LOGINอึก อึก อึก!
ปึก!
"อ๊าส์~ ขมมากจริง"
เสียงหวานบิดปากเสียงสูงหลับตาซึมซับรสชาติขมบาดคอของเครื่องดื่มรสเข้มที่เพิ่งกระดกลงไป ไหล่บางสั่นสะท้านพร้อมกับส่ายหัวไปมาสองสามครั้งก่อนจะกลับมาโฟกัสกับสิ่งรอบกายอีกครั้ง
ตอนนี้ข้าวแป้งกำลังนั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ภายในคลับที่ชอบมาเป็นประจำ ดวงตากลมหยาดเยิ้มเพราะฤทธิ์ของเหล้าเพียวยี่ห้อดังที่เพิ่งยกกระดกกวาดมองรอบกายพลางโยกตัวตามเสียงเพลงไปด้วย อารมณ์กรุ่นโกรธอยากจะระบายออกมาเหมือนผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อได้เจอกับเสียงเพลงดังอึกทึกกระตุกใจดวงน้อยให้เต้นตามและเครื่องดื่มที่ชื่นชอบ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่คลายความโกรธในใจไปได้ทั้งหมด
ช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้เธอตั้งใจมาดักรอเซน่อนทุกวัน ไม่เว้นแม้แต่วันที่ต้องทำงานแต่หนุ่มหล่อที่เข้ามาอยู่ในความคิดถึงตลอดเวลากลับเงียบหายไปเหมือนคนไร้ตัวตนตั้งแต่แรก เบอร์ที่เขาให้ไว้ก็ติดต่อไม่ได้ ไร้คนรับสาย แอบหงุดหงิดคิดว่าคงถูกเขาเทแล้วไอ้คำว่าจะตบรางวัลให้มันไม่มีอยู่จริงเลย
วันนี้ไม่ได้หวังว่าจะเจอกับคนที่อยากเจอเพราะมันหลายวันเลยที่เขาหายหัวไปวันนี้จึงอยากจะเมามากกว่า...
"น้องเอาแบบนี้มาอีกแก้วค่ะ"
ข้าวแป้งยกมือสั่งบาร์เทนเดอร์สุดหล่อที่ทำหน้าที่ชงเหล้าให้ลูกค้า หนุ่มร่างโปร่งเงยหน้าขึ้นมองเธอเพียงนิดพร้อมกับสายตาลังเลแต่ก็ยอมพยักหน้าชงเหล้าให้ตามที่คนตัวเล็กสั่ง รอเพียงไม่นานแก้วเหล้าสีอำพันทองเหลืองก็ถูกวางลงมาตรงหน้าอีกครั้ง
"แก้วสุดท้ายนะครับ พี่เมาแล้ว"
"อื้อ~ ไม่เป็นไรหรอก เมาเราก็ลากพี่กลับไปด้วยสิ" เสียงหวานบิดเล็กเอ่ยทีเล่นพร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดสายตาหยาดเยิ้มหว่านเสน่ห์ไปอีกที เธอมาที่นี่บ่อยจนบาร์เทนเดอร์ยังจำได้แล้ว
"ผมคิดจริงจังได้ไหมเนี่ย" บาร์เทนเดอร์หนุ่มส่ายหน้ายิ้มๆ ยอมรับมุกเล่นด้วย นั่นทำให้ข้าวแป้งที่กำลังอยู่ในอาการกรึ่มหลุดเสียงหัวเราะออกมาเสียงดัง ยกแก้วเหล้าที่เพิ่งถูกวางตรงหน้าขึ้นดื่ม
กายเล็กโยกตามเสียงเพลงอย่างเมามันส์เมื่อสติเริ่มจะไม่คงที่ หลายวันก่อนเพราะอยากเจอกับคนที่หายหน้าไปติดต่อไม่ได้เธอจึงงดละสิ่งที่ชอบไปก่อน แค่จิบๆ พอ แต่วันนี้เธอจะสนุกให้มันสุดเหวี่ยงไปเลย เมาไหนนอนนั่นนี่ถึงจะไม่สนิทกับเจ้าของคลับแต่เธอเคยไปโชว์ตัวให้กับเขาดูแล้วว่าเธอเป็นเพื่อนเมียเพื่อนเขา หวังว่ามันจะช่วยอะไรได้บ้างอ่ะนะ
แหวะ!
ข้าวแป้งสนุกอยู่กับน้ำมึนเมาและความครื้นเครงได้สักพักใหญ่ๆ ก็ต้องรีบมองหาที่ระบาย แหวกผู้คนแน่นขนาดในช่วงวันศุกร์ไปยังห้องน้ำก็ต้องเค้นตาปรือมองแถวยาวเหยียดด้วยความหงุดหงิดใจ แล้วก็ต้องรีบวิ่งออกมาจากคลับเพราะอาหารของกินมากมายที่ยัดเข้าไปมันกำลังจะทะลักกลับออกมาทางเดิม
ร่างเล็กโก่งคออาเจียนอยู่หน้าคลับพุ่มไม้เตี้ยสูงเพียงหัวเข่าสวย สติสะลึมสะลือถูกฉุดรั้งออกมาเพียงนิดพอให้ได้รักษาภาพพจน์บ้าง เธอไม่ได้เมาถึงขั้นจำอะไรไม่ได้สติก็ยังอยู่ดีเพียงแต่แค่ประคองร่างให้ยืนตรงๆ ไม่ได้และบังคับความรู้สึกนึกคิดของตัวเองได้ไม่ดีเท่าที่ควรเท่านั้นเอง
"เป็นอะไรไหมครับ"
ในจังหวะที่กำลังนั่งหอบหายใจเพราะการโก่งคออาเจียนอย่างหนักก็มีเสียงทุ้มน่าฟังของใครบางคนแทรกเข้ามาพร้อมกับขวดน้ำเปล่าที่ถูกยื่นมาให้
ข้าวแป้งแหงนหน้ากลับมองเจ้าของขวดน้ำ ฉีกยิ้มแก้มปริให้แล้วคว้าน้ำจากมือใหญ่มาอย่างไม่อิดออด ใจส่วนลึกมันค้านแต่มือและร่างกายมันไปก่อนแล้ว
"ให้ผมช่วยอะไรไหม"
"อยากช่วยหรืออยากได้อะไรกันแน่คะ" เสียงหวานยานยาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับร่างเล็กที่หยัดกายขึ้นยืน ความมึนทำให้ต้องเซถอยหลังสองก้าวแต่โชคดีที่มีมือใหญ่ของผู้ชายด้านข้างมาช่วยประคองไว้ก่อน
"ถ้าบอกว่าอยากได้อย่างอื่น... คุณจะให้ไหม" ทุ้มเสียงอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นนิดๆ ดวงตาวิบวับเปล่งประกายอย่างไม่ปกปิด
ข้าวแป้งยิ้มหน้าแป้นเปิดฝาขวดออกแล้วยกขึ้นกรอกปากโดยยังไม่ได้พูดอะไร ปล่อยให้มือหนาที่ประคองร่างไว้ลูบไล้เบาๆ ไม่ได้ปัดออกเลยทีเดียว
"ว๊า น่าเสียดายจังที่ข้าวมีแฟนแล้วไม่งั้นคงจะให้ได้.."
"ผมไม่ถือ.. วันไนท์สแตนด์" ใบหน้าคมโน้มลงมาหาหวังกดปากลงกับกลีบปากเอิบอิ่มคลี่ยิ้มน้อยๆ แต่ต้องหยุดค้างเพราะฝ่ามือน้อยที่ยกขึ้นมาคั่นกลางไว้ได้ทันเสียก่อน
"ผัวข้าวเป็นมาเฟียนะคะ เป็นเพื่อนเจ้าของคลับนี้ด้วย" บิดยิ้มหว่านเสน่ห์ขืนกายออกจากอ้อมแขนอุ่นที่ตอนนี้รู้สึกเย็นจนขนลุกซู่ แต่ก็ยังคงใบหน้ายิ้มแย้มไม่แสดงอาการใดออกไป
เหมือนคำพูดเธอจะทำให้หนุ่มหล่อชะงักไปเล็กน้อย ใครจะไม่รู้ว่าเจ้าของคลับนี้มีเพื่อนเป็นมาเฟีย แถมยังเป็นเจ้าของคาสิโนเงินกู้ที่เจ้าเล่ห์และโหดที่สุดด้วย แต่.. อาศัยแค่ลมปากของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวใครจะเชื่อ
"งั้นผมคงจะเป็นมาเฟียคนนั้น" ยกยิ้มก้าวหาร่างบางอีกครั้ง เงาสูงปิดร่างเล็กเพียงปลายคากไว้จนมิด แต่มันกลับไม่ได้ทำให้หญิงสาวหลุดอาการใดออกมาเลย นอกจากแค่นหัวเราะเบาๆ
ข้าวแป้งกลืนน้ำลายลงคอ รู้ตัวเองดีว่าตอนนี้เมาในระดับไหน ถึงสติจะยังดีอยู่แต่ด้วยพละกำลังการยืนที่ยังเซของเธอคงจะหนีไม่รอดแน่ ไม่น่าเล่นใหญ่เลยถ้าจะรู้ว่าเป็นแบบนี้ไปได้
ในขณะที่กำลังเค้นหาหนทางจากสมองมึนๆ ดวงตากลมก็กลอกมองลอดออกจากเงาสูงของชายตรงหน้า หัวใจดวงน้อยโลดเต้นแรงขึ้นมาฉับพลันคล้ายคนเป็นโรคหัวใจเพียงเห็นเงาคุ้นเคยของใครบางคน ครั้งนี้เธอไม่พลาดเป้าแน่ถ้าพลาดอีกคราวนี้คงจบเห่กันจริงๆ ยิ่งตอนนี้เริ่มรู้สึกไม่เป็นตัวเองแล้วด้วยสิทั้งที่เมื่อครู่ยังครองสติดีได้อยู่ในระดับหนึ่งเลย
"เฮีย~ หนูอยู่ทางนี้~"
เสียงหวานตะโกนเรียกเจ้าของเงาร่างสูงใหญ่รีบวิ่งกระแทกชนไหล่คนตรงหน้าไปหาเป้าหมายทันที ทำให้ชายหนุ่มเจ้าของขวดน้ำที่เจ้าหล่อนยกดื่มไปครึ่งขวดต้องเอี้ยวตัวมองตามร่างเล็กๆ ที่วิ่งเซไปหา แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาตอนเห็นกลุ่มคนในชุดสีดำสนิทที่กำลังเดินมาทางนี้ ยอมเลี่ยงจะเดินออกไปจากบริเวณนี้เองเมื่อเกิดย้อนนึกไปถึงสิ่งที่หญิงสาวประกาศเมื่อครู่
ปึก!
สองแขนเปิดอ้ากว้างวิ่งเข้ามากระแทกกอดร่างแกร่งเอาไว้แน่น กลิ่นกายหอมๆ เฉพาะตัวของเขาทำให้คนเมามั่นใจว่าเธอไม่พลาดเป้าเหมือนครั้งก่อนจริงๆ หัวใจดวงน้อยยังเต้นแรงสั่งร่างกายให้สั่นตามอยู่เลย
เซน่อนกลอกตาด้วยความเบื่อหน่ายยกมือขึ้นมาแกะแขนเล็กมือน้อยให้หลุดออกไปจากร่างกาย อุตส่าห์คิดว่าจะมาผ่อนคลายความเครียดหลายวันมานี้แต่นี่มันกลับเพิ่มความหงุดหงิดให้เข้าไปอีก
"ปล่อย!"
"อื้อ.. ไม่เอา หนูจะไม่ดื้อไม่หนีเที่ยวอีกแล้ว"
"เป็นบ้าอะไรวะ! เมาก็กลับไปนอน"
เสียงเข้มตวาดใส่หน้าคนตัวเล็กอย่างไม่รักษาน้ำใจด้วยความหงุดหงิด แต่เจ้าตัวกลับยังคงกอดรัดกายแกร่งเอาไว้แน่นอยู่แบบนั้น
ข้าวแป้งกัดปากเบาๆ ด้วยใจสั่นระรัว รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแปลกๆ จะว่าเป็นเพราะแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปก็ไม่น่าใช่ เธอถือว่าเป็นนักดื่มสาวคนหนึ่งเลยด้วยซ้ำแต่ก็ยังไม่เคยมีอาการแบบนี้เลยสักครั้ง
กลิ่มหอมๆ ของน้ำหอมผู้ชายแบรนด์ดังบวกกับกลิ่นบุรุษเพศของเซน่อนทำให้ร่างกายเธอร้อนรุ่มไปหมด จุดอ่อนไหวร้อนวูบวาบเสียวท้องน้อยอยากจะสอดหมุดเข้าไปเกาเขี่ยมันเพื่อให้หายรู้สึกเสียแต่เดี๋ยวนี้
"อื้อ~ ร้อนจัง~" ปากก็ห้ามเอาไว้ไม่อยู่หลุดครางเสียงกระเส่าออกมาจนได้
"มาดึงตัวออกไปดิ๊!"
มาเฟียหนุ่มจิ๊ปากอย่างหงุดหงิดกับมือตุ๊กแกที่เกาะหนึบแกะยังไงก็ไม่หลุด แต่พอลูกน้องจะเข้ามาหาคนตัวเล็กก็รีบก้าวขึ้นมาเผชิญหน้ากันอย่างรวดเร็ว สองมือคลายออกจากเอวแกร่งยกขึ้นมาคล้องรอบลำคอหนาเอาไว้พร้อมกับเขย่งตัวขึ้นมาประกบปากทาบลงบนเรียวปากหยักอย่างรวดเร็วตามความต้องการ
แต่เพียงแค่ไม่ถึงห้าวินาทีที่ปากสองคนประกบแนบแน่นกันด้วยซ้ำร่างเล็กก็ถูกเหวี่ยงลงไปบนพื้นอย่างแรงทำจุกเจ็บก้นกบไปหมด
"ทำบ้าอะไรของเธอวะ!"
เซน่อนสบถออกมาอย่างเดือดดาลที่ถูกล้ำเส้น ดวงตาคมวาวโรจน์จ้องคนตัวเล็กที่นั่งหน้านิ่วบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บอยู่บนพื้นแข็ง สองแก้มแดงก่ำลามไปถึงใบหูและลำคอ มันไม่ได้เกิดจากความเจ็บของการถูกเหวี่ยงแต่มันเกิดจากอารมณ์กระสันที่เริ่มปลุกปั่นความต้องการเธอต่างหาก
"อาการเหมือนโดนยานะครับนาย"
ลูกน้องที่รับหน้าที่ดูแลเจ้านายแทนมือขวาชั่วคราวหลุบมองหญิงสาวเพื่อนน้องสาวนายเพียงนิดแล้วอธิบายอาการตามที่ตาเห็นด้วยใบหน้านิ่ง
"ลากตัวไป"
มาเฟียหนุ่มไม่ได้สนใจตวาดสั่งลูกน้องด้วยความหัวเสียพร้อมกับจะเดินเข้าไปในคลับ ยกมือแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตบนกายลงมาสองเม็ดคลายความร้อนอบอ้าวและความหงุดหงิด แต่ก็ต้องชะงักเท้าทันทีที่เสียงลูกน้องด้านหลังดังออกมา
"แล้วคุณข้าว... จะทำยังไงดีครับ" ที่ถามเพราะอาการน่าเป็นห่วงของหญิงสาว หากเป็นคนอื่นคงจะจัดการง่ายหน่อย แต่นี่เป็นเพื่อนรักของน้องสาวนายจะให้จัดการยังไง
"จิ๊! มึงไม่มีสมองคิดเอง?" หันกลับมาจิ๊ปากถามด้วยความหัวเสีย ยืนเท้าเอวจ้องหน้าลูกน้องนิ่ง
"เธอเป็นเพื่อนคุณหนู..."
เป็นอีกครั้งที่เซน่อนต้องกระแทกลมหายใจออกมาด้วยความขัดใจ เบือนหน้าออกจากใบหน้าลูกน้องที่แสดงถึงความลำบากใจแม้จะยังคงสีหน้านิ่งตามเดิมก็ตาม ดันลิ้นดุนกระพุ้งแก้มระบายความหงุดหงิดพ่นถอนหายใจหนักๆ
"ลุกขึ้นมา!" เสียงเข้มเอ่ยขึ้นก่อนฝ่ามือใหญ่จะกำรอบแขนเรียวเล็กของข้าวแป้งที่ยังคงนั่งบิดตัวอยู่บนพื้นด้วยความทรมาน ตอนนี้สติเธอไม่สามารถควบคุมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว มีเพียงร่างกายที่กำลังโหยหาการเติมเต็มจากบางสิ่งบางอย่างอย่างหนัก
ร่างเล็กถูกกระชากตัวปลิวเดินตามหลังร่างสูงแกร่งของมาเฟียหนุ่มตรงไปยังรถซีอาร์วีหุ้มเกราะอย่างดีโดยมีลูกน้องชายหนุ่มยืนบริการเปิดประตูรออยู่ก่อนแล้ว
---
"อือ~"ความเย็นตกกระทบลงบนผิวแก้มนุ่มปลุกคนที่กำลังนอนขุดคู้อยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาให้ตื่นมารับวันใหม่ ข้าวแป้งขยับริมฝีปากกลืนน้ำลายด้วยความรู้สึกกระหายน้ำค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความงัวเงียยกมือขึ้นมาขยี้ตาเบาๆ แสงสาดส่องเข้ามากระทบกับพื้นด้านล่างช่วงปลายเตียงทำให้สามารถมองเห็นรอบห้องได้ชัดมากขึ้นแม้ปิดม่านทึบเอาไว้ ดวงตากลมกวาดมองไปรอบห้องหาคนที่ควรจะนอนอยู่ด้วยกันแต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา ห้องน้ำก็เปิดกว้างโชว์ความว่างเปล่าจนนึกแปลกใจ"เฮีย~" เปล่งเสียงหวานแหบแห้งพร้อมกับหย่อนขาลงจากเตียง เอียงคอมองหาเผื่อเจ้าของชื่อจะเดินออกมาจากมุมไหนสักมุมที่เธอมองไม่เห็น แต่รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่เห็นเขาเดินออกมาสักทีไปไหนนะ เอ่ยถามตัวเองในใจแล้วหยัดกายจากเตียงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ยกมือขึ้นทุบศีรษะทุยเบาๆ ให้คลายความมึนก้าวเท้าเดินออกไปนอกห้องนอน ตอนนี้เธอต้องการหาน้ำมาดื่มดับกระหายคอแห้งก่อนส่วนเรื่องอื่นเอาไว้ทีหลังทันทีที่ประตูห้องนอนเปิดออกก็จะเจอกับโถงกว้างซึ่งมีไว้สำหรับนั่งเล่นและเป็นส่วนพักผ่อน มีตู้เย็นขนาดไม่ใหญ่มากนักตั้งอยู่ในโซนของบาร์น้ำซึ่งต้องเดินผ่านกลางห้องไปยังอีกฝั่ง
เกิดมาสักครั้งใครๆ ก็มีความฝันอยากใส่ชุดแต่งงานสีขาว อยากเป็นเจ้าสาวที่มีความสุขที่สุดแต่นั่นมันไม่เคยอยู่ในหัวของข้าวแป้งมาก่อน เธอคิดเพียงแค่อยากสนุกกับผู้ชายไปวันๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะเบื่อชีวิตแบบนั้นเมื่อไหร่จนกระทั่งวันที่ได้เจอกับพี่ชายเพื่อน ผู้ชายที่เข้ามาเปลี่ยนความคิดและชีวิตเธอดวงตากลมโตทอดมองชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดบนเรือนร่างเย้ายวนของพี่สะใภ้ภายในห้องแต่งตัว ริมฝีปากเอิบอิ่มเม้มเข้าหากันน้อยๆ คิดไปถึงวันที่ตัวเองได้เป็นเจ้าของชุดนั้นบ้าง วันนั้นเธอจะมีความสุขมากแค่ไหนกันเจ้าบ่าวร่างสูงใหญ่เดินเข้ามารับมือน้อยของตัวเองพาเดินขึ้นเวทีท่ามกลางแขกเหรื่อญาติพี่น้องด้านล่างที่ต่างมานั่งเป็นสักขีพยานรักของสองเรา..."ยัยข้าว! มัวแต่ใจลอยไปไหนเนี่ย""ห๊ะ!?""แกนี่จริงๆ เลย ทำไมอยากเป็นเจ้าสาวบ้างหรือไงเดี๋ยวฉันจะได้บอกเฮียให้ รับรองไม่เกินเจ็ดวันแกได้เป็นเจ้าสาวสมใจแน่"เสียงใสๆ ของเพื่อนรักที่นั่งอยู่ในห้องแต่งตัวด้วยกันดังขึ้นดึงสติที่กำลังหลุดลอยไปในงานวันแต่งของตัวเองออกมา ไม่พอนางยังแกล้งแหย่ให้เธอได้เขินจนหน้าแดงแปร๊ดด้วยการดักคอทางฝันหวานเธอให้คนนอกได้รู้ไปอีก ด้วยความที
"สรุปคือเฮียมาเจอพ่อกับแม่ข้าวก่อนหน้านี้แล้วเหรอ แถมยังบอกว่าเราเป็นแฟนกันด้วยเนี่ยนะ"เสียงหวานแกมไม่พอใจเอ่ยถามย้ำในสิ่งที่คนตัวโตด้านข้างเพิ่งเล่าให้ฟังหลังจากขบวนรถหรูสองคันเคลื่อนออกจากบ้านหลังใหญ่ของครอบครัวออกมาแล้ว ข้าวแป้งแทบจะไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินมา คำพูดที่ราวกับไม่ทุกข์ร้อนอะไรเหมือนว่าเธอกับเขามีสถานะพิเศษต่อกันเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้จริง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วตอนนั้นแม้แต่คำพูดดีๆ เขายังไม่เคยมีให้เธอเลยด้วยซ้ำ แล้วยังมีหน้ามาบอกครอบครัวเธอว่าเป็นแฟนเธอได้ยังไงกันเซน่อนหลุบจ้องดวงหน้าสวยยกมุมปากขึ้นแล้วพยักหน้าให้ยอมรับว่าสิ่งที่ตัวเองเพิ่งพูดไปกับสิ่งที่เจ้าหล่อนเข้าใจมันตรงกัน มือหนายกขึ้นมาปัดผมยาวทัดหลังหูให้เมินสายตาขุ่นเคืองไม่พอใจที่ใช้มองตัวเอง"เหตุผลล่ะคะ ถ้านับเวลาตามที่เล่ามาตอนนั้นก็น่าจะเป็นตอนที่ข้าวบอกว่าจะถอยออกมานี่ แล้วที่ทำไปต้องการอะไรหรือเดาไว้อยู่แล้วว่ายังไงข้าวก็ต้องยอมให้โอกาสเฮียงั้นเหรอ" เหมือนทุกอย่างอยู่ในแผนการของเขาทั้งหมดโดยที่เธอเพียงแค่เดินตามหมากที่เขาวางไว้เท่านั้นเอง"เหตุผลคือแค่อยากให้คนอื่นรู้ว่าเธอเป็นของเฮีย ส่วนที่
วันต่อมา..."ตอนนี้หนูอยู่โรงแรมแล้วค่ะ"ข้าวแป้งเอ่ยเสียงใสกับคนในสายพร้อมกับยิ้มทักทายพนักงานที่ยกมือไหว้เพราะคุ้นเคยกันดีเล็กน้อย ก่อนจะเดินมาหย่อนตัวลงบนโซฟานุ่มภายในโถงโรงแรมข้างเซน่อน อ้าปากรับหลอดดูดน้ำที่มาเฟียหนุ่มจับป้อนให้ดับกระหาย'ทำไมไม่ตรงกลับมาบ้านเลยล่ะลูกจะไปแวะโรงแรมทำไม'"หนู.. หนูแวะมาดูโรงแรมนิดหน่อยเองค่ะแม่เดี๋ยวก็จะออกแล้ว" ริมฝีปากเอิบอิ่มเม้มเข้าหากันปั้นคำโกหกบุพการีตาล่อกแล่ก เสมองออกไปเล็กน้อยหลบสายตาของคนตัวโตที่มุ่งตรงมา'เฮ้อ.. จริงๆ เลยลูกสาวคนนี้ แล้วนี่จะกลับมาทานข้าวเย็นกับแม่ใช่ไหม ไม่ใช่ว่าเที่ยวเล่นจนไม่ยอมกลับมาอีกแล้วนะ'"อีกเดี๋ยวหนูก็กลับแล้วทันข้าวเย็นแน่นอนค่ะ เออแม่คะแค่นี้ก่อนนะหนูขอเดินดูรอบๆ ก่อนเดี๋ยวจะรีบกลับเลยค่ะ ฝากของโปรดหนูไว้เยอะๆ ด้วยนะคะ"ได้ยินเสียงบ่นไม่จริงจังดังเล็ดลอดตามสายมาเบาๆ ก่อนคนปลายสายจะเป็นคนกดวางสายไปก่อน ข้าวแป้งพ่นลมหายใจออกปากเบาๆ อย่างโล่งอกที่แม่ไม่สงสัยอะไรมาก ปกติเธอก็จะนอนโรงแรมอยู่แล้วหากว่าพ่อกับแม่ไม่อยู่บ้านกัน เพราะมันสะดวกกว่าและขี้เกียจนั่งรถกลับบ้านด้วย แต่หากท่านอยู่บ้านเธอก็จะกลับไปนอนบ้านทุกค
"ยัยนาวก็มาที่แบบนี้เหมือนกันเหรอคะ""ไม่บ่อย ไอ้คาลอสมันหวงเมียมันมากเลยไม่ค่อยให้มาเห็นธุรกิจอะไรแบบนี้ของมันนัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยมาเลย"ข้าวแป้งพยักหน้ารับรู้กวาดสายตามองรอบบริเวณที่มีบอดี้การ์ดยืนประจำจุดรักษาความปลอดภัย และมีชายร่างสูงใหญ่กำลังขนลังไม้สำหรับใส่สินค้าลงจากเรือเข้าไปในโกดังเก็บของเสียงคลื่นทะเลกระทบฝั่งดังให้ได้ยินจังหวะเป็นระยะ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีมืดเพราะเป็นเวลาเกือบหนึ่งทุ่มแล้ว ความอุ่นที่สอดเข้ามากลางฝ่ามือเล็กเรียกหญิงสาวที่กำลังมองสำรวจรอบกายด้วยความตื่นเต้นอยากรู้อยากเห็นให้กลับมายังคนตัวโตด้านข้างอีกครั้งสองคนสบตากันเล็กน้อยก่อนจะเป็นข้าวแป้งที่เป็นฝ่ายกระชับฝ่ามือหนาด้วยมือเล็ก ยกมืออีกข้างขึ้นมากอดแขนแกร่งเอาไว้เอียงคอยิ้มน่ารักส่งให้ ทำให้เซน่อนหมุนเท้ากลับมาเผชิญหน้ากันยกมืออีกข้างที่ว่างเว้นขึ้นมาปัดผมข้างแก้มเนียนให้อย่างเบามือ"พร้อมยัง""พร้อมตั้งแต่รถเข้ามาด้านหน้าโน่นแล้ว""เป็นเมียเฮียอันตรายนะ วันๆ ก็ยุ่งอยู่แต่กับอาวุธของอันตรายแน่ใจนะว่าจะเข้ามาอยู่ในชีวิตเฮียจริง""มาถามตอนนี้ไม่ทันแล้วไหมคะก็พามาถึงนี่แล้ว อีกอย่างข้าวยังไม่ได้บอ
ความสุขของการตื่นเช้ามารับวันใหม่ของข้าวแป้งไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือว่าปัจจุบันนี้ก็คือการลืมตาขึ้นมาแล้วได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของพี่ชายเพื่อนที่นอนอยู่ด้านข้าง อ้อมแขนแสนอุ่นที่กำลังโอบกอดเธอเอาไว้ แพขนตาดกเรียงตัวสวย สันจมูกโด่งคมสัน ริมฝีปากหยักบางและ.. น่าสัมผัสนี้"อือ~"แรงกระชับแขนพร้อมกับเสียงครางอืออาในลำคอของเซน่อนทำข้าวแป้งที่กำลังกวาดสายตาสำรวจความหล่อเหลาตรึงตราใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบเจอเผลอชะงักมือที่ยกขึ้นมาหวังลูบสันจมูกคม ดวงตากลมเลื่อนขึ้นจากปลายจมูกเหนือริมฝีปากบางขึ้นยังเปลือกตาหนาสองข้างที่กำลังปิดสนิท ลมหายใจอุ่นเข้าออกสม่ำเสมอรินรดใบหน้าเป็นจังหวะ"นี่.. ข้าวรู้นะว่าเฮียตื่นแล้ว""...""ข้าวต้องกลับภูเก็ตสามสี่วันไปงานแต่งพี่ชาย เมื่อวานว่าจะทำงานวันสุดท้ายก่อนลายาวแต่กลับต้องมาหยุดเพราะเฮียอีกไม่รู้เขาจะไล่ข้าวออกหรือเปล่าไม่รู้""เมียคนเดียวเลี้ยงไหวน่า""ตื่นแล้วจริงด้วย""ยังไม่อยากลุก""แต่ข้าวต้องไปสนามบินก่อนสิบโมงเผื่อรถติดด้วยอีกสักครึ่งชั่วโมง ถ้าเฮียอยากนอนต่อก็ปล่อยข้าวลุกไปแล้วเฮียก็นอนไปสิ" เซน่อนพ่นลมหายใจออกแรงๆ ลืมตาขึ้นมามองคนช่างเจรจา คลายมือออ
ฉึก! "อ๊ากกกกก"เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังไปทั่วห้องอับชื้นชั้นใต้ดินภายในเขตท่าเรือโกดังเก็บสินค้า ภายในห้องอับชื้นเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดชวนคลื่นไส้อาเจียนมีร่างไร้วิญญาณของชายร่างใหญ่หลายรายนอนเกลื่อนทับถมกันแต่นั่นกลับไม่ได้น่ากลัวเท่ากับเจ้าของดวงตาคมกริบผู้ที่สั่งสังหารปลิดชีพคนเหล่าน
"อือ~"ความอึดอัดไม่สามารถขยับร่างกายได้ตามใจต้องการปลุกคนหลับใหลให้ตื่นขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด ดวงตากลมกลอกกลิ้งมองเพดานห้องมืดมีแสงสลัวจากด้านนอกลอดผ่านม่านเข้ามาบางเบาให้พอมองเห็นเพดานขาวบ้าง ลมหายใจถูกพ่นออกมาเสียงดังพร้อมกับความหนักอึ้งบนร่างกายที่พยายามจะดันออก ข้าวแป้งหันมองเจ้าของน้ำหนักบนต
ภายในรถยังคงปกคลุมไปด้วยความเงียบงันตลอดระยะทางตั้งแต่ทั้งสองขึ้นมานั่งด้วยกัน ข้าวแป้งหลุบตาลงยังสองมือที่ประสานกันบนตักอยากจะเอ่ยถามบางอย่างที่ค้างคาในใจออกไปแต่ก็ยังชั่งใจถึงคำตอบที่จะได้รับกลับมาเช่นกันลมหายใจถูกเจ้าของพ่นออกมาเบาๆ ขบฟันคมลงบนกลีบปากล่างหัวใจดวงน้อยเต้นแรงเป็นจังหวะถี่ระรัว"เ
"เฮ้อ~"เสียงถอนหายใจพร้อมกับร่างบางของข้าวแป้งที่ทิ้งตัวลงมาแผ่หลาบนเตียงนุ่มพลางหลับตาลงเบาๆ ความรู้สึกเมื่อยขบปวดแสบขัดทำให้เธออยากจะนอนนิ่งๆ อยู่แบบนี้ไม่ขยับเคลื่อนที่ไปไหนเลยหลังจากนั่งเอาใจทานมื้อเช้าด้วยการอุ่นอาหารที่สั่งเมื่อคืนมาเสร็จเซน่อนก็กลับไปทันที บทสนทนาเมื่อเช้าถูกพับเก็บไว้เพีย







