Partager

๔ ไป๋หรูอี๋

last update Date de publication: 2025-07-13 11:26:26

วันนี้เพียงแค่ฮูหยินใหญ่กลับมาถึงจวนได้ไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ทว่าทุกสิ่งภายในจวนสกุลโม่กลับแปรเปลี่ยนไปราวกับผ่านไปนานนับสิบปี

โม่เหยียนซวี่ค่อยๆ ประคองร่างของไป๋หรูอี๋วางลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา เขาก้มตัวถอดรองเท้าให้นางด้วยมือของตนเองก่อนจะจัดวางไว้อย่างเรียบร้อย จากนั้นจึงยกผ้าห่มขึ้นคลุมกายให้อีกฝ่ายด้วยท่าทีทะนุถนอมราวกับกลัวว่านางเจ็บระบม

ไป๋หรูอี๋ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะยื่นมือออกไปคว้าแขนเขาไว้ นัยน์ตาเมล็ดซิ่งที่หม่นแสงเงยขึ้นสบสายตาบุรุษตรงหน้าอย่างสงสาร

“เป็นความผิดของข้าเอง…” น้ำเสียงเอ่ยแผ่วเบา ราวกับว่าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่เอ่อล้นอยู่ภายในใจ

“หึ! นี่หาใช่ความผิดของเจ้า” เขากัดฟันกรอดตอบออกมา

ยามนี้ภายในใจของโม่เหยียนซวี่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะที่ปะทุขึ้นรุนแรงราวจะเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้ สตรีผู้นั้น…นางกล้าดียิ่งนักไม่เพียงแต่ย่างเท้ากลับมาจวนหน้าตาเฉย ยังบังอาจอวดดีแสดงอำนาจเหนือผู้ใดในฐานะภรรยาพระราชทาน

นางคิดหรือว่าเขาจะทำอะไรไม่ได้งั้นรึ!?

สายตาคมกริบแข็งกร้าวฉายแววกราดเกรี้ยวออกมาอย่างชัดเจน เสมือนกับพร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งในพริบตาเดียว

“…”

ไป๋หรูอี๋มองสามีตาปริบๆ พอเห็นท่าทีขุ่นเคืองของเขา…ยิ่งเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยโทสะเพราะมาจากสตรีอีกผู้หนึ่ง ภายในใจของนางก็พลันพลุ่งพล่าน ความกลายเป็นความไม่พอใจ

นางเม้มริมฝีปากแน่นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานเจือความน้อยใจ ทว่ายังไม่วายแฝงความประชดประชันไว้ในถ้อยคำ “ช่างเถิด…อย่างไรพี่หญิงก็คือภรรยาที่ได้รับราชโองการสมรสอย่างถูกต้องเทียบกับข้านั้น ผู้ที่มีเพียงฐานะนางโลมต่ำต้อย จะมีสิทธิ์อะไรไปเทียบเคียงนางได้เล่า”

“หรูอี๋…” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบา

โม่เหยียนซวี่ได้ยินถ้อยคำประชดประชันของไป๋หรูอี๋แล้วก็พลันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ดวงตาคมทอดมองสตรีตรงหน้าอย่างอ่อนโยน

เขาเข้าใจความรู้สึกของนางดี…

แม้เรือนหลังนี้จะเป็นที่ที่นางอาศัยอยู่มานาน ข้าวของทุกชิ้นล้วนเป็นของนาง ไม่เว้นแม้แต่ม่านหน้าต่างหรือตลับเครื่องหอมตรงหัวเตียงทว่าทั้งหมดนั้น…ก็ยังมิใช่ที่ของนาง

โม่เหยียนซวี่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างหนักอึ้ง

เขาเอ่ยเสียงเรียบและแผ่วเบา ราวกับกำลังปลอบใจนาง “ด้านหลังจวน…ยังมีที่ว่างอยู่ ข้าจะให้คนสร้างเรือนใหม่ให้เจ้าและจะเรือนใหม่ทั้งยังงดงามที่สุดในจวนนี้”

“หลังจวน…” ไป๋หรูอี๋ทวนคำเบา ๆ ดวงตาสั่นไหวเล็กน้อย

หลังจวนหรือ…!?

ที่ซึ่งไกลห่างจากเรือนหลัก ไกลห่างจากสายตาผู้คน…

หึ! เช่นนั้นแล้ว นางก็มีฐานะอันใดไม่ต่างจากสตรีหลังจวนไร้ศักดิ์ศรีผู้หนึ่งกัน

มือทั้งสองข้างของไป๋หรูอี๋กำแน่นจนปลายนิ้วเริ่มซีดขาว ขณะที่นัยน์ตาเมล็ดซิ่งที่เคยหม่นหมองค่อยๆ แข็งกร้าวขึ้นทีละน้อยด้วยความโกรธและไม่พอใจ

นางหัวเราะเยาะออกมาเล็กน้อย “ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ…”

ไป๋หรูอี๋เงยหน้าขึ้น สบตาบุรุษตรงหน้าอย่างช้าๆ น้ำเสียงหวานพลางเอื้อนเอ่ยเรียบเย็นจนแทบไม่หลงเหลือความอ่อนโยน “เพราะยามนี้ข้าหาได้อุ้มท้องทายาทสกุลโม่แล้ว ท่านจึงจะสร้างเรือนใหม่ให้ข้าอยู่หลังจวนให้ห่างไกลจากนางและห่างไกลจากท่านด้วยใช่หรือไม่ โม่เหยียนซวี่”

เหตุใดนางถึงคิดเช่นนี้กัน…!?

โม่เหยียนซวี่ชะงักเล็กน้อย สีหน้าเคร่งขรึมลงอย่างชัดเจน “ข้ามิได้หมายความว่าเช่นนั้น…”

“แต่ความหมายของท่านคือเช่นนั้น”

ไป๋หรูอี๋เอ่ยตัดบทด้วยท่าทางเจ็บปวดทว่าสีหน้าไม่แสดงอารมณ์ใดๆ “เมื่อพี่หญิงกลับมาแล้ว ท่านจึงเริ่มผลักไสข้าไปอยู่ด้านหลัง ถึงแม้จะให้เรือนงามขนาดใดก็ช่างเถิด…ข้ารู้ดีว่าที่นี่มิใช่ของข้าอีกตั้งแต่แรก”

เดิมที…นางเป็นเพียงหญิงคณิกาอยู่ในหอนางโลมโคมเขียวเท่านั้น ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันอย่างไม่คาดคิด…เมื่อความงามของนางพลันไปต้องตาต้องใจแม่ทัพหนุ่มผู้หนึ่งเข้าโดยบังเอิญ

วาสนาลอยมาถึงตรงหน้า เช่นนั้นนางจะไม่รีบคว้าเอาไว้ได้อย่างไรกัน?

ดูเหมือนสวรรค์และทุกสรรพสิ่งล้วนเป็นใจให้กับนาง…

วันที่นางก้าวเข้าสู่จวนสกุลโม่ ทุกอย่างราบรื่นราวกับคลื่นในฤดูใบไม้ผลิ

มิหนำซ้ำ ภรรยาของโม่เหยียนซวี่ยังมีปัญหากับเขาและแม่สามีอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้…ไป๋หรูอี๋จะไม่ฉวยโอกาสสาดน้ำมันใส่กองเพลิงที่ลุกไหม้อยู่แล้วได้อย่างไรกัน

แต่พอขจัดเซินลี่ฮวาออกพ้นทางไปได้ก็น่าจะหมดสิ้นหนามตำใจเสียที ทว่ากลับยังมีหญิงชราผู้นั้นคิดจะใช้มือนางเป็นเครื่องมือกำจัดอีกฝ่าย พอทำสำเร็จแล้วกลับหันมาตั้งแง่คิดเป็นศัตรูกับนางเสียเอง

ไป๋หรูอี๋ถึงกับต้องเหนื่อยสองครา…กำจัดหนึ่งไปและยังต้องมารบรากับอีกหนึ่ง

แม้สามารถกำจัดเซินลี่ฮวาออกไปได้อย่างแนบเนียนไร้ร่องรอย หากแต่หญิงเฒ่าชรายังปักหลักอยู่ในเรือนไม่ไปไหน นางจึงจำต้องเสียเวลาเกือบสองปีเต็มเพื่อผลักอีกฝ่ายออกจากจวนโดยไม่มีผู้ใดสงสัย

เมื่อคิดว่าเส้นทางเบื้องหน้าช่างราบรื่น แผนการตั้งครรภ์เพื่อกุมอำนาจในจวนก็เริ่มต้นขึ้น ทว่าราวกับสวรรค์กลั่นแกล้งหรือไม่ก็เคราะห์ซ้ำกรรมซัด…นางแท้งบุตรไปอย่างไร้ซึ่งสาเหตุ

ขณะที่ยังไม่ทันตั้งตัว เซินลี่ฮวากลับหวนคืนมาจวนอีกครั้ง พร้อมกับความมุ่งมั่นจะแย่งชิงทุกสิ่งที่นางเคยได้มาไปจนหมดสิ้น

แล้วจะให้นางเสแสร้งยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ราวกับคนเสียสติได้อย่างไรกัน!?

ไป๋หรูอี๋แค่นเสียงเอ่ย “ข้าก็แค่นางโลมผู้หนึ่ง…เมื่อฝันจบลง ก็ต้องรู้จักตื่นเสียที”

โม่เหยียนซวี่รีบคว้าร่างบางเข้ามากอดแนบอกทันที ราวกับว่าต้องการส่งต่อความจริงใจทั้งหมดให้นางรับรู้

น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยด้วยความหนักแน่น “ไป๋หรูอี๋…ตอนนี้เจ้าต่างหากคือภรรยาที่แท้จริงของข้า อดทนอีกสักนิดเถิด ข้าจะทำให้เจ้ากลายเป็นสตรีสูงศักดิ์เหนือกว่าผู้ใดในจวนนี้”

เรื่องหย่ากับเซินลี่ฮวาไม่ใช่เรื่องง่าย ทว่าก็หาใช่เป็นไปไม่ได

หากต้องแลกกับการรักษาไป๋หรูอี๋เอาไว้…เขายอมก้าวเท้าเข้าสู่วังหลวงเพื่อทูลขอหย่าแม้จะต้องแลกกับการถูกลงโทษก็ตาม

ไป๋หรูอี๋มีหรือจะยอมอ่อนให้โดยง่าย ดวงตาคู่งามแดงก่ำ น้ำเสียงแฝงแววเจ็บช้ำแข็งกร้าวนัก “อดทนรึ…ท่านจะให้ข้ารออีกนานเพียงใดกัน โม่เหยียนซวี่…ข้ายอมลดตัวลงมาขนาดนี้ก็เพียงเพื่อท่านแต่กลับต้องถูกพี่หญิงเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้าจะรักษาหน้าตนเองไว้อย่างไรได้อีกเล่า”

นี่เป็นความผิดของเขา…

โม่เหยียนซวี่ได้ยินแล้วหัวใจกระตุกก่อนจะค่อยๆ บีบรัดแน่นจนปวดหนึบคล้ายหายใจไม่ออก “ข้าขอโทษ…” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบา “ข้าไม่ควรปล่อยให้เจ้าต้องอดทนมานานถึงเพียงนี้”

เขาโน้มใบหน้าลงประทับจุมพิตบนหน้าผากนางเบาๆ ด้วยความรักใคร่

“…” นางมิได้เอื้อนเอ่ยคำใดออกมา เพียงนิ่งเงียบอยู่ในอ้อมกอดของเขา ปล่อยให้บุรุษตรงหน้าทำตามใจตนเอง

ยิ่งเห็นว่านางเงียบงันเช่นนี้ ภายในใจของโม่เหยียนซวี่ก็ยิ่งปั่นป่วนราวคลื่นพายุโหมกระหน่ำยากจะควบคุม เขาสูดลมหายใจลึกก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังปนร้อนรน “พูดอันใดสักอย่างเถอะ…อย่าเงียบเช่นนี้ ข้ารู้สึกไม่ดี ไป๋หรูอี๋”

นางขยับตัวออกห่างช้าๆ แล้วพลิกกายนอนหันหลังให้อย่างเฉยชาราวกับไม่ต้องการพบหน้าเขาอีก “ไปจัดการเรื่องของท่านให้เรียบร้อยเถอะโม่เหยียนซวี่…ยามนี้ข้าเหนื่อยนักอยากจะพักผ่อนเพียงลำพัง”

 

ปลายยามซวี (เวลา 19.00 – 21.00 น.)

เซินลี่ฮวายืนทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างอยู่นานครู่หนึ่ง ดวงตาคู่งามเหม่อลอยราวกำลังจมอยู่ในความคิดบางอย่าง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังเรือนหลังหนึ่งซึ่งมีแสงไฟสว่างวาบไปทั่วทั้งหลัง

มุมปากของนางค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา

หึ! เกรงว่าปานนี้โม่เหยียนซวี่คงกำลังเฝ้าปรนนิบัติและคอยเอาใจไป๋หรูอี๋อยู่กระมัง เกรงว่าหากวันใดไร้เงาของสตรีผู้นั้น…นางก็อยากรู้เหมือนกันว่า เขาจะยังเหลือลมหายใจอยู่หรือไม่!?

ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ผิงอันเหลือบตามองผู้เป็นนายอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าลังเลคล้ายอยากพูดบางสิ่งแต่ก็อ้ำอึ้งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจตอบออกมาเสียงเบา “เสร็จแล้วเจ้าค่ะ ฮูหยิน”

เซินลี่ฮวาชะงักเล็กน้อย นัยน์ตาเมล็ดซิ่งยังคงเพ่งมองเรือนหลังนั้นอย่างไม่ลดละก่อนจะหัวเราะเย็นๆ พลางเอ่ยเสียงเรียบ

“หึ...แน่ใจหรือว่าสะอาดแล้ว”

ผิงอันพยักหน้าหงึกๆ พร้อมตอบเสียงหนักแน่น “เจ้าค่ะ…บ่าวทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมอย่างเรียบร้อยแน่นอน”

เซินลี่ฮวาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “ช่างเถิด…พรุ่งนี้ข้าคงต้องไปหาช่างไม้ให้มาทำเตียงใหม่เสียแล้ว”

วันนี้นางรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเต็มที แม้ไม่อยากนอนซ้ำรอยกับสตรีผู้นั้นแต่ก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ในยามนี้

เซินลี่ฮวาเงียบครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงความรังเกียจ “หรือว่า...เจ้าจะจัดห้องรับแขกให้ข้าได้หรือไม่”

ผิงอันชะงักเล็กน้อย หัวคิ้วขมวดมุ่นสีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง “บ่าวจะลองไปดูอีกทีเจ้าค่ะ…หากยังมีห้องรับแขกว่างอยู่จะรีบจัดเตรียมให้ฮูหยินโดยเร็วเจ้าค่ะ”

เซินลี่ฮวาละสายตาจากตรงหน้าก่อนจะเหลือบตามองสาวใช้ข้างกายด้วยสายตาเรียบนิ่ง นางกระตุกยิ้มจางๆ “หรือว่าที่เรือนหลังนั้นเต็มแน่นไปด้วยคนของนางแล้ว”

“…” ผิงอันกระพริบตาปริบๆ นางก็ไม่อาจรู้ได้เช่นกัน

“หากมีคนของสตรีผู้นั้นก็ขับไล่ออกไปให้หมดซะ หากยังขืนขัดไม่ฟังก็บอกว่าเป็นคำสั่งของข้า” น้ำเสียงของเซินลี่ฮวาเรียบเฉย ทว่ามุมปากกลับค่อยๆ เหยียดยิ้มร้ายขึ้นมา

 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒๖ สามี ภรรยา ครองคู่

    ฤดูใบไม้ผลิกลับมาเยือนอีกครายามบ่ายมีแสงแดดอ่อนส่องละมุนไปทั่วบริเวณ สายลมอุ่นโชยพัดแผ่วเบาราวกับกำลังลบเลือนความขมขื่นในใจให้จางหายไป พร้อมกับกลีบดอกเหมยที่ร่วงหล่นอย่างเงียบงันเว่ยอี้จิบชาหอมกรุ่นจากเหม่ยฮวาในลานกลางจวน ใบหน้าหล่อเหลาสงบนิ่ง หากแต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกอบอุ่นอย่างยากจะบรรยายชีวิตในยามนี้…ช่างดีไม่น้อย นับตั้งแต่มีภรรยาเคียงข้าง“เหอะ!”ซ่งเหวินเห็นท่าทีของสหายแล้วก็อดแค่นเสียงเย้ยหยันไม่ได้ เขาหันไปมองเซินลี่ฮวาด้วยแววตาล้อเลียนพลางกล่าวถามสงสัยอย่างแสร้งสงสัย“ฮูหยินให้กินสิ่งใดเข้าไปหรือ...ไฉนเว่ยอี้ถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้”เซินลี่ฮวาได้ยินแล้วพลันหัวเราะเบาๆ ดวงตาคู่งามที่เคยหม่นหมองมานานบัดนี้กลับเปล่งประกายอ่อนโยน ราวกับสามารถวางปล่อยความหลังได้เสียทีใบหน้าของนางระบายยิ้มบางอย่างอ่อนโยน“อาเว่ย…เป็นสามีที่ดีเจ้าค่ะ”เพียงถ้อยคำสั้นๆ เรียบง่าย กลับฟังแล้วตรึงใจซ่งเหวินมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย รู้สึกราวกับว่ากลายเป็นตัวขัดจังหวะเวลาพลอดรักของคนสองคน เขาบ่นพึมพำราวกับตัดพ้อ “เหอะ! เกรงว่าข้าคงต้องรีบกลับจวนแล้วกระมัง”เว่ยอี้ยกคิ้วขึ้นอย่างยียวน กล่าวด้วย

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒๕ ไม่ผิดหวัง

    ท่ามกลางแสงจันทร์อ่อนในค่ำคืนปลายเหมันต์ ลมหนาวพัดเอื่อยเฉื่อยพลันรู้สึกเย็นเฉียบจนบาดผิว กิ่งไม้เปลือยใบพลิ้วไหว คล้ายกำลังกระซิบกับท้องฟ้ายามราตรีเซินลี่ฮวานั่งเหยียดหลังตรงอยู่ภายในเรือนเงียบ นางรอคอยอย่างใจเย็น...พิธีการเหล่านี้นางเคยผ่านมาหมดแล้วทว่าความรู้สึกในครั้งนี้กลับแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิงในครานั้น นางแต่งเพราะไม่อาจปฏิเสธได้แต่ยามนี้...นางเลือกเองหาใช่เพราะเหตุผลอันใดกาสุรามงคลตรงหน้าค่อยๆ เย็นเฉียบไปตามอุณหภูมิในห้องหอที่เยือกเย็นขึ้นเรื่อยๆ ตามฤดูหนาวอันเงียบสงบเอี๊ยดด…ทันใดนั้น เสียงประตูเปิดออกอย่างแผ่วเบาก่อนจะปิดลงตามหลัง พร้อมฝีเท้าหนักแน่นที่เดินตรงเข้ามาไม่เร่งรีบทว่าเปี่ยมด้วยความหนักแน่นเขามาแล้ว…!?นางไม่เข้าใจนักว่าเหตุใดจึงรู้สึกประหม่าขึ้นมา มือทั้งสองข้างเผลอกำเข้าหากันอย่างควบคุมไม่ได้เว่ยอี้ก้าวเข้ามาในห้องหอ เขาทอดมองภรรยาหมาดๆ ในชุดแต่งงานอาภรณ์สีแดงสดอย่างพึงพอใจ สายตาคมกริบคู่นั้นไม่อาจซ่อนความตกตะลึงในความงามของนางได้แม้แต่น้อยเขาหยิบคันชั่งไม้ลงก่อนจะเดินตรงเข้ามาเลิกผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวขึ้นด้วยมือที่มั่นคงอย่างแผ่วเบา“รอนานหรือไม่” น้ำเสีย

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒๔ คู่ควร

    บรรยากาศภายในจวนสกุลโม่ยังคงปกคลุมด้วยความขุ่นมัวแม้ยามค่ำคืนจะจุดโคมสว่างไสวทั่วทุกมุม ทว่าในใจของผู้อยู่อาศัยกลับมืดมนเสียยิ่งกว่าโม่เหยียนซวี่ยังคงนอนไม่ฟื้นคืนสติร่างของแม่ทัพใหญ่ที่สง่างามเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามทว่าบัดนี้กลับนอนแน่นิ่งไม่ได้สติไร้วี่แววที่จะลืมตาตื่นขึ้นมา…ดูราวกับไม่มีชีวิตหมอชราต่างพลางกันถอนหายใจถอนหายใจยาวเฮือกใหญ่ “แม้ยื้อชีวิตจากปรโลกกลับคืนมาได้…ชีพจรไม่แตกสลายแต่กระดูกสันหลังช่วงล่างถูกของมีคมเฉือนเข้าอย่างรุนแรง หากโชคดีอาจกลับมาเคลื่อนไหวได้แต่เกรงว่า…” เขาเว้นคำไว้เพียงเท่านี้ เมื่อเห็นแววตาพร่ามัวของไป๋หรูอี๋เบิกกว้างขึ้นมาไป๋หรูอี๋ตะคอกเสียงดัง นางถลึงตามองหมอชราตรงหน้าก่อนจะละสายตาไปมองร่างของโม่เหยียนซวี่ที่กำลังนอนแน่นิ่งอยู่ “พูดให้ชัด!...หมายความว่าเขาจะพิการใช่หรือไม่!”หมอชราแทบจะคุกเข่าแนบลงพื้น สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเจ็ดส่วน “มิใช่เช่นนั้นขอรับ…”“…”“ทว่าทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับสวรรค์ทั้งสิ้น:ไป๋หรูอี๋ได้ยินแล้วเซถอยอย่างหมดเรี่ยวแรง ริมฝีปากที่เคยแต้มชาดเม้มแน่นคล้ายถูกตัดลมหายใจนางไม่อาจรับได้…ขึ้นอยู่กลับสวรรค์งั้นหรือ

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒๓ ลืมเลือนอดีต

    ณ จวนสกุลเว่ยเช้าตรู่ขนาดนี้ไม่น่าแปลกใจเท่ากับการที่นายท่านเว่ยกลับมาพร้อมสตรีแปลกหน้า ไม่ว่าใครต่อใครในจวนเห็นแล้วต่างก็อดไม่ได้ที่จะลอบมองกันด้วยความอยากรู้อยากเห็นทว่าเพียงแค่สบตานายท่านเพียงแวบเดียวเท่านั้น…ความกล้าพลันหายวับไปราวกับมีสายลมโชยมาพวกนางต่างหุบปากเงียบกริบราวถูกสาปให้เป็นใบ้ทันทีตั้งแต่ออกจากจวนสกุลโม่มา…แม้กระทั่งตอนที่อยู่ในรถม้า เซินลี่ฮวาก็ไม่เอ่ยคำใดออกมาเลยสักครึ่งคำนางเอาแต่เงียบมาตลอดทั้งทางและดูเหม่อลอยใบหน้าคนงามเฉยชาไร้อารมณ์ใดๆ ฉายออกมาแต่ทว่าดวงตาคู่งามกลับหม่นหมองราวกับซ่อนความรู้สึกมากมายที่กำลังไหลหลั่งอยู่ภายในจนยากจะจัดการเว่ยอี้เหลือบตามองนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือหนึ่งโอบประคองกอดนางไว้หลวมๆ อย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน“แม่นางเซินดูจะเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย” เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “ให้สาวใช้เตรียมเรือนรับรองให้นางพักก่อนดีหรือไม่…”เซินลี่ฮวาไม่ได้ตอบอันใดออกมาทันที นางเพียงเงยหน้าขึ้นมองเขาครู่หนึ่ง ดวงตาคู่งามที่เคยว่างเปล่าเหมือนไร้วิญญาณกลับสะท้อนประกายบางอย่างที่เขามองแล้วไม่อาจจับต้องได้“แล้วแต่ขุนนางเว่ยเถิด” น้ำเสียงของนางแผ่วเบาราวกับกำลังกระซิบ แ

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒๒ อำนาจ

    ไป๋หรูอี๋มั่นใจว่า นางมีที่ยืนมั่นคงในใจของโม่เหยียนซวี่ทว่าเมื่อเห็นสายตาของเขาที่ยังคงทอดมองสตรีผู้นั้นด้วยความอาลัยอาวรณ์ราวกับไม่อยากปล่อยนางจากไปแล้ว...หัวใจของนางก็พลันเย็นเฉียบลงทันทีตลอดหลายวันมานี้ เซินลี่ฮวาทำให้นางขุ่นเคืองอยู่มากจนแทบระเบิดอยู่ทุกเมื่อ มิหนำซ้ำยังให้คนขับไล่นางออกจากเรือนใหญ่เหมือนเป็นเพียงหัวขโมยไร้ค่าและยิ่งไปกว่านั้น...โม่เหยียนซวี่ที่เคยเชื่อฟังนางนักหนา กลับทำเป็นไม่รับฟังคำใดของนางเสียแล้วเหตุใดทุอย่างจึงไม่ได้ดั่งใจไปเสียหมด!นางแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ ความรู้สึกน้อยใจเปลี่ยนเป็นโทสะที่พร้อมจะระเบิดในพริบตา ความคิดบางอย่างพลันแล่นเข้ามาในหัวทันที“อ๊ะ…!” น้ำเสียงหวานร้องแผ่วเบา...แต่กลับดังก้องในจวนที่เงียบงันคล้ายมีเจตนาให้ทุกคนได้ยินไป๋หรูอี๋เอนตัวโอนเอนไปมาคล้ายกับจะเป็นลม ร่างระหงเซจะทรุดฮวบลงกับพื้นในพริบตาแต่ทว่าโม่เหยียนซวี่กลับไม่แม้แต่จะปรายตาชำเลืองมองเลยแม้แต่น้อย!นั่นยิ่งทำให้นางโกรธจนแทบคลั่ง!เซินลี่ฮวาเห็นละครตื้นเขินตรงหน้าแล้วก็ได้แต่กลั้นยิ้มไว้แก้ว่าอีกฝ่าจะเก้อเขินเอาได้ นางขบริมฝีปากแน่น มือไม้คันยุบยิบอยากจะฟาดให้สักฉาดแต่สุด

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒๑ เป็นอย่างที่หวัง

    “ฮูหยินใหญ่เจ้าคะ!...ขุนนางเว่ยมาหาเจ้าค่ะ!” น้ำเสียงสาวใช้หน้าประตูเอ่ยแจ้งด้วยท่าทางรีบร้อน นางกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาจนแทบจะสะดุดชายกระโปรงล้มลงไปกับพื้นพอได้ยินประโยคนี้ เซินลี่ฮวาปรายสายตาหันไปมองทันที ดวงตาคู่งามฉายแววงุนงงและสงสัยเล็กน้อย ก่อนจะเลิกคิ้วเอ่ยถามสาวใช้ผู้นั้นเสียงเรียบ “เขามาทำไม”นางส่ายหน้าไปมาพลางสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยหอบ “บ่าว…บ่าวมิอาจทราบเจ้าค่ะ แต่ดูท่าทีเร่งร้อนนัก”ทันใดนั้น หางตาซ้ายของนางกระตุกริกๆ ทันทีราวกับเป็นลางบอกเหตุ เซินลี่ฮวาลุกขึ้นนั่งเหยียดหลังตรง ใบหน้าคนงามเชิดขึ้นเล็กน้อยท่าทางสงบนิ่งหากเป็นเช่นนี้…เกรงว่าคงเป็นข่าวดีแน่“พาเขาเข้ามาเถอะ…ข้าจะรออยู่ที่นี่”“เจ้าค่ะ!”เซินลี่ฮวาค่อยๆ ลุกขึ้นจากเบาะนั่ง ก่อนจะขยับมือจัดชายแขนเสื้อให้เรียบร้อย แล้วจึงยกขึ้นลูบไล้เรือนผมเบา ๆ คล้ายกำลังเตรียมตัวรับแขกสำคัญนางเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงด้วยความหมาย “ผิงอันไปเตรียมน้ำชาดีๆ มาสักกาหนึ่งพร้อมขนมอีกถาดให้ข้าทีได้หรือไม่”ผิงอันที่ยืนอยู่ด้านหน้ามองเห็นแล้วถึงกับไม่อยากเชื่อมิใช่ผู้เป็นนายเคยกล่าวเอาไว้ว่าที่ทำไปก็เพื่อผลประโยชน์ในภายภาคหน้าเท่า

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๕ นิสัยอันธพาล

    แม้ว่า เซินลี่ฮวาจะได้รับพระราชทานสมรสจากฝ่าบาทให้แต่งกับโม่เหยียนซวี่…ทว่าก็มิใช่ว่านางจะต่ำต้อยหรือไร้ศักดิ์ศรีแต่อย่างใด ว่ากันตามตรงแล้ว เซินลี่ฮวานับเป็นบุตรสาวของขุนนางผู้มีฐานะสูงส่งอีกทั้งยังเพียบพร้อมในทุกด้านนางหาใช่สตรีสามัญธรรมดาไม่…แต่กลับเป็นคุณหนูแห่งตระกูลสูงศักดิ์โดยแท้มิหนำซ้ำด้

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๓ วันวานขมขื่น

    บรรยากาศภายในห้องเงียบสงัดไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงของลมหายใจ…ความอึดอัดแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณเซินลี่ฮวาเชิดใบหน้าขึ้นอย่างหยิ่งทะนง ดวงตาคู่งามหลุบมองสตรีผู้นั้นเพียงครู่ก่อนจะหันกลับมาสบตากับบุรุษตรงหน้าอย่างตรงไปตรงมาไม่คิดหลบเลี่ยงนางเอ่ยเสียงหวาน “วันนี้ข้าเดินทางไกลนัก…ยามนี้รู้สึกเหน็ดเห

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒ ฮูหยินไร้ค่า

    หากเป็นเมื่อสามปีก่อน เซินลี่ฮวาคงมิได้มีความกล้าเท่านี้ เพียงแค่อีกฝ่ายขึ้นเสียงใส่...หยาดน้ำตาใสก็พลันไหลรินอาบแก้มทันทีเซินลี่ฮวาเชิดใบหน้าขึ้นอย่างไร้ความเกรงกลัว นางก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังที่แห่งหนึ่ง พร้อมกับในอกที่รู้สึกปั่นป่วนขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ ทว่าหาใช่เพราะความหวาดกลัว...แต่เป็นความรู้สึก

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๑ ข้ากลับมาแล้ว

    วันนี้ตลอดทั้งวันท้องฟ้าแจ่มใสมีแสงแดดสาดส่องไปทั่วบริเวณจนร้อนอบอ้าวแต่เพียงชั่วพริบตาเมื่อยามพลบค่ำ เมฆฝนเริ่มตั้งเค้า ท้องฟ้ามืดมิดสนิทราวกับพายุกำลังจะพัดพาฝนห่าใหญ่มาสาดกระหน่ำสายลมแรงพัดกระหน่ำจนทุกสิ่งจนปลิวว่อน เสียงลากล้อรถม้าค่อยๆ ลากตามพื้นมาดัง ‘เอี๊ยดอ๊าด’ อย่างน่าหวาดกลัวจนกระทั่งหยุ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status