بيت / รักโบราณ / ฮองเฮาคือนางร้าย / บทที่ 3.2 ใครคิดอยากทำลายองค์หญิง

مشاركة

บทที่ 3.2 ใครคิดอยากทำลายองค์หญิง

last update تاريخ النشر: 2026-09-30 17:22:04

เว่ยหลานกล่อมซือเอ๋อร์นอน ครั้นเจ้าก้อนกลมหลับสนิทจึงย่างกรายตนเองไปยังห้องข้าง ๆ ซึ่งบัดนี้จางหมัวมัวนอนร้องครางเจ็บปวดเพราะการถูกโบยบริเวณแผ่นหลัง ฮุ่ยลู่และอี๋หนี่ล่าถอยออกไปเพื่อเปิดทางแก่นาย

 ดวงตาหงส์พลันฉายแววอำมหิต “ข้าจะให้โอกาสจางหมัวมัวสารภาพ ที่ผ่านมาเจ้าทำอะไรกับองค์หญิงบ้าง และใครอยู่เบื้องหลังเจ้า”

            “เบื้องหลังอะไรกันเพคะ ฮองเฮาทรงให้หม่อมฉันดูแลองค์หญิงเอง หาใช่คนอื่นส่งมา” จางหมัวมัวเปล่งเสียงสะอื้น เงยหน้ามองผู้ปกครองวังหลังอย่างอ้อนวอน

            “จนป่านนี้ยังปากแข็งอีกรึ” เว่ยหลานกอดอก นางปรบมือสามครั้งส่งสัญญาณให้นางกำนัลด้านนอกนำของเข้ามา

            มันคือกรรไกรอันแหลมคม สตรีหงส์หยิบขึ้นมา ครั้นจางหมัวมัวเห็นปลายคมสะท้อนกับแสงไฟ ขนทั่วร่างพลันลุกชัน ฮองเฮาดูเหมือนอ่อนโยนลงกับองค์หญิงเผยลู่ซือ ทว่าโหดร้ายกับนาง ส่วนใหญ่มักเอาเวลาไปกำจัดสนมมากกว่า ไม่เคยลงโทษแม่นมอาวุโสเช่นนาง

            “หม่อมฉันจงรักภักดีฮองเฮานะเพคะ ความผิดตีองค์หญิงครั้งเดียว ถึงขั้นทำให้พระองค์มองหม่อมฉันในแง่ร้ายเลยหรือ”

            “อ้อ ความผิดครั้งเดียว” เว่ยหลานกล่าวย้ำ ร่างระหงเดินเข้าใกล้แม่นมบุตรสาว กรีดนิ้วเรียวยาวบนใบหน้าอีกฝ่าย ความเย็นเยียบจากปลายนิ้วจรดบนผิว จางหมัวมัวรู้สึกเย็นยะเยือกทั่วเรือนกาย

            “พะ...เพคะ”

            “ได้ยินว่าเจ้าชอบผมตนเองมาก ดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี เช่นนั้น...”

            เว่ยฮองเฮาขยับกรรไกร ค่อย ๆ ตัดผมจางหมัวมัวทิ้งด้วยสายตาเย็นชา นางยังมิอาจทำร้ายคนตรงหน้าหนักเพราะยังไม่ยอมรับสารภาพ มีเพียงวิธีการทำลายสิ่งที่รักเพื่อให้เจ็บปวด ข่มขู่ว่าฮองเฮาเช่นนาง ดวงตาไม่มืดบอดเหมือนครั้งอดีตแล้ว

            แต่จะโทษเว่ยฮองเฮาคนเดิมก็ไม่ได้ จางหมัวมัวคือแม่นมของตระกูลเว่ยที่มีโอกาสเข้าวังหลัง ทว่าอาจเพราะความโลภ จึงถูกผู้อื่นชักจูงจมูก ยอมทรยศหักหลังนายตนเพื่อเงินจำนวนสูง

            เว่ยหลานไม่เพียงตัดทิ้งแค่ส่วนปลาย แต่นางตัดขึ้นสูงจนผมขาดแหว่งไม่เป็นทรง เมื่อเรียบร้อยดีจึงหยิบคันฉ่องพกพาขึ้นมา ยามจางหมัวมัวมองตนเองในกระจก นางก็กรีดร้องออกมาสุดเสียงราวคนเสียสติ

            “หากไม่สารภาพ ข้าอาจทำมากกว่านี้” เว่ยหลานแสยะยิ้ม

            ใครที่มันกล้าทำร้ายบุตรสาวนางทั้งทางตรงหรือทางอ้อม สิ่งนั้นย่อมคืนสนองเท่าทวี อย่าคิดถามถึงความปรานี นางเคยทำงานนักฆ่า หากตัดสินใจลงมือ มันผู้นั้นไม่มีทางรอดอย่างแน่นอน

            จางหมัวมัวช่างเอาอกเอาใจนายใหม่เสียจริง ไม่ยอมปริปากพูด คงได้รับเงินมามากสินะ

            อำนาจเงินช่างหอมหวานและน่ากลัว สามารถเปลี่ยนแปลงคนในพริบตาเดียว ยอมทำทุกอย่างเพื่อมัน

            ตัวนางเป็นนักฆ่าก็จริง ทว่าองค์กรนักฆ่าที่ทำงานด้วย มักส่งไปฆ่าคนประเภทเลวทราม เพราะบางทีกฎหมายก็ทำอะไรคนพวกนั้นไม่ได้ ศาลเตี้ยเช่นนางจึงถูกจ้างวานไปจัดการทิ้งในพริบตาเดียว

            “หึ ฮองเฮามัวแต่กล่าวโทษหม่อมฉัน กล่าวโทษผู้ที่อยู่เบื้องหลัง แล้วเคยกล่าวโทษตัวเองหรือไม่เพคะ! ตั้งแต่องค์หญิงเผยลู่ซือวัยแบเบาะ แทบไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากมารดาเลย!”

            “!”

            เว่ยฮองเฮาจุกอก คำพูดของจางหมัวมัวคือเรื่องจริงทุกประการ ทว่านางไม่ได้ทำ แต่เป็นคนเดิมต่างหาก หลังจากนี้ย่อมเปลี่ยนแปลงตนเองใหม่ ปกป้องและเลี้ยงดูลูกน้อยอย่างสุดความสามารถ

            ยามนั้นฮุ่ยลู่และอี๋หนี่เกือบปรี่เข้ามาตบจางหมัวมัว เพราะกล่าวล่วงเกินเบื้องสูง ทว่าเว่ยหลานยกมือห้ามปรามเสียก่อน นางกำนัลคนสนิททำได้เพียงยืนนิ่งตามพระประสงค์มารดาแผ่นดิน

            “ข้าราชบริพารทุกคน ต่างเกรงกลัวฮองเฮากันทั้งนั้น เพราะพวกเขาทำงานด้วยความจงรักภักดีมากเพียงใด ก็ไม่เคยได้รับคำชื่นชม แต่หากทำผิดพลาดนิดเดียว ฮองเฮาก็จะสั่งทำโทษ” จางหมัวมัวกัดฟันเอ่ย ดวงตาทอประกายเกรี้ยวโกรธ

            “เรื่องพวกนี้...ไม่ต้องให้จางหมัวมัวสอน หากข้ายังเป็นเหมือนเมื่อก่อน มีหรือจะสนใจซือเอ๋อร์เช่นนี้ ในเมื่อเจ้าไม่พูดว่าใครอยู่เบื้องหลัง ข้าก็จะสืบเอง และอย่าคิดว่าจะได้ออกจากตำหนักคุนหนิง ข้าคือนายแห่งนี้ ใครหน้าไหนก็มาช่วยเจ้าไม่ได้” เว่ยหลานแสยะยิ้ม สะบัดแขนเสื้อออกจากห้องอย่างคนเหนือกว่า

            ไม่สารภาพ...นางหาได้หวาดกลัว เดี๋ยวคนผู้นั้นติดต่อจางหมัวมัวไม่ได้ ย่อมเผยพิรุธและร้อนรนเอง

           

            เว่ยฮองเฮากลับมายังห้องบรรทม นางขึ้นไปนอนบนเตียงกับเจ้าก้อนแป้ง บุตรสาวกำลังนอนหลับใหล มีเสียงลมหายใจเบาหวิวดังสม่ำเสมอ แก้มยุ้ย ๆ และริมฝีปากอ่อนนุ่ม มองแล้วชวนให้ก้มลงไปจุมพิตเหลือเกิน

            เว่ยหลานหอมแก้มลูกฟอดหนึ่งแล้วดึงเข้ามากอดแนบอก ยามแสงจากตะเกียงส่องกระทบใบหน้าเด็กหญิง นางเห็นบริเวณหางตามีน้ำตาคลอหน่วย อาจเพราะซือเอ๋อร์ยังคงเจ็บปวดกับเรื่องราวในวันนี้กระมัง

            นางเพิ่งกระจ่างความรู้สึกของคนเป็นมารดา...ยามลูกเจ็บปวด แม่เจ็บปวดยิ่งกว่า

            แน่นอนว่าใครที่มันอยู่เบื้องหลัง มารดาผู้นี้จะแก้แค้นเอาคืนให้เอง

            จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายก้อนกลม ๆ อวบอ้วนน่ารักตรงหน้าเด็ดขาด หากจะทำก็ข้ามศพนางไปก่อนเถอะ!

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ฮองเฮาคือนางร้าย   บทที่ 8.2 ฮ่องเต้เฮงซวย

    “ขะ ขออภัยเพคะ วันนี้หม่อมฉันซุ่มซ่ามจริง ๆ เหยียบพระบาทอีกแล้ว” พระพัตร์เว่ยหลานแสร้งรู้สึกผิด หากแต่ภายในกำลังยิ้มเพราะสะใจ “ข้าจะกลับตำหนักเฉียนชิง!” ฮ่องเต้หนุ่มหยัดกายลุกออกจากสระน้ำขนาดสี่เหลี่ยม หยิบอาภรณ์ขึ้นมาสวมใส่ด้วยตนเอง ก่อนจากไป ริมฝีปากหยักขยับตรัสประโยคหนึ่งออกมา “น้ำท่วมล้นเอ่อจนกลายเป็นอุทกภัย” กล่าวจบก็สะบัดแขนเสื้อออกจากพระตำหนักคุนหนิง วันนี้ฤกษ์ไม่ค่อยดี ถูกเว่ยหลานเหยียบเท้าถึงสองครั้ง หากยังอยู่ที่ตำหนักคุนหนิง มีหวังครั้งที่สาม สี่ ห้า คงตามมา เว่ยฮองเฮามองตามแผ่นหลังกว้างที่จากไป นางแสยะยิ้มแล้วแอบด่าเขาในใจ ‘ฮ่องเต้เฮงซวย!’ พอได้ด่าแบบนี้ก็ช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้นจริง ๆ คล้อยหลังฮ่องเต้ เว่ยหลานลุกออกจากสระน้ำ ฮุ่ยลู่และอี๋หนี่เข้ามาปรนนิบัติอย่างรู้ความ หลังจากเช็ดวรกายฮองเฮาจึงสวมใส่อาภรณ์ผ้าไหมสีแดง ปักลวดลายหงส์ด้วยด้ายทอง จากนั้นค่อยประคองผู้ปกครองวังหลังออกไปยังห้องบรรทม “ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันได้ยินว่าฉินเฟยตั้งครรภ์ หมอหลวงเพิ่งไปตรวจอาการที่ตำหนักเมื่อครู่” ฮุ่ยลู่เอ่ยอย่

  • ฮองเฮาคือนางร้าย   บทที่ 8.1 ฮ่องเต้เฮงซวย

    ฮุ่ยลู่และอี๋หนี่ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ทว่ารับสั่งของฝ่าบาทมีค่ายิ่งกว่าทองคำ พวกนางมิอาจขัด แม้อยากอยู่ปรนนิบัติเว่ยฮองเฮาก็ตาม จึงทำได้เพียงล่าถอยออกจากห้องสรงน้ำในพระตำหนักคุนหนิง เว่ยหลานนั่งแช่น้ำไม่ขยับร่างกาย อาภรณ์ของนางและผ้าวางพาดไว้บริเวณฉากกั้น หากลุกขึ้นยืนยามนี้ย่อมเปิดเผยเนื้อหนังแก่ฮ่องเต้หลายใจ วันนี้ฉลองพระองค์ผ้าไหมสีม่วง ปักลวดลายมังกร กวานสีทองยามแสงสาดส่องกระทบเปล่งประกายระยิบระยับ ดวงตาคมกริบทอดมองมายังนางไม่ละไปที่ใด ส่วนเหตุผลในการมายังตำหนักคุนหนิง นางคร้านจะถามให้มากความ “ข้ายังไม่อาบน้ำ” “...” เว่ยหลานเงียบ นัยน์ตาเต็มไปด้วยคำถาม กระนั้นนางก็มิได้เอ่ยถามเขาสักครึ่งประโยค บุรุษผู้นี้ช่างเดาใจยาก ซึ่งนางคาดการณ์ไม่ออกว่าเขาจะมาไม้ไหนอีก วรกายสูงเหยียดหลังตรง ปลดเปลื้องสายรัดเอว ตามด้วยอาภรณ์สูงส่ง เว่ยฮองเฮาเบือนหน้าหนี พยายามไม่มองร่างกายพระสวามี แม้ตนเองในชาตินี้ไม่บริสุทธิ์แล้ว แต่โลกที่จากมา ตนไร้ประสบการณ์เรื่องเช่นนั้น สถานการณ์ตรงหน้าช่างชวนกระอักกระอ่วนเสียจริง เพราะ

  • ฮองเฮาคือนางร้าย   บทที่ 7.2 ในเมื่ออยากให้ร้าย ข้าก็จะร้าย

    ดวงตาเว่ยฮองเฮาเต็มไปด้วยไฟแห่งโทสะ ขณะที่มารดาแผ่นดินค่อย ๆ ถอยห่าง จางหมัวมัวก็ไม่เกรงกลัวสิ่งใดอีก นางทราบดีว่าตนเองไม่มีทางรอด ดังนั้นจึงอยากแก้แค้นคนที่เคยกดขี่ทำร้ายตน บ่อยครั้งเว่ยฮองเฮามักตบตีนางหากไม่พอพระทัย คนแก่เช่นนางไม่อยากเป็นสิ่งรองมือรองเท้าใครอีกแล้ว อย่างน้อยหากตายก็ขอลากสตรีเลว ๆ ตายไปด้วย ทว่าจางหมัวมัวหัวเราะได้ไม่นานก็พบความผิดปกติ เว่ยฮองเฮาสมควรมีอาการหายใจไม่ออก และทรุดร่างกายลงกับพื้นเพื่อรอความตายในสิบสองชั่วยาม แต่เหตุใดจึงยังยืนได้แบบนี้! แม่นมอาวุโสหุบปากลงสนิท เอ่ยถามตะกุกตะกัก “หะ...เหตุใด ฮองเฮาทรงไม่เป็นอะไร” เว่ยหลานหัวเราะดังสนั่นทั่วห้อง เดินเข้าไปหาจางหมัวมัวแววตาอำมหิต “ทำไมน่ะหรือ หึ” “ทะ...ทำไม ฮองเฮา...” เพียะ! เสียงตบพลันดังสนั่น เว่ยหลานออกแรงตบจางหมัวมัวครั้งหนึ่งจนหน้าหัน ใครจะคาดคิดว่าแม่นมอาวุโสที่เว่ยฮองเฮาคนเดิมเลี้ยงไว้และมอบชีวิตที่ดีให้จะแอบหักหลังและยังอยากลอบปลงพระชนม์ หากมิใช่นางสืบพบก่อน ยามนี้ก็คงถูกพิษ ตายหนที่สองไปแล้ว เมื่อวานฮุ่

  • ฮองเฮาคือนางร้าย   บทที่ 7.1 ในเมื่ออยากให้ร้าย ข้าก็จะร้าย

    เว่ยหลานชะงัก หากแต่สีหน้าราบเรียบ นางเพิ่งทราบข่าวการตั้งครรภ์ของเซี่ยกุ้ยเฟย ดูเหมือนเผยเจิ้นหยางโปรดปรานนางเอกนิยายตามชื่อเรื่องจริง ๆ คงเพราะเป็นลูกรักของผู้เขียน อีกฝ่ายจึงตั้งครรภ์มังกร แต่จะให้ทำเหมือนเว่ยฮองเฮาคนเดิม แน่นอนว่านางทำไม่ได้ แม้นางเป็นนักฆ่า ทว่ามีจิตใจเมตตาต่อเด็กในครรภ์ เขาบริสุทธิ์ สมควรได้ลืมตาดูโลก ตนย่อมไม่คร่าชีวิตก้อนเนื้อในครรภ์เซี่ยกุ้ยเฟย เซี่ยหนิงเจียวเห็นเว่ยฮองเฮานิ่งไปก็รู้สึกสะใจ สตรีหงส์อยากกุมอำนาจไว้ในมือ พยายามอย่างเต็มกำลังเพื่อครรภ์มังกร ทว่าทำเช่นไรก็ไม่เกิดผล ครั้นสนมที่ตำแหน่งต่ำกว่าตั้งครรภ์ก่อน ย่อมเสียหน้าไม่น้อย “หม่อมฉันทราบดีว่าจิตใจฮองเฮากว้างขวางยิ่งกว่าแม่น้ำ คงมิถือสาเรื่องเล็กน้อยใช่หรือไม่เพคะ” เซี่ยหนิงเจียวตีหน้าเศร้า ในสายตาผู้อื่น นางคือสตรีบอบบางน่าสงสาร ส่วนเว่ยฮองเฮาคือสตรีร้ายกาจจิตใจอำมหิต หากยืนกรานให้ขบวนนางหลบ สายพระเนตรฮ่องเต้เผยเจิ้นหยางยิ่งจะมองสตรีหงส์แง่มุมลบลง เว่ยหลานกรีดสายตามองเซี่ยกุ้ยเฟยตั้งแต่ศีรษะจรดท้อง ก่อนจะหยุดมองครรภ์อีกฝ่าย “ร

  • ฮองเฮาคือนางร้าย   บทที่ 6.2 ฮองเฮาและองค์หญิง

    เด็กหญิงอวบอ้วนชูแขนขึ้นพร้อมขยับร่างกายแสดงความดีใจให้มารดาเห็น รอยยิ้มน่ารักสดใสเปล่งประกายแข่งกับแสงแดดด้านนอก และในยามนั้นเอง เว่ยหลานพลันตัวแข็งค้าง “สะ...เสด็จแม่” เผยลู่ซือขยับปากเล็ก หัวใจหญิงสาวกระตุก อบอวลด้วยความรัก นึกไม่ถึงว่ายามลูกเรียกขานคำว่าแม่ครั้งแรกจะสร้างแรงสั่นสะเทือนแก่กันมากถึงเพียงนี้ และนางปรารถนาอยากได้ยินมันทุกวัน “ลูกแม่ช่างรู้ความนัก” เว่ยหลานอุ้มเจ้าก้อนออกจากเก้าอี้ แนบจมูกถูกับจมูกเล็ก ๆ หยอกล้อ ยามนั้นซือเอ๋อร์รู้สึกจักจี้จึงหัวเราะคิกคักสนุกสนาน สองแม่ลูกเล่นด้วยกันอย่างดี บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข กระยาหารเช้าถูกจัดวางที่สวนในพระตำหนักคุนหนิง นางไม่อยากให้ลูกอุดอู้อยู่แต่ในห้อง การทอดมองธรรมชาติอันงดงามจะช่วยให้จิตใจสงบ เว่ยหลานจึงอุ้มบุตรสาวออกจากห้องบรรทม พาไปนั่งโต๊ะม้าหินอ่อน ไม่ใกล้ไม่ไกล ดอกซิ่งกำลังแย้มบานตระการตาแทนดอกเหมยซึ่งบานช่วงเหมันต์ วัฏจักรดอกไม้ช่างคล้ายคลึงคนนัก มีรุ่งโรจน์มีร่วงโรยตามกาลเวลา ไม่จีรังยั่งยืน เผยลู่ซือเช่นเดียวกัน ในวังหลังแห่งนี้ ผู

  • ฮองเฮาคือนางร้าย   บทที่ 6.1 ฮองเฮาและองค์หญิง

    ณ ตำหนักตงลิ่ว ร่างบอบบางนอนหมดเรี่ยวแรงบนเตียง ใบหน้าขาวซีด ริมฝีปากไร้สี แววตาสั่นระริก เซี่ยหนิงเจียวไม่เข้าใจว่าเหตุใดจู่ ๆ ตนเองจึงล้มป่วยเช่นนี้ เพราะเมื่อก่อนนางค่อนข้างแข็งแรง ทว่าการล้มป่วยครานี้ก็พอมีประโยชน์อยู่บ้าง นางได้ข่าวว่าฝ่าบาทเสด็จตำหนักคุนหนิง เพื่อไม่ให้โอรสสวรรค์มีค่ำคืนอันหอมหวานกับเว่ยฮองเฮา จึงส่งคนไปกราบทูล หากผู้ปกครองวังหลังมีพระโอรสขึ้นมาจริง ๆ ด้วยฐานะ รวมถึงมีตระกูลเว่ยและไทเฮาหนุน ยิ่งจะลงจากตำแหน่งยาก ความทะเยอทะยานของนางย่อมไม่หยุดแค่เพียงกุ้ยเฟยแน่ หงส์เคียงมังกรเท่านั้นที่คู่ควร คิดเช่นนี้ มุมปากพลันแสยะยิ้มร้าย ครั้นเสียงขันทีหน้าตำหนักกล่าวว่าเผยเจิ้นหยางฮ่องเต้มาถึงแล้ว เซี่ยกุ้ยเฟยก็ปรับสีหน้าให้กลับมาทุกข์ เตรียมแสดงละครออดอ้อนพระสวามี เผยเจิ้นหยางเข้าไปด้านใน เมื่อเห็นสนมนอนป่วยก็รีบเดินไปนั่งขอบเตียง ทอดพระเนตรมองสตรีเบื้องหน้าด้วยความห่วงใย “ฝ่าบาท...” มือหยาบลูบศีรษะเซี่ยหนิงเจียวเบามือ เอ่ยถามอ่อนโยน “หมอหลวงมาตรวจอาการเจ้าหรือย

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status