หน้าหลัก / รักโบราณ / ฮูหยินเอก / เดียวดายในจวนแม่ทัพ

แชร์

เดียวดายในจวนแม่ทัพ

last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-27 00:54:21

เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ในที่สุดร่างบอบบางคล้ายกิ่งเหมยร่างหนึ่งก็ยืนหยัดอยู่หน้าเรือนเซียงอี้

ตามจารีตประเพณีแล้ว นางต้องพาสะใภ้ทุกคนในบ้านมาเคารพแม่สามีพร้อมหน้าพร้อมตากัน ทว่าวันนี้นางกลับตื่นสายไปถึงหนึ่งชั่วยาม เดาได้ว่ามู่ลี่เจินและองค์หญิงแคว้นเหลียงคงจะเข้าไปภายในแล้ว

นี่คือสิ่งที่นางอึดอัด...ปกติมาเคารพตามเวลาก็ถูกเพ่งเล็งอยู่แล้ว วันนี้นางมาสายเช่นนี้ นางมั่นใจว่าแม่สามีจะต้องหาเรื่องลงโทษอีกแน่นอน

เมื่อสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ มือเย็นเฉียบถูกันไปมา ในที่สุดก็ตัดสินใจผลักประตูเข้าไป

ดวงตากลมโตเหลือบมองภายในห้องอย่างรวดเร็ว บนเตียงฮูหยินผู้เฒ่ากำลังนอนให้หมอตู้ตรวจชีพจร ส่วนมู่ลี่เจินและองค์หญิงผิงหยางยืนอย่างสงบเสงี่ยมอยู่ปลายเตียง รวมไปถึงสาวใช้อีกสองคนกำลังจับจ้องนางเป็นตาเดียว

อวิ๋นถิงก้าวเข้าไปพอประมาณ คุกเข่าลงมิได้เอ่ยวาจา รอจนหมอตู้ผละออกจากร่างฮูหยินผู้เฒ่า หลังจากนั้นคนบนเตียงถึงได้หยัดแขนลุกขึ้นนั่ง จ้องมองไปที่สะใภ้เอกอย่างชิงชังโดยไม่คิดปิดบัง

“ข้าคิดว่าเจ้าจะมิมาแล้วเสียอีก”

“ถิงถิงจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ถิงถิงขออภัยท่านแม่ เป็นเพราะร่างกายยังไม่แข็งแรงดี ถึงได้ทำผิดจารีต มาผิดเวลาเช่นนี้เจ้าค่ะ” ไม่พูดเปล่ายังโค้งตัวลงทั้งที่ยังคุกเข่าแนบอยู่กับพื้นแข็งๆ

“เฮอะ!”

ฮูหยินผู้เฒ่าสะบัดหน้าพรืดพร้อมๆ กับเบือนหน้าไปทางอื่น เด็กคนนี้ร่างกายอ่อนแอเป็นอย่างยิ่ง เมื่อวานแค่ใช้ให้นางออกไปซื้อของในตลาดท่ามกลางลมในต้นฤดูหนาวเพียงไม่กี่ชั่วยามก็กลับมาเป็นไข้นอนซมอยู่นี่!

นางละความสนใจจากสะใภ้เอก หันมาทางหมอตู้ที่ยืนรออยู่อย่างกระอักกระอ่วนใจ

“เป็นอย่างไรบ้าง”

“เรียนฮูหยิน ปีนี้ลมหนาวเข้ามาเร็วนัก ร่างกายจึงยังไม่ทันปรับตัวจนอาจทำให้รู้สึกไม่สบายอยู่บ้าง ข้าน้อยสั่งเทียบยาไว้ให้ต้มดื่มวันละมื้อ ครบสามวันก็ดีขึ้นแล้วขอรับ”

ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้าพร้อมๆ กับมู่ลี่เจินที่ขยับกายเข้าไปใกล้ ดวงตาดุจผลซิ่งหยาดเยิ้มนั่นจ้องมองคล้ายออดอ้อนอยู่หลายส่วน

“ท่านแม่ ย่างเปลี่ยนฤดูปีนี้ ข้าเองก็รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวไปหมดเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นหรือ เจ้ามาสิ...มาให้หมอตู้ตรวจชีพจรเสียหน่อย”

ไม่ว่าเปล่ายังฉุดร่างหลานสาวขึ้นมานั่งเคียงกันบนขอบเตียงในขณะที่หมอตู้ล้วงเอาผ้าเช็ดหน้ามาทับไว้บริเวณข้อมือแล้วตรวจชีพจรอย่างตั้งอกตั้งใจ

“ข้าน้อยจะสั่งเทียบยาให้อี๋เหนียง บำรุงร่างกายให้อบอุ่นอีกหน่อยก็ไม่เป็นอะไรแล้วขอรับ”

ฮูหยินผู้เฒ่าคลี่ยิ้ม หางตาเห็นอวิ๋นถิงที่กำลังคุกเข่าอยู่ใบหน้าขาวโพลน ริมฝีปากซีดเซียวอยู่บ้าง ถึงแม้จะเห็นร่างอีกฝ่ายเริ่มเซเล็กน้อยแต่ก็หาได้ใส่ใจสักนิดเดียว

นางเพียงหันไปทางองค์หญิงผิงหยางที่ยังยืนนิ่งเงียบด้วยสีหน้าประหม่า

“เจ้าเองก็มาสิ เพิ่งมาอยู่ที่แคว้นหมิงหลัน คงจะปรับตัวลำบากเสียหน่อย ให้หมอตู้สั่งเทียบยาให้เจ้าหน่อยเถิด”

วาจาเต็มไปด้วยความเมตตา ถึงแม้องค์หญิงผิงหยางจะแต่งเข้ามาในตระกูลโดยที่นางไม่ได้เห็นชอบด้วย แต่อย่างไรก็เป็นสมรสพระราชทาน ขอแค่ไม่ใช่สตรีจากสกุลอวิ๋นนางยอมรับได้ทั้งหมด!

องค์หญิงผิงหยางสะดุ้งเล็กน้อย หลังจากนั้นจึงโค้งศีรษะเบาๆ

“ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ”

ร่างเล็กเดินมาหยุดลงตรงหน้าหมอตู้ หลังจากนั้นอีกฝ่ายถึงได้จับชีพจรและสั่งเทียบยาที่ใกล้เคียงกับมู่ลี่เจินไปให้ หางตายังแลเห็นอวิ๋นถิงที่จวนจะเป็นลมอยู่รอมร่อ หมอตู้จึงอดเอ่ยถามออกไปมิได้

“แล้วฮูหยินน้อย...”

“เจ้ากลับไปได้แล้ว ข้าเตรียมรางวัลไว้ที่ด้านนอก ออกไปจะมีคนนำมาให้เจ้า”

เหมือนจะรู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะเอ่ยถึงใคร ฮูหยินผู้เฒ่าถึงได้ขบปากแน่นด้วยความไม่พอใจอยู่บ้าง

หมอตู้ได้แต่ถอนหายใจ

“เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวก่อน” พูดจบก็เดินผ่านอวิ๋นถิงไป

อวิ๋นถิงกัดริมฝีปากเล็กน้อย เข่าที่แนบอยู่บนพื้นหินแข็งเนิ่นนานเริ่มเจ็บปวด ศีรษะของหล่อนปวดตุบๆ จนร่างกายเอนเอียง เมื่อวานนี้นางไม่สบายและสมควรที่จะได้พัก ใครเลยจะไปคิดว่าจ้าวเฟิงเยี่ยนกลับไม่ปล่อยให้นางได้ทำเช่นนั้น

ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นดังนั้นแล้วก็ได้แต่เบ้ปากใส่ หากปล่อยนางให้คุกเข่าอยู่ในท่าเดิมต่อไปเห็นทีว่าร่างกายอีกฝ่ายคงไม่ไหวเป็นลมไปเสียก่อน หากเรื่องนี้รู้ไปถึงหูจ้าวเฟิงเยี่ยน บุตรชายคงไม่พอใจอีกแน่

“เจ้าเองก็กลับไปได้แล้ว”

อวิ๋นถิงช้อนดวงตาเศร้าขึ้นมอง

“ถิงถิงขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ”

อวิ๋นถิงก้มหน้าลง พยายามหยัดตัวเองให้ลุกขึ้นยืน แม้ตอนนี้จะรู้สึกตาพร่ามัว รวมไปถึงข้อเข่าที่แข็งตึง ถึงอย่างนั้นผู้คนภายในห้องต่างทอดมองมายังนางอย่างเพิกเฉย มีเพียงองค์หญิงผิงหยางเท่านั้นที่กวาดสายตามองอย่างไม่สบายใจ

นางเคารพแม่สามีอย่างพินอบพิเทา หลังจากนั้นจึงค่อยๆ ถอยห่างออกไปจากห้องจนลับสายตา

ทว่าทันทีที่ประตูห้องถูกปิดลง นางก็ยืนนิ่ง รู้สึกพื้นโคลงเคลงอย่างบอกไม่ถูกจนต้องใช้มือหนึ่งจับขอบโต๊ะไว้ในขณะที่เหมยกั๋วที่ยืนรอหน้าห้องอยู่จะรีบปราดเข้าไปประคอง

“ฮูหยิน!”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฮูหยินเอก   Special หนังสือหย่าของข้าเล่า?

    มีอยู่ครั้งหนึ่งที่อวิ๋นถิงนึกถึงหนังสือหย่าของเขาขึ้นมา...ร่างบอบบางกำลังวุ่นอยู่กับการเดินไปเดินมาพลิกหาสิ่งของคิ้วขมวด นางจำได้ว่าตอนที่กลับมายังจวนโหวนางเอาตั้งไว้ใต้เตียงนี่ แล้วมันหายไปไหนกันในขณะที่กำลังคิดอย่างงงงวย ร่างของสามีก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางไม่ชอบใจนัก“เจ้าหนีมาที่เรือนหอมหมื่นลี้มิบอกข้าอีกแล้ว”“ข้ามิได้หนีท่าน ข้าแค่กลับมาหาของต่างหาก”แม่ทัพบูรพาทิ้งตัวลงนั่ง มองนางที่ใบหน้ายับยู่ หัวคิ้วขมวดติดกัน จากนั้นจึงเอ่ยถามออกไปไม่ได้ มีสิ่งใดที่ทำให้ภรรยาเขาขึ้งเครียดถึงเพียงนี้!“ที่แท้เจ้ากำลังหาอันใดอยู่กันแน่”อวิ๋นถิงขบเม้มริมฝีปากอย่างกระอักกระอ่วน ไม่รู้ว่ากล่าวออกไปแล้วเขาจะมีโทสะหรือไม่“หนังสือหย่าที่ท่านเคยให้ข้า”ว่าไปแล้วก็ได้แต่ชำเลืองมองเขาอย่างไม่มั่นใจนักทว่าผิดกับที่นางคาดคิดไว้เหลือเกิน! นอกจากเขาจะไม่ถลึงตามองใส่นางด้วยความไม่พอใจหรือลากนางไป ‘ลงโทษ’ จ้าวเฟิงเยี่ยนยังเค้นเสียงหัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมไปหยิบกาน้ำชามาเทใส่จอกบนโต๊ะ ยกขึ้นจิบอึกหนึ่ง“เจ้าวางไว้ที่อื่นแล้วลืมหรือไม่”คนฟังรีบโคลงศีรษะ“ตั้งแต่มาที่นี่ ข้าก็มิได้ย้ายไปเก็บไว้ที

  • ฮูหยินเอก   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษ 1 (องค์หญิงผิงหยาง)เสียงล้อรถและเสียงฝีเท้าของอาชาดังเข้าหู ร่างกายของนางสั่นคลอนเพราะการเคลื่อนไหวผ่านเส้นทางที่เต็มไปด้วยหินเล็กหินน้อยมากมายคนที่ร่วมเดินทางไปกับนางพวกนี้ ก็คือทหารของแคว้นหมิงหลัน คนของเป่ยเว่ยโหวที่ส่งมาคุ้มกันนาง หรืออีกนัยหนึ่งจะบอกว่ามาควบคุมมิให้นางหนีออกไปหรือทำอะไรได้ตามอำเภอใจหนังสือหย่าฉบับหนึ่งถูกวางลงพร้อมกับเสียงพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ อย่างครุ่นคิด ประโยคสนทนาของเขาวันนั้นยังทำให้นางหนักใจอยู่หลายส่วน‘ท่านโหวเรียกข้า มีอันใดหรือเปล่าเจ้าคะ’‘เจ้ายังคิดถึงคนรักอยู่อีกหรือไม่’‘เรื่องนั้น...’ นางมองจ้าวเฟิงเยี่ยนอย่างพิศวง เหตุใดจู่ๆ วันนี้ถึงได้เรียกนางมาคุยเรื่องนี้ ทั้งที่จริงแล้วเขาจะปล่อยให้นางอยู่อย่างอ้างว้างในจวนนี้ตามลำพังก็ยังได้‘เมื่อคืนข้าคุยกับฝ่าบาท เรื่องที่ข้าจะหย่าให้เจ้ากลับแคว้นเหลียง’‘ท่านโหวกล่าวจริงหรือไม่’‘สิ่งที่ข้าทำให้ถิงถิงได้ ข้าก็จะทำ’‘แล้วฝ่าบาทว่าอย่างไรบ้างเจ้าคะ’‘เรื่องหย่ามิใช่ปัญหา แต่ติดอยู่เรื่องเดียว...’ ตอนแรกฮ่องเต้ก็มีท่าทีไม่พอใจนัก แต่เมื่อเขาเอ่ยปากว่าหากมิยินยอมเขาจะลาออกจากราชการแล้วพามารดาแล

  • ฮูหยินเอก   บทส่งท้าย

    หลังจากที่ฮูหยินผู้เฒ่ากระอักเลือดไปในวันนั้น นางก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง มิได้ออกมาพบหน้าผู้คนอีกหลังจากที่องค์หญิงผิงหยางบอกกล่าวต่อนางในวันนั้น หลังจากนั้นอีกสามวันแม่ทัพบูรพาก็หย่าขาดจากนาง โดยให้เหตุผลว่านางแต่งเข้าจวนแม่ทัพมาห้าปี แต่มิสามารถมอบบุตรให้สามีได้หลังจากที่สามีภรรยารักใคร่กลมเกลียว จ้าวเฟิงเยี่ยนจึงถือวิสาสะจัดพิธีเปลี่ยนแซ่ของบุตรชาย กลายเป็นจ้าวเทียนอี้ คุณชายใหญ่แห่งจวนแม่ทัพบูรพา รวมไปถึงเขาสามารถหลอกล่อให้บุตรชายเรียกว่าท่านพ่อได้แล้วด้วยหลังจากที่แม่ทัพบูรพาลาราชการโดยหายไปจากวังหลวงโดยไม่บอกกล่าว เขาก็ถูกฮ่องเต้ส่งไปปราบโจรทางเหนือ...ถึงแม้จะเป็นเพียงโจรกลุ่มเล็กๆ แต่ก็ใช้เวลาไปร่วมสามเดือนแล้วก็ยังมิได้กลับเมืองหลวง นั่นคือการลงโทษเป่ยเว่ยโหวจากฮ่องเต้ ที่กลั่นแกล้งมิให้ได้ใกล้ชิดภรรยา เพราะเขาหลงภรรยาจนลืมการงานมากเกินไป!ท่ามกลางความมืดสงัด ประตูเรือนหอมหมื่นลี้ก็ถูกเปิดออกพร้อมกับปรากฏร่างชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งย่างเท้าเข้ามาด้วยความเบา เขาเดินไปจุดตะเกียงดวงหนึ่งพอให้เห็นภาพภายในทันทีที่แสงไฟส่องสว่าง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความมืดมิดเมื่อครู่ก็ค่อยๆ อ่อนโยนลง

  • ฮูหยินเอก   วันนี้ขอลา!

    “เหตุใดวันนี้ถึงได้กลับมานอนที่เรือนหอมหมื่นลี้เล่าเจ้าคะ”เหมยกั๋วกระซิบถาม น้ำเสียงติดหยอกล้ออยู่บ้าง หลายวันที่ผ่านมานางเห็นอวิ๋นถิงเพียงไม่ถึงสามลมหายใจด้วยซ้ำ!“เหมยกั๋ว เจ้าเอาใหญ่แล้วนะ”“ข้าก็แค่เพียงถามดูเจ้าค่ะ”อวิ๋นถิงคลี่ยิ้ม มองดูอวิ๋นเทียนอี้ที่ค่อยๆ หลับอย่างมีความสุขไปแล้วหลังจากที่ชักชวนบิดาและน้องชายให้ค้างอยู่ที่นี่สักคืนหนึ่งไม่เป็นผล นางก็ได้ฝากผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งให้มารดา และให้คำมั่นว่านางจะพยายามหาโอกาสชวนจ้าวเฟิงเยี่ยนไปให้ได้คืนนี้เขาส่งคนมาบอกเพียงว่าอาจจะอยู่ในวังหลวงจนดึก นางจึงกลับมานอนที่เรือนหอมหมื่นลี้เป็นการชั่วคราวถือว่าเป็นการ ‘พักผ่อน’เหมยกั๋วขยับกายเข้าไปใกล้ “เหตุใดท่านถึงได้หน้าแดงเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ มิสบายอีกหรือ”อวิ๋นถิงถอนหายใจทั้งที่ใบหน้ายังแต้มไปด้วยรอยยิ้ม“อากาศร้อนไปหน่อย”นางว่าแล้วโบกมือไหว คล้ายจะไล่กลายๆ“เจ้าไปนอนเถิด คืนนี้ข้าดูแลอี้เอ๋อร์เอง”“เจ้าค่ะ”เหมยกั๋วรับคำอย่างแปลกใจทั้งที่หัวคิ้วขมวดติดกันเล็กน้อย นางเดินไปแล้วก็ใช้มือโบกกับอากาศเบาๆจะว่าไปอากาศคืนนี้ก็ค่อนข้างเย็นอยู่บ้าง โบกมือเบาๆ ก็ยังขนลุกซู่เจ้านายนางกลายเป

  • ฮูหยินเอก   ข้าคือท่านน้าต่างหาก!

    หลังจากฮูหยินผู้เฒ่ากระอักออกมาเป็นโลหิตสีแดงฉาน ทั้งจวนก็ดูวุ่นวายอยู่ไปพักใหญ่ จนกระทั่งหมอตู้ตรวจอาการเรียบร้อยและปล่อยให้ฮูหยินผู้เฒ่าได้พักผ่อน ภายในจวนถึงกลับมาสงบเรียบร้อยอีกครั้งหนึ่งหมอตู้บอกว่าฮูหยินผู้เฒ่าได้รับการกระทบจิตใจมากเกินไปเท่านั้นหลังจากนั้นจ้าวเฟิงเยี่ยนจึงเดินทางเข้าวังหลวงไปพร้อมกับฉีเหอ ปล่อยให้อวิ๋นถิง บิดาและน้องชายอยู่ด้วยกันตามลำพังครอบครัวอวิ๋นแลกเปลี่ยนสารทุกข์สุขดิบกันอย่างเพลิดเพลิน ต่างฝ่ายต่างเล่าความเป็นอยู่ของตัวเองที่ดำเนินมาด้วยความลำบากอยู่มาก จากนั้นถึงได้รู้ว่าหลังจากที่บิดามาตามหานางในครั้งนั้นแล้ว เมื่อกลับไปถึงบ้านมารดาของนางก็ล้มป่วยลง ต้องตระเวนตามหมอมาดูแลอาการ ต้มยาวันละสามครั้งมิให้ขาด จึงทำให้เขาและอวิ๋นอันต้องดูแลอีกฝ่ายมิได้ห่างเพราะเกรงว่าอาการจะกำเริบเมื่ออาการของมารดานางดีขึ้นเป็นลำดับ อวิ๋นหยางถึงได้ย้อนกลับมาที่จวนโหวอีกครั้งโดยมีอวิ๋นอันติดตามมาด้วยเพราะเกรงว่าบิดาจะเป็นอะไรไประหว่างการเดินทางได้ยินเช่นนั้นอวิ๋นถิงก็เบิกตากว้าง“เป็นเช่นนั้นแล้วผู้ใดดูแลท่านแม่เล่าเจ้าคะ”อวิ๋นหยางหัวเราะฮ่าๆ เหลือบมองบุตรชายอย่างมีความ

  • ฮูหยินเอก   ฮูหยินผู้เฒ่ากระอักเลือด

    “จางจิ้ง เจ้าช่วยข้าคิดหาวิธี นับวันเยี่ยนเอ๋อร์หลงสตรีชั่วร้ายนั่นใหญ่แล้ว อีกหน่อยก็คงมิเห็นหัวข้า” ฮูหยินผู้เฒ่าค่อนขอดในขณะที่สาวใช้เบื้องล่างได้แต่ถอนหายใจ“นายหญิง บ่าวคิดว่าฮูหยินน้อยก็มิได้เลวร้ายอะไร...”พลั่ก!!ฮูหยินผู้เฒ่าคว้าหมอนที่แนบอิงโยนใส่ใบหน้าอีกฝ่ายทันทีด้วยความกรุ่นโกรธ“แม้แต่เจ้าก็ยังเข้าข้างนางหรือ!”“บ่าวมิกล้าเจ้าค่ะ”จางจิ้งรีบโขกศีรษะลงกับพื้นแรงๆ นับวันฮูหยินผู้เฒ่าเริ่มใจร้อนไปกันใหญ่จนแทบควบคุมสติตัวเองไม่ได้ไปแล้ว“องค์หญิงผิงหยางก็เช่นกัน ถูกสามีเพิกเฉยเช่นนี้ยังจะทำตัวมีความสุขอยู่ได้”จางจิ้งได้แต่พัดไกวเจ้านายโดยไม่เอ่ยปากกล่าวอะไร นางได้แต่ฟังเงียบๆ อย่างจนใจเช่นกัน มู่อี๋เหนียงก็ถูกไล่ออกจากจวนไปแล้ว เมื่อไหร่นายหญิงจะเลิกทำให้จวนลุกเป็นไฟเสียทีจนกระทั่งได้ยินสาวใช้ข้างนอกพูดกัน ฮูหยินผู้เฒ่าถึงได้มีแววตาเป็นประกาย“นายท่านอวิ๋นมา รีบไปบอกท่านโหวเร็วเข้า”ไม่รอช้านางก็รีบออกไปจากเรือนเซียงอี้ ตรงไปยังห้องโถงใหญ่ท่ามกลางสายตาตระหนกตกใจของผู้คนโดยรอบนับสิบคู่ หากแต่มิมีใครกล้าคัดค้านฮูหยินผู้เฒ่ามายังห้องโถงก่อนจะเห็นร่างอวิ๋นหยางและร่างบุรุษวัยย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status