Share

บทที่ 3 ผีสาวตำหนักเย็น

last update Last Updated: 2026-01-22 13:58:15

"กราบทูลฝ่าบาท จากการตรวจเบื้องต้นพบว่าพระวรกายของฝ่าบาททรงแข็งแรงดี ไม่มีโรคร้ายพ่ะย่ะค่ะ"

เซี่ยเทียนอวี้เมื่อได้ฟังก็ย่นหว่างคิ้วคราหนึ่ง

"จะเป็นไปได้เช่นไรกัน ข้ารู้จักร่างกายของตนเองดียิ่งกว่าใคร ยามนี้ข้ากำลังป่วย เจ้าตรวจผิดหรือไม่ ไหนลองตรวจใหม่อีกทีสิ!"

หมอหลวงลอบกลอกตาไปมาคราหนึ่ง สรุปแล้วเขาหรือฝ่าบาทกันแน่ที่เป็นหมอ แต่ถึงแม้จะไม่พอใจมากเพียงใด หมอหลวงก็ไม่อาจเอ่ยคำโต้แย้งได้ เขาจึงตั้งใจตรวจใหม่อีกรอบ แต่คำตอบที่ได้ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม ทำเอาเซี่ยเทียนอวี้เริ่มรู้สึกว้าวุ่นในใจขึ้นมา

ชายหนุ่มมีสีหน้าไม่สู้ดีเท่าใดนัก เขาไล่ข้ารับใช้คนอื่นๆออกไปจากตำหนักจนหมด เหลือเพียงหมอหลวงและไป๋กงกงที่สามารถอยู่ต่อได้ เมื่อไม่มีคนนอกแล้ว เขาจึงเอ่ยกับหมอหลวงทันที

"หมอหลวงเจ้าจงฟังให้ดี อาการของข้าแปลกมาก วันนี้ข้าถูกสตรีต่ำช้านางหนึ่งกล่าววาจาล่วงเกินบอกว่าจะจับข้าทำสามี เดิมทีข้ารังเกียจนางมาก แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดหัวใจของข้าจึงเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งขึ้นมา อีกทั้งในสมองของข้ายังมีเสียงที่น่ากลัวเอ่ยยุยงให้ข้ายอมเป็นผัวนางอยู่ซ้ำๆ ข้าว่าข้าต้องป่วยแน่ หมอหลวง เจ้าจงหาทางรักษาข้าให้ได้ เอาเสียงบ้าๆนี่ออกไปจากหัวข้าที!"

หมอหลวงที่ได้ยินอย่างนั้นก็อยากล้มตัวลงนอนแล้วยกเท้าขึ้นก่ายหน้าผากตนเองให้มันจบๆไปเสีย เขาหันไปขอความช่วยเหลือจากไป๋กงกง แต่ไป๋กงกงกลับแสร้งหันหน้าหนีไปมองทางอื่น

จะให้ช่วยอย่างไรเล่า ทุกวันนี้เขายังช่วยตัวเองจากฝ่าบาทไม่ได้เลย ไป๋กงกงกล่าวในใจอย่างหมดอาลัยตายอยาก

เซี่ยเทียนอวี้ที่เห็นว่าหมอหลวงเงียบไปจึงรีบเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนใจ

"ว่าอย่างไรเจ้ามีวิธีรักษาข้าให้หายหรือไม่"

เซี่ยเทียนอวี้เอ่ยถามอย่างกระตือลือล้น หมอหลวงเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเอ่ย

"เห็นทียาสมุนไพรคงจะรักษาไม่ได้ ต้องใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่งพ่ะย่ะค่ะ"

"วิธีหนามยอกเอาหนามบ่งอย่างนั้นหรือ ข้าต้องทำเช่นไรเจ้ารีบพูดมา หากข้าหายขาดได้จริงๆ รับรองว่าข้าจะตบรางวัลให้เจ้าอย่างงาม"

เซี่ยเทียนอวี้ดีใจมาก เขาเองก็ไม่ชอบดื่มยาขมมาแต่ไหนแต่ไร เมื่อได้ยินหมอหลวงบอกว่ามีวิธีอื่นที่ไม่ต้องใช้ยาเขาก็ดีใจมาก

 หมอหลวงสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"วิธีนี้ไม่ยากพ่ะย่ะค่ะ ในเมื่อเอาชนะเสียงประหลาดนั่นไม่ได้ เช่นนั้นก็ทำตามที่ต้องการไปเลย ยอมเป็นผัวนางซะ ให้มันจบเรื่องไปพ่ะย่ะค่ะ!"

เซี่ยเทียนอวี้"......"

บรรยากาศในตำหนักมังกรสวรรค์เงียบงันไปชั่วขณะ เซี่ยเทียนอวี้ที่ตั้งสติได้จึงปรายตามองหมอหลวงด้วยแววตาเย็นเยียบ

"หมอเวร นี่คือวิธีรักษาของเจ้าหรือ ช่างบัดซบนัก!"

"กระหม่อมจนปัญญาแล้วพ่ะย่ะค่ะ นี่มันไม่ใช่โรค แต่เป็นเพราะฝ่าบาทกำลังอยากมีเมียต่างหาก!"

"ไสหัวไป ก่อนที่ข้าจะสั่งประหารเจ้าเก้าชั่วโคตร!"

หมอหลวงตกใจจนหน้าซีดเผือด รีบเอ่ยร้องขอด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"ฝ่าบาทโปรดเมตตาด้วย อย่าประหารโคตรพ่อโคตรแม่กระหม่อมเลยพ่ะย่ะค่ะ!"

เซี่ยเทียนอวี้พยายามระงับสติอารมณ์ ก่อนจะเอ่ย

“ไสหัวไป!”

“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”

หมอหลวงรีบกุลีกุจอวิ่งออกไปทันที แต่เพราะเกรงว่าตนเองจะวิ่งช้าเกินไปจนฝ่าบาทมีโทสะขึ้นมาอีกรอบ เขาจึงเปลี่ยนมาตีลังกาแทน

ตีลังกาไวกว่าวิ่ง เช่นนั้นก็ตีลังกาออกไปเถอะ!

ไป๋กงกงที่เห็นอย่างนั้นก็หันมามองเซี่ยเทียนอวี้ด้วยแววตาหนักอกหนักใจพลางครุ่นคิดว่าจะทำเช่นไรให้ฝ่าบาทหายจากพระอาการอารมณ์แปรปรวนดี หรือว่าจะเชิญเสด็จพระองค์ไปเดินเล่นที่อุทยานหลวงเพื่อผ่อนคลายดีนะ

แต่ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก ก็เห็นว่ายามนี้ฝ่าบาทได้ตีลังกาออกไปจากตำหนักมังกรสวรรค์เรียบร้อยแล้ว

ไป๋กงกง"......"

ผู้ใดก็ได้บอกเขาที ว่าเขาต้องเดินหรือตีลังกาตามฝ่าบาทไปดี?

ด้านจิ่งรั่วอิงนั้นยามนี้นางกำลังนั่งขุดมันอยู่ที่ด้านหลังตำหนักเย็น นับว่าโชคดีมากที่ตำหนักเย็นแห่งนี้ยังพอมีของดีให้นางได้กินประทังชีวิตอยู่บ้าง ไม่เพียงหัวมัน หากมีนกบินผ่านมานางก็เอามันมาทำอาหาร ไม่เว้นแม้กระทั่งงู นางไม่คิดเล็กคิดน้อย ยามนี้นางต้องเอาชีวิตรอดไว้ก่อน ของมีค่าและเงินที่ตระกูลจิ่งลอบส่งคนนำมามอบให้นางก็นำไปติดสินบนห้องเครื่องหมดแล้ว นางไม่มีเงินประทังชีวิตแล้ว

นับว่าเป็นเรื่องดีที่เจ้าของร่างเดิมยังมีครอบครัวที่รักใคร่นางจากใจจริง

จิ่งรั่วอิงนำนกที่จับได้มาปรุงเป็นอาหาร นางทำนกย่างเกลือกิน ส่วนงูก็เอามาตุ๋นเป็นน้ำแกง แรกๆหลิงซีและอันหรานนั่นวิ่งออกไปอาเจียนหลายหน แต่พอเริ่มปลงตกแล้วก็กินได้เหมือนกันกับนาง

หลังจากกินอิ่มแล้ว นางก็ออกมาเดินเล่นรับลมที่หน้าตำหนักเย็น

หลิงซีนำผ้าคลุมเก่าๆมาคลุมให้จิ่งรั่วอิงเพื่อป้องกันลมหนาว พลางเอ่ยอย่างทอดถอนใจ

“ได้ยินว่าก่อนหน้านี้คุณชายใหญ่จิ่งรุ่ยมาขอร้องแทนพระสนมแต่กลับถูกฝ่าบาทปฏิเสธไป ยามนี้คงทำได้เพียงรอแม่ทัพใหญ่จิ่งกลับมาจากชายแดนเสียก่อน ฝ่าบาทอาจจะยอมเห็นแก่หน้าท่านแม่ทัพใหญ่ ให้อภัยพระสนมสักหน”

จิ่งรั่วอิงที่ได้ยินเช่นนั้น ในหัวก็ปรากฏภาพครอบครัวของเจ้าของร่างเดิมขึ้นมา บิดาของนางเป็นแม่ทัพใหญ่ มารดาตายจากไปนานแล้ว บิดาก็ไม่คิดจะแต่งงานใหม่ พี่ชายของนางก็เจริญรอยตามบิดาเป็นนายกองอยู่ในค่ายทหาร ครอบครัวของนางดีกับนางมากจริงๆ พวกเขาตามใจนางทุกอย่าง ทั้งที่รู้ว่านางดื้อดึงจะช่วยเซี่ยซู่อันก่อกบฏพวกเขาก็ไม่เคยกล่าวโทษนาง สุดท้ายแล้วนางกลับเป็นตัวต้นเหตุทำให้ตระกูลจิ่งดับสิ้นทั้งตระกูล

จิ่งรั่วอิงไม่คิดโทษเจ้าของร่างเดิมอีก สตรีผู้นั้นก็เป็นเพียงหญิงวัยเยาว์ไร้เดียงสาที่ยึดมั่นในความรักอย่างเอาเป็นเอาตาย ยอมทุ่มเททุกสิ่งให้ชายคนรัก เพียงแต่ว่านางเลือกรักคนผิดก็เท่านั้น

ในเมื่อนางมาอยู่ในร่างนี้แล้ว ต่อไปนางจะลิขิตทางเดินของร่างนี้ใหม่ ไม่ให้ร่างนี้เห็นผิดเป็นชอบอีก

ในขณะที่จิ่งรั่วอิงกำลังคิดสิ่งใดไปเรื่อยเปื่อยก็ได้ยินเสียงหวานใสของสตรีสองนางดังขึ้นไม่ไกล

“อุ๊ยตายเจ้าดูสิมู่ผิน นั่นมิใช่จิ่งกุ้ยเหรินที่คิดปีนเตียงฝ่าบาทจนถูกลดขึ้นและไล่มาอยู่ตำหนักเย็นหรอกหรือ”

“จริงด้วย ตายแล้ว สภาพดูไม่จืดเลย ข้าเห็นแล้วยังรู้สึกสมเพช มิสู้พวกเราเข้าไปสมน้ำหน้า ไม่สิ เข้าไปปลอบประโลมนางสักหน่อยดีหรือไม่พี่หญิง”

จิ่งรั่วอิงเงยหน้าขึ้นไปมอง ก่อนจะพบว่าสตรีสองนางนี้คือพระสนมที่เข้าวังหลวงมาพร้อมกับเจ้าของร่างเดิม คนหนึ่งมีนามว่ามู่ลี่เป็นบุตรสาวเสนาบดีกรมพระคลัง อีกคนหนึ่งมีนามว่าเวินเมี่ยว เป็นบุตรสาวของเจ้ากรมอาลักษณ์เวิน

พวกนางมาที่นี่ทำไมกัน?

จิ่งรั่วอิงจ้องมองมู่ลี่และเวินเมี่ยวด้วยแววตาเรียบเฉย สตรีสองคนนี้เมื่อเข้ามาถึงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง แกล้งยกเท้าเตะโต๊ะตั่งในเรือนของนางให้ล้มลงบ้าง แกล้งผลักสาวใช้ของนางบ้าง นี่มันมาหาเรื่องกันชัดๆ

จิ่งรั่วอิงรู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมาทันที สตรีสองนางนี้เหมือนพวกนางร้ายในนิยายเลย อีกทั้งยังใช้วิธีปัญญาอ่อนพวกนี้มาหาเรื่องนางอีกด้วย

“หากพวกเจ้าจะมาหาเรื่องก็เชิญกลับไปเถอะ ข้าไม่มีเวลามาทะเลาะกับคนโง่หรอก”

เวินเมี่ยวและมู่ลี่เมื่อได้ยินจิ่งรั่วอิงเอ่ยเช่นนั้นก็รู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมา เวินเมี่ยวก้าวเดินเข้ามาหาจิ่งรั่วอิงก่อนจะยกมือขึ้นตบหน้าจิ่งรั่วอิงอย่างแรง หลิงซีและอันหรานตกใจมากแต่กลับไม่กล้าปริปาก หากนับกันตามฐานะยศศักดิ์แล้ว เวินเมี่ยวมีตำแหน่งสูงกว่าเจ้านายของพวกนาง

“เป็นแค่กุ้ยเหรินที่ถูกลดขั้น บังอาจกล้ามาต่อว่าข้าหรือ วันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้หลาบจำเอง”

จิ่งรั่วอิงถูกตบจนหน้าชาก็เริ่มมีโทสะ นางบ้าสองคนนี่ อยู่ดีๆก็มาหาเรื่องนาง สงสัยคงเบื่อจะมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง

ไม่ได้สิ หากตบหน้าสองคนนี้นางก็จะมีความผิดด้วย ต้องใช้แผนการใหม่

จิ่งรั่วอิงยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะกระโดดเข้าหาเวินเมี่ยวอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ใช้มือหยิกก้นของเวินเมี่ยวอย่างแรง

“อ๊า!อย่าหยิกก้นข้านะ เจ้าหยุดหยิกสิ มู่ลี่รีบมาช่วยข้าเร็วเข้า!”

เวินเมี่ยวแหกปากร้องไม่เป็นภาษา แรงหยิกจากมือของจิ่งรั่วอิงไม่เบาเลย  มู่ลี่เห็นอย่างนั้นก็คิดจะเข้ามาช่วยแต่จิ่งรั่วอิงมือไวนัก นางยื่นมือมาหยิกที่หัวนมของมู่ลี่อย่างแรง ไม่เพียงหยิก นางยังดึงติดมือมาอีกด้วย มู่ลี่ถูกหยิกจนเจ็บระบมตาเหลือกค้างทันที

“อย่าหยิก อย่าดึง อ๊า เสียว อร๊าย!”

จิ่งรั่วอิงยิ่งหยิกยิ่งมันมือจึงหยิกไม่ยั้ง ส่วนหลิงซีและอันหรานก็ช่วยจิ่งรั่วอิงรับมือกับนางกำนัลของเวินเมี่ยวและมู่ลี่ไม่ให้เข้ามาช่วยเจ้านายของพวกมันได้

 ในระหว่างนั้นเองก็มีเสียงของไป๋กงกงดังขึ้นมา

“ฝ่าบาทตีลังกาเสด็จแล้ว!”

ห๊ะ! เซี่ยเทียนอวี้ตีลังกามาหรือ?

เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเจอฮ่องเต้ตีลังกาเสด็จ

มาได้จังหวะพอดีเลย!

จิ่งรั่วอิงที่ได้ยินอย่างนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นฝ่ายเพลี้ยงพล้ำ นางผละออกจากเวินเมี่ยวและมู่ลี่ก่อนจะยกมือขึ้นตบหน้าตนเองจนบวมแดง จากนั้นก็ลากสองคนนี้ให้ขึ้นมาคล่อมบนตัวนาง ก่อนจะแหกปากร้องไห้เสียงดังลั่น จัดฉากว่าตนถูกเวินเมี่ยวและมู่ลี่รุมทำร้าย

“ฮือ พระสนมทั้งสอง เหตุใดต้องมารังแกข้าด้วย ข้าทำสิ่งใดผิดกัน ฮือ!”

เวินเมี่ยวและมู่ลี่ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก พวกนางไม่คิดเลยว่าจิ่งรั่วอิงจะเจ้าเล่ห์ถึงเพียงนี้ เดิมทีพวกนางคิดจะเอ่ยวาจาแก้ตัวแต่เพราะเมื่อครู่เพิ่งถูกหยิกมายังรู้สึกเจ็บอยู่มากจึงไม่มีแรงร้องท้วง

เซี่ยเทียนอวี้ที่ตีลังกามาถึงตำหนักเย็น พลันขมวดคิ้วมุ่นเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ดังมาจากในตำหนักเย็น

“เกิดเรื่องใดขึ้น ไป๋กงกงเจ้ารีบเข้าไปดูสิ”

“พ่ะย่ะค่ะ”

ไป๋กงกงยังไม่ทันเข้าไปดู ก็พบว่ามีสตรีนางหนึ่งวิ่งออกมาด้วยสภาพที่น่าเวทนายิ่งนัก เสื้อผ้าของนางหลุดร่วง ผมเพ้าหลุดรุ่ย ใบหน้าบวมช้ำเหมือนหัวสุกร มุมปากก็มีโลหิตไหลซึมออกมา เหมือนกับวิญญาณที่วิ่งออกมาหมายจะกระชากจิตใจคนเสียอย่างนั้น

“ฝ่าบาท โปรดช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ!”

เซี่ยเทียนอวี้มองภาพตรงหน้าด้วยแววตาตื่นตระหนกก่อนจะตะโกนเสียงดังลั่น

“ฉิบหายแล้ว ผีตำหนักเย็นอาละวาด ไป๋กงกงเจ้าอยู่รับหน้าผีไปก่อน ข้าจะไปแล้ว”

เอ่ยจบเขาก็รีบวิ่งหนีจากไปทันที แต่ทว่าเมื่อหันกลับไปมองก็พบว่าผีสาวตนนั้นกำลังวิ่งตามเขามาไม่หยุด

“ฝ่าบาท!”

“เรียกฝ่าบาทหาบิดาเจ้าหรือ!”

จิ่งรั่วอิงที่วิ่งตามเริ่มรู้สึกเหนื่อยหอบขึ้นมาแล้ว นางไม่เข้าใจว่าเซี่ยเทียนอวี้จะวิ่งหนีนางทำไมกัน ฮ่องเต้บัดซบนี่!

ไวกว่าความคิดนางรีบออกแรงวิ่งให้เร็วยิ่งขึ้น ก่อนจะตะครุบตัวเขาเอาไว้ได้ทัน ทำให้คนทั้งสองล้มลงไปนอนกองกับพื้นทันที เมื่อเซี่ยเทียนอวี้เพ่งมองให้ดีดี ก็จำได้ทันทีว่าผีสาวตรงหน้าคือจิ่งรั่วอิงนั่นเอง

“จิ่งรั่วอิง?”

“เพคะ หม่อมฉันเอง พระองค์จะวิ่งหนีหาบิดาหรือเพคะ อย่าเพิ่งวิ่ง มาช่วยหม่อมฉันก่อน หม่อมฉันถูกทำร้ายเพคะ”

“ใครทำร้ายเจ้า?”

“เวินเมี่ยวกับมู่ลี่เพคะ!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฮ่องเต้ไบโพล่าผู้นี้เป็นของเจ้าแล้วนะ   บทที่ 17 รังเกียจ

    ด้านจิ่งรั่วอิงนั้นก็ติดฝนอยู่กับเซี่ยซู่อันไม่อาจหนีไปไหนได้ ระหว่างนี้นางต้องแสร้งทำเป็นรักใคร่เขาเสียเต็มประดาทั้งที่ในใจอยากจะกระโดดถีบสองขาคู่ รออยู่ราวครึ่งชั่วยามในที่สุดฝนก็หยุดตกเสียที นางแสร้งทำท่าทีร้อนใจก่อนจะหันมาเอ่ยกับเขา"พี่ซู่อัน ข้าคงต้องรีบกลับแล้ว เกรงว่าหากเขาสร่างเมาแล้วไม่เห็นข้าจะสงสัยเอาได้ ท่านก็รีบกลับไปเถอะ ระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ แล้วก็อย่าลืมคิดถึงข้าด้วยเล่า""ได้ ข้าจะคิดถึงเจ้าทุกคืนวัน”เขาเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แววตาที่ใช้มองนางก็หวานล้ำเป็นอย่างยิ่ง จิ่งรั่วอิงลอบปรบมืออยู่ในใจ ไอ้หมอนี่ถ้าอยู่ในยุคปัจจุบันมันจะต้องเป็นดาราดังแถวหน้าอย่างแน่นอน แสดงเก่งซะขนาดนี้เมื่อไม่มีสิ่งใดแล้วทั้งจิ่งรั่วอิงและเซี่ยซู่อันจึงแยกย้ายกันกลับไปยังที่ทางของตนเองทันทีระหว่างที่จิ่งรั่วอิงเดินกลับมาที่เรือนพักอารมณ์ของนางก็ไม่ใคร่จะดีเท่าใดนัก หญิงสาวถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกก่อนจะสั่งให้หลิงซีเอาไปเผาทิ้งเสีย หลิงซีสงสัยว่าเจ้านายจะเอาไปเผาทำไมชุดสวยขนาดนี้ช่างน่าเสียดายนัก แต่ว่านางกลับไม่กล้าเอ่ยถาม ทำได้เพียงรีบเอาเสื้อคลุมตัวนั้นไปเผาตามคำสั่งเมื่อจิ่งรั่วอิง

  • ฮ่องเต้ไบโพล่าผู้นี้เป็นของเจ้าแล้วนะ   บทที่ 16 ละครซ้อนละคร

    เย็นวันนั้นเซี่ยเทียนอวี้จัดงานเลี้ยงที่พระราชวังฤดูร้อนเพื่อให้เหล่าขุนนางและทุกคนที่รวมเดินทางมาได้ผ่อนคลายกันอย่างเต็มที่ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังมอบอาหารดีดีให้กับเหล่าข้ารับใช้อีกด้วยเสิ่นไทเฮานั้นอยู่พูดคุยกินดื่มด้วยเพียงชั่วครู่ก็ขอตัวกลับไปสวดมนต์ต่อ เซี่ยเทียนอวี้หันไปมองจิ่งรั่วอิงที่นั่งอยู่ข้างกันก็พบว่ายามนี้สตรีตัวแสบของเขากำลังนั่งรอให้นางกำนัลคีบอาหารเข้าปากให้อย่างสบายอารมณ์ เหอะ จะกินยังขี้เกียจคีบเองช่างเหลือเกินจริงเชียวจิ่งรั่วอิงหันมองไปโดยรอบ อยู่ๆสายตาก็สบประสานเข้ากับเซี่ยซู่อันที่มองมาพอดี เขาส่งสายตาบางอย่างให้กับนาง หญิงสาวจึงแสร้งพยักหน้าให้เขาเล็กน้อย ก่อนจะหันไปกินอาหารต่อ ที่เขาส่งสายตาให้นางคงเพราะเรื่องที่นัดพบกันวันนั้นสินะนางจำได้ ด้านเซี่ยเทียนอวี้ก็ทำเป็นมองไม่เห็นว่าเซี่ยซู่อันส่งสายตาให้จิ่งรั่วอิง เขาต้องข่มกลั้นตนเองอย่างมากเพื่อไม่ให้ระเบิดอารมณ์ออกมาจนทำให้เสียเรื่องเซี่ยซู่อันที่เห็นว่าจิ่งรั่วอิงพยักหน้าตอบรับแล้วจึงพอจะสบายใจขึ้นมาได้บ้าง แรกเริ่มเขารู้สึกกังวลใจมากที่นางไม่ปฏิกิริยาตอบสนองต่อเขาเลย แต่เมื่อได้เห็นว่าวันนี้นางพยักหน้าร

  • ฮ่องเต้ไบโพล่าผู้นี้เป็นของเจ้าแล้วนะ   บทที่ 15 แผนใหม่

    วันเวลาล่วงเลยมาจนถึงวันที่เซี่ยเทียนอวี้จะต้องเดินทางไปทำพิธีขอฝนที่พระราชวังฤดูร้อนบนเขาแล้ว ครั้งนี้เขาให้เหล่าขุนนางเตรียมการเอาไว้เป็นอย่างดีทุกอย่าง การเดินทางในครานี้เขาพาจิ่งรั่วอิงไปด้วย ส่วนเสิ่นไทเฮาก็ติดตามไปด้วยเช่นเดียวกันเวินเมี่ยวและมู่ลี่อย่างไรก็ได้ชื่อว่าเป็นคนของเชื้อพระวงศ์ เซี่ยเทียนอวี้จึงอนุญาตให้พวกนางติดตามไปด้วยได้ สตรีทั้งสองแม้จะไม่ชอบใจจิ่งรั่วอิงมากเพียงใด แต่เมื่อได้ทราบว่ายามนี้คนเขาเป็นถึงจิ่งเฟย พวกนางสองคนจึงไม่กล้าหาเรื่องใส่ตัวอีกการเดินทางครั้งนี้มีแม่ทัพใหญ่จิ่งและจิ่งรุ่ยถวายอารักขาอย่างเข้มงวด แม่ทัพใหญ่จิ่งควบม้านำอยู่ขบวนหน้าสุด ส่วนจิ่งรุ่ยคุ้มกันอยู่ที่ท้ายขบวน เซี่ยเทียนอวี้และจิ่งรั่วอิงนั้นนั่งอยู่ในรถม้าคันแรก ตามมาด้วยรถม้าของเสิ่นไทเฮา รถม้าของเวินเมี่ยว มูลี่ และรถม้าของเซี่ยซู่อันกับเซี่ยชินอ๋อง ตามมาด้วยรถม้าของบรรดาเหล่าขุนนางและฮูหยินที่ติดตามมาด้วยจิ่งรั่วอิงนั่งเอนกายอยู่บนรถม้าอย่างสบายอารมณ์ มือหนึ่งก็หยิบขนมเข้าปาก มือหนึ่งก็ถือถ้วยชาขึ้นจิบอย่างมีความสุข เซี่ยเทียนอวี้ปรายตามองนางหนหนึ่งแล้วจึงเอ่ยประชดประชัน"เจ้านี่สบ

  • ฮ่องเต้ไบโพล่าผู้นี้เป็นของเจ้าแล้วนะ   บทที่ 14 กระดูกหมูผิดอะไร

    เรื่องที่เซี่ยชินอ๋องและเซี่ยซู่อันปลดทุกข์กลางงานเลี้ยงสร้างความอับอายให้กับพวกเขาสองพ่อลูกเป็นอย่างมาก ทั้งสองคนถึงขนาดขอลาป่วยไม่มาร่วมประชุมยามเช้าอยู่หลายวัน เมื่อกลับมาร่วมประชุมยามเช้าอีกครั้งก็ต้องอับอายยิ่งกว่าเดิม เพราะเหล่าขุนนางต่างมองพวกเขาด้วยสายตาประหลาดเซี่ยซู่อันถึงกับลอบสบถในใจไม่เคยท้องเสียกันหรือไง!ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นวันนั้นพวกเขาก็สืบหาเบาะแสมาโดยตลอด แต่กลับไม่พบเรื่องผิดปกติใดเลย พวกเขาจึงถอดใจไม่สืบสาวราวเรื่องต่อการประชุมขุนนางยามเช้าในวันนี้เป็นเรีืองของการเดินทางไปทำพิธีขอฝนที่พระราชวังฤดูร้อนบนเขา เซี่ยเทียนอวี้มีกำหนดการเดินทางในอีกสามวันข้างหน้า โดยมีแม่ทัพใหญ่จิ่งเป็นคนคอยคุ้มกันขบวนเสด็จด้านแม่ทัพใหญ่จิ่งก็รอโอกาสเหมาะมาถึง แล้วจึงเดินขึ้นมาด้านหน้าท้องพระโรงก่อนจะคำนับต่อหน้าพระพักตร์อย่างนอบน้อม เซี่ยเทียนอวี้ที่เห็นอย่างนั้นก็มองแม่ทัพใหญ่จิ่งคราหนึ่ง"ท่านแม่ทัพมีสิ่งใดก็พูดมาได้เลย ไม่ต้องมากพิธี"แม่ทัพใหญ่จิ่งยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะล้วงหยิบตราพยัคฆ์และส่งให้ไป๋กงกงนำขึ้นไปมอบให้กับเซี่ยเทียนอวี้"ยามนี้บ้านเมืองสงบสุขแล้ว กระหม่อมขอส่งคืนกองกำ

  • ฮ่องเต้ไบโพล่าผู้นี้เป็นของเจ้าแล้วนะ   บทที่ 13 ตดเนื้อ

    ด้านเซี่ยชินอ๋องและเซี่ยซู่อันนั้น หลังจากที่รับอนุทั้งสามนางเข้าจวนมา พวกเขาสองพ่อลูกก็แทบไม่ได้อยู่เป็นสุขเลยแม้แต่วันเดียว พวกนางมักจะหาเรื่องเข้าใกล้เขาสองคนไม่หยุด จนพวกเขาอยู่ในจวนไม่ได้ อยากจะฆ่าจะแกงจะทำร้ายพวกนางก็ไม่อาจทำได้อีก มิเช่นนั้นจะเป็นการเผยพิรุธให้เซี่ยเทียนอวี้สงสัยเอาได้เซี่ยชินอ๋องยกจอกสุราขึ้นดื่มเพื่อย้อมใจ ยามนี้เขากำลังหลบอยู่ในห้องใต้ดินของจวนอ๋องพร้อมกับเซี่ยซู่อัน"สารเลวนัก! มันจงใจสร้างเรื่องปวดหัวให้เจ้ากับข้าชัดๆ เซี่ยซู่อัน หรือว่าเทียนอวี้จะรู้แล้วว่าพวกเรามีใจคิดก่อกบฏ"เซี่ยซู่อันที่ได้ยินบิดาเอ่ยเช่นนั้นก็มีท่าทางครุ่นคิด ก่อนจะส่ายหน้าไปมา"ไม่มีทาง เขาโง่ออกปานนั้น ก่อนหน้านี้ข้าได้สังเกตดูท่าทีของเขาแล้ว เขาไม่ได้มีอะไรผิดปกติเลยขอรับท่านพ่อ ข้าบอกอะไรเขาก็เชื่อ เอาอย่างนี้ หากเราไม่สบายใจ แผนต่อไปก็ควรเริ่มให้เร็วขึ้นหน่อย ข้าจะส่งคนไปแฝงตัวอยู่ในตำหนักของเซี่ยเทียนอวี้ แต่ทว่าเราต้องรอให้ผ่านพ้นการทำพิธีขอพรจากท่านเทพไปเสียก่อน""ดี จัดการให้เรียบร้อย ยิ่งวางยาพิษมันได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเลย ข้าจะได้ฆ่าอีแก่สามคนนั่นทิ้งซะ!"เซี่ยชินอ๋องเ

  • ฮ่องเต้ไบโพล่าผู้นี้เป็นของเจ้าแล้วนะ   บทที่ 12 ถึงอกถึงใจดีจริงๆ

    เซี่ยเทียนอวี้ดึงทิึ้งเสื้อผ้าของตนเองออกจนหมด ยามนี้เขาและนางอยู่ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน เซี่ยเทียนอวี้จูบจิ่งรั่วอิงอย่างดูดดื่ม เขาสอดแทรกลิ้นชื้นแฉะเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของนางอย่างเอาแต่ใจ จิ่งรั่วอิงยื่นสองแขนไปโอบรัดรอบลำคอของเขา อีกทั้งยังจูบตอบเขาอย่างรู้งาน ก่อนที่นางจะผลักเขาให้เป็นฝ่ายลงไปนอนราบอยู่บนเตียง จากนั้นนางก็ขึ้นมานั่งคล่อมอยู่บนตัวของเขา"เซี่ยเทียนอวี้ วันนี้ท่านทำได้ดี ข้าจะตอบแทนท่านอย่างถึงใจเลย""ดี!"เซี่ยเทียนอวี้รับคำอย่างตื่นเต้น จิ่งรั่วอิงไม่รอช้า นางเลิื่อนใบหน้าลงไปที่หว่างขาของเขา ก่อนจะยื่นมือเรียวงามคว้าจับเข้าไปที่ลำแท่งเอ็นร้อนใหญ่ยาวจนเต็มมือ แล้วจึงสาวชักขึ้นลงอย่างช้าๆ ก่อนจะเร่งจังหวะให้เร็วมากขึ้น จากนั้นนางก็แลบลิ้นเลียปลายหัวหยักของเขาอย่างหยอกเย้า เซี่ยเทียนอวี้ร่างกายกระตุกวาบ เขาส่งเสียงร้องครางในลำคอด้วยความเสียวซ่าน"โอว เสียว!"เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้านอนบิดเกร็งจิ่งรั่วอิงก็ยิ่งได้ใจ นางครอบริมฝีปากกลืนกินท่อนเนื้อท่อนเอ็นของเขาจนมิดลำ แล้วจึงขยับศีรษะขึ้นลงอย่างถี่ระรัว เซี่ยเทียนอวี้หายใจไม่ทั่วท้อง มือของเขาจัับผ้าปูเตีย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status