Masuk“ฮูหยินจะไปที่ใดเจ้าคะ”
“ไม่ใช่ข้า ข้าจะส่งฮูหยินน้อยออกจากจวนตระกูลอวี้”
“เอ๋!! แต่ว่า...”
“หากไม่ส่งนางออกไปตอนนี้ เกรงว่าหากรอคงไม่มีโอกาสแล้ว แม่ทัพหลันทำความดีเอาไว้มากมาย ทั้งยังเคยช่วยชีวิตท่านพ่อของข้า จะอย่างไรนางก็เป็นคนตระกูลหลันคนสุดท้ายที่เหลือรอด ข้าไม่อาจทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น”
ครู่ต่อมาเสียงทะเลาะกันก็ดังขึ้นด้านนอก หญิงสาวพยายามลุก พยายามขยับ พยายามส่งเสียงถาม แต่ร่างกายนี้บอบบางและอ่อนแรงเกินไป ที่ทำได้ก็คือพยายามเบิกตามองคนหลายๆ คนที่ไม่คุ้นเคย
“เจ้าทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร”
“ท่านแม่สามีเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ท่านไม่เพียงไม่สอบสวนให้ละเอียด แต่กลับสั่งโบยตีนางทันที คิดว่าคนด้านนอกจะไม่สงสัยหรือ”
“ข้าทำอะไรเปิดเผย ไม่ต่ำช้าไร้ยางอายเช่นนาง หามีเรื่องใดที่ข้าต้องกลัว”
“เช่นนั้นเหตุใดไม่ส่งตัวพวกเขาสองคนไปที่ศาลาว่าการเพื่อไต่สวน ให้อย่างไรนางก็เป็นคนในตระกูลแม่ทัพ บิดากับพี่ชายของนางมีความดีความชอบ หากฝ่าบาททรงล่วงรู้ หากกองทหารตระกูลหลันได้ยินเรื่องนี้เข้า ท่านคิดหรือว่าพวกเขาจะไม่กังขา”
“ข้าไม่กลัว”
“ไม่กลัวแน่หรือเจ้าคะ”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
“เรื่องยังไม่กระจ่างกลับโบยตีคนปางตาย บุรุษผู้นั้นเป็นใครนอกจากคนของฟางอี๋เหนียงก็ไม่มีใครรู้จัก ไม่สืบหาต้นตอความเป็นมา ตอนนี้กลับบอกว่าถูกโบยตีจนตายแล้วส่งออกไป แม้แต่ศพก็ไม่มียืนยัน กระทำการเร่งร้อนราวกับกลัวว่าจะมีคนรู้เห็น เช่นนี้ท่านยังคิดว่าคนจะเชื่อ?”
“ขะ...ข้าทำเพื่อรักษาชื่อเสียงคนตระกูลอวี้นะเจ้าคะ” ฟางอันโหรวกล่าวดวงตาแดงก่ำน่าสงสาร
“เดิมทีนางก็ไม่ได้เต็มใจแต่งเข้าตระกูลอวี้ แต่เพื่อบ้านเมืองนางจึงยินดีแต่งเข้ามา ตอนนี้ไม่สอบสวนให้ดีกลับพยายามลงโทษนางสถานเดียว ท่านแม่สามี หากเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นกับข้า ท่านก็คงทำเหมือนกันใช่หรือไม่เจ้าคะ พยายามปกปิดทุกอย่าง หากตายได้ก็ยิ่งดี?”
“ข้า...” อวี้ฮูหยินอึ้งงัน “เจ้าไม่เหมือนกัน เจ้า...”
“ข้าก็แต่งเข้าตระกูลอวี้อย่างเร่งร้อน แม้เคยติดตามท่านพี่ออกรบ แต่หลังจากเขาตายท่านจะไม่รู้เลยหรือว่าข้าได้รับการปฏิบัติเช่นไรในจวน อย่าให้คนข้างนอกกล่าวได้ว่าคนตระกูลอวี้เมื่อหมดประโยชน์ก็ถีบหัวผู้อื่นส่งโดยง่าย”
“เจ้า!”
“หากไม่ใช่เช่นนั้นก็คืนสินเดิมของนางมาเถิดเจ้าค่ะ นอกจากกองทหารที่ส่งคืนไม่ได้ ทรัพย์สินตระกูลหลันที่หลงเหลือก็สมควรคืนเจ้าของ จากนั้นค่อยส่งนางออกไปจากจวน หลังจากน้องรองกลับมาเขาจะทำอย่างไรก็ให้เขาเป็นคนตัดสิน จะหย่าขาด จะลงโทษ จะสอบสวน ก็สมควรจะเป็นเขาออกคำสั่ง เพราะตั้งแต่แรกก็เป็นเขาที่บีบให้นางแต่งเข้าจวน ตระกูลอวี้มิได้ขาดแคลนทรัพย์สิน ทั้งยังเป็นตระกูลแม่ทัพที่มีเกียรติ อีกทั้งหากเรื่องนี้หลังสอบสวนกลับไม่เป็นอย่างที่ท่านคิด วันหน้าท่านก็ยังเหลือทางเอาไว้ให้ตัวเอง” กล่าวจบก็จงใจมองตรงไปยังฟางอันโหรว อีกฝ่ายหลบตาทันที
อวี้ฮูหยินเองก็ลังเล... ทว่าเมื่อครุ่นคิดครู่หนึ่งก็ตกลง “ได้ คืนสินเดิมให้นาง ส่งนางออกไปจากเมืองหลวง ให้นางไปที่...”
“เรื่องนั้นท่านไม่ต้องกังวล ให้เป็นหน้าที่ของข้าก็แล้วกัน ยิ่งคนรู้น้อยเท่าไหร่” นางมองไปยังฟางอันโหรวอีกครั้ง “หลันเฟิงเกอก็ปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น แล้วหากคิดจะลองดีกับคนตระกูลเซิงของข้า ก็ให้พวกมันมา!”
ประตูข้างจวนตระกูลอวี้รถม้าสามคันจอดอยู่ยังจุดที่ไม่สะดุดตา เซิงซือซือส่งหลันเฟิงเกอขึ้นรถม้า ให้สาวใช้สองคนติดตามไปดูแล คนคุ้มกันอีกนับยี่สิบคน
ขบวนรถม้าที่มีทรัพย์สินส่วนหนึ่ง ข้าวของจำเป็น กระทั่งยาสำหรับคนเจ็บป่วย นางเตรียมการรอบคอบ กำชับคนของตระกูลเซิงอย่างหนักแน่น ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องส่งหญิงสาวไปยังหมู่บ้านติงชุนทางเหนืออย่างปลอดภัย
หญิงสาวถึงกับสำลักมองเพื่อนร่วมงานที่ไปตักอาหาร แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครกลับมานั่งที่เดิม พวกเขาย้ายไปนั่งโต๊ะข้างๆ ไม่กล้าแม้แต่จะมองมา “เอ่อ...ค่ะ”“หายดีแล้วเหรอครับ ทำไมมาทำงานแล้ว”“ก็...พักหลายวันแล้ว นอนเฉยๆ ไม่สู้มาทำงานดีกว่า”“แล้ว...พักอยู่ที่ไหนเหรอครับ ไกลจากบริษัทมั้ย ถ้ายังไงให้ผมไปรับตอนเช้าดีมั้ย”หญิงสาวเลิกคิ้วมองเขาแต่หานจวินเจ๋อกลับก้มหน้าลงกินข้ามด้วยท่าทีปกติ “มะ...ไม่เป็นไรค่ะ ฉันมี...มอเตอร์ไซค์”“มอเตอร์ไซค์??”“ค่ะ รถติดก็ทำอะไรไม่ได้ด้วย”“ครับ”หลังจากนั้นก็บังเอิญเจอเขาอีก เขารถเสียและขอให้เธอขี่มอเตอร์ไซค์ส่งเขากลับบ้าน!!!หลันเฟิงเกอมองเบนท์ลีย์ราคาเหยียบสามสิบล้านหยวนจากนั้นขมวดคิ้ว ทว่าก็ส่งหมวกกันน็อคให้ชายหนุ่ม ยอมพาเขาไปส่งบ้านโดยดีไม่ใช่แค่นั้นยังมีครั้งต่อๆไป เขาบังเอิญไปวิ่งที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน บังเอิญเจอกันที่ร้านบะหมี่ข้างทาง บังเอิญเจอกันที่ร้านสะดวกซื้อตอนนั่งกินบะหมี่อยู่ที่ริมหน้าต่างร้านสะดวกซื้อ หญิงสาวหยิบมือถือออกมากดโทร.ออก มือถือของหานจวินเจ๋อที่วางบนโต๊ะสั่นครืดๆ ‘หลันหลัน’ เด่นหราหานจวินเจ๋อรีบเก็บมือถือเข้ากระเป๋าเสื้อ ทว่าก็ถ
ความจริง ความฝัน ปะปนกันจนเจ็บปวด หญิงสาวร่ำไห้ออกมาคนเดียวเงียบๆ กลับสู่ความจริงอันโดดเดี่ยวเดียวดายอีกครั้งแล้ว...หมอยังไม่อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล หญิงสาวได้แต่ตอนบนเตียงและมองออกไปนอกหน้าต่าง เช้านี้หมอก็ยังมาตรวจตรงเวลา ทั้งยังบอกเธอว่าไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย เนื่องจากญาติของคนที่ขับรถชนเธอรับผิดชอบทั้งหมดช่วงบ่ายวันนั้น...มีคนเปิดประตูเข้ามา ชายหนุ่มสวมสูทหน้าตาหล่อเหลา หลันเฟิงเกอเบิกตามมองเขาด้วยความตกตะลึง “สวัสดีครับคุณหลัน”หานจวินเจ๋อ?!ด้านหลังของขามีชายหนุ่มอีกคนที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ “ยืนดีๆ!” อีกฝ่านหันไปดึงหลังคอเสื้อให้ชายหนุ่มคนนั้นโผล่หน้าออกมาหานเสวี่ยหลง?!นี่มัน...เรื่องอะไรกันเนี่ย! ถ้านั่นคือความฝันแล้วพวกเขาทำไมมีตัวตนล่ะ!!“สวัสดีครับคุณหลัน ผมขอแนะนำตัวก่อน ผมแซ่หาน หานจวินเจ๋อ นี่น้องชายของผมเอง หานเสวี่ยหลง เป็นคนขับรถคืนนั้น ผมต้องขอโทษคุณหลันจากใจ ผมรับปากว่าเรื่องคดีจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ที่พาเขามาก็เพื่อให้เขาขอโทษอย่างจริงใจหญิงสาวนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น วันนั้นมีเด็กวิ่งพรวดพราดออกไปตัดหน้ารถ เธอออกไปช่วยเด็กคนนั้นทำให้ถูกรถชน รถของอีกฝ่
ชีวิตนี้เขา หานจวินเจ๋อ ไม่เคยคาดคิด ไม่เคยจินตนาการถึงความเป็นอยู่ที่สงบสุข ฐานะสูงส่ง หน้าที่ที่เขาต้องแบกรับ ทำให้เขาแม้แต่เวลาให้ตัวเองก็แทบจะเป็นไปไม่ได้นับตั้งแต่ได้พบ ได้รู้จักกับหลันเฟิงเกอ นางทำให้เขาได้เปิดหูเปิดตาในหลายเรื่อง สอนเขาให้รู้จักความสมดุลในการใช้ชีวิต สอนให้เขาเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง สอนให้เขารู้จักความสุขที่แท้จริงเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าความสุขที่แท้จริงนั้น หาง่ายยิ่งนัก ขอเพียงไม่ละโมบ ขอเพียงไม่เรียกร้องเกินพอดี ขอเพียงทำวันนี้ให้ดีที่สุด วันหน้าจะเกิดอะไรขึ้น จะดี จะร้าย ให้อย่างไรมันก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี กังวลล่วงหน้าก็เท่านั้น กลัวไปก็ไม่ช่วยอะไรทุกๆ วันใช้ชีวิตอย่างมีสติ แบ่งปันเมื่อผู้อื่นขาดแคลน ยื่นมือเข้าช่วยเมื่อผู้อื่นร้องขอ แต่ทั้งหมดนั้นก็ต้องทำอย่างพอดีหน้าที่...ทุกคนล้วนมีหน้าที่เป็นของตัวเอง ทุกคนล้วนมีความเท่าเทียม เขามีหน้าที่ของเขา นางเองก็เช่นกัน หากให้เกียรติผู้อื่น ก็จะได้รับในสิ่งเดียวกันตอบแทน เรื่องเหล่านี้บางครั้งแม้เป็นเรื่องง่ายๆ แต่ก็สำคัญมากรัชสมัยฮ่องเต้หานเสวี่ยหลงที่หนึ่ง...หานจวินเจ๋อจูงมือบุตรสาว มองบุตรชายกำลังคุกเข่าโขกศี
เสียงที่ตะโกนออกมาพร้อมๆ กันของเหล่าทหาร กังหันขนาดใหญ่ที่กำลังถูกยกขึ้น ด้านหลังของค่ายทหารมีสิ่งปลูกสร้างเรียงราย ห้องสุขาที่ถูกสุขลักษณะ ห้องอาบน้ำที่เป็นสัดส่วน กับแหล่งน้ำที่หวางเฟยเรียกว่า...ระบบประปาไม่เพียงแค่นั้นอาหารการกิน ที่อยู่อาศัย รวมไปถึงเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ ทุกอย่างเป็นระบบระเบียบมากขึ้น ทหารทุกคนมีเบี้ยเลี้ยงเพิ่มขึ้น เพราะหายามว่างเว้นจากศึก จากการฝึก พวกเขายังได้ทำการเพาะปลูก ผลผลิตที่ได้นอกเหนือจากใช้บริโภคพวกเขายังสามารถนำไปขาย มีเงิน มีชีวิตที่ดีขึ้น แดนเหนือในเวลานี้ไม่ว่าผู้ใดล้วนอยากเข้าประจำการทั้งสิ้นฮ่องเต้มีรับสั่งให้แม่ทัพหลิว แม่ทัพอวี้ไปดูการจัดการของป้อมทางเหนือ พวกเขาเองก็ยอมรับและนำไปปรับใช้กับกองทัพของตนโดยดี เพราะนี่เป็นประโยชน์ของเหล่าทหารเช่นกันเช้าตรู่อากาศเริ่มเย็นแล้ว...หลันเฟิงเกอตื่นขึ้นในเวลาเดิม ข้างกายมีอ้อมกอดอันอบอุ่นของเป่ยหยวนหวาง นางมองใบหน้าหลับใหลของเขา สองแขนที่โอบกอดนางทั้งที่หลับสนิทหลังแต่งกับเขานางไม่ได้เปลี่ยนอะไรมาก เคยเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น เคยอยู่อย่างไรก็ยังคงเดิม ฐานะเป่ยหยวนหวางเฟยไม่ได้ทำให้ชีวิตของนางต้องปรั
นอกจากกังหันน้ำและกังหันลมส่งน้ำแล้ว หญิงสาวยังช่วยกรมโยธาเรื่องการชลประทานได้มาก เนื่องจากหมู่บ้านในครอบครองของหญิงสาว ทั้งหมดล้วนเป็นหมู่บ้านที่ทำการเกษตร สิ่งใดที่ดีต่อชาวนา ชาวบ้าน หญิงสาวมักทดลองจากแดนเหนือก่อน หากได้ผลนางก็จะส่งต่อมาให้ฮ่องเต้พิจารณา กระทั่งกรมโยธาดำเนินการต่อไปเพื่อประโยชน์ของต้าเฟิงโดยแท้นางทำทุกอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ไม่เอาหน้า ไม่แทรกแซง ไม่ล่วงล้ำหน้าที่ ดังนั้นแม้มีขุนนางที่ไม่ชอบแต่ก็ไม่อาจทำอะไรนางได้ไม่อาจลืมกล่าวถึง...จินซาไห่หลังสิ้นองค์ชายหลัวซีหยุนเล่อ จินซาไห่ผลักดันองค์หญิงหลัวซาอิ่นเล่อขึ้นมาเป็นเหยียนหวาง นางรู้ว่าไม่อาจปล่อยให้สองแคว้นขัดแย้ง ดังนั้นแทนที่จะรอให้ต้าเฟิงรวบรวมทหารบุกเข้าไป นางกลับขอเจริญสัมพันธไมตรีอย่างแท้จริง ยอมส่งเครื่องบรรณาการและทำข้อตกลงในการค้าขายของสองแคว้นอย่างเท่าเทียมด้วยข้อตกลงนี้ฮ่องเต้ยอมผูกมิตรโดยไม่จำเป็นต้องมีสงคราม สองแคว้นสงบสุข ผู้คนเองก็สรรเสริญ สงครามให้อย่างไรก็มีเพียงความสูญเสีย ไม่มีสงคราม หลีกเลี่ยงความสูญเสีย นี่ต่างหากจึงจะเป็นหลักการปกครองของฮ่องเต้ผู้ประเสริฐอย่างแท้จริงรัชสมัยฮ่องเต้หานจื่อหลงท
อ๋องหนุ่มเลิกคิ้วมองนาง...นานมาก เขาลุกขึ้นจากนั้นก้าวฉับๆ มานั่งลงตรงหน้า จากนั้นดึงนางเข้าไปกอด “ข้ายังนึกว่า...ยังนึกว่า...”“อะไร”“ว่าเจ้าจะบอกว่าพวกเราอย่าพบกันอีกเลย”หลันเฟิงเกอเลิกคิ้ว “อย่าพบกันอีก? เหตุใดท่าน...”นึกถึงเรื่องที่เขาเคยบอกว่าผู้ใดอยู่ใกล้เขาล้วนไม่ตายดี นี่คงไม่ใช่เพียงเรื่องเดียวที่เขากังวลกระมัง เขาคงกลัวว่าเกิดเรื่องเกี่ยวกับความเป็นความตายเช่นนี้ คนข้างกายจะค่อยๆ ล้มหายไม่ก็จากไปเพราะความกลัว“ข้าจะไปที่ใดได้ ข้ายังขูดรีดท่านไม่หนำใจเลย!!”เขาหัวเราะ “ได้ ข้ายอมให้เจ้าขูดรีด อยากได้อะไรข้าล้วนยินยอมทั้งนั้น ขอเพียงเจ้าไม่ไปจากข้า”นางดันเขาออกอมยิ้มมองเขา “เชยชะมัด”หานจวินเจ๋อกุมมือนางแน่น “ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เจ้าคิดว่าแดนเหนือก็คือบ้าน”“ตั้งแต่...ไม่รู้สิ คงตั้งแต่ที่ข้าคิดจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ตั้งแต่มีกังหันน้ำ ตั้งแต่วันที่ข้า...ไปจากเมืองหลวง? ข้าจำไม่ได้หรอก”“แล้วหากกลับไปเจ้ายังอยากไปอยู่ที่หมู่บ้านติงชุน?”นางหรี่ตามองเขา “ทำไมจะชวนข้าไปอยู่ที่ป้อมเป่ยหวาง?”หานจวินเจ๋อมองหญิงสาวที่ถามออกมาอย่างโจ่งแจ้ง กระแอมออกมาเสียงหนึ่ง “เสี่ยวเฟิง”“อะไร”“
“หีบนี้มีโฉนดที่ดิน หีบนี้เครื่องประดับ หีบนี้...เงินตำลึงทอง อีกหีบเป็นตั๋วแลกเงิน หีบนี้แลกเป็นตำลึงเงินแล้ว หีบนี้เป็น...หยก หีบอีกสามหีบเป็นแพรพรรณที่ยังไม่ตัดเย็บ เสื้อผ้าของนางบางส่วน ยังมีใบชา ยา สมุนไพร”เสียงของเซิงซือซือกำชับสาวใช้ดังแว่วมา ไม่นานใบหน้าของอีกฝ่ายก็ชะโงกเข้ามามอง“คุณหนูหล
ไฟไหม้!!! ช่วยกันดับไฟเร็วเข้า!!! มีคนติดอยู่ในนั้นมั้ย เร็วรีบโทรแจ้งดับเพลิง... เสียงตะโกนและความวุ่นวายทำให้หญิงสาวที่พยายามวิ่งสุดแรงเกิดมีความหวัง ทว่าตอนกำลังวิ่งออกมาจากตึกเสียงครืนก็ดังสนั่น ผนังตามทางเดินสั่นสะเทือนราวกำลังจะถล่มลงมายัง...ไม่ทันได้พูดใต้ฝ่าเท้าก็ทรุดฮวบ ทางเดินร้อนแผดเผาท
หลิวเซียวขมวดคิ้ว “หานจวินเจ๋อ??”หลันเฟิงเกอหลับตาเกาหัวคิ้ว นางสบตากับเซิงซือซือที่กลั้นหัวเราะพูดอย่างไม่มีเสียง “เหตุใดเขาไม่รู้จักเจ้า”“ยังต้องถาม? ข้าจะกล้าแนะนำตัวเองกับเขาได้อย่างไร” นางเองก็ขยับปากตอบแบบไม่มีเสียงหานจวินเจ๋อเดินเข้ามาจากนั้นนั่งลงข้างหลันเฟิงเกอ หยิบหมั่นโถวแล้วเจาะยัดไส
แม่นมเซิงกล่าวต่อ “เรื่องที่ท่านถูกกล่าวหาว่าลอบคบชู้ คุณหนูกล่าวว่าอวี้ฮูหยินและฟางอี๋เหนียงรีบรวบรัดเกินไป ไม่เพียงสั่งลงโทษชายคนนั้นลับๆ แต่เขายังหายตัวไปโดยไม่มีใครล่วงรู้ ที่น่าสงสัยไปกว่านั้นคือหลังเกิดเรื่อง บ่าวไพร่ที่รู้เห็นกลับถูกขายออกไปจนสิ้น แม้แต่สาวใช้ในเรือนของท่านที่เป็นคนเก่าแก่ เ







