LOGINหลินชิงเหอหยิบเอาขวดกระเบื้องออกมา เคาะยาเม็ดหนึ่งใส่ไปในปากของเสี่ยวเถา “ยานี่จะทำให้เรี่ยวแรงของเจ้าฟื้นกลับมา แต่ต่อไปห้ามกินอาหารในคฤหาสน์นี้อีก”
เสี่ยวเถากินยาเข้าไปแล้วก็ทำหน้าเจื่อน “คุณหนูหลิน ท่านไม่ให้ข้ากินอาหารที่นี่ แล้วจะให้ข้าอดอาหารหรือเจ้าคะ”
“ไม่จำเป็น ข้าจะให้บ่าวรับใช้เอาอาหารมาให้เจ้าเอง”
เสี่ยวเถาเป่าปากฟู่ “อ้อ! ค่อยยังชั่ว”
“เล่ามาเถิด อิงเอ๋อร์หายตัวไปได้อย่างไร”
“ข้ากับคุณหนูกำลังจะไปร้านเสื้อผ้ากันเจ้าค่ะ ระหว่างที่เดินผ่านตรอกเล็กเลียบคลองข้างศาลเจ้า ตอนนั้น...ขะ ข้าถูกตีจนสลบไป พอฟื้นขึ้นมา ถาม...ผู้ใดก็...ก็ไม่มีคนรู้เห็นเหตุการณ์เจ้าค่ะ” เสี่ยวเถาร้องไห้สะอึกสะอื้น
หลินชิงเหอย่นหัวคิ้ว “ก่อนหน้านั้นมีคนสะกดรอยพวกเจ้าสองคนใช่หรือไม่”
“เจ้าค่ะ รู้เพียงว่าพวกเขาเป็นผู้ชาย แต่ตอนที่เขาลงมือนั้น ข้าอยู่ด้านหลังคุณหนู พอข้าถูกตีแล้ว เกรงว่าคุณหนูคงจะถูกคนพวกนั้นจับตัวไป”
หลินชิงเหอกำหมัดแน่น “บัดซบจริง! ระยะนี้ข้าได้ข่าวว่ามีพวกค้ามนุษย์มาป้วนเปี้ยนเสียด้วย อิงเอ๋อร์คงไม่เคราะห์ร้ายหรอกนะ”
เสี่ยวเถาหน้าเสีย จะว่าไปการคาดการณ์ของหลินชิงเหอก็คล้ายกับสิ่งที่นางกำลังสงสัย สาวใช้คนสนิทของซ่งหว่านอิงถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากเย็น
“ข้า...ข้าว่า เป็นไปได้นะเจ้าคะ แต่คุณหนูถูกจับสองวันแล้ว ไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไรบ้าง”
หลินชิงเหอกวาดตามองไปรอบๆ ห้องพักของเสี่ยวเถา “เจ้าถูกส่งมาอยู่ห้องทรุดโทรมเช่นนี้ เห็นทีสกุลซ่งคงไม่คิดจะส่งคนออกตามหาอิงเอ๋อร์เลยสินะ”
เสี่ยวเถาพยักหน้า “เจ้าค่ะ ข้าให้คนมาแจ้งข่าวร้ายที่คฤหาสน์แต่ฮูหยินก็ไม่สนใจ กระทั่งข้าให้คนนำข้าใส่เปลหามมาส่งถึงเรือน ฮูหยินกับคุณหนูรองก็สั่งให้คนนำข้ามานอนที่เรือนนี้ ข้าไม่มีโอกาสได้พบนายท่านเลยเจ้าค่ะ”
“หึ! นายท่านซ่งไม่เคยใส่ใจอิงเอ๋อร์สักนิด หลิวซื่อเป่าหูอย่างไรเขาก็เชื่อทั้งนั้น” หลินชิงเหอมองดูสภาพของเสี่ยวเถาแล้วก็เศร้าใจยิ่งนัก “ไม่ได้การ เห็นทีข้าจะต้องพาเจ้าออกจากที่นี่ไปให้ได้ก่อน ค่อยไปตามหาอิงเอ๋อร์กัน”
หลินชิงเหอรู้ว่าต่อให้นางไปแจ้งทางการ คนสกุลซ่งก็จะไม่ให้ความร่วมมือ นายท่านซ่งบิดาของซ่งหว่านอิงหลงภรรยาใหม่อย่างหลิวซื่อหัวปักหัวปำ ปล่อยให้ซ่งหว่านอิงมีชีวิตอยู่ในคฤหาสน์อย่างยากลำบาก
หลายคราที่ซ่งหว่านอิงถูกวางยาพิษ หากไม่มีหลินชิงเหอ ป่านนี้คงจะลงปรโลกไปพบมารดาที่แท้จริงของนางแล้ว
หลินชิงเหอเป็นหญิงสาวใบหน้าคมคาย นิสัยแข็งกร้าว มีวิชาแพทย์พอตัว แต่ที่เชี่ยวชาญคือการใช้พิษและแก้พิษ ร้านยาของครอบครัวนางใหญ่ที่สุดในอำเภอและมีถึงสองสาขา นับได้ว่าเป็นคหบดีตระกูลหนึ่ง
ครั้นนางกลับไปถึงคฤหาสน์ก็โวยวายเรื่องของซ่งหว่านอิงลั่นและขอให้บิดาให้เงินนางไปซื้อสัญญาจ้างของเสี่ยวเถาออกจากตระกูลซ่ง
หลิวซื่อแม่เลี้ยงของซ่งหว่านอิงเห็นหลินชิงเหอมาเยือนที่คฤหาสน์ก็จุดยิ้มมุมปาก นางกับบุตรสาวเตรียมคำตอบเอาไว้ให้กับหลินชิงเหอแล้ว
“คุณหนูหลิน อิงเอ๋อร์ไม่อยู่นะ นางไปเยี่ยมท่านยายที่อยู่เมืองต้าซาน น่าจะอีกหลายเดือนถึงจะกลับ”
หลินชิงเหอร้องเหอะขึ้นมาคำหนึ่ง “หลิวซื่อ ข้าว่าเรื่องนี้ผิดปกติไปหน่อยนะ ไม่มีทางที่อิงเอ๋อร์จะไปต่างเมืองโดยไม่แจ้งข้า”
“พูดจาเหลวไหล! พี่อิงเอ๋อร์นางเขียนจดหมายทิ้งไว้แจ้งให้ท่านพ่อทราบแล้ว เจ้าพูดจาแบบนี้ เหมือนกับจะกล่าวหาว่าท่านแม่ของข้าโกหก” ซ่งอวี้หลันร้องขัดขึ้น
หลินชิงเหอมองหน้าสองแม่ลูกที่ปั้นเรื่องโกหกแล้วยิ้มน้อยๆ “อย่างนั้นรึ! เอาไว้ข้าไปถามนายท่านซ่งเองก็แล้วกัน”
“ต่อให้เจ้าไปถามท่านพ่อ ท่านพ่อก็ต้องตอบเหมือนกับท่านแม่นี่ล่ะ”
บ้านเกิดของมารดาของซ่งหว่านอิงอยู่เมืองต้าซาน ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านเดิมในยุคที่เพิ่งก่อร่างสร้างแคว้นต้าหลง เป็นเมืองรอยต่อระหว่างแดนเหนือกับภาคกลาง หากเดินทางจากอำเภอฮวาหยางไปเมืองต้าซานต้องใช้เวลาเดินทางราวครึ่งเดือน
‘หากพวกเขาโกหกเช่นนี้ เกรงว่าอิงเอ๋อร์คงไม่ได้กลับมาแล้ว ไม่ได้การ ข้าต้องรีบไปชวนถังต้าเกอออกเดินทางไปตามหานาง’
หลินชิงเหอไม่เสียเวลาต่อปากต่อคำ นางรีบยื่นข้อเสนอที่คาดว่าสองแม่ลูกจะไม่มีทางปฏิเสธ
“เอาล่ะ ในเมื่ออิงเอ๋อร์ไม่อยู่แล้ว ข้าอยากจะซื้อสัญญาจ้างของเสี่ยวเถา พวกท่านยินดีขายหรือไม่”
สองแม่ลูกหันไปสบตากัน หลิวซื่ออยากขายสัญญาจ้างงานเสี่ยวเถาออกไปตั้งนานแล้ว ติดที่ซ่งหว่านอิงยังอยู่ บัดนี้นางถูกจับตัวไปแล้วเท่ากับทางสะดวก
“ได้สิ! สัญญาจ้างของนางยังเหลืออีกสองปี เจ้าแน่ใจหรือว่าจะยอมจ่าย”
“แน่นอน! คำนวณค่าใช้จ่ายมาเถอะ ข้ายังจะแถมให้ท่านอีกสิบตำลึงเงิน”
หลิวซื่อตาโต รีบให้บ่าวรับใช้ไปหาพ่อบ้าน ดึงเอาสัญญาจ้างของเสี่ยวเถาออกมา หลังจากรับเงินแล้วก็รีบหันไปขับไล่ไสสงเสี่ยวเถาออกจากคฤหาสน์
“เจ้าไปเก็บของแล้วตามคุณหนูคนใหม่ของเจ้าออกไปได้แล้ว จากนี้ไม่ต้องกลับมาคฤหาสน์สกุลซ่งอีก” หลิวซื่อเชิดหน้าสั่งเสี่ยวเถาด้วยสายตาชิงชัง
เสี่ยวเถาประสานมือค้อมศีรษะทำความเคารพ ในใจนึกแช่งชักหักกระดูกเจ้านายใจดำอย่างหลิวซื่อ “ข้าน้อยขอลา เจ้าค่ะ จากนี้หวังว่าจะไม่ต้องย้อนกลับมาพบเจอนายหญิงใจร้ายอย่างนี้อีก”
หลิวซื่อแสยะยิ้ม “รีบไปซะ”
“ท่านแม่ พวกเราไปดูเสื้อผ้าใหม่กันดีกว่าเจ้าค่ะ ร้านที่ข้าชี้ให้ท่านดูวันนั้น เพิ่งเปิดใหม่เสียด้วย” ซ่งอวี้หลันรีบคล้องแขนมารดายิ้มประจบ
นางรู้ว่าเงินที่มารดาขายสัญญาจ้างของเสี่ยวเถาออกไปนี้ ถือว่าเป็นเงินได้เปล่าที่จะไม่นำไปรวมกับบัญชีจวน ดังนั้น นางต้องรีบตะล่อมมารดาให้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้กับนาง
“คุณหนูหลิน เจ้าก็รีบพานางออกไปจากคฤหาสน์ข้าเสียทีเถอะ ข้าไม่อยากเห็นหน้านางอีกแล้ว” ซ่งอวี้หลันบอกกับหลินชิงเหอแล้วพยายามดึงมารดาจากไป
หลินชิงเหอร้องชิขึ้นมาคำหนึ่ง นางมั่นใจว่าสองแม่ลูกต้องรู้เห็นเรื่องที่สหายของนางหายตัวไปอย่างแน่นอน
“เสี่ยวเถา เจ้าร่างกายยังอ่อนแอให้คนของข้าไปช่วยเก็บของเถอะ” หลินชิงเหอหันไปสั่งบ่าวรับใช้กับสาวใช้ให้ช่วยประคองเสี่ยวเถากลับไปยังเรือนเล็กท้ายคฤหาสน์
จางอวี้เหิงสู่ขอหลินชิงเหอได้สำเร็จก็เร่งรัดงานแต่งงาน เดือนต่อมาเขาก็นำขบวนไปรับเจ้าสาวเพื่อพากลับไปยังเมืองเฉินม่ายเพื่อทำพิธีแต่งงาน สวีพานจึงพาซ่งหว่านอิงเดินทางไปพร้อมกับคู่บ่าวสาว ในตอนนั้นซ่งหว่านอิงก็ตั้งครรภ์ได้ล่วงเข้าเดือนที่สองแล้ว งานแต่งของจางอวี้เหิงกับหลินชิงเหอถือเป็นงานใหญ่อีกงานหนึ่งของเมืองเฉินม่าย ท่านอ๋องหยางกับพระชายาหลี่หยวนหยวนเดินทางมาร่วมงาน อ๋องหยางเป็นอ๋องต่างแซ่กับฮ่องเต้จึงไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์ด้วย หากแต่ความเป็นอ๋องที่กุมกองทัพที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นในยามนี้ทำให้ทุกคนต้องเกรงบารมี ซ่งหว่านอิงจึงได้พบทายาทฝาแฝดของท่านอ๋องหยางหลีเหว่ย ซื่อจื่อน้อยหยางหลิวเหว่ยและท่านหญิงตัวน้อยผู้งดงาม หยางเยี่ยนฟาง พวกเขาสวมเสื้อผ้าหรูหรา ใบหน้าน่ารักยิ่งนัก นางสะกิดให้สามีดูแล้วกระซิบกับเขาว่า “ท่านพี่ หากลูกเราเป็นชายของให้หน้าตาดีและองอาจเยี่ยงหยางซื่อจื่อ ข้าคงจะปลื้มใจไม่น้อยเลยเจ้าค่ะ” สวีพานส่ายหน้าเบาๆ เขามองดูท่านหญิงหยางแล้วอมยิ้ม ดวงตาเป็นประกาย “ข้าอยากให้ลูกคนแรกของเราเป็นหญิงแล้วน่ารักเหมือนท่านหญิ
กลุ่มของสวีพานที่ควบม้าศึกตามทันหลี่เปียวในเวลาไม่นานนัก หลี่เปียวไม่ยอมจำนนเขาต่อสู้อย่างสุดกำลัง สุดท้ายก็ถูกแทงได้รับบาดเจ็บ และถูกจับตัวกลับมาสอบสวนที่สำนักมือปราบอำเภอฮวาหยาง เช่นเดียวกับร่างที่ถูกไฟไหม้จนผิวหนังเละ ร่างกายบิดเบี้ยวของหลิวซื่อก็ถูกส่งเข้ามารักษาตัวในคุก แต่หมอทุกคนล้วนลงความเห็นว่า นางคงจะไม่อาจประคองชีวิตไว้ได้เกินคืนนี้แล้ว ซ่งหว่านอิงเข้าไปดูสภาพของหลิวซื่อในคุกเป็นครั้งสุดท้ายดวงตาของหลิวซื่อยังคงมองดูซ่งหว่านอิง แต่ลมหายใจแผ่วลง “เจ้า...เจ้า...รอด” ซ่งหว่านอิงยิ้มหวานให้กับแม่เลี้ยงที่สภาพมือ แขน ขาบิดงอ ผิวหน้าถูกไฟลวกลามไปเสียเกือบครึ่ง มองดูแล้วสภาพคล้ายครึ่งผีครึ่งคนเข้าไปแล้ว “อันที่จริง ท่านพี่ของข้า หรือจะเรียกให้ถูกต้องก็คือ ท่านแม่ทัพสวีพานแห่งทัพสกุลหยางเมืองเฉินม่าย ได้เตรียมคนเอาไว้รอช่วยข้าอยู่แล้ว พอเจ้าขังข้าแล้วเริ่มจุดไฟเผา พวกเขาก็งัดหน้าต่างด้านหลัง ทำให้ข้าหนีออกมาได้” หลิวซื่อแค่นเสียงร้องออกมาจากลำคออย่างโกรธแค้น น้ำเสียงนั้นฟังดูแล้วคล้ายเสียงของปีศาจมากกว่ามนุษย์ ซ่งหว่าน
ขณะนั้นสวีพานกับทหารนอกเครื่องแบบกลุ่มใหญ่ที่แกะรอยหลิวซื่ออยู่ไม่ห่างนักก็ได้ยินเสียงร้องของสตรีแว่วๆ “ไปดูทางนั้น!” แม่ทัพหนุ่มร้องขึ้น คนกลุ่มใหญ่จึงมุ่งหน้าไปตามเสียงร้องนั้น ไม่นานนักพวกเขาก็เห็นควันไฟกลุ่มใหญ่พวยพุ่งขึ้นท้องฟ้า “ข้างในนั้น คือหลิวซื่อนี่!” เถี่ยหนิวร้องขึ้น หลิวซื่อมองเห็นบุรุษควบม้ากลุ่มใหญ่ก็รีบร้องให้พวกเขาช่วย น้ำเสียงของนางโหยหวนทุกข์ทรมาน “เร็วเข้า! ไปตัดกิ่งไม้มาดับไฟ” รองแม่ทัพจางสั่งการ คนกว่ายี่สิบคนบนหลังม้ากระโจนลงอย่างว่องไว รีบไปตัดกิ่งไม้สดมาช่วยกันตบไฟพรึ่บพรั่บ สวีพานเดินไปใต้ร่มไม้ เขาสังเกตเห็นศพของผู้คุ้มกันทั้งสี่ที่ถูกลากไปทิ้งไว้ด้านหลัง “คนที่ติดตามนาง ถูกฆ่าตายอยู่นี่สี่คน” เถี่ยหนิวเดินเข้าไปสำรวจ “ท่านแม่ทัพ พวกเขามิได้หักหลังกันเองใช่หรือไม่” “ข้าว่าไม่ นางพวกเขาหวังเพียงทรัพย์ เหตุใดต้องลงทุนถึงขั้นจับนางมัดแล้วเผานางด้วยเล่า เชือดคอเอาไม่ง่ายกว่าหรือ ข้าว่านี่คือฝีมือของศัตรูที่แค้นลึกถึงกระดูกดำ” “หลี่เปียว!” เถี่ยหนิวร้องออก
เมื่อเห็นว่าเฉิงจิ่งสิงกลายเป็นคนพิการ คนสกุลซูจึงได้ส่งคนมายกเลิกข้อตกลงเรื่องการแต่งงาน คนสกุลเฉิงถึงกับหมดสิ้นความหวังในการกอบกู้ฐานะ ซ่งอวี้หลันทำตัวเป็นคนมีน้ำใจ ยืนยันจะอยู่เคียงข้างสามีทำให้เฉิงจิ่งสิงซาบซึ้งใจในตัวนาง” ไม่นานนัก คนสกุลเฉิงก็รู้ข่าวว่ามารดาของซ่งอวี้หลันเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เลวร้ายในครั้งนี้ ซ้ำยังจงใจจะลวงเฉิงฮูหยินไปฆ่า อีกทั้งยังเจตนาจะทำให้เฉิงจิ่งสิงพิการก็พากันตะลึง “หลิวซื่อ! นางช่างเลวทรามนัก ตอนจิ่งสิงแต่งซ่งอวี้หลันก็แอบย้อมแมวสินสอด พอถูกเปิดโปงก็ยังแค้นจนลวงคนไปฆ่าอีก”คนสกุลเฉิงประณามและด่าทอซ่งอวี้หลันอย่างรุนแรงนายท่านสกุลเฉิงไล่ให้ซ่งอวี้หลันออกจากตระกูล“สตรีที่มีสายเลือดหญิงชั่วเช่นเจ้า ไม่อาจจะปล่อยให้อยู่ในสกุลเฉิงได้อีก ข้าจะให้จิ่งสิงหย่าขาดกับเจ้าเสีย”เฉิงจิ่งสิงมองซ่งอวี้หลันอย่างเกลียดชัง เขายกนิ้วขึ้นชี้หน้านาง น้ำเสียงสั่นระริก บัดนี้ชีวิตของเขาต้องมาพังลงเพราะการแต่งงานกับซ่งอวี้หลัน“เพราะเจ้า! ท่านแม่ข้าต้องตาย แล้วข้ายังกลายเป็นบุรุษไร้ประโยชน์อีก เจ้ากลับไปสกุลซ่งเสียเดี๋ยวนี้ ใบหย่าข้าจะส่งตา
ครั้นหลินเจิ้นอู่กับหลินชิงเหอไปสมทบกับสวีพานที่คฤหาสน์ได้ยินว่าซ่งหว่านอิงเหน็ดเหนื่อยจนหลับไป พวกเขาจึงอาสาออกไปคฤหาสน์สกุลซ่งเอง สวีพานจึงเล่าเรื่องที่ซ่งหว่านอิงถูกหลิวซื่อขังไว้ในห้องนอนเก่าของมารดา และเผาเรือนนั้นให้คนทั้งสองฟัง “ที่แท้! ไฟไหม้นั่นป็นฝีมือของหลิวซื่อนี่เอง นางโหดเหี้ยมนัก ที่หานคังกับพวกเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ก็เป็นฝีมือนางใช่หรือไม่” สวีพานพยักหน้ารับ “มือปราบหลินกล่าวได้ถูกต้อง ข้าส่งเถี่ยหนิวออกไปจับตามองนางเอาไว้แล้ว” “เห็นท่าจะไม่ดี หลิวซื่อทำการใหญ่ถึงเพียงนี้ นางย่อมจะไม่วางแผนไว้ชั้นเดียวอย่างแน่นอน ข้ากับชิงเหอจะรีบไปดูนางเดี๋ยวนี้ ท่านก็อยู่ดูแลอิงเอ๋อร์และคฤหาสน์ให้ดีเล่า” สวีพานพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นต้องลำบากพวกท่านแล้ว ข้าไม่กล้าให้จางหย่งกับทหารออกไปเพราะกลัวว่านางจะคิดเผาบ้านข้าไปด้วย”พอสองพี่น้องแซ่หลินมาถึงคฤหาสน์สกุลซ่งแล้วรู้ว่าหลิวซื่อถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงหมอก็ตกใจรีบตามไปดู แต่พอไปถึง คนที่โรงหมอพากันยืนยันว่าไม่มีคนแซ่หลิวมารักษา“พี่เจิ้นอู่ ข้าว่านางคงหนีไปแล้ว ไม่รู้ว่าโจรพวกนั้นอยู่ข้างนอกยังมี
ควันจากระเบิดนั้นกระจายไปทั่วบริเวณ ซ่งหว่านอิงยกยิ้มมุมปาก นางหมอบลงแล้ว ใช้แขนเสื้อปิดหน้าเอาไว้ รอจนควันจางลงก็ร้องขึ้น “เถี่ยหนิว! พวกมันหนีขึ้นหลังคาไปแล้ว” นางกระโจนขึ้นไปบนหลังคา สวีพานและเถี่ยหนิวรีบกระโจนตามนางขึ้นหลังคาไป พวกเขาเห็นแผ่นหลังของหลี่เปียวที่ใช้ปลายเท้าแตะหลังคาเรือนหลังข้างหน้า มุ่งไปทางทิศตะวันตกของเมืองก็พากันตามอย่างไม่ลดละ “ทุกคน! ไปช่วยดับไฟก่อน ลามมาถึงเรือนรับแขกแล้ว!” หลิวซื่อวิ่งออกมาจากห้องโถงใหญ่แล้วร้องบอกมือปราบที่อยู่บริเวณนั้นยามนั้นไฟโหมกระหน่ำ เสียงบ่าวรับใช้ตะโกนโหวกเหวก เปลวเพลิงลุกลามเข้ามาใกล้เรือนรับแขกหลินเจิ้นอู่นำมือปราบกลุ่มใหญ่ตามมา หลินชิงเหอก็วิ่งเข้ามาด้วย พวกเขาคาดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ในคฤหาสน์สกุลซ่ง หลินชิงเหอมองหาคนที่นอนเกลื่อนกลาด เมื่อไม่เห็นสหายก็วิ่งเข้าไปในห้องโถง ในนั้นนางจึงได้เห็นความเละเทะและสูญเสียอันน่าสยดสยองของสกุลซ่ง หลินชิงเหอร้องเรียกให้มือปราบที่มาสมบทช่วยกันประคองเอาผู้บาดเจ็บและรอดชีวิตออกมาจากห้องโถงนั้นก่อน เพราะควันไฟเริ่มเข้าไปมาก ซุนจิ่นหรงอุ้ม







