกรผงาดเป็นลำใหญ่อยากมุดเข้าหาร่องสาวคับแคบจนอดใจไม่ไหว คนตัวเล็กยังแกล้งโน้มใบหน้าลงมาซุกไซ้ซอกคอ ก่อนจะดูดดึงผิวกายสร้างรอยความเป็นเจ้าของเธอเลื่อนเข้าไปกระซิบเสียงแผ่วริมใบหู “ถอดกางเกง แล้วกระแทกขึ้นมาสิคะ”พัตเตอร์ไม่รอช้า แฟนสาวเชื้อเชิญขนาดนี้ เอวสอบยกลอยขึ้น ขณะที่ไอติมใช้เข่าดันเพื่อยกตัวให้เขาจัดการกับกางเกงได้สะดวก ส่วนเธอก็ถอดชั้นในตัวบางออกไปทางเรียวขาขาวเนียนมือหนาหยิบเครื่องป้องกันบนหัวเตียงมาสวมใส่ จับลำท่อนใหญ่ชักรูดเตรียมความพร้อม ตั้งรอให้ไอติมกดสะโพกลงมากลืนกินเข้าไปในรูสวาทจนมิดลำหนุ่มหล่อขยับเอวสอบ กระแทกน้องชายเข้าใส่ร่องสาวของคนด้านบน คนตัวเล็กรู้งาน โน้มตัวมาด้านหน้า วางมือบนที่นอน ขย่มขึ้นลงในจังหวะเดียวกัน ส่งผลให้เกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังระรัว“อ๊ะ อ๊ะ อึก อื้ม สะ เสียว ที่รัก อ๊ะ
เปิดภาคเรียนแรกของปี 4 พัตเตอร์และเพื่อนก็ได้แยกย้ายกันไปฝึกสหกิจ ส่วนแฟนสาวตอนนี้ก็ขึ้นปีที่ 2 แล้วเขาได้ให้สัญญากับไอติม แม้ช่วงพักเที่ยงจะไม่สามารถแวะมากินข้าวด้วยกันได้เหมือนเมื่อก่อน แต่ทุกเย็นหลังเลิกเรียนจะมารับเธอกลับอย่างแน่นอนรถสปอร์ตคันหรูจอดอยู่หน้าตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ มือหนาหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงขณะนั่งอยู่ในรถ กดเข้าแชทแล้วพิมพ์ข้อความส่งไปหาคนของใจPutter: มาถึงแล้วครับไม่นานเธอก็ตอบกลับมาI-tim: กำลังลงไปค่ะใบหน้าหล่อกระตุกยิ้มมุมปาก เก็บโทรศัพท์ไว้ที่เดิม ก่อนจะเปิดประตูก้าวลงไปยืนพิงประตูรถ ทันใดนั้นน้องใหม่ปีหนึ่งที่ยังไม่เคยพบหน้า และไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ก็ส่งเสียงกรี๊ดแผ่วเบาขณะเอ่ยซุบซิบและมองมาทางพัตเตอร์ พากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พวกเธอกำลังมองหนุ่มหล่อเจ้าของรอยสักที่แขนทั้งสองข้าง แม้เขาจะทำหน้านิ่ง ทว่ากลับทำให้หัวใจของพวกเธอสั่นไหวอย่างแปลกประหลาด“กรี๊ด… พวกแก หล่อ กร้าวใจมาก”“นั่นใครอะ เท่สุด ๆ”“เข้าไปขอคอนแท็กต์ดีปะ”“ไม่ดีหรอก คนนี้น่ะมีเจ้าของแล้ว”ขณะที่บรรดาน้องใหม่กำลังทอดแววตาเปล่งประกายจับจ้องไปยังแฟนหนุ่มของเธอ ไอติมก็เดินออกจากลิฟต์มา
ช่วงพักเที่ยงไอติมและเพื่อนก็พากันไปกินข้าวที่โรงอาหารของคณะเหมือนทุกครั้ง ทว่าครั้งนี้แก๊งพี่ว้ากซื้อกับข้าวเสร็จก็พากันมานั่งรวมกับพวกเธอพัตเตอร์รู้สึกผิดมาตลอดหลายวัน เขาอยากคุย อยากปรับความเข้าใจ อยากชดเชยเรื่องวันเกิด แต่ยังหาโอกาสไม่ได้ จึงต้องใช้เวลานี้เพื่อมาอยู่ต่อหน้าคนตัวเล็กไอติมมีสีห
พวกเธอนำทุกอย่างมาจัดวางไว้บนโต๊ะ แล้วมานั่งรวมตัวกัน หยิบแก้วน้ำสีอำพันของตัวเองยื่นออกไปชนแก้ว“แฮปปีเบิร์ดเดย์นะไอติม กูขอให้มึงมีความสุข”“ขอให้เรื่องเลวร้ายผ่านพ้นไป ต่อจากนี้มีแต่เรื่องดี ๆ ผ่านเข้ามา”“ขอให้มึงสวย ๆ รวย ๆ มีผู้หน้าตาดีเข้ามาดามใจ”“ขอบใจพวกมึงมากเลยนะ ขอบคุณที่มาอยู่เป็นเพื่
หลังจากวันหยุดยาวช่วงสิ้นปี นักศึกษาก็กลับมาเรียนกันอย่างคึกคัก ช่วงที่ผ่านมาไอติมไม่ได้ไปกินข้าวกับกลุ่มของพัตเตอร์อีก ทว่าเธอก็ยังไม่ได้ถอนตัวจากเรื่องตามจีบ เพียงแค่คิดว่าควรเว้นช่องว่างให้อีกฝ่ายได้หายใจคล่อง ไม่ทำตัวงอแงเหมือนเด็ก หรือคอยไปเกาะแกะเขาทุกเที่ยงวันเหมือนที่แล้วมาในยามว่างเธอก็ส่
พัตเตอร์ก้มมองคนตัวเล็กที่ไม่ยอมผละตัวออกไปเสียที นี่กำลังอ่อยเขาอยู่หรือไง ถึงไม่รู้ว่าผู้ชายกับผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นคนรักกัน ไม่ควรใกล้ชิดกันขนาดนี้“ทำอะไรน่ะ”“ขออยู่แบบนี้อีกสักพักได้ไหม หน้าตัวเองเวลามองใกล้ ๆ ผิวเนียนมาก ปากตัวเองก็…”ไอติมยังไม่ทันได้เอ่ยจบประโยค พัตเตอร์ก็จับแขนของเธอทั้งสอ







