Masukหากหมอหญิงผู้นี้รู้เข้า คงริษยาเจียนคลั่งกระทั่งหาทางวางยาพิษแม่นางผู้นั้นแน่เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็รีบเก็บเงินเข้าแขนเสื้อ หมุนตัววิ่งไวหายตัววับไปอย่างไม่เหลียวหลัง“อ้าว! เจ้าอี๋เป่า กลับมาก่อน เงินข้า...”เหล่าทหารพากันโวยวาย เนื่องจากเสียเงินแล้วแต่กลับไม่รู้ความอันใดช่านเย่มองอย่างไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง กำลังจะวิ่งตามพลันถูกอิ๋นถิงที่ยืนอยู่ด้วยฉุดดึงให้ออกมาจากกลุ่มบุรุษเมื่อลับตาผู้คน ช่านเย่จึงเดือดดาลโวยวายเสียงดัง“อะไรของเจ้าอิ๋นถิง ข้าต้องตามเจ้าเด็กบ้านั่นมาถามความให้จงได้” นางสะบัดมือสหายออกอย่างแรง ตวาดอีกว่า “เมื่อคืนหลังจากนางโลมนั่นถูกลากตัวออกไป เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดวันนี้ยังอยู่ดีทั้งยังเดินลอยหน้าลอยตา ข้าไม่ยอม”อิ๋นถิงกลอกตาอย่างเอือมระอา พลางบ่น“หึ! ท่านอ๋องให้ความสำคัญกับสตรีผู้นั้นหรือ? จะเป็นไปได้อย่างไร เจ้าอี๋เป่าก็แค่ผู้ร้ายลวงเงินเท่านั้น บุรุษสูงศักดิ์อย่างท่านอ๋องน่ะหรือจะให้ความสำคัญกับสตรีที่เป็นแค่คณิกา”ประโยคนี้ทำอีกคนคลายโทสะทันที ทว่ายังไม่เชื่อ“แต่หญิงผู้นั้นงดงามยิ่งนัก ชายใดได้ยลจะไม่ตกบ่วงจนตกหลุมรักเชียวหรือ? ดูเถิด...เมื่อครู่ พวกบุร
นางกล่าวพลางกางแขนเรียวงามที่มองเห็นผิวผ่องรำไรผ่านแขนเสื้อเนื้อบางสีฟ้าแล้วหมุนตัวแช่มช้า เปี่ยมเสน่ห์ยวนใจเว่ยฉีอยากจะจับสตรีไม่รู้ความมาตีก้นนัก“พวกเจ้าสองคนกลายเป็นสตรีของท่านอ๋องเต็มตัวแล้ว ยังกล้าแต่งกายยั่วยวนบุรุษไปทั่ว ไม่กลัวถูกจับโยนกลับหอคณิกาหรือไร?เย่เสียได้ฟังพลันเบิกตากว้างเอ่ยอย่างตกใจ“อา...จริงด้วย ข้าลืมไป”ค่ายทหารชายแดนแตกต่างจากค่ายทหารในเมืองหลวง ทหารประจำการณ์ที่นั่น บุรุษส่วนใหญ่มีชาติตระกูลดี หลายคนเป็นคุณชายน้อย จึงมีสาวงามพำนักอยู่ประจำในค่าย เพื่อช่วยปลดเปลื้องกำหนัดตามแบบฉบับพวกลูกหลานขุนนางสูงศักดิ์แต่ค่ายหน้าด่านกลับไม่ใช่ ที่นี่ทุรกันดาร ไม่มีลูกหลานขุนนางเยี่ยงนั้น และยิ่งไม่มีสาวงามประจำค่ายทหาร มีเพียงแค่เรียกมาจากหอบุปผาเป็นครั้งคราว ทั้งยังเป็นครั้งแรกที่รุ่ยอ๋องประสงค์ให้มีสาวงามติดตามข้างกายได้เป็นถึงสตรีของถังไห่เฉิง ย่อมไม่ต้องรับแขกอีกต่อไป ชายใดล้วนไม่อาจเข้าใกล้ได้อีกแล้วเพียงแต่พวกบุรุษล้วนมีนิสัยดิบเถื่อนหื่นกระหายซุกซ่อน สตรีจึงต้องพึงระวังกิริยาห้ามกระทำการใดๆ ซึ่งอาจเป็นเชื้อเพลิงร้อนแรงปลุกปั่นสัญชาตญาณเหล่านั้นให้เผยความรุ่มร
เมื่อเว่ยฉีฝึกฝนเชิงยุทธ์จนเก่งกาจ สร้างผลงานการรบ มีความดีความชอบมากมาย กระทั่งได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพ จึงมาประจำการที่ค่ายทหารหน้าด่านแห่งนี้ โดยมีปณิธานมั่นคงว่าจะไม่แต่งงาน ขอตายในสนามรบเพื่อต้าถังเขายังไม่ลืมกลับไปแก้แค้นที่บ้านบิดา ยัดข้อหาเล็กน้อยอย่างสาแก่ใจ จนอีกฝ่ายย่อยยับถูกลูกเมียทิ้งไปอย่างน่าสมเพชบุรุษมีชีวิตอยู่มิสู้ตาย ส่วนสตรีไร้ยางอายย่อมกลายเป็นหม้ายหย่าร้าง บุตรชายที่มีด้วยกันยังเกเรเกรี้ยวกราดไม่ต่างจากเดรัจฉาน กินนอนที่บ่อนไม่เคยกลับบ้าน อกตัญญูไม่ไยดีบุพการีหลังจากบิดาบ้านแตกไร้ซึ่งความสุขเปี่ยมล้นทุกขเวทนา เว่ยฉีจึงรามือแล้วจากมา ใช้ชีวิตกับมารดาอย่างมีความสุขต่อมาเรื่องไม่คาดคิดพลันบังเกิด เมื่อมารดาของเย่เสียเกิดล้มป่วยด้วยโรคร้ายที่พบได้บ่อยในหญิงนางโลม ไม่นานก็สิ้นชีพจากไปเงียบๆเป็นมารดาของเว่ยฉีที่ช่วยทำศพให้ ยามนั้นเว่ยฉียังคิดจะไถ่ตัวเย่เสียออกมาทว่าข่าวร้ายพลันบังเกิดอีกคำรบ มารดาของเว่ยฉีเสียชีวิตกะทันหัน ด้วยอุบัติเหตุครั้งที่เดินทางไปไหว้พระขอพรวันนั้นฝนตกลมกรรโชกแรงถนนลื่นกระทั่งรถม้าตกเขา มารดาของเว่ยฉีตายอนาถคาซากรถม้า เงินที่เก็บออม
หลังจากสั่งการให้เหล่าทหารเร่งมือปัดกวาดสิ่งอัปมงคลของพวกมือสังหารจนเหี้ยนเตียน เหลือเพียงส่งศีรษะอาบโลหิตไปให้จักรพรรดิจ้าวถังไห่เฉิงพาร่างสูงเดินนำหน้าเว่ยฉีเข้ามายังเรือนส่วนตัวเพื่อตรวจตราห้องหับว่าลูกน้องจัดการเรียบร้อยดีหรือไม่ อ๋องหนุ่มเป็นบุรุษรักสะอาด ทั้งเย่อหยิ่งถือตัว แม้มิได้ชมชอบชีวิตหรูหราอันใด หากแต่บนความเรียบง่ายนั้นกลับต้องเต็มไปด้วยความประณีตเรียบร้อยอย่าว่าแต่คราบเลือดของนักฆ่าที่เปรอะเปื้อนเลย กระทั่งเส้นผมของผู้อื่นก็อย่าได้ปรากฏให้เห็นในเรือนส่วนตัวของเขาหลังจากโบกมือเบาๆ ให้พลทหารที่ยืนรายรอบออกไปจนหมด ถังไห่เฉิงก็เดินไปนั่งยังโต๊ะกลมริมหน้าต่างด้วยกิริยาเรียบเรื่อย สีหน้าเรียบเฉย โดยมีเว่ยฉีเข้ามาดูแลรินน้ำชาส่งให้“นั่งลง”“พ่ะย่ะค่ะ”เนื่องจากเป็นทั้งเจ้านายและสหายคนสนิท อ๋องหนุ่มกับแม่ทัพหนุ่มมักจะหาเวลาพูดคุยนอกเหนือเรื่องภารกิจการรบหรือกลยุทธ์การศึกเสมอเว่ยฉีย่อมรู้ใจว่ายามนี้นายเหนือหัวต้องการทราบสิ่งใด เขาจึงเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาอย่างรู้หน้าที่“มารดาของเย่เสียกับมารดาของกระหม่อมรักใคร่กันดุจพี่น้อง มีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นหลายปี ตัวเย่เสียเองก็ไว้ใจ
เย่เสียยังคงตั้งอกตั้งใจชี้แนะด้วยน้ำเสียงเครียดเคร่งอย่างต่อเนื่องว่า“ลี่เซียนเอ๋ยลี่เซียน ต่อแต่นี้และตลอดไป ตัวของเจ้าได้มีบุรุษผู้เป็นเจ้าของทั้งกายใจแล้ว คือรุ่ยอ๋องถังไห่เฉิง ส่วนผู้เป็นเจ้าของตัวข้าก็คือเจ้า” เย่เสียมองสบตากลมโตวาวใสราวกระต่ายน้อยพลัดถิ่นของลี่เซียนแล้วเอ่ยเน้นคำอีกครา“จำไว้ เจ้าอยู่ข้ารอด เจ้าตายข้าม้วย เข้าใจไหม?”ลี่เซียนกะพริบตารับฟังนิ่งๆ เริ่มเข้าใจได้ไม่ยากเย็น หญิงสาวอมยิ้มน่าเอ็นดูกล่าวเสียงนุ่มหวานว่า “หากข้าใช้ชีวิตที่นี่ได้ดีและอยู่รอดปลอดภัย พี่เย่เสียย่อมมีความสุขกายสบายใจไร้กังวล ไม่ต้องทนให้ท่านแม่ในหอคณิกาตบตีอีก”ถ้อยวาจาใสซื่อนี้ทำผู้ฟังถึงขั้นน้ำตาซึม “อืม...ถูกต้อง”เย่เสียหยิบผ้าชั้นนอกสวมใส่ให้แม่นางน้อยพลางกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “แต่ว่าท่านอ๋องรูปงามมากเหลือเกิน เจ้าเป็นสตรีของพระองค์ย่อมลำบากไม่มากก็น้อย การรักษาความโปรดปรานยิ่งมีอุปสรรคสาหัสหนักหนา”เย่เสียมัดสายผูกเอวให้ลี่เซียน แล้วจับอีกฝ่ายให้นั่งลงบนเตียงนอนก่อนช่วยสางผมดำขลับเงางามดุจม่านหมึกสายไหม ถักเปียเล็ก ๆ ขดรอบมวยที่ม้วนขึ้น ปักปิ่นดอกพลับพลึงสีแดง ปล่อยผมสยาย
เบื้องหน้าของทั้งสองคืออ๋องหนุ่มในอาภรณ์สีม่วงเข้มกำลังนั่งจิบชาด้วยกิริยาเนิบนาบฉาบทับความสูงศักดิ์เลิศล้ำ ในมือถือตำราเล่มหนาที่เปิดอ่านไปแล้วหลายหน้า บ่งบอกได้ว่าเขาอยู่ตรงนั้นมานานมากแล้วมิได้ออกไปหาสิ่งของให้ผู้ใดทั้งสิ้นถังไห่เฉิงเงยหน้าคมคายจากตำรา ถามเสียงขรึม“มีอะไร?”เว่ยฉีเหลือบตามองเย่เสียแวบหนึ่ง กำลังจะเอ่ยคำรายงานที่ตระเตรียมมากับคนงามหมายช่วยสหายของอีกฝ่าย กลับได้ยินเสียงเย็นเยียบจากนายเหนือหัวเอ่ยตัดบทว่า“ช่างเถอะ! เจ้าไปเบิกทองจากบัญชีส่วนกลางในนามข้า เพื่อนำไปมอบให้หอเหินหย่า แจ้งว่าขอไถ่ตัวคน นามลี่เซียน”เว่ยฉีมองรุ่ยอ๋องอย่างไม่เข้าใจนัก เป็นเย่เสียที่ความคิดฉับไวกว่า นางยื่นหน้าออกจากแผ่นหลังกว้าง ถามเสียงสั่นว่า“ท่านอ๋อง ลี่เซียนแม้ไม่รู้ความ แต่นางมิใช่คนร้ายแน่ๆ ขอพระองค์ทรงเมตตา อย่าไถ่ถอนนางมาลงทัณฑ์เลยนะเพคะ”แม่ทัพหนุ่มพลันเบิกตา คิดอยากตีสตรีขวัญเทียมฟ้าเหลือเกิน กล้าเอ่ยวาจาห้ามมัจจุราชมิให้โหดเหี้ยมได้อย่างไร?เย่เสียย่อมเข้าใจความนัยแห่งแววตาเขา นางรีบหดหัวมุดเข้าแผ่นหลังหุบปากเงียบ ยืนตัวสั่นต่อไปทว่าเพียงครู่พลันโผล่หัวออกม







