Partager

ฮูหยินเอก

last update Date de publication: 2026-07-27 00:53:03

“พี่เยี่ยน!! ข้าเจ็บ!!”

เสียงหวานกล่าวออกมาอย่างตกใจ เหตุใดถึงได้รู้สึกหัวใจของนางกำลังถูกปิ่นเล่มนั้นจ้วงแทงจนสุดกำลัง

“ฮูหยิน! ฮูหยินเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ” เสียงเรียกพร้อมๆ กับร่างบอบบางที่สั่นด้วยแรงเขย่าของเหมยกั๋ว สาวใช้ที่ติดตามนางมาตั้งแต่ยังอยู่จวนแม่ทัพทิศประจิม ถึงแม้จะมีศักดิ์เป็นสาวใช้ อาจจะเพราะอีกฝ่ายมีอายุน้อยกว่านางถึงสามปี นางจึงรู้สึกว่าอีกฝ่ายคล้ายน้องสาวเสียมากกว่า

อวิ๋นถิงสะดุ้งตื่นพร้อมๆ กับเด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างร้อนรน อีกทั้งลมหายใจของนางยังถี่ชันด้วยความตกใจ มือเล็กข้างหนึ่งยกขึ้นกอบกุมหน้าอกข้างซ้ายอย่างเผลอไผล ดวงตาแฝงความทุกข์ระทมยิ่ง

“ข้าเพียงฝันร้ายเท่านั้น”

เหมยกั๋วพ่นลมออกจากปากด้วยความไม่พอใจนัก

“ทั้งๆ ที่รู้กันอยู่ว่าฮูหยินสุขภาพร่างกายมิแข็งแรง ฮูหยินผู้เฒ่ายังรังแกท่านจนเจ็บไข้เช่นนี้ เหตุใดจึงมิบอกท่านแม่ทัพเล่าเจ้าคะ”

อวิ๋นถิงฟังวาจานั่นแล้วก็คลี่ยิ้มเยาะหยัน

“กล่าวไปก็มิต่างชักชวนให้เขาหัวเราะซ้ำเติมข้า เจ้าก็เห็นมิใช่หรือว่าสามปีที่ผ่านมา นอกจากเจ้าแล้วมีใครที่นี่ดีต่อข้าบ้าง”

เหมยกั๋วทำท่าจะอ้าปาก แต่เมื่อฟังคำผู้เป็นนายแล้วก็ได้แต่สะกดกลั้นวาจา ในที่สุดก็เอ่ยออกมาคล้ายเคียดแค้นอยู่บ้าง

“ท่านส่งข้าน้อยไปรายงานต่อนายท่านก็ยังดี”

ในที่สุดก็อดคิดไปถึงอดีตแม่ทัพทิศประจิมไม่ได้ หากนายท่านรู้ว่าแท้จริงแล้วบุตรสาวของเขามิได้รับความสุขสบายอย่างที่ปรารถนา นายท่านจะต้องหาทางช่วยเหลือมิให้คนพวกนี้รังแกได้แน่

ทว่าหญิงสาวกลับโคลงศีรษะช้าๆ

“เจ้าทราบสถานะของสกุลอวิ๋นและสกุลจ้าวตอนนี้ดี หากทำอะไรลงไปแล้วแม้แต่ชีวิตก็มิอาจรักษา”

หรืออีกเหตุผลหนึ่งนางมิอยากให้เรื่องนี้ไปถึงหูของท่านพ่อ การใช้ชีวิตที่พลิกผันเช่นนี้ย่อมมิใช่เรื่องง่าย เกรงว่าหากนำเรื่องเลวร้ายพวกนี้ไปบอกอีก จะเป็นการสร้างความลำบากเสียเปล่าๆ

อย่างเช่น...เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้

อวิ๋นถิงหลุบตาต่ำลงแววเศร้าสร้อย

“งานมงคลเริ่มแล้วหรือไม่”

เหมยกั๋วอึกอัก ส่งเสียงตอบออกไปแผ่วเบา

“เริ่มแล้วเจ้าค่ะ”

งานมงคล ที่ว่าทำให้อวิ๋นถิงใช้มือลูบผิวกายอย่างเลื่อนลอย รู้สึกหนาวเย็นจับขั้วหัวใจ

วันนี้คือวันมงคลอีกหนึ่งวันของสามีนาง...เป็นงานแต่งงานครั้งที่สามของจ้าวเฟิงเยี่ยนกับองค์หญิงแคว้นเหลียง ผู้ซึ่งเป็นเชลยศึกจากการรบครั้งล่าสุดของแม่ทัพบูรพา

หรือจะกล่าวให้ถูกต้องนั่นก็คือฮ่องเต้ทรงเกรงกลัวว่าแคว้นเหลียงจะคิดไม่ซื่อก่อตั้งกองทัพกระด้างกระเดื่อง จึงใช้องค์หญิงแห่งแคว้นเหลียงตบแต่งกับจ้าวเฟิงเยี่ยนเพื่อคิดกักกันเป็นตัวประกัน

ส่วนงานมงคลครั้งที่สองน่ะหรือ...

อวิ๋นถิงใช้มือทั้งคู่กอบกุมกันแน่น

อนุคนแรกของจ้าวเฟิงเยี่ยนถูกแต่งเข้ามาหลังจากที่นางออกเรือนมาได้เพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น

มู่ลี่เจิน...บุตรสาวบุญธรรมของญาติผู้น้องคนหนึ่งของฮูหยินผู้เฒ่า ตามศักดิ์แล้วนางสมควรเป็นญาติผู้น้องของจ้าวเฟิงเยี่ยนจึงจะถูก แต่ถึงกระนั้นด้วยการสนับสนุนของฮูหยินผู้เฒ่าก็ทำให้นางแต่งเข้ามาเป็นภรรยาของจ้าวเฟิงเยี่ยนอีกคน

จำได้ดีว่าเมื่อข่าวแพร่สะพัดไป บิดาของนางเข้ามาถึงจวนแม่ทัพบูรพาด้วยใบหน้าเครียดขึ้งและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าอิดโรย เพราะไม่อยากให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ นางจึงเพียงบอกกล่าวกับบิดาไปว่า

บุรุษผู้มีบรรดาศักดิ์สูงส่ง มีสามภรรยาสี่อนุย่อมมิใช่เรื่องแปลกประหลาด หากนางมีจิตใจคับแคบแล้วไซร้ก็มิต่างจากทำผิดจารีต ทำให้ผู้คนก่นด่าเอาได้

อวิ๋นถิงยิ้มขมขื่น ถึงแม้ปากจะบอกออกไปเช่นนั้นแต่ในใจของนางกลับปวดหนึบยิ่งกว่าถูกฮูหยินผู้เฒ่ารังแกเอาเสียอีก

“เหมยกั๋ว...เจ้าออกไปก่อนเถอะ”

สาวใช้เพียงมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตรอมตรมของเจ้านาย มีท่าทีอึกอัก แต่ในที่สุดก็ผงกศีรษะลง เหลือบมองถ้วยยาที่วางอยู่บนโต๊ะ

“อย่าลืมดื่มยาด้วยนะเจ้าคะ”

“เข้าใจแล้ว”

อวิ๋นถิงมองดูแผ่นหลังบอบบางที่ค่อยๆ ไกลออกไปจนกระทั่งประตูถูกปิดลง ร่างเล็กถึงได้ขยับกายเอื้อมไปหยิบหีบใบเล็กใบหนึ่งที่วางอยู่ใต้เตียง หยิบเอาปิ่นเงินเล่มหนึ่งขึ้นมาโอบกอดอย่างทะนุถนอม

น้ำตาเม็ดหนึ่งกลิ้งกลอกลงบนพวงแก้มราวกับเพชรเม็ดหนึ่ง

ในที่สุดดวงตาเศร้าสร้อยจึงปิดลง...

-----------------------------------------------------------------------

ร่างสูงใหญ่ในชุดมงคลสีแดงสดก้าวเข้ามาภายในห้องด้วยท่าทีเย็นชา มองดูร่างองค์หญิงผิงหยางที่นั่งยืดตัวตรงอยู่บนเตียง

ร่างสูงตระหง่านสาวเท้าเข้าไปใกล้พร้อมๆ กับโบกมือไล่บรรดาสาวใช้ออกไป ในที่สุดภายในห้องก็เหลือเพียงพวกเขาสองคน บรรยากาศภายในจึงเต็มไปด้วยความอึมครึมอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

จ้าวเฟิงเยี่ยนใช้มือเปิดผ้าคลุมแดงอย่างรวดเร็ว มิสนใจแม้แต่จะใช้คันชั่งที่วางอยู่ให้เสียเวลา หลังจากนั้นจึงทรุดตัวนั่งลง หยิบเอาจอกสุรามาไว้ในมือแล้วกระดกเข้าปากอย่างรวดเร็ว

องค์หญิงผิงหยางกลืนน้ำลายหนึ่งอึก มองอีกฝ่ายอย่างใช้ความคิด

“โหวเหย่...”

“หิวหรือไม่” จ้าวเฟิงเยี่ยนเลื่อนถาดอาหารมงคลไปตรงหน้านางในขณะที่มือหนึ่งยังถือจอกสุราอยู่

“ขอบคุณท่าน”

แม้วาจาจะเอ่ยออกไปเช่นนั้น ทว่ามือทั้งสองกับบีบกันแน่น ไม่ยอมเอื้อมออกมารับอาหารเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อยคล้ายประหม่าอยู่ในที

ดวงตาหวานซึ้งมองดูการกระทำของเขาอย่างครุ่นคิด

บุรุษเรือนร่างกำยำแข็งแรงที่เต็มไปด้วยความสามารถเช่นเขา...ได้รับพระราชทานรางวัลจากฮ่องเต้มากมายถึงเพียงนั้น เหตุใดนางถึงได้รู้สึกคล้ายอีกฝ่ายมีเรื่องให้ทุกข์ใจเช่นนั้นกัน

“โหวเหย่...”

จ้าวเฟิงเยี่ยนปรายสายตามองนางอย่างคาดเดาอารมณ์ไม่ถูก สายตาเช่นนั้นทำให้นางรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง

“ข้าทำให้เจ้าอึดอัด?”

องค์หญิงผิงหยางเม้มปากแน่น

“ท่านจะ...ร่วมหอกับข้าหรือไม่”

ว่าไปแล้วน้ำเสียงก็สั่นสะท้านอย่างไม่รู้ตัว เห็นเขาจ้องมองมาด้วยดวงตาว่างเปล่านั่นแล้วยิ่งทำให้นางมีท่าทีแปลกประหลาด พวงแก้มขาวแดงก่ำด้วยความเขินอาย

ทว่ายังมิทันจะเอ่ยตอบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบุรุษก็เดินตรงมายังหน้าห้องหอ ประสาทสัมผัสที่ว่องไวเกินคนปกติของจ้าวเฟิงเยี่ยนทำให้ร่างสูงใหญ่ก้าวออกไปเปิดประตูอย่างรวดเร็ว

ใบหน้าของทหารคนสนิทสะดุ้งเล็กน้อย เขาจำได้ว่ายังมิได้เอ่ยวาจาเรียกท่านแม่ทัพเลยสักคำ คืนเข้าหอเช่นนี้เขาควรจะจดจ่ออยู่กับเจ้าสาวมิใช่หรือ!

จ้าวเฟิงเยี่ยนมองดูกลุ่มคนร่วมสิบที่ยืนเรียงกันเป็นระเบียบ เบื้องหน้า สัมผัสได้ถึงความผิดปกติอยู่หลายส่วน

“เกิดอะไรขึ้น”

ฉีเหอ ส่งยิ้มแห้งๆ

“ฝ่าบาททรงเรียกตัวโหวเหย่เข้าเฝ้าโดยด่วนขอรับ”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ฮูหยินเอก   Special หนังสือหย่าของข้าเล่า?

    มีอยู่ครั้งหนึ่งที่อวิ๋นถิงนึกถึงหนังสือหย่าของเขาขึ้นมา...ร่างบอบบางกำลังวุ่นอยู่กับการเดินไปเดินมาพลิกหาสิ่งของคิ้วขมวด นางจำได้ว่าตอนที่กลับมายังจวนโหวนางเอาตั้งไว้ใต้เตียงนี่ แล้วมันหายไปไหนกันในขณะที่กำลังคิดอย่างงงงวย ร่างของสามีก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางไม่ชอบใจนัก“เจ้าหนีมาที่เรือนหอมหมื่นลี้มิบอกข้าอีกแล้ว”“ข้ามิได้หนีท่าน ข้าแค่กลับมาหาของต่างหาก”แม่ทัพบูรพาทิ้งตัวลงนั่ง มองนางที่ใบหน้ายับยู่ หัวคิ้วขมวดติดกัน จากนั้นจึงเอ่ยถามออกไปไม่ได้ มีสิ่งใดที่ทำให้ภรรยาเขาขึ้งเครียดถึงเพียงนี้!“ที่แท้เจ้ากำลังหาอันใดอยู่กันแน่”อวิ๋นถิงขบเม้มริมฝีปากอย่างกระอักกระอ่วน ไม่รู้ว่ากล่าวออกไปแล้วเขาจะมีโทสะหรือไม่“หนังสือหย่าที่ท่านเคยให้ข้า”ว่าไปแล้วก็ได้แต่ชำเลืองมองเขาอย่างไม่มั่นใจนักทว่าผิดกับที่นางคาดคิดไว้เหลือเกิน! นอกจากเขาจะไม่ถลึงตามองใส่นางด้วยความไม่พอใจหรือลากนางไป ‘ลงโทษ’ จ้าวเฟิงเยี่ยนยังเค้นเสียงหัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมไปหยิบกาน้ำชามาเทใส่จอกบนโต๊ะ ยกขึ้นจิบอึกหนึ่ง“เจ้าวางไว้ที่อื่นแล้วลืมหรือไม่”คนฟังรีบโคลงศีรษะ“ตั้งแต่มาที่นี่ ข้าก็มิได้ย้ายไปเก็บไว้ที

  • ฮูหยินเอก   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษ 1 (องค์หญิงผิงหยาง)เสียงล้อรถและเสียงฝีเท้าของอาชาดังเข้าหู ร่างกายของนางสั่นคลอนเพราะการเคลื่อนไหวผ่านเส้นทางที่เต็มไปด้วยหินเล็กหินน้อยมากมายคนที่ร่วมเดินทางไปกับนางพวกนี้ ก็คือทหารของแคว้นหมิงหลัน คนของเป่ยเว่ยโหวที่ส่งมาคุ้มกันนาง หรืออีกนัยหนึ่งจะบอกว่ามาควบคุมมิให้นางหนีออกไปหรือทำอะไรได้ตามอำเภอใจหนังสือหย่าฉบับหนึ่งถูกวางลงพร้อมกับเสียงพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ อย่างครุ่นคิด ประโยคสนทนาของเขาวันนั้นยังทำให้นางหนักใจอยู่หลายส่วน‘ท่านโหวเรียกข้า มีอันใดหรือเปล่าเจ้าคะ’‘เจ้ายังคิดถึงคนรักอยู่อีกหรือไม่’‘เรื่องนั้น...’ นางมองจ้าวเฟิงเยี่ยนอย่างพิศวง เหตุใดจู่ๆ วันนี้ถึงได้เรียกนางมาคุยเรื่องนี้ ทั้งที่จริงแล้วเขาจะปล่อยให้นางอยู่อย่างอ้างว้างในจวนนี้ตามลำพังก็ยังได้‘เมื่อคืนข้าคุยกับฝ่าบาท เรื่องที่ข้าจะหย่าให้เจ้ากลับแคว้นเหลียง’‘ท่านโหวกล่าวจริงหรือไม่’‘สิ่งที่ข้าทำให้ถิงถิงได้ ข้าก็จะทำ’‘แล้วฝ่าบาทว่าอย่างไรบ้างเจ้าคะ’‘เรื่องหย่ามิใช่ปัญหา แต่ติดอยู่เรื่องเดียว...’ ตอนแรกฮ่องเต้ก็มีท่าทีไม่พอใจนัก แต่เมื่อเขาเอ่ยปากว่าหากมิยินยอมเขาจะลาออกจากราชการแล้วพามารดาแล

  • ฮูหยินเอก   บทส่งท้าย

    หลังจากที่ฮูหยินผู้เฒ่ากระอักเลือดไปในวันนั้น นางก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง มิได้ออกมาพบหน้าผู้คนอีกหลังจากที่องค์หญิงผิงหยางบอกกล่าวต่อนางในวันนั้น หลังจากนั้นอีกสามวันแม่ทัพบูรพาก็หย่าขาดจากนาง โดยให้เหตุผลว่านางแต่งเข้าจวนแม่ทัพมาห้าปี แต่มิสามารถมอบบุตรให้สามีได้หลังจากที่สามีภรรยารักใคร่กลมเกลียว จ้าวเฟิงเยี่ยนจึงถือวิสาสะจัดพิธีเปลี่ยนแซ่ของบุตรชาย กลายเป็นจ้าวเทียนอี้ คุณชายใหญ่แห่งจวนแม่ทัพบูรพา รวมไปถึงเขาสามารถหลอกล่อให้บุตรชายเรียกว่าท่านพ่อได้แล้วด้วยหลังจากที่แม่ทัพบูรพาลาราชการโดยหายไปจากวังหลวงโดยไม่บอกกล่าว เขาก็ถูกฮ่องเต้ส่งไปปราบโจรทางเหนือ...ถึงแม้จะเป็นเพียงโจรกลุ่มเล็กๆ แต่ก็ใช้เวลาไปร่วมสามเดือนแล้วก็ยังมิได้กลับเมืองหลวง นั่นคือการลงโทษเป่ยเว่ยโหวจากฮ่องเต้ ที่กลั่นแกล้งมิให้ได้ใกล้ชิดภรรยา เพราะเขาหลงภรรยาจนลืมการงานมากเกินไป!ท่ามกลางความมืดสงัด ประตูเรือนหอมหมื่นลี้ก็ถูกเปิดออกพร้อมกับปรากฏร่างชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งย่างเท้าเข้ามาด้วยความเบา เขาเดินไปจุดตะเกียงดวงหนึ่งพอให้เห็นภาพภายในทันทีที่แสงไฟส่องสว่าง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความมืดมิดเมื่อครู่ก็ค่อยๆ อ่อนโยนลง

  • ฮูหยินเอก   วันนี้ขอลา!

    “เหตุใดวันนี้ถึงได้กลับมานอนที่เรือนหอมหมื่นลี้เล่าเจ้าคะ”เหมยกั๋วกระซิบถาม น้ำเสียงติดหยอกล้ออยู่บ้าง หลายวันที่ผ่านมานางเห็นอวิ๋นถิงเพียงไม่ถึงสามลมหายใจด้วยซ้ำ!“เหมยกั๋ว เจ้าเอาใหญ่แล้วนะ”“ข้าก็แค่เพียงถามดูเจ้าค่ะ”อวิ๋นถิงคลี่ยิ้ม มองดูอวิ๋นเทียนอี้ที่ค่อยๆ หลับอย่างมีความสุขไปแล้วหลังจากที่ชักชวนบิดาและน้องชายให้ค้างอยู่ที่นี่สักคืนหนึ่งไม่เป็นผล นางก็ได้ฝากผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งให้มารดา และให้คำมั่นว่านางจะพยายามหาโอกาสชวนจ้าวเฟิงเยี่ยนไปให้ได้คืนนี้เขาส่งคนมาบอกเพียงว่าอาจจะอยู่ในวังหลวงจนดึก นางจึงกลับมานอนที่เรือนหอมหมื่นลี้เป็นการชั่วคราวถือว่าเป็นการ ‘พักผ่อน’เหมยกั๋วขยับกายเข้าไปใกล้ “เหตุใดท่านถึงได้หน้าแดงเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ มิสบายอีกหรือ”อวิ๋นถิงถอนหายใจทั้งที่ใบหน้ายังแต้มไปด้วยรอยยิ้ม“อากาศร้อนไปหน่อย”นางว่าแล้วโบกมือไหว คล้ายจะไล่กลายๆ“เจ้าไปนอนเถิด คืนนี้ข้าดูแลอี้เอ๋อร์เอง”“เจ้าค่ะ”เหมยกั๋วรับคำอย่างแปลกใจทั้งที่หัวคิ้วขมวดติดกันเล็กน้อย นางเดินไปแล้วก็ใช้มือโบกกับอากาศเบาๆจะว่าไปอากาศคืนนี้ก็ค่อนข้างเย็นอยู่บ้าง โบกมือเบาๆ ก็ยังขนลุกซู่เจ้านายนางกลายเป

  • ฮูหยินเอก   ข้าคือท่านน้าต่างหาก!

    หลังจากฮูหยินผู้เฒ่ากระอักออกมาเป็นโลหิตสีแดงฉาน ทั้งจวนก็ดูวุ่นวายอยู่ไปพักใหญ่ จนกระทั่งหมอตู้ตรวจอาการเรียบร้อยและปล่อยให้ฮูหยินผู้เฒ่าได้พักผ่อน ภายในจวนถึงกลับมาสงบเรียบร้อยอีกครั้งหนึ่งหมอตู้บอกว่าฮูหยินผู้เฒ่าได้รับการกระทบจิตใจมากเกินไปเท่านั้นหลังจากนั้นจ้าวเฟิงเยี่ยนจึงเดินทางเข้าวังหลวงไปพร้อมกับฉีเหอ ปล่อยให้อวิ๋นถิง บิดาและน้องชายอยู่ด้วยกันตามลำพังครอบครัวอวิ๋นแลกเปลี่ยนสารทุกข์สุขดิบกันอย่างเพลิดเพลิน ต่างฝ่ายต่างเล่าความเป็นอยู่ของตัวเองที่ดำเนินมาด้วยความลำบากอยู่มาก จากนั้นถึงได้รู้ว่าหลังจากที่บิดามาตามหานางในครั้งนั้นแล้ว เมื่อกลับไปถึงบ้านมารดาของนางก็ล้มป่วยลง ต้องตระเวนตามหมอมาดูแลอาการ ต้มยาวันละสามครั้งมิให้ขาด จึงทำให้เขาและอวิ๋นอันต้องดูแลอีกฝ่ายมิได้ห่างเพราะเกรงว่าอาการจะกำเริบเมื่ออาการของมารดานางดีขึ้นเป็นลำดับ อวิ๋นหยางถึงได้ย้อนกลับมาที่จวนโหวอีกครั้งโดยมีอวิ๋นอันติดตามมาด้วยเพราะเกรงว่าบิดาจะเป็นอะไรไประหว่างการเดินทางได้ยินเช่นนั้นอวิ๋นถิงก็เบิกตากว้าง“เป็นเช่นนั้นแล้วผู้ใดดูแลท่านแม่เล่าเจ้าคะ”อวิ๋นหยางหัวเราะฮ่าๆ เหลือบมองบุตรชายอย่างมีความ

  • ฮูหยินเอก   ฮูหยินผู้เฒ่ากระอักเลือด

    “จางจิ้ง เจ้าช่วยข้าคิดหาวิธี นับวันเยี่ยนเอ๋อร์หลงสตรีชั่วร้ายนั่นใหญ่แล้ว อีกหน่อยก็คงมิเห็นหัวข้า” ฮูหยินผู้เฒ่าค่อนขอดในขณะที่สาวใช้เบื้องล่างได้แต่ถอนหายใจ“นายหญิง บ่าวคิดว่าฮูหยินน้อยก็มิได้เลวร้ายอะไร...”พลั่ก!!ฮูหยินผู้เฒ่าคว้าหมอนที่แนบอิงโยนใส่ใบหน้าอีกฝ่ายทันทีด้วยความกรุ่นโกรธ“แม้แต่เจ้าก็ยังเข้าข้างนางหรือ!”“บ่าวมิกล้าเจ้าค่ะ”จางจิ้งรีบโขกศีรษะลงกับพื้นแรงๆ นับวันฮูหยินผู้เฒ่าเริ่มใจร้อนไปกันใหญ่จนแทบควบคุมสติตัวเองไม่ได้ไปแล้ว“องค์หญิงผิงหยางก็เช่นกัน ถูกสามีเพิกเฉยเช่นนี้ยังจะทำตัวมีความสุขอยู่ได้”จางจิ้งได้แต่พัดไกวเจ้านายโดยไม่เอ่ยปากกล่าวอะไร นางได้แต่ฟังเงียบๆ อย่างจนใจเช่นกัน มู่อี๋เหนียงก็ถูกไล่ออกจากจวนไปแล้ว เมื่อไหร่นายหญิงจะเลิกทำให้จวนลุกเป็นไฟเสียทีจนกระทั่งได้ยินสาวใช้ข้างนอกพูดกัน ฮูหยินผู้เฒ่าถึงได้มีแววตาเป็นประกาย“นายท่านอวิ๋นมา รีบไปบอกท่านโหวเร็วเข้า”ไม่รอช้านางก็รีบออกไปจากเรือนเซียงอี้ ตรงไปยังห้องโถงใหญ่ท่ามกลางสายตาตระหนกตกใจของผู้คนโดยรอบนับสิบคู่ หากแต่มิมีใครกล้าคัดค้านฮูหยินผู้เฒ่ามายังห้องโถงก่อนจะเห็นร่างอวิ๋นหยางและร่างบุรุษวัยย

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status