Beranda / รักโบราณ / ฮองเฮาคือนางร้าย / บทที่ 4.1 ฮองเฮากับเหล่าสนม

Share

บทที่ 4.1 ฮองเฮากับเหล่าสนม

last update Tanggal publikasi: 2026-09-30 17:22:45

                วันนี้คือวันคารวะฮองเฮา เว่ยหลานแม้ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับสนม จำต้องตื่นแต่เช้า อย่างไรก็ควรทำความรู้จักพวกนางเอาไว้ เพื่อได้เบาะแสเกี่ยวกับผู้หนุนหลังจางหมัวมัว ยามนี้นางนั่งหน้าคันฉ่อง ปล่อยให้ฮุ่ยลู่และอี๋หนี่แต่งแต้มเครื่องประทินบนใบหน้างาม ผัดแป้งบางเบา จรดพู่กันวาดคิ้วโก่ง ตามด้วยแต้มสีชาดแดงเรื่อบนริมฝีปาก

            เส้นผมดำขลับประดุจน้ำหมึกถูกเกล้าขึ้นเต็มหัว จากนั้นนางกำนัลคนสนิทก็ปักปิ่นหงส์บนนั้น เงาบนกระจกที่สะท้อนออกมาเต็มไปด้วยรัศมีสูงส่ง เมื่อเรียบร้อยดี เว่ยฮองเฮาจึงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

            นางสวมอาภรณ์ตัดเย็บจากผ้าทอลายเส้นทอง[1] เตรียมย่างกรายไปยังห้องโถงภายในตำหนักคุนหนิง ไม่ลืมสั่งนางกำนัลที่เหลือดูแลองค์หญิงเผยลู่ซือ ส่วนฮุ่ยลู่และอี๋หนี่ติดตามหลังมารดาแผ่นดินไป

           

            “เว่ยฮองเฮาเสด็จ...”

            เสียงขันทีประกาศดังทั่วห้องโถง สตรีร่างหงส์เดินเข้าไปด้านใน ชายอาภรณ์สะบัดพลิ้วไหวราวกับภาพวาดเทพธิดา สนมน้อยใหญ่ต่างนั่งคุกเข่า เว่ยหลานกรีดสายตาทอดมองพวกนาง

            อืม...มีมากมายจริง ๆ ทั้งนิ้วมือและนิ้วเท้านางนับไม่หมดด้วยซ้ำ

            ฮ่องเต้เลวผู้นั้น...จำชื่อบรรดาเมียตนเองได้สักกี่คนกันเชียว

            เว่ยฮองเฮาครุ่นคิดยามเดินตามทาง จวบจนนั่งบนบัลลังก์ซึ่งอยู่สูงกว่าทุกคน สนมฮ่องเต้จึงกล่าวขึ้นพร้อมกัน

            “คารวะฮองเฮาเพคะ ขอพระองค์ทรงพระเจริญพันปี พันพันปี”

            เว่ยหลานได้แต่คิดในใจ! ใครจะอยู่นานถึงขนาดนั้น แค่เจ็ดสิบหรือแปดสิบก็แก่มากแล้ว

            “ไม่ต้องมากพิธี ทุกคนลุกขึ้นได้”

            “ขอบพระทัยฮองเฮาเพคะ”

            สนมทุกคนค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนนั่งลงประจำที่ท่าทางสงบเสงี่ยมเรียบร้อย ทว่าในใจคล้ายมีเปลวเพลิง เพราะเว่ยฮองเฮามักหาหนทางเล่นงานอยู่เสมอ ยิ่งใครได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ ก็อย่าหวังว่าชีวิตในวังหลังจะสงบสุข

            เนตรหงส์กวาดมองสนมทุกคน โดยเฉพาะนางเอกนิยาย นางคือเซี่ยกุ้ยเฟย หรือเซี่ยหนิงเจียว ผู้ได้รับความรักจากฮ่องเต้ สุดท้ายก็ขึ้นเป็นฮองเฮาหลังเว่ยฮองเฮาตรอมใจตายในตำหนักคุนหนิง

            เซี่ยหนิงเจียวคือบุตรสาวอัครเสนาบดีฝ่ายขวา ซึ่งสกุลเซี่ยเพิ่งมีบทบาทอันแข็งแกร่งในราชสำนักรัชสมัยของฮ่องเต้เผยเจิ้นหยาง แน่นอนว่าการที่มีทั้งอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายและขวาก็เพื่อคานอำนาจกัน

            ฮ่องเต้ผู้นี้ช่างมองขาด บุตรสาวของอัครเสนาบดีทั้งสองคือภรรยาเขาทั้งคู่ นับเป็นการรวบรวมอำนาจไว้ในมือ แต่ไม่รู้ว่าฝั่งขุนนางฝ่ายบู๊ส่งบุตรสาวเข้ามาถวายตัวในวังหลวงรึไม่ ความทรงจำเจ้าของร่างเดิมเลือนรางนัก นางปะติดปะต่อได้เพียงบางอย่างเท่านั้น

            ถัดจากเซี่ยกุ้ยเฟยคือฉินเยว่ สนมขั้นเฟย หรือที่เรียกกันว่า ฉินเฟย บุตรสาวเสนาบดีกรมพระคลัง  จากความทรงจำของร่างเดิม ดูเหมือนสนมผู้นี้ไร้พิษภัย มักแสดงความห่วงใยแก่เว่ยฮองเฮาเสมอ ทำให้ผู้ปกครองวังหลังไม่ค่อยเพ่งเล็งฉินเฟยเท่าใด

            เว่ยฮองเฮากวาดสายตามองสนมอื่น ๆ ส่วนใหญ่ต่ำกว่าขั้นเฟย แสดงท่าทางนอบน้อมต่อหน้านาง ทว่าแววตาบางคนกลับคุกรุ่นไม่น้อย ดี...ดี การเข้าหากันของสตรีวังหลังย่อมต้องเล่นละคร ดังนั้นนางก็จะแสดงเช่นเดียวกัน

            สตรีหงส์ยกขาไขว่ห้าง เชิดคางมองสนมน้อยใหญ่สีหน้าราบเรียบ “วันนี้ข้าแค่เพียงอยากบอกทุกคนว่าการเป็นสตรีของฝ่าบาท ย่อมมีคนจับตามอง ควรประพฤติตัวเหมาะสม หูตาอันกว้างไกลรู้ชัดว่าใครกำลังทำสิ่งใดอยู่”

            น้ำเสียงเว่ยฮองเฮาครั้งนี้เปลี่ยนจากเดิมถึงสิบส่วน เซี่ยหนิงเจียวกำมือแน่น แต่เพื่อตำแหน่งฮองเฮาแล้ว นางยอมอดทนอยู่ใต้เท้าเว่ยหลาน ยอมให้อีกฝ่ายได้ใจไปก่อน ช่วงนี้ฝ่าบาทไม่โปรดปรานฮองเฮา อีกไม่นานหรอก เดี๋ยวบุตรสาวอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายย่อมถูกโค่นล้มลง

            เว่ยหลานลอบสังเกตอากัปกิริยาสนม ที่นางกล่าวเมื่อครู่ ‘หูตาอันกว้างไกลรู้ชัดว่าใครกำลังทำสิ่งใดอยู่’ พูดถึงเรื่องเบื้องหลังของจางหมัวมัว ถึงแม้แม่นมยังไม่ยอมรับสารภาพ แต่นางรู้ว่ามีคนจงใจจ้างวานให้ทำลายองค์หญิงโดยวิธีการเลี้ยงดูผิด ๆ เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาว หากฝังใจไปแล้วก็ยากจะลบเลือนความเจ็บปวด และองค์หญิงเผยลู่ซืออาจเติบโตอย่างขมขื่น

            เมื่อกวาดสายตาโดยรอบ สตรีหงส์เก็บรายละเอียดไว้ในใจ รอให้สืบจนกระจ่างกว่านี้ คนผู้นั้นจะโดนสั่งสอนยิ่งกว่าจางหมัวมัวอย่างแน่นอน

            “คำสอนของฮองเฮา พวกเราน้อมรับเพคะ” เหล่าสนมกล่าวขึ้นอย่างพร้อมเพรียง โค้งศีรษะรับคำสั่งสอนของเว่ยฮองเฮา

            เว่ยหลานยิ้ม คิดในใจว่าพวกนางช่างเสแสร้งดีเสียจริง ต่อหน้านอบน้อมคารวะตามธรรมเนียม แต่ลับหลังจิกกัดทุกขณะ

            แต่คงมีเพียงคนเดียวกระมังที่ยอมเปิดศึกกับนางอย่างตรงไปตรงมา...ตามฉบับนิสัยนางเอกสู้คน

            “เมื่อคืน ฝ่าบาทเสด็จตำหนักหม่อมฉัน ยามแย้มสรวล รูปโฉมหล่อเหลานัก ยิ่งยาม...” เซี่ยหนิงเจียวปิดปากไม่กล่าวต่อ เพียงก้มหน้างุดทำท่าทางเขินอาย แก้มทั้งสองขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อนึกถึงเรื่องใต้สะดือ

[1] ผ้าทอลายเส้นทอง หนึ่งในสิ่งของรายปีของภรรยาจักรพรรดิ โดยฮองเฮาจะได้รับปีละ 2 ม้วน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฮองเฮาคือนางร้าย   บทที่ 8.2 ฮ่องเต้เฮงซวย

    “ขะ ขออภัยเพคะ วันนี้หม่อมฉันซุ่มซ่ามจริง ๆ เหยียบพระบาทอีกแล้ว” พระพัตร์เว่ยหลานแสร้งรู้สึกผิด หากแต่ภายในกำลังยิ้มเพราะสะใจ “ข้าจะกลับตำหนักเฉียนชิง!” ฮ่องเต้หนุ่มหยัดกายลุกออกจากสระน้ำขนาดสี่เหลี่ยม หยิบอาภรณ์ขึ้นมาสวมใส่ด้วยตนเอง ก่อนจากไป ริมฝีปากหยักขยับตรัสประโยคหนึ่งออกมา “น้ำท่วมล้นเอ่อจนกลายเป็นอุทกภัย” กล่าวจบก็สะบัดแขนเสื้อออกจากพระตำหนักคุนหนิง วันนี้ฤกษ์ไม่ค่อยดี ถูกเว่ยหลานเหยียบเท้าถึงสองครั้ง หากยังอยู่ที่ตำหนักคุนหนิง มีหวังครั้งที่สาม สี่ ห้า คงตามมา เว่ยฮองเฮามองตามแผ่นหลังกว้างที่จากไป นางแสยะยิ้มแล้วแอบด่าเขาในใจ ‘ฮ่องเต้เฮงซวย!’ พอได้ด่าแบบนี้ก็ช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้นจริง ๆ คล้อยหลังฮ่องเต้ เว่ยหลานลุกออกจากสระน้ำ ฮุ่ยลู่และอี๋หนี่เข้ามาปรนนิบัติอย่างรู้ความ หลังจากเช็ดวรกายฮองเฮาจึงสวมใส่อาภรณ์ผ้าไหมสีแดง ปักลวดลายหงส์ด้วยด้ายทอง จากนั้นค่อยประคองผู้ปกครองวังหลังออกไปยังห้องบรรทม “ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันได้ยินว่าฉินเฟยตั้งครรภ์ หมอหลวงเพิ่งไปตรวจอาการที่ตำหนักเมื่อครู่” ฮุ่ยลู่เอ่ยอย่

  • ฮองเฮาคือนางร้าย   บทที่ 8.1 ฮ่องเต้เฮงซวย

    ฮุ่ยลู่และอี๋หนี่ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ทว่ารับสั่งของฝ่าบาทมีค่ายิ่งกว่าทองคำ พวกนางมิอาจขัด แม้อยากอยู่ปรนนิบัติเว่ยฮองเฮาก็ตาม จึงทำได้เพียงล่าถอยออกจากห้องสรงน้ำในพระตำหนักคุนหนิง เว่ยหลานนั่งแช่น้ำไม่ขยับร่างกาย อาภรณ์ของนางและผ้าวางพาดไว้บริเวณฉากกั้น หากลุกขึ้นยืนยามนี้ย่อมเปิดเผยเนื้อหนังแก่ฮ่องเต้หลายใจ วันนี้ฉลองพระองค์ผ้าไหมสีม่วง ปักลวดลายมังกร กวานสีทองยามแสงสาดส่องกระทบเปล่งประกายระยิบระยับ ดวงตาคมกริบทอดมองมายังนางไม่ละไปที่ใด ส่วนเหตุผลในการมายังตำหนักคุนหนิง นางคร้านจะถามให้มากความ “ข้ายังไม่อาบน้ำ” “...” เว่ยหลานเงียบ นัยน์ตาเต็มไปด้วยคำถาม กระนั้นนางก็มิได้เอ่ยถามเขาสักครึ่งประโยค บุรุษผู้นี้ช่างเดาใจยาก ซึ่งนางคาดการณ์ไม่ออกว่าเขาจะมาไม้ไหนอีก วรกายสูงเหยียดหลังตรง ปลดเปลื้องสายรัดเอว ตามด้วยอาภรณ์สูงส่ง เว่ยฮองเฮาเบือนหน้าหนี พยายามไม่มองร่างกายพระสวามี แม้ตนเองในชาตินี้ไม่บริสุทธิ์แล้ว แต่โลกที่จากมา ตนไร้ประสบการณ์เรื่องเช่นนั้น สถานการณ์ตรงหน้าช่างชวนกระอักกระอ่วนเสียจริง เพราะ

  • ฮองเฮาคือนางร้าย   บทที่ 7.2 ในเมื่ออยากให้ร้าย ข้าก็จะร้าย

    ดวงตาเว่ยฮองเฮาเต็มไปด้วยไฟแห่งโทสะ ขณะที่มารดาแผ่นดินค่อย ๆ ถอยห่าง จางหมัวมัวก็ไม่เกรงกลัวสิ่งใดอีก นางทราบดีว่าตนเองไม่มีทางรอด ดังนั้นจึงอยากแก้แค้นคนที่เคยกดขี่ทำร้ายตน บ่อยครั้งเว่ยฮองเฮามักตบตีนางหากไม่พอพระทัย คนแก่เช่นนางไม่อยากเป็นสิ่งรองมือรองเท้าใครอีกแล้ว อย่างน้อยหากตายก็ขอลากสตรีเลว ๆ ตายไปด้วย ทว่าจางหมัวมัวหัวเราะได้ไม่นานก็พบความผิดปกติ เว่ยฮองเฮาสมควรมีอาการหายใจไม่ออก และทรุดร่างกายลงกับพื้นเพื่อรอความตายในสิบสองชั่วยาม แต่เหตุใดจึงยังยืนได้แบบนี้! แม่นมอาวุโสหุบปากลงสนิท เอ่ยถามตะกุกตะกัก “หะ...เหตุใด ฮองเฮาทรงไม่เป็นอะไร” เว่ยหลานหัวเราะดังสนั่นทั่วห้อง เดินเข้าไปหาจางหมัวมัวแววตาอำมหิต “ทำไมน่ะหรือ หึ” “ทะ...ทำไม ฮองเฮา...” เพียะ! เสียงตบพลันดังสนั่น เว่ยหลานออกแรงตบจางหมัวมัวครั้งหนึ่งจนหน้าหัน ใครจะคาดคิดว่าแม่นมอาวุโสที่เว่ยฮองเฮาคนเดิมเลี้ยงไว้และมอบชีวิตที่ดีให้จะแอบหักหลังและยังอยากลอบปลงพระชนม์ หากมิใช่นางสืบพบก่อน ยามนี้ก็คงถูกพิษ ตายหนที่สองไปแล้ว เมื่อวานฮุ่

  • ฮองเฮาคือนางร้าย   บทที่ 7.1 ในเมื่ออยากให้ร้าย ข้าก็จะร้าย

    เว่ยหลานชะงัก หากแต่สีหน้าราบเรียบ นางเพิ่งทราบข่าวการตั้งครรภ์ของเซี่ยกุ้ยเฟย ดูเหมือนเผยเจิ้นหยางโปรดปรานนางเอกนิยายตามชื่อเรื่องจริง ๆ คงเพราะเป็นลูกรักของผู้เขียน อีกฝ่ายจึงตั้งครรภ์มังกร แต่จะให้ทำเหมือนเว่ยฮองเฮาคนเดิม แน่นอนว่านางทำไม่ได้ แม้นางเป็นนักฆ่า ทว่ามีจิตใจเมตตาต่อเด็กในครรภ์ เขาบริสุทธิ์ สมควรได้ลืมตาดูโลก ตนย่อมไม่คร่าชีวิตก้อนเนื้อในครรภ์เซี่ยกุ้ยเฟย เซี่ยหนิงเจียวเห็นเว่ยฮองเฮานิ่งไปก็รู้สึกสะใจ สตรีหงส์อยากกุมอำนาจไว้ในมือ พยายามอย่างเต็มกำลังเพื่อครรภ์มังกร ทว่าทำเช่นไรก็ไม่เกิดผล ครั้นสนมที่ตำแหน่งต่ำกว่าตั้งครรภ์ก่อน ย่อมเสียหน้าไม่น้อย “หม่อมฉันทราบดีว่าจิตใจฮองเฮากว้างขวางยิ่งกว่าแม่น้ำ คงมิถือสาเรื่องเล็กน้อยใช่หรือไม่เพคะ” เซี่ยหนิงเจียวตีหน้าเศร้า ในสายตาผู้อื่น นางคือสตรีบอบบางน่าสงสาร ส่วนเว่ยฮองเฮาคือสตรีร้ายกาจจิตใจอำมหิต หากยืนกรานให้ขบวนนางหลบ สายพระเนตรฮ่องเต้เผยเจิ้นหยางยิ่งจะมองสตรีหงส์แง่มุมลบลง เว่ยหลานกรีดสายตามองเซี่ยกุ้ยเฟยตั้งแต่ศีรษะจรดท้อง ก่อนจะหยุดมองครรภ์อีกฝ่าย “ร

  • ฮองเฮาคือนางร้าย   บทที่ 6.2 ฮองเฮาและองค์หญิง

    เด็กหญิงอวบอ้วนชูแขนขึ้นพร้อมขยับร่างกายแสดงความดีใจให้มารดาเห็น รอยยิ้มน่ารักสดใสเปล่งประกายแข่งกับแสงแดดด้านนอก และในยามนั้นเอง เว่ยหลานพลันตัวแข็งค้าง “สะ...เสด็จแม่” เผยลู่ซือขยับปากเล็ก หัวใจหญิงสาวกระตุก อบอวลด้วยความรัก นึกไม่ถึงว่ายามลูกเรียกขานคำว่าแม่ครั้งแรกจะสร้างแรงสั่นสะเทือนแก่กันมากถึงเพียงนี้ และนางปรารถนาอยากได้ยินมันทุกวัน “ลูกแม่ช่างรู้ความนัก” เว่ยหลานอุ้มเจ้าก้อนออกจากเก้าอี้ แนบจมูกถูกับจมูกเล็ก ๆ หยอกล้อ ยามนั้นซือเอ๋อร์รู้สึกจักจี้จึงหัวเราะคิกคักสนุกสนาน สองแม่ลูกเล่นด้วยกันอย่างดี บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข กระยาหารเช้าถูกจัดวางที่สวนในพระตำหนักคุนหนิง นางไม่อยากให้ลูกอุดอู้อยู่แต่ในห้อง การทอดมองธรรมชาติอันงดงามจะช่วยให้จิตใจสงบ เว่ยหลานจึงอุ้มบุตรสาวออกจากห้องบรรทม พาไปนั่งโต๊ะม้าหินอ่อน ไม่ใกล้ไม่ไกล ดอกซิ่งกำลังแย้มบานตระการตาแทนดอกเหมยซึ่งบานช่วงเหมันต์ วัฏจักรดอกไม้ช่างคล้ายคลึงคนนัก มีรุ่งโรจน์มีร่วงโรยตามกาลเวลา ไม่จีรังยั่งยืน เผยลู่ซือเช่นเดียวกัน ในวังหลังแห่งนี้ ผู

  • ฮองเฮาคือนางร้าย   บทที่ 6.1 ฮองเฮาและองค์หญิง

    ณ ตำหนักตงลิ่ว ร่างบอบบางนอนหมดเรี่ยวแรงบนเตียง ใบหน้าขาวซีด ริมฝีปากไร้สี แววตาสั่นระริก เซี่ยหนิงเจียวไม่เข้าใจว่าเหตุใดจู่ ๆ ตนเองจึงล้มป่วยเช่นนี้ เพราะเมื่อก่อนนางค่อนข้างแข็งแรง ทว่าการล้มป่วยครานี้ก็พอมีประโยชน์อยู่บ้าง นางได้ข่าวว่าฝ่าบาทเสด็จตำหนักคุนหนิง เพื่อไม่ให้โอรสสวรรค์มีค่ำคืนอันหอมหวานกับเว่ยฮองเฮา จึงส่งคนไปกราบทูล หากผู้ปกครองวังหลังมีพระโอรสขึ้นมาจริง ๆ ด้วยฐานะ รวมถึงมีตระกูลเว่ยและไทเฮาหนุน ยิ่งจะลงจากตำแหน่งยาก ความทะเยอทะยานของนางย่อมไม่หยุดแค่เพียงกุ้ยเฟยแน่ หงส์เคียงมังกรเท่านั้นที่คู่ควร คิดเช่นนี้ มุมปากพลันแสยะยิ้มร้าย ครั้นเสียงขันทีหน้าตำหนักกล่าวว่าเผยเจิ้นหยางฮ่องเต้มาถึงแล้ว เซี่ยกุ้ยเฟยก็ปรับสีหน้าให้กลับมาทุกข์ เตรียมแสดงละครออดอ้อนพระสวามี เผยเจิ้นหยางเข้าไปด้านใน เมื่อเห็นสนมนอนป่วยก็รีบเดินไปนั่งขอบเตียง ทอดพระเนตรมองสตรีเบื้องหน้าด้วยความห่วงใย “ฝ่าบาท...” มือหยาบลูบศีรษะเซี่ยหนิงเจียวเบามือ เอ่ยถามอ่อนโยน “หมอหลวงมาตรวจอาการเจ้าหรือย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status