LOGINห้องพักในเรือนบัญชาการหลังจากเดินหาอยู่เนิ่นนาน ลอยตัวหา หายตัวไปมา หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ลี่เซียนจึงคิดตัดใจไม่หาต่อ ก่อนจะคิดได้ว่าควรกลับไปสารภาพผิดกับเย่เสียตามตรง โทษฐานไม่อาจรักษาสิ่งของสำคัญอันเป็นน้ำใจของอีกฝ่ายได้เมื่อคิดโดยละเอียดจึงคำนวณง่ายๆ ว่าสมควรชดเชยด้วยของมีค่าอย่างอื่น ทว่านางยังไม่มีเงิน ในโลกนี้เงินสำคัญมาก ยังต้องเร่งหาจากท่านอ๋องลี่เซียนเริ่มตระหนักถึงข้อนี้เนื่องจากเย่เสียพูดพร่ำให้นางฟังไม่หยุด อีกฝ่ายบอกว่ารุ่ยอ๋องมีเงินมีอำนาจ อยากได้สิ่งใดย่อมได้ทั้งนั้นหญิงสาวจึงทำตัวประหนึ่งวิญญาณ ลอยวูบหายวาบกลับมายังห้องนอนที่ถังไห่เฉิงจัดเตรียมให้ หมายมั่นไปขอเงินเขาทันทีที่ร่างงามทะลุกำแพงห้องเข้ามา ดวงเนตรงามพลันปะทะกับเนตรคมดำมหาภัย หญิงสาวชะงักค้างเกร็งร่างทันใด เนื่องจากนางสังเกตแววตาของเขาเช่นนั้น เห็นได้ชัดว่านั่งรอนาง จนหงุดหงิดแล้วลี่เซียนคลี่ยิ้มแห้ง กำลังจะเอ่ยคำเอาอกเอาใจหมายให้เขาคลายโทสะ กลับเห็นสิ่งของที่วางเอาไว้ข้างกายสูงสง่า“อ๊ะ! หาเจอแล้ว”หญิงสาวละความสนใจออกจากชายหนุ่มทันที รีบปรี่เข้ามาทางตำราครวญวสันต์ทั้งหลายทันใด“ข้าหาอยู่นาน
นอกจากมิได้กำจัดหญิงนางโลมชั้นต่ำและรับความดีความชอบที่เปิดโปงความชั่วของมัน นางกลับมีโทษถึงสองข้อหา ล่วงเกินรุ่ยอ๋องทางสายตาและล่วงล้ำอาณาเขตส่วนพระองค์แม้จะโง่งมและวู่วามจนเกินงาม ทว่าบัดนี้ช่านเย่ถึงได้ฉลาดขึ้นมาบ้าง นางตระหนักแล้วว่าตนผิดพลาดอย่างมหันต์นางประเมินนังสตรีน่ารังเกียจนั่นต่ำเกินไป แต่ยังไม่ทันคิดการณ์เพื่อเอาตัวรอด กระแสเสียงอำมหิตพลันดังขึ้นอีกครั้ง“พาตัวหมอหญิงไม่รู้ความผู้นี้ไปตบปากสั่งสอนห้าสิบที คุมขังในคุกมืดรอคำสั่งต่อไป”“...!?”โหดมาก...นอกจากไม่สามารถพูดได้หลายวันยังไม่อาจกินข้าวได้อีกด้วย ช่านเย่ได้อดตายเป็นแน่แท้ พลทหารที่ยืนรอรับใช้องค์เหนือหัวคิดในใจอย่างสังเวช พลางประสานหมัดค้อมศีรษะ “พ่ะย่ะค่ะ”“ท่ะ...ท่านอ๋อง ช่านเย่มิกล้าแล้วเพคะ”เสียงร้องโหยหวนของสตรีเกิดขึ้นทันทีเมื่อพลทหารสองนายเดินเข้ามาพร้อมรังสีสังหาร พวกเขากระชากร่างบอบบางของช่านเย่ขึ้นอย่างแรงไร้ซึ่งความปราณีใด ๆ คล้อยหลังพลทหารที่ลากตัวช่านเย่หายลับไปจากครรลองสายตา ถังไห่เฉิงจึงมองสิ่งของตรงหน้านิ่งๆภายใต้เนตรคมเข้มสีรัตติกาลยากคาดเดาห้วงอารมณ์ ในใจอ๋องหนุ่มนึกสงสัยครามครันว่าสตรีผู
นับว่าโชคดีที่ยามนั้นนางมีคัมภีร์พระธรรม ตำราคำสอนบาปกรรมช่วยกล่อมเกลาจิตใจมิให้ฟุ้งซ่าน นางอ่านหนังสือเหล่านั้นอย่างตรากตรำก่อนที่ทุกคนจะเอือมระอานางที่ดื้อรั้นเมื่อคิดได้ดังนั้น ลี่เซียนจึงนึกถึงตำรารัญจวนขึ้นมาได้ทว่าเมื่อมองหากลับไม่เจอในสาบเสื้อย่อมไม่มี ในแขนเสื้อชุดแดงก็ไม่เห็นเรียวคิ้วงามขมวดมุ่น ลี่เซียนค่อยๆ คิดว่าลืมไว้ที่ใด ท้ายที่สุดก็คิดออกว่าคงลืมไว้ในเรือนบัญชาการหากแต่นางไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปที่ใดนี่นาหญิงสาวครุ่นคิดลึกซึ้ง ครู่หนึ่งจึงมองชุดแดงตรงหน้าคำสั่งนั่นอยู่บนเงื่อนไขการใส่ชุดงามนี่นา ยามนี้นางมิได้ใส่ชุดที่ชอบ ย่อมออกไปได้แน่นอนว่าหญิงสาวไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเดินกรีดกรายนางเพียงขับปราณบริสุทธิ์สายหนึ่ง ชั่วพริบตาร่างงามพลันอันตรธานหายไป อย่างไร้ร่องรอยแสงแดดสีทองค่อยๆ โรยตัว บ่งบอกเวลายามเย็นภายในห้องหนังสือของถังไห่เฉิงเริ่มมีการจุดเทียนเพิ่มโดยพลทหารรับใช้หลังโต๊ะสลักลายพยัคฆ์คำราม ร่างสูงใหญ่สง่างามนั่งนิ่งไม่ไหวติงใด ๆ บนโต๊ะมี ‘สิ่งของบางอย่าง’ วางไว้ในระดับสายตา ด้านหน้าของโต๊ะห่างเพียงสามก้าว มีร่างระหงของสตรียืนอย่างสำรวมแต่แววตากลับท
ถังไห่เฉิงใช้เวลาช่วงบ่ายไปกับการเขียนรายงานการรบเพื่อถวายฮ่องเต้ถังไท่หลินผู้เป็นพี่ชายเมื่อเสร็จจากงานในห้องหนังสือจึงเดินกลับมาที่ห้องหนึ่ง เพื่อยืนมองใครบางคนจากหน้าประตูห้องนี้เดิมทีเป็นห้องรับรองชั้นในอยู่ระหว่างห้องนอนกับห้องหนังสือของเขา แต่บัดนี้กลายเป็นห้องนอนของนางไปแล้วเขาสั่งให้คนเพิ่มตั่งยาว ม่านมุ้งและเครื่องเรือนครบครัน โดยไม่รู้เช่นกันว่าทำไปเพื่ออันใด ทั้ง ๆ ที่นางไม่น่าไว้ใจ ที่มาที่ไปยังไม่แน่ชัด แต่เขาไม่ถามไถ่ให้กระจ่างกลับซื้อตัวนางไว้ข้างกาย ท้ายที่สุด นอกจากไม่คิดถามถึงตัวตนแท้จริงอันเป็นสาระสำคัญ ถังไห่เฉิงยังสนใจอาการแปลกๆ ของลี่เซียนมากกว่าชายหนุ่มตัดสินใจเดินเข้าหาแม่นางผู้ซึมเศร้า“เจ้าเป็นอะไร?”สุ้มเสียงทุ้มต่ำทำลี่เซียนจำต้องวางผ้าลงโดยไว รีบปาดน้ำใสที่หางตาอย่างเร็วอึดใจต่อมา นางลุกขึ้นยืนแล้วกางแขนออกถังไห่เฉิงขมวดคิ้ว มองอย่างงุนงงยังไม่ทันได้ถาม คนงามพลันเดินหน้าแล้วโถมร่างนุ่มใส่ วงแขนเล็กยังกระชับเอวสอบแน่น“...!?”อีกครั้งที่ชายหนุ่มยังไม่ทันได้เอ่ยอันใด หญิงสาวผู้กำลังส่ายหน้าขลุกขลักตรงแผงอกกว้าง พลันส่งเสียงหวานนุ่มเล็ดลอดออกมา “ข้าจะ
นางไม่ชอบชุดทหารแบบนี้เอาเสียเลย ไม่งามเลยสักนิด สู้ชุดของพี่เย่เสียก็ไม่ได้ ลี่เซียนเริ่มเอาแต่ใจ โดยการหันหลังให้ถังไห่เฉิงไม่มองหน้า ไม่พูดจา ไม่สนใจเขาอีกอ๋องหนุ่มเห็นเช่นนั้นกลับรู้สึกดีอย่างประหลาดเขาหมุนกายไปนั่งลงที่โต๊ะกลมพลางเอ่ย “เจ้า...มานี่!”เสียงทุ้มเย็นชาเช่นทุกคราทว่าครั้งนี้กลับเจือความอบอุ่นผิดปกติ ผู้ถูกเรียกเอียงคอมองเล็กน้อย ก่อนค่อยๆ หมุนตัวเข้าหาอย่างไม่เต็มใจเลย“ท่านจะทำสิ่งใดอีก?”“ยืนนิ่งๆ”“...”แม้ดวงหน้าจะงอง้ำทว่าดวงเนตรกระจ่างใสที่ทอดมองกลับพร่างพราวดุจดวงดาวในคืนวสันต์ ยังผลให้บุรุษที่โต๊ะกลมยิ่งอารมณ์ดี วงหน้าหล่อเหลาประดับรอยยิ้มบางเบาตรงมุมปาก เนตรมังกรดำจัดเจือริ้วขบขันสายหนึ่งน้อยคนนักที่จะมีวาสนาได้ยลรุ่ยอ๋องที่เป็นเช่นนี้เมื่อฝ่ายสตรีหมุนกายมาหยุดยืนเบื้องหน้า ฝ่ามือหนาจึงช่วยจับสาบเสื้อให้เข้าที่ ผูกสายรัดเอวแน่น จับปกเสื้อให้มิดชิด ปิดถึงปลายคาง มีเพียงหน้าผากจรดคางมนที่เผยให้เห็นการแนบชิดเช่นนี้ ถังไห่เฉิงไม่เคยทำกับใคร ทว่าตั้งแต่เจอลี่เซียน เขากับนางกลับทำเรื่องสนิทสนมนับครั้งไม่ถ้วนเหลือเพียงสอดประสานเรือนกายแนบแน่นลึกซึ้งเท่านั้
ถังไห่เฉิงจ้องสตรีนางน้อยอย่างไม่เข้าใจว่าเหตุใดต้องหงุดหงิด แค่นางแต่งตัวงดงามปรากฏกายต่อธารกำนัลกลับดึงอารมณ์อันไร้สาระทั้งไม่คุ้นเคยเยี่ยงนั้นได้ ยิ่งเห็นนางไม่รู้สึกรู้สาว่าตนเองทำผิดอะไร เขาพลันร้อนรุ่มจนต้องระบายโทสะอ๋องหนุ่มเร่งตรึกตรองประคองสติ เริ่มคิดได้ว่าไม่เหมาะ เขาไม่ควรทำรุนแรงกับนางเฉกเช่นเมื่อคืนในห้องอาบน้ำ ภาพโลหิตไหลนองและบาดแผลบนกายนางไม่ควรเกิดขึ้นอีกเมื่อคิดได้เช่นนั้นฝ่ามือแกร่งที่จับตรึงเนื้อนุ่มจึงผ่อนแรง ทว่าในจังหวะที่กำลังมอบอิสระแก่นาง พลันได้ยินเสียงหวานใสเอ่ยต่ออย่างมีเหตุผลว่า“แต่มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ หากว่าข้าจะน่าเอ็นดูจนเกินไป ผู้อื่นล้วนชื่นชมข้ามาแต่ไหนแต่ไร หลายคนมักจะชอบหยอกเย้าข้า พวกเขาชอบหยิกแก้มของข้าแรงๆ ผู้เฒ่าเคราขาวยังจับข้าให้นั่งลงบนตัก ข้ามิอาจทัดทานพวกเขาได้เลยสักครั้ง”หญิงสาวมิได้กล่าวเกินจริง เพราะตั้งแต่แบเบาะจนอายุแปดขวบ เหล่านักพรตในอารามผิงอันไม่มีใครไม่หยอกเอินนาง พวกเขาเรียกนางว่าเจ้าก้อนแป้ง ทั้งคิดว่านางเป็นซาลาเปาน้อยทว่าถังไห่เฉิงไหนเลยจะเข้าใจเฉกเช่นลี่เซียน นัยน์ตาคมลึกล้ำยาก







