Share

บทที่ 3 ผีสาวตำหนักเย็น

last update Huling Na-update: 2026-01-22 13:58:15

"กราบทูลฝ่าบาท จากการตรวจเบื้องต้นพบว่าพระวรกายของฝ่าบาททรงแข็งแรงดี ไม่มีโรคร้ายพ่ะย่ะค่ะ"

เซี่ยเทียนอวี้เมื่อได้ฟังก็ย่นหว่างคิ้วคราหนึ่ง

"จะเป็นไปได้เช่นไรกัน ข้ารู้จักร่างกายของตนเองดียิ่งกว่าใคร ยามนี้ข้ากำลังป่วย เจ้าตรวจผิดหรือไม่ ไหนลองตรวจใหม่อีกทีสิ!"

หมอหลวงลอบกลอกตาไปมาคราหนึ่ง สรุปแล้วเขาหรือฝ่าบาทกันแน่ที่เป็นหมอ แต่ถึงแม้จะไม่พอใจมากเพียงใด หมอหลวงก็ไม่อาจเอ่ยคำโต้แย้งได้ เขาจึงตั้งใจตรวจใหม่อีกรอบ แต่คำตอบที่ได้ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม ทำเอาเซี่ยเทียนอวี้เริ่มรู้สึกว้าวุ่นในใจขึ้นมา

ชายหนุ่มมีสีหน้าไม่สู้ดีเท่าใดนัก เขาไล่ข้ารับใช้คนอื่นๆออกไปจากตำหนักจนหมด เหลือเพียงหมอหลวงและไป๋กงกงที่สามารถอยู่ต่อได้ เมื่อไม่มีคนนอกแล้ว เขาจึงเอ่ยกับหมอหลวงทันที

"หมอหลวงเจ้าจงฟังให้ดี อาการของข้าแปลกมาก วันนี้ข้าถูกสตรีต่ำช้านางหนึ่งกล่าววาจาล่วงเกินบอกว่าจะจับข้าทำสามี เดิมทีข้ารังเกียจนางมาก แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดหัวใจของข้าจึงเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งขึ้นมา อีกทั้งในสมองของข้ายังมีเสียงที่น่ากลัวเอ่ยยุยงให้ข้ายอมเป็นผัวนางอยู่ซ้ำๆ ข้าว่าข้าต้องป่วยแน่ หมอหลวง เจ้าจงหาทางรักษาข้าให้ได้ เอาเสียงบ้าๆนี่ออกไปจากหัวข้าที!"

หมอหลวงที่ได้ยินอย่างนั้นก็อยากล้มตัวลงนอนแล้วยกเท้าขึ้นก่ายหน้าผากตนเองให้มันจบๆไปเสีย เขาหันไปขอความช่วยเหลือจากไป๋กงกง แต่ไป๋กงกงกลับแสร้งหันหน้าหนีไปมองทางอื่น

จะให้ช่วยอย่างไรเล่า ทุกวันนี้เขายังช่วยตัวเองจากฝ่าบาทไม่ได้เลย ไป๋กงกงกล่าวในใจอย่างหมดอาลัยตายอยาก

เซี่ยเทียนอวี้ที่เห็นว่าหมอหลวงเงียบไปจึงรีบเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนใจ

"ว่าอย่างไรเจ้ามีวิธีรักษาข้าให้หายหรือไม่"

เซี่ยเทียนอวี้เอ่ยถามอย่างกระตือลือล้น หมอหลวงเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเอ่ย

"เห็นทียาสมุนไพรคงจะรักษาไม่ได้ ต้องใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่งพ่ะย่ะค่ะ"

"วิธีหนามยอกเอาหนามบ่งอย่างนั้นหรือ ข้าต้องทำเช่นไรเจ้ารีบพูดมา หากข้าหายขาดได้จริงๆ รับรองว่าข้าจะตบรางวัลให้เจ้าอย่างงาม"

เซี่ยเทียนอวี้ดีใจมาก เขาเองก็ไม่ชอบดื่มยาขมมาแต่ไหนแต่ไร เมื่อได้ยินหมอหลวงบอกว่ามีวิธีอื่นที่ไม่ต้องใช้ยาเขาก็ดีใจมาก

 หมอหลวงสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"วิธีนี้ไม่ยากพ่ะย่ะค่ะ ในเมื่อเอาชนะเสียงประหลาดนั่นไม่ได้ เช่นนั้นก็ทำตามที่ต้องการไปเลย ยอมเป็นผัวนางซะ ให้มันจบเรื่องไปพ่ะย่ะค่ะ!"

เซี่ยเทียนอวี้"......"

บรรยากาศในตำหนักมังกรสวรรค์เงียบงันไปชั่วขณะ เซี่ยเทียนอวี้ที่ตั้งสติได้จึงปรายตามองหมอหลวงด้วยแววตาเย็นเยียบ

"หมอเวร นี่คือวิธีรักษาของเจ้าหรือ ช่างบัดซบนัก!"

"กระหม่อมจนปัญญาแล้วพ่ะย่ะค่ะ นี่มันไม่ใช่โรค แต่เป็นเพราะฝ่าบาทกำลังอยากมีเมียต่างหาก!"

"ไสหัวไป ก่อนที่ข้าจะสั่งประหารเจ้าเก้าชั่วโคตร!"

หมอหลวงตกใจจนหน้าซีดเผือด รีบเอ่ยร้องขอด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"ฝ่าบาทโปรดเมตตาด้วย อย่าประหารโคตรพ่อโคตรแม่กระหม่อมเลยพ่ะย่ะค่ะ!"

เซี่ยเทียนอวี้พยายามระงับสติอารมณ์ ก่อนจะเอ่ย

“ไสหัวไป!”

“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”

หมอหลวงรีบกุลีกุจอวิ่งออกไปทันที แต่เพราะเกรงว่าตนเองจะวิ่งช้าเกินไปจนฝ่าบาทมีโทสะขึ้นมาอีกรอบ เขาจึงเปลี่ยนมาตีลังกาแทน

ตีลังกาไวกว่าวิ่ง เช่นนั้นก็ตีลังกาออกไปเถอะ!

ไป๋กงกงที่เห็นอย่างนั้นก็หันมามองเซี่ยเทียนอวี้ด้วยแววตาหนักอกหนักใจพลางครุ่นคิดว่าจะทำเช่นไรให้ฝ่าบาทหายจากพระอาการอารมณ์แปรปรวนดี หรือว่าจะเชิญเสด็จพระองค์ไปเดินเล่นที่อุทยานหลวงเพื่อผ่อนคลายดีนะ

แต่ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก ก็เห็นว่ายามนี้ฝ่าบาทได้ตีลังกาออกไปจากตำหนักมังกรสวรรค์เรียบร้อยแล้ว

ไป๋กงกง"......"

ผู้ใดก็ได้บอกเขาที ว่าเขาต้องเดินหรือตีลังกาตามฝ่าบาทไปดี?

ด้านจิ่งรั่วอิงนั้นยามนี้นางกำลังนั่งขุดมันอยู่ที่ด้านหลังตำหนักเย็น นับว่าโชคดีมากที่ตำหนักเย็นแห่งนี้ยังพอมีของดีให้นางได้กินประทังชีวิตอยู่บ้าง ไม่เพียงหัวมัน หากมีนกบินผ่านมานางก็เอามันมาทำอาหาร ไม่เว้นแม้กระทั่งงู นางไม่คิดเล็กคิดน้อย ยามนี้นางต้องเอาชีวิตรอดไว้ก่อน ของมีค่าและเงินที่ตระกูลจิ่งลอบส่งคนนำมามอบให้นางก็นำไปติดสินบนห้องเครื่องหมดแล้ว นางไม่มีเงินประทังชีวิตแล้ว

นับว่าเป็นเรื่องดีที่เจ้าของร่างเดิมยังมีครอบครัวที่รักใคร่นางจากใจจริง

จิ่งรั่วอิงนำนกที่จับได้มาปรุงเป็นอาหาร นางทำนกย่างเกลือกิน ส่วนงูก็เอามาตุ๋นเป็นน้ำแกง แรกๆหลิงซีและอันหรานนั่นวิ่งออกไปอาเจียนหลายหน แต่พอเริ่มปลงตกแล้วก็กินได้เหมือนกันกับนาง

หลังจากกินอิ่มแล้ว นางก็ออกมาเดินเล่นรับลมที่หน้าตำหนักเย็น

หลิงซีนำผ้าคลุมเก่าๆมาคลุมให้จิ่งรั่วอิงเพื่อป้องกันลมหนาว พลางเอ่ยอย่างทอดถอนใจ

“ได้ยินว่าก่อนหน้านี้คุณชายใหญ่จิ่งรุ่ยมาขอร้องแทนพระสนมแต่กลับถูกฝ่าบาทปฏิเสธไป ยามนี้คงทำได้เพียงรอแม่ทัพใหญ่จิ่งกลับมาจากชายแดนเสียก่อน ฝ่าบาทอาจจะยอมเห็นแก่หน้าท่านแม่ทัพใหญ่ ให้อภัยพระสนมสักหน”

จิ่งรั่วอิงที่ได้ยินเช่นนั้น ในหัวก็ปรากฏภาพครอบครัวของเจ้าของร่างเดิมขึ้นมา บิดาของนางเป็นแม่ทัพใหญ่ มารดาตายจากไปนานแล้ว บิดาก็ไม่คิดจะแต่งงานใหม่ พี่ชายของนางก็เจริญรอยตามบิดาเป็นนายกองอยู่ในค่ายทหาร ครอบครัวของนางดีกับนางมากจริงๆ พวกเขาตามใจนางทุกอย่าง ทั้งที่รู้ว่านางดื้อดึงจะช่วยเซี่ยซู่อันก่อกบฏพวกเขาก็ไม่เคยกล่าวโทษนาง สุดท้ายแล้วนางกลับเป็นตัวต้นเหตุทำให้ตระกูลจิ่งดับสิ้นทั้งตระกูล

จิ่งรั่วอิงไม่คิดโทษเจ้าของร่างเดิมอีก สตรีผู้นั้นก็เป็นเพียงหญิงวัยเยาว์ไร้เดียงสาที่ยึดมั่นในความรักอย่างเอาเป็นเอาตาย ยอมทุ่มเททุกสิ่งให้ชายคนรัก เพียงแต่ว่านางเลือกรักคนผิดก็เท่านั้น

ในเมื่อนางมาอยู่ในร่างนี้แล้ว ต่อไปนางจะลิขิตทางเดินของร่างนี้ใหม่ ไม่ให้ร่างนี้เห็นผิดเป็นชอบอีก

ในขณะที่จิ่งรั่วอิงกำลังคิดสิ่งใดไปเรื่อยเปื่อยก็ได้ยินเสียงหวานใสของสตรีสองนางดังขึ้นไม่ไกล

“อุ๊ยตายเจ้าดูสิมู่ผิน นั่นมิใช่จิ่งกุ้ยเหรินที่คิดปีนเตียงฝ่าบาทจนถูกลดขึ้นและไล่มาอยู่ตำหนักเย็นหรอกหรือ”

“จริงด้วย ตายแล้ว สภาพดูไม่จืดเลย ข้าเห็นแล้วยังรู้สึกสมเพช มิสู้พวกเราเข้าไปสมน้ำหน้า ไม่สิ เข้าไปปลอบประโลมนางสักหน่อยดีหรือไม่พี่หญิง”

จิ่งรั่วอิงเงยหน้าขึ้นไปมอง ก่อนจะพบว่าสตรีสองนางนี้คือพระสนมที่เข้าวังหลวงมาพร้อมกับเจ้าของร่างเดิม คนหนึ่งมีนามว่ามู่ลี่เป็นบุตรสาวเสนาบดีกรมพระคลัง อีกคนหนึ่งมีนามว่าเวินเมี่ยว เป็นบุตรสาวของเจ้ากรมอาลักษณ์เวิน

พวกนางมาที่นี่ทำไมกัน?

จิ่งรั่วอิงจ้องมองมู่ลี่และเวินเมี่ยวด้วยแววตาเรียบเฉย สตรีสองคนนี้เมื่อเข้ามาถึงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง แกล้งยกเท้าเตะโต๊ะตั่งในเรือนของนางให้ล้มลงบ้าง แกล้งผลักสาวใช้ของนางบ้าง นี่มันมาหาเรื่องกันชัดๆ

จิ่งรั่วอิงรู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมาทันที สตรีสองนางนี้เหมือนพวกนางร้ายในนิยายเลย อีกทั้งยังใช้วิธีปัญญาอ่อนพวกนี้มาหาเรื่องนางอีกด้วย

“หากพวกเจ้าจะมาหาเรื่องก็เชิญกลับไปเถอะ ข้าไม่มีเวลามาทะเลาะกับคนโง่หรอก”

เวินเมี่ยวและมู่ลี่เมื่อได้ยินจิ่งรั่วอิงเอ่ยเช่นนั้นก็รู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมา เวินเมี่ยวก้าวเดินเข้ามาหาจิ่งรั่วอิงก่อนจะยกมือขึ้นตบหน้าจิ่งรั่วอิงอย่างแรง หลิงซีและอันหรานตกใจมากแต่กลับไม่กล้าปริปาก หากนับกันตามฐานะยศศักดิ์แล้ว เวินเมี่ยวมีตำแหน่งสูงกว่าเจ้านายของพวกนาง

“เป็นแค่กุ้ยเหรินที่ถูกลดขั้น บังอาจกล้ามาต่อว่าข้าหรือ วันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้หลาบจำเอง”

จิ่งรั่วอิงถูกตบจนหน้าชาก็เริ่มมีโทสะ นางบ้าสองคนนี่ อยู่ดีๆก็มาหาเรื่องนาง สงสัยคงเบื่อจะมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง

ไม่ได้สิ หากตบหน้าสองคนนี้นางก็จะมีความผิดด้วย ต้องใช้แผนการใหม่

จิ่งรั่วอิงยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะกระโดดเข้าหาเวินเมี่ยวอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ใช้มือหยิกก้นของเวินเมี่ยวอย่างแรง

“อ๊า!อย่าหยิกก้นข้านะ เจ้าหยุดหยิกสิ มู่ลี่รีบมาช่วยข้าเร็วเข้า!”

เวินเมี่ยวแหกปากร้องไม่เป็นภาษา แรงหยิกจากมือของจิ่งรั่วอิงไม่เบาเลย  มู่ลี่เห็นอย่างนั้นก็คิดจะเข้ามาช่วยแต่จิ่งรั่วอิงมือไวนัก นางยื่นมือมาหยิกที่หัวนมของมู่ลี่อย่างแรง ไม่เพียงหยิก นางยังดึงติดมือมาอีกด้วย มู่ลี่ถูกหยิกจนเจ็บระบมตาเหลือกค้างทันที

“อย่าหยิก อย่าดึง อ๊า เสียว อร๊าย!”

จิ่งรั่วอิงยิ่งหยิกยิ่งมันมือจึงหยิกไม่ยั้ง ส่วนหลิงซีและอันหรานก็ช่วยจิ่งรั่วอิงรับมือกับนางกำนัลของเวินเมี่ยวและมู่ลี่ไม่ให้เข้ามาช่วยเจ้านายของพวกมันได้

 ในระหว่างนั้นเองก็มีเสียงของไป๋กงกงดังขึ้นมา

“ฝ่าบาทตีลังกาเสด็จแล้ว!”

ห๊ะ! เซี่ยเทียนอวี้ตีลังกามาหรือ?

เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเจอฮ่องเต้ตีลังกาเสด็จ

มาได้จังหวะพอดีเลย!

จิ่งรั่วอิงที่ได้ยินอย่างนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นฝ่ายเพลี้ยงพล้ำ นางผละออกจากเวินเมี่ยวและมู่ลี่ก่อนจะยกมือขึ้นตบหน้าตนเองจนบวมแดง จากนั้นก็ลากสองคนนี้ให้ขึ้นมาคล่อมบนตัวนาง ก่อนจะแหกปากร้องไห้เสียงดังลั่น จัดฉากว่าตนถูกเวินเมี่ยวและมู่ลี่รุมทำร้าย

“ฮือ พระสนมทั้งสอง เหตุใดต้องมารังแกข้าด้วย ข้าทำสิ่งใดผิดกัน ฮือ!”

เวินเมี่ยวและมู่ลี่ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก พวกนางไม่คิดเลยว่าจิ่งรั่วอิงจะเจ้าเล่ห์ถึงเพียงนี้ เดิมทีพวกนางคิดจะเอ่ยวาจาแก้ตัวแต่เพราะเมื่อครู่เพิ่งถูกหยิกมายังรู้สึกเจ็บอยู่มากจึงไม่มีแรงร้องท้วง

เซี่ยเทียนอวี้ที่ตีลังกามาถึงตำหนักเย็น พลันขมวดคิ้วมุ่นเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ดังมาจากในตำหนักเย็น

“เกิดเรื่องใดขึ้น ไป๋กงกงเจ้ารีบเข้าไปดูสิ”

“พ่ะย่ะค่ะ”

ไป๋กงกงยังไม่ทันเข้าไปดู ก็พบว่ามีสตรีนางหนึ่งวิ่งออกมาด้วยสภาพที่น่าเวทนายิ่งนัก เสื้อผ้าของนางหลุดร่วง ผมเพ้าหลุดรุ่ย ใบหน้าบวมช้ำเหมือนหัวสุกร มุมปากก็มีโลหิตไหลซึมออกมา เหมือนกับวิญญาณที่วิ่งออกมาหมายจะกระชากจิตใจคนเสียอย่างนั้น

“ฝ่าบาท โปรดช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ!”

เซี่ยเทียนอวี้มองภาพตรงหน้าด้วยแววตาตื่นตระหนกก่อนจะตะโกนเสียงดังลั่น

“ฉิบหายแล้ว ผีตำหนักเย็นอาละวาด ไป๋กงกงเจ้าอยู่รับหน้าผีไปก่อน ข้าจะไปแล้ว”

เอ่ยจบเขาก็รีบวิ่งหนีจากไปทันที แต่ทว่าเมื่อหันกลับไปมองก็พบว่าผีสาวตนนั้นกำลังวิ่งตามเขามาไม่หยุด

“ฝ่าบาท!”

“เรียกฝ่าบาทหาบิดาเจ้าหรือ!”

จิ่งรั่วอิงที่วิ่งตามเริ่มรู้สึกเหนื่อยหอบขึ้นมาแล้ว นางไม่เข้าใจว่าเซี่ยเทียนอวี้จะวิ่งหนีนางทำไมกัน ฮ่องเต้บัดซบนี่!

ไวกว่าความคิดนางรีบออกแรงวิ่งให้เร็วยิ่งขึ้น ก่อนจะตะครุบตัวเขาเอาไว้ได้ทัน ทำให้คนทั้งสองล้มลงไปนอนกองกับพื้นทันที เมื่อเซี่ยเทียนอวี้เพ่งมองให้ดีดี ก็จำได้ทันทีว่าผีสาวตรงหน้าคือจิ่งรั่วอิงนั่นเอง

“จิ่งรั่วอิง?”

“เพคะ หม่อมฉันเอง พระองค์จะวิ่งหนีหาบิดาหรือเพคะ อย่าเพิ่งวิ่ง มาช่วยหม่อมฉันก่อน หม่อมฉันถูกทำร้ายเพคะ”

“ใครทำร้ายเจ้า?”

“เวินเมี่ยวกับมู่ลี่เพคะ!”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ฮ่องเต้ไบโพล่าผู้นี้เป็นของเจ้าแล้วนะ   ตอนพิเศษ

    "ค่อยๆเดินนะเพคะฮองเฮา ดูแล้วเหมือนจะได้ลูกแฝดเลยเพคะ"หลิงซีและอันหรานช่วยประคองเจ้านายของตนมานั่งอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเอ่ยอย่างดีอกดีใจ จิ่งรั่วอิงเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็แย้มยิ้มเต็มใบหน้า คราวก่อนนางทดลองใช้แส้ฟาดเขา ไม่นานนางก็ตั้งครรภ์จริงๆ นับว่าเยี่ยมมากเลยหญิงสาวหยิบผลผูเถาขึ้นมากินอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับเอ่ยชมว่าเซี่ยเทียนอวี้ช่างทำดีทำถึงจริงๆ“ฝ่าบาทคงจะกำลังร่วมประชุมยามเช้าอยู่กระมัง"จิ่งรั่วอิงเอ่ยถามนางกำนัลทั้งสอง หลิงซีและอันหรานพยักหน้าพลางเอ่ยตอบ"เพคะ หม่อมฉันได้ยินมาว่า ขุนนางพวกนั้นจ้องแต่จะให้ฝ่าบาทรับพระสนมคนใหม่เข้าวังหลวง พวกเขาอ้างว่ายามนี้ฮองเฮาทรงตั้งพระครรภ์ไม่อาจปรนนิบัติฝ่าบาทได้ จึงยกเรื่องนี้ขึ้นมาอ้างเพคะ"จิ่งรั่วอิงรับฟังอย่างไม่ใส่ใจเท่าใดนัก"ช่างเถอะ""ช่างเถอะอะไรกันเพคะ เกิดฝ่าบาททรงรับสตรีอื่นเข้ามาจริงๆ ฮองเอามิทรงหนักพระทัยแย่หรือเพคะ"จิ่งรั่วอิงไม่ตอบแต่กลับยกยิ้มมุมปาก หากเขากล้าทำเช่นนั้น นางจะตัดหนอนน้อยของเขาทิ้งเสีย ตัดแล้วสับๆโยนไปให้นกพิราบกิน!ด้านเซี่ยเทียนอวี้ยามนี้ก็กำลังร่วมประชุมยามเช้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ตั้งแต่เซี่ยชินอ

  • ฮ่องเต้ไบโพล่าผู้นี้เป็นของเจ้าแล้วนะ   ตอนจบ

    เมื่อเรื่องราวทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้้วยดี เซี่ยเทียนอวี้ก็สั่งให้คนนำศพของสองพ่อลูกบัดซบไปแขวนประจานเอาไว้ที่หน้าประตูเมือง เพื่อให้ผู้คนได้ดูเป็นเยี่ยงอย่างว่าหากใครคิดทำชั่วจะต้องถูกลงโทษเช่นนี้ ส่วนคนของเซี่ยชินอ๋องก็ถูกฆ่าล้างบางไม่เหลือ ค่ายหทารเดนตายก็ถูกทำลายสิ้น นับว่าทุกอย่างจบสิ้นไปได้ด้วยดีส่วนเวินเมี่ยวและมู่ลี่ เขาก็ปลดนางออกจากการเป็นพระสนม คืนอิสะให้แก่พวกนางทั้งสองคน และรับพวกนางเป็นน้องสาวบุญธรรม อีกทั้งยังอนุญาตให้พวกนางแต่งงานกับบุรุษที่ตนพึงใจได้ เวินเมี่ยวและมู่ลี่แม้จะเสียใจเพียงใดแต่ก็ยอมรับได้ เพราะอย่างน้อยฝ่าบาทก็ยังเมตตาพวกนางสองคนอยู่บ้างเซี่ยเทียนอวี้แต่งตั้งจิ่งรั่วอิงขึ้นเป็นฮองเฮา ในวังหลังของเขามีนางเป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียวหลังจากเสร็จสิ้นพิธีการต่างๆแล้ว เขาและนางก็พากันกลับมาเยี่ยมจวนตระกูลจิ่ง เดิมทีนางจะกลับมาเยี่ยมบิดานานแล้ว แต่เพราะเซี่ยเทียนอวี้เล่นแง่ไม่ยอมปล่อยนางออกมาเสียทีนางจึงไม่อาจกลับบ้านได้ แต่พอนางโมโหจริงๆเขาจึงไม่กล้าขัดใจนางอีก และยังบอกว่าจะมาเยี่ยมจวนตระกูลจิ่งพร้อมกับนางอีกด้วย แม่ทัพใหญ่จิ่งและจิ่งรุ่ยเมื่อทราบว่าพวกนางจะกลับ

  • ฮ่องเต้ไบโพล่าผู้นี้เป็นของเจ้าแล้วนะ   บทที่ 30 ทำโทษ

    เซี่ยเทียนอวี้บาดเจ็บสาหัส แน่นอนว่าท่านหมอย่อมต้องทำการรักษาเขาอย่างรวดเร็ว เมื่ออาการของชายหนุ่มคงที่แล้ว จิ่งรั่วอิงจึงพาเขาเดินทางกลับเมืองหลวงในทันที อย่างไรเสียที่เมืองหลวงก็มีหมอฝีมือดีกว่าเมืองเยี่ยนจิง โชคดีที่หนนี้เดินทางมากับเรือ ภายในเรือมีห้องพักที่สะดวกสบายมากกว่ารถม้า จึงทำให้เซี่ยเทียนอวี้เดินทางกลับเมืองหลวงได้อย่างราบรื่นศพของเซี่ยซู่อันและเซี่ยชินอ๋องรวมไปถึงหวงซูเหยานั้นถูกนำขึ้นเรือกลับเมืองหลวงมาด้วย อย่างไรย่อมต้องรอให้เซี่ยเทียนอวี้ฟื้นขึ้นมาเสียก่อนจึงจะรู้ว่าควรต้องจะการเช่นไรต่อ ส่วนราชครูหวงนั้นเมื่อได้ทราบว่าบุตรสาวถูกเซี่ยซู่อันสังหารจนตายก็เสียใจจนเป็นบ้าเป็นหลัง จิ่งรั่วอิงอดเวทนาขึ้นมาไม่ได้ อีกทั้งยังด่าทอเซี่ยซู่อันว่าเขาช่างใจดำอำมหิตเกินคนยามนี้จิ่งรั่วอิงกำลังนั่งอยู่ข้างเตียงนอนของเซี่ยเทียนอวี้ ก่อนหน้านี้บิดาและพี่ชายของนางได้เข้ามาเยี่ยมดูอาการของเขารอบหนึ่งแล้ว ก่อนจะออกไปอารักขาอยู่ที่ด้านนอก ก่อนไปบิดาและพี่ชายยังเอ่ยปลอบใจนางหลายประโยค อีกทั้งยังย้ำว่าเซี่ยเทียนอวี้จะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอนจิ่งรั่วอิงยื่นมือไปลูบใบหน้าของเซี่ยเทียนอวี้เบ

  • ฮ่องเต้ไบโพล่าผู้นี้เป็นของเจ้าแล้วนะ   บทที่ 29 จุดจบเซี่ยซู่อัน

    ยามนี้เซี่ยซู่อันบ้าคลั่งจนไม่หลงเหลือความเป็นคนแล้ว หลังจากที่หนีออกมาจากเซี่ยเทียนอวี้ได้เขาก็เรียกรวมพลทหารเดนตายและสั่งให้ทหารพวกนั้นฆ่าคนบริสุทธิ์อย่าให้เหลือ เขาต้องการทำให้แผ่นดินอาบไปด้วยโลหิต เขาอยากเห็นนักว่าเซี่ยเทียนอวี้จะทำเช่นไร ในเมื่อเขาไม่ชนะ เซี่ยเทียนอวี้ก็ต้องพ่ายแพ้เช่นเดียวกัน“เซี่ยซู่อันเจ้าหยุดเถอะ!”เซี่ยเทียนอวี้พาทหารออกมาสมทบกับแม่ทัพใหญ่จิ่งและจิ่งรุ่ยเพื่อคุ้มกันชาวบ้าน ทหารทั้งสองฝั่งกำลังห่ำหั่นกันอย่างเอาเป็นตาย เซี่ยซู่อันหันมามองเซี่ยเทียนอวี้แล้วเอ่ยอย่างไม่รู้สึกผิด"เหตุใดข้าต้องหยุดด้วย ข้าจะทำลายทุกอย่างที่เจ้ารัก พรากทุกอย่างที่เป็นของเจ้าไปให้หมด หากข้าไม่ได้เป็นฮ่องเต้ เจ้าก็อย่าหวังจะได้นั่งบนบัลลังค์อย่างสงบสุขเลย อีกไม่นานหูเฟินจะนำกองกำลังเสริมมาสมทบ เจ้าคิดว่าในมือข้ามีแค่ทหารเดนตายอย่างนั้นหรือ เจ้าคิดผิดแล้ว!"เซี่ยเทียนอวี้เอ่ยอย่างภูมิอกภูมิใจ ทหารที่ว่าคือทหารของท่านพ่อที่มอบเอาไว้ให้กับเขา หากนำมาสมทบกับทหารเดนตายย่อมไม่ด้อยไปกว่าทหารของตระกูลจิ่ง เซี่ยเทียนอวี้มองเซี่ยซู่อันอย่างดูแคลนแล้วเอ่ยอย่างเวทนา"เจ้าคงผิดหวังแล้วล่ะซู่อ

  • ฮ่องเต้ไบโพล่าผู้นี้เป็นของเจ้าแล้วนะ   บทที่ 28 บิดเบี้ยว

    จิ่งรั่วอิงมองเซี่ยซู่อันอย่างสมเพช นี่เขาถึงขนาดลงมือสังหารหวงซูเหยาเลยอย่างนั้นหรือ เขาทำไปเพราะอะไรกันแน่“ท่านฆ่านางทำไม!”“นางคิดจะหักหลังข้า ใครที่คิดจะหักหลังคนอย่างข้า ล้วนพบจุดจบไม่ดีสักคน!”“ท่านเสียสติไปแล้ว!”จิ่งรั่วอิงด่าทอบุรุษตรงหน้าอย่างไม่ไว้หน้าอีก ในเมื่อเขาเปิดเผยธาตุแท้ของตนเองออกมาแล้ว เช่นนั้นนางก็ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งอีกเช่นเดียวกัน เซี่ยซูอันที่ถูกด่ากลับไม่สะทกสะท้าน เขามองนางอย่างไม่ลดละ ดวงตาคมคู่นั้นแดงก่ำราวกับสีเลือด"ข้าไม่ได้เสียสติ! ข้ามีสติดีทุกอย่าง เดิมทีแผนการของข้าไม่ควรต้องเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ท่านพ่อข้าควรจะมีชีวิตอยู่ต่อ จากนั้นข้าก็สังหารเซี่ยเทียนอวี้ได้สำเร็จ สถาปนาตนเองขึ้นเป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่ แต่งตั้งหวงซูเหยาขึ้นเป็นฮองเฮา พวกเราจะมีลูกด้วยกันหลายคน แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดทุกอย่างจึงดูผิดแปลกไปหมด เหยาเอ๋อร์ต้องมาแต่งงานกับบิดาข้า ซ้ำร้ายนางยังเป็นคนวางยาพิษท่านพ่อข้า แล้วยังคิดจะหักหลังข้าอีกด้วย ข้าจึงต้องกำจัดนางทิ้ง เจ้ารู้ไหมยามที่ข้าใช้มีดสั้นจ้วงแทงกลางอกของนางข้าเจ็บปวดมากเพียงใด ทั้งที่ข้าค่อยๆแทงนางแท้ๆ แต่นางกลับกระอักเลือดออก

  • ฮ่องเต้ไบโพล่าผู้นี้เป็นของเจ้าแล้วนะ   บทที่ 27 นัดพบ

    เซี่ยซู่อันยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาของตนอย่างลวกๆ ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เขาสั่งให้องค์รักษ์คนสนิทของตนเข้ามาทำความสะอาดล้างคราบเลือดออกให้หมด ก่อนจะจัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางใหม่ และพานางไปนอนบนเตียง ทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น นางเพียงนอนหลัับพักผ่อนเท่านั้น เหล่าสาวใช้ที่คอยรับใช้หวงซูเหยาก็พากันปิดปากเงียบไม่กล้าเอ่ยวาจาส่งเดช เพราะเซี่ยซู่อันข่มขู่เอาไว้ว่าหากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปถึงหูของเซี่ยเทียนอวี้เมื่อใด เขาจะสังหารล้างโคตรพวกนางทั้งตระกูล นางกำนัลเหล่านั้นจึงทำได้เพียงกลืนความลับนี้ให้มันเน่าตายในท้องไปเสีย"หากมีคนถาม ก็บอกว่าพระชายาล้มป่วยตรอมใจที่ท่านพ่อจากไป ห้ามคนมารบกวน"เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย แววตาก็ดูเย็นชาดำทะมืนน่ากลัวเป็นอย่างมาก ในสายตาของข้ารับใช้ยามนี้เซี่ยซู่อันก็เหมือนคนที่เสียใจจนกลายเป็นบ้าไปแล้วชายหนุ่มกลับมาที่เรือนนอนของตนเอง ก่อนจะเขียนจดหมายฉบับหนึ่ง และให้คนลอบนำไปส่งให้กับจิ่งรั่วอิงอย่างลับๆ ยามนี้เขาจะรั้งรอเวลาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ท่านพ่อจากไปอย่างไม่มีวันกลับ โชคดีที่เขาสามารถโยกย้ายทหารเดนตายมาที่เมืองเยี่ยนจิงได้สำเร็จแล้ว ที่เหลื

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status