LOGINเพราะในอดีตผิดหวังจากเรื่องอวิ๋นซือ ฉิงเหวินฟู่จึงใช้การเดินทางเยียวยาความรู้สึก และสถานที่ที่เขามาเยือนบ่อยที่สุดก็คือเจียงหนานนั่นเอง และนั่นก็ทำให้ความสัมพันธ์กับสหายในวงการอย่างหร่วนอี้เรียกได้ว่าสนิทสนมกันเลยทีเดียว เดิมทีคุณชายใหญ่สกุลหร่วนก็นึกสงสัยไม่น้อย ฉิงเหวินฟู่ที่เขารู้จักไม่เคยแสดงคว
“ท่านพ่อท่านแม่ ลูกอยากได้ขนมนั่นเจ้าค่ะ” ก้อนแป้งน้อยที่ยามนี้เป็นกลายเป็นเด็กหญิงหน้าตางดงามพยายามช่วยกันฉุดรั้งบิดามารดาเข้าไปหาขนมตรงหน้าด้วยท่าทางน่าเอ็นดูอวิ๋นซือมองแล้วอมยิ้ม นางก้าวเดินตามแรงดึงเช่นเดียวกับสามี พอได้ขนมสมใจ เด็กหญิงทั้งสองก็มีรอยยิ้มเบิกบานใจเพราะภรรยาจากเมืองหลวงไปเสียนาน
ภายหลังจากอวิ๋นซือแต่งเข้าสกุลฉิงได้เกือบปี เถ้าแก่ฉิงก็สละตำแหน่งเจ้าบ้านให้แก่หลานชายคนโต ส่วนมารดาสามีก็เลิกยุ่งเกี่ยวเรื่องงานของตระกูล หันมาเร่งให้สะใภ้ใหญ่กับสะใภ้เล็กมีก้อนแป้งน้อยๆ ให้ตนอุ้มเสียทีไม่นานนักหยางซินหนี่ว์ก็เริ่มแสดงอาการแพ้ท้อง ทุกคนในสกุลฉิงล้วนยินดีปรีดา ทว่าอวิ๋นซือกลับมีท่
โจวฮ่องเต้ทอดพระเนตรร่างบนพื้นแล้วถอนพระปัสสาสะ แม้อีกฝ่ายจะไร้รอยยิ้มบนใบหน้า ทว่ากลิ่นอายรอบตัวก็ยังมีความสดใสให้เห็นมากกว่าครั้งอยู่ในวังหลังแม้วันนี้จะมีอำนาจในมือเพียงใด ทว่าแค่รอยยิ้มของภรรยาก็ยังไม่อาจรักษาไว้ได้ โอรสที่สิ้นชีพไปคือความผิดพลาดของพระองค์ อี้อินไม่เคยเอ่ยคำตัดพ้อแต่แสดงออกอย่า
ดึกสงัดท่ามกลางความเงียบที่มืดสลัว อี้ฮองเฮาทรงกระเสือกกระสนบนเตียงภายในตำหนักคุนหนิง พระพักตร์ที่ส่ายไปมาเปียกด้วยเหงื่อที่หลั่งรินราวกับน้ำหลาก สองหัตถ์กุมท้องพลางกรีดร้องอย่างอ่อนแรง พร้อมกับโลหิตสีแดงฉานที่ไหลซึมออกมาจนเห็นได้ชัดปี้หยวนถลันเข้ามาเห็นสภาพผู้เป็นนายก็ให้ตกตะลึงจนหัวใจแทบจะหยุดเต้
ฮ่องเต้ทรงทราบถึงความสามารถของหมิงหยวนดี จึงมีพระประสงค์จะซื้อใจนั้นด้วยการให้บุตรสาวของเขาโดดเด่นขึ้นจนเป็นถึงกุ้ยเฟย ในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปีก็ก้าวมาเป็นรองเพียงอี้อินที่เป็นฮองเฮาเท่านั้นในขณะที่ทุกคนพยายามคาดเดาว่า หมิงกุ้ยเฟยจะมีความสามารถเทียบบารมีของฮองเฮาได้หรือไม่ เรื่องสั่นสะเทือนวังหลังก็
พ่อบ้านมองตามแผ่นหลังที่ตั้งตรงไม่วอกแวกอย่างนึกชื่นชม ในอดีตฮูหยินใหญ่ผู้นี้ปกปิดตัวตนได้ดีนัก จนคาดเดาจิตใจของนางไม่ถูกเลย ทว่าความยึดมั่นที่มอบให้ผิดคนนั้นช่างน่าเศร้า…จางซื่อเดินกลับสู่เรือนตัวเองช้าๆ หากถามถึงความรักระหว่างนางกับอวิ๋นจั้น สำหรับอีกฝ่ายคงหมดสิ้นไปนานแล้ว ทว่าอย่างน้อยเขาก็ไม่เค
ยามราตรีค่ำคืนที่ผ่านมา หลันชิงมิได้ไปค้างคืนยังเรือนของภรรยาคนใด ทว่ากลับพักอยู่เพียงคนเดียวที่เรือนเสวี่ย เฝ้าครุ่นคิดตรึกตรองถึงเรื่องราวในอดีตเขากับซูลี่หลินนั้นหากจะบอกว่าใครเป็นคนผิด ก็ยากนักที่จะตัดสินได้ สัญญารักแรกรุ่นที่มอบให้ผูกรั้งนางไว้กับคำว่าภรรยาเอก ทั้งที่ในใจลึกลงไปแล้วรู้ดีกว่าผู
“ฮึ! นั่นก็เรื่องของเจ้า ข้าเพียงแค่จะมาเตือน หากรู้ตัวว่าไม่สามารถทำอะไรได้ก็จงกลับสกุลอวิ๋นเสีย แล้วเจ้าจะรอด”เสียงตัดรอนเย็นชาดังขัดถ้อยคำที่คล้ายโอดครวญของอวิ๋นซือ ทว่าหญิงสาวไม่ได้คิดนำพา นางมองมารดาที่ทำท่าจะจากไปพลางเอ่ยถามขึ้น “ท่านแม่ คราวนี้ท่านจะช่วยใครเจ้าคะ เขาหรือข้า”เขาในที่นี้หมายถ
“อาซือ เจ้ากับฮูหยินผู้เฒ่ามีเรื่องอะไรต่อกันหรือไม่” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้น เมื่อทั้งสองเดินเข้าสู่ลานด้านหลังของร้านฉิงเหวินฟู่ไม่ได้บอกอีกฝ่ายเรื่องที่เขาให้คนส่งจดหมายไปข่มขู่ฮูหยินผู้เฒ่า แต่หญิงแก่สกุลหลันกลับไม่นึกสงสัยเขาหรือหลี่ฮั้ว ดันพุ่งเป้ามาที่คนตรงหน้าแทนเสียนี่อวิ๋นซือนิ่งขรึมไป นางน







