เข้าสู่ระบบหลันเฟิงเกอ คุณหนูจวนแม่ทัพที่กำลังตกต่ำล่มสลาย นางแต่งเข้าจวนแม่ทัพอวี้ กลายเป็นฮูหยินน้อยที่มารดาสามีไม่รัก บรรดาบ่าวไพร่เพิกเฉยไม่ใส่ใจ เพราะลักลอบคบชู้หลักฐานแน่นหนา ทำให้ถูกโบยจนปางตาย ร่างร่อแร่ลมหายใจรวยรินถูกไปยังหมู่บ้านติงชุนที่ยากจนไกลจากเมืองหลวง หลังลมหายใจขาดห้วงอยู่ๆ นางก็ลืมตาตื่นขึ้น กลายเป็นหญิงสาวที่เข้มแข็ง ดุดัน เด็ดขาด หลังสามเดือนหนังสือหย่าก็ถูกส่งมาจากสามีที่เป็นแม่ทัพ ตัดขาด ไม่ติดค้าง ไม่หลงเหลือเยื่อใย หลันเฟิงเกอพับจดหมายหย่าเก็บเอาไว้อย่างดี ตั้งหน้าตั้งตาใช้ชีวิตเรียบง่าย กระทั่ง...อยู่ๆ ชายชู้ของนางก็ปรากฏตัว เขากล่าวว่าเป็นคนของแม่ทัพน้อย ทั้งถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อกำจัดนาง!!! เดิมทีนี่ก็ไม่ใช่เรื่องของนาง ทว่าความแค้นในใจที่คุกรุ่นนี้...นางไม่ทวงความยุติธรรมไม่ได้!!! อดีตสามีก็ต้องทวงแค้น... บุรุษที่เข้ามาพัวพันก็ล้วนหล่อเหลาล้ำเลิศ... เป็นเพียงสตรีที่ถูกหย่าขาด...ทว่าเหตุใดตัวนางจึงถูกห้อมล้อม ราวกับตอนนี้นางมี...ชะตาดอกท้อไปได้!!!
ดูเพิ่มเติมไฟไหม้!!! ช่วยกันดับไฟเร็วเข้า!!! มีคนติดอยู่ในนั้นมั้ย เร็วรีบโทรแจ้งดับเพลิง... เสียงตะโกนและความวุ่นวายทำให้หญิงสาวที่พยายามวิ่งสุดแรงเกิดมีความหวัง ทว่าตอนกำลังวิ่งออกมาจากตึกเสียงครืนก็ดังสนั่น ผนังตามทางเดินสั่นสะเทือนราวกำลังจะถล่มลงมา
ยัง...ไม่ทันได้พูดใต้ฝ่าเท้าก็ทรุดฮวบ ทางเดินร้อนแผดเผาทรุดถล่ม เสียงกรีดร้องและเสียงตะโกนดังห่างไกลออกไป หญิงสาวหลับตาลงพร้อมกับผิวกายที่ถูกไฟร้อนผ่าวลวกไหม้
“ให้ตาย...ฉันอายุยังน้อยอยู่เลย ยังไม่ได้ทำอะไรตั้งหลายอย่าง”
ทว่าชีวิตก็เหมือนสายลมพัดผ่าน แวบเดียวก็ดับวูบเหมือนเทียนที่ถูกลมพัดดับมอด ห้วงแห่งความมืดมนและความร้อนทรมานครอบงำ กระทั่ง...อยู่ๆ ความเจ็บปวดก็ปะทุขึ้น ดวงตาที่หลับใหลหนักอึ้ง พยายามเปิดเปลือกตาอย่างไรก็ไม่อาจทำได้
เสียงโวยวายดังขึ้นอีกครั้ง หัวไหล่ถูกกระชาก “สตรีแพศยา! หลันเฟิงเกอเจ้าลืมตาขึ้นมา!!”
ความเจ็บปวดแผ่ลามใบหน้าถูกฝ่ามือตวัดฟาดเพี้ยะ!! หญิงสาวขมวดคิ้วพยายามลืมตาขึ้นมา สายตาพร่าเลือน เสียงด่าทอหยาบคาย กับความเจ็บปวดที่มีต้นตอมาจาก...แผ่นหลัง
ไม่สิ ความทรงจำสุดท้ายก็คือไฟไหม้จนอพาร์ทเม้นถล่มลงมา เช่นนี้ความเจ็บปวดก็ต้องเกิดขึ้นทั่วทั้งร่าง แถมนี่ยังไม่ใช่ความปวดแสบปวดร้อนเพราะไฟแผดเผา แต่เป็นแผ่นหลังที่ทั้งเจ็บ แสบ คัน รวมไปถึงร่างกายที่ร้อนแผดเผาเพราะ...พิษไข้
“ลากนางลงมา โบยนางให้ครบ!”
“แต่...ฟางอี๋เหนียง ฮูหยินน้อยอาการไม่ดีเลย ถ้าอย่างไร...”
“เจ้าหุบปาก! สตรีแพศยาที่ไร้ยางอายเช่นนี้ตายไปก็ไม่มีใครเห็นใจ ท่านพี่เสี่ยงตายอยู่ที่ชายแดน ป่านนี้ยังไม่รู้ว่าศึกทางตะวันออกเป็นอย่างไรบ้าง นางกล้าดีอย่างไรลอบคบชู้ ทั้งยังกระทำภายในจวน ในเรือนหอบนเตียงของท่านพี่! หลันเฟิงเกอเจ้าลุกขึ้นมา ไม่ต้องเสแสร้ง!”
หญิงสาวลืมตามองสตรีตรงหน้า ชุดฮั่นฝูสีเหลือง ใบหน้างดงาม... แต่ว่านี่ไม่ใช่โรงพยาบาลหรือไร เหตุใดคนพวกนี้...
ใบหน้าของหญิงสาวถูกตบอีกฉาดหนึ่ง สองแก้มแสบร้อน ร่างกายร้าวระบมไปทั่วตัว ถูกสตรีสองคนลากลงมาจากเตียงนอน
“หยุดนะ!! นี่เจ้าคิดว่ากำลังทำอะไร!” เสียงตวาดดังมาจากอีกด้าน
ร่างร้าวระบมถูกปล่อยจนร่วงลงไปกองกับพื้น ตอนพยายามเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ด้วยความงุนงง เสียงตำหนิก็ยังดังขึ้น
“ฟางอี๋เหนียงเจ้าเป็นเพียงอนุ เหตุใดกล้าลงไม้ลงมือเช่นนี้”
“พี่สะใภ้ ข้าเพียงโกรธแค้นแทนท่านพี่ สตรีแพศยาเช่นนี้เมตตาไปก็เท่านั้น นางไม่ได้สำนึกสักนิด”
“จะอย่างไรนางก็เป็นคนตระกูลหลัน แม่ทัพหลันมีคุณงามความดีต่อบ้านเมือง เจ้าทำเช่นนี้หากนางสิ้นใจภายในจวน เช่นนี้จะตอบคำถามคนข้างนอกนั่นอย่างไร โบยก็โบยไปแล้ว หรือต้องให้ตายตกเจ้าจึงจะพอใจ จะลงโทษหลังจากนี้ก็ต้องให้น้องรองเป็นผู้ลงโทษ เจ้าเป็นเพียงอนุของน้องรองอย่าให้ผู้คนตำหนิได้ว่าฉวยโอกาสกระทำการเกินกว่าเหตุ”
“ข้า...ข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าเพียงเห็นว่านางทรยศความเมตตาของตระกูลอวี้ ดังนั้นจึง...”
“ออกไปได้แล้ว”
“เจ้าค่ะ”
เสียงถอนหายใจดังขึ้น ดวงตาเวทนามองตรงมายังคนที่นอนกองอยู่บนพื้น “ประคองนางกลับขึ้นไปบนเตียง”
“เจ้าค่ะ”
“ไปตามหมอมา”
“แต่ว่าฮูหยินใหญ่สั่งเอาไว้...”
“ไปตามหมอมา เกิดเรื่องอะไรข้ารับผิดชอบเอง”
“จะ...เจ้าค่ะ”
สตรีชุดสีน้ำเงินก้าวเข้ามานั่งลงข้างเตียง มือประทับเหนือหน้าผากของหญิงสาว “ไปนำผ้ากับน้ำเข้ามานางมีไข้ สาวใช้ของนางเล่า”
“ถูก...ถูกขายออกไปจนสิ้นแล้วเจ้าค่ะ”
“ขายไปแล้ว? คำสั่งท่านแม่สามี?”
“เป็นคำสั่งของฟางอี๋เหนียงเจ้าค่ะ ได้ยินมาว่าฮูหยินใหญ่เองก็เห็นด้วยเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นน่าละอายจนเกินไป”
“ตอนนี้ท่านแม่สามีเล่า”
“โกรธจนเป็นลมเจ้าค่ะ ฟางอี๋เหนียงเห็นว่าเป็นเพราะฮูหยินน้อย ดังนั้น...”
เสียงถอนหายใจดังขึ้นอีกครั้ง “ปากบอกว่าหลักฐานชัดเจน แต่ข้าว่า...เรื่องน่าสงสัยมีมากมาย ฟางอี๋เหนียงเร่งกำจัดคนเช่นนี้เกรงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นคงมีอะไรอยู่เบื้องหลัง เจ้าให้คนไปเตรียมรถม้า”
หญิงสาวถึงกับสำลักมองเพื่อนร่วมงานที่ไปตักอาหาร แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครกลับมานั่งที่เดิม พวกเขาย้ายไปนั่งโต๊ะข้างๆ ไม่กล้าแม้แต่จะมองมา “เอ่อ...ค่ะ”“หายดีแล้วเหรอครับ ทำไมมาทำงานแล้ว”“ก็...พักหลายวันแล้ว นอนเฉยๆ ไม่สู้มาทำงานดีกว่า”“แล้ว...พักอยู่ที่ไหนเหรอครับ ไกลจากบริษัทมั้ย ถ้ายังไงให้ผมไปรับตอนเช้าดีมั้ย”หญิงสาวเลิกคิ้วมองเขาแต่หานจวินเจ๋อกลับก้มหน้าลงกินข้ามด้วยท่าทีปกติ “มะ...ไม่เป็นไรค่ะ ฉันมี...มอเตอร์ไซค์”“มอเตอร์ไซค์??”“ค่ะ รถติดก็ทำอะไรไม่ได้ด้วย”“ครับ”หลังจากนั้นก็บังเอิญเจอเขาอีก เขารถเสียและขอให้เธอขี่มอเตอร์ไซค์ส่งเขากลับบ้าน!!!หลันเฟิงเกอมองเบนท์ลีย์ราคาเหยียบสามสิบล้านหยวนจากนั้นขมวดคิ้ว ทว่าก็ส่งหมวกกันน็อคให้ชายหนุ่ม ยอมพาเขาไปส่งบ้านโดยดีไม่ใช่แค่นั้นยังมีครั้งต่อๆไป เขาบังเอิญไปวิ่งที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน บังเอิญเจอกันที่ร้านบะหมี่ข้างทาง บังเอิญเจอกันที่ร้านสะดวกซื้อตอนนั่งกินบะหมี่อยู่ที่ริมหน้าต่างร้านสะดวกซื้อ หญิงสาวหยิบมือถือออกมากดโทร.ออก มือถือของหานจวินเจ๋อที่วางบนโต๊ะสั่นครืดๆ ‘หลันหลัน’ เด่นหราหานจวินเจ๋อรีบเก็บมือถือเข้ากระเป๋าเสื้อ ทว่าก็ถ
ความจริง ความฝัน ปะปนกันจนเจ็บปวด หญิงสาวร่ำไห้ออกมาคนเดียวเงียบๆ กลับสู่ความจริงอันโดดเดี่ยวเดียวดายอีกครั้งแล้ว...หมอยังไม่อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล หญิงสาวได้แต่ตอนบนเตียงและมองออกไปนอกหน้าต่าง เช้านี้หมอก็ยังมาตรวจตรงเวลา ทั้งยังบอกเธอว่าไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย เนื่องจากญาติของคนที่ขับรถชนเธอรับผิดชอบทั้งหมดช่วงบ่ายวันนั้น...มีคนเปิดประตูเข้ามา ชายหนุ่มสวมสูทหน้าตาหล่อเหลา หลันเฟิงเกอเบิกตามมองเขาด้วยความตกตะลึง “สวัสดีครับคุณหลัน”หานจวินเจ๋อ?!ด้านหลังของขามีชายหนุ่มอีกคนที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ “ยืนดีๆ!” อีกฝ่านหันไปดึงหลังคอเสื้อให้ชายหนุ่มคนนั้นโผล่หน้าออกมาหานเสวี่ยหลง?!นี่มัน...เรื่องอะไรกันเนี่ย! ถ้านั่นคือความฝันแล้วพวกเขาทำไมมีตัวตนล่ะ!!“สวัสดีครับคุณหลัน ผมขอแนะนำตัวก่อน ผมแซ่หาน หานจวินเจ๋อ นี่น้องชายของผมเอง หานเสวี่ยหลง เป็นคนขับรถคืนนั้น ผมต้องขอโทษคุณหลันจากใจ ผมรับปากว่าเรื่องคดีจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ที่พาเขามาก็เพื่อให้เขาขอโทษอย่างจริงใจหญิงสาวนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น วันนั้นมีเด็กวิ่งพรวดพราดออกไปตัดหน้ารถ เธอออกไปช่วยเด็กคนนั้นทำให้ถูกรถชน รถของอีกฝ่
ชีวิตนี้เขา หานจวินเจ๋อ ไม่เคยคาดคิด ไม่เคยจินตนาการถึงความเป็นอยู่ที่สงบสุข ฐานะสูงส่ง หน้าที่ที่เขาต้องแบกรับ ทำให้เขาแม้แต่เวลาให้ตัวเองก็แทบจะเป็นไปไม่ได้นับตั้งแต่ได้พบ ได้รู้จักกับหลันเฟิงเกอ นางทำให้เขาได้เปิดหูเปิดตาในหลายเรื่อง สอนเขาให้รู้จักความสมดุลในการใช้ชีวิต สอนให้เขาเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง สอนให้เขารู้จักความสุขที่แท้จริงเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าความสุขที่แท้จริงนั้น หาง่ายยิ่งนัก ขอเพียงไม่ละโมบ ขอเพียงไม่เรียกร้องเกินพอดี ขอเพียงทำวันนี้ให้ดีที่สุด วันหน้าจะเกิดอะไรขึ้น จะดี จะร้าย ให้อย่างไรมันก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี กังวลล่วงหน้าก็เท่านั้น กลัวไปก็ไม่ช่วยอะไรทุกๆ วันใช้ชีวิตอย่างมีสติ แบ่งปันเมื่อผู้อื่นขาดแคลน ยื่นมือเข้าช่วยเมื่อผู้อื่นร้องขอ แต่ทั้งหมดนั้นก็ต้องทำอย่างพอดีหน้าที่...ทุกคนล้วนมีหน้าที่เป็นของตัวเอง ทุกคนล้วนมีความเท่าเทียม เขามีหน้าที่ของเขา นางเองก็เช่นกัน หากให้เกียรติผู้อื่น ก็จะได้รับในสิ่งเดียวกันตอบแทน เรื่องเหล่านี้บางครั้งแม้เป็นเรื่องง่ายๆ แต่ก็สำคัญมากรัชสมัยฮ่องเต้หานเสวี่ยหลงที่หนึ่ง...หานจวินเจ๋อจูงมือบุตรสาว มองบุตรชายกำลังคุกเข่าโขกศี
เสียงที่ตะโกนออกมาพร้อมๆ กันของเหล่าทหาร กังหันขนาดใหญ่ที่กำลังถูกยกขึ้น ด้านหลังของค่ายทหารมีสิ่งปลูกสร้างเรียงราย ห้องสุขาที่ถูกสุขลักษณะ ห้องอาบน้ำที่เป็นสัดส่วน กับแหล่งน้ำที่หวางเฟยเรียกว่า...ระบบประปาไม่เพียงแค่นั้นอาหารการกิน ที่อยู่อาศัย รวมไปถึงเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ ทุกอย่างเป็นระบบระเบียบมากขึ้น ทหารทุกคนมีเบี้ยเลี้ยงเพิ่มขึ้น เพราะหายามว่างเว้นจากศึก จากการฝึก พวกเขายังได้ทำการเพาะปลูก ผลผลิตที่ได้นอกเหนือจากใช้บริโภคพวกเขายังสามารถนำไปขาย มีเงิน มีชีวิตที่ดีขึ้น แดนเหนือในเวลานี้ไม่ว่าผู้ใดล้วนอยากเข้าประจำการทั้งสิ้นฮ่องเต้มีรับสั่งให้แม่ทัพหลิว แม่ทัพอวี้ไปดูการจัดการของป้อมทางเหนือ พวกเขาเองก็ยอมรับและนำไปปรับใช้กับกองทัพของตนโดยดี เพราะนี่เป็นประโยชน์ของเหล่าทหารเช่นกันเช้าตรู่อากาศเริ่มเย็นแล้ว...หลันเฟิงเกอตื่นขึ้นในเวลาเดิม ข้างกายมีอ้อมกอดอันอบอุ่นของเป่ยหยวนหวาง นางมองใบหน้าหลับใหลของเขา สองแขนที่โอบกอดนางทั้งที่หลับสนิทหลังแต่งกับเขานางไม่ได้เปลี่ยนอะไรมาก เคยเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น เคยอยู่อย่างไรก็ยังคงเดิม ฐานะเป่ยหยวนหวางเฟยไม่ได้ทำให้ชีวิตของนางต้องปรั
หลิวเซียวขมวดคิ้ว “หานจวินเจ๋อ??”หลันเฟิงเกอหลับตาเกาหัวคิ้ว นางสบตากับเซิงซือซือที่กลั้นหัวเราะพูดอย่างไม่มีเสียง “เหตุใดเขาไม่รู้จักเจ้า”“ยังต้องถาม? ข้าจะกล้าแนะนำตัวเองกับเขาได้อย่างไร” นางเองก็ขยับปากตอบแบบไม่มีเสียงหานจวินเจ๋อเดินเข้ามาจากนั้นนั่งลงข้างหลันเฟิงเกอ หยิบหมั่นโถวแล้วเจาะยัดไส
แม่นมเซิงกล่าวต่อ “เรื่องที่ท่านถูกกล่าวหาว่าลอบคบชู้ คุณหนูกล่าวว่าอวี้ฮูหยินและฟางอี๋เหนียงรีบรวบรัดเกินไป ไม่เพียงสั่งลงโทษชายคนนั้นลับๆ แต่เขายังหายตัวไปโดยไม่มีใครล่วงรู้ ที่น่าสงสัยไปกว่านั้นคือหลังเกิดเรื่อง บ่าวไพร่ที่รู้เห็นกลับถูกขายออกไปจนสิ้น แม้แต่สาวใช้ในเรือนของท่านที่เป็นคนเก่าแก่ เ
“ไปรอที่กังหันของท่านแล้วขอรับ วันนี้จะต้องติดตั้งให้เสร็จ ข้าวในนาของพวกเราจะต้องงอกงามได้น้ำอุดมสมบูรณ์เสียที”เสียงที่เต็มไปด้วยความหวังนั้น ทำให้หานจวินเจ๋อรู้สึกประหลาดใจ เขาประคองตัวเองลุกขึ้นกระทั่งพบว่ามีคนเปลี่ยนชุดให้ตัวเอง เป็นชุดเรียบง่ายที่ตัดเย็บจากผ้าฝ้ายเก่าๆแผ่นหลังร้าวระบม ตัวเขา
หญิงสาววางพู่กันรั้งแขนเสื้อขึ้นเท้าสะเอว สายตามองภาพที่ตัวเองวาดก็ได้แต่ส่ายหน้า อักษรของนางยังพอดูได้ แต่ให้วาดรูป... “เจ้าไปถามหัวหน้าหมู่บ้าน ที่นี่มีช่างไม้หรือไม่”“เหตุใดถามหาช่างไม้เจ้าคะ”“เพราะข้า...อยากลองทำกังหันน้ำ”“กัน...หัน...น้ำ??”“ไม่ใช่ กังหันน้ำต่างหาก วงล้อที่จะผันน้ำเข้าไปในท












ความคิดเห็น