"ไม่เอา เอวาไม่ไปทำงานกับเขาเด็ดขาด!" เอวาลินเอ่ยเสียงแข็ง
ก็จะให้เธอไปอยู่ใต้บังคับบัญชาของไท่หมิงได้ยังไง ในเมื่อเธอรู้ดีว่าเมื่อก่อนเคยอยู่ใต้เรือนร่างของเขามาก่อน และไม่มีทางที่เธอจะลืมแน่ เพราะเป็นคนออกจากความสัมพันธ์ลับนั้นมาเอง!
"ทำงานกับไท่หมิงดีจะตาย บริษัทก็ใหญ่ระดับเอเชีย ได้ฝึกฝนสกิลและความรู้ตั้งเยอะ"
"นี่ป๊าไปดีลอะไรกับเฮียไท่มาคะ ทำไมถึงอยากให้เอวาไปทำงานกับเขาขนาดนั้น" คนตัวเล็กกอดอกมองบิดาด้วยสายตาสงสัย
"ไม่ได้ดีลอะไร แค่หลี่หมิงมาบ่นให้ฟังว่าลูกชายจะหาเลขาใหม่ ป๊าก็เลยลองเสนอโพรไฟล์เอวาไปก็เท่านั้น" ลู่ห่าวเอ่ยถึงจาง หลี่หมิง ราชสีห์แห่งวงการกาสิโนผู้เป็นบิดาและหัวหน้าตระกูลจางที่เป็นเพื่อนสนิทกันมานาน
"ว่าไงนะคะ! นี่สรุปป๊าจะมัดมือชกเอวาเหรอ!" ให้ตายสิ เธออุตส่าห์ตั้งใจออกมาจากความสัมพันธ์อันร้อนแรงกับเขามาได้เกือบปีแล้วนะ แต่พ่อดันเสนอให้เธอกลับเข้าไปพัวพันกับเขาอีกเนี่ยนะ!
"ก็ไม่ขนาดนั้น แต่เห็นว่าเจ้าไท่หมิงเองก็ดูสนใจเอวามากเลยนะ เขาบอกว่าอยากได้น้องมาทำงานด้วย ป๊าก็เลย..."
"ตอบตกลงไปอย่างนั้นสินะคะ!"
"ใช่แล้ว นี่ถือว่าเฮียเขาเห็นศักยภาพของหนูนะถึงเอ่ยออกมาแบบนี้" รอยยิ้มภาคภูมิใจของผู้เป็นพ่อที่ออกมาจากใจแต่เอวากลับรู้สึกว่าท่านช่างไม่รู้อะไรเลยว่านี่มันคือการกลั่นแกล้งจากไท่หมิงชัด ๆ ไม่ต้องมองหน้ายังรู้เลยว่าผู้บริหารหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคงกำลังกระตุกยิ้มอย่างมีเลศนัย!
อยู่ ๆ ชื่อของเธอก็กำลังจะกลับไปอยู่ในวงโคจรของเขาอีกครั้ง มีหรือจะยอมปล่อยผ่านไปง่าย ๆ ยิ่งเธอเป็นคนเดินออกมาจากความสัมพันธ์แบบนั้น เขายิ่งคิดอยากเอาคืนด้วยการกลั่นแกล้งเธอผ่านตำแหน่งท่านประธานและเลขาน่ะสิ!
"ไม่ เอวาไม่ทำงานกับเขา" หญิงสาวยืนกรานหนักแน่น
"ถ้าไม่ทำก็ลืมเรื่องโรงแรมที่ไทยไปได้เลย" ลู่ห่าวยักไหล่อย่างไม่สนใจ แล้วเตรียมตัวจะลุกออกจากโซฟาไปด้วยความไม่แยแส
"จะไปเริ่มงานพรุ่งนี้ หรือจะให้ป๊ากับแม่เซ็นยกโรงแรมให้ออสตินก็เลือกเอา" ชายสูงวัยกล่าวถึงลูกชายคนโตอย่าง ออสติน หยาง ที่พร้อมจะดูแลธุรกิจทุกอย่างให้ได้ง่าย ๆ เพียงแค่บอก
"ทำที่อื่นไม่ได้เหรอคะ เอวาพร้อมทำหมดเลย ขอแค่เป็นที่อื่นได้ไหม" เอวาลินยังคงต่อรองกับผู้เป็นพ่อ แม้จะรู้ว่าเขาไม่น่าจะมีทางเปลี่ยนใจง่าย ๆ
"ที่นี่แหละ อย่างน้อยเขาก็เป็นพี่ชายที่รู้จักกันมาแถมเฮียไท่เขาก็ใจดี ถ้าไปทำงานที่อื่นหนูโดนดุขึ้นมาป๊าช่วยอะไรไม่ได้นะ"
หึ ใจดีงั้นเหรอ ใจดีต่อหน้าคนอื่นน่ะสิไม่ว่า! เธอรู้พฤติกรรมการทำงานของเขาดีว่าตึงเปรี๊ยะแค่ไหน เลขาถึงลาออกไปปีละหลายคน แถมเขาไม่ใช่แค่ทำงานดุด้วย แต่เรื่องอื่น ๆ ก็ 'ดุมาก' ...หมายถึงความเป็นระเบียบนะไม่ใช่เรื่องใต้สะดือ อย่าคิดไปไกล!
ถ้าอยากจะได้ทุกอย่างก็ต้องยอมแลกอะไรบางอย่างสินะ...ในเมื่อไร้ทางเลือกแบบนี้ก็คงต้องพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่าเธอสมควรที่จะได้บริหารโรงแรมที่ประเทศไทยอย่างที่ฝันไว้จริง ๆ
"ก็ได้ค่ะ สามเดือนใช่ไหมคะ" เอวาลินจำใจกัดฟันยอมจำนนต่อข้อบังคับของผู้เป็นพ่อ
"สี่"
"สาม"
"สี่ ถ้าไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องเอาโรงแรม"
"ป๊า!"
"หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องเอาใบผ่านการฝึกงานมาให้ป๊าให้ได้ ถ้าหนูทำดีเฮียไท่เขาอาจจะให้หนูผ่านโปรในเวลาเร็วกว่าสามเดือน ยังไงก็คนกันเอง แต่ขึ้นอยู่กับว่าหนูจะทำได้หรือเปล่า" ลู่ห่าวเอ่ยอย่างใจกว้าง เพราะเขารู้ว่าไม่มีทางที่ไท่หมิงจะให้ใครผ่านการทำงานง่าย ๆ ถึงหลานชายคนนี้จะใจดี แต่ก็มีระเบียบและเป๊ะมาก มาสายแค่ครั้งเดียวอาจจะโดนส่งกลับบ้านได้เลย แล้วมีหรือว่าคุณหนูเอวาลินจะไม่มีวันตื่นสาย ไม่มีทาง...
"เฮ้อ ก็ได้ค่ะ!" เอวาลินถอนหายใจฮึดฮัด รอบนี้พ่อเธอไปกินอะไรมาถึงใจเด็ดเป็นบ้า ต่อรองอย่างไรก็ไม่ได้ผล นี่เธอมีแต่ต้องไปเผชิญกับอดีตคู่นอนที่เคยผ่านความร้อนแรงกันมานับไม่ถ้วนอีกครั้งในรอบเกือบปีสินะ อุตส่าห์ว่าจะชิ่งแล้วเชียว...
จากกันด้วยไม่ดีไม่มีค่าพอให้จดจำแบบนี้ ก็คงไม่ต่างจากการเป็นคู่นอนทั่วไปหรอก ยังไงก็น่าจะร่วมงานกันได้ แม้จะยากลำบากต่อจิตใจก็ตาม
เวลาผ่านมาจนถึงการเริ่มงานวันแรก
Zhang - Group
ด้วยความที่เอวาลินมักจะตื่นสายเป็นอาจิณ วันนี้เธอเลยนั่งนาฬิกาปลุกมาตั้งแต่หกโมงเช้า เพื่อลุกมาแต่งหน้าทำผมให้สวยพริ้งพร้อมไปเป็นเด็กฝึกงานที่หน้าฉ่ำที่สุดในบริษัท!
อันที่จริงก็ไม่ต้องแต่งองค์ทรงเครื่องอะไรมาก เพราะเธอมีใบหน้าที่สวยเป็นเอกลักษณ์อยู่แล้ว ด้วยความที่เป็นลูกครึ่งฮ่องกง-เยอรมัน จึงทำให้ใบหน้าของเธอมีมิติของสายเลือดตะวันตกที่ผสมกับความหวานแบบฉบับสาวเอเชียอย่างลงตัว
เอวาลินมีนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่กลมโตฉายแววซุกซน จมูกโด่งปลายเชิด ริมฝีปากอวบอิ่ม ผิวพรรณขาวอมชมพูเนียนละเอียดไปทั้งตัว ผมยาวสลวยสีน้ำตาลถูกดัดลอนอย่างเข้ากับใบหน้าสวยหวานราวกับตุ๊กตา แค่นี้คนก็น่าจะมองทั้งบริษัทแล้ว...
ติ๊ง!
ทันทีที่หญิงสาวปรากฏตัวในชั้นผู้บริหาร เหล่าพนักงานก็จ้องมองตาแทบไม่กระพริบ เพราะออร่าความร้อนแรงและใบหน้าสวยงามราวกับเทพธิดาในชุดที่ดูเหมือนเลขาทำให้ทุกคนต้องหยุดมองและซุบซิบกัน
'สวยจังเลย'
'ดูเหมือนเป็นบอสมากกว่าเลขานะ'
เอวาลินเห็นด้วยกับคำซุบซิบทั้งหมด เพราะเมื่ออยู่ในตระกูลหยางเธอก็คือเจ้านายปกตินี่แหละ แต่พอต้องมาอยู่ใต้อาณัติของไท่หมิงนั้นดูไม่สมกับเป็นเธอเอาเสียเลย แต่เพื่อมรดกก็ต้องทำ...และต้องทำมันอย่างดีที่สุดด้วย เพราะเอวาลินคนนี้จะไม่ยอมแพ้ต่อจาง ไท่หมิงเด็ดขาด
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
หญิงสาวเคาะประตูเป็นมารยาทสามครั้ง และเมื่อได้ยินเสียงทุ้มที่สุดแสนจะคุ้นหูทำให้เธอแอบใจเต้นเบา ๆ แต่ยังไงก็ต้องสู้!
"สวัสดีเอวาลิน"
ทันทีที่เข้าไปในห้องทำงานหญิงสาวก็พบกับร่างสูงที่ยืนล้วงกระเป๋าส่งสายตาคมกริบมาให้เธอพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก แม้จะไม่ได้เจอกันมาเกือบปีแต่เขายังดูดีเช่นเคย...นี่สินะ จาง ไท่หมิง ผู้ชายที่ทำให้เธอครางชื่อมาไม่ต่ำกว่าสิบครั้งเมื่อปีก่อน...
"สวัสดีค่ะเฮียไท่"
เอวาลินใจกล้าเดินเข้าไปใกล้ เธอไม่หลบสายตาเขาแม้เพียงเสี้ยววิ ให้รู้กันไปเลยว่ารอบนี้เอวาลินเอาจริง ไม่ได้มาเล่น ๆ แต่มาเพื่อเอาชนะ!
"เฮียไท่งั้นเหรอ...คิดถึงเวลาเธอเรียกเฮียแบบนี้จัง"
ใบหน้าของไท่หมิงผุดยิ้มบาง ๆ อย่างมีเลศนัยขึ้นมา เขาขยับเข้าใกล้และใช้สายตาไล่โลมตั้งแต่หัวไปจรดถึงรองเท้าส้นสูง YSL ที่ยัยน้องสวมใส่อย่างไม่ปิดบัง
"..."
แม้จะเป็นสาวกล้าและมีความมั่นใจสูง แต่เมื่อถูกอดีตคู่นอนที่ตัวเองเป็นฝ่ายเดินออกมาจากชีวิตแทะโลมทางสายตาแบบนี้ มันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกใจเต้นแปลก ๆ
"แต่ที่นี่คือที่ทำงานนะครับไม่ใช่เตียง เธอต้องเรียกเฮียว่า 'คุณไท่หมิง' หรือถ้าอยากเรียกท่านประธานก็น่าสนใจ" เขาเอ่ยช้า ๆ พลางลงไปนั่งบนเก้าอี้ทำงาน พร้อมทั้งไขว่ห้างและเอนหลังพิงในท่าทีดูสบายแต่ทว่าแฝงไปด้วยการ 'ข่ม' ทางอำนาจอย่างเห็นได้ชัด
แต่การกระทำของเขาไม่สามารถทำให้หญิงสาวสุดเซ็กซี่ตรงหน้าลดออร่าความมั่นใจลงไปได้ เธอกระตุกยิ้มมุมปากส่งให้เขา และมองสบตากับไท่หมิงอย่างไม่กลัวเลยสักนิด
"ถ้าอยากให้เอวาเรียกว่าคุณแต่ทำไมเฮียถึงยังแทนตัวเหมือนเมื่อก่อนเลยล่ะคะ" หญิงสาวโน้มตัวลงมาวางมือลงบนโต๊ะทำงานและเอ่ยออกมาอย่างท้าทาย นัยน์ตาแสนซุกซนของเธอนั้นฉายแววอยากเอาชนะจนเขาเองเริ่มรู้สึกสนุกตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกันในรอบเกือบปีเสียแล้วสิ...
แถมตอนนี้เขากับเธอก็ไม่ได้เป็นเพียงคู่นอนไร้พันธะกันอีกต่อไป แต่สถานะของทั้งคู่คือ 'เจ้านาย และลูกน้อง' อย่างเป็นทางการ
"เพราะเฮียเป็นเจ้านายของเธอ...เจ้านายสั่งอะไรก็ต้องทำสิจริงไหมครับ" เขาจ้องมองเรือนร่างสวยเซ็กซี่ที่เขาเคยซุกไซ้ความหอมกรุ่นนั้นมานับครั้งไม่ถ้วน และยังติดใจมาจนถึงทุกวันนี้
"ตามแต่ที่ 'คุณไท่หมิง' จะต้องการเลยค่ะ...มีงานอะไรให้เอวาจัดการก็บอกมาได้เลยนะคะ" ริมฝีปากอิ่มเหยียดยิ้มสวยให้ท่านประธานสุดหล่อที่ยังคงจ้องมองเธอไม่วางตา
"ช่วงสองสามวันแรกก็คงสอนงานไปก่อนแหละครับ แต่กว่าจะไว้ใจให้ทำงานได้ก็ไม่รู้ว่านานแค่ไหนนะ"
แม้จะถูกจิกกัดด้วยประโยคดูแคลนความสามารถแต่รอยยิ้มบนใบหน้าของเอวาลินก็ยังไม่จางหายไป
ยิ้มธุรกิจเข้าไว้ อดทนแล้วรอผลลัพธ์ที่จะงอกเงยอย่างงดงาม
"ได้เลยค่ะ เอวายินดีเรียนรู้งานทุกอย่างที่คุณไท่หมิงสอนค่ะ งั้นมาเริ่มกันเลยไหมคะ"
"เพื่อเป็นการไม่เสียเวลาไปกว่านี้อย่างแรกก็นั่น...โต๊ะทำงานของเธอ"
"?"
เอวาลินหันไปมองตามสายตาที่ส่งไปถึงโต๊ะทำงานอีกมุมหนึ่งของห้องที่ถูกจัดเตรียมมาเรียบร้อย ทุกอย่างดูเหมือนจะจัดสรรมาอย่างดี แต่ที่ผิดปกติคือ...โต๊ะทำงานของเธอมันควรจะอยู่หน้าห้องไม่ใช่ในห้องเดียวกันนั่งจ้องตาแบบนี้ไม่ใช่หรือไง!