LOGINเหอเหยาย้อนเวลากลับมาในช่วงอายุสิบสามปี ก่อนจะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาตนเองให้หลุดพ้นจากความตาย โดยครั้งนี้นางเลือกที่จะแต่งงานกับบันฑิตผู้ซึ่งนอนไม่ได้สติมาหลายเดือน ยอมเป็นม่ายดีกว่าถูกกลั่นแกล้งจนตาย
View More四回目の結婚記念日。
その夜、夫は初恋の女を連れて帰ってきた。
テーブルの上の料理は、すっかり冷めていた。
優が好きだったレストランの味を再現した料理。
小さな白い花束。
栓を開けないままのワイン。
四時間前に送ったメッセージには、「既読」の二文字だけが残っている。
返信は来ない。
それ自体は、もう珍しいことではなかった。
慣れてしまったことが、一番嫌だった。
私は諦めきれずに、もう一度時計を見る。
午後十時を過ぎていた。
本当なら、七時には帰ってくるはずだった。
料理を温め直す気にもなれず、スマホを手に取る。
何気なく開いたSNSで、指が止まった。
『今年もありがとう♡』
投稿者は、白川咲子。
——優の初恋の人だ。
そして、今も関係の続いている恋人。
写真に顔は写っていない。
けれど、画面の端に映り込んだ腕時計を見た瞬間、呼吸が止まった。
見間違えるはずがない。
結婚祝いに、私が優へ贈った時計だった。
胸の奥が、すうっと冷えていく。
ああ。
今日も、そっちなんだ。
結婚記念日よりも。
妻よりも。
咲子と過ごす時間を選んだんだ。
……知っていた。
この結婚が、父親同士の事情から始まった、期限付きの契約だということも。
結婚する前、優は私にはっきり言った。
「誤解しないでほしい」
「咲子との関係は終わらない」
「結婚は五年だけ。お互い、割り切ろう」
それでも、私は優が好きだった。
頭が良くて。
自信に満ちていて。
誰に対しても堂々としている。
冷たく見えるのに、ときどき不意に優しい。
そんな優を、いつか私だけが知ることができるのではないかと思っていた。
時間を重ねれば。
ほんの少しでも、私を妻として見てくれる日が来るかもしれない。
そんな期待を、四年間も捨てられなかった。
午後十時半。
玄関のロックが外れる音がした。
ようやく帰ってきた。
そう思って立ち上がった瞬間、身体が凍りつく。
「ただいま」
優の隣には、当たり前のように咲子が立っていた。
「こんばんは、綾香さん」
咲子は、まるで自分の家へ帰ってきたような顔で笑っている。
綺麗で、可憐を絵に描いたような人。
昔から何も変わらない。
優がずっと好きな女。
「……なんで」
喉が詰まり、うまく声が出なかった。
優はネクタイを緩めながら、当然のように言う。
「咲子が終電逃したら困るし、今日も泊まらせる」
一瞬、意味が理解できなかった。
今日は結婚記念日だ。
たとえ形だけだったとしても、私たち夫婦の記念日であるはずなのに。
愛人を堂々と家へ連れて帰り、そのうえ泊まらせるというの?
「……今日」
声が震えた。
「今日、結婚記念日なんだけど」
優は少しだけ眉を上げた。
本当に、不思議そうに。
「だから?」
空気が凍りついた。
咲子が小さく笑う。
「あ、ごめんね。気を遣わせちゃった?」
悪びれる様子もなく、優へ顔を向けた。
「優、あの台湾で買った紅茶ある?」
——あの紅茶。
私は知らない。
この家に、咲子がいつも飲んでいる紅茶が置かれていることを。
優は迷うことなく棚を開けた。
「これ?」
「そう、それ」
二人のやり取りは、驚くほど自然だった。
四年間ここで暮らした私の方が、余計な人間に思えるほどに。
気づけば、笑っていた。
もう、笑うしかなかった。
「……すごいね」
自分のものではないような声が出る。
「結婚記念日に、愛人を連れて帰ってくるんだ」
一瞬、空気が止まった。
けれど、優は怒りもしなければ、悪びれもしなかった。
少し困った顔をしただけだった。
まるで、本気で私の言葉が理解できないように。
「最初に言ったよね?」
その声は、残酷なほど平静だった。
「これは期間限定の結婚なんだからさ」
「俺、咲子と別れるなんて言ってないし、責められる筋合いもない」
「綾香に変な期待させた覚えもない」
「プロジェクトも、あと半年もかからず終わる見込みだし」
その瞬間。
何かが、ぷつんと切れた。
ああ、そうか。
この人は、最初から一度も私を妻だと思っていなかったんだ。
私は妻ではない。
優が体裁を保つために置いている、肩書きだけの道具だった。
「ごめん、私……」
静かにバッグを掴む。
「少し、外に行ってくる」
優は一度だけこちらを見た。
けれど、止めようとはしなかった。
「遅くなりすぎるようなら連絡して」
それだけ。
まるで、私がどこへ行っても構わないみたいに。
玄関の扉を閉めた瞬間、涙が落ちた。
悔しかった。
こんな扱いを、四年間も当たり前のように受け入れてきた自分が。
けれど、何よりも辛かったのは。
——まだほんの少しだけ、優に期待していたことだった。
スマホが震える。
親友のみかからのメッセージだった。
『生きてる? 今日どうだった?』
数秒迷ってから、私は返信した。
『最悪。今から会えない?』
数分後、すぐに返事が届く。
『青山駅前のカフェいる。おいで』
顔を上げる。
街灯が、涙で滲んで見えた。
この時の私は、今夜が自分の結婚生活のどん底だと思っていた。
けれど、まだ知らなかった。
この家を出た一歩が。
優が私を失い始める、最初の一歩になることを。
“นายท่านมาพบข้าน้อย มีเรื่องอันใดให้ข้าช่วยหรือขอรับ”“มีสิ ข้าได้ยินข่าวว่าลูกชายของท่านสอบเป็นบัณฑิต มีความรู้มากทีเดียว ไม่ทราบว่าเขาอยู่หรือไม่”“อยู่ขอรับ ข้าน้อยจะให้บ่าวไปเรียกเขามา”กล่าวจบ เขาส่งสายตาให้บ่าวรับใช้ ก่อนพยักหน้าเป็นเชิงสั่งการเมื่อได้รับสัญญาณ บ่าวผู้นั้นก็เร่งฝีเท้าไปยังเรือนหลักอีกหลังหนึ่ง ที่ซึ่งเสียงร้องกระเส่าของหญิงสาวดังออกมาไม่ขาดสาย ใคร ๆ ต่างรู้ดีว่าคุณชายมีอารมณ์ฉุนเฉียวเพียงใด และยามนี้ท่านกำลังทำธุระอยู่ หากถูกเรียกไปตอนนี้ เกรงว่าหัวคงรักษาไว้ไม่ได้แน่“คุณชายขอรับ นายท่านเรียกหาขอรับ”เสียงนั้นสั่นเครือ บ่าวหลุบตาลงต่ำ ทันใดนั้นเอง เสียงตะคอกก็ดังลอดออกมาจากด้านใน“ใครมารบกวนเวลาความสุขของข้ากัน! ข้าจะตัดหัวมันให้หมด!”“คุณชาย ได้โปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยขอรับ นายท่านมีเรื่องด่วน ไม่ไปไม่ได้จริง ๆ ขอรับ”บ่าวคุกเข่าลงกับพื้นแข็ง โขกศีรษะอย่างแรงเพื่อร้องขอชีวิตอวี๋ชิงชะงักมือที่กำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าของบ่าวสาว ก่อนสีหน้าจะบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ท่านพ่อไม่เคยขัดความสุขของเขาเลย ครั้งนี้คงมีเรื่องสำคัญจริง ๆ“นายท่านเจ้าค่ะ…”บ่าวรับใช้อุ่นเตียงไล
เมื่อหวังอันได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด เขาจึงกลับมาช่วยเหอเหยาดูแลกิจการโรงเตี๊ยมอีกครั้ง อีกทั้งยังนำเรื่องที่ตนทราบไปบอกกล่าวแก่ผู้เป็นมารดา เมื่อชุยหยูได้ฟังสิ่งที่เหอเหยาเก็บงำไว้มาโดยตลอด นางก็เข้าใจทุกอย่างในทันที และยิ่งรู้สึกเอ็นดูสะใภ้ผู้นี้มากกว่าเดิมความกังวลที่เหอเหยาแบกรับไว้ทุกคืนวัน เมื่อได้ระบายออกไปแล้ว ใจของนางก็เบาสบายขึ้น ไม่นานก็กลับมาสนใจการจัดการร้านดังเดิม เพียงแต่สภาพร่างกายที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ทำให้นางไม่อาจทำงานได้คล่องแคล่วเหมือนก่อนเหอเหยามักมีอาการเวียนหัวอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งยังรู้สึกอยากอยู่ใกล้หวังอันเป็นพิเศษ ไม่อยากให้เขาไปไหนไกล แม้ยามนอนก็ต้องซบอยู่ในอ้อมแขนของเขา จึงจะหลับลงได้อย่างสงบ“พี่กอดเจ้าเช่นนี้ ดีหรือไม่”หวังอันขยับตัวเล็กน้อย ให้เหอเหยาได้นอนทับแขนของตน เพื่อให้นางซบอิงได้ถนัดยิ่งขึ้น“ดีแล้วเจ้าค่ะ ข้าชอบแบบนี้มาก”เหอเหยาพูดเสียงอู้อี้ จมูกสูดดมกลิ่นอายจากซอกคอของสามีอย่างสุขสบายผิดกับหวังอันซึ่งกำลังเผชิญความลำบากใจอยู่ไม่น้อย ริมฝีปากอ่อนนุ่มที่ถูไถเบา ๆ ทำให้เกิดความรู้สึกวาบหวิวเกินควบคุม“ท่านพี่เป็นอะไรหรือ ข้าตัวหนักเกิ
หลังจากโจวหาวเทียนยืนมองอยู่เงียบ ๆ บนชั้นสามของร้าน แววตาของเขาฉายประกายปลื้มปริ่ม ของขวัญชิ้นนี้เขาตั้งใจมอบให้โดยมิได้หวังสิ่งตอบแทนแม้แต่น้อย“นายท่าน ส่งคนไปติดป้ายเรียบร้อยแล้วขอรับ”“พวกเจ้าไปได้แล้ว”เขาหันหลังสั่งเสียงเข้ม ก่อนจะเดินกลับมานั่งยังโต๊ะรับรองที่จัดเตรียมไว้อย่างดี สายตามองถ้วยน้ำชาสีเขียวอ่อน ภายในเป็นสุราบ๊วยผสมสมุนไพรเพียงครึ่งถ้วย เขาเกิดความสนใจ อยากลองลิ้มรสสุราที่ถูกตั้งราคาไว้สูงลิ่วสักครั้งเพียงจิบเดียว ดวงตาคมก็เบิกกว้างขึ้น มองน้ำสีเหลืองอำพันในถ้วยอีกครั้งสุราครานี้แตกต่างจากทุกครั้งที่เคยลิ้มรส สรรพคุณราวกับเหนือกว่าสุราทั้งหลายที่เคยดื่ม เพียงหนึ่งจอกกลับมีค่าถึงห้าสิบตำลึงทอง คุ้มค่าเกินคาดยิ่งนัก ยามดมกลิ่น เขารับรู้ได้ทันทีว่าวัตถุดิบที่ใช้ต้องผ่านกาลเวลายาวนานกว่าครั้งใด“ท่านตา เหตุใดจึงแย้มยิ้มเช่นนั้นหรือเจ้าคะ”เหอเหยาย่างก้าวเข้ามา นางยังคงติดใจเรื่องป้ายทองคำ เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยได้รับป้ายคำสั่งล้ำค่าจากท่านตาโจวมาแล้ว“เจ้ามาดูแลข้าหรือ ไม่จำเป็นหรอก วันนี้พวกเจ้าคงยังต้องวุ่นวายอีกหลายอย่าง ปล่อยให้ข้าอยู่กับอาหารรสเผ็ดจัดจ้านพวกนี้ แ
เหอเหยายื่นมือที่สั่นเทาออกไปรับป้ายหยกสีเขียวมาไว้ในฝ่ามือ ก่อนจะก้มลงมองมันอย่างตั้งใจ หยกชิ้นนี้เป็นป้ายคำสั่งของจริงดังที่ท่านตากล่าวไว้ เพราะบนผิวหยกปรากฏสัญลักษณ์ของฝ่าบาทอย่างชัดเจน“ท่านตาให้ของล้ำค่ากับข้าเช่นนี้ จะดีหรือเจ้าคะ”ในใจนางรู้ดีว่าของสิ่งนี้ล้ำค่าเกินกว่าจะรับไว้โดยง่าย“ดีสิ เจ้าเอาไปเถอะ อยู่กับข้ามันก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด”“เช่นนั้น ข้าขอรับน้ำใจของท่านตาเอาไว้เจ้าค่ะ”นางกำป้ายหยกแน่น พลางคิดว่าสิ่งนี้อาจช่วยเหลือพี่หวังอันได้ในสักวันหนึ่ง“ข้าเห็นว่าข้างเรือนของเจ้ากำลังก่อสร้างบางอย่างอยู่ เจ้าจะสร้างโรงเตี๊ยมหรือ”“เจ้าค่ะ ข้าอยากสร้างโรงเตี๊ยม สุราบ๊วยก็จะขายที่นั่นด้วย รวมถึงสุราบ๊วยสมุนไพรซึ่งจะนำออกขายเป็นที่แรก สำหรับผู้มีเงิน”นางไม่ได้คิดจะตั้งราคาต่ำตั้งแต่ต้น เพราะโรงเตี๊ยมที่ตั้งใจสร้างจะแบ่งออกเป็นสองชั้น ชั้นสำหรับสามัญชน และอีกชั้นสำหรับชนชั้นสูง นางรู้ดีว่าสิ่งใดทำเงินได้มากที่สุด แต่ก็ใช่ว่าสุราบ๊วยที่ขายจะด้อยคุณภาพ วัตถุดิบที่ใช้ล้วนคัดสรรอย่างดี อีกทั้งยังอาศัยหินวิเศษช่วยในการหมักทุกขั้นตอนโจวหาวเทียนไม่คาดคิดว่าเด็กสาวผู้นี้จะมีสายตายา
หวังอันยอมให้นางสำรวจใบหน้าของตนโดยไม่คิดห้ามปรามแม้แต่น้อย“เป็นอย่างไร สามีในอนาคตของเจ้าหล่อเหลาหรือไม่” เขายิ้มมุมปากขณะเอ่ยถามอย่างโอ้อวดเหอเหยาได้ยินเช่นนั้นก็ยกมือทุบเขาเบา ๆ“หล่อเหลานักเจ้าค่ะ ปากนี้ก็พูดแต่คำใจร้าย ทำร้ายจิตใจข้าอยู่บ่อยครั้งด้วย”นางกอดอก แก้มป่อง มองร่างสูงด้วยแววตางอน
สี่วันผ่านไป หวังอันเริ่มเดินได้มั่นคงขึ้น มือก็กลับมาจับพู่กันเขียนหนังสือได้เช่นเดิม มีเพียงร่างกายที่ยังอ่อนล้าอยู่บ้างในบางเวลาเท่านั้น“ท่านอยากออกไปเดินด้านหลังบ้านหรือไม่เจ้าคะ” เหอเหยากล่าวถามชายหนุ่มซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้อง มือยังถือตำราอ่านพลางใช้ความคิดอยู่หวังอันเหลือบมองเด็กสาวเล็ก
หวังอันเหลือบมองเด็กสาวผู้มีบุญคุณต่อเขา ทว่าเรื่องบุญคุณก็คือบุญคุณ ส่วนเรื่องแต่งงานย่อมต้องแยกออกจากกัน เขายังคงมีเรื่องมากมายต้องจัดการ และไม่คิดอยากแต่งงานกับผู้ใดในยามนี้“ถ้าเช่นนั้น ข้าก็หายป่วยแล้วใช่หรือไม่” เขาต้องการยืนยันให้ชัดเจน ก่อนเริ่มจัดการเรื่องต่าง ๆ“ตอนนี้เจ้าหายเกือบทั้งหมดแ
เมื่อได้ยินน้ำเสียงจริงจัง เหอเหยาถอนหายใจยาวกับความเอาแต่ใจของเขา นางค่อย ๆ ประคองเขาก้าวเดินอย่างระมัดระวัง ก่อนพามานั่งตรงเก้าอี้ใกล้โต๊ะอาหาร “ท่านรู้สึกเป็นเช่นไรบ้าง เจ็บตรงไหนหรือไม่” เหอเหยามักถามเช่นนี้ทุกครั้งที่เขาขยับตัว “ข้าไม่เจ็บแล้ว และข้าคิดว่าตนเดินได้ดีขึ้นมาก” น้ำเสียงของเขามั่












reviews