Masukจิ่งรั่วอิงที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับเอ่ยวาจาใดไม่ออก เกิดมานางเพิ่งเคยพบเคยเจอบุรุษที่บ้าได้ถึงขนาดนี้ แค่มีกลิ่นกระเทียมอยู่ในปากเขาก็โมโหจนสั่งให้คนนำกระเทียมไปเผาทิ้งทั้งหมด ช่างเหลือเกินจริงเชียว
ด้านเซี่ยเทียนอวี้เมื่อจัดการกับกระเทียมบัดซบนั่นได้แล้ว เขาก็หันมาปรายตามองจิ่งรั่วอิงอย่างไม่พอใจ ความรู้สึกที่เขามีต่อนางในยามนี้ทั้งรัก ทั้งชังในคราเดียวกัน ใจหนึ่งเขาก็อยากจะโบยนางให้ตาย แต่กลับไม่อาจหักใจลงมือได้ เขาก็ไม่เข้าใจตนเองเช่นเดียวกัน ทั้งที่รู้ว่านางจะเป็นภัยต่อตนเองในภายภาคหน้าแต่เขาก็ยังหักใจสังหารนางไม่ลง
เขาคิดจะเข้าไปสนทนากับนางอีกสักรอบ แต่เมื่อนึกถึงกลิ่นกระเทียมเมื่อครู่จึงสั่งให้ไป๋กงกงไปเอาป๋อเหอกับก้านพลูมาให้ ก่อนที่ชายหนุ่มจะเคี้ยวมันแล้วคายทิ้งไปนอกหน้าต่าง จิ่งรั่วอิงมองเขาเหมือนมองผี ตอนนี้นางเริ่มไม่หลงใหลในตัวเขาแล้ว หน้าตาหล่อเหลาแล้วอย่างไร ถ้าเบ้าหน้าแบกสันดานเช่นนี้นางก็ไม่ไหวเหมือนกัน
เซี่ยเทียนอวี้ทดสอบลมหายใจของตนเองอีกหนเมื่อเห็นว่ากลิ่นกระเทียมหายไปจนหมดแล้ว เขาจึงก้าวเข้ามาหานางทันที จิ่งรั่วอิงขยับถอยหนีไปหลายก้าวเพราะยังระแวงลมหายใจมังกรของเขาอยู่
"เอาล่ะ ที่ข้ามาหาเจ้าวันนี้เพราะอยากจะมาเตือนเจ้าสักคำ ต่อไปเจ้าอย่าได้คิดปีนเตียงข้าอีก หากยังไม่จดไม่จำ ครั้งหน้าข้าจะลงโทษเจ้าให้หนักกว่าเดิม สตรีเช่นเจ้ามันก็เก่งแต่ยั่วยวนอย่างไร้สมอง เจ้าคิดว่าข้ามองเจตนาชั่วของเจ้าไม่ออกหรือ"
จิ่งรั่วอิงไม่ได้เอ่ยตอบโต้เลยสักคำเดียว เพราะนางคร้านจะทะเลาะกับเขา ใช้ชีวิตก็เหนื่อยพอแล้วนางไม่มีเวลามาเถียงกับคนเป็นโรคประสาทหรอก
เมื่อเห็นว่าสตรีตรงหน้าไม่เถียง อีกทั้งยังไม่แสดงท่าทียั่วยวนเหมือนเช่นที่เคยทำ เซี่ยเทียนอวี้ก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"ทำไม วันนี้หมดแรงจะยั่วยวนข้าแล้วหรือ หากเจ้าเก่งมากก็ยั่วข้าอีกรอบสิ ยั่วเลย!"
จิ่งรั่วอิงได้ฟังก็ถึงกับมองขายหนุ่มตรงหน้าเหมือนมองคนบ้า เขาประสาทหรือไรกัน ตอนแรกบอกไม่ชอบให้นางยั่วและห้ามนางเข้าใกล้ แต่ตอนนี้กลับมาถามว่าทำไมไม่ยั่วยวนเขา เซี่ยเทียนอวี้ฮ่องเต้ผู้นี้สมองของเขายังปกติดีอยู่หรือไม่
บ้าบอจริงเชียว!
แม้ในใจจะก่นด่าแต่นางก็ไม่อยากจะก่อสงครามประสาทกับเขาอีก จึงยอมอ่อนลงให้เขาหลายส่วน
"ฝ่าบาท หม่อมฉันเหนื่อยแล้วเพคะ ฝ่าบาททรงเสด็จกลับตำหนักไปเถอะเพคะ พวกเราอย่าพบหน้ากันอีกจะดีกว่า"
นางเอ่ยอย่างเกียจคร้าน เมื่อครู่เพิ่งกินซาลาเปาไส้เนื้อไปนางอิ่มมากจึงรู้สึกง่วงขึ้นมา นางอยากนอนมากกว่าจะมายืนทะเลาะกับเขา
เซี่ยเทียนอวี้ที่ถูกจิ่งรั่วอิงเอ่ยปากไล่โทสะในใจก็ยิ่งประทุ เขายื่นมือของตนมากระชากข้อมือของจิ่งรั่วอิงอย่างแรงพร้อมกับเอ่ยอย่างไม่พอใจ
"เจ้าเป็นใครถึงมีสิทธิ์มาไล่ข้าตามใจชอบ ที่นี่ีคือวังหลวงของข้า ข้าอยากจะเดินไปที่ใดก็ไป หรือว่าอยากจะตีลังกาไปที่ไหนข้าก็จะทำ หรือแม้กระทั่งอยากจะนอนตรงไหนข้าก็จะนอน เจ้าจะทำไม ห๊ะ สตรีเสแสร้ง!"
เขาออกแรงบีบข้อมือของนางหนักขึ้นจนหญิงสาวเริ่มรู้สึกเจ็บ
จิ่งรั่วอิงเริ่มหมดความอดทนกับคนบ้าอย่างเซี่ยเทียนอวี้แล้ว!
"ฝ่าบาท ปล่อยเพคะ"
"ข้าไม่ปล่อยเจ้าจะทำไม! เก่งนักก็หาทางหลุดพ้นให้ได้สิ ห๊ะ!"
ท่าทางกวนประสาทของเซี่ยเทียนอวี้ทำเอาจิ่งรั่วอิงเริ่มมีโทสะ ฮ่องเต้บัดซบนี่!
“เซี่ยเทียนอวี้ ท่านจะเอายังไงว่ามาเลย?”
เซี่ยเทียนอวี้ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าจิ่งรั่วอิงเอ่ยเรียกชื่อเขาอย่างไม่เคารพเช่นนี้
“สามหาวนัก!”
“หาวเดียวข้าก็ง่วงแล้ว”
เซี่ยเทียนอวี้”……”
ชายหนุ่มที่เถียงไม่ได้จึงโมโหจนหน้าดำหน้าแดงขึ้นมาทันที
“เจ้าปากเก่งนักนะ ข้าจะดูสิว่าน้ำหน้าอย่างเจ้าจะหาทางรอดจากข้าได้อย่างไร ดิ้นสิ ดิ้นให้หลุด!”
จิ่งรั่วอิงแทบอยากกัดลิ้นตาย ปากเขาบอกว่าเกลียดนางแต่กลับกอดไม่ปล่อยเช่นนี้มันหมายความว่าอย่างไรกัน
“เซี่ยเทียนอวี้ หากท่านไม่ชอบหน้าข้าก็ไล่ข้าออกจากวังหลวงไปเสียสิ ข้าจะได้ไม่อยู่ขวางหูขวางตาท่าน”
“เจ้าฝันไปเถอะ เจ้าคงคิดจะกลับไปหาชายในดวงใจของเจ้าสินะ ข้าไม่มีทางให้เจ้าสมหวังหรอก เจ้าจะต้องอยู่ในวังกับข้าไปจนวันตาย ข้าจะตัดหนทางไม่ให้เจ้ากับมันได้พบกันอีก!”
เอ่ยจบเขาก็โน้มใบหน้าเข้ามาหมายจะจูบนาง จิ่งรั่วอิงตื่นตระหนกทันที นางยังไม่พร้อมถูกเขาถ่ายทอดลมหายใจมังกรให้ ไม่ได้เด็ดขาด!
ไวกว่าความคิดนางรีบยื่นมือของตนไปปิดปากเขาเอาไว้ทันที
"ขอเตือนด้วยความหวังดี หากท่านกล้าจูบข้า ข้าจับท่านทำผัวแน่ ท่านเกลียดข้าไม่ใช่หรือ คงไม่อยากตกเป็นของข้ากระมัง คิดให้ดีดี!"
เซี่ยเทียนอวี้"...."
จับทำผัวเลยหรือ น่าสนใจดีนะ เขาเองก็อยากจะลองเป็นผัวนางสักสองสามวันเหมือนกัน
ถุย! เขาต้องเกลียดนางสิ ต้องเกลียดนาง ต้องเกลียดให้ถึงที่สุด!
แต่อีกใจหนึ่งก็อยากลองเป็นผัวนางดู
ชิบหายแล้ว เขาต้องป่วยแน่ๆ!
จิ่งรั่วอิงย่นหว่างคิ้ว นางรู้สึกได้ว่าตอนนี้เซี่ยเทียนอวี้เหมือนกำลังต่อสู้กับตัวเองอยู่
แล้วเขาจะต่อสู้กับตนเองไปทำไมกัน ประสาทหรือไร?
“เซี่ยเทียนอวี้ ท่านเป็นอะไรหรือ”
“อย่ามาแตะต้องตัวข้า ถอยไปนะ!”
เขารีบผละออกจากนางก่อนจะเดินจากไปทันที จิ่งรั่วอิงถึงกับยกมือขึ้นเกาศีรษะตนเองด้วยความงุนงง
หน้าตาก็หล่อ ไม่น่าเป็นคนอารมณ์ขึ้นๆลงๆเลย
ด้านเซี่ยเทียนอวี้เมื่อกลับมาถึงตำหนักมังกรสวรรค์ก็รีบตะโกนเรียกไป๋กงกงเข้ามาพบทันที
"ตาแก่ไป๋ ตามหมอมาเร็วเข้า ข้าป่วยแล้ว ข้าป่วยหนักแล้ว รีบไปตามหมอมาเร็ว!"
ไป๋กงกงที่เพิ่งจะเผากระเทียมเสร็จถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างหมดอาลัยตายอยาก
เดี๋ยวก็สั่งเผากระเทียม เดี่ยวก็คิดว่าตนเองป่วย ให้ตายเถอะ คนรอบข้างจะเป็นบ้าตามฝ่าบาทกันหมดแล้ว!
"ค่อยๆเดินนะเพคะฮองเฮา ดูแล้วเหมือนจะได้ลูกแฝดเลยเพคะ"หลิงซีและอันหรานช่วยประคองเจ้านายของตนมานั่งอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเอ่ยอย่างดีอกดีใจ จิ่งรั่วอิงเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็แย้มยิ้มเต็มใบหน้า คราวก่อนนางทดลองใช้แส้ฟาดเขา ไม่นานนางก็ตั้งครรภ์จริงๆ นับว่าเยี่ยมมากเลยหญิงสาวหยิบผลผูเถาขึ้นมากินอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับเอ่ยชมว่าเซี่ยเทียนอวี้ช่างทำดีทำถึงจริงๆ“ฝ่าบาทคงจะกำลังร่วมประชุมยามเช้าอยู่กระมัง"จิ่งรั่วอิงเอ่ยถามนางกำนัลทั้งสอง หลิงซีและอันหรานพยักหน้าพลางเอ่ยตอบ"เพคะ หม่อมฉันได้ยินมาว่า ขุนนางพวกนั้นจ้องแต่จะให้ฝ่าบาทรับพระสนมคนใหม่เข้าวังหลวง พวกเขาอ้างว่ายามนี้ฮองเฮาทรงตั้งพระครรภ์ไม่อาจปรนนิบัติฝ่าบาทได้ จึงยกเรื่องนี้ขึ้นมาอ้างเพคะ"จิ่งรั่วอิงรับฟังอย่างไม่ใส่ใจเท่าใดนัก"ช่างเถอะ""ช่างเถอะอะไรกันเพคะ เกิดฝ่าบาททรงรับสตรีอื่นเข้ามาจริงๆ ฮองเอามิทรงหนักพระทัยแย่หรือเพคะ"จิ่งรั่วอิงไม่ตอบแต่กลับยกยิ้มมุมปาก หากเขากล้าทำเช่นนั้น นางจะตัดหนอนน้อยของเขาทิ้งเสีย ตัดแล้วสับๆโยนไปให้นกพิราบกิน!ด้านเซี่ยเทียนอวี้ยามนี้ก็กำลังร่วมประชุมยามเช้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ตั้งแต่เซี่ยชินอ
เมื่อเรื่องราวทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้้วยดี เซี่ยเทียนอวี้ก็สั่งให้คนนำศพของสองพ่อลูกบัดซบไปแขวนประจานเอาไว้ที่หน้าประตูเมือง เพื่อให้ผู้คนได้ดูเป็นเยี่ยงอย่างว่าหากใครคิดทำชั่วจะต้องถูกลงโทษเช่นนี้ ส่วนคนของเซี่ยชินอ๋องก็ถูกฆ่าล้างบางไม่เหลือ ค่ายหทารเดนตายก็ถูกทำลายสิ้น นับว่าทุกอย่างจบสิ้นไปได้ด้วยดีส่วนเวินเมี่ยวและมู่ลี่ เขาก็ปลดนางออกจากการเป็นพระสนม คืนอิสะให้แก่พวกนางทั้งสองคน และรับพวกนางเป็นน้องสาวบุญธรรม อีกทั้งยังอนุญาตให้พวกนางแต่งงานกับบุรุษที่ตนพึงใจได้ เวินเมี่ยวและมู่ลี่แม้จะเสียใจเพียงใดแต่ก็ยอมรับได้ เพราะอย่างน้อยฝ่าบาทก็ยังเมตตาพวกนางสองคนอยู่บ้างเซี่ยเทียนอวี้แต่งตั้งจิ่งรั่วอิงขึ้นเป็นฮองเฮา ในวังหลังของเขามีนางเป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียวหลังจากเสร็จสิ้นพิธีการต่างๆแล้ว เขาและนางก็พากันกลับมาเยี่ยมจวนตระกูลจิ่ง เดิมทีนางจะกลับมาเยี่ยมบิดานานแล้ว แต่เพราะเซี่ยเทียนอวี้เล่นแง่ไม่ยอมปล่อยนางออกมาเสียทีนางจึงไม่อาจกลับบ้านได้ แต่พอนางโมโหจริงๆเขาจึงไม่กล้าขัดใจนางอีก และยังบอกว่าจะมาเยี่ยมจวนตระกูลจิ่งพร้อมกับนางอีกด้วย แม่ทัพใหญ่จิ่งและจิ่งรุ่ยเมื่อทราบว่าพวกนางจะกลับ
เซี่ยเทียนอวี้บาดเจ็บสาหัส แน่นอนว่าท่านหมอย่อมต้องทำการรักษาเขาอย่างรวดเร็ว เมื่ออาการของชายหนุ่มคงที่แล้ว จิ่งรั่วอิงจึงพาเขาเดินทางกลับเมืองหลวงในทันที อย่างไรเสียที่เมืองหลวงก็มีหมอฝีมือดีกว่าเมืองเยี่ยนจิง โชคดีที่หนนี้เดินทางมากับเรือ ภายในเรือมีห้องพักที่สะดวกสบายมากกว่ารถม้า จึงทำให้เซี่ยเทียนอวี้เดินทางกลับเมืองหลวงได้อย่างราบรื่นศพของเซี่ยซู่อันและเซี่ยชินอ๋องรวมไปถึงหวงซูเหยานั้นถูกนำขึ้นเรือกลับเมืองหลวงมาด้วย อย่างไรย่อมต้องรอให้เซี่ยเทียนอวี้ฟื้นขึ้นมาเสียก่อนจึงจะรู้ว่าควรต้องจะการเช่นไรต่อ ส่วนราชครูหวงนั้นเมื่อได้ทราบว่าบุตรสาวถูกเซี่ยซู่อันสังหารจนตายก็เสียใจจนเป็นบ้าเป็นหลัง จิ่งรั่วอิงอดเวทนาขึ้นมาไม่ได้ อีกทั้งยังด่าทอเซี่ยซู่อันว่าเขาช่างใจดำอำมหิตเกินคนยามนี้จิ่งรั่วอิงกำลังนั่งอยู่ข้างเตียงนอนของเซี่ยเทียนอวี้ ก่อนหน้านี้บิดาและพี่ชายของนางได้เข้ามาเยี่ยมดูอาการของเขารอบหนึ่งแล้ว ก่อนจะออกไปอารักขาอยู่ที่ด้านนอก ก่อนไปบิดาและพี่ชายยังเอ่ยปลอบใจนางหลายประโยค อีกทั้งยังย้ำว่าเซี่ยเทียนอวี้จะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอนจิ่งรั่วอิงยื่นมือไปลูบใบหน้าของเซี่ยเทียนอวี้เบ
ยามนี้เซี่ยซู่อันบ้าคลั่งจนไม่หลงเหลือความเป็นคนแล้ว หลังจากที่หนีออกมาจากเซี่ยเทียนอวี้ได้เขาก็เรียกรวมพลทหารเดนตายและสั่งให้ทหารพวกนั้นฆ่าคนบริสุทธิ์อย่าให้เหลือ เขาต้องการทำให้แผ่นดินอาบไปด้วยโลหิต เขาอยากเห็นนักว่าเซี่ยเทียนอวี้จะทำเช่นไร ในเมื่อเขาไม่ชนะ เซี่ยเทียนอวี้ก็ต้องพ่ายแพ้เช่นเดียวกัน“เซี่ยซู่อันเจ้าหยุดเถอะ!”เซี่ยเทียนอวี้พาทหารออกมาสมทบกับแม่ทัพใหญ่จิ่งและจิ่งรุ่ยเพื่อคุ้มกันชาวบ้าน ทหารทั้งสองฝั่งกำลังห่ำหั่นกันอย่างเอาเป็นตาย เซี่ยซู่อันหันมามองเซี่ยเทียนอวี้แล้วเอ่ยอย่างไม่รู้สึกผิด"เหตุใดข้าต้องหยุดด้วย ข้าจะทำลายทุกอย่างที่เจ้ารัก พรากทุกอย่างที่เป็นของเจ้าไปให้หมด หากข้าไม่ได้เป็นฮ่องเต้ เจ้าก็อย่าหวังจะได้นั่งบนบัลลังค์อย่างสงบสุขเลย อีกไม่นานหูเฟินจะนำกองกำลังเสริมมาสมทบ เจ้าคิดว่าในมือข้ามีแค่ทหารเดนตายอย่างนั้นหรือ เจ้าคิดผิดแล้ว!"เซี่ยเทียนอวี้เอ่ยอย่างภูมิอกภูมิใจ ทหารที่ว่าคือทหารของท่านพ่อที่มอบเอาไว้ให้กับเขา หากนำมาสมทบกับทหารเดนตายย่อมไม่ด้อยไปกว่าทหารของตระกูลจิ่ง เซี่ยเทียนอวี้มองเซี่ยซู่อันอย่างดูแคลนแล้วเอ่ยอย่างเวทนา"เจ้าคงผิดหวังแล้วล่ะซู่อ
จิ่งรั่วอิงมองเซี่ยซู่อันอย่างสมเพช นี่เขาถึงขนาดลงมือสังหารหวงซูเหยาเลยอย่างนั้นหรือ เขาทำไปเพราะอะไรกันแน่“ท่านฆ่านางทำไม!”“นางคิดจะหักหลังข้า ใครที่คิดจะหักหลังคนอย่างข้า ล้วนพบจุดจบไม่ดีสักคน!”“ท่านเสียสติไปแล้ว!”จิ่งรั่วอิงด่าทอบุรุษตรงหน้าอย่างไม่ไว้หน้าอีก ในเมื่อเขาเปิดเผยธาตุแท้ของตนเองออกมาแล้ว เช่นนั้นนางก็ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งอีกเช่นเดียวกัน เซี่ยซูอันที่ถูกด่ากลับไม่สะทกสะท้าน เขามองนางอย่างไม่ลดละ ดวงตาคมคู่นั้นแดงก่ำราวกับสีเลือด"ข้าไม่ได้เสียสติ! ข้ามีสติดีทุกอย่าง เดิมทีแผนการของข้าไม่ควรต้องเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ท่านพ่อข้าควรจะมีชีวิตอยู่ต่อ จากนั้นข้าก็สังหารเซี่ยเทียนอวี้ได้สำเร็จ สถาปนาตนเองขึ้นเป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่ แต่งตั้งหวงซูเหยาขึ้นเป็นฮองเฮา พวกเราจะมีลูกด้วยกันหลายคน แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดทุกอย่างจึงดูผิดแปลกไปหมด เหยาเอ๋อร์ต้องมาแต่งงานกับบิดาข้า ซ้ำร้ายนางยังเป็นคนวางยาพิษท่านพ่อข้า แล้วยังคิดจะหักหลังข้าอีกด้วย ข้าจึงต้องกำจัดนางทิ้ง เจ้ารู้ไหมยามที่ข้าใช้มีดสั้นจ้วงแทงกลางอกของนางข้าเจ็บปวดมากเพียงใด ทั้งที่ข้าค่อยๆแทงนางแท้ๆ แต่นางกลับกระอักเลือดออก
เซี่ยซู่อันยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาของตนอย่างลวกๆ ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เขาสั่งให้องค์รักษ์คนสนิทของตนเข้ามาทำความสะอาดล้างคราบเลือดออกให้หมด ก่อนจะจัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางใหม่ และพานางไปนอนบนเตียง ทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น นางเพียงนอนหลัับพักผ่อนเท่านั้น เหล่าสาวใช้ที่คอยรับใช้หวงซูเหยาก็พากันปิดปากเงียบไม่กล้าเอ่ยวาจาส่งเดช เพราะเซี่ยซู่อันข่มขู่เอาไว้ว่าหากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปถึงหูของเซี่ยเทียนอวี้เมื่อใด เขาจะสังหารล้างโคตรพวกนางทั้งตระกูล นางกำนัลเหล่านั้นจึงทำได้เพียงกลืนความลับนี้ให้มันเน่าตายในท้องไปเสีย"หากมีคนถาม ก็บอกว่าพระชายาล้มป่วยตรอมใจที่ท่านพ่อจากไป ห้ามคนมารบกวน"เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย แววตาก็ดูเย็นชาดำทะมืนน่ากลัวเป็นอย่างมาก ในสายตาของข้ารับใช้ยามนี้เซี่ยซู่อันก็เหมือนคนที่เสียใจจนกลายเป็นบ้าไปแล้วชายหนุ่มกลับมาที่เรือนนอนของตนเอง ก่อนจะเขียนจดหมายฉบับหนึ่ง และให้คนลอบนำไปส่งให้กับจิ่งรั่วอิงอย่างลับๆ ยามนี้เขาจะรั้งรอเวลาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ท่านพ่อจากไปอย่างไม่มีวันกลับ โชคดีที่เขาสามารถโยกย้ายทหารเดนตายมาที่เมืองเยี่ยนจิงได้สำเร็จแล้ว ที่เหลื







