Masukเสร็จไปหมู่บ้านหนึ่งนางยังต้องไปจัดการอีกสองที่ และทั้งสองที่นางทำแบบเดียวกัน นั่นก็คือจัดแบ่งให้คนที่ช่วยนางจัดการ ที่เหลือนางล้วนจัดสรรคืนให้ชาวบ้าน โดยที่ตัวนางเองนั้นไม่ได้เก็บเอาไว้
เช่นกันกับหมู่บ้านติงชุน... หัวหน้าหมู่บ้านพาชาวบ้านมาคุกเข่าเพื่อขอบคุณ หลังได้ยินมาว่านับจากนี้ผลผลิตที่พวกเขาเสียหยาดเหงื่อไปนั้น จะถูกเก็บเป็นค่าเช่าที่ดินเพียงส่วนเดียว ที่เหลือพวกเขาล้วนเก็บเอาไว้กินเอง หรือแม้กระทั่งนำมาขายเพื่อประทังชีวิต
จางซานกับหูสือที่เดินทางไปยังเมืองหลวงกลับมาแล้ว พร้อมกันนั้นก็นำจดหมายตอบกลับมาจากเซิงซือซือ อีกฝ่ายตอบรับคำขอร้องของนางอย่างยินดี ทั้งยังกล่าวชมว่านางนั้นฉลาดหลักแหลม
ส่วนเรื่องใดที่ว่านางฉลาดหลักแหลมน่ะหรือ...
ทุกคนถูกเรียกมารวมตัวกันอีกครั้ง ซานเหอย่วนดูคับแคบไปถนัดตา คนคุ้มกันยี่สิบ สาวใช้อีกสาม แม่นมเซิง รวมตัวนางก็ยี่สิบห้าคนเข้าไปแล้ว
หญิงสาวนำหนังสือขายตัวเป็นทาสยี่สิบสามใบออกมาออกมา ทั้งหมดนี้นางซื้อต่อมาจากตระกูลเซิง ทั้งคนคุ้มกันและสาวใช้ “นี่เป็นหนังสือขายตัวทั้งหมดของพวกท่าน ไม่ปิดบังพวกท่านข้าซื้อมาทั้งหมดแล้วยี่สิบสามใบยี่สิบสามคน ข้า...จะมอบคืนให้พวกท่าน ทั้งยังจะแบ่งที่ดินที่นี่ให้คนละแปลง พวกท่านจะกลายเป็นสามัญชน อิสรชนที่ไม่ขึ้นกับผู้ใดอีก”
ทุกคนสูดหายใจมองนางด้วยสายตาตกตะลึง...
“ข้ารู้ว่าหลายเดือนมานี้พวกท่านลำบากมาไม่น้อย ทั้งยังต้องดูแลข้า ทำงานหนักหลายๆ อย่าง ข้าอยากตอบแทนทั้งหมดนั้น และหากต่อไปพวกท่านอยู่ที่นี่ มีที่ดิน พวกท่านก็สามารถพาพ่อแม่พี่น้อง หรือแต่งฮูหยินมาอยู่ด้วยกัน ปลูกบ้าน ทำนา ทำการเกษตร หรือหากอยากทำงานเช่นเดิม เป็นคนคุ้มกัน เป็นคนช่วยงานในเรือนนี้ ข้าก็จะจ่ายเงินให้เป็นเดือนๆ ไป เรียกว่าเป็นเงินเดือน ทว่าก็ไม่จำเป็นต้องรั้งอยู่ที่นี่ตลอด มีเวลาพัก วันหยุดสลับสับเปลี่ยนกันไป เพราะจะอย่างไรที่นี่ก็ยังต้องมีคนคุ้มกัน มีสาวใช้”
แม่นมเซิงมองนางด้วยสายตาประหลาดใจ “เงิน...เดือน? ฮูหยินไม่มีใครในแคว้นนี้ทำเช่นท่าน ทั้งทาสทั้งสาวใช้...”
นางยิ้ม “แต่ข้าจะทำเช่นนี้เจ้าค่ะ พวกเราจะมีอิสระในการใช้ชีวิต ไม่ว่าผู้ใดล้วนมีสิทธิ์ที่จะเลือกใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นข้า เป็นคนคุ้มกัน เป็นสาวใช้”
ทุกคนมองนางด้วยสายตาเทิดทูน “ขอบคุณหลันฮูหยิน!”
แม่นมเซิงยิ้มให้นาง “ท่านช่าง...แตกต่างจากผู้อื่น”
หญิงสาวหัวเราะ “ข้าเองก็อยากแตกต่างจากผู้อื่น ไม่มีใครทำ...เช่นนั้นให้ข้าเริ่มก็แล้วกัน”
เช้าวันหนึ่ง...หลันเฟิงเกอตื่นแต่เช้าอากาศดีมาก นางออกมาเดินเล่นนอกซานเหอย่วน กระทั่งเห็นแล้วว่าชาวบ้านกำลังเดินลงท้องนาเพื่อออกไปไถหว่าน เสียงบ่นงึมงำเรื่องฝนตกไม่ต้องตามฤดูกาล หญิงสาวเดินเข้าไปหาหัวหน้าหมู่บ้าน ได้ยินพวกเขาหารือเรื่องการเปลี่ยนเส้นทางน้ำจากลำธารสูงขึ้นไปจากบนภูเขา
บางคนกังวลเพราะหน้าฝนน้ำมาก หากเปลี่ยนเส้นทางน้ำเช่นนี้หมู่บ้านอาจเกิดน้ำท่วม นาข้าวก็อาจจะพลอยได้รับความเสียหายไปด้วย บางคนเห็นด้วย บางคนไม่เห็นด้วย หญิงสาวเดินเลยไปยังบ้านของจางซาน เขาเพิ่งแต่งเสี่ยวหวนเป็นฮูหยิน นางมองที่ดินสองแปลงให้เป็นของขวัญแต่งงาน ดังนั้นคนคุ้มกันกับสาวใช้ของนาง จึงนับว่าอยู่ใกล้กับเหอซานย่วนของนางที่สุด
อีกหนึ่งคู่ก็คือเสี่ยวอิงกับหูสือ นางกำลังทำตัวเป็นแม่สื่อ เพราะเห็นว่าทั้งสองนิสัยไม่เลว หากแต่งงานและลงเอยกันได้ก็นับเป็นเรื่องดี
มองพื้นที่ว่างข้างกำแพงซานเหอย่วน บ่อน้ำเก่าที่ถูกทิ้งร้าง เงยหน้าขึ้นไปก็พบกับธารน้ำตกที่ไหลลงมาจากภูเขา แม้อยู่ไกลแต่หากลองใช้วิธีที่ถูกต้อง...
หญิงสาวเดินกลับเข้าไปในเรือน คว้ากระดาษออกมากาง เสี่ยวชิงเห็นก็รีบวิ่งเข้ามาช่วยฝนหมึก “นายหญิงจะทำอะไรหรือเจ้าคะ” นางขมวดคิ้วมองภาพวาดบิดเบี้ยวตรงหน้า
หญิงสาวถึงกับสำลักมองเพื่อนร่วมงานที่ไปตักอาหาร แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครกลับมานั่งที่เดิม พวกเขาย้ายไปนั่งโต๊ะข้างๆ ไม่กล้าแม้แต่จะมองมา “เอ่อ...ค่ะ”“หายดีแล้วเหรอครับ ทำไมมาทำงานแล้ว”“ก็...พักหลายวันแล้ว นอนเฉยๆ ไม่สู้มาทำงานดีกว่า”“แล้ว...พักอยู่ที่ไหนเหรอครับ ไกลจากบริษัทมั้ย ถ้ายังไงให้ผมไปรับตอนเช้าดีมั้ย”หญิงสาวเลิกคิ้วมองเขาแต่หานจวินเจ๋อกลับก้มหน้าลงกินข้ามด้วยท่าทีปกติ “มะ...ไม่เป็นไรค่ะ ฉันมี...มอเตอร์ไซค์”“มอเตอร์ไซค์??”“ค่ะ รถติดก็ทำอะไรไม่ได้ด้วย”“ครับ”หลังจากนั้นก็บังเอิญเจอเขาอีก เขารถเสียและขอให้เธอขี่มอเตอร์ไซค์ส่งเขากลับบ้าน!!!หลันเฟิงเกอมองเบนท์ลีย์ราคาเหยียบสามสิบล้านหยวนจากนั้นขมวดคิ้ว ทว่าก็ส่งหมวกกันน็อคให้ชายหนุ่ม ยอมพาเขาไปส่งบ้านโดยดีไม่ใช่แค่นั้นยังมีครั้งต่อๆไป เขาบังเอิญไปวิ่งที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน บังเอิญเจอกันที่ร้านบะหมี่ข้างทาง บังเอิญเจอกันที่ร้านสะดวกซื้อตอนนั่งกินบะหมี่อยู่ที่ริมหน้าต่างร้านสะดวกซื้อ หญิงสาวหยิบมือถือออกมากดโทร.ออก มือถือของหานจวินเจ๋อที่วางบนโต๊ะสั่นครืดๆ ‘หลันหลัน’ เด่นหราหานจวินเจ๋อรีบเก็บมือถือเข้ากระเป๋าเสื้อ ทว่าก็ถ
ความจริง ความฝัน ปะปนกันจนเจ็บปวด หญิงสาวร่ำไห้ออกมาคนเดียวเงียบๆ กลับสู่ความจริงอันโดดเดี่ยวเดียวดายอีกครั้งแล้ว...หมอยังไม่อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล หญิงสาวได้แต่ตอนบนเตียงและมองออกไปนอกหน้าต่าง เช้านี้หมอก็ยังมาตรวจตรงเวลา ทั้งยังบอกเธอว่าไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย เนื่องจากญาติของคนที่ขับรถชนเธอรับผิดชอบทั้งหมดช่วงบ่ายวันนั้น...มีคนเปิดประตูเข้ามา ชายหนุ่มสวมสูทหน้าตาหล่อเหลา หลันเฟิงเกอเบิกตามมองเขาด้วยความตกตะลึง “สวัสดีครับคุณหลัน”หานจวินเจ๋อ?!ด้านหลังของขามีชายหนุ่มอีกคนที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ “ยืนดีๆ!” อีกฝ่านหันไปดึงหลังคอเสื้อให้ชายหนุ่มคนนั้นโผล่หน้าออกมาหานเสวี่ยหลง?!นี่มัน...เรื่องอะไรกันเนี่ย! ถ้านั่นคือความฝันแล้วพวกเขาทำไมมีตัวตนล่ะ!!“สวัสดีครับคุณหลัน ผมขอแนะนำตัวก่อน ผมแซ่หาน หานจวินเจ๋อ นี่น้องชายของผมเอง หานเสวี่ยหลง เป็นคนขับรถคืนนั้น ผมต้องขอโทษคุณหลันจากใจ ผมรับปากว่าเรื่องคดีจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ที่พาเขามาก็เพื่อให้เขาขอโทษอย่างจริงใจหญิงสาวนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น วันนั้นมีเด็กวิ่งพรวดพราดออกไปตัดหน้ารถ เธอออกไปช่วยเด็กคนนั้นทำให้ถูกรถชน รถของอีกฝ่
ชีวิตนี้เขา หานจวินเจ๋อ ไม่เคยคาดคิด ไม่เคยจินตนาการถึงความเป็นอยู่ที่สงบสุข ฐานะสูงส่ง หน้าที่ที่เขาต้องแบกรับ ทำให้เขาแม้แต่เวลาให้ตัวเองก็แทบจะเป็นไปไม่ได้นับตั้งแต่ได้พบ ได้รู้จักกับหลันเฟิงเกอ นางทำให้เขาได้เปิดหูเปิดตาในหลายเรื่อง สอนเขาให้รู้จักความสมดุลในการใช้ชีวิต สอนให้เขาเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง สอนให้เขารู้จักความสุขที่แท้จริงเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าความสุขที่แท้จริงนั้น หาง่ายยิ่งนัก ขอเพียงไม่ละโมบ ขอเพียงไม่เรียกร้องเกินพอดี ขอเพียงทำวันนี้ให้ดีที่สุด วันหน้าจะเกิดอะไรขึ้น จะดี จะร้าย ให้อย่างไรมันก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี กังวลล่วงหน้าก็เท่านั้น กลัวไปก็ไม่ช่วยอะไรทุกๆ วันใช้ชีวิตอย่างมีสติ แบ่งปันเมื่อผู้อื่นขาดแคลน ยื่นมือเข้าช่วยเมื่อผู้อื่นร้องขอ แต่ทั้งหมดนั้นก็ต้องทำอย่างพอดีหน้าที่...ทุกคนล้วนมีหน้าที่เป็นของตัวเอง ทุกคนล้วนมีความเท่าเทียม เขามีหน้าที่ของเขา นางเองก็เช่นกัน หากให้เกียรติผู้อื่น ก็จะได้รับในสิ่งเดียวกันตอบแทน เรื่องเหล่านี้บางครั้งแม้เป็นเรื่องง่ายๆ แต่ก็สำคัญมากรัชสมัยฮ่องเต้หานเสวี่ยหลงที่หนึ่ง...หานจวินเจ๋อจูงมือบุตรสาว มองบุตรชายกำลังคุกเข่าโขกศี
เสียงที่ตะโกนออกมาพร้อมๆ กันของเหล่าทหาร กังหันขนาดใหญ่ที่กำลังถูกยกขึ้น ด้านหลังของค่ายทหารมีสิ่งปลูกสร้างเรียงราย ห้องสุขาที่ถูกสุขลักษณะ ห้องอาบน้ำที่เป็นสัดส่วน กับแหล่งน้ำที่หวางเฟยเรียกว่า...ระบบประปาไม่เพียงแค่นั้นอาหารการกิน ที่อยู่อาศัย รวมไปถึงเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ ทุกอย่างเป็นระบบระเบียบมากขึ้น ทหารทุกคนมีเบี้ยเลี้ยงเพิ่มขึ้น เพราะหายามว่างเว้นจากศึก จากการฝึก พวกเขายังได้ทำการเพาะปลูก ผลผลิตที่ได้นอกเหนือจากใช้บริโภคพวกเขายังสามารถนำไปขาย มีเงิน มีชีวิตที่ดีขึ้น แดนเหนือในเวลานี้ไม่ว่าผู้ใดล้วนอยากเข้าประจำการทั้งสิ้นฮ่องเต้มีรับสั่งให้แม่ทัพหลิว แม่ทัพอวี้ไปดูการจัดการของป้อมทางเหนือ พวกเขาเองก็ยอมรับและนำไปปรับใช้กับกองทัพของตนโดยดี เพราะนี่เป็นประโยชน์ของเหล่าทหารเช่นกันเช้าตรู่อากาศเริ่มเย็นแล้ว...หลันเฟิงเกอตื่นขึ้นในเวลาเดิม ข้างกายมีอ้อมกอดอันอบอุ่นของเป่ยหยวนหวาง นางมองใบหน้าหลับใหลของเขา สองแขนที่โอบกอดนางทั้งที่หลับสนิทหลังแต่งกับเขานางไม่ได้เปลี่ยนอะไรมาก เคยเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น เคยอยู่อย่างไรก็ยังคงเดิม ฐานะเป่ยหยวนหวางเฟยไม่ได้ทำให้ชีวิตของนางต้องปรั
นอกจากกังหันน้ำและกังหันลมส่งน้ำแล้ว หญิงสาวยังช่วยกรมโยธาเรื่องการชลประทานได้มาก เนื่องจากหมู่บ้านในครอบครองของหญิงสาว ทั้งหมดล้วนเป็นหมู่บ้านที่ทำการเกษตร สิ่งใดที่ดีต่อชาวนา ชาวบ้าน หญิงสาวมักทดลองจากแดนเหนือก่อน หากได้ผลนางก็จะส่งต่อมาให้ฮ่องเต้พิจารณา กระทั่งกรมโยธาดำเนินการต่อไปเพื่อประโยชน์ของต้าเฟิงโดยแท้นางทำทุกอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ไม่เอาหน้า ไม่แทรกแซง ไม่ล่วงล้ำหน้าที่ ดังนั้นแม้มีขุนนางที่ไม่ชอบแต่ก็ไม่อาจทำอะไรนางได้ไม่อาจลืมกล่าวถึง...จินซาไห่หลังสิ้นองค์ชายหลัวซีหยุนเล่อ จินซาไห่ผลักดันองค์หญิงหลัวซาอิ่นเล่อขึ้นมาเป็นเหยียนหวาง นางรู้ว่าไม่อาจปล่อยให้สองแคว้นขัดแย้ง ดังนั้นแทนที่จะรอให้ต้าเฟิงรวบรวมทหารบุกเข้าไป นางกลับขอเจริญสัมพันธไมตรีอย่างแท้จริง ยอมส่งเครื่องบรรณาการและทำข้อตกลงในการค้าขายของสองแคว้นอย่างเท่าเทียมด้วยข้อตกลงนี้ฮ่องเต้ยอมผูกมิตรโดยไม่จำเป็นต้องมีสงคราม สองแคว้นสงบสุข ผู้คนเองก็สรรเสริญ สงครามให้อย่างไรก็มีเพียงความสูญเสีย ไม่มีสงคราม หลีกเลี่ยงความสูญเสีย นี่ต่างหากจึงจะเป็นหลักการปกครองของฮ่องเต้ผู้ประเสริฐอย่างแท้จริงรัชสมัยฮ่องเต้หานจื่อหลงท
อ๋องหนุ่มเลิกคิ้วมองนาง...นานมาก เขาลุกขึ้นจากนั้นก้าวฉับๆ มานั่งลงตรงหน้า จากนั้นดึงนางเข้าไปกอด “ข้ายังนึกว่า...ยังนึกว่า...”“อะไร”“ว่าเจ้าจะบอกว่าพวกเราอย่าพบกันอีกเลย”หลันเฟิงเกอเลิกคิ้ว “อย่าพบกันอีก? เหตุใดท่าน...”นึกถึงเรื่องที่เขาเคยบอกว่าผู้ใดอยู่ใกล้เขาล้วนไม่ตายดี นี่คงไม่ใช่เพียงเรื่องเดียวที่เขากังวลกระมัง เขาคงกลัวว่าเกิดเรื่องเกี่ยวกับความเป็นความตายเช่นนี้ คนข้างกายจะค่อยๆ ล้มหายไม่ก็จากไปเพราะความกลัว“ข้าจะไปที่ใดได้ ข้ายังขูดรีดท่านไม่หนำใจเลย!!”เขาหัวเราะ “ได้ ข้ายอมให้เจ้าขูดรีด อยากได้อะไรข้าล้วนยินยอมทั้งนั้น ขอเพียงเจ้าไม่ไปจากข้า”นางดันเขาออกอมยิ้มมองเขา “เชยชะมัด”หานจวินเจ๋อกุมมือนางแน่น “ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เจ้าคิดว่าแดนเหนือก็คือบ้าน”“ตั้งแต่...ไม่รู้สิ คงตั้งแต่ที่ข้าคิดจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ตั้งแต่มีกังหันน้ำ ตั้งแต่วันที่ข้า...ไปจากเมืองหลวง? ข้าจำไม่ได้หรอก”“แล้วหากกลับไปเจ้ายังอยากไปอยู่ที่หมู่บ้านติงชุน?”นางหรี่ตามองเขา “ทำไมจะชวนข้าไปอยู่ที่ป้อมเป่ยหวาง?”หานจวินเจ๋อมองหญิงสาวที่ถามออกมาอย่างโจ่งแจ้ง กระแอมออกมาเสียงหนึ่ง “เสี่ยวเฟิง”“อะไร”“
หลิวเซียวขมวดคิ้ว “หานจวินเจ๋อ??”หลันเฟิงเกอหลับตาเกาหัวคิ้ว นางสบตากับเซิงซือซือที่กลั้นหัวเราะพูดอย่างไม่มีเสียง “เหตุใดเขาไม่รู้จักเจ้า”“ยังต้องถาม? ข้าจะกล้าแนะนำตัวเองกับเขาได้อย่างไร” นางเองก็ขยับปากตอบแบบไม่มีเสียงหานจวินเจ๋อเดินเข้ามาจากนั้นนั่งลงข้างหลันเฟิงเกอ หยิบหมั่นโถวแล้วเจาะยัดไส
แม่นมเซิงกล่าวต่อ “เรื่องที่ท่านถูกกล่าวหาว่าลอบคบชู้ คุณหนูกล่าวว่าอวี้ฮูหยินและฟางอี๋เหนียงรีบรวบรัดเกินไป ไม่เพียงสั่งลงโทษชายคนนั้นลับๆ แต่เขายังหายตัวไปโดยไม่มีใครล่วงรู้ ที่น่าสงสัยไปกว่านั้นคือหลังเกิดเรื่อง บ่าวไพร่ที่รู้เห็นกลับถูกขายออกไปจนสิ้น แม้แต่สาวใช้ในเรือนของท่านที่เป็นคนเก่าแก่ เ
“ไปรอที่กังหันของท่านแล้วขอรับ วันนี้จะต้องติดตั้งให้เสร็จ ข้าวในนาของพวกเราจะต้องงอกงามได้น้ำอุดมสมบูรณ์เสียที”เสียงที่เต็มไปด้วยความหวังนั้น ทำให้หานจวินเจ๋อรู้สึกประหลาดใจ เขาประคองตัวเองลุกขึ้นกระทั่งพบว่ามีคนเปลี่ยนชุดให้ตัวเอง เป็นชุดเรียบง่ายที่ตัดเย็บจากผ้าฝ้ายเก่าๆแผ่นหลังร้าวระบม ตัวเขา
“หลันฮูหยิน?”“คนที่นี่เรียกนางเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยเคยได้ยินข่าวลือช่วงที่เรากลับเมืองหลวงเดือนที่แล้ว นางก็คือฮูหยินน้อยตระกูลอวี้ หลันเฟิงเกอ เป็นบุตรสาวของแม่ทัพหลัน ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลหลันที่ยังมีชีวิตอยู่”“แม่ทัพหลันสองพ่อลูกเคยช่วยชีวิตข้าเอาไว้ในสนามรบ อันที่จริงข้าไม่เคยรู้ว่าเ







