共有

ที่ระบาย

last update 公開日: 2026-07-27 00:53:21

“ฮูหยินหลับไปแล้วเจ้าค่ะ”

ได้ยินเสียงเหมยกั๋วเอ่ยปากออกมาด้วยน้ำเสียงหนักใจ

ดวงตาหงส์อันแสนหนักอึ้งก็ค่อยๆ เผยอขึ้นพร้อมกับความเมื่อยขบที่เต็มไปทั่วสรรพางค์กาย แขนข้างหนึ่งที่ถูกใช้หนุนนอนเป็นหมอนรู้สึกชาไปหมด

ทำได้เพียงขยับกายเล็กน้อยเท่านั้น ประตูไม้บานใหญ่ก็ถูกเปิดออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวตรงเข้ามาหานาง

แสงไฟจากตะเกียงสะท้อนให้เห็นเสี้ยวใบหน้าคมที่ขมวดคิ้วเครียดขมึง เส้นผมยาวดำขลับพลิ้วไหวตามแรงลมและความเร็วยามก้าวเดิน ดวงตาดุจมังกรคู่นั้นกำลังจ้องมองนางคล้ายมองคนแปลกหน้าคนหนึ่ง

แม้ภายในใจจะร่ำไห้ ทว่าดวงหน้าหวานกลับเปื้อนยิ้มจางๆ

“ท่านพี่ มีอะไรหรือเจ้าคะ” อวิ๋นถิงยืดตัวขึ้นยืน รีบซุกซ่อนปิ่นเงินอันนั้นลงก่อนจะใช้ผ้าเช็ดหน้าปกปิดไว้อย่างแนบเนียน

จ้าวเฟิงเยี่ยนหยุดลงตรงหน้านางเพียงหนึ่งก้าว

นางยังแสร้งกระตุกยิ้ม เอ่ยวาจาอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายได้แต่จ้องมองอย่างเงียบๆ

“ท่านพี่ คืนนี้เป็นคืนมงคลของท่าน...ท่านมิควรจะออกจากห้องหอเช่นนี้”

เสียงแว่วหวานนั้นแผ่วลงในช่วงท้าย จมูกร้อนแดงขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ดวงตากลมโตคู่นั้นหลุบต่ำลง

ชายหนุ่มเม้มปากแน่น มองดูกิริยาท่าทางของนางแล้วมือทั้งสองข้างก็บีบเข้าหากันแรงๆ พวงแก้มที่เคยแดงเปล่งปลั่งราวกับลูกท้อเมื่อครั้งนั้นซีดเซียวไร้สีเลือด คราบน้ำตายังแต่งแต้มเป็นทางยาว

ในขณะที่บรรยากาศภายในอึมครึมจนได้ยินเสียงลมหายใจซึ่งกันและกัน ร่างบอบบางก็สะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ๆ ท่อนแขนของนางก็ถูกฉุดกระชากอย่างรุนแรงจนนางถลาเข้าไปปะทะกับอกกำยำแข็งแรง ริมฝีปากหยักโน้มลงมาบดขยี้กลีบปากของนางจนรู้สึกเจ็บอยู่บ้าง

เมื่อได้สติ ร่างที่แข็งเกร็งอย่างตกใจเมื่อครู่ค่อยๆ ผ่อนลง เปลือกตาพริ้มลง มือทั้งสองข้างเอื้อมไปโอบเอวสอบไว้หลวมๆ ด้วยความเคยชิน ปล่อยให้อีกฝ่ายกระทำต่อร่างกายของนางอย่างไร้ซึ่งการขัดขืน

ตลอดสามปีที่ผ่านมา...ถึงแม้จ้าวเฟิงเยี่ยนจะมีท่าทีเย็นชาต่อนาง มองดูนางคล้ายกับนางเป็นเพียงสิ่งของชิ้นหนึ่ง ทว่าเรื่องการเข้าหอเขาก็ปฏิบัติต่อนางอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน

“ท่านพี่...”

อวิ๋นถิงหอบหายใจ ดวงตาหวานปรือมองอย่างตั้งคำถาม ถึงแม้เรื่องบนเตียงจะมิใช่เรื่องแปลกใหม่ต่อนาง ทว่าสิ่งหนึ่งที่นางไม่เข้าใจคือเพราะเหตุใดอีกฝ่ายถึงได้มาหานางในค่ำคืนเช่นนี้ แล้วองค์หญิงผิงหยางเล่า...

จ้าวเฟิงเยี่ยนปล่อยให้นางเอ่ยวาจาได้แค่นั้นก็ก้มลงขบริมฝีปากนางแรงๆ อ้อมแขนแข็งแรงช้อนร่างเบาหวิวขึ้นแนบอกก่อนที่ร่างสูงตระหง่านจะก้าวดุ่มๆ ตรงไปยังเตียงหลังใหญ่ มือข้างหนึ่งปลดสายคาดเอวของนางออกอย่างง่ายดาย

อวิ๋นถิงเหลือบมองท่าทางร้อนรนที่ดูต่างไปจากทุกทีด้วยความแปลกประหลาด นางทำได้เพียงเก็บซ่อนความพิศวงอยู่ในใจ ลองเป็นเช่นนี้แล้วถึงแม้จะถามออกไปอีกสักกี่ประโยคเขาก็ไม่มีทางตอบนางแน่นอนว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

ร่างสูงใหญ่ที่ร้อนรุ่มดั่งไฟแผดเผาแนบชิดผิวกายขาวนุ่มปานหิมะจนนางตัวสั่นเล็กน้อย ถึงแม้ค่ำคืนนี้นางจะยังมิได้ยินเสียงของเขากล่าวอะไรเลยสักประโยค ทว่าการเคลื่อนไหวของเขากลับแฝงความรู้สึกเร่าร้อนแปลกประหลาดไปกว่าทุกที

เสียงหอบหายใจดังกระเส่าไปทั่วห้อง แสงไฟสลัวจากตะเกียงยังเปล่งประกายให้เห็นซึ่งกันและกันอย่างเลือนราง

และไม่รู้ว่าเขากินอะไรผิดไปหรือไม่...การกระทำของเขาครั้งนี้ถึงได้เต็มไปด้วยอารมณ์รุนแรงราวกับกระหายนางมาเนิ่นนาน

จนกระทั่งฟ้าสาง...ร่างกายบอบบางของนางที่ทนไม่ไหวจึงเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำไป ในขณะที่ชายหนุ่มยังแผดเผาเรือนกายนุ่มหยุ่นด้วยเพลิงสิเน่หาครั้งแล้วครั้งเล่า

น่าเสียดายที่ไม่มีผู้ใดเห็นดวงตามังกรที่เต็มไปด้วยความเฉยชาคู่นั้นมองนางที่สลบไปด้วยความลึกซึ้งชั่วขณะหนึ่งก่อนที่จะดำทะมึนลงอย่างรวดเร็ว

--------------------------------------------------------------------------------------

ผ้าเย็นๆ ผืนหนึ่งแตะลงบนหน้าผากของนางอย่างแผ่วเบา ในขณะที่หัวคิ้วทั้งสองขมวดติดกันแน่นเมื่อสัมผัสได้ถึงความปวดเมื่อยไปทั้งตัวราวกับถูกม้าหลายตัววิ่งทับนางซ้ำๆ

เหมยกั๋วมองอีกฝ่ายน้ำตาคลอ มือยังใช้ผ้าชุบน้ำหมาดลูบไล้ผิวกายเจ้านายอย่างอ่อนโยน

“ฮูหยิน ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” ละล่ำละลักถาม มือหนึ่งปาดน้ำตาออก “ทั้งๆ ที่ท่านแม่ทัพก็ทราบว่าฮูหยินสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง เหตุใดถึงได้ทำร้ายท่านถึงเพียงนั้น หากรู้ว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้เมื่อคืนข้าคงไม่ปล่อยให้ท่านแม่ทัพเข้ามารบกวนท่าน”

อวิ๋นถิงก้มลงมองร่างกายตัวเองที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำแดงมากมายไปหมด หลังจากนั้นก็หัวเราะคิก ถึงแม้ร่องรอยพวกนี้จะดูน่ากลัว แต่นางมิได้รู้สึกเจ็บแม้เพียงเล็กน้อยเลยด้วยซ้ำ ทว่าเด็กสาววัยปักปิ่นเช่นเหมยกั๋วหรือจะเข้าใจ

นางหัวเราะคิกก่อนจะเอื้อมมือไปแตะศีรษะอีกฝ่ายเบาๆ

“ข้ามิเจ็บสักนิด”

“จริงหรือเจ้าคะ” เหมยกั๋วเบิกตากว้างราวกับไม่เชื่อ

“รอเจ้าโตกว่านี้อีกหน่อยก็จะเข้าใจเอง”

ว่าไปแล้วก็อดคิดไปถึงคืนเข้าหอวันแรกไม่ได้ ตอนนั้นนางก็เพิ่งจะผ่านวัยปักปิ่นมาไม่นาน เรื่องเหล่านี้นางจึงกลัวเจ็บเป็นอย่างยิ่ง

แต่เพราะสามีของนางคือเขา...นางจึงเปิดรับด้วยความเต็มใจ

เมื่อครั้งแรกผ่านไป และเขาก็ไม่ได้รุนแรงกับนาง นางถึงได้เข้าใจว่าแท้จริงแล้วเรื่องสามีภรรยาพวกนี้ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวสักนิด อีกอย่างก็มีเพียงเวลานี้เวลาเดียวเท่านั้นที่เขาจะแนบชิดกับนาง...ให้ความสุขนางโดยที่ไม่ต้องเห็นดวงตาเย็นชานั่น

ขอเพียงชดเชยกับความเจ็บปวดที่เขาเคยได้รับ เรื่องเหล่านี้นางล้วนยินดีที่จะชดใช้ความผิดของสกุลอวิ๋น

อวิ๋นถิงกระพริบตาไล่ความขมขื่น

“ท่านแม่ทัพออกไปนานแล้วหรือยัง”

ถามไถ่ด้วยน้ำเสียงปกติ ที่ผ่านมาเมื่อผ่านพ้นเรื่องบนเตียงเหล่านี้ เขาก็มักจะกลับไปนอนที่เรือนบูรพา...เรือนส่วนตัวของเขาเสมอ เรือนหอมหมื่นลี้ ห้องหอซึ่งเป็นเรือนใหญ่แห่งนี้จึงกลายเป็นห้องส่วนตัวของนางไปโดยปริยาย

“เข้าวังไปตั้งแต่ยามอิ๋นแล้วเจ้าค่ะ”

นางพยักหน้าเล็กน้อย ดวงตายังฉายแววเป็นห่วงอย่างเปิดเผย หลายวันมานี้ฮ่องเต้มักจะส่งคนมาตามจ้าวเฟิงเยี่ยนเข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัวบ่อยครั้ง ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือไม่

“รีบอาบน้ำแต่งตัวเถิด”

เหมยกั๋วได้ยินดังนั้นจึงกระซิบเสียงเบา

“หากฮูหยินไม่ไหว ข้าจะไปบอกที่เรือนเซียงอี้...”

“ไม่เป็นไร ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว”

“แต่ว่า...” เหมยกั๋วอิดออด เหลือบตาไปมองถ้วยยาที่ยังวางอยู่บนโต๊ะเย็นชืด ดูก็รู้ว่าเมื่อคืนนี้อีกฝ่ายไม่ได้ดื่มยาที่นางเตรียมมาให้

“ทำตามที่ข้าบอกเถิด”

ว่าไปแล้วดวงตาก็ปรากฏความเหน็ดเหนื่อย เมื่อคิดไปถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้าแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • ฮูหยินเอก   ตั้งครรภ์

    “ฮูหยินเป็นอย่างไรบ้างท่านหมอ”น้ำเสียงละล่ำละลักถามอย่างตระหนกของเหมยกั๋วทำให้อวิ๋นถิงพยายามลืมตาขึ้นมองทันทีที่เห็นเพดานด้านบน กลิ่นบุปผาจากน้ำมันหอมดอกไป่เหออันเป็นกลิ่นประจำตัวของนางแล้ว นางก็พอจะเดาออกว่าที่นี่คือเรือนหอมหมื่นลี้แล้ว“ฮูหยินน้อย”หมอตู้ก้มหน้าลงอย่างกระอักกระอ่วนอย่างไม่รู้ว่าควรจะพูดออกไปดีหรือไม่หากแต่อวิ๋นถิงกลับกระตุกยิ้ม แฝงไปด้วยความเศร้า“ตั้งแต่เกิดมาสุขภาพข้าก็มิแข็งแรง กล่าวมาเถิดว่าร่างกายข้าเป็นอะไรไปอีก”“เรียนฮูหยินน้อย ท่านตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วขอรับ” หมอตู้กล่าวออกมาแผ่วเบาในขณะที่คนฟังกลั้นหายใจด้วยแววตาสั่นระริก “เนื่องจากร่างกายท่านไม่แข็งแรงอยู่แล้ว ยามตั้งครรภ์จึงต้องดูแลให้ดีเป็นพิเศษ ข้าน้อยจะสั่งเทียบยาไว้ให้...”ทั้งอวิ๋นถิงและเหมยกั๋วหันสบตากันอย่างหนักใจ มือบอบบางยกขึ้นนวดระหว่างคิ้วอย่างใช้ความคิด เรื่องมงคลที่เกิดขึ้นในสถานการณ์เช่นนี้ย่อมไม่ดีนัก นางไม่คิดว่าร่างกายอ่อนแอกว่าคนทั่วไปเช่นนี้จะสามารถตั้งครรภ์ได้ถึงจะตั้งครรภ์แล้วอย่างไร...ผู้อื่นนางล้วนไม่ใส่ใจนัก สิ่งที่นางกลัวคือจ้าวเฟิงเยี่ยนจะรู้สึกอย่างไร เขาจะยินดีที่นางมีบ

  • ฮูหยินเอก   เดียวดายในจวนแม่ทัพ

    เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ในที่สุดร่างบอบบางคล้ายกิ่งเหมยร่างหนึ่งก็ยืนหยัดอยู่หน้าเรือนเซียงอี้ตามจารีตประเพณีแล้ว นางต้องพาสะใภ้ทุกคนในบ้านมาเคารพแม่สามีพร้อมหน้าพร้อมตากัน ทว่าวันนี้นางกลับตื่นสายไปถึงหนึ่งชั่วยาม เดาได้ว่ามู่ลี่เจินและองค์หญิงแคว้นเหลียงคงจะเข้าไปภายในแล้วนี่คือสิ่งที่นางอึดอัด...ปกติมาเคารพตามเวลาก็ถูกเพ่งเล็งอยู่แล้ว วันนี้นางมาสายเช่นนี้ นางมั่นใจว่าแม่สามีจะต้องหาเรื่องลงโทษอีกแน่นอนเมื่อสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ มือเย็นเฉียบถูกันไปมา ในที่สุดก็ตัดสินใจผลักประตูเข้าไปดวงตากลมโตเหลือบมองภายในห้องอย่างรวดเร็ว บนเตียงฮูหยินผู้เฒ่ากำลังนอนให้หมอตู้ตรวจชีพจร ส่วนมู่ลี่เจินและองค์หญิงผิงหยางยืนอย่างสงบเสงี่ยมอยู่ปลายเตียง รวมไปถึงสาวใช้อีกสองคนกำลังจับจ้องนางเป็นตาเดียวอวิ๋นถิงก้าวเข้าไปพอประมาณ คุกเข่าลงมิได้เอ่ยวาจา รอจนหมอตู้ผละออกจากร่างฮูหยินผู้เฒ่า หลังจากนั้นคนบนเตียงถึงได้หยัดแขนลุกขึ้นนั่ง จ้องมองไปที่สะใภ้เอกอย่างชิงชังโดยไม่คิดปิดบัง“ข้าคิดว่าเจ้าจะมิมาแล้วเสียอีก”“ถิงถิงจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ถิงถิงขออภัยท่านแม่ เป็นเพราะร่างกายยังไม่แข็งแรงดี ถึ

  • ฮูหยินเอก   ที่ระบาย

    “ฮูหยินหลับไปแล้วเจ้าค่ะ”ได้ยินเสียงเหมยกั๋วเอ่ยปากออกมาด้วยน้ำเสียงหนักใจดวงตาหงส์อันแสนหนักอึ้งก็ค่อยๆ เผยอขึ้นพร้อมกับความเมื่อยขบที่เต็มไปทั่วสรรพางค์กาย แขนข้างหนึ่งที่ถูกใช้หนุนนอนเป็นหมอนรู้สึกชาไปหมดทำได้เพียงขยับกายเล็กน้อยเท่านั้น ประตูไม้บานใหญ่ก็ถูกเปิดออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวตรงเข้ามาหานางแสงไฟจากตะเกียงสะท้อนให้เห็นเสี้ยวใบหน้าคมที่ขมวดคิ้วเครียดขมึง เส้นผมยาวดำขลับพลิ้วไหวตามแรงลมและความเร็วยามก้าวเดิน ดวงตาดุจมังกรคู่นั้นกำลังจ้องมองนางคล้ายมองคนแปลกหน้าคนหนึ่งแม้ภายในใจจะร่ำไห้ ทว่าดวงหน้าหวานกลับเปื้อนยิ้มจางๆ“ท่านพี่ มีอะไรหรือเจ้าคะ” อวิ๋นถิงยืดตัวขึ้นยืน รีบซุกซ่อนปิ่นเงินอันนั้นลงก่อนจะใช้ผ้าเช็ดหน้าปกปิดไว้อย่างแนบเนียนจ้าวเฟิงเยี่ยนหยุดลงตรงหน้านางเพียงหนึ่งก้าวนางยังแสร้งกระตุกยิ้ม เอ่ยวาจาอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายได้แต่จ้องมองอย่างเงียบๆ“ท่านพี่ คืนนี้เป็นคืนมงคลของท่าน...ท่านมิควรจะออกจากห้องหอเช่นนี้”เสียงแว่วหวานนั้นแผ่วลงในช่วงท้าย จมูกร้อนแดงขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ดวงตากลมโตคู่นั้นหลุบต่ำลงชายหนุ่มเม้มปากแน่น มองดูกิริยาท่าทางของนางแล้วมือทั้

  • ฮูหยินเอก   ฮูหยินเอก

    “พี่เยี่ยน!! ข้าเจ็บ!!”เสียงหวานกล่าวออกมาอย่างตกใจ เหตุใดถึงได้รู้สึกหัวใจของนางกำลังถูกปิ่นเล่มนั้นจ้วงแทงจนสุดกำลัง“ฮูหยิน! ฮูหยินเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ” เสียงเรียกพร้อมๆ กับร่างบอบบางที่สั่นด้วยแรงเขย่าของเหมยกั๋ว สาวใช้ที่ติดตามนางมาตั้งแต่ยังอยู่จวนแม่ทัพทิศประจิม ถึงแม้จะมีศักดิ์เป็นสาวใช้ อาจจะเพราะอีกฝ่ายมีอายุน้อยกว่านางถึงสามปี นางจึงรู้สึกว่าอีกฝ่ายคล้ายน้องสาวเสียมากกว่าอวิ๋นถิงสะดุ้งตื่นพร้อมๆ กับเด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างร้อนรน อีกทั้งลมหายใจของนางยังถี่ชันด้วยความตกใจ มือเล็กข้างหนึ่งยกขึ้นกอบกุมหน้าอกข้างซ้ายอย่างเผลอไผล ดวงตาแฝงความทุกข์ระทมยิ่ง“ข้าเพียงฝันร้ายเท่านั้น”เหมยกั๋วพ่นลมออกจากปากด้วยความไม่พอใจนัก“ทั้งๆ ที่รู้กันอยู่ว่าฮูหยินสุขภาพร่างกายมิแข็งแรง ฮูหยินผู้เฒ่ายังรังแกท่านจนเจ็บไข้เช่นนี้ เหตุใดจึงมิบอกท่านแม่ทัพเล่าเจ้าคะ”อวิ๋นถิงฟังวาจานั่นแล้วก็คลี่ยิ้มเยาะหยัน“กล่าวไปก็มิต่างชักชวนให้เขาหัวเราะซ้ำเติมข้า เจ้าก็เห็นมิใช่หรือว่าสามปีที่ผ่านมา นอกจากเจ้าแล้วมีใครที่นี่ดีต่อข้าบ้าง”เหมยกั๋วทำท่าจะอ้าปาก แต่เมื่อฟังคำผู้เป็นนายแล้วก็ได้แต่สะกดกลั้นวาจา

  • ฮูหยินเอก   วันวาน

    ก่อนหน้าจะเกิดสงครามนั่น สองสกุลต่างมีสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกัน คนทั้งสองบ้านต่างแวะเวียนไปมาหาสู่จนบิดาของเขาและอวิ๋นหยางเกิดคำมั่นสัญญาว่าจะให้เขาและบุตรสาวคนโตแต่งงานกันแต่ในสงครามครั้งนั้น บุรุษชั่วร้ายผู้นี้กลับทอดทิ้งให้บิดาของเขาตายในสนามรบต่อหน้าต่อตาเพราะกลัวว่าเมื่อกลับมาถึงเมืองหลวงจะต้องถูกแบ่งความดีความชอบ!เมื่อนั้นสกุลอวิ๋นรุ่งเรืองจนถึงที่สุด ในขณะที่บ้านเขาต่างตกอยู่ในห้วงโศกเศร้าสูญเสีย เขาซึ่งเป็นบุตรชายคนเดียวต้องผันตัวเองไปสมัครเป็นทหารตั้งแต่อายุสิบสองเพื่อส่งเงินมาให้ครอบครัวอย่างยากลำบาก กว่าจะถึงวันนี้เขาต้องมีบาดแผลมากมายเพียงใด!จ้าวเฟิงเยี่ยนเค้นเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อย“เรื่องเก่าๆ พวกนั้นข้ามิคิดจะใส่ใจอีกต่อไป”ว่าไปแล้วดวงตาก็หลุบต่ำลง ในใจคิดไปถึงดวงหน้าเกลี้ยงเกลาแก้มแดงปลั่งราวกับลูกท้อนั่นและดวงตาหวานซึ้งดุจผลซิ่งที่ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำนางคือรักแรกของเขา...แต่บัดนี้เขามิสามารถรักนางได้อีก!อวิ๋นหยางเม้มริมฝีปาก มองดูท่าทีที่แสดงออกถึงความเฉยชานั่นแต่เหตุใดเขาจะมองไม่ออกเล่าว่าอีกฝ่ายเองก็เคยมีใจให้บุตรสาวเช่นกัน!ลองเอ่ยอีกสักประโยค...คงไม่เป

  • ฮูหยินเอก   สัญญาหมั้นหมาย

    บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอึมครึมเวลานี้ทำให้อวิ๋นถิงใช้มือทั้งสองกอบกุมกัน ความมืดครึ้มปกคลุมไปทั่วบริเวณกับวาจาของบิดาทำให้นางขบริมฝีปากเม้มติดกันแน่น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางควรจะเอ่ยปากรับคำหรือไม่หากเป็นเมื่อก่อนนางคงตอบรับด้วยความเบิกบาน...ทว่าเวลานี้ไม่ใช่เช่นนั้นอีกแล้ว บัดนี้บุรุษที่นางรักผู้นั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป“ถิงถิง...พ่อกับแม่เก็บเรื่องนี้มาสักพักแล้ว แต่ยามนี้ตระกูลของเราคับขันขึ้นมาแล้วจริงๆ”อวิ๋นถิงเพียงเงยใบหน้าขึ้น ดวงตากลมโตสั่นระริก“หากถิงถิงมิแต่งให้พี่เยี่ยน จะเกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ” วาจาแว่วหวานยังคงเรียกชื่อ ‘คนผู้นั้น’ อย่างสนิทสนมด้วยความเคยชินอวิ๋นหยางก้าวขาเข้ามาหาบุตรสาวอย่างแช่มช้าด้วยใบหน้าหนักใจ ยามนี้นอกจากทวงสัญญาหมั้นหมายกับคนสกุลจ้าวแล้ว พวกเขาก็มิมีหนทางกอบกู้วงศ์ตระกูลอีกแล้วจะกล่าวว่า ไม่ผ่านพายุฝน จะเห็นสายรุ้งที่สวยสดได้อย่างไร ก็ไม่ผิดนัก หลังจากสงครามเมื่อห้าปีก่อนเขาผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพแห่งทิศประจิมก็ได้รับพระราชทานยศศักดิ์จนมั่งคั่ง ในขณะที่สกุลจ้าวต้องสูญเสียแม่ทัพแห่งทิศบูรพา อีกทั้งยังเกือบล่มสลายไปแล้วด้วยคิดไม่ถึงว่าภายในระยะเวลาไม

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status