مشاركة

วันวาน

last update تاريخ النشر: 2026-07-27 00:52:46

ก่อนหน้าจะเกิดสงครามนั่น สองสกุลต่างมีสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกัน คนทั้งสองบ้านต่างแวะเวียนไปมาหาสู่จนบิดาของเขาและอวิ๋นหยางเกิดคำมั่นสัญญาว่าจะให้เขาและบุตรสาวคนโตแต่งงานกัน

แต่ในสงครามครั้งนั้น บุรุษชั่วร้ายผู้นี้กลับทอดทิ้งให้บิดาของเขาตายในสนามรบต่อหน้าต่อตาเพราะกลัวว่าเมื่อกลับมาถึงเมืองหลวงจะต้องถูกแบ่งความดีความชอบ!

เมื่อนั้นสกุลอวิ๋นรุ่งเรืองจนถึงที่สุด ในขณะที่บ้านเขาต่างตกอยู่ในห้วงโศกเศร้าสูญเสีย เขาซึ่งเป็นบุตรชายคนเดียวต้องผันตัวเองไปสมัครเป็นทหารตั้งแต่อายุสิบสองเพื่อส่งเงินมาให้ครอบครัวอย่างยากลำบาก กว่าจะถึงวันนี้เขาต้องมีบาดแผลมากมายเพียงใด!

จ้าวเฟิงเยี่ยนเค้นเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อย

“เรื่องเก่าๆ พวกนั้นข้ามิคิดจะใส่ใจอีกต่อไป”

ว่าไปแล้วดวงตาก็หลุบต่ำลง ในใจคิดไปถึงดวงหน้าเกลี้ยงเกลาแก้มแดงปลั่งราวกับลูกท้อนั่นและดวงตาหวานซึ้งดุจผลซิ่งที่ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำ

นางคือรักแรกของเขา...แต่บัดนี้เขามิสามารถรักนางได้อีก!

อวิ๋นหยางเม้มริมฝีปาก มองดูท่าทีที่แสดงออกถึงความเฉยชานั่น

แต่เหตุใดเขาจะมองไม่ออกเล่าว่าอีกฝ่ายเองก็เคยมีใจให้บุตรสาวเช่นกัน!

ลองเอ่ยอีกสักประโยค...คงไม่เป็นอะไรหรอกกระมัง?

“หากคำสัญญานี้ไม่เป็นผลอีกต่อไป ข้าน้อยคงต้องพาถิงถิงและอันอันออกจากเมืองหลวงเพื่อไปหาที่อยู่ใหม่สักแห่ง...ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถิงถิงจะมีชีวิตรอดถึงยามนั้นหรือไม่”

ประโยคนั้นทำให้แผ่นหลังที่กำลังจะหายไปจากสายตาชะงักลง

จ้าวเฟิงเยี่ยนขบกรามแน่นในขณะที่สมองก็ครุ่นคิดไปตามวาจานั่น เป็นที่รู้กันว่าบุตรสาวแห่งสกุลอวิ๋นร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก

อย่าว่าแต่ออกเดินทางไกลเลย เพียงแค่ลมหนาวพัดมาระลอกหนึ่งนางก็จับไข้ไปหลายวัน

“โหวเหย่...”

“.......”

“ข้าน้อยลาขอรับ”

อวิ๋นหยางเห็นแผ่นหลังอีกฝ่ายยังแน่นิ่งก็รู้ตัวดีว่าไม่ควรจะเจรจาต่อไปแล้ว และนั่นคือเหตุผลเดียวที่เขาต้องการให้บุตรสาวอยู่ในความคุ้มครองของสกุลจ้าว

เพราะเขามั่นใจว่าไม่มีผู้ใดกล้ารังแกได้

อีกอย่างหากพวกเขาต้องเดินทางไปยังเมืองอื่นจริง เขาก็มั่นใจว่าจ้าวเฟิงเยี่ยนย่อมดูแลอวิ๋นถิงได้ดีอย่างแน่นอน ดีกว่าจะต้องไปจับไข้ได้ป่วยอยู่นอกเมืองที่ไม่มีแม้แต่หมอแม้ร่างเดียว

“เดี๋ยวก่อน”

น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียกรอยยิ้มบนใบหน้าของคนฟังได้เป็นอย่างดี

จ้าวเฟิงเยี่ยนพินิจใบหน้าอีกฝ่ายอย่างใช้ความคิด มีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าอวิ๋นหยางรักใคร่บุตรสาวมากเพียงใด

หากวันนี้นางเข้ามาเป็นคนของเขา หากนางได้รับความลำบากอยู่ในสกุลจ้าวแล้วชายชั่วผู้นี้จะรู้สึกอย่างไร ถึงวันนั้นคงได้แต่กล้ำกลืน ไร้หนทางจะพานางหนีออกไปเสียแล้ว ได้แต่แบกรับความเจ็บช้ำน้ำใจอยู่ในอก

“เราจะรับนางมาเป็นภรรยาตามที่ท่านพ่อของข้าเคยกล่าวต่อท่าน”

------------------------------------------------------------------------------------

เสียงดาบไม้ปะทะกันทำให้เด็กสาวอายุราวห้าขวบในอาภรณ์ชั้นดีเพ่งมองอย่างสนใจ ผมยาวถูกมัดมวยขึ้นกลางศีรษะในขณะที่แก้มทั้งสองแดงก่ำด้วยไอแดด

“พี่เยี่ยนเก่งที่สุดเลย!” อวิ๋นถิงหัวเราะคิกคักก่อนจะกระโดดลงจากเก้าอี้ สาวเท้าป้อมๆ เข้าไปหาเด็กชายวัยสิบสองด้วยท่าทางเบิกบาน

“เช่นนี้เดี๋ยวเจ้าก็ล้มอีกหรอก!”

จ้าวเฟิงเยี่ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงตำหนิ ทว่าทันทีที่สิ้นคำพูดร่างเล็กก็หัวคะมำลงไปบนพื้น ยังไม่ทันที่ทั้งร่างจะกระทบกับพื้นแข็งๆ นั่น ร่างแข็งแรงก็เคลื่อนไหววูบรับเด็กสาวไว้ในอ้อมกอด

“เจ็บหรือไม่”

อวิ๋นถิงที่กำลังงงงวยกระพริบตาปริบๆ เหลือบมองเสี้ยวใบหน้าของอีกฝ่ายแล้วก็คลี่ยิ้มกว้าง สะบัดหน้าพรืด

“ข้ารู้อยู่แล้วว่าพี่เยี่ยนต้องไม่ปล่อยให้ข้าเจ็บ”

“ถิงถิง!” เสียงเข้มดุอย่างเอือมระอา ทว่าดวงตานั้นกลับฉายแววอ่อนโยนอย่างถึงที่สุด

เด็กน้อยหาได้เกรงกลัวคำข่มขู่นั้นไม่ ดวงตากลมโตมองไปเหนือศีรษะของจ้าวเฟิงเยี่ยนก่อนจะเอื้อมมือไปดึงปิ่นปักของอีกฝ่ายติดมือออกมา แก้มแดงปลั่งคล้ายก้อนซาลาเปาอยู่บ้าง

จ้าวเฟิงเยี่ยนเพียงดูการกระทำของนางโดยไม่ได้เอ่ยอะไร

หลังจากนั้นอวิ๋นถิงจึงยิ้มกว้าง

“พี่เยี่ยน ข้าชอบ!”

ไม่พูดเปล่ายังใช้มือข้างหนึ่งลูบปิ่นเงินนั่นเบาๆ ยอดปิ่นประดับด้วยเกล็ดหิมะเล็กๆ ที่แวววาวยามกระทบแสงแดด

จ้าวเฟิงเยี่ยนมองดูท่าทีนั้นด้วยความลึกล้ำอยู่บ้าง

“เช่นนั้นเจ้าก็เก็บไว้เถอะ”

ภาพเด็กสาวที่กำลังนั่งอยู่บนเข่าของร่างบึกบึนเกินวัยนั่นทำให้เหล่าผู้ติดตามและสาวใช้ต่างเบิกบานใจ เพียงมองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเด็กทั้งสองมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน อีกทั้งแม่ทัพจ้าวและแม่ทัพอวิ๋นต่างรู้จัก ออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาเนิ่นนาน ไม่แปลกเลยสักนิดที่ทั้งสองตระกูลจะตกลงสร้างพันธะหมั้นหมายไว้ต่อกัน

“ขอบคุณพี่เยี่ยน”

อวิ๋นถิงยื่นปิ่นออกไปตรงหน้า

“ปักให้ข้าหน่อย”

จ้าวเฟิงเยี่ยนเพียงแค่พ่นลมหายใจออกเฮือกหนึ่ง ปรายตามองผู้คนรอบข้างที่ต่างรีบหันใบหน้าไปทางอื่นเลิ่กลั่ก มือข้างหนึ่งถึงได้หยิบปิ่นขึ้นมาปักให้เด็กสาวอย่างนุ่มนวลราวกับนางเป็นสิ่งของล้ำค่า

อวิ๋นถิงก้มหน้าลงด้วยรอยยิ้ม...หากแต่คิ้วกลับขมวดติดกันแน่น เหตุใดถึงได้รู้สึกว่าเขาใช้กำลังเหลือเฟือเหลือเกิน!

นางเจ็บ! เจ็บไปหมดแล้ว!!

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ฮูหยินเอก   ตั้งครรภ์

    “ฮูหยินเป็นอย่างไรบ้างท่านหมอ”น้ำเสียงละล่ำละลักถามอย่างตระหนกของเหมยกั๋วทำให้อวิ๋นถิงพยายามลืมตาขึ้นมองทันทีที่เห็นเพดานด้านบน กลิ่นบุปผาจากน้ำมันหอมดอกไป่เหออันเป็นกลิ่นประจำตัวของนางแล้ว นางก็พอจะเดาออกว่าที่นี่คือเรือนหอมหมื่นลี้แล้ว“ฮูหยินน้อย”หมอตู้ก้มหน้าลงอย่างกระอักกระอ่วนอย่างไม่รู้ว่าควรจะพูดออกไปดีหรือไม่หากแต่อวิ๋นถิงกลับกระตุกยิ้ม แฝงไปด้วยความเศร้า“ตั้งแต่เกิดมาสุขภาพข้าก็มิแข็งแรง กล่าวมาเถิดว่าร่างกายข้าเป็นอะไรไปอีก”“เรียนฮูหยินน้อย ท่านตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วขอรับ” หมอตู้กล่าวออกมาแผ่วเบาในขณะที่คนฟังกลั้นหายใจด้วยแววตาสั่นระริก “เนื่องจากร่างกายท่านไม่แข็งแรงอยู่แล้ว ยามตั้งครรภ์จึงต้องดูแลให้ดีเป็นพิเศษ ข้าน้อยจะสั่งเทียบยาไว้ให้...”ทั้งอวิ๋นถิงและเหมยกั๋วหันสบตากันอย่างหนักใจ มือบอบบางยกขึ้นนวดระหว่างคิ้วอย่างใช้ความคิด เรื่องมงคลที่เกิดขึ้นในสถานการณ์เช่นนี้ย่อมไม่ดีนัก นางไม่คิดว่าร่างกายอ่อนแอกว่าคนทั่วไปเช่นนี้จะสามารถตั้งครรภ์ได้ถึงจะตั้งครรภ์แล้วอย่างไร...ผู้อื่นนางล้วนไม่ใส่ใจนัก สิ่งที่นางกลัวคือจ้าวเฟิงเยี่ยนจะรู้สึกอย่างไร เขาจะยินดีที่นางมีบ

  • ฮูหยินเอก   เดียวดายในจวนแม่ทัพ

    เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ในที่สุดร่างบอบบางคล้ายกิ่งเหมยร่างหนึ่งก็ยืนหยัดอยู่หน้าเรือนเซียงอี้ตามจารีตประเพณีแล้ว นางต้องพาสะใภ้ทุกคนในบ้านมาเคารพแม่สามีพร้อมหน้าพร้อมตากัน ทว่าวันนี้นางกลับตื่นสายไปถึงหนึ่งชั่วยาม เดาได้ว่ามู่ลี่เจินและองค์หญิงแคว้นเหลียงคงจะเข้าไปภายในแล้วนี่คือสิ่งที่นางอึดอัด...ปกติมาเคารพตามเวลาก็ถูกเพ่งเล็งอยู่แล้ว วันนี้นางมาสายเช่นนี้ นางมั่นใจว่าแม่สามีจะต้องหาเรื่องลงโทษอีกแน่นอนเมื่อสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ มือเย็นเฉียบถูกันไปมา ในที่สุดก็ตัดสินใจผลักประตูเข้าไปดวงตากลมโตเหลือบมองภายในห้องอย่างรวดเร็ว บนเตียงฮูหยินผู้เฒ่ากำลังนอนให้หมอตู้ตรวจชีพจร ส่วนมู่ลี่เจินและองค์หญิงผิงหยางยืนอย่างสงบเสงี่ยมอยู่ปลายเตียง รวมไปถึงสาวใช้อีกสองคนกำลังจับจ้องนางเป็นตาเดียวอวิ๋นถิงก้าวเข้าไปพอประมาณ คุกเข่าลงมิได้เอ่ยวาจา รอจนหมอตู้ผละออกจากร่างฮูหยินผู้เฒ่า หลังจากนั้นคนบนเตียงถึงได้หยัดแขนลุกขึ้นนั่ง จ้องมองไปที่สะใภ้เอกอย่างชิงชังโดยไม่คิดปิดบัง“ข้าคิดว่าเจ้าจะมิมาแล้วเสียอีก”“ถิงถิงจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ถิงถิงขออภัยท่านแม่ เป็นเพราะร่างกายยังไม่แข็งแรงดี ถึ

  • ฮูหยินเอก   ที่ระบาย

    “ฮูหยินหลับไปแล้วเจ้าค่ะ”ได้ยินเสียงเหมยกั๋วเอ่ยปากออกมาด้วยน้ำเสียงหนักใจดวงตาหงส์อันแสนหนักอึ้งก็ค่อยๆ เผยอขึ้นพร้อมกับความเมื่อยขบที่เต็มไปทั่วสรรพางค์กาย แขนข้างหนึ่งที่ถูกใช้หนุนนอนเป็นหมอนรู้สึกชาไปหมดทำได้เพียงขยับกายเล็กน้อยเท่านั้น ประตูไม้บานใหญ่ก็ถูกเปิดออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวตรงเข้ามาหานางแสงไฟจากตะเกียงสะท้อนให้เห็นเสี้ยวใบหน้าคมที่ขมวดคิ้วเครียดขมึง เส้นผมยาวดำขลับพลิ้วไหวตามแรงลมและความเร็วยามก้าวเดิน ดวงตาดุจมังกรคู่นั้นกำลังจ้องมองนางคล้ายมองคนแปลกหน้าคนหนึ่งแม้ภายในใจจะร่ำไห้ ทว่าดวงหน้าหวานกลับเปื้อนยิ้มจางๆ“ท่านพี่ มีอะไรหรือเจ้าคะ” อวิ๋นถิงยืดตัวขึ้นยืน รีบซุกซ่อนปิ่นเงินอันนั้นลงก่อนจะใช้ผ้าเช็ดหน้าปกปิดไว้อย่างแนบเนียนจ้าวเฟิงเยี่ยนหยุดลงตรงหน้านางเพียงหนึ่งก้าวนางยังแสร้งกระตุกยิ้ม เอ่ยวาจาอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายได้แต่จ้องมองอย่างเงียบๆ“ท่านพี่ คืนนี้เป็นคืนมงคลของท่าน...ท่านมิควรจะออกจากห้องหอเช่นนี้”เสียงแว่วหวานนั้นแผ่วลงในช่วงท้าย จมูกร้อนแดงขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ดวงตากลมโตคู่นั้นหลุบต่ำลงชายหนุ่มเม้มปากแน่น มองดูกิริยาท่าทางของนางแล้วมือทั้

  • ฮูหยินเอก   ฮูหยินเอก

    “พี่เยี่ยน!! ข้าเจ็บ!!”เสียงหวานกล่าวออกมาอย่างตกใจ เหตุใดถึงได้รู้สึกหัวใจของนางกำลังถูกปิ่นเล่มนั้นจ้วงแทงจนสุดกำลัง“ฮูหยิน! ฮูหยินเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ” เสียงเรียกพร้อมๆ กับร่างบอบบางที่สั่นด้วยแรงเขย่าของเหมยกั๋ว สาวใช้ที่ติดตามนางมาตั้งแต่ยังอยู่จวนแม่ทัพทิศประจิม ถึงแม้จะมีศักดิ์เป็นสาวใช้ อาจจะเพราะอีกฝ่ายมีอายุน้อยกว่านางถึงสามปี นางจึงรู้สึกว่าอีกฝ่ายคล้ายน้องสาวเสียมากกว่าอวิ๋นถิงสะดุ้งตื่นพร้อมๆ กับเด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างร้อนรน อีกทั้งลมหายใจของนางยังถี่ชันด้วยความตกใจ มือเล็กข้างหนึ่งยกขึ้นกอบกุมหน้าอกข้างซ้ายอย่างเผลอไผล ดวงตาแฝงความทุกข์ระทมยิ่ง“ข้าเพียงฝันร้ายเท่านั้น”เหมยกั๋วพ่นลมออกจากปากด้วยความไม่พอใจนัก“ทั้งๆ ที่รู้กันอยู่ว่าฮูหยินสุขภาพร่างกายมิแข็งแรง ฮูหยินผู้เฒ่ายังรังแกท่านจนเจ็บไข้เช่นนี้ เหตุใดจึงมิบอกท่านแม่ทัพเล่าเจ้าคะ”อวิ๋นถิงฟังวาจานั่นแล้วก็คลี่ยิ้มเยาะหยัน“กล่าวไปก็มิต่างชักชวนให้เขาหัวเราะซ้ำเติมข้า เจ้าก็เห็นมิใช่หรือว่าสามปีที่ผ่านมา นอกจากเจ้าแล้วมีใครที่นี่ดีต่อข้าบ้าง”เหมยกั๋วทำท่าจะอ้าปาก แต่เมื่อฟังคำผู้เป็นนายแล้วก็ได้แต่สะกดกลั้นวาจา

  • ฮูหยินเอก   วันวาน

    ก่อนหน้าจะเกิดสงครามนั่น สองสกุลต่างมีสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกัน คนทั้งสองบ้านต่างแวะเวียนไปมาหาสู่จนบิดาของเขาและอวิ๋นหยางเกิดคำมั่นสัญญาว่าจะให้เขาและบุตรสาวคนโตแต่งงานกันแต่ในสงครามครั้งนั้น บุรุษชั่วร้ายผู้นี้กลับทอดทิ้งให้บิดาของเขาตายในสนามรบต่อหน้าต่อตาเพราะกลัวว่าเมื่อกลับมาถึงเมืองหลวงจะต้องถูกแบ่งความดีความชอบ!เมื่อนั้นสกุลอวิ๋นรุ่งเรืองจนถึงที่สุด ในขณะที่บ้านเขาต่างตกอยู่ในห้วงโศกเศร้าสูญเสีย เขาซึ่งเป็นบุตรชายคนเดียวต้องผันตัวเองไปสมัครเป็นทหารตั้งแต่อายุสิบสองเพื่อส่งเงินมาให้ครอบครัวอย่างยากลำบาก กว่าจะถึงวันนี้เขาต้องมีบาดแผลมากมายเพียงใด!จ้าวเฟิงเยี่ยนเค้นเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อย“เรื่องเก่าๆ พวกนั้นข้ามิคิดจะใส่ใจอีกต่อไป”ว่าไปแล้วดวงตาก็หลุบต่ำลง ในใจคิดไปถึงดวงหน้าเกลี้ยงเกลาแก้มแดงปลั่งราวกับลูกท้อนั่นและดวงตาหวานซึ้งดุจผลซิ่งที่ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำนางคือรักแรกของเขา...แต่บัดนี้เขามิสามารถรักนางได้อีก!อวิ๋นหยางเม้มริมฝีปาก มองดูท่าทีที่แสดงออกถึงความเฉยชานั่นแต่เหตุใดเขาจะมองไม่ออกเล่าว่าอีกฝ่ายเองก็เคยมีใจให้บุตรสาวเช่นกัน!ลองเอ่ยอีกสักประโยค...คงไม่เป

  • ฮูหยินเอก   สัญญาหมั้นหมาย

    บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอึมครึมเวลานี้ทำให้อวิ๋นถิงใช้มือทั้งสองกอบกุมกัน ความมืดครึ้มปกคลุมไปทั่วบริเวณกับวาจาของบิดาทำให้นางขบริมฝีปากเม้มติดกันแน่น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางควรจะเอ่ยปากรับคำหรือไม่หากเป็นเมื่อก่อนนางคงตอบรับด้วยความเบิกบาน...ทว่าเวลานี้ไม่ใช่เช่นนั้นอีกแล้ว บัดนี้บุรุษที่นางรักผู้นั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป“ถิงถิง...พ่อกับแม่เก็บเรื่องนี้มาสักพักแล้ว แต่ยามนี้ตระกูลของเราคับขันขึ้นมาแล้วจริงๆ”อวิ๋นถิงเพียงเงยใบหน้าขึ้น ดวงตากลมโตสั่นระริก“หากถิงถิงมิแต่งให้พี่เยี่ยน จะเกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ” วาจาแว่วหวานยังคงเรียกชื่อ ‘คนผู้นั้น’ อย่างสนิทสนมด้วยความเคยชินอวิ๋นหยางก้าวขาเข้ามาหาบุตรสาวอย่างแช่มช้าด้วยใบหน้าหนักใจ ยามนี้นอกจากทวงสัญญาหมั้นหมายกับคนสกุลจ้าวแล้ว พวกเขาก็มิมีหนทางกอบกู้วงศ์ตระกูลอีกแล้วจะกล่าวว่า ไม่ผ่านพายุฝน จะเห็นสายรุ้งที่สวยสดได้อย่างไร ก็ไม่ผิดนัก หลังจากสงครามเมื่อห้าปีก่อนเขาผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพแห่งทิศประจิมก็ได้รับพระราชทานยศศักดิ์จนมั่งคั่ง ในขณะที่สกุลจ้าวต้องสูญเสียแม่ทัพแห่งทิศบูรพา อีกทั้งยังเกือบล่มสลายไปแล้วด้วยคิดไม่ถึงว่าภายในระยะเวลาไม

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status