Beranda / โรแมนติก / ฮูหยินจับสลาก / บทที่ 6 โรงเตี๊ยมพักม้า

Share

บทที่ 6 โรงเตี๊ยมพักม้า

last update Tanggal publikasi: 2026-07-17 11:28:46

“ข้าซื้อนางทั้งห้าคนมาจากพ่อค้ามนุษย์กลุ่มหนึ่ง พวกเขาเรียกตนเองว่า กลุ่มพยัคฆ์ดำ ได้ยินว่าตระเวนจับสตรีมาจากภาคตะวันออก หญิงสาวส่วนใหญ่ถูกหลอกลวงว่าจะพาไปเป็นสาวใช้ในเมืองหลวง” เล่าจบ เถ้าแก่เนี้ยก็กลืนน้ำลายลงไปอึกหนึ่ง

“บัดซบ! เจ้าเปิดหอคณิกาอยู่ในตัวอำเภออย่างเปิดเผย เหตุใดจึงกล้าซื้อคนอีกเล่า”

ในแคว้นต้าหลงการเปิดหอคณิกาต้องได้รับการอนุญาตจากทางการ สตรีที่ยินดีจะเป็นหญิงคณิกาจะต้องทำสัญญาด้วยความยินยอมพร้อมใจ และหากต้องการจะเลิกทำงานในหอโคมเขียวก็สามารถไถ่ตัวออกไปได้ ทว่าการซื้อตัวคนผ่านพ่อค้าขายมนุษย์เป็นเรื่องผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง

“แม่นางทั้งสี่นั่น ข้าพูดคุยตกลงกับพวกนางแล้ว พวกนางไม่อยากกลับไปลำบากอยู่บ้านนอกจึงปลงใจยินยอมเป็นหญิงคณิกา มีเพียงแม่นางซ่งที่ถูกวางยาจนพูดไม่ได้และไร้เรี่ยวแรง หัวหน้ากลุ่มพยัคฆ์ดำนั่นจึงขายนางในราคาต่ำกว่าผู้อื่น ที่สำคัญกำชับให้ข้าส่งตัวนางเข้าไปในกองทัพเสีย”

ซ่งหว่านอิงที่ยืนอยู่ข้างหลังได้ยินก็กำหมัดแน่น สิ่งที่เถ้าแก่เนี้ยพูดออกมาล้วนเป็นความจริง ทว่ากลับเป็นความจริงที่ชวนให้เจ็บปวดใจ

ซ่งหว่านอิงก้าวออกมายืนหน้าเถ้าแก่เนี้ยหอคณิกาแล้วสะบัดฝ่ามือใส่ใบหน้าที่กำลังเงยอยู่อย่างแรงถึงสองครั้ง

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

เสียงฝ่ามือนั้นดังพอที่ผู้คุมคุกได้ยิน แต่พวกเขาก็ไม่กล้าขยับเท้า เพราะเกรงบารมีของท่านแม่ทัพที่ยืนอยู่ข้างในพร้อมผู้ติดตาม

ใบหน้าของเถ้าแก่เนี้ยเกาปรากฏรอยนิ้วทั้งสี่ของซ่งหว่านอิงอย่างชัดเจน ครั้นตั้งสติได้ นางเกาก็หันหน้ากลับไปมองคนที่ลงมือกับตนช้าๆ

“นางชั่ว! สตรีที่มีทางเลือกไหนเลยจะอยากเป็นหญิงคณิกา แม่นางสองคนถูกบุรุษหลอกลวงให้หนีตามออกจากบ้าน แต่กลับถูกชายคนรักนำมาขาย พวกนางสิ้นไร้ทางไป สุดท้ายถูกเกลี้ยกล่อมจึงยินยอม ส่วนอีกสองคนนั้นถูกครอบครัวนำมาขาย แม้จะไม่ยินดีแต่ก็ไม่มีบ้านให้กลับ คนที่พยายามจะหนีถูกทุบตีจนตายไปก็หลายคน ส่วนคนที่เหลือก็ถูกส่ง เพียงแต่ข้าก็ไม่รู้ว่าพวกนางถูกส่งไปที่ใด”

เถ้าแก่เนี้ยเกาถูกตบจนหน้าสะบัด เกิดอาการชา ดวงตาพร่าเลือนไปชั่วครู่ ครั้นได้สติก็มองคนที่ทำร้ายตน

“เจ้า! เป็นเจ้าเองรึ!”

ซ่งหว่านอิงก้มหน้ามองเถ้าแก่เนี้ยด้วยสายตาดุดัน “ข้าจะบอกให้ หากว่าข้าถูกบุรุษย่ำยีในค่ายทหารนั่น ข้าก็จะฆ่าคนที่ทำเสีย จากนั้นจะกลับออกมาแล้วตามล่าเอาชีวิตพวกเจ้า!”

เถ้าแก่เนี้ยถึงกับตกตะลึง ที่ผ่านมามีเพียงนางที่ข่มขู่สตรีใต้อาณัติ ครั้งนี้ถูกผู้อื่นกดเอาไว้ ซ้ำยังเป็นสตรีที่ถือกระบี่ท่าทางอำมหิต ร่างของเถ้าแก่แห่งหอนางโลมถึงกับสั่นระริก

สวีพานนั่งอึ้ง เขารู้สึกว่าตนเองโชคดีที่มิได้ย่ำยีซ่งหว่านอิง บิดาของเขาเคยสอนว่าการทำให้สตรีแค้นเคืองนั้นอย่ามองเป็นเรื่องเล็ก เพราะพวกนางทำได้สารพัดหนทางเพื่อแก้แค้น

‘ข้าเกือบไปแล้ว นางแค้นฝังใจถึงเพียงนี้ หากเผลอลงมือกับนางไป เห็นทีนางต้องหาวิธีกำจัดข้าอย่างแน่นอน’

“ใจเย็นก่อนเถิด ให้นางสารภาพมาเสียให้หมด จะได้ตามล่ากลุ่มพยัคฆ์ดำพวกนั้นมาลงโทษเสียให้คราวเดีย” สวีพานที่ปล่อยให้นางได้ระบายโทสะ เห็นซ่งหว่านอิงเริ่มควบคุมอารมณ์แค้นไม่ค่อยอยู่ รีบเอ่ยเตือนสติ

“ได้! ข้าจะรอให้จับคนพวกนั้นเสียก่อน ค่อยกลับมาถลกหนังนาง” ซ่งหว่านอิงขยับออกไปยืนข้างๆ แม่ทัพหนุ่ม

         จากคำให้การของเถ้าแก่เนี้ยเกา กลุ่มพยัคฆ์ดำออกจากอำเภอเฟิ่งกู่แล้ว มุ่งหน้าไปยังชายแดน

         “ท่านแม่ทัพ เช่นนั้นก็น่าจะสอดคล้องกับข่าวที่เราเคยได้ยินมานะขอรับ”

         “อืม...หญิงชาวบ้านในละแวกนี้ที่หายไปก็น่าจะเป็นฝีมือของคนพวกนี้” สวีพานพยักหน้ารับ

         เถี่ยหนิวจึงเล่าให้ซ่งหว่านอิงฟังว่า ในตอนที่พวกเขาเพิ่งยกทัพมาตั้งค่ายชั่วคราวซึ่งอยู่ตำบลไป่ซีเจิ้น[1]ห่างจากตัวอำเภอไปทางชายแดน เคยมีชาวบ้านเข้ามาร้องทุกข์หลายครั้ง

         “คนพวกนั้นบอกว่าลูกหลานที่เป็นสตรีถูกลักพาตัวหายไปทางชายแดน พวกเขาพยายามค้นหาในเขตของแคว้นเราแต่ไม่เป็นผล มีคนบอกว่าพวกนางถูกพาไปยังเขตนอกด่าน แถวนั้นเป็นเขตของหกชนเผ่า ล้วนแต่เป็นพวกป่าเถื่อน ชาวบ้านจึงไม่กล้าบุกเข้าไป”

         ตำบลไป่ซีเจิ้นตั้งชื่อตามแม่น้ำกว้างที่ไหลเลียบชายแดนไป ซึ่งมีลำคลองใหญ่แยกเข้ามาในตำบลแห่งนี้ ทว่าก่อนจะไปถึงแม่น้ำนั้นได้จะต้องผ่านภูเขาเตี้ยๆ สลับซับซ้อนที่มีป่ารกทึบ

         ซ่งหว่านอิงได้ยินสิ่งที่เถี่ยหนิวเล่าก็ขนลุกขนพอง นึกดีใจที่ตนถูกส่งเข้ากองทัพแทนการส่งไปนอกด่าน ไม่เช่นนั้น ชะตากรรมของนางคงยากจะคาดเดา

         หญิงสาวเผลอเหลือบมองไปทางแม่ทัพหนุ่มอย่างไม่ตั้งใจ

         ‘โชคของข้ายังดีที่พบกับเขา หากเป็นบุรุษอื่น เกรงว่าความบริสุทธิ์นี้คงไม่เหลือแล้ว’

         “เถ้าแก่เนี้ยก็บอกแล้วว่า เรามีวิธีติดต่อกับพวกเขาผ่านโรงเตี๊ยมในตำบล”

         “จะหลอกล่อพวกเขาได้ก็ควรมีสตรีมิใช่หรือ” ซ่งหว่านอิงยกยิ้มมุมปาก

         “เจ้ามีแผนอยู่ในใจใช่หรือไม่”

         “ท่านแม่ทัพก็เล่นงิ้วเป็นสามีใจโหดให้ข้าหน่อยก็แล้วกัน ข้าจะเล่นบทที่พวกมันอยากจะเห็นสักหน่อย แต่คราวนี้ บทของข้าจะเป็นเสือหมอบ แล้วค่อยตะปบและกัดกินพวกมันทีหลัง”

         สวีพานฟังแล้วก็ผงกศีรษะ “ดี! เช่นนั้น เจ้าก็เตรียมตัวเป็นภรรยาที่ข้าเบื่อหน่ายอยากขายทิ้งเสียเถิด”

            อีกฟากหนึ่งของแคว้นต้าหลง ในอำเภอฮวาหยาง หลินชิงเหอบุตรสาวร้านขายยาเหรินซินถังรู้สึกแปลกใจที่สหายสนิทของตนเงียบหายไปจึงไปยังคฤหาสน์สกุลซ่ง

         ทันทีที่เห็นหลินชิงเหอ เสี่ยวเถาสาวใช้ของซ่งหว่านอิงที่นอนบาดเจ็บลุกไม่ขึ้นอยู่ที่เรือนเล็กด้านหลังก็ถึงกับหลั่งน้ำตา

         “คุณหนูหลิน ท่านต้องช่วยคุณหนูด้วยนะเจ้าคะ”

         หลินชิงเหอหน้าเผือดสี รีบผวาเข้าไปนั่งริมเตียง “อย่าเพิ่งพูด! ให้ข้าตรวจร่างกายเจ้าเสียก่อน”

ครั้นตรวจอาการเรียบร้อย หลินชิงเหอก็รู้ว่าเสี่ยวเถาเพียงแค่ร่างกายบอบช้ำไม่มาก แต่กลับถูกวางยาให้ไร้เรี่ยวแรง

“แค่อาหารฟกช้ำพวกนี้ เจ้าพักแค่วันสองวันก็หาย แต่อาการปวกเปียกของเจ้าเกิดจากการวางยาต่างหาก”

เสี่ยวเถาถึงกับตกตะลึง “ข้าถูกวางยาหรือเจ้าคะ”

“อืม เป็นยาไร้เรี่ยวแรง เห็นทีเรื่องนี้คนในคฤหาสน์ก็น่าจะรู้ด้วย ที่อิงเอ๋อร์ถูกจับต้องเป็นฝีมือพวกนางแน่ๆ” หลินชิงเหอนึกถึงใบหน้าของหลิวซื่อกับซ่งอวี้หลัน

[1] ไป๋ซีเจิ้น หมายถึง ลำธารขาว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฮูหยินจับสลาก   บทที่ 45 กอบกู้ตระกูล (ตอนจบ)

    จางอวี้เหิงสู่ขอหลินชิงเหอได้สำเร็จก็เร่งรัดงานแต่งงาน เดือนต่อมาเขาก็นำขบวนไปรับเจ้าสาวเพื่อพากลับไปยังเมืองเฉินม่ายเพื่อทำพิธีแต่งงาน สวีพานจึงพาซ่งหว่านอิงเดินทางไปพร้อมกับคู่บ่าวสาว ในตอนนั้นซ่งหว่านอิงก็ตั้งครรภ์ได้ล่วงเข้าเดือนที่สองแล้ว งานแต่งของจางอวี้เหิงกับหลินชิงเหอถือเป็นงานใหญ่อีกงานหนึ่งของเมืองเฉินม่าย ท่านอ๋องหยางกับพระชายาหลี่หยวนหยวนเดินทางมาร่วมงาน อ๋องหยางเป็นอ๋องต่างแซ่กับฮ่องเต้จึงไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์ด้วย หากแต่ความเป็นอ๋องที่กุมกองทัพที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นในยามนี้ทำให้ทุกคนต้องเกรงบารมี ซ่งหว่านอิงจึงได้พบทายาทฝาแฝดของท่านอ๋องหยางหลีเหว่ย ซื่อจื่อน้อยหยางหลิวเหว่ยและท่านหญิงตัวน้อยผู้งดงาม หยางเยี่ยนฟาง พวกเขาสวมเสื้อผ้าหรูหรา ใบหน้าน่ารักยิ่งนัก นางสะกิดให้สามีดูแล้วกระซิบกับเขาว่า “ท่านพี่ หากลูกเราเป็นชายของให้หน้าตาดีและองอาจเยี่ยงหยางซื่อจื่อ ข้าคงจะปลื้มใจไม่น้อยเลยเจ้าค่ะ” สวีพานส่ายหน้าเบาๆ เขามองดูท่านหญิงหยางแล้วอมยิ้ม ดวงตาเป็นประกาย “ข้าอยากให้ลูกคนแรกของเราเป็นหญิงแล้วน่ารักเหมือนท่านหญิ

  • ฮูหยินจับสลาก   บทที่ 44 วาระสุดท้าย

    กลุ่มของสวีพานที่ควบม้าศึกตามทันหลี่เปียวในเวลาไม่นานนัก หลี่เปียวไม่ยอมจำนนเขาต่อสู้อย่างสุดกำลัง สุดท้ายก็ถูกแทงได้รับบาดเจ็บ และถูกจับตัวกลับมาสอบสวนที่สำนักมือปราบอำเภอฮวาหยาง เช่นเดียวกับร่างที่ถูกไฟไหม้จนผิวหนังเละ ร่างกายบิดเบี้ยวของหลิวซื่อก็ถูกส่งเข้ามารักษาตัวในคุก แต่หมอทุกคนล้วนลงความเห็นว่า นางคงจะไม่อาจประคองชีวิตไว้ได้เกินคืนนี้แล้ว ซ่งหว่านอิงเข้าไปดูสภาพของหลิวซื่อในคุกเป็นครั้งสุดท้ายดวงตาของหลิวซื่อยังคงมองดูซ่งหว่านอิง แต่ลมหายใจแผ่วลง “เจ้า...เจ้า...รอด” ซ่งหว่านอิงยิ้มหวานให้กับแม่เลี้ยงที่สภาพมือ แขน ขาบิดงอ ผิวหน้าถูกไฟลวกลามไปเสียเกือบครึ่ง มองดูแล้วสภาพคล้ายครึ่งผีครึ่งคนเข้าไปแล้ว “อันที่จริง ท่านพี่ของข้า หรือจะเรียกให้ถูกต้องก็คือ ท่านแม่ทัพสวีพานแห่งทัพสกุลหยางเมืองเฉินม่าย ได้เตรียมคนเอาไว้รอช่วยข้าอยู่แล้ว พอเจ้าขังข้าแล้วเริ่มจุดไฟเผา พวกเขาก็งัดหน้าต่างด้านหลัง ทำให้ข้าหนีออกมาได้” หลิวซื่อแค่นเสียงร้องออกมาจากลำคออย่างโกรธแค้น น้ำเสียงนั้นฟังดูแล้วคล้ายเสียงของปีศาจมากกว่ามนุษย์ ซ่งหว่าน

  • ฮูหยินจับสลาก   บทที่ 43 เผาตัวเอง

    ขณะนั้นสวีพานกับทหารนอกเครื่องแบบกลุ่มใหญ่ที่แกะรอยหลิวซื่ออยู่ไม่ห่างนักก็ได้ยินเสียงร้องของสตรีแว่วๆ “ไปดูทางนั้น!” แม่ทัพหนุ่มร้องขึ้น คนกลุ่มใหญ่จึงมุ่งหน้าไปตามเสียงร้องนั้น ไม่นานนักพวกเขาก็เห็นควันไฟกลุ่มใหญ่พวยพุ่งขึ้นท้องฟ้า “ข้างในนั้น คือหลิวซื่อนี่!” เถี่ยหนิวร้องขึ้น หลิวซื่อมองเห็นบุรุษควบม้ากลุ่มใหญ่ก็รีบร้องให้พวกเขาช่วย น้ำเสียงของนางโหยหวนทุกข์ทรมาน “เร็วเข้า! ไปตัดกิ่งไม้มาดับไฟ” รองแม่ทัพจางสั่งการ คนกว่ายี่สิบคนบนหลังม้ากระโจนลงอย่างว่องไว รีบไปตัดกิ่งไม้สดมาช่วยกันตบไฟพรึ่บพรั่บ สวีพานเดินไปใต้ร่มไม้ เขาสังเกตเห็นศพของผู้คุ้มกันทั้งสี่ที่ถูกลากไปทิ้งไว้ด้านหลัง “คนที่ติดตามนาง ถูกฆ่าตายอยู่นี่สี่คน” เถี่ยหนิวเดินเข้าไปสำรวจ “ท่านแม่ทัพ พวกเขามิได้หักหลังกันเองใช่หรือไม่” “ข้าว่าไม่ นางพวกเขาหวังเพียงทรัพย์ เหตุใดต้องลงทุนถึงขั้นจับนางมัดแล้วเผานางด้วยเล่า เชือดคอเอาไม่ง่ายกว่าหรือ ข้าว่านี่คือฝีมือของศัตรูที่แค้นลึกถึงกระดูกดำ” “หลี่เปียว!” เถี่ยหนิวร้องออก

  • ฮูหยินจับสลาก   บทที่ 42 ตามล้างแค้น

    เมื่อเห็นว่าเฉิงจิ่งสิงกลายเป็นคนพิการ คนสกุลซูจึงได้ส่งคนมายกเลิกข้อตกลงเรื่องการแต่งงาน คนสกุลเฉิงถึงกับหมดสิ้นความหวังในการกอบกู้ฐานะ ซ่งอวี้หลันทำตัวเป็นคนมีน้ำใจ ยืนยันจะอยู่เคียงข้างสามีทำให้เฉิงจิ่งสิงซาบซึ้งใจในตัวนาง” ไม่นานนัก คนสกุลเฉิงก็รู้ข่าวว่ามารดาของซ่งอวี้หลันเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เลวร้ายในครั้งนี้ ซ้ำยังจงใจจะลวงเฉิงฮูหยินไปฆ่า อีกทั้งยังเจตนาจะทำให้เฉิงจิ่งสิงพิการก็พากันตะลึง “หลิวซื่อ! นางช่างเลวทรามนัก ตอนจิ่งสิงแต่งซ่งอวี้หลันก็แอบย้อมแมวสินสอด พอถูกเปิดโปงก็ยังแค้นจนลวงคนไปฆ่าอีก”คนสกุลเฉิงประณามและด่าทอซ่งอวี้หลันอย่างรุนแรงนายท่านสกุลเฉิงไล่ให้ซ่งอวี้หลันออกจากตระกูล“สตรีที่มีสายเลือดหญิงชั่วเช่นเจ้า ไม่อาจจะปล่อยให้อยู่ในสกุลเฉิงได้อีก ข้าจะให้จิ่งสิงหย่าขาดกับเจ้าเสีย”เฉิงจิ่งสิงมองซ่งอวี้หลันอย่างเกลียดชัง เขายกนิ้วขึ้นชี้หน้านาง น้ำเสียงสั่นระริก บัดนี้ชีวิตของเขาต้องมาพังลงเพราะการแต่งงานกับซ่งอวี้หลัน“เพราะเจ้า! ท่านแม่ข้าต้องตาย แล้วข้ายังกลายเป็นบุรุษไร้ประโยชน์อีก เจ้ากลับไปสกุลซ่งเสียเดี๋ยวนี้ ใบหย่าข้าจะส่งตา

  • ฮูหยินจับสลาก   บทที่ 41 คนทรยศ

    ครั้นหลินเจิ้นอู่กับหลินชิงเหอไปสมทบกับสวีพานที่คฤหาสน์ได้ยินว่าซ่งหว่านอิงเหน็ดเหนื่อยจนหลับไป พวกเขาจึงอาสาออกไปคฤหาสน์สกุลซ่งเอง สวีพานจึงเล่าเรื่องที่ซ่งหว่านอิงถูกหลิวซื่อขังไว้ในห้องนอนเก่าของมารดา และเผาเรือนนั้นให้คนทั้งสองฟัง “ที่แท้! ไฟไหม้นั่นป็นฝีมือของหลิวซื่อนี่เอง นางโหดเหี้ยมนัก ที่หานคังกับพวกเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ก็เป็นฝีมือนางใช่หรือไม่” สวีพานพยักหน้ารับ “มือปราบหลินกล่าวได้ถูกต้อง ข้าส่งเถี่ยหนิวออกไปจับตามองนางเอาไว้แล้ว” “เห็นท่าจะไม่ดี หลิวซื่อทำการใหญ่ถึงเพียงนี้ นางย่อมจะไม่วางแผนไว้ชั้นเดียวอย่างแน่นอน ข้ากับชิงเหอจะรีบไปดูนางเดี๋ยวนี้ ท่านก็อยู่ดูแลอิงเอ๋อร์และคฤหาสน์ให้ดีเล่า” สวีพานพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นต้องลำบากพวกท่านแล้ว ข้าไม่กล้าให้จางหย่งกับทหารออกไปเพราะกลัวว่านางจะคิดเผาบ้านข้าไปด้วย”พอสองพี่น้องแซ่หลินมาถึงคฤหาสน์สกุลซ่งแล้วรู้ว่าหลิวซื่อถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงหมอก็ตกใจรีบตามไปดู แต่พอไปถึง คนที่โรงหมอพากันยืนยันว่าไม่มีคนแซ่หลิวมารักษา“พี่เจิ้นอู่ ข้าว่านางคงหนีไปแล้ว ไม่รู้ว่าโจรพวกนั้นอยู่ข้างนอกยังมี

  • ฮูหยินจับสลาก   บทที่ 40 หายนะในตระกูล

    ควันจากระเบิดนั้นกระจายไปทั่วบริเวณ ซ่งหว่านอิงยกยิ้มมุมปาก นางหมอบลงแล้ว ใช้แขนเสื้อปิดหน้าเอาไว้ รอจนควันจางลงก็ร้องขึ้น “เถี่ยหนิว! พวกมันหนีขึ้นหลังคาไปแล้ว” นางกระโจนขึ้นไปบนหลังคา สวีพานและเถี่ยหนิวรีบกระโจนตามนางขึ้นหลังคาไป พวกเขาเห็นแผ่นหลังของหลี่เปียวที่ใช้ปลายเท้าแตะหลังคาเรือนหลังข้างหน้า มุ่งไปทางทิศตะวันตกของเมืองก็พากันตามอย่างไม่ลดละ “ทุกคน! ไปช่วยดับไฟก่อน ลามมาถึงเรือนรับแขกแล้ว!” หลิวซื่อวิ่งออกมาจากห้องโถงใหญ่แล้วร้องบอกมือปราบที่อยู่บริเวณนั้นยามนั้นไฟโหมกระหน่ำ เสียงบ่าวรับใช้ตะโกนโหวกเหวก เปลวเพลิงลุกลามเข้ามาใกล้เรือนรับแขกหลินเจิ้นอู่นำมือปราบกลุ่มใหญ่ตามมา หลินชิงเหอก็วิ่งเข้ามาด้วย พวกเขาคาดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ในคฤหาสน์สกุลซ่ง หลินชิงเหอมองหาคนที่นอนเกลื่อนกลาด เมื่อไม่เห็นสหายก็วิ่งเข้าไปในห้องโถง ในนั้นนางจึงได้เห็นความเละเทะและสูญเสียอันน่าสยดสยองของสกุลซ่ง หลินชิงเหอร้องเรียกให้มือปราบที่มาสมบทช่วยกันประคองเอาผู้บาดเจ็บและรอดชีวิตออกมาจากห้องโถงนั้นก่อน เพราะควันไฟเริ่มเข้าไปมาก ซุนจิ่นหรงอุ้ม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status