แชร์

บทที่ 2 จับทำสามีนะ

ผู้เขียน: องค์หญิงโนเนม
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-22 13:57:55

จิ่งรั่วอิงที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับเอ่ยวาจาใดไม่ออก เกิดมานางเพิ่งเคยพบเคยเจอบุรุษที่บ้าได้ถึงขนาดนี้ แค่มีกลิ่นกระเทียมอยู่ในปากเขาก็โมโหจนสั่งให้คนนำกระเทียมไปเผาทิ้งทั้งหมด ช่างเหลือเกินจริงเชียว 

ด้านเซี่ยเทียนอวี้เมื่อจัดการกับกระเทียมบัดซบนั่นได้แล้ว เขาก็หันมาปรายตามองจิ่งรั่วอิงอย่างไม่พอใจ ความรู้สึกที่เขามีต่อนางในยามนี้ทั้งรัก ทั้งชังในคราเดียวกัน ใจหนึ่งเขาก็อยากจะโบยนางให้ตาย แต่กลับไม่อาจหักใจลงมือได้ เขาก็ไม่เข้าใจตนเองเช่นเดียวกัน ทั้งที่รู้ว่านางจะเป็นภัยต่อตนเองในภายภาคหน้าแต่เขาก็ยังหักใจสังหารนางไม่ลง

เขาคิดจะเข้าไปสนทนากับนางอีกสักรอบ แต่เมื่อนึกถึงกลิ่นกระเทียมเมื่อครู่จึงสั่งให้ไป๋กงกงไปเอาป๋อเหอกับก้านพลูมาให้ ก่อนที่ชายหนุ่มจะเคี้ยวมันแล้วคายทิ้งไปนอกหน้าต่าง จิ่งรั่วอิงมองเขาเหมือนมองผี ตอนนี้นางเริ่มไม่หลงใหลในตัวเขาแล้ว หน้าตาหล่อเหลาแล้วอย่างไร ถ้าเบ้าหน้าแบกสันดานเช่นนี้นางก็ไม่ไหวเหมือนกัน

เซี่ยเทียนอวี้ทดสอบลมหายใจของตนเองอีกหนเมื่อเห็นว่ากลิ่นกระเทียมหายไปจนหมดแล้ว เขาจึงก้าวเข้ามาหานางทันที จิ่งรั่วอิงขยับถอยหนีไปหลายก้าวเพราะยังระแวงลมหายใจมังกรของเขาอยู่

"เอาล่ะ ที่ข้ามาหาเจ้าวันนี้เพราะอยากจะมาเตือนเจ้าสักคำ ต่อไปเจ้าอย่าได้คิดปีนเตียงข้าอีก หากยังไม่จดไม่จำ ครั้งหน้าข้าจะลงโทษเจ้าให้หนักกว่าเดิม สตรีเช่นเจ้ามันก็เก่งแต่ยั่วยวนอย่างไร้สมอง เจ้าคิดว่าข้ามองเจตนาชั่วของเจ้าไม่ออกหรือ" 

จิ่งรั่วอิงไม่ได้เอ่ยตอบโต้เลยสักคำเดียว เพราะนางคร้านจะทะเลาะกับเขา ใช้ชีวิตก็เหนื่อยพอแล้วนางไม่มีเวลามาเถียงกับคนเป็นโรคประสาทหรอก

เมื่อเห็นว่าสตรีตรงหน้าไม่เถียง อีกทั้งยังไม่แสดงท่าทียั่วยวนเหมือนเช่นที่เคยทำ เซี่ยเทียนอวี้ก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก 

"ทำไม วันนี้หมดแรงจะยั่วยวนข้าแล้วหรือ หากเจ้าเก่งมากก็ยั่วข้าอีกรอบสิ ยั่วเลย!"

จิ่งรั่วอิงได้ฟังก็ถึงกับมองขายหนุ่มตรงหน้าเหมือนมองคนบ้า เขาประสาทหรือไรกัน ตอนแรกบอกไม่ชอบให้นางยั่วและห้ามนางเข้าใกล้ แต่ตอนนี้กลับมาถามว่าทำไมไม่ยั่วยวนเขา เซี่ยเทียนอวี้ฮ่องเต้ผู้นี้สมองของเขายังปกติดีอยู่หรือไม่

บ้าบอจริงเชียว!

แม้ในใจจะก่นด่าแต่นางก็ไม่อยากจะก่อสงครามประสาทกับเขาอีก จึงยอมอ่อนลงให้เขาหลายส่วน

"ฝ่าบาท หม่อมฉันเหนื่อยแล้วเพคะ ฝ่าบาททรงเสด็จกลับตำหนักไปเถอะเพคะ พวกเราอย่าพบหน้ากันอีกจะดีกว่า"

นางเอ่ยอย่างเกียจคร้าน เมื่อครู่เพิ่งกินซาลาเปาไส้เนื้อไปนางอิ่มมากจึงรู้สึกง่วงขึ้นมา นางอยากนอนมากกว่าจะมายืนทะเลาะกับเขา 

เซี่ยเทียนอวี้ที่ถูกจิ่งรั่วอิงเอ่ยปากไล่โทสะในใจก็ยิ่งประทุ เขายื่นมือของตนมากระชากข้อมือของจิ่งรั่วอิงอย่างแรงพร้อมกับเอ่ยอย่างไม่พอใจ

"เจ้าเป็นใครถึงมีสิทธิ์มาไล่ข้าตามใจชอบ ที่นี่ีคือวังหลวงของข้า ข้าอยากจะเดินไปที่ใดก็ไป หรือว่าอยากจะตีลังกาไปที่ไหนข้าก็จะทำ หรือแม้กระทั่งอยากจะนอนตรงไหนข้าก็จะนอน เจ้าจะทำไม ห๊ะ สตรีเสแสร้ง!"

เขาออกแรงบีบข้อมือของนางหนักขึ้นจนหญิงสาวเริ่มรู้สึกเจ็บ

 จิ่งรั่วอิงเริ่มหมดความอดทนกับคนบ้าอย่างเซี่ยเทียนอวี้แล้ว!

"ฝ่าบาท ปล่อยเพคะ"

"ข้าไม่ปล่อยเจ้าจะทำไม! เก่งนักก็หาทางหลุดพ้นให้ได้สิ ห๊ะ!"

ท่าทางกวนประสาทของเซี่ยเทียนอวี้ทำเอาจิ่งรั่วอิงเริ่มมีโทสะ ฮ่องเต้บัดซบนี่!

“เซี่ยเทียนอวี้ ท่านจะเอายังไงว่ามาเลย?”

เซี่ยเทียนอวี้ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าจิ่งรั่วอิงเอ่ยเรียกชื่อเขาอย่างไม่เคารพเช่นนี้

“สามหาวนัก!”

“หาวเดียวข้าก็ง่วงแล้ว”

เซี่ยเทียนอวี้”……”

ชายหนุ่มที่เถียงไม่ได้จึงโมโหจนหน้าดำหน้าแดงขึ้นมาทันที

“เจ้าปากเก่งนักนะ ข้าจะดูสิว่าน้ำหน้าอย่างเจ้าจะหาทางรอดจากข้าได้อย่างไร ดิ้นสิ ดิ้นให้หลุด!”

จิ่งรั่วอิงแทบอยากกัดลิ้นตาย ปากเขาบอกว่าเกลียดนางแต่กลับกอดไม่ปล่อยเช่นนี้มันหมายความว่าอย่างไรกัน

“เซี่ยเทียนอวี้ หากท่านไม่ชอบหน้าข้าก็ไล่ข้าออกจากวังหลวงไปเสียสิ ข้าจะได้ไม่อยู่ขวางหูขวางตาท่าน”

“เจ้าฝันไปเถอะ เจ้าคงคิดจะกลับไปหาชายในดวงใจของเจ้าสินะ ข้าไม่มีทางให้เจ้าสมหวังหรอก เจ้าจะต้องอยู่ในวังกับข้าไปจนวันตาย ข้าจะตัดหนทางไม่ให้เจ้ากับมันได้พบกันอีก!”

เอ่ยจบเขาก็โน้มใบหน้าเข้ามาหมายจะจูบนาง จิ่งรั่วอิงตื่นตระหนกทันที นางยังไม่พร้อมถูกเขาถ่ายทอดลมหายใจมังกรให้ ไม่ได้เด็ดขาด!

ไวกว่าความคิดนางรีบยื่นมือของตนไปปิดปากเขาเอาไว้ทันที

"ขอเตือนด้วยความหวังดี หากท่านกล้าจูบข้า ข้าจับท่านทำผัวแน่ ท่านเกลียดข้าไม่ใช่หรือ คงไม่อยากตกเป็นของข้ากระมัง คิดให้ดีดี!"

เซี่ยเทียนอวี้"...."

จับทำผัวเลยหรือ น่าสนใจดีนะ เขาเองก็อยากจะลองเป็นผัวนางสักสองสามวันเหมือนกัน

ถุย! เขาต้องเกลียดนางสิ ต้องเกลียดนาง ต้องเกลียดให้ถึงที่สุด!

แต่อีกใจหนึ่งก็อยากลองเป็นผัวนางดู 

ชิบหายแล้ว เขาต้องป่วยแน่ๆ!  

จิ่งรั่วอิงย่นหว่างคิ้ว นางรู้สึกได้ว่าตอนนี้เซี่ยเทียนอวี้เหมือนกำลังต่อสู้กับตัวเองอยู่

แล้วเขาจะต่อสู้กับตนเองไปทำไมกัน ประสาทหรือไร?

“เซี่ยเทียนอวี้ ท่านเป็นอะไรหรือ”

“อย่ามาแตะต้องตัวข้า ถอยไปนะ!”

เขารีบผละออกจากนางก่อนจะเดินจากไปทันที จิ่งรั่วอิงถึงกับยกมือขึ้นเกาศีรษะตนเองด้วยความงุนงง

หน้าตาก็หล่อ ไม่น่าเป็นคนอารมณ์ขึ้นๆลงๆเลย

ด้านเซี่ยเทียนอวี้เมื่อกลับมาถึงตำหนักมังกรสวรรค์ก็รีบตะโกนเรียกไป๋กงกงเข้ามาพบทันที

"ตาแก่ไป๋ ตามหมอมาเร็วเข้า ข้าป่วยแล้ว ข้าป่วยหนักแล้ว รีบไปตามหมอมาเร็ว!"

ไป๋กงกงที่เพิ่งจะเผากระเทียมเสร็จถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างหมดอาลัยตายอยาก

เดี๋ยวก็สั่งเผากระเทียม เดี่ยวก็คิดว่าตนเองป่วย ให้ตายเถอะ คนรอบข้างจะเป็นบ้าตามฝ่าบาทกันหมดแล้ว!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฮ่องเต้ไบโพล่าผู้นี้เป็นของเจ้าแล้วนะ   บทที่ 17 รังเกียจ

    ด้านจิ่งรั่วอิงนั้นก็ติดฝนอยู่กับเซี่ยซู่อันไม่อาจหนีไปไหนได้ ระหว่างนี้นางต้องแสร้งทำเป็นรักใคร่เขาเสียเต็มประดาทั้งที่ในใจอยากจะกระโดดถีบสองขาคู่ รออยู่ราวครึ่งชั่วยามในที่สุดฝนก็หยุดตกเสียที นางแสร้งทำท่าทีร้อนใจก่อนจะหันมาเอ่ยกับเขา"พี่ซู่อัน ข้าคงต้องรีบกลับแล้ว เกรงว่าหากเขาสร่างเมาแล้วไม่เห็นข้าจะสงสัยเอาได้ ท่านก็รีบกลับไปเถอะ ระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ แล้วก็อย่าลืมคิดถึงข้าด้วยเล่า""ได้ ข้าจะคิดถึงเจ้าทุกคืนวัน”เขาเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แววตาที่ใช้มองนางก็หวานล้ำเป็นอย่างยิ่ง จิ่งรั่วอิงลอบปรบมืออยู่ในใจ ไอ้หมอนี่ถ้าอยู่ในยุคปัจจุบันมันจะต้องเป็นดาราดังแถวหน้าอย่างแน่นอน แสดงเก่งซะขนาดนี้เมื่อไม่มีสิ่งใดแล้วทั้งจิ่งรั่วอิงและเซี่ยซู่อันจึงแยกย้ายกันกลับไปยังที่ทางของตนเองทันทีระหว่างที่จิ่งรั่วอิงเดินกลับมาที่เรือนพักอารมณ์ของนางก็ไม่ใคร่จะดีเท่าใดนัก หญิงสาวถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกก่อนจะสั่งให้หลิงซีเอาไปเผาทิ้งเสีย หลิงซีสงสัยว่าเจ้านายจะเอาไปเผาทำไมชุดสวยขนาดนี้ช่างน่าเสียดายนัก แต่ว่านางกลับไม่กล้าเอ่ยถาม ทำได้เพียงรีบเอาเสื้อคลุมตัวนั้นไปเผาตามคำสั่งเมื่อจิ่งรั่วอิง

  • ฮ่องเต้ไบโพล่าผู้นี้เป็นของเจ้าแล้วนะ   บทที่ 16 ละครซ้อนละคร

    เย็นวันนั้นเซี่ยเทียนอวี้จัดงานเลี้ยงที่พระราชวังฤดูร้อนเพื่อให้เหล่าขุนนางและทุกคนที่รวมเดินทางมาได้ผ่อนคลายกันอย่างเต็มที่ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังมอบอาหารดีดีให้กับเหล่าข้ารับใช้อีกด้วยเสิ่นไทเฮานั้นอยู่พูดคุยกินดื่มด้วยเพียงชั่วครู่ก็ขอตัวกลับไปสวดมนต์ต่อ เซี่ยเทียนอวี้หันไปมองจิ่งรั่วอิงที่นั่งอยู่ข้างกันก็พบว่ายามนี้สตรีตัวแสบของเขากำลังนั่งรอให้นางกำนัลคีบอาหารเข้าปากให้อย่างสบายอารมณ์ เหอะ จะกินยังขี้เกียจคีบเองช่างเหลือเกินจริงเชียวจิ่งรั่วอิงหันมองไปโดยรอบ อยู่ๆสายตาก็สบประสานเข้ากับเซี่ยซู่อันที่มองมาพอดี เขาส่งสายตาบางอย่างให้กับนาง หญิงสาวจึงแสร้งพยักหน้าให้เขาเล็กน้อย ก่อนจะหันไปกินอาหารต่อ ที่เขาส่งสายตาให้นางคงเพราะเรื่องที่นัดพบกันวันนั้นสินะนางจำได้ ด้านเซี่ยเทียนอวี้ก็ทำเป็นมองไม่เห็นว่าเซี่ยซู่อันส่งสายตาให้จิ่งรั่วอิง เขาต้องข่มกลั้นตนเองอย่างมากเพื่อไม่ให้ระเบิดอารมณ์ออกมาจนทำให้เสียเรื่องเซี่ยซู่อันที่เห็นว่าจิ่งรั่วอิงพยักหน้าตอบรับแล้วจึงพอจะสบายใจขึ้นมาได้บ้าง แรกเริ่มเขารู้สึกกังวลใจมากที่นางไม่ปฏิกิริยาตอบสนองต่อเขาเลย แต่เมื่อได้เห็นว่าวันนี้นางพยักหน้าร

  • ฮ่องเต้ไบโพล่าผู้นี้เป็นของเจ้าแล้วนะ   บทที่ 15 แผนใหม่

    วันเวลาล่วงเลยมาจนถึงวันที่เซี่ยเทียนอวี้จะต้องเดินทางไปทำพิธีขอฝนที่พระราชวังฤดูร้อนบนเขาแล้ว ครั้งนี้เขาให้เหล่าขุนนางเตรียมการเอาไว้เป็นอย่างดีทุกอย่าง การเดินทางในครานี้เขาพาจิ่งรั่วอิงไปด้วย ส่วนเสิ่นไทเฮาก็ติดตามไปด้วยเช่นเดียวกันเวินเมี่ยวและมู่ลี่อย่างไรก็ได้ชื่อว่าเป็นคนของเชื้อพระวงศ์ เซี่ยเทียนอวี้จึงอนุญาตให้พวกนางติดตามไปด้วยได้ สตรีทั้งสองแม้จะไม่ชอบใจจิ่งรั่วอิงมากเพียงใด แต่เมื่อได้ทราบว่ายามนี้คนเขาเป็นถึงจิ่งเฟย พวกนางสองคนจึงไม่กล้าหาเรื่องใส่ตัวอีกการเดินทางครั้งนี้มีแม่ทัพใหญ่จิ่งและจิ่งรุ่ยถวายอารักขาอย่างเข้มงวด แม่ทัพใหญ่จิ่งควบม้านำอยู่ขบวนหน้าสุด ส่วนจิ่งรุ่ยคุ้มกันอยู่ที่ท้ายขบวน เซี่ยเทียนอวี้และจิ่งรั่วอิงนั้นนั่งอยู่ในรถม้าคันแรก ตามมาด้วยรถม้าของเสิ่นไทเฮา รถม้าของเวินเมี่ยว มูลี่ และรถม้าของเซี่ยซู่อันกับเซี่ยชินอ๋อง ตามมาด้วยรถม้าของบรรดาเหล่าขุนนางและฮูหยินที่ติดตามมาด้วยจิ่งรั่วอิงนั่งเอนกายอยู่บนรถม้าอย่างสบายอารมณ์ มือหนึ่งก็หยิบขนมเข้าปาก มือหนึ่งก็ถือถ้วยชาขึ้นจิบอย่างมีความสุข เซี่ยเทียนอวี้ปรายตามองนางหนหนึ่งแล้วจึงเอ่ยประชดประชัน"เจ้านี่สบ

  • ฮ่องเต้ไบโพล่าผู้นี้เป็นของเจ้าแล้วนะ   บทที่ 14 กระดูกหมูผิดอะไร

    เรื่องที่เซี่ยชินอ๋องและเซี่ยซู่อันปลดทุกข์กลางงานเลี้ยงสร้างความอับอายให้กับพวกเขาสองพ่อลูกเป็นอย่างมาก ทั้งสองคนถึงขนาดขอลาป่วยไม่มาร่วมประชุมยามเช้าอยู่หลายวัน เมื่อกลับมาร่วมประชุมยามเช้าอีกครั้งก็ต้องอับอายยิ่งกว่าเดิม เพราะเหล่าขุนนางต่างมองพวกเขาด้วยสายตาประหลาดเซี่ยซู่อันถึงกับลอบสบถในใจไม่เคยท้องเสียกันหรือไง!ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นวันนั้นพวกเขาก็สืบหาเบาะแสมาโดยตลอด แต่กลับไม่พบเรื่องผิดปกติใดเลย พวกเขาจึงถอดใจไม่สืบสาวราวเรื่องต่อการประชุมขุนนางยามเช้าในวันนี้เป็นเรีืองของการเดินทางไปทำพิธีขอฝนที่พระราชวังฤดูร้อนบนเขา เซี่ยเทียนอวี้มีกำหนดการเดินทางในอีกสามวันข้างหน้า โดยมีแม่ทัพใหญ่จิ่งเป็นคนคอยคุ้มกันขบวนเสด็จด้านแม่ทัพใหญ่จิ่งก็รอโอกาสเหมาะมาถึง แล้วจึงเดินขึ้นมาด้านหน้าท้องพระโรงก่อนจะคำนับต่อหน้าพระพักตร์อย่างนอบน้อม เซี่ยเทียนอวี้ที่เห็นอย่างนั้นก็มองแม่ทัพใหญ่จิ่งคราหนึ่ง"ท่านแม่ทัพมีสิ่งใดก็พูดมาได้เลย ไม่ต้องมากพิธี"แม่ทัพใหญ่จิ่งยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะล้วงหยิบตราพยัคฆ์และส่งให้ไป๋กงกงนำขึ้นไปมอบให้กับเซี่ยเทียนอวี้"ยามนี้บ้านเมืองสงบสุขแล้ว กระหม่อมขอส่งคืนกองกำ

  • ฮ่องเต้ไบโพล่าผู้นี้เป็นของเจ้าแล้วนะ   บทที่ 13 ตดเนื้อ

    ด้านเซี่ยชินอ๋องและเซี่ยซู่อันนั้น หลังจากที่รับอนุทั้งสามนางเข้าจวนมา พวกเขาสองพ่อลูกก็แทบไม่ได้อยู่เป็นสุขเลยแม้แต่วันเดียว พวกนางมักจะหาเรื่องเข้าใกล้เขาสองคนไม่หยุด จนพวกเขาอยู่ในจวนไม่ได้ อยากจะฆ่าจะแกงจะทำร้ายพวกนางก็ไม่อาจทำได้อีก มิเช่นนั้นจะเป็นการเผยพิรุธให้เซี่ยเทียนอวี้สงสัยเอาได้เซี่ยชินอ๋องยกจอกสุราขึ้นดื่มเพื่อย้อมใจ ยามนี้เขากำลังหลบอยู่ในห้องใต้ดินของจวนอ๋องพร้อมกับเซี่ยซู่อัน"สารเลวนัก! มันจงใจสร้างเรื่องปวดหัวให้เจ้ากับข้าชัดๆ เซี่ยซู่อัน หรือว่าเทียนอวี้จะรู้แล้วว่าพวกเรามีใจคิดก่อกบฏ"เซี่ยซู่อันที่ได้ยินบิดาเอ่ยเช่นนั้นก็มีท่าทางครุ่นคิด ก่อนจะส่ายหน้าไปมา"ไม่มีทาง เขาโง่ออกปานนั้น ก่อนหน้านี้ข้าได้สังเกตดูท่าทีของเขาแล้ว เขาไม่ได้มีอะไรผิดปกติเลยขอรับท่านพ่อ ข้าบอกอะไรเขาก็เชื่อ เอาอย่างนี้ หากเราไม่สบายใจ แผนต่อไปก็ควรเริ่มให้เร็วขึ้นหน่อย ข้าจะส่งคนไปแฝงตัวอยู่ในตำหนักของเซี่ยเทียนอวี้ แต่ทว่าเราต้องรอให้ผ่านพ้นการทำพิธีขอพรจากท่านเทพไปเสียก่อน""ดี จัดการให้เรียบร้อย ยิ่งวางยาพิษมันได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเลย ข้าจะได้ฆ่าอีแก่สามคนนั่นทิ้งซะ!"เซี่ยชินอ๋องเ

  • ฮ่องเต้ไบโพล่าผู้นี้เป็นของเจ้าแล้วนะ   บทที่ 12 ถึงอกถึงใจดีจริงๆ

    เซี่ยเทียนอวี้ดึงทิึ้งเสื้อผ้าของตนเองออกจนหมด ยามนี้เขาและนางอยู่ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน เซี่ยเทียนอวี้จูบจิ่งรั่วอิงอย่างดูดดื่ม เขาสอดแทรกลิ้นชื้นแฉะเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของนางอย่างเอาแต่ใจ จิ่งรั่วอิงยื่นสองแขนไปโอบรัดรอบลำคอของเขา อีกทั้งยังจูบตอบเขาอย่างรู้งาน ก่อนที่นางจะผลักเขาให้เป็นฝ่ายลงไปนอนราบอยู่บนเตียง จากนั้นนางก็ขึ้นมานั่งคล่อมอยู่บนตัวของเขา"เซี่ยเทียนอวี้ วันนี้ท่านทำได้ดี ข้าจะตอบแทนท่านอย่างถึงใจเลย""ดี!"เซี่ยเทียนอวี้รับคำอย่างตื่นเต้น จิ่งรั่วอิงไม่รอช้า นางเลิื่อนใบหน้าลงไปที่หว่างขาของเขา ก่อนจะยื่นมือเรียวงามคว้าจับเข้าไปที่ลำแท่งเอ็นร้อนใหญ่ยาวจนเต็มมือ แล้วจึงสาวชักขึ้นลงอย่างช้าๆ ก่อนจะเร่งจังหวะให้เร็วมากขึ้น จากนั้นนางก็แลบลิ้นเลียปลายหัวหยักของเขาอย่างหยอกเย้า เซี่ยเทียนอวี้ร่างกายกระตุกวาบ เขาส่งเสียงร้องครางในลำคอด้วยความเสียวซ่าน"โอว เสียว!"เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้านอนบิดเกร็งจิ่งรั่วอิงก็ยิ่งได้ใจ นางครอบริมฝีปากกลืนกินท่อนเนื้อท่อนเอ็นของเขาจนมิดลำ แล้วจึงขยับศีรษะขึ้นลงอย่างถี่ระรัว เซี่ยเทียนอวี้หายใจไม่ทั่วท้อง มือของเขาจัับผ้าปูเตีย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status