LOGIN“ทุกคนออกไปจากตรงนี้ให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮาตามลำพัง และนับจากนี้ประกาศออกราชโองการจากข้า ปลดหวงกุ้ยเฟยออกจากวัง”
เสียงดังสนั่นทั่วอุทยานหวงกุ้ยเฟยถึงกับเป็นลมเมื่อได้ยิน ก่อนที่ทุกคนจะรีบออกจากอุทยานตามคำสั่งฮ่องเต้หยงไป๋
“เห้ย ๆ อะไรกันเนี่ย ข้าให้ท่านปลดข้านะ ไม่ใช่ปลดหวงกุ้ยเฟย ท่านไปสั่งใหม่เดี๋ยวนี้เลยนะ”
มิลกี้ถึงกับปวดหัวตึบที่ดีใจนึกว่าฮ่องเต้จะปลดตัวเอง ที่ไหนได้ดันไปปลดคนอื่นซะงั้น
“นางทำผิดฐานทำร้ายเจ้า และยังใส่ร้าย ข้าทำถูกแล้ว”
ฮ่องเต้ดวงตาอ่อนแสงลงด้วยความรู้สึกผิด
“พอ ข้าไม่สนใจ ท่านปลดข้าเถอะข้าขอร้องนะ ๆ หย่ากันเถอะ หย่ากัน ๆ”
มิลกี้หมดหนทางจึงนั่งคุกเข่าพร้อมกับเข้าไปกอดเอาคนตรงหน้าอย่างขอร้อง เวลากิ๊กงอนที่จับได้ว่าหล่อนมีคนอื่น วิธีนี้มักได้ผลตลอด
“ข้าไม่หย่า!! เจ้าเป็นฮองเฮาของข้า ข้าทำไม่ได้หรอก ประชาชนคงครหากันทั่ว หากเจ้ายอมเป็นฮองเฮาต่อข้าจะให้เบี้ยหวัดเจ้าเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว”
พระองค์ทรงหยิบเอาประชาชนขึ้นมาอ้างด้วยหมดหนทางจะรั้งนางเอาไว้ พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้แบบใจป้ำ แต่คนที่งก ๆ แบบมิลกี้ก็ชักจะเริ่มสนใจขึ้นมา
“ท่านหลอกข้ารึเปล่า”
หล่อนยังไม่ไว้ใจจึงถามขึ้นอีก ทั้งที่ในใจเต้นตุบตับเพราะแค่คิดถึงเงินที่จะได้มิลกี้ก็มีความสุขสุด ๆ แล้ว ถ้าเงินดีก็น่าสนใจไม่น้อย
“เจิ้นจะหลอกเจ้าไปเพื่อสิ่งใดกัน หรือเจ้าต้องการสิ่งใดเพิ่มอีกหรือไม่”
ฮ่องเต้ถามฮองเฮาที่กำลังแสดงสีหน้าลังเลออกมาอย่างชัดเจน จึงรีบเพิ่มข้อเสนอให้อีก
“งั้นข้าขอเปิดร้านเหล้า และขอผู้ชายหล่อ ๆ เออ รูปงามนะ หลาย ๆ คนเลยนะ”
มิลกี้บอกสิ่งที่ต้องการพร้อมกับทำหน้าเพ้อฝัน หากหล่อนเปิดร้านเหล้าแล้วเอาเด็กเสิร์ฟหน้าตาหล่อเหลาไปทำงาน คงมีสตรีสูงศักดิ์ขึ้นคานหลายคนไปเที่ยวแน่ ฮี่ ๆ นี่หล่ะกลุ่มเป้าหมายของหล่อน ยุคนี้มีแต่ที่สำหรับผู้ชาย จะมีที่สำหรับผู้หญิงบ้างจะเป็นไรไป
“ร้านเหล้าคือสิ่งใดกัน”
พระองค์ทำหน้างงอย่างไม่เข้าในในสิ่งที่ฮองเฮากล่าวออกมา
“เออ ก็ร้านอาหารไงแล้วก็ขายเหล้าขายสุราด้วย อืม เรียกโรงเตี๊ยม”
มิลกี้อธิบายอย่างจริงจังเพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจในสิ่งที่กำลังจะทำ ตัวเงินตัวทองของอีมิลกี้แท้ ๆ ฮ่องเต้
“เจ้าจะทำไปเพื่อสิ่งใดฮองเฮา ทรัพย์สมบัติที่เจ้ามีตอนนี้ก็นับว่ามากมายนักและไหนจะชายรูปงามที่เจ้าต้องการอีก ข้าให้ไม่ได้หรอก”
พระองค์รีบปฏิเสธทันทีไม่ใช่หวงทรัพย์สมบัติ แต่พระองค์ทรงหวงฮองเฮาขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ เป็นถึงฮองเฮาไยจึงอยากเปิดโรงเตี๊ยม พระองค์ไม่เห็นด้วยอย่างแรงยิ่งเรื่องชายรูปงามอีกยิ่งไม่มีทาง
“เช่นนั้นก็หย่ากัน อย่ามาลีลามากความนัก”
มิลกี้ลุกขึ้นยืนกอดอกเมื่อถูกขัดใจ ให้ขอร้องอยู่ได้ตั้งนานขัดใจอีมิลกี้จริง ๆ
“ไม่เจิ้นไม่หย่า ก็ได้ ๆ เจิ้นจะยอมให้เจ้าเปิดร้านเหล้าอะไรนั่น แต่มีข้อแม้ว่าเรื่องชายรูปงามนั้นต้องยกเว้น หากไม่ได้เจิ้นจะจับเจ้าขังไว้ที่ตำหนักเจิ้นไม่ให้ออกไปที่ใดได้อีกเลย”
แม้จะยอมลงให้มาแต่ฮ่องเต้ก็ยังไม่วายยื่นคำขาดพร้อมกับขู่สำทับไปอีก ถ้าไม้อ่อนไม่ได้พระองค์ก็คงต้องใช้ไม้แข็ง
“ตกลง ผัวขาน่ารักที่สุดเลย ว่าแต่จะเอาเงินมาให้ข้าได้เมื่อไหร่เพคะ”
มิลกี้กอดแขนฮ่องเต้พร้อมกับซบหน้าลงไปถูอย่างเอาใจ ทำเอาพระองค์ถึงกับนิ่งอึ้งก่อนจะเผลอยิ้มที่มุมปากอย่างพึงพอใจ
“อยากได้ยามใดก็บอก จะเปิดร้านมีที่ทางแล้วหรือ”
พระองค์ถามด้วยรอยยิ้มก่อนจะก้มหน้ามาพูดใกล้ ๆ หล่อน ผัวกูนี่ดูไปดูมาก็หล่อดีนะเนี่ย แต่ไม่สนหรอกผัวที่เมินกูมาตลอดแบบนี้ ผัวเมินใครสนก็ในเมื่อในวังนี้มีคนหน้าตาดีตั้งมากมาย นี่คงเป็นความโชคดีเดียวที่หล่อนได้มาอยู่ยุคนี้
“หาให้ลี่เอ๋อหน่อยสิเพคะ ลี่เอ๋ออยากได้ นะเพคะ นะ นะ”
นางเขย่าแขนฮ่องเต้อย่างออดอ้อน จนคนที่ชอบทำหน้านิ่งมาตลอดชีวิตหุบยิ้มแทบไปลง พระองค์ตอบตนเองไม่ได้เช่นว่าเหตุใดจึงได้ชอบเวลานางแทนตัวเองและพูดจาออดอ้อนหวานหูเช่นนี้ ทั้งที่แต่ก่อนนางก็ทำออกจะบ่อย
“ได้เจิ้นจะจัดการให้”
ฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนผิดจากตอนที่ตบหน้ากูลิบลับ อีมิลกี้ไม่ลืมหรอกนะจะลงบัญชีเอาไว้ก่อน ตอนนี้ได้แผนใหม่กูจะยั่วให้หลงจนโงหัวไม่ขึ้นเลย นี่ขนาดอ่อยนิดเดียวยังได้มาขนาดนี้ เตรียมหมดตัวได้เลยฮ่องเต้
“ใจดีที่สุด จุ๊บ งั้นลี่เอ๋อขอตัวกลับก่อนนะเพคะ ลี่เอ๋อปวดหัวแล้วก็เริ่มเจ็บแผลแล้ว”
มิลกี้หันหน้าด้านที่ฮ่องเต้ตบให้พระองค์ได้เห็นรอยแดงแบบชัดเจนว่าต้นเหตุมันก็มาจากแกนั่นแหละฮ่องเต้ที่ตบกูจนหน้าหัน โอ๊ย หน้าที่งดงามเจ็บไปหมด
“ข้าผิดต่อเจ้าแล้ว โปรดอภัยด้วย เจ็บมากหรือไม่ลี่เอ๋อเจิ้นขอโทษ”
ฮ่องเต้ลูบหน้างดงามนั้นด้วยความรู้สึกผิดที่พูดจาร้ายกาจ และยังลงไม้ลงมือกับนางอีกทั้งที่นางไม่ได้มีความผิดใด ๆ เลย เป็นหวงกุ้ยเฟยที่มักใหญ่ใฝ่สูง พระองค์ไม่น่าหูเบาเชื่อนางมาตลอด
“ลี่เอ๋อเจ็บ ฮึก แต่เจ็บตรงนี้มากกว่าฝ่าบาททรงเชื่อผู้อื่นมากกว่าลี่เอ๋อที่เป็นฮองเฮา”
มิลกี้จับมือฮ่องเต้มาทบลงที่เต้านมกลมกลึงด้านซ้ายอย่างจงใจ พร้อมกับคิดในใจว่า หึ มาให้กูตบมึงคืนมั้ยจะได้รู้สึก รอให้กูหลอกเอาเงินได้ก่อนเถอะ ชิ
ร่างกลมของเด็กชายวิ่งเล่นไปทั่วบนพื้นหญ้าสีเขียวขจีก่อนที่เจ้าก้อนแป้งน้อยนั้นจะถือดอกไม้สีสวยงามติดมือมาทางหญิงสาวรูปร่างงดงามที่นั่งอยู่ในศาลา “เสด็จแม่ เสด็จแม่ ต้าเหวินมีของมาให้ท่านแม่ด้วยพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายต้าเหวินยื่นดอกไม้งามให้มารดาด้วยความดีใจที่ตนนั้นหาดอกไม้งามมาให้มารดาได้ “เสด็จพี่ น้องก็อยากได้ทำไมมีแต่ของเสด็จแม่” ร่างเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มมองพี่ชายของตนอย่างงอน ๆ ที่เขาไม่ยอมเอาดอกไม้มาให้ตนด้วย แก้มแดงใสพองขึ้นก่อนจะใช้มือน้อยกอดอกหันหลังให้พี่ชายอย่างไม่พอใจ “โอ๋ ๆ เดี๋ยวพี่ไปหาให้ใหม่นะเหมยเอ๋อร์ พี่จะเอามาให้เจ้าอีกเป็นตะกร้าเลยดีไหม เจ้าอย่าน้อยใจไปเลยนะ นะ” องค์ชายรีบไปง้อน้องสาวที่กอดอกไม่พอใจตนอยู่อย่างรีบร้อน เพราะมัวแต่ดีใจที่ได้ดอกไม้เลยลืมน้องสาวไปเสียสนิท คนรักน้องจึงทำอะไรไม่ได้ต้องรีบไปหาดอกไม้มาให้อีกเป็นตะกร้าเพื่อเอาใจน้องสาวคนงามสักหน่อยแล้ว ไม่เช่นนั้นนางคงงอนจนไม่ยอมพูดกับตนอีกเป็นแน่ “เสด็จพี่ห้ามผิดคำพูด มิเช่นนั้นน้องจะไม่คุยกับเสด็จพี่อีกแน่” ใบหน้าจิ้มลิ้มหัน
ร่างที่เคยสง่างามถูกมัดนั่งบนเก้าอี้พร้อมกับบิดาของนาง พระสนมเหม่ยฟางที่นั่งสงบนิ่งไม่พูดจานั้นดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้อย่างหนักเพราะนางนั่นรู้แล้วว่าฮ่องเต้นั่นหมดสิ้นความสนพระทัยในตัวของนางแล้วอย่างแท้จริง ตอนนี้พระทัยของพระองค์คงมีก็แค่ฮองเฮามารยานั่น หากย้อนเวลากลับไปได้นางจะฆ่ามันให้ตายกับมือตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ มันจะได้ไม่คอยมาแย่งความสุขไปจากนางเช่นนี้ “ฝ่าบาท” พระสนมเหม่ยฟางเรียกคนตรงหน้าเสียงแผ่วเบาก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความยินดี แม้ใจอีกส่วนจะรวดร้าวมากก็ตาม “เจ้าทำเช่นนี้เพื่อสิ่งใด” เสียงเรียบนิ่งไร้อารมณ์ถามกับสตรีตรงหน้าอย่างนึกรังเกียจ “เหม่ยฟางผิดไปแล้วเพคะ เหม่ยฟางอิจฉาริษยาฮองเฮา โปรดฮ่องเต้ทรงเมตตาด้วย” นางจำยอมสารภาพผิดเพื่อลดการลงโทษลง และหวังในใจว่าฮ่องเต้จะทรงเมตตานางบ้างสักนิด “ชะ ใช่พ่ะย่ะค่ะ ข้าเองนั้นรักบุตรสาวมากเกินไปถึงทำเรื่องผิดใหญ่หลวง โปรดเมตตาข้ากับเหม่ยฟางสักคราเถิดพ่ะย่ะค่ะ” ท่านราชครูกล่าวด้วยน้ำตาที่ไหลรินอย่างหวาดกลัว ความผิดนี้ใหญ่หลวงนัก ตนนั้นทำได้เพียงแค่
“เรื่องนั้นเจิ้นจัดการแน่ แต่ที่สำคัญกว่าคือ เจ้ากำลังตั้งครรภ์นะลี่เอ๋อร์ เจิ้นดีใจที่สุดเลยเจ้ารู้หรือไม่” พระองค์ดึงร่างงามล่มเมืองเข้ามากอดพร้อมกับบอกข่าวดีให้แก่นางฟัง “ห๊ะ!!! ท้องเหรอเพคะ” หน้างามตาโตราวกับไข่ห่านด้วยความตกใจที่ได้รู้ว่าในท้องของนางนั้นกำลังมีอีกชีวิตกำลังจะก่อกำเนิดขึ้น // กูก็บอกแล้วอย่าแตกใน อย่าแตกใน ท้องจนได้มิลกี้เพลีย แบบนี้ต้องให้อดเยไปสักปีหนึ่งพูดไม่รู้จักฟังดีนัก “ใช่ จะว่าเช่นนั้นก็ได้ เจ้าไม่ดีใจเหรอลี่เอ๋อร์” พระองค์คลายอ้อมกอดออกก่อนจะมองหน้านิ่งอึ้งที่ยังตกตะลึงไม่หาย “เอ่อ ดีใจสิเพคะ เพียงแต่ตั้งตัวไม่ทันเท่านั้นเอง” นางกล่าวอย่างหมั่นไส้พระสวามีที่ทำให้นางท้องได้สมดังที่ตั้งใจไว้ // แหม หน้าระรื่นเชียวผัวกู ชิ “เจิ้นคิดเอาไว้แล้วว่าเจ้าต้องตั้งครรภ์ให้เจิ้นแน่ ก็เราทำกันไปตั้งหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน” พระองค์ตรัสอย่างเจ้าเล่ห์ จนได้รับค้อนวงใหญ่จะฮองเฮาเป็นรางวัล “เช่นนั้นนับแต่นี้ท่านพี่ก็ต้องงดเรื่องแบบนั้นแล้วนะเพคะ เพราะมันอาจจะกระทบกร
“ลี่เอ๋อร์ เจ้าเป็นอย่างไร ลี่เอ๋อร์!!! ทหารคุ้มกันข้า ข้าจะพาฮองเฮากลับวัง” ฮ่องเต้ถามเมียรักด้วยความร้อนรนในใจก่อนจะเห็นเลือดไหลออกมาจากแขนเรียว ก่อนจะตะโกนบอกทหารด้วยเสียงดังลั่น “จับพวกมันเป็น ๆ ทุกคน ไปให้ข้าที่วัง” ฮ่องเต้ตะโกนซ้ำด้วยดวงตาที่วาวโรจน์หากไม่ติดว่าห่วงเมียรักพวกมันทุกคนคงไม่มีโอกาสได้หายใจต่อแล้ว “คุ้มกันฮ่องเต้!!!!!” เสียงทหารตะโกนสั่งก่อนที่จะมีเหล่าทหารลับมาคอยคุ้มกันฮ่องเต้ที่อุ้มเอาร่างของฮองเฮาขึ้นไปบนหลังม้า ก่อนจะรีบควบไปทางวังหลวงพร้อมกับทหารอีกหลายนาย โดยที่เหล่าองครักษ์เงาและทหารอีกบางส่วนกำลังสู้กับเหล่าโจรชุดทำอยู่อย่างไม่หยุดพัก............. ฮ่องเต้ยืนเฝ้าฮองเฮาหน้าตำหนักอย่างร้อนใจ เมื่อหมอหลวงเข้าไปดูอาการของนางนานแล้วแต่ก็ไม่มีวี่แววจะออกมาเสียที “ข้าจะเข้าไปดูฮองเฮา หลีกไป” ฮ่องเต้ทนรอไม่ไหว เท้าหนักก้าวกำลังจะผลักประตูเข้าไปดูเมียรักแต่หมอหลวงก็เปิดออกมาก่อน หน้าหมอหลวงเคร่งเครียดจนพระทัยของพระองค์นั้นแทบขาดด้วยความห่วงใยในตัวของเมียรัก ใครกันช่างกล้าทำเร
“ท่านพ่อ ข้าเกลียดมัน ฮือ ๆ ๆ เหตุใดมันต้องเกิดมาเพื่อขวางความสุขของข้าด้วย” พระสนมเหม่ยฟางร้องไห้สะอึกสะอื้นกับอกของท่านราชครูผู้เป็นบิดา “ฮ่องเต้ช่างไม่ไว้หน้าข้า ซ้ำย้ำกล้าสั่งโบยเจ้าราวกับสตรีไร้เกียรติ พระองค์กล้าทำกับลูกข้าเช่นนี้ได้อย่างไร” ท่านราชครูโกรธจนตัวสั่นเทาที่บุตรตรีของท่านถูกสั่งโบยจนร่างกายบอบช้ำจากความมารยาของฮองเฮา พาลโกรธไปถึงฮ่องเต้โดยไม่นึกเลยว่าหากบุตรตรีของตนไม่ไฝ่สูงและไปหาเรื่องฮองเฮาเข้า เรื่องราวเหล่านี้คงไม่มีทางได้เกิดขึ้น “ใช่เจ้าค่ะ ฮ่องเต้หลงฮองเฮาจนตามืดบอด ต่อให้ทูลอธิบายอย่างไรก็หาได้สนใจไม่ ข้าเองอยากฆ่าฮองเฮาให้ตายนัก” แม่นมกล่าวเอาใจผู้เป็นนายด้วยท่าทางโกรธแค้น แต่ในใจกลับนึกสมน้ำหน้าที่นายสาวถูกโบยเสียบ้างนางจะได้ลิ้มรสชาติของการทุบตีดังเช่นที่ชอบทำกับผู้อื่น “เรื่องนั้นข้าจัดการแน่ ระหว่างนี้พวกเจ้าเงียบเฉยไว้ก่อนเดี๋ยวผู้อื่นจักสงสัยเอาได้ เอาไว้ข้าได้โอกาสเหมาะ ข้าจะจัดการฮองเฮาเอง” ท่านราชครูกำหมัดแน่นก่อนจะลูบหัวของบุตรตรีด้วยความสงสาร “ฮึก ไม่ ท่านพ
“เจิ้นจะสอนท่าใหม่ให้เจ้าดีหรือไม่เมียรัก ครั้งเดียวเกรงว่าเจ้าจักไม่พอ จุ๊บ” พระองค์จูบแก้มงามแดงซ่านก่อนที่ฮองเฮาโผร่างจะเข้ามาทุบอกพระสวามีที่รีบจับมือนางเอาไว้ ค่อย ๆ ผลักร่างนั้นให้นอนลง หันปลายขาออกมาหาพระองค์ เอาผ้านวมผืนใหญ่รองกันศีรษะนางไว้ไม่ให้กระแทกผนังห้อง จับขาทั้งสองของฮองเฮาอ้าออก “รีบทำสิเพคะ ลี่เอ๋อร์ต้องการท่านพี่เหลือเกิน” เสียงหวานไพเราะออดอ้อนด้วยใบหน้าแดงขึ้นมาทันที เมื่อรู้ว่ายังไงเสียร่องสวาทของนางต้องโดนเจ้ามังกรร้ายที่แข็งตัวขึ้นมาอีกครั้งมุดเข้ามาแน่ พอนางครุ่นคิดอารมณ์บังเกิดอารมณ์พิศวาทกำเริบกระจายออกทันที นางรู้สึกเหมือนกับว่าในร่องสวาทของนางมันคันยุบยิบ ๆ ไปหมด อยากจะให้เจ้ามังกรร้ายมาเสียดสีให้หาย “เจ้าเร่าร้อนถูกใจผัวนัก ลี่เอ๋อร์” พระนางไม่ตอบก้มหน้าบิดมือไปมาก่อนที่จะนอนหงาย เอามือปิดหน้าราวกับเขินอาย ทั้งความจริงมันเป็นเพียงเล่ห์มารยาของนางเท่านั้น ฮ่องเต้มองร่างที่ขาวโพลนสะท้อนแสงเทียนเหมือนเห็นเด็กสาววัยขบเผาะนอนทอดร่างอยู่ ยิ่งมองยิ่งเกิดความอยาก มือใหญ่ลูบไล้แผ่วเบาไปทั่วร่างของเมียรัก
มิลกี้ในร่างของฮองเฮาได้แต่นั่ง ๆ นอน ๆ จนเบื่อหน่าย รอให้ฮ่องเต้สั่งปลดจากตำแหน่งมาเป็นอาทิตย์แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววใด ๆ จนนางเอกเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาจนต้องพาตัวเองออกมาเดินเล่นชมสวนดอกไม้ในอุทยานหลวงที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์แสนสวยงาม มิลกี้เลือกเด็ดเอาดอกไม้กลิ่นที่ชอบใส่ในถุงผ้าที่ใช้ให้
“ปล่อยสิเพคะ” ฮองเฮาเรียกสติของฮ่องเต้กลับคืนมา ด่ากูแต่มือนี่จับแน่นเชียว นี่ละน่ะผู้ชาย เอ จะว่าไปถ้าเป็นฮองเฮาก็รวยดีแฮะ ถ้ารีบกอบโกยเงินตอนนี้ในอนาคตเวลาโดนปลดจะได้มีเงินใช้ สงสัยต้องใช้มารยาหญิงสักหน่อยแล้ว กูจะหลอกเอาเงินให้หมดเลยไอ้ฮ่องเต้หน้าตาย “เจ้าทำร้ายหวงก
ฮ่องเต้นั่งหน้าเครียดเมื่อหวงกุ้ยเฟยมานั่งร้องห่มร้องไห้บอกว่าฮองเฮานั่นทำร้ายร่างกายของนางจนบอบช้ำหน้าผากปูดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ไม่คิดว่าฮองเฮาจะกล้าทำได้ขนาดนี้ หึ คิดว่าเสด็จแม่เสด็จพ่อให้ท้ายเลยกล้าทำเรื่องข้ามหัวเขาเช่นนี้ “มีอะไรเพคะ หม่อมฉันเพิ่งหายดี ฝ่าบาทเรียกพบมีสิ่
“ฮองเฮาเป็นอย่างไรบ้าง” ไทเฮาถามหมอหลวงอย่างร้อนใจ “ข้าแค่เจ็บคอเพคะ ทุกคนอย่าได้กังวล” มิลกี้ในร่างฮองเฮาบอก เพราะทุกคนจะได้ออกไปจากห้องนี้เสียที แมร่งน่ารำคาญชิบหาย แต่ละคนอย่างกับโรงงิ้วมาเอง ยิ่งเห็นหน้าผัวแล้วนางยิ่งรำคาญจ้องได้จ้องดี ยัยหน้าวอกข้าง ๆ นั







