ฮูหยินที่ถูกหย่าแห่งหมู่บ้านติงชุน

ฮูหยินที่ถูกหย่าแห่งหมู่บ้านติงชุน

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-02
โดย:  หรงเย่า / นาย่าจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
10
3 การให้คะแนน. 3 ความคิดเห็น
51บท
6.1Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

หลันเฟิงเกอ คุณหนูจวนแม่ทัพที่กำลังตกต่ำล่มสลาย นางแต่งเข้าจวนแม่ทัพอวี้ กลายเป็นฮูหยินน้อยที่มารดาสามีไม่รัก บรรดาบ่าวไพร่เพิกเฉยไม่ใส่ใจ เพราะลักลอบคบชู้หลักฐานแน่นหนา ทำให้ถูกโบยจนปางตาย ร่างร่อแร่ลมหายใจรวยรินถูกไปยังหมู่บ้านติงชุนที่ยากจนไกลจากเมืองหลวง หลังลมหายใจขาดห้วงอยู่ๆ นางก็ลืมตาตื่นขึ้น กลายเป็นหญิงสาวที่เข้มแข็ง ดุดัน เด็ดขาด หลังสามเดือนหนังสือหย่าก็ถูกส่งมาจากสามีที่เป็นแม่ทัพ ตัดขาด ไม่ติดค้าง ไม่หลงเหลือเยื่อใย หลันเฟิงเกอพับจดหมายหย่าเก็บเอาไว้อย่างดี ตั้งหน้าตั้งตาใช้ชีวิตเรียบง่าย กระทั่ง...อยู่ๆ ชายชู้ของนางก็ปรากฏตัว เขากล่าวว่าเป็นคนของแม่ทัพน้อย ทั้งถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อกำจัดนาง!!! เดิมทีนี่ก็ไม่ใช่เรื่องของนาง ทว่าความแค้นในใจที่คุกรุ่นนี้...นางไม่ทวงความยุติธรรมไม่ได้!!! อดีตสามีก็ต้องทวงแค้น... บุรุษที่เข้ามาพัวพันก็ล้วนหล่อเหลาล้ำเลิศ... เป็นเพียงสตรีที่ถูกหย่าขาด...ทว่าเหตุใดตัวนางจึงถูกห้อมล้อม ราวกับตอนนี้นางมี...ชะตาดอกท้อไปได้!!!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1.1 บทนำ

ไฟไหม้!!! ช่วยกันดับไฟเร็วเข้า!!! มีคนติดอยู่ในนั้นมั้ย เร็วรีบโทรแจ้งดับเพลิง... เสียงตะโกนและความวุ่นวายทำให้หญิงสาวที่พยายามวิ่งสุดแรงเกิดมีความหวัง ทว่าตอนกำลังวิ่งออกมาจากตึกเสียงครืนก็ดังสนั่น ผนังตามทางเดินสั่นสะเทือนราวกำลังจะถล่มลงมา

ยัง...ไม่ทันได้พูดใต้ฝ่าเท้าก็ทรุดฮวบ ทางเดินร้อนแผดเผาทรุดถล่ม เสียงกรีดร้องและเสียงตะโกนดังห่างไกลออกไป หญิงสาวหลับตาลงพร้อมกับผิวกายที่ถูกไฟร้อนผ่าวลวกไหม้

“ให้ตาย...ฉันอายุยังน้อยอยู่เลย ยังไม่ได้ทำอะไรตั้งหลายอย่าง”

ทว่าชีวิตก็เหมือนสายลมพัดผ่าน แวบเดียวก็ดับวูบเหมือนเทียนที่ถูกลมพัดดับมอด ห้วงแห่งความมืดมนและความร้อนทรมานครอบงำ กระทั่ง...อยู่ๆ ความเจ็บปวดก็ปะทุขึ้น ดวงตาที่หลับใหลหนักอึ้ง พยายามเปิดเปลือกตาอย่างไรก็ไม่อาจทำได้

เสียงโวยวายดังขึ้นอีกครั้ง หัวไหล่ถูกกระชาก “สตรีแพศยา! หลันเฟิงเกอเจ้าลืมตาขึ้นมา!!”

ความเจ็บปวดแผ่ลามใบหน้าถูกฝ่ามือตวัดฟาดเพี้ยะ!! หญิงสาวขมวดคิ้วพยายามลืมตาขึ้นมา สายตาพร่าเลือน เสียงด่าทอหยาบคาย กับความเจ็บปวดที่มีต้นตอมาจาก...แผ่นหลัง

ไม่สิ ความทรงจำสุดท้ายก็คือไฟไหม้จนอพาร์ทเม้นถล่มลงมา เช่นนี้ความเจ็บปวดก็ต้องเกิดขึ้นทั่วทั้งร่าง แถมนี่ยังไม่ใช่ความปวดแสบปวดร้อนเพราะไฟแผดเผา แต่เป็นแผ่นหลังที่ทั้งเจ็บ แสบ คัน รวมไปถึงร่างกายที่ร้อนแผดเผาเพราะ...พิษไข้

“ลากนางลงมา โบยนางให้ครบ!”

“แต่...ฟางอี๋เหนียง ฮูหยินน้อยอาการไม่ดีเลย ถ้าอย่างไร...”

“เจ้าหุบปาก! สตรีแพศยาที่ไร้ยางอายเช่นนี้ตายไปก็ไม่มีใครเห็นใจ ท่านพี่เสี่ยงตายอยู่ที่ชายแดน ป่านนี้ยังไม่รู้ว่าศึกทางตะวันออกเป็นอย่างไรบ้าง นางกล้าดีอย่างไรลอบคบชู้ ทั้งยังกระทำภายในจวน ในเรือนหอบนเตียงของท่านพี่! หลันเฟิงเกอเจ้าลุกขึ้นมา ไม่ต้องเสแสร้ง!”

หญิงสาวลืมตามองสตรีตรงหน้า ชุดฮั่นฝูสีเหลือง ใบหน้างดงาม... แต่ว่านี่ไม่ใช่โรงพยาบาลหรือไร เหตุใดคนพวกนี้...

ใบหน้าของหญิงสาวถูกตบอีกฉาดหนึ่ง สองแก้มแสบร้อน ร่างกายร้าวระบมไปทั่วตัว ถูกสตรีสองคนลากลงมาจากเตียงนอน

“หยุดนะ!! นี่เจ้าคิดว่ากำลังทำอะไร!” เสียงตวาดดังมาจากอีกด้าน

ร่างร้าวระบมถูกปล่อยจนร่วงลงไปกองกับพื้น ตอนพยายามเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ด้วยความงุนงง เสียงตำหนิก็ยังดังขึ้น

“ฟางอี๋เหนียงเจ้าเป็นเพียงอนุ เหตุใดกล้าลงไม้ลงมือเช่นนี้”

“พี่สะใภ้ ข้าเพียงโกรธแค้นแทนท่านพี่ สตรีแพศยาเช่นนี้เมตตาไปก็เท่านั้น นางไม่ได้สำนึกสักนิด”

“จะอย่างไรนางก็เป็นคนตระกูลหลัน แม่ทัพหลันมีคุณงามความดีต่อบ้านเมือง เจ้าทำเช่นนี้หากนางสิ้นใจภายในจวน เช่นนี้จะตอบคำถามคนข้างนอกนั่นอย่างไร โบยก็โบยไปแล้ว หรือต้องให้ตายตกเจ้าจึงจะพอใจ จะลงโทษหลังจากนี้ก็ต้องให้น้องรองเป็นผู้ลงโทษ เจ้าเป็นเพียงอนุของน้องรองอย่าให้ผู้คนตำหนิได้ว่าฉวยโอกาสกระทำการเกินกว่าเหตุ”

“ข้า...ข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าเพียงเห็นว่านางทรยศความเมตตาของตระกูลอวี้ ดังนั้นจึง...”

“ออกไปได้แล้ว”

“เจ้าค่ะ”

เสียงถอนหายใจดังขึ้น ดวงตาเวทนามองตรงมายังคนที่นอนกองอยู่บนพื้น “ประคองนางกลับขึ้นไปบนเตียง”

“เจ้าค่ะ”

“ไปตามหมอมา”

“แต่ว่าฮูหยินใหญ่สั่งเอาไว้...”

“ไปตามหมอมา เกิดเรื่องอะไรข้ารับผิดชอบเอง”

“จะ...เจ้าค่ะ”

สตรีชุดสีน้ำเงินก้าวเข้ามานั่งลงข้างเตียง มือประทับเหนือหน้าผากของหญิงสาว “ไปนำผ้ากับน้ำเข้ามานางมีไข้ สาวใช้ของนางเล่า”

“ถูก...ถูกขายออกไปจนสิ้นแล้วเจ้าค่ะ”

“ขายไปแล้ว? คำสั่งท่านแม่สามี?”

“เป็นคำสั่งของฟางอี๋เหนียงเจ้าค่ะ ได้ยินมาว่าฮูหยินใหญ่เองก็เห็นด้วยเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นน่าละอายจนเกินไป”

“ตอนนี้ท่านแม่สามีเล่า”

“โกรธจนเป็นลมเจ้าค่ะ ฟางอี๋เหนียงเห็นว่าเป็นเพราะฮูหยินน้อย ดังนั้น...”

เสียงถอนหายใจดังขึ้นอีกครั้ง “ปากบอกว่าหลักฐานชัดเจน แต่ข้าว่า...เรื่องน่าสงสัยมีมากมาย ฟางอี๋เหนียงเร่งกำจัดคนเช่นนี้เกรงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นคงมีอะไรอยู่เบื้องหลัง เจ้าให้คนไปเตรียมรถม้า”

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

Nira Ho
Nira Ho
สนุกค่ะเรียบง่ายแต่ดีค่ะ
2026-04-14 17:47:52
1
0
Alisa Shorty
Alisa Shorty
อ่านจบแล้ว สนุกดี ให้รางวัล
2026-04-13 22:32:37
1
0
Triple Great
Triple Great
บทพระเอก นางเอก น่ารักมาก
2026-04-11 00:05:08
1
0
51
บทที่ 1.1 บทนำ
ไฟไหม้!!! ช่วยกันดับไฟเร็วเข้า!!! มีคนติดอยู่ในนั้นมั้ย เร็วรีบโทรแจ้งดับเพลิง... เสียงตะโกนและความวุ่นวายทำให้หญิงสาวที่พยายามวิ่งสุดแรงเกิดมีความหวัง ทว่าตอนกำลังวิ่งออกมาจากตึกเสียงครืนก็ดังสนั่น ผนังตามทางเดินสั่นสะเทือนราวกำลังจะถล่มลงมายัง...ไม่ทันได้พูดใต้ฝ่าเท้าก็ทรุดฮวบ ทางเดินร้อนแผดเผาทรุดถล่ม เสียงกรีดร้องและเสียงตะโกนดังห่างไกลออกไป หญิงสาวหลับตาลงพร้อมกับผิวกายที่ถูกไฟร้อนผ่าวลวกไหม้“ให้ตาย...ฉันอายุยังน้อยอยู่เลย ยังไม่ได้ทำอะไรตั้งหลายอย่าง”ทว่าชีวิตก็เหมือนสายลมพัดผ่าน แวบเดียวก็ดับวูบเหมือนเทียนที่ถูกลมพัดดับมอด ห้วงแห่งความมืดมนและความร้อนทรมานครอบงำ กระทั่ง...อยู่ๆ ความเจ็บปวดก็ปะทุขึ้น ดวงตาที่หลับใหลหนักอึ้ง พยายามเปิดเปลือกตาอย่างไรก็ไม่อาจทำได้เสียงโวยวายดังขึ้นอีกครั้ง หัวไหล่ถูกกระชาก “สตรีแพศยา! หลันเฟิงเกอเจ้าลืมตาขึ้นมา!!”ความเจ็บปวดแผ่ลามใบหน้าถูกฝ่ามือตวัดฟาดเพี้ยะ!! หญิงสาวขมวดคิ้วพยายามลืมตาขึ้นมา สายตาพร่าเลือน เสียงด่าทอหยาบคาย กับความเจ็บปวดที่มีต้นตอมาจาก...แผ่นหลังไม่สิ ความทรงจำสุดท้ายก็คือไฟไหม้จนอพาร์ทเม้นถล่มลงมา เช่นนี้ความเจ็บปวดก็ต้อง
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1.2
“ฮูหยินจะไปที่ใดเจ้าคะ”“ไม่ใช่ข้า ข้าจะส่งฮูหยินน้อยออกจากจวนตระกูลอวี้”“เอ๋!! แต่ว่า...”“หากไม่ส่งนางออกไปตอนนี้ เกรงว่าหากรอคงไม่มีโอกาสแล้ว แม่ทัพหลันทำความดีเอาไว้มากมาย ทั้งยังเคยช่วยชีวิตท่านพ่อของข้า จะอย่างไรนางก็เป็นคนตระกูลหลันคนสุดท้ายที่เหลือรอด ข้าไม่อาจทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น”ครู่ต่อมาเสียงทะเลาะกันก็ดังขึ้นด้านนอก หญิงสาวพยายามลุก พยายามขยับ พยายามส่งเสียงถาม แต่ร่างกายนี้บอบบางและอ่อนแรงเกินไป ที่ทำได้ก็คือพยายามเบิกตามองคนหลายๆ คนที่ไม่คุ้นเคย“เจ้าทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร”“ท่านแม่สามีเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ท่านไม่เพียงไม่สอบสวนให้ละเอียด แต่กลับสั่งโบยตีนางทันที คิดว่าคนด้านนอกจะไม่สงสัยหรือ”“ข้าทำอะไรเปิดเผย ไม่ต่ำช้าไร้ยางอายเช่นนาง หามีเรื่องใดที่ข้าต้องกลัว”“เช่นนั้นเหตุใดไม่ส่งตัวพวกเขาสองคนไปที่ศาลาว่าการเพื่อไต่สวน ให้อย่างไรนางก็เป็นคนในตระกูลแม่ทัพ บิดากับพี่ชายของนางมีความดีความชอบ หากฝ่าบาททรงล่วงรู้ หากกองทหารตระกูลหลันได้ยินเรื่องนี้เข้า ท่านคิดหรือว่าพวกเขาจะไม่กังขา”“ข้าไม่กลัว”“ไม่กลัวแน่หรือเจ้าคะ”“เจ้าหมายความว่าอย่างไร”“เรื่องยังไม่กระจ่างก
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1.3
“หีบนี้มีโฉนดที่ดิน หีบนี้เครื่องประดับ หีบนี้...เงินตำลึงทอง อีกหีบเป็นตั๋วแลกเงิน หีบนี้แลกเป็นตำลึงเงินแล้ว หีบนี้เป็น...หยก หีบอีกสามหีบเป็นแพรพรรณที่ยังไม่ตัดเย็บ เสื้อผ้าของนางบางส่วน ยังมีใบชา ยา สมุนไพร”เสียงของเซิงซือซือกำชับสาวใช้ดังแว่วมา ไม่นานใบหน้าของอีกฝ่ายก็ชะโงกเข้ามามอง“คุณหนูหลันข้าช่วยเจ้าได้เพียงเท่านั้น ถือเป็นการตอบแทนท่านแม่ทัพหลันและพี่ชายเจ้า หลังจากนี้...ก็ให้แล้วแต่โชคชะตาเถิด เอาละออกเดินทางได้แล้ว”...อา ที่แท้หญิงสาวก็เข้ามาอยู่ในร่างของหลันเฟิงเกอนี่เอง สตรีที่แต่งเข้าจวนแม่ทัพทว่ากลับลักลอบคบชู้ตอนสามีไปออกรบ ฟังจากบทสนทนาเหล่านั้นนางพอจะเข้าใจว่าเรื่องนี้มีเบื้องหลังร่างกายอ่อนแอทั้งยังต้องออกเดินทางกะทันหัน ตลอดการเดินทางแม้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ถึงอย่างนั้นลมหายใจก็รวยรินร่อแร่‘ในเมื่อมีโอกาสที่สองที่จะมีชีวิต เช่นนั้น...หลันเฟิงเกอ นับจากนี้ข้าจะอยู่ต่อในฐานะของเจ้า หากเจ้าสิ้นลมไปแล้วก็ขอให้จากไปอย่างสงบ อย่าได้เคียดแค้นที่ข้ายืมร่างของเจ้าคืนวิญญาณเลย...’หมู่บ้านติงชุนทางเหนือของแคว้นต้าเฟิง หมู่บ้านชาวนาซึ่งโฉนดทั้งหมดนั้นเดิมทีเป็นที่ดิ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1.4
“คือ...” เขาล้วงจดหมายฉบับหนึ่งออกมา “มีจดหมายถูกส่งมาจากชายแดนขอรับ คนของแม่ทัพอวี้ยังอยู่ด้านนอก“แม่ทัพอวี้?” นางเลิกคิ้ว แม่นมเซิงเดินเข้ามายืนข้างๆ นาง “แม่นมเซิง”“ข้าไปดูเองเจ้าค่ะ ท่านกลับเข้าไปในห้องก่อน เสี่ยวหวนพาฮูหยินกลับเข้าไปด้านใน”“เจ้าค่ะ”ก่อนเดินกลับเข้าห้องหญิงสาวยังได้ยินแม่นมเซิงกำชับหัวหน้าหมู่บ้าน “อย่าปากพล่อยพูดให้ใครได้ยินว่านายหญิงของเจ้ากำลังจะหายดี”“ขะ...ขอรับ”ครู่ใหญ่กว่าที่แม่นมเซิงจะกลับมา อีกฝ่ายมีท่าทีเหม่อลอยอย่างสังเกตเห็นได้ชัด หลันเฟิงเกอมองอีกฝ่าย “แม่นมเซิงมีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ”อีกฝ่ายส่งจดหมายในมือให้หญิงสาว หลันเฟิงเกอดึงออกมามองผ่านๆ ทว่าหัวข้อนั้นก็ชัดเจนแล้ว ...หนังสือหย่า ลายมือหนักแน่นมั่นคงสมเป็นแม่ทัพ ประโยคแต่ละประโยคนั้นสละสลวย อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงความเด็ดเดี่ยวของเจ้าของอักษร กฎเจ็ดขับหรือชีชู[1]ที่เขาใช้ล้วนชัดเจน โดยเฉพาะข้อหนึ่ง ข้อสอง และข้อสามหลันเฟิงเกอพับหนังสือหย่าฉบับนั้น “เสี่ยวอิง เก็บลงในหีบให้ดีอย่าให้เสียหาย”“เจ้าค่ะ”แม่นมเซิงเห็นสีหน้าเรียบเฉยของหญิงสาวก็ขมวดคิ้ว “หลันฮูหยิน ท่านคิดเช่นไรกับเรื่องนี้เจ้าคะ”“ไ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2.1 หลันเฟิงเกอ
“ฮูหยินเชิญกล่าว”“ข้าอยากให้พวกท่านแบ่งคนออกเป็นสี่ส่วน ส่วนหนึ่งอยู่ที่นี่ตามปกติ อีกสามส่วนแบ่งกันออกไปสำรวจหมู่บ้านทั้งสาม เกิดอะไรขึ้นบ้าง คนดูแลเป็นอย่างไร ผลผลิตที่นั่นเป็นอย่างไร ชาวบ้านที่นั่นมีความเป็นอยู่อย่างไร”“ท่านสงสัยว่าคนดูแลจะคิดไม่ซื่อ?” แม่นมเซิงเลิกคิ้ว“บัญชีเหล่านี้มีปัญหาเจ้าค่ะ เมื่อก่อนข้าอาจไม่เคยตรวจอย่างละเอียด แต่เพราะหลายเดือนมานี้ข้าอยู่ที่นี่ไม่มีอะไรทำ ดังนั้นจึงนั่งดูอย่างละเอียดทุกๆ หน้า คำนวณดูจึงพบว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง”แม่นมเซิงขมวดคิ้ว “เรื่องนี้โทษหนักมากเลยนะเจ้าคะ”“ใช่...ดังนั้นคนที่กล้าทำคงคิดว่าข้าเป็นเพียงสตรีจึงกล้าหาญกระทำการ” นางหันไปมองคนคุ้มกันของตระกูลเซิง “หากเรื่องนี้จัดการได้ดี หนึ่งส่วนของส่วนแบ่งแต่ละหมู่บ้านข้าจะยกให้พวกท่านไปแบ่งกัน”“ขอบคุณหลันฮูหยิน!”แต่ละหมู่บ้านมีที่ดินไม่น้อย ผลผลิตในแต่ละปีหรือก็มากมาย หากคิดเป็นเงินก็คงได้เท่าๆ กับเงินค่าตัวของพวกเขาแต่ละคน สัญญาขายตัวก็มีโอกาสได้ไถ่คืนแล้ว ดังนั้นมีหรือที่พวกเขาจะไม่ตั้งใจทำงาน!ระหว่างรอข่าวจากคนคุ้มกันหญิงสาวก็ตรวจทานทรัพย์สินที่นางมีอยู่ นางไม่สบายใจที่หีบเงินว
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2.2
“หลันฮูหยิน?”“คนที่นี่เรียกนางเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยเคยได้ยินข่าวลือช่วงที่เรากลับเมืองหลวงเดือนที่แล้ว นางก็คือฮูหยินน้อยตระกูลอวี้ หลันเฟิงเกอ เป็นบุตรสาวของแม่ทัพหลัน ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลหลันที่ยังมีชีวิตอยู่”“แม่ทัพหลันสองพ่อลูกเคยช่วยชีวิตข้าเอาไว้ในสนามรบ อันที่จริงข้าไม่เคยรู้ว่าเขามีบุตรสาว” หานจวินเจ๋อมองสตรีที่สวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอก จากจุดที่มองเห็นนั้นไกลมาก เพียงเห็นว่านางนั่งอยู่บนเก้าอี้ มองดูคนดูแลหมู่บ้านคุกเข่าลงร้องขอความเมตตา“คนของนางนับว่าฝีมือไม่เลว วุ่นวายถึงเพียงนี้ก็ยังสามารถคุ้มกันนางเอาไว้ได้”“นั่นเป็นคนของตระกูลเซิงขอรับ พี่สะใภ้ของนางเป็นคนตระกูลเซิง เซิงซือซือ ได้ยินมาว่านางเป็นคนส่งหลันฮูหยินออกมาจากเมืองหลวง”หานจวินเจ๋อขมวดคิ้วหันไปมองคนของตัวเอง “เจ้ากลับเมืองหลวงไปไม่กี่วัน ดูเหมือนจะรู้เรื่องของจวนตระกูลอวี้ดีทีเดียว”อีกฝ่ายรีบคุกเข่าลง “มิได้พ่ะย่ะค่ะ”“ทูลท่านอ๋อง น้องสะใภ้ของเขาถูกขายออกมาจากจวนตระกูลอวี้พ่ะย่ะค่ะ”“อ้อ บังเอิญยิ่ง แล้ว...น้องสะใภ้ของเจ้ารู้อะไรมาอีกบ้าง”“ดูเหมือน...มีการกล่าวหาว่าหลันฮูหยินคบชู้ดังนั้นนางจึงถูกโบยตี
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2.3
เสร็จไปหมู่บ้านหนึ่งนางยังต้องไปจัดการอีกสองที่ และทั้งสองที่นางทำแบบเดียวกัน นั่นก็คือจัดแบ่งให้คนที่ช่วยนางจัดการ ที่เหลือนางล้วนจัดสรรคืนให้ชาวบ้าน โดยที่ตัวนางเองนั้นไม่ได้เก็บเอาไว้เช่นกันกับหมู่บ้านติงชุน... หัวหน้าหมู่บ้านพาชาวบ้านมาคุกเข่าเพื่อขอบคุณ หลังได้ยินมาว่านับจากนี้ผลผลิตที่พวกเขาเสียหยาดเหงื่อไปนั้น จะถูกเก็บเป็นค่าเช่าที่ดินเพียงส่วนเดียว ที่เหลือพวกเขาล้วนเก็บเอาไว้กินเอง หรือแม้กระทั่งนำมาขายเพื่อประทังชีวิตจางซานกับหูสือที่เดินทางไปยังเมืองหลวงกลับมาแล้ว พร้อมกันนั้นก็นำจดหมายตอบกลับมาจากเซิงซือซือ อีกฝ่ายตอบรับคำขอร้องของนางอย่างยินดี ทั้งยังกล่าวชมว่านางนั้นฉลาดหลักแหลมส่วนเรื่องใดที่ว่านางฉลาดหลักแหลมน่ะหรือ...ทุกคนถูกเรียกมารวมตัวกันอีกครั้ง ซานเหอย่วนดูคับแคบไปถนัดตา คนคุ้มกันยี่สิบ สาวใช้อีกสาม แม่นมเซิง รวมตัวนางก็ยี่สิบห้าคนเข้าไปแล้วหญิงสาวนำหนังสือขายตัวเป็นทาสยี่สิบสามใบออกมาออกมา ทั้งหมดนี้นางซื้อต่อมาจากตระกูลเซิง ทั้งคนคุ้มกันและสาวใช้ “นี่เป็นหนังสือขายตัวทั้งหมดของพวกท่าน ไม่ปิดบังพวกท่านข้าซื้อมาทั้งหมดแล้วยี่สิบสามใบยี่สิบสามคน ข้า...จะมอบค
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2.4
หญิงสาววางพู่กันรั้งแขนเสื้อขึ้นเท้าสะเอว สายตามองภาพที่ตัวเองวาดก็ได้แต่ส่ายหน้า อักษรของนางยังพอดูได้ แต่ให้วาดรูป... “เจ้าไปถามหัวหน้าหมู่บ้าน ที่นี่มีช่างไม้หรือไม่”“เหตุใดถามหาช่างไม้เจ้าคะ”“เพราะข้า...อยากลองทำกังหันน้ำ”“กัน...หัน...น้ำ??”“ไม่ใช่ กังหันน้ำต่างหาก วงล้อที่จะผันน้ำเข้าไปในท้องทุ่งเรือกสวน หากไม่ต้องการก็สามารถเลื่อนท่อหรือตัวส่งน้ำออกไม่ให้น้ำไหลลงมา ไม่ต้องเปลี่ยนทิศทางน้ำถาวร แต่ผันน้ำเข้าเท่าที่เราต้องการเท่านั้น”ช่างไม้ถูกพาตัวมาหานางจริงๆ หญิงสาววาดรูปอธิบายให้เขาฟังหลายรอบ กว่าจะได้สิ่งที่นางต้องการ ครั้งแรกนางทำเพียงกังหันน้ำจำลองอันเล็กๆ จากนั้นพาชาวบ้านไปที่ลำธารบนเขา ลำธารน้ำไหลแรงตลอดปีเพราะเป็นต้นน้ำสำคัญ กังหันที่ใช้ไม้ไผ่โค้งเป็นวงกลม ใช้เถาวัลย์มัดเกี่ยว ส่วนปลายใช้กระบอกไม้ไผ่ขนาดใหญ่มัด ระหว่างกระบอกไม้ไผ่ยังมีแผ่นไม้ที่ใช้เป็นใบพัดซึ่งจะหมุนเมื่อสายน้ำไหลผ่าน”น้ำจากกระบอกไม้ไผ่ที่ถูกกังหันหมุนขึ้น จะเทลงไปยังร่องไม้ไผ่ที่ถูกเจาะ ยิ่งขนาดใหญ่ ยิ่งมีหลายกระบอก ก็จะยิ่งส่งน้ำได้มาก “หรือไม่หากพวกท่านลองขุดคลองเล็กๆ ใช้ดินเหนียวทำเป็นคูส่งน้ำ ห
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2.5
“เดือนที่แล้วท่านอ๋องเห็นตอนที่ท่านมาที่หมู่บ้าน ช่วยชาวบ้านเอาไว้จากคนคดโกง”“เกิดอะไรขึ้น” นางถาม“ท่านอ๋องโดนลอบโจมตีตอนที่กำลังขึ้นเขาไปล่าหมาป่า ดูเหมือนจะเป็นคนของจินซาไห่ ไม่รู้ว่าพวกเขารู้ความเคลื่อนไหวของท่านอ๋องได้อย่างไร”“แล้วเหตุใดพามาที่นี่” นางมองบุรุษอีกคนเปิดเสื้อของคนเจ็บออก บ้านหลังนี้เป็นแต่เพียงโรงนาโล่งๆ มีเตียงนอนไม่มีห้องหับมิดชิด ดังนั้นจึงไม่อาจซุกซ่อนสิ่งใด“พากลับป้อมคงไม่ทันการณ์ ท่านพอจะมีหมอหรือคนที่รู้เรื่องการทำแผลที่นี่หรือไม่ หรือหากมีสมุนไพรห้ามเลือด ผ้าขาวสะอาด น้ำร้อน ยาห้ามเลือดข้าใช้หมดแล้ว ไม่อาจรั้งรอ”“เสี่ยวหวนเจ้าออกไปก่อไฟต้มน้ำ ท่านป้าหวังท่านพอจะมีผ้าสะอาดหรือไม่เจ้าคะ...” ยังพูดไม่ทันจบก็ขมวดคิ้วเพราะส่วนใหญ่ชาวบ้านล้วนใช้ผ้าฝ้ายเก่าๆ นางเดินไปรื้อห่อผ้า ในนั้นมีชุดของนางที่ดูจะใช้ได้ที่สุด “เสี่ยวอิงนำไปฉีกเป็นริ้ว พี่จางซาน” นางหันไปยังคนคุ้มกัน “ท่านกลับไปที่ซานเหอย่วนของข้า ให้แม่นมเซิงจัดการหาสมุนไพรห้ามเลือดและสมุนไพรแก้ไข้เท่าที่มี ท่านรีบกลับมาให้เร็วที่สุด”“ขอรับ”“ท่านทำอะไร!” นางหลุดอุทานออกมา หลังเห็นบุรุษที่อยู่ใกล้หานจวิน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2.5
“ไปรอที่กังหันของท่านแล้วขอรับ วันนี้จะต้องติดตั้งให้เสร็จ ข้าวในนาของพวกเราจะต้องงอกงามได้น้ำอุดมสมบูรณ์เสียที”เสียงที่เต็มไปด้วยความหวังนั้น ทำให้หานจวินเจ๋อรู้สึกประหลาดใจ เขาประคองตัวเองลุกขึ้นกระทั่งพบว่ามีคนเปลี่ยนชุดให้ตัวเอง เป็นชุดเรียบง่ายที่ตัดเย็บจากผ้าฝ้ายเก่าๆแผ่นหลังร้าวระบม ตัวเขามีไข้เล็กน้อยแถมรู้สึกกระหาย ชายหนุ่มรินชาเย็นชืดขึ้นดื่ม สวมเสื้อคลุมที่วางอยู่จากนั้นก้าวออกมาด้านนอก คนของเขาเห็นก็เบิกตากว้าง“ท่านอ๋อง!”“ที่นี่ที่ไหน”“หมู่บ้านเป่ยเจียงพ่ะย่ะค่ะ หลันฮูหยินผู้นั้นเป็นคนช่วยเย็บแผลให้ท่าน” เสิ่นจ้งรีบรายงาน “ข้าน้อยให้คนแจ้งข่าวไปยังป้อมเป่ยหยวนแล้ว ทางเราไม่มีสิ่งใดน่ากังวล”ห่างออกไปมีเสียงของชาวบ้านกำลังช่วยกันทำบางอย่าง น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยน้ำหนึ่งใจเดียว กงล้อขนาดใหญ่ถูกยกขึ้น เสียงของสตรีนางหนึ่งตะโกนบอก นางกำชับหลายประโยคจากนั้นชาวบ้านก็ช่วยกันขยับกงล้อนั้น นานมาก...กงล้อนั้นก็เริ่มหมุน เสียงตะโกนด้วยความดีใจ เสียงปรบมือ กับท่าทียินดีสุดแสนของชาวบ้าน“พวกเขาเรียกมันว่ากังหันน้ำพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง นางเป็นคนต้นคิด เป็นคนออกแบบ ได้ยินมาว่าที่หมู่บ้าน
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status