LOGINโดยที่เธอไม่ต้องช่วยป้อน ขณะที่ไรอันปรายตามองจานอาหารของกุลนิดาที่ไม่ถูกแตะเลยสักนิด
“ไม่กล้ากินฝีมือผมเหรอที่รัก”
ดวงตากลมโตของกุลนิดาเบิกกว้างเมื่อได้ยินเขาเรียกแบบนั้น หญิงสาวอายหน้าแดงแล้วตอบเสียงขึงดุ “อย่ามาเรียกฉันว่าที่รัก ฉันไม่ใช่ที่รักของคุณ ฉันเป็นแค่...”
เด็กหญิงเงยหน้าจากจานอาหารหลังจากเติมเป็นจานที่สอง แม่หนูน้อยมองหน้าแม่สลับกับคุณลุง ทำให้คนทั้งคู่หยุดเถียงกัน
แต่ไรอันคาใจ “งั้นแม่ของลูก ลองชิมฝีมือหน่อยสิครับ รับรองว่ารสชาติไม่ทำร้ายปากคุณแน่ จริงไหมครับน้ำอิง”
เด็กหญิงยังก้มหน้าจัดการกับของโปรดแสนอร่อยโดยไม่ทันฟัง กุลนิดาเห็นว่าลูกไม่ได้ยินจึงตอบเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคู่หวานวาววับขึ้น แต่ไม่ได้น่ากลัวสำหรับไรอัน
“อย่ามาเรียกฉันแบบนี้” ดวงตาเย็นชาคู่นั้นมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์
แผ่นหลังของไรอันกำลังเหยียดเกร็งเขาโน้มกายเข้ามาใกล้กุลนิดาแล้วกระตุกยิ้มอย่างชอบใจ
“ที่รักก็เรียกไม่ได้ แม่ของลูกก็ชักสีหน้าใส่ งั้นผมเรียกคุณว่าคนสวยก็แล้วกัน”
“นี่คุณไรอัน เรียกฉันเกรซีเหมือนเดิมดีกว่าค่ะ ถึงฉันไม่ชินก็เถอะ แต่คงไม่ได้ยินบ่อยๆ”
“ใครว่า ผมจะมาทำอาหารให้ลูกกินทุกวันที่ว่าง คุณคงต้องซ้อมฟังให้ชินแล้วละ”
กุลนิดาไม่อยากเถียงกับเขาเรื่องนี้อีก จึงเลือกที่จะเงียบ ขนตายาวเป็นแพทั้งสองข้างขับเน้นดวงตาคู่งามให้ดูมีชีวิตชีวาเมื่อเห็นว่าเขากินอาหารเสร็จแล้ว
“กินเสร็จแล้ว คุณควรรีบกลับได้แล้ว”
อ้อ นี่ไล่เหรอ
ไรอันรู้สึกถึงการถูกขับไล่ผ่านสายตาคู่สวยแต่ตีมึนไม่พูดอะไร
ลมหอบหนึ่งพัดพากลิ่นหอมของดอกกุหลาบที่กำลังบานสะพรั่งหลายกระถางเข้ามาทางหน้าต่าง ช่วงนี้ใกล้ปีใหม่ อากาศค่อนข้างเย็นทำให้ผ้าม่านพรางตาสีขาวโปร่งแสงเคลื่อนไหวตามแรงลม กระดาษวาดภาพระบายสีแผ่นหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะปลิวมาตกลงบนพื้น
กุลนิดาขยับกายลุกขึ้นจากเก้าอี้แต่ช้าไปกว่าขายาวๆ ของไรอันที่ลุกขึ้นก่อนแล้วเดินไปเก็บแผ่นกระดาษขนาดเอสี่ขึ้นมา
มือหนาพลิกดูอีกด้านหัวกระดาษมีข้อความว่า
‘Father’s Day’
ถัดลงมาเป็นภาพวาดครอบครัวให้เด็กระบายสี เด็กหญิงระบายสีได้อย่างเรียบร้อยสวยงาม ไม่เลอะออกมานอกกรอบ ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากจางหายไปอย่างเฉียบพลันเมื่อสายตาของไรอันสัมผัสกับตัวหนังสือใต้ภาพครอบครัวพ่อ แม่ ลูก
ไรอันอ่านออกเสียงเบาๆ
“มามี้กุล น้ำอิง” ไรอันจ้องภาพชายในชุดซูเปอร์ฮีโร่ที่กำลังยืนจับมือเด็กผู้หญิงซึ่งโอบไหล่ผู้หญิงอีกคนไว้ “แด๊ดดี้อลัน?”
ดวงตาสีฟ้าแฝงอำนาจวาวขึ้นอย่างไม่ยินยอม ไรอันละสายตาจากภาพวาดแล้วเงยขึ้นมองสองแม่ลูก “แด๊ดดี้อลันคือใครหรือครับ ครูซบอกผมว่าคุณยังไม่ได้แต่งงาน”
กุลนิดายังไม่เห็นภาพนั้นแต่สงสัยว่าเกี่ยวข้องอะไรกับทีเชอร์อลัน
“ขอฉันดูหน่อยค่ะ”
กิริยาที่ขอเกือบจะกลายเป็นแย่ง แล้วมองภาพวาดวันพ่อฝีมือลูกสาวตัวแสบ
“น้ำอิง! ทำไมวาดทีเชอร์อลันเป็นคุณพ่อล่ะคะ” กุลนิดาถามเด็กหญิงที่ส่งยิ้มแหย ถ้าน้ำอิงเอาภาพนี้ไปส่งทีเชอร์คงไม่ดีแน่
“ก็ทีเชอร์ลิซาวิชาวาดรูปบอกว่า ให้นักเรียนทุกคนวาดภาพครอบของฉันและให้วาดคุณพ่อหล่อๆ เพราะใกล้วันพ่อแล้ว แต่น้ำอิงไม่มีแด๊ดดี้นี่คะ น้ำอิงกลัวทีเชอร์หักคะแนน เลยวาดทีเชอร์อลันเป็นแด๊ดดี้แทนค่ะ” เด็กหญิงช่างคิดยิ้มหวานแล้วถามกลับว่า “มามี้ว่าน้ำอิงวาดทีเชอร์อลันเหมือนไหมคะ”
กุลนิดาก้มมองภาพวาดในมือ ยอมรับว่าน้ำอิงวาดภาพเก่งมาก เหมือนเกือบเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์
“เหมือนนะคะ แต่มามี้คิดว่าลบออกเถอะ” กุลนิดายิ้มเขิน
ไรอันมองอย่างตะลึง เขาเห็นกุลนิดาหน้าแดงเหมือนเขิน เขาขบกรามแน่นแต่เก็บความไม่พอใจไว้ในอก ดวงตามองแม่ของลูกแน่วนิ่งจนไม่อาจเคลื่อนสายตาไปทางอื่น
...กุลนิดากำลังแอบปลื้มผู้ชายในภาพอย่างนั้นหรือ
รถยนต์คันหรูของไรอันขับออกมาจากบ้านหลังเดิม เขาก้มมองนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมือที่บอกเวลาสองทุ่มแล้ว เขาเอนศีรษะลงพิงพนัก ความรู้สึกที่กลับออกมาจากบ้านหลังน้อยหลังนั้น มีความสุข อิ่มเอม และเสียดแทงหัวใจไปพร้อมกัน
“แด๊ดดี้น้ำอิง ชื่อไรอัน ไม่ใช่อลันสักหน่อย”
ดวงตาสีฟ้าเปี่ยมด้วยอารมณ์มากมายก่อนจะสั่งเสียงเครียด
“ครูซ อีกกี่วันจะถึงวันพ่อ?”
“อีกสองวันข้างหน้าครับ แต่คุณไรอันต้องเดินทางกลับอเมริกาในวันพรุ่งนี้ เพื่อเข้ารับรางวัลนักธุรกิจต้นแบบปี 2018”
ไรอันพึมพำบางอย่างในลำคอ “เข้าใจแล้ว”
ค่ำคืนที่น่าเบื่อหน่ายแม้ชีวิตจะมีครบครันไม่เว้นแม้แต่เพื่อนดีๆ ไรอัน คาเตอร์ กำลังคิดว่าชีวิตช่วงนี้เริ่มขาดบางอย่าง บางอย่างที่ไม่เคยคิดว่าอยากมี เคยเห็นเป็นเรื่องน่ารำคาญ
ลูก เมีย จะมีทำไม สู้เปลี่ยนรสชาติใหม่ๆ ไม่ซ้ำซากจำเจยังดีกว่า เบื่อเมื่อไหร่ก็ลาจากกัน เขาเคยชอบอย่างหลังมากกว่า
จนกระทั่งวันนี้...
เพื่อนรักสามคนของเขาแต่งงานไปแล้วถึงสองคน ‘เหมราช’ เป็นเจ้าของไร่ชาชื่อดัง ส่วนคนปากเสียที่สุดในกลุ่ม ‘พนา แพททิสัน’ เจ้าของไร่ส้มที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือเขาคิดว่ามันจะเป็นคนสุดท้ายที่แต่งงาน แต่เขาคิดผิด มันแต่งงานตามไอ้เหมไปติดๆ เหลือเขากับไอ้โรจน์ หรือ พ่อเลี้ยงรังสิโรจน์ สองคนที่ยังโสด จนกระทั่งเขาเพิ่งมารู้ตัวเองแล้วว่าไม่ใช่หนุ่มโสด แต่เป็นคุณพ่อลูกหนึ่ง...
คนอย่างเขายืนอยู่บนที่สูงจนเคยตัว ใช่ว่าจะคบค้าสมาคมกับใครไปเรื่อยเปื่อย เมื่อก่อน เขาไม่เคยคิดคบหาสมาคมกับพวกเศรษฐีระดับร้อยล้าน เขามันระดับมหาเศรษฐีหมื่นล้านดอลลาร์
ที่ผ่านมา เขามีแต่พันธมิตรทางธุรกิจที่พร้อมจะสลัดคำว่าเพื่อนไปให้ไกลตัวแล้วเปลี่ยนเป็นศัตรูกันเมื่อหากขัดผลประโยชน์ หากพวกมันร้าย เขาจะร้ายกว่า หากพวกมันคิดจะเล่นงานเขา เขาจะทำให้พวกมันพังในเส้นทางธุรกิจเป็นการลงโทษที่บังอาจมาลูบคมคนอย่างเขา
“ผีอยากมาแอบดูคนพลอดรักกันก็เอาสิ เกรซีกลัวผีเหรอ ผมเคยสอนวิชาไล่ผีให้แล้วไง ผีจะกลัวคนแก้ผ้า ถ้าเกรซีที่รักไม่อยากถูกผีหลอก เดี๋ยวผมช่วยถอดเสื้อผ้าให้คุณเอง”กุลนิดาอับอายจนวางหน้าไม่ถูก “ถอดอีกแล้วเหรอคะ ฉันเพิ่งใส่กลับเข้าไปเมื่อกี้นี้เอง”กุลนิดาถูกเขาผลักให้นอนราบลงบนเตียง จากนั้นความขาวโพลนพร้อมกลิ่นหอมอ่อนของน้ำยาปรับผ้านุ่มก็ลอยลงมาปกคลุมสองร่างเอาไว้ อ้อมกอดของคนที่นอนทับอยู่บนตัวทั้งหอมและมีกลิ่นกายเฉพาะตัวชวนให้พาใบหน้าเข้าไปเคลียคลอกับแผงอกนั้น“กลัวผีใช่ไหม เดี๋ยวผมลงคาถากันผีให้ รับรองว่าเกรซีจะไม่ถูกผีหลอกไปตลอดชีวิต”“บ้า ฉันไม่เชื่อ คุณหลอกฉัน”“ไม่เชื่อ ก็ต้องให้ผมลงคาถาอยู่ดี”ดวงตาสีฟ้าภายใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่เจิดจรัสเต็มไปด้วยไฟพิศวาสลุกโชน มันพร้อมจะแผดเผาเธอด้วยความรักที่เร่าร้อนเพียงพริบตาเดียว เสื้อผ้าทุกชิ้นที่ห่อหุ้มร่างบางงดงามไร้ที่ติกลับปลิดปลิวออกจากร่าง แต่ละชิ้นถูกไรอันโยนออกมาอย่างไม่ไยดีเสื้อและกระโปรงร่วงหล่นลงไปตามแรงเหวี่ยง ส่วนแพนตี้ตัวน้อยถูกเขาถอดและหล่นไปกองอยู่ข้างเตียง จนกระทั่งเหลือบราเซียร์สีชมพูหวานเป็นปราการด่านสุดท้ายที่ถูกเขาลอกคราบออก
กุลนิดาบอกเขาหมดเปลือก บอกจากก้นบึ้งหัวใจ เธอทั้งคิดถึง โหยหา แต่ก็หมั่นไส้พ่อตัวร้ายจอมเจ้าเล่ห์ในเวลาเดียวกันไรอันทนความน่ารักของเมียไม่ไหว มือแกร่งรวบร่างบอบบางของเมียไปนั่งทับบนตัก แล้วกระซิบเสียงแหบพร่าข้างใบหูขาวผ่อง“เรามาทำลูกกันอีกสักคนดีไหม ผมอยากให้น้ำอิงมีน้องไว้เป็นเพื่อนเล่น”กุลนิดาหน้าแดง ยกมือทุบอกเขาดังปั้กไรอันจับมือเล็กไว้ แล้วขบเม้มใบหูขาวอย่างรักใคร่ “อยากทุบก็ทุบให้เต็มที่ ผมไม่ทุบคืนด้วยหมัดแน่ๆ เพราะผมกลัวเมียเจ็บ แต่ผมจะชกคุณคืนถึงเช้าด้วยอวัยวะที่นุ่มนวลที่สุด”“ไรอัน คนหื่น ฉันรู้นะคุณหมายถึงอะไร”แต่ช้าไปเสียแล้วเมื่อร่างเล็กถูกเขาผลักลงไปบนเตียงเหมือนในคืนนั้น ร่างสูงกระชากผ้าเช็ดตัวสีขาวที่พันไว้รอบเอวอย่างรวดเร็ว เมื่อครู่นี้ เขานอนแช่น้ำอุ่นอย่างสบายใจ แล้วคิดเล่นๆ ว่าถ้ามีลูกอีกคนจะให้ชื่ออะไรดี เขาคิดออกแล้ว และเวลานี้ ควรต่อแขนให้ ‘น้ำอุ่น’ ออกมาเป็นตัวเป็นตนสักทีไรอันอวดหุ่นกำยำต่อหน้าเมีย กุลนิดารีบหลับตาปี๋ เพราะยังอายอยู่ จังหวะนั้นเองที่ไรอันรีบปอกเปลือกเมียให้เหลือแต่ร่างขาวโพลนทันที“ลูกคนนี้ผมจะตั้งใจทำให้หน้าเหมือนคุณนะ จะได้ไม่น้อยใจผมอ
“รู้อะไรไหม แต่ผมไม่เคยหลอกคุณนะ ว่าผมรักคุณกับลูกที่สุด รักจนหยุดหัวใจไว้ที่คุณ”“ฉันรู้ค่ะ ฉันยอมรับที่ผ่านมา ฉันขี้ขลาดเอง กลัวคุณไปเจอผู้หญิงสวยๆ ก็อยากจะเลี้ยงดูไปเรื่อยๆ แบบที่คุณเคยเลี้ยงดูพี่อินทิราเอาไว้ ตอนนี้ยังแอบส่งเสียกันอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าคุณมีเมียไว้ประเทศละคน ฉันคงทนไม่ได้ เลยเลือกที่จะไม่เปิดโอกาสให้คุณ” กุลนิดาบอกแล้วเบือนหน้าหนี เธอยอมรับผิดส่วนหนึ่งที่ไม่เชื่อใจเขา ไม่เปิดโอกาสให้เขาไรอันเชยคางเมียกลับมา จ้องดวงตาสีนิลคู่วาววับ “ผมกับอินทิราเลิกยุ่งเกี่ยวกันตั้งแต่คืนนั้นที่ผมมีอะไรกับคุณ แล้วผมก็ไม่ได้ไปมีเมียทิ้งไว้ทุกประเทศแบบที่คุณเข้าใจ ข่าวคุณมั่ว ไม่กรองแล้วละ”“หมายความว่ายังไงคะไรอัน” กุลนิดาเบิกตาโตมองเขาอย่างสนใจ“ผมกับอินทิราเจอกันบนสายการบินพาณิชย์ ตอนเครื่องบินลำนั้นที่ระเบิดไปมันงอแง ผมเห็นอินทิราสวยดี เธอส่งสายตาให้ผมก็เลยให้ครูซยื่นข้อเสนอ และไม่ได้ตั้งใจให้มาอยู่ที่นี่หรอก แต่อินทิราบอกผมว่าคอนโดฯ ของเธอยังตกแต่งไม่เสร็จ แต่ที่ผมมาที่นี่หลายครั้งไม่ได้ติดใจอินทิรา แต่ติดใจสาวน้อยที่ดูแลกุหลาบของแม่ผมอย่างดี ผมคิดว่ามาอยู่ที่เมืองไทยมันจะตา
เฮี้ยนกว่าผีก็สามีของเธอนี่เองดวงหน้าขาวซีดแทบจะเป็นสีเดียวกับกระดาษเวลานี้พลันเปลี่ยนเป็นจ้องมองเขาอย่างขุ่นเคือง เลือดลมกลับมาสูบฉีดแรง ตอนนี้สติเธอกลับมาครบถ้วนพอจะแยกออกว่าร่างสูงที่กำลังเดินเข้ามาหาแล้วคว้าเธอเข้าไปกอดคือสามีไม่ใช่ผี“ไรอัน! คนบ้า คุณเล่นบ้าอะไร หนังสือพิมพ์ทุกฉบับลงข่าวว่าเครื่องบินระเบิด คุณตายแล้ว” กุลนิดารู้สึกว่าเธอกำลังเป็นคนเสียสติแล้วกระมังถึงได้หัวเราะไปร้องไห้ไปราวกับเป็นผู้ป่วยไบโพลาร์ไรอันส่ายหน้า รอยยิ้มหล่อร้ายบนใบหน้าของเขาประดับค้างอยู่นานไม่ยอมจางหาย ในขณะที่ดวงตาสองข้างยังจ้องหน้าเมียรักอยู่ตลอดเวลา“คุณยังหลอกผมได้เลย คิดว่าผัวเคี้ยวหญ้าหรือไงจ๊ะที่รัก ถึงได้คิดว่าผมจะเชื่อว่าเมียมีฝาแฝด เป็นไงพอผมหลอกคืนบ้าง คุณถึงกับอึ้งไปเลย”กุลนิดาผลักอกเขาออกแต่มันไม่ขยับออก ใบหน้าสวยแดงก่ำด้วยอารมณ์หลากหลายทั้งดีใจ ทั้งโมโห “หลอกแรงเกินไปแล้ว”ไรอันขยับเข้าไปใกล้ร่างเมียรัก ประคองใบหน้างามที่เลอะไปด้วยคราบน้ำตาให้มองตอบเขา “ฟังผมอธิบายก่อนเกรซี อย่าเพิ่งโกรธผมเลย”กุลนิดาส่ายหน้าด้วยความน้อยใจ “คุณหลอกคนทั้งโลกว่าตายแล้ว คุณเป็นคนแบบไหนกัน ทำไมต้องหลอก
กุลนิดาปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอาบแก้มอย่างไม่อาย ตอนนี้เธออยู่คนเดียวภายในห้อง เธอไม่ต้องกลัวว่าลูกจะเห็นแล้วตั้งคำถามอีก ดังนั้นเมื่อน้ำตาอยากไหลออกมา เธอก็จะปล่อยให้มันไหลไปจนกว่าจะพอ อย่างน้อย เธอจะได้ใช้มันเป็นหนทางระบายออกได้บ้างใบหน้าสวยที่ตอนนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตาเลอะกรัง กวาดมองรอบห้องอย่างอาวรณ์ ตอนนี้ เธอยังไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ เธออยากจะคิดว่าข่าวที่ลงเป็นเพียงข่าวโคมลอย เชื่อถือไม่ได้ เขายังปลอดภัยดี เพียงแต่ยังเคลียร์งานไม่เสร็จจึงยังกลับมาไม่ได้...แต่กุลนิดาก็ไม่สามารถหลอกตัวเองได้ เพราะภาพข่าวที่ทุกสื่อนำมาลงเป็นเรื่องจริงจู่ๆ ก็มีลมพัดวูบหนึ่งเข้ามาในห้อง กุลนิดาจึงเดินไปที่ระเบียง ประตูถูกเปิดออกไว้ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ชายผ้าม่านสีขาวปลิวคว้าง ภาพนี้เหมือนเมื่อสี่ปีก่อนไม่มีผิด จู่ๆ กุลนิดาก็รู้สึกขนลุกเกรียวขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว“เหมือนวันนั้นไม่มีผิด” ปกติกุลนิดาเป็นคนกลัวผีมาก และตอนนี้ความหลอนก็ผุดขึ้นมาอีกหนห้องนี้เคยมีประวัติอะไรหรือเปล่านะ เธอยังจำได้ดีถึงผีจูออนชุดขาวที่เห็นวันนั้น เธอยังไม่เคยคุยกับไรอันถึงเรื่องนั้นเลย เคยตั้งใจว่า
แอชลีย์มองสองแม่ลูกแล้ววางหน้าลำบากพลางลอบถอนหายใจ “เอาละ หลานป้าแอชลีย์มีสายเลือดนักสู้ สุดยอดมาก ป้าแอชลีย์ตะลึงไปเลย แบบนี้ควรมีรางวัลให้หนูใช่ไหม”พอได้ยินคำว่ารางวัล ร่างอวบที่นอนหงายดีดตัวลุกขึ้นมาอย่างง่ายดาย “รางวัล! เด็กดีควรมีรางวัลค่ะ มันเป็นเรื่องที่ถูกต้องใช่ไหมคะมามี้”เด็กหญิงยิ้มเผล่รู้สึกหายเหนื่อย “คุณป้าแอชลีย์คนสวย น้ำอิงอยากกินไอศกรีมเป็นรางวัลได้ไหมคะ” แม่คนช่างประจบ และหัวไวกับของฟรีกล่าวแอชลีย์ดึงหลานสาวตัวอวบไปกอด รู้แล้วทำไมน้องชายถึงได้หลงลูกสาวนัก “แน่นอนหลานสาวของป้าได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้”กุลนิดามองหน้าแอชลีย์ เสี้ยวหน้าด้านหนึ่งมีเค้าเหมือนไรอันอยู่มาก ความสนิทอย่างรวดเร็วของสองป้าหลานคงเป็นความผูกพันทางสายเลือด“อย่ารบกวนคุณป้าเลย เดี๋ยวมามี้พาไปเอง”เพียงแต่แอชลีย์หันมายิ้มแล้วพยุงหลานสาวให้ลุกขึ้น “เกรซี ฉันมีเรื่องจะบอก แม่บ้านของลักซูรีคอนโดฯ โทร.มาบอกฉันว่าอยากให้เจ้าของห้องชุดเข้าไปดูแลกุหลาบพวกนั้นที่ริมระเบียงด้วย เพราะพวกมันใกล้จะตายหมดแล้ว ไรอันจ้างให้แม่บ้านมาทำความสะอาดทุกอาทิตย์ แต่พวกเขาไม่มีสิทธิ์ย้ายต้นกุหลาบเหล่านั้นออกไปไหน ตอนนี้ห้อง







