Partager

ที่ระบาย

last update Date de publication: 2026-07-27 00:53:21

“ฮูหยินหลับไปแล้วเจ้าค่ะ”

ได้ยินเสียงเหมยกั๋วเอ่ยปากออกมาด้วยน้ำเสียงหนักใจ

ดวงตาหงส์อันแสนหนักอึ้งก็ค่อยๆ เผยอขึ้นพร้อมกับความเมื่อยขบที่เต็มไปทั่วสรรพางค์กาย แขนข้างหนึ่งที่ถูกใช้หนุนนอนเป็นหมอนรู้สึกชาไปหมด

ทำได้เพียงขยับกายเล็กน้อยเท่านั้น ประตูไม้บานใหญ่ก็ถูกเปิดออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวตรงเข้ามาหานาง

แสงไฟจากตะเกียงสะท้อนให้เห็นเสี้ยวใบหน้าคมที่ขมวดคิ้วเครียดขมึง เส้นผมยาวดำขลับพลิ้วไหวตามแรงลมและความเร็วยามก้าวเดิน ดวงตาดุจมังกรคู่นั้นกำลังจ้องมองนางคล้ายมองคนแปลกหน้าคนหนึ่ง

แม้ภายในใจจะร่ำไห้ ทว่าดวงหน้าหวานกลับเปื้อนยิ้มจางๆ

“ท่านพี่ มีอะไรหรือเจ้าคะ” อวิ๋นถิงยืดตัวขึ้นยืน รีบซุกซ่อนปิ่นเงินอันนั้นลงก่อนจะใช้ผ้าเช็ดหน้าปกปิดไว้อย่างแนบเนียน

จ้าวเฟิงเยี่ยนหยุดลงตรงหน้านางเพียงหนึ่งก้าว

นางยังแสร้งกระตุกยิ้ม เอ่ยวาจาอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายได้แต่จ้องมองอย่างเงียบๆ

“ท่านพี่ คืนนี้เป็นคืนมงคลของท่าน...ท่านมิควรจะออกจากห้องหอเช่นนี้”

เสียงแว่วหวานนั้นแผ่วลงในช่วงท้าย จมูกร้อนแดงขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ดวงตากลมโตคู่นั้นหลุบต่ำลง

ชายหนุ่มเม้มปากแน่น มองดูกิริยาท่าทางของนางแล้วมือทั้งสองข้างก็บีบเข้าหากันแรงๆ พวงแก้มที่เคยแดงเปล่งปลั่งราวกับลูกท้อเมื่อครั้งนั้นซีดเซียวไร้สีเลือด คราบน้ำตายังแต่งแต้มเป็นทางยาว

ในขณะที่บรรยากาศภายในอึมครึมจนได้ยินเสียงลมหายใจซึ่งกันและกัน ร่างบอบบางก็สะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ๆ ท่อนแขนของนางก็ถูกฉุดกระชากอย่างรุนแรงจนนางถลาเข้าไปปะทะกับอกกำยำแข็งแรง ริมฝีปากหยักโน้มลงมาบดขยี้กลีบปากของนางจนรู้สึกเจ็บอยู่บ้าง

เมื่อได้สติ ร่างที่แข็งเกร็งอย่างตกใจเมื่อครู่ค่อยๆ ผ่อนลง เปลือกตาพริ้มลง มือทั้งสองข้างเอื้อมไปโอบเอวสอบไว้หลวมๆ ด้วยความเคยชิน ปล่อยให้อีกฝ่ายกระทำต่อร่างกายของนางอย่างไร้ซึ่งการขัดขืน

ตลอดสามปีที่ผ่านมา...ถึงแม้จ้าวเฟิงเยี่ยนจะมีท่าทีเย็นชาต่อนาง มองดูนางคล้ายกับนางเป็นเพียงสิ่งของชิ้นหนึ่ง ทว่าเรื่องการเข้าหอเขาก็ปฏิบัติต่อนางอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน

“ท่านพี่...”

อวิ๋นถิงหอบหายใจ ดวงตาหวานปรือมองอย่างตั้งคำถาม ถึงแม้เรื่องบนเตียงจะมิใช่เรื่องแปลกใหม่ต่อนาง ทว่าสิ่งหนึ่งที่นางไม่เข้าใจคือเพราะเหตุใดอีกฝ่ายถึงได้มาหานางในค่ำคืนเช่นนี้ แล้วองค์หญิงผิงหยางเล่า...

จ้าวเฟิงเยี่ยนปล่อยให้นางเอ่ยวาจาได้แค่นั้นก็ก้มลงขบริมฝีปากนางแรงๆ อ้อมแขนแข็งแรงช้อนร่างเบาหวิวขึ้นแนบอกก่อนที่ร่างสูงตระหง่านจะก้าวดุ่มๆ ตรงไปยังเตียงหลังใหญ่ มือข้างหนึ่งปลดสายคาดเอวของนางออกอย่างง่ายดาย

อวิ๋นถิงเหลือบมองท่าทางร้อนรนที่ดูต่างไปจากทุกทีด้วยความแปลกประหลาด นางทำได้เพียงเก็บซ่อนความพิศวงอยู่ในใจ ลองเป็นเช่นนี้แล้วถึงแม้จะถามออกไปอีกสักกี่ประโยคเขาก็ไม่มีทางตอบนางแน่นอนว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

ร่างสูงใหญ่ที่ร้อนรุ่มดั่งไฟแผดเผาแนบชิดผิวกายขาวนุ่มปานหิมะจนนางตัวสั่นเล็กน้อย ถึงแม้ค่ำคืนนี้นางจะยังมิได้ยินเสียงของเขากล่าวอะไรเลยสักประโยค ทว่าการเคลื่อนไหวของเขากลับแฝงความรู้สึกเร่าร้อนแปลกประหลาดไปกว่าทุกที

เสียงหอบหายใจดังกระเส่าไปทั่วห้อง แสงไฟสลัวจากตะเกียงยังเปล่งประกายให้เห็นซึ่งกันและกันอย่างเลือนราง

และไม่รู้ว่าเขากินอะไรผิดไปหรือไม่...การกระทำของเขาครั้งนี้ถึงได้เต็มไปด้วยอารมณ์รุนแรงราวกับกระหายนางมาเนิ่นนาน

จนกระทั่งฟ้าสาง...ร่างกายบอบบางของนางที่ทนไม่ไหวจึงเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำไป ในขณะที่ชายหนุ่มยังแผดเผาเรือนกายนุ่มหยุ่นด้วยเพลิงสิเน่หาครั้งแล้วครั้งเล่า

น่าเสียดายที่ไม่มีผู้ใดเห็นดวงตามังกรที่เต็มไปด้วยความเฉยชาคู่นั้นมองนางที่สลบไปด้วยความลึกซึ้งชั่วขณะหนึ่งก่อนที่จะดำทะมึนลงอย่างรวดเร็ว

--------------------------------------------------------------------------------------

ผ้าเย็นๆ ผืนหนึ่งแตะลงบนหน้าผากของนางอย่างแผ่วเบา ในขณะที่หัวคิ้วทั้งสองขมวดติดกันแน่นเมื่อสัมผัสได้ถึงความปวดเมื่อยไปทั้งตัวราวกับถูกม้าหลายตัววิ่งทับนางซ้ำๆ

เหมยกั๋วมองอีกฝ่ายน้ำตาคลอ มือยังใช้ผ้าชุบน้ำหมาดลูบไล้ผิวกายเจ้านายอย่างอ่อนโยน

“ฮูหยิน ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” ละล่ำละลักถาม มือหนึ่งปาดน้ำตาออก “ทั้งๆ ที่ท่านแม่ทัพก็ทราบว่าฮูหยินสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง เหตุใดถึงได้ทำร้ายท่านถึงเพียงนั้น หากรู้ว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้เมื่อคืนข้าคงไม่ปล่อยให้ท่านแม่ทัพเข้ามารบกวนท่าน”

อวิ๋นถิงก้มลงมองร่างกายตัวเองที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำแดงมากมายไปหมด หลังจากนั้นก็หัวเราะคิก ถึงแม้ร่องรอยพวกนี้จะดูน่ากลัว แต่นางมิได้รู้สึกเจ็บแม้เพียงเล็กน้อยเลยด้วยซ้ำ ทว่าเด็กสาววัยปักปิ่นเช่นเหมยกั๋วหรือจะเข้าใจ

นางหัวเราะคิกก่อนจะเอื้อมมือไปแตะศีรษะอีกฝ่ายเบาๆ

“ข้ามิเจ็บสักนิด”

“จริงหรือเจ้าคะ” เหมยกั๋วเบิกตากว้างราวกับไม่เชื่อ

“รอเจ้าโตกว่านี้อีกหน่อยก็จะเข้าใจเอง”

ว่าไปแล้วก็อดคิดไปถึงคืนเข้าหอวันแรกไม่ได้ ตอนนั้นนางก็เพิ่งจะผ่านวัยปักปิ่นมาไม่นาน เรื่องเหล่านี้นางจึงกลัวเจ็บเป็นอย่างยิ่ง

แต่เพราะสามีของนางคือเขา...นางจึงเปิดรับด้วยความเต็มใจ

เมื่อครั้งแรกผ่านไป และเขาก็ไม่ได้รุนแรงกับนาง นางถึงได้เข้าใจว่าแท้จริงแล้วเรื่องสามีภรรยาพวกนี้ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวสักนิด อีกอย่างก็มีเพียงเวลานี้เวลาเดียวเท่านั้นที่เขาจะแนบชิดกับนาง...ให้ความสุขนางโดยที่ไม่ต้องเห็นดวงตาเย็นชานั่น

ขอเพียงชดเชยกับความเจ็บปวดที่เขาเคยได้รับ เรื่องเหล่านี้นางล้วนยินดีที่จะชดใช้ความผิดของสกุลอวิ๋น

อวิ๋นถิงกระพริบตาไล่ความขมขื่น

“ท่านแม่ทัพออกไปนานแล้วหรือยัง”

ถามไถ่ด้วยน้ำเสียงปกติ ที่ผ่านมาเมื่อผ่านพ้นเรื่องบนเตียงเหล่านี้ เขาก็มักจะกลับไปนอนที่เรือนบูรพา...เรือนส่วนตัวของเขาเสมอ เรือนหอมหมื่นลี้ ห้องหอซึ่งเป็นเรือนใหญ่แห่งนี้จึงกลายเป็นห้องส่วนตัวของนางไปโดยปริยาย

“เข้าวังไปตั้งแต่ยามอิ๋นแล้วเจ้าค่ะ”

นางพยักหน้าเล็กน้อย ดวงตายังฉายแววเป็นห่วงอย่างเปิดเผย หลายวันมานี้ฮ่องเต้มักจะส่งคนมาตามจ้าวเฟิงเยี่ยนเข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัวบ่อยครั้ง ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือไม่

“รีบอาบน้ำแต่งตัวเถิด”

เหมยกั๋วได้ยินดังนั้นจึงกระซิบเสียงเบา

“หากฮูหยินไม่ไหว ข้าจะไปบอกที่เรือนเซียงอี้...”

“ไม่เป็นไร ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว”

“แต่ว่า...” เหมยกั๋วอิดออด เหลือบตาไปมองถ้วยยาที่ยังวางอยู่บนโต๊ะเย็นชืด ดูก็รู้ว่าเมื่อคืนนี้อีกฝ่ายไม่ได้ดื่มยาที่นางเตรียมมาให้

“ทำตามที่ข้าบอกเถิด”

ว่าไปแล้วดวงตาก็ปรากฏความเหน็ดเหนื่อย เมื่อคิดไปถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้าแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ฮูหยินเอก   Special หนังสือหย่าของข้าเล่า?

    มีอยู่ครั้งหนึ่งที่อวิ๋นถิงนึกถึงหนังสือหย่าของเขาขึ้นมา...ร่างบอบบางกำลังวุ่นอยู่กับการเดินไปเดินมาพลิกหาสิ่งของคิ้วขมวด นางจำได้ว่าตอนที่กลับมายังจวนโหวนางเอาตั้งไว้ใต้เตียงนี่ แล้วมันหายไปไหนกันในขณะที่กำลังคิดอย่างงงงวย ร่างของสามีก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางไม่ชอบใจนัก“เจ้าหนีมาที่เรือนหอมหมื่นลี้มิบอกข้าอีกแล้ว”“ข้ามิได้หนีท่าน ข้าแค่กลับมาหาของต่างหาก”แม่ทัพบูรพาทิ้งตัวลงนั่ง มองนางที่ใบหน้ายับยู่ หัวคิ้วขมวดติดกัน จากนั้นจึงเอ่ยถามออกไปไม่ได้ มีสิ่งใดที่ทำให้ภรรยาเขาขึ้งเครียดถึงเพียงนี้!“ที่แท้เจ้ากำลังหาอันใดอยู่กันแน่”อวิ๋นถิงขบเม้มริมฝีปากอย่างกระอักกระอ่วน ไม่รู้ว่ากล่าวออกไปแล้วเขาจะมีโทสะหรือไม่“หนังสือหย่าที่ท่านเคยให้ข้า”ว่าไปแล้วก็ได้แต่ชำเลืองมองเขาอย่างไม่มั่นใจนักทว่าผิดกับที่นางคาดคิดไว้เหลือเกิน! นอกจากเขาจะไม่ถลึงตามองใส่นางด้วยความไม่พอใจหรือลากนางไป ‘ลงโทษ’ จ้าวเฟิงเยี่ยนยังเค้นเสียงหัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมไปหยิบกาน้ำชามาเทใส่จอกบนโต๊ะ ยกขึ้นจิบอึกหนึ่ง“เจ้าวางไว้ที่อื่นแล้วลืมหรือไม่”คนฟังรีบโคลงศีรษะ“ตั้งแต่มาที่นี่ ข้าก็มิได้ย้ายไปเก็บไว้ที

  • ฮูหยินเอก   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษ 1 (องค์หญิงผิงหยาง)เสียงล้อรถและเสียงฝีเท้าของอาชาดังเข้าหู ร่างกายของนางสั่นคลอนเพราะการเคลื่อนไหวผ่านเส้นทางที่เต็มไปด้วยหินเล็กหินน้อยมากมายคนที่ร่วมเดินทางไปกับนางพวกนี้ ก็คือทหารของแคว้นหมิงหลัน คนของเป่ยเว่ยโหวที่ส่งมาคุ้มกันนาง หรืออีกนัยหนึ่งจะบอกว่ามาควบคุมมิให้นางหนีออกไปหรือทำอะไรได้ตามอำเภอใจหนังสือหย่าฉบับหนึ่งถูกวางลงพร้อมกับเสียงพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ อย่างครุ่นคิด ประโยคสนทนาของเขาวันนั้นยังทำให้นางหนักใจอยู่หลายส่วน‘ท่านโหวเรียกข้า มีอันใดหรือเปล่าเจ้าคะ’‘เจ้ายังคิดถึงคนรักอยู่อีกหรือไม่’‘เรื่องนั้น...’ นางมองจ้าวเฟิงเยี่ยนอย่างพิศวง เหตุใดจู่ๆ วันนี้ถึงได้เรียกนางมาคุยเรื่องนี้ ทั้งที่จริงแล้วเขาจะปล่อยให้นางอยู่อย่างอ้างว้างในจวนนี้ตามลำพังก็ยังได้‘เมื่อคืนข้าคุยกับฝ่าบาท เรื่องที่ข้าจะหย่าให้เจ้ากลับแคว้นเหลียง’‘ท่านโหวกล่าวจริงหรือไม่’‘สิ่งที่ข้าทำให้ถิงถิงได้ ข้าก็จะทำ’‘แล้วฝ่าบาทว่าอย่างไรบ้างเจ้าคะ’‘เรื่องหย่ามิใช่ปัญหา แต่ติดอยู่เรื่องเดียว...’ ตอนแรกฮ่องเต้ก็มีท่าทีไม่พอใจนัก แต่เมื่อเขาเอ่ยปากว่าหากมิยินยอมเขาจะลาออกจากราชการแล้วพามารดาแล

  • ฮูหยินเอก   บทส่งท้าย

    หลังจากที่ฮูหยินผู้เฒ่ากระอักเลือดไปในวันนั้น นางก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง มิได้ออกมาพบหน้าผู้คนอีกหลังจากที่องค์หญิงผิงหยางบอกกล่าวต่อนางในวันนั้น หลังจากนั้นอีกสามวันแม่ทัพบูรพาก็หย่าขาดจากนาง โดยให้เหตุผลว่านางแต่งเข้าจวนแม่ทัพมาห้าปี แต่มิสามารถมอบบุตรให้สามีได้หลังจากที่สามีภรรยารักใคร่กลมเกลียว จ้าวเฟิงเยี่ยนจึงถือวิสาสะจัดพิธีเปลี่ยนแซ่ของบุตรชาย กลายเป็นจ้าวเทียนอี้ คุณชายใหญ่แห่งจวนแม่ทัพบูรพา รวมไปถึงเขาสามารถหลอกล่อให้บุตรชายเรียกว่าท่านพ่อได้แล้วด้วยหลังจากที่แม่ทัพบูรพาลาราชการโดยหายไปจากวังหลวงโดยไม่บอกกล่าว เขาก็ถูกฮ่องเต้ส่งไปปราบโจรทางเหนือ...ถึงแม้จะเป็นเพียงโจรกลุ่มเล็กๆ แต่ก็ใช้เวลาไปร่วมสามเดือนแล้วก็ยังมิได้กลับเมืองหลวง นั่นคือการลงโทษเป่ยเว่ยโหวจากฮ่องเต้ ที่กลั่นแกล้งมิให้ได้ใกล้ชิดภรรยา เพราะเขาหลงภรรยาจนลืมการงานมากเกินไป!ท่ามกลางความมืดสงัด ประตูเรือนหอมหมื่นลี้ก็ถูกเปิดออกพร้อมกับปรากฏร่างชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งย่างเท้าเข้ามาด้วยความเบา เขาเดินไปจุดตะเกียงดวงหนึ่งพอให้เห็นภาพภายในทันทีที่แสงไฟส่องสว่าง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความมืดมิดเมื่อครู่ก็ค่อยๆ อ่อนโยนลง

  • ฮูหยินเอก   วันนี้ขอลา!

    “เหตุใดวันนี้ถึงได้กลับมานอนที่เรือนหอมหมื่นลี้เล่าเจ้าคะ”เหมยกั๋วกระซิบถาม น้ำเสียงติดหยอกล้ออยู่บ้าง หลายวันที่ผ่านมานางเห็นอวิ๋นถิงเพียงไม่ถึงสามลมหายใจด้วยซ้ำ!“เหมยกั๋ว เจ้าเอาใหญ่แล้วนะ”“ข้าก็แค่เพียงถามดูเจ้าค่ะ”อวิ๋นถิงคลี่ยิ้ม มองดูอวิ๋นเทียนอี้ที่ค่อยๆ หลับอย่างมีความสุขไปแล้วหลังจากที่ชักชวนบิดาและน้องชายให้ค้างอยู่ที่นี่สักคืนหนึ่งไม่เป็นผล นางก็ได้ฝากผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งให้มารดา และให้คำมั่นว่านางจะพยายามหาโอกาสชวนจ้าวเฟิงเยี่ยนไปให้ได้คืนนี้เขาส่งคนมาบอกเพียงว่าอาจจะอยู่ในวังหลวงจนดึก นางจึงกลับมานอนที่เรือนหอมหมื่นลี้เป็นการชั่วคราวถือว่าเป็นการ ‘พักผ่อน’เหมยกั๋วขยับกายเข้าไปใกล้ “เหตุใดท่านถึงได้หน้าแดงเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ มิสบายอีกหรือ”อวิ๋นถิงถอนหายใจทั้งที่ใบหน้ายังแต้มไปด้วยรอยยิ้ม“อากาศร้อนไปหน่อย”นางว่าแล้วโบกมือไหว คล้ายจะไล่กลายๆ“เจ้าไปนอนเถิด คืนนี้ข้าดูแลอี้เอ๋อร์เอง”“เจ้าค่ะ”เหมยกั๋วรับคำอย่างแปลกใจทั้งที่หัวคิ้วขมวดติดกันเล็กน้อย นางเดินไปแล้วก็ใช้มือโบกกับอากาศเบาๆจะว่าไปอากาศคืนนี้ก็ค่อนข้างเย็นอยู่บ้าง โบกมือเบาๆ ก็ยังขนลุกซู่เจ้านายนางกลายเป

  • ฮูหยินเอก   ข้าคือท่านน้าต่างหาก!

    หลังจากฮูหยินผู้เฒ่ากระอักออกมาเป็นโลหิตสีแดงฉาน ทั้งจวนก็ดูวุ่นวายอยู่ไปพักใหญ่ จนกระทั่งหมอตู้ตรวจอาการเรียบร้อยและปล่อยให้ฮูหยินผู้เฒ่าได้พักผ่อน ภายในจวนถึงกลับมาสงบเรียบร้อยอีกครั้งหนึ่งหมอตู้บอกว่าฮูหยินผู้เฒ่าได้รับการกระทบจิตใจมากเกินไปเท่านั้นหลังจากนั้นจ้าวเฟิงเยี่ยนจึงเดินทางเข้าวังหลวงไปพร้อมกับฉีเหอ ปล่อยให้อวิ๋นถิง บิดาและน้องชายอยู่ด้วยกันตามลำพังครอบครัวอวิ๋นแลกเปลี่ยนสารทุกข์สุขดิบกันอย่างเพลิดเพลิน ต่างฝ่ายต่างเล่าความเป็นอยู่ของตัวเองที่ดำเนินมาด้วยความลำบากอยู่มาก จากนั้นถึงได้รู้ว่าหลังจากที่บิดามาตามหานางในครั้งนั้นแล้ว เมื่อกลับไปถึงบ้านมารดาของนางก็ล้มป่วยลง ต้องตระเวนตามหมอมาดูแลอาการ ต้มยาวันละสามครั้งมิให้ขาด จึงทำให้เขาและอวิ๋นอันต้องดูแลอีกฝ่ายมิได้ห่างเพราะเกรงว่าอาการจะกำเริบเมื่ออาการของมารดานางดีขึ้นเป็นลำดับ อวิ๋นหยางถึงได้ย้อนกลับมาที่จวนโหวอีกครั้งโดยมีอวิ๋นอันติดตามมาด้วยเพราะเกรงว่าบิดาจะเป็นอะไรไประหว่างการเดินทางได้ยินเช่นนั้นอวิ๋นถิงก็เบิกตากว้าง“เป็นเช่นนั้นแล้วผู้ใดดูแลท่านแม่เล่าเจ้าคะ”อวิ๋นหยางหัวเราะฮ่าๆ เหลือบมองบุตรชายอย่างมีความ

  • ฮูหยินเอก   ฮูหยินผู้เฒ่ากระอักเลือด

    “จางจิ้ง เจ้าช่วยข้าคิดหาวิธี นับวันเยี่ยนเอ๋อร์หลงสตรีชั่วร้ายนั่นใหญ่แล้ว อีกหน่อยก็คงมิเห็นหัวข้า” ฮูหยินผู้เฒ่าค่อนขอดในขณะที่สาวใช้เบื้องล่างได้แต่ถอนหายใจ“นายหญิง บ่าวคิดว่าฮูหยินน้อยก็มิได้เลวร้ายอะไร...”พลั่ก!!ฮูหยินผู้เฒ่าคว้าหมอนที่แนบอิงโยนใส่ใบหน้าอีกฝ่ายทันทีด้วยความกรุ่นโกรธ“แม้แต่เจ้าก็ยังเข้าข้างนางหรือ!”“บ่าวมิกล้าเจ้าค่ะ”จางจิ้งรีบโขกศีรษะลงกับพื้นแรงๆ นับวันฮูหยินผู้เฒ่าเริ่มใจร้อนไปกันใหญ่จนแทบควบคุมสติตัวเองไม่ได้ไปแล้ว“องค์หญิงผิงหยางก็เช่นกัน ถูกสามีเพิกเฉยเช่นนี้ยังจะทำตัวมีความสุขอยู่ได้”จางจิ้งได้แต่พัดไกวเจ้านายโดยไม่เอ่ยปากกล่าวอะไร นางได้แต่ฟังเงียบๆ อย่างจนใจเช่นกัน มู่อี๋เหนียงก็ถูกไล่ออกจากจวนไปแล้ว เมื่อไหร่นายหญิงจะเลิกทำให้จวนลุกเป็นไฟเสียทีจนกระทั่งได้ยินสาวใช้ข้างนอกพูดกัน ฮูหยินผู้เฒ่าถึงได้มีแววตาเป็นประกาย“นายท่านอวิ๋นมา รีบไปบอกท่านโหวเร็วเข้า”ไม่รอช้านางก็รีบออกไปจากเรือนเซียงอี้ ตรงไปยังห้องโถงใหญ่ท่ามกลางสายตาตระหนกตกใจของผู้คนโดยรอบนับสิบคู่ หากแต่มิมีใครกล้าคัดค้านฮูหยินผู้เฒ่ามายังห้องโถงก่อนจะเห็นร่างอวิ๋นหยางและร่างบุรุษวัยย

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status