Share

เมียนิตินัย (100%)

last update Tanggal publikasi: 2025-11-13 19:50:32

ตอนแรกเซซาเรคิดว่าไอ้หมอหน้าอ่อนนั่นแค่อยากจะกวนประสาทเขา จึงตกปากรับคำว่าจะมาทานข้าวเย็นด้วย แต่ที่ไหนได้มันดันมาจริงๆ           

“เอาล่ะ…ย่าว่าเราย้ายไปที่โต๊ะอาหารกันดีกว่า ป่านนี้แม่บ้านคงจัดกับข้าวกับปลาใกล้จะเสร็จแล้วมั้ง มาพ่อเซต ชวนแขกของเรามากินข้าวด้วยกัน”

ครั้นสนทนากันพอหอมปากหอมคอคนแก่ก็เอ่ยขึ้น รายหลังสุดนางสอางค์ไม่ได้อยากจะเชื้อเชิญนักหรอก แต่ด้วยความที่เป็นเจ้าบ้านจึงไม่อาจไปไล่ตะเพิดแขกเป็นเด็กๆ ทำได้เพียงลอบสังเกตการกระทำของอีกฝ่ายอยู่เงียบๆ หากมีอะไรเกินพอดีก็อาจจะต้องมีการตักเตือนกันบ้าง        

หลังจากจูงมือหนูน้อยอัปสรสวรรค์เดินไปยังโต๊ะอาหารตามหลังผู้เป็นย่าซึ่งมีคุณหมอหนุ่มประคองทุกย่างก้าว อ้อนรักก็ขอตัวไปในครัวเพื่อยกอาหารออกมาช่วยแม่บ้าน เสร็จแล้วก็เดินไปล้างมือในห้องน้ำ ครั้นจะหมุนตัวกลับเข้าไปยังโต๊ะอาหาร ร่างอ้อนแอ้นก็ชนเข้ากับใครบางคนตรงหน้าห้องน้ำ   

“อุ๊ย!” เสียงหวานใสหลุดอุทานด้วยความตกใจ วินาทีถัดมาดวงตากลมโตก็มองสำรวจแผ่นอกกว้างตรงหน้า ไม่บอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายคือสามีของเธอ 

“หึ…ขวัญอ่อนจริงเชียว” น้ำเสียงห้าวห้วนมีแววเหน็บแนมในทีจนคนฟังเผลอชักสีหน้าด้วยความไม่ชอบใจ แค่หมุนไปชนเขาจำเป็นต้องหาเรื่องเธอด้วยหรือ คนอะไรขี้หงุดหงิดจนน่าหมั่นไส้     

“หลีกทางด้วยค่ะ”

“จะรีบไปหาไอ้หมอหน้าอ่อนนั่นหรือไง”

“คงใช่มั้งคะ พอดีว่าช่วงนี้ฉันเบื่อคนแก่ เพราะคนแก่ชอบทำตัวงี่เง่า เอาแต่ใจ ไร้เหตุผล” สาวน้อยเชิดคางขึ้น แล้วเอ่ยตอบโต้อย่างฉะฉานทั้งที่ในใจเต้นโครมคราม ด้วยนึกหวาดหวั่นกับการคุกคามของพ่อตัวโต และท่าทีอวดดีของแม่สาวเรียบร้อยผู้ซุกซ่อนความแสบสันไว้ภายในก็ทำให้คนที่ยืนค้ำหัวอยู่ขบกรามแน่น    

“เธอว่าใครแก่!” เซซาเรเค้นเสียงดุกร้าวลอดไรฟัน   

“ใครที่ยืนคุยกับฉันก็คนนั้นแหละค่ะที่แก่”

“รวนเก่งแบบนี้พ่อจะปราบพยศให้ครางเป็นลูกหมา”

การเชิดหน้าเอ่ยท้าทายอย่างไม่กริ่งเกรงของแม่ตัวดีทำให้เขาหมดสิ้นความอดทน พ่อหนุ่มมาดดิบเดินย่างสามขุมเข้าหา ทำเอาสาวน้อยถอยกรูดพร้อมละล่ำละลักห้ามปรามเสียงหลง     

“อย่านะ!”

“ฉันจะทำซะอย่าง ใครจะทำไม” คนโอหังลอยหน้าเอ่ยอย่างกวนๆ 

จากนั้นเขาก็ไล่ต้อนให้เธอไปจนมุมตรงผนังเย็นเยียบโดยปราศจากสายตาของคนในบ้าน ร่างอ้อนแอ้นสะดุ้งเฮือกเมื่ออีกฝ่ายจงใจทาบฝ่ามือกับผนังแรงๆ เพื่อกักกั้นเธอเอาไว้    

ชั่วพริบตาพ่อเจ้าประคุณก็เคลื่อนกายทรงพลังเข้าประชิด แล้วลดใบหน้าหล่อลากไส้ลงมาหา ลมหายใจผ่าวระอุทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นส่ำ ครั้นจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นผลักไสอีกฝ่ายก็จัดการรวบข้อมือกลมกลึงเอาไว้ แล้วจับตรึงเหนือศีรษะ วูบหน้าลงมาชิดจนปากจะติดกับปากของเธออยู่รอมร่อ

“ถอยออกไปนะ” คนหลับตาปี๋ดิ้นรนขัดขืนพร้อมเอ่ยปากขับไล่  

“เรื่องอะไรจะถอย” พ่อเจ้าประคุณกระซิบยียวน 

“ถ้าไม่อยากถูกแขกมองว่าเสียมารยาทที่ปล่อยให้เขารอนานก็ปล่อยฉัน” อ้อนรักเอ่ยตะกุกตะกักพร้อมพยายามเบี่ยงหน้าหนีจากลมหายใจผ่าวระอุที่คลอเคลียข้างแก้มนุ่ม  

“นึกว่าฉันจะสนไอ้เวรนั่นหรือไง มันอยากคิดยังไงก็ช่างหัวมันสิ” พ่อคนเอาแต่ใจลอยหน้าเอ่ยอย่างไม่แยแส ยิ่งแม่ตัวดีดูเหมือนจะแคร์ไอ้หมอหน้าอ่อนนั่นเขาก็ยิ่งรู้สึกเดือดดาลเป็นเท่าทวี 

“นั่นมันเรื่องของคุณ แต่ไม่ใช่ฉัน เพราะฉันเป็นคนมีมารยาทรู้จักกาลเทศะ” อ้อนรักลืมตาขึ้นมองหน้าอีกฝ่าย แล้วสวนกลับอย่างฉะฉาน   

“หึ…มีมารยาทหรือทนห่างไอ้เวรนั่นไม่ได้กันแน่” เซซาเรเอ่ยเสียงขุ่น 

“ก็แล้วแต่คุณจะคิด” สาวน้อยไหวไหล่เบาๆ อย่างท้าทาย ความจองหองที่ถูกเจ้าตัวซุกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีหน่อมแน้มทำให้พ่อคนเจ้าอารมณ์กัดฟันกรอดๆ      

“เจอกันตอนเช้าคงไม่หนำใจสินะ ถึงได้นัดเจอกันตอนเย็นอีก”

“ฉันจะเจอกับใครทำไมคุณต้องเดือดร้อนด้วยคะ ทีผู้หญิงของคุณยังมาเฝ้าได้ทั้งวันเลย” สาวน้อยเชิดหน้าเอ่ยเสียงแข็งๆ ด้วยท่าทางอวดดี ทั้งที่ในใจเต้นไม่เป็นส่ำกับความใกล้ชิดระคนคุกคามอันน่าหวาดหวั่น  

“เขามาปรึกษาเรื่องธุรกิจ ไม่ได้มาเฝ้า”

“เอาธุรกิจมาบังหน้ามากกว่ามั้งคะ” อ้อนรักไม่รู้ตัวว่าเสียงของตัวเองเจือไว้ซึ่งการประชดประชัน

“อย่ามาทำเป็นหึง เพราะเธอไม่มีสิทธิ์ เธอมันก็เป็นได้แค่เมียตีทะเบียนที่รอวันฉันเขี่ยทิ้งเท่านั้นจำไว้” วาจาเชือดเฉือนหัวใจที่หลุดออกมาจากปากหยักให้เธอหมดสิ้นความอดทน       

“งั้นก็เขี่ยฉันทิ้งซะสิคะ ฉันจะได้ไปให้พ้นๆ หน้าคุณเสียที” คนขี้ใจน้อยเชิดคางขึ้นพร้อมเอ่ยท้า นัยน์ตาไหวระริก

“หึ…คงคิดจะไปซบอกไอ้หมอหน้าอ่อนนั่นสินะ” 

“ฉันจะไปซบอกใครมันก็เรื่องของฉัน” คราวนี้เธอตั้งใจรวนคนพาลบ้าง 

“ถ้าจะปากดีขนาดนี้ก็อย่าหวังว่าฉันจะปล่อยให้เธอไปเสวยสุขกับไอ้หน้าไหนง่ายๆ” เซซาเรประกาศกร้าว ใบหน้าคร้ามคมถมึงทึงชวนขนลุก    

“คนใจร้าย! ฉันเกลียดคุณ!” สาวน้อยตัดพ้อเสียงเครือ    

คำว่า ‘เกลียด’ ที่หลุดออกมาจากกลีบปากนุ่มเรียกเสียงคำรามกระหึ่มให้กระเด็นออกมาจากลำคอแกร่ง  

“อย่าได้บังอาจมาพูดว่าเกลียดผัวตัวเอง” 

“คุณไม่ใช่ผัวฉัน อย่างมากคุณก็เป็นได้แค่ผัวตีทะเบียนเท่านั้น” วาจาอวดดีที่แม่เมียจอมรั้นเอามาย้อนกลับทำให้เซซาเรแทบจะอาละวาดให้ลั่น 

“ต้องให้ฉัน ‘เอา’ เธอก่อนใช่ไหม ถึงจะสำนึกได้ว่าฉันเป็นผัวเธอ” จอมโมโหร้ายเอ่ยด้วยท่าทางกราดเกรี้ยว

“หยาบคาย! คนไร้หัวใจ!”  

เซซาเรของขึ้นทุกทีที่คำด่าทอแสลงหูพรั่งพรูออกมาจากปากจิ้มลิ้ม   

“หุบปาก!” น้ำเสียงกร้าวกระด้างตวาดลั่น

“ไม่!” คราวนี้เธอออกอาการรั้นจนเขาหัวเสียสุดฤทธิ์

“อ้อนรัก! ฉันบอกให้หุบปาก!”

“คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน” ท่าทีถือดีไม่จบไม่สิ้นทำให้ความอดทนเซซาเรขาดสะบั้นลงในบัดดล 

“ปากดีเรียกร้องสิทธิ์ยิกๆ แบบนี้ พ่อจะ ‘ยัดเยียด’ สิทธิ์ให้ฟ้าเหลือง” เขาขยับร่างทรงพลังเข้าบดเบียดร่างเย้ายวนหอมกรุ่น เปลี่ยนมารวบมือของคนตัวเล็กด้วยมือเดียว ส่วนอีกมือก็ลนลานปลดกระดุมเสื้อยัยตัวร้ายที่ยั่วจนเขาของขึ้นแบบกู่ไม่กลับ ครั้นไม่ทันใจก็กระชากจนกระดุมกระเด็นกระดอนไร้ทิศทาง       

“คนลามก! ฉันเกลียดคุณ!” อ้อนรักดิ้นรนขัดขืนขณะร้องประณามอีกฝ่ายน้ำตาคลอ และคำด่าทอที่พรั่งพรูออกมาจากปากอวบอิ่มก็เหมือนทำให้ไฟโทสะของเขายิ่งโหมกระพือขึ้นแบบไร้ขีดจำกัด 

“บอกแล้วไง ว่าอย่าบังอาจพูดว่าเกลียดผัวตัวเอง” เขาเค้นเสียงห้าวกระด้างด้วยความงุ่นง่านเต็มอัตรา ก่อนจะตะปบมือเข้าที่ทรวงสล้างที่ยังมีบราเซียร์ห่อหุ้ม ทำเอาแม่สาวไร้เดียงสาสะดุ้งเฮือก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อ้อนรักจอมวายร้าย   เมียนิตินัย (100%)

    ตอนแรกเซซาเรคิดว่าไอ้หมอหน้าอ่อนนั่นแค่อยากจะกวนประสาทเขา จึงตกปากรับคำว่าจะมาทานข้าวเย็นด้วย แต่ที่ไหนได้มันดันมาจริงๆ “เอาล่ะ…ย่าว่าเราย้ายไปที่โต๊ะอาหารกันดีกว่า ป่านนี้แม่บ้านคงจัดกับข้าวกับปลาใกล้จะเสร็จแล้วมั้ง มาพ่อเซต ชวนแขกของเรามากินข้าวด้วยกัน”ครั้นสนทนากันพอหอมปากหอมคอคนแก่ก็เอ่ยขึ้น รายหลังสุดนางสอางค์ไม่ได้อยากจะเชื้อเชิญนักหรอก แต่ด้วยความที่เป็นเจ้าบ้านจึงไม่อาจไปไล่ตะเพิดแขกเป็นเด็กๆ ทำได้เพียงลอบสังเกตการกระทำของอีกฝ่ายอยู่เงียบๆ หากมีอะไรเกินพอดีก็อาจจะต้องมีการตักเตือนกันบ้าง หลังจากจูงมือหนูน้อยอัปสรสวรรค์เดินไปยังโต๊ะอาหารตามหลังผู้เป็นย่าซึ่งมีคุณหมอหนุ่มประคองทุกย่างก้าว อ้อนรักก็ขอตัวไปในครัวเพื่อยกอาหารออกมาช่วยแม่บ้าน เสร็จแล้วก็เดินไปล้างมือในห้องน้ำ ครั้นจะหมุนตัวกลับเข้าไปยังโต๊ะอาหาร ร่างอ้อนแอ้นก็ชนเข้ากับใครบางคนตรงหน้าห้องน้ำ “อุ๊ย!” เสียงหวานใสหลุดอุทานด้วยความตกใจ วินาทีถัดมาดวงตากลมโตก็มองสำรวจแผ่นอกกว้างตรงหน้า ไม่บอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายคือสามีของเธอ “หึ…ขวัญอ่อนจริงเชียว” น้ำเสียงห้าวห้วนมีแววเหน็บแนมในทีจนคนฟังเผลอชักสีหน้าด้ว

  • อ้อนรักจอมวายร้าย   เมียนิตินัย (70%)

    เธอจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเหมือนตัวเองถูกสามีจูบอย่างดูดดื่ม คราแรกนั้นคนเย็นชาหน้าตายจดๆ จ้องๆ ปากเธออยู่ ก่อนจะวูบหน้าลงมาหาคล้ายหมดสิ้นความอดทนผสมเก็บกด จากนั้นก็บดขยี้เรียวปากสีกุหลาบอย่างเร่าร้อนประหนึ่งอดอยากปากแห้งมาแรมปี ความร้อนแรงระคนตะกละตะกลามในแรกเริ่มเดิมทีค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นดูดดื่ม ละมุนละไม และอ่อนหวาน จนคนครึ่งหลับครึ่งตื่นอย่างเธอคล้อยตาม ยอมเผยอกลีบปากอวบอิ่มแยกแย้มให้ภมรหนุ่มได้เชยชิมความหวานซ่านทรวงจากภายในกระพุ้งแก้มอิ่มอุ่น กว่าพ่อหนุ่มจอมฉกฉวยจะยอมผละห่างก็เมื่อเธอนั้นดิ้นรนขัดขืน เพราะรู้สึกเหมือนตัวเองถูกสูบลมหายใจออกไปจากร่างเสียสิ้น ในความทรงจำอันเลือนลางนั้นเธอเหมือนได้ยินอีกฝ่ายพึมพำปลอบประโลมให้หลับ แล้วก้มลงจุมพิตเปลือกตาทั้งสองข้างอย่างอ่อนโยนเป็นการส่งท้าย สรุปทั้งหมดทั้งมวลมันไม่ใช่ความฝันอย่างนั้นหรือ? สาวหวานรำพันในอกด้วยความกระดากอายสุดฤทธิ์ ใบหน้าสวยหวานแดงแจ๋ แค่คิดว่าโดนอีกฝ่ายขโมยจูบอย่างดูดดื่มเธอก็จั๊กจี้หัวใจเสียแล้ว จากนั้นอ้อนรักก็สะบัดศีรษะขับไล่ความฟุ้งซ่าน แล้วรีบอาบน้ำแต่งตัว ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนด้วยท่าทางเร่งรีบ ห

  • อ้อนรักจอมวายร้าย   เมียนิตินัย (50%)

    “ส่งหลานมาสิ”ความใกล้ชิดแบบไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้อ้อนรักทำอะไรไม่ถูก หัวใจดวงน้อยเต้นโครมคราม ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้เป็นสามีเอ่ยอะไรออกมาบ้าง มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่คนหน้าไม่อายช้อนฝ่ามือทั้งสองข้างเข้าใต้รักแร้ของเธอ แล้วยกร่างเพรียวระหงให้ยืนขึ้น ก่อนจะอ้าแขนรับหลานสาวที่โผเข้าหา “อ้าว…มัวยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ ไปเตรียมข้าวเช้าให้คนดีสิ กินข้าวแล้วจะได้กินยา หรือว่าอยากนั่งตักผัวเหมือนหลาน” วาจาเรียบๆ ในตอนท้ายทำให้แก้มเนียนใสขึ้นสีระเรื่อ “คนบ้า! ฉันเปล่าเสียหน่อย” แม่คนขี้อายค้อนน้อยๆ ก่อนจะหันไปเอ่ยขอตัวกับคุณหมอหนุ่ม โดยไม่ลืมที่จะชักชวนให้อีกฝ่ายมาทานข้าวเย็นด้วย เพื่อเป็นการตอบแทนที่เขาอุตส่าห์สละเวลามาตรวจอาการของหลานสาวถึงไร่ คราแรกนั้นปรเมศตั้งใจจะเอ่ยปฏิเสธ ทว่าพอเห็นสายตาดุกร้าวของเซซาเรเขากลับเลิกคิ้วท้าทาย แล้วตอบตกลงอย่างหน้าตาเฉย ครั้นอ้อนรักเตรียมอาหารเช้าให้หลานเสร็จปรเมศก็กลับไปเสียแล้ว เธอป้อนข้าวให้เด็กอ้วนช่างกินขณะเงี่ยหูฟังบทสนทนาของสามีกับเพชรพริ้งที่นั่งอยู่ตรงชานเรือน เสียงหัวร่อต่อกระซิกทำให้สาวหวานปวดแปลบในอกอย่างมิอาจห้ามได้ ทว่ากลับต้องข่มใจและเตือ

  • อ้อนรักจอมวายร้าย   เมียนิตินัย (30%)

    วันนี้อ้อนรักไม่ได้ออกไปตรวจงานในไร่ตั้งแต่เช้าตรู่เช่นเคย เนื่องจากว่าเมื่อคืนนี้ตอนเกือบเที่ยงคืนผู้เป็นย่ามาเคาะประตูห้องนอน แล้ววานให้เธอไปเช็ดตัวลดไข้ให้หนูน้อยอัปสรสวรรค์ซึ่งมีอาการไข้ขึ้นในเวลากลางดึก อ้อนรักทำหน้างงนิดๆ ที่หลานตัวน้อยไปนอนกับคนเป็นย่า ก่อนที่คนแก่จะเฉลยว่าตอนประมาณสามทุ่มท่านได้ให้สาวใช้ไปเอาเหลนมานอนด้วย เพราะนึกสงสารหลานเขยที่อยากจะเข้าหอกับหลานสาว หลังจากเฝ้าเช็ดตัวให้คนไข้ตัวน้อยจนไข้ลดอ้อนรักก็นอนกอดร่างจ้ำม่ำแล้วผล็อยหลับไป มารู้สึกตัวอีกทีในตอนสายๆ เมื่อหนูน้อยอัปสรสวรรค์ขยับตัวยุกยิก ก่อนที่เธอจะใช้หลังมืออังหน้าผากของหลานสาว แล้วก็ต้องถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะอุณหภูมิในร่างกายของเด็กอ้วนลดลงจนเกือบจะเป็นปกติแล้ว หากแต่ยังไม่น่าไว้วางใจอยู่ดี ครั้นคิดได้ดังนั้นเธอจึงโทรศัพท์ไปหานายแพทย์ปรเมศ จิรกุล แล้ววานให้อีกฝ่ายมาตรวจอาการของหลานสาวที่ไร่ จากนั้นก็เช็ดตัวและใส่เสื้อผ้าให้คนที่พอตื่นมาก็อ้อนขอดูการ์ตูนพี่มินเนี่ยน ครั้นจะพาหลานสาวตัวน้อยที่อยู่ในชุดน่ารักออกจากห้องเสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น ก้มลงมองหน้าจอมือถือแล้วทำหน้างงๆ ที่คนโทร

  • อ้อนรักจอมวายร้าย   เมียแสนชัง (100%)

    ฮึ่ม! ผัวยืนทนโท่อยู่นี่แม่ตัวดียังกล้าไปออดอ้อนออเซาะผู้ชายคนอื่น มันน่านัก! “ยังขี้อ้อนเหมือนเดิมเลยนะเราเนี่ย” กฤษณ์ ฤทธิไกรสร เอ่ยเย้าอย่างยิ้มๆ พลางยีหัวคนตัวเล็กด้วยความมันเขี้ยว เขากับอ้อนรักเป็นญาติห่างๆ แต่มีความสนิทสนมประหนึ่งพี่ชายกับน้องสาว เพียงแต่ระยะสองปีให้หลังมานี้ทั้งคู่แทบจะเรียกได้ว่าขาดการติดต่อ เพราะต่างก็ยุ่งอยู่กับหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบ “พี่กฤษณ์มาทำธุระหรือว่าจะย้ายมาอยู่เมืองไทยกับอ้อนคะ” วาจาที่หลุดออกมาจากปากอวบอิ่ม โดยเฉพาะคำว่า ‘กับอ้อน’ ทำให้เซซาเรนึกหงุดหงิดเป็นเท่าทวี“พี่มาทำธุระ และจะมาชวนอ้อนย้ายไปอยู่อเมริกาด้วยกัน ว่าไงจะไปอยู่กับพี่ไหม”คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของไอ้คนที่มันกำลังทำท่าอี๋อ๋อกับเมียเขา ทำให้เซซาเรมิอาจทนเฉยได้อีกต่อไป ทันใดนั้นน้ำเสียงแข็งกร้าวก็โพล่งขึ้นอย่างไม่สนห่าเหวอะไรทั้งสิ้น “อ้อนรักเป็นภรรยาผม และเธอจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น หากสามีอย่างผมไม่อนุญาต” “อ้าว…ได้ยินมาว่าเธอเป็นภรรยาที่คุณไม่ต้องการไม่ใช่เหรอ แล้วจะมาทำเป็น ‘หวงก้าง’ ทำไมล่ะครับ ผมว่าปล่อยให้เธอไปมีชีวิตใหม่ดีกว่ามั้ง เธอยังสาวยังสวย

  • อ้อนรักจอมวายร้าย   เมียแสนชัง (60%)

    วินาทีแรกที่เห็นเจ้าของร่างอรชรอ้อนแอ้นซึ่งอยู่ในชุดน่ารักแฝงความเซ็กซี่เล็กๆ เซซาเรก็เหมือนจะชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะปั้นสีหน้าเรียบสนิทยากจะคาดเดาอารมณ์ความรู้สึก ครั้นเห็นว่าผู้เป็นสามีไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่มีม่ายสาวพราวเสน่ห์และแสนจะเจนสังคมอย่างเพชรพริ้งยืนเกาะแขนอยู่ไม่หาง อ้อนรักก็นึกอยากจะหันหลังกลับ แต่ไม่กล้าทำอย่างใจคิด ด้วยเกรงว่าพ่อคนอารมณ์ร้อนจะอาละวาดหรือสาดถ้อยคำร้ายๆ ใส่หน้า “เอ่อ…เราจะไปสวัสดีท่านผู้ว่าฯ กันได้หรือยังคะ อ้อนพร้อมแล้วค่ะ”อันที่จริงอ้อนรักก็ไม่ได้อยากขัดจังหวะการพูดคุยอย่างถูกคอของคนทั้งคู่นักหรอก อยากไปให้พ้นๆ จากตรงนั้นเสียด้วยซ้ำ เพราะยิ่งมองภาพบาดตาก็ยิ่งเจ็บปวดหัวใจ แต่ในฐานะภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายเธอย่อมมีสิทธิ์ดึงสามีออกมาจากหญิงอื่นด้วยวิธีละมุนละม่อม “ผมขอตัวก่อนนะครับพริ้ง จะพายัยนี่ไปสวัสดีท่านผู้ว่าฯ เสียหน่อย”“อย่าไปนานนะคะพริ้งคิดถึง” น้ำคำออดอ้อนออเซาะหวานหยดย้อยทำให้สาวหวานผู้เรียบร้อยอดเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้ และกิริยาซุกซนที่ซ่อนอยู่ในท่าทีหน่อมแน้มก็ทำให้เซซาเรกระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหันไปตอบโต้แม่ม่า

  • อ้อนรักจอมวายร้าย   เมียแสนชัง (30%)

    ค่ำวันนี้ไร่หวานใจดูครึกครื้นเป็นพิเศษ เพราะมีงานฉลองมงคลสมรสของพ่อเลี้ยงบัลลังก์เมฆกับบุปผาสวรรค์ การรวมเป็นทองแผ่นเดียวกันของไร่ที่ทรงอิทธิพล และคนทั้งภาคเหนือต่างนับหน้าถือตาเจ้าของไร่ ทำให้แขกเหรื่อต่างพากันมาร่วมงานอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่จากหลายๆ จังหวัด นักธุรกิจ ไฮโซ เซ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status