"ทำไมต้องนั่งอยู่ในห้องเดียวกันด้วยคะ เป็นเลขาก็ต้องอยู่หน้าห้องสิ" เอวาลินกอดอกมองหน้าบุคคลที่กลายเป็นเจ้านายของเธออย่างไม่เข้าใจ
"อยู่ในห้องด้วยกันแบบนี้แหละดีแล้ว เธอจะได้ไม่อายคน" ไท่หมิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง และเดินเข้ามาใกล้เธอจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่พ่นออกมา
"อาย? อายเรื่องอะไรไม่ทราบคะ" แม้เขาจะเดินเข้ามาใกล้ แต่เธอก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิมและไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียวพลางเชิดหน้าขึ้นไปมองคนที่ตัวสูงกว่ามากอย่างเอาเรื่อง เอาสิ อยากเข้ามาใกล้ก็มาเลย เธอไม่กลัวเขาหรอก!
"ก็เรื่องที่เฮียต้องสอนงานเธอเป็นการส่วนตัวไง" กลิ่นกายหอมสะอาดของเขาใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนตัวแทบจะอยู่ติดกันอยู่แล้ว ดูก็รู้ว่าเขาจงใจจะยั่วเธอ เห็นว่ามีอดีตต่อกันเข้าหน่อยแล้วจะทำเป็นรุ่มร่ามงั้นเหรอบอกเลยว่าคนอย่างเอวาลินไม่กินของเก่าจ้ะ
เขานี่ยั่วเธอขึ้นจริง ๆ นะ หมายถึงยั่วโมโห!
"หึ ไม่ต้องหรอกค่ะ ถึงเอวาจะไม่เคยทำงานนอกบริษัทแต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่เป็น คุณไท่หมิงก็รู้นี่คะว่าเอวา...เก่ง" เอวาลินจงใจโน้มตัวไปใกล้จนและมองสบตากับเขาอย่างไม่กลัว
"เก่งก็ดีครับ ถ้าอย่างนั้นก็กรุณาเรียนรู้งานให้มันเร็ว ๆ ด้วยล่ะ เพราะเฮียไม่อยากมีเลขาสมองทึบ ประเภทสวย ๆ แต่ทำงานไม่ได้เรื่องนี่ก็ไม่เอานะครับ"
เอวาลินพยายามหลับตาและสูดลมหายใจกับประโยคเสียดสีกับไท่หมิงและอดทนแสร้งยิ้มให้เขาต่อไป
"งั้นก็รบกวนด้วยนะคะคุณไท่หมิง" เอวาลินแกล้งก้มศีรษะให้เขาอย่างประชด อยากรู้จริง ๆ ว่างานบริษัทที่ใหญ่ระดับเอเชียมันจะยากและมากมายเท่าสักแค่ไหนกันเชียวเพราะ Yang - Group ก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันหรอก น่าจะพอถูไถไปได้...
และการสอนงานก็เริ่มต้นขึ้นโดยท่านประธานที่เรียกได้ว่าหล่อที่สุดในฮ่องกงก็เห็นจะได้ เขาไล่ตั้งแต่ความเป็นมา รายชื่อผู้บริหาร ตำแหน่งต่าง ๆ และกฎในการทำงานที่บริษัทนี้พร้อมทั้งธุรกิจในเครือ Zhang - Group ทั้งหมดที่ไท่หมิงมีหน้าที่ควบคุมอย่างโดยตรง
ถ้าหากจะมีคนเกลียดที่ตระกูลจางแผ่รังสีความยิ่งใหญ่ไปทุกวงการในฮ่องกงและมาเก๊าก็คงจะไม่แปลก เพราะพวกเขาแทรกซึมอยู่ในทุกธุรกิจจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็น บริษัทขนส่งทางเรือ, โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ, กาสิโนขนาดใหญ่, ไนต์คลับหลากหลายสาขา, และอื่น ๆ อีกมากมาย แม้กระทั่งร้านอาหารพวกเขาก็มี
เรียกได้ว่าเงินทุกดอลลาห์ที่หามาได้คือการนำไปลงทุนเพื่อให้ 'เงินต่อเงิน' ที่แท้จริง ก็ไม่แปลกใจที่พวกเขาจะมีมูลค่าทางทรัพย์สินมากจนติดอันดับตัวเลขหลักเดียว และนอกจากเงินแล้วตระกูลจางก็ยังมีอำนาจบารมีที่แผ่กระจายไปทั่ว โดยเฉพาะการมีอยู่ของ 'ราชสีห์แห่งวงการกาสิโน' อย่างจาง หลี่หมิง บิดาของบุตรชายทั้งสามคนและเป็นผู้นำแห่งตระกูลจางที่เรียกได้ว่าเป็นขาใหญ่แห่งธุรกิจที่ไม่มีวันหลับใหลที่ใคร ๆ ในวงการนี้ก็ต่างให้การเคารพนับถือเป็นอย่างมาก
ภายนอกเขาอาจจะดูเย็นชาและน่ากลัวแต่สำหรับเอวาลินนั้น จาง หลี่หมิงก็เปรียบเสมือนคุณลุงที่ใจดีคนหนึ่ง ด้วยความที่ครอบครัวสนิทกันพอสมควร และมีโอกาสได้เจอกันตั้งแต่เด็ก ๆ ทำให้เขาเอ็นดูเธอเหมือนลูกหลาน และเธอก็เคารพเขามากแม้เขาจะเป็นคนพูดน้อยแต่ก็แฝงไปด้วยความอบอุ่นกับคนสนิทเสมอ
และถึงแม้ว่าจาง หลี่หมิงจะเริ่มให้ลูก ๆ ทั้งสามมาบริหารงานในส่วนต่าง ๆ แล้ว แต่เขาก็ยังเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในทุกธุรกิจของตระกูลจางอยู่ดี เช่น Zhang - Group บริษัทที่เธอนั่งอยู่ในตอนนี้ก็มีไท่หมิงเป็นประธานแบบอธิบายง่าย ๆ ก็อยู่ในช่วงถูกตรวจสอบจากผู้เป็นพ่อว่าลูกชายคนโตจะบริหารงานได้ดีเท่าเขาจนวางใจเกษียณได้อย่างสนิทใจไหม
แต่ดูเหมือนว่าไท่หมิงเองก็ทำได้ดี เพราะระยะเวลาไม่กี่ปีที่ขึ้นมาทำเต็มตัว ผลกำไรและทิศทางของบริษัทในเครือก็ก้าวกระโดดไปในทางที่ดีทั้งหมด ด้วยความที่เขาเป็นคนที่มีภาพลักษณ์อบอุ่นใจดี แถมเพื่อนก็เยอะสุด ๆ ทำให้คอนเนกชันของไท่หมิงนั้นแน่นไม่แพ้ผู้เป็นบิดาเลย
พอฟังถึงสโคปงานต่าง ๆ ที่ไท่หมิงต้องรับผิดชอบมันก็ทำให้เธอแอบทึ่งในใจที่เขาเองก็เก่งและเฉียบคมมากจริง ๆ การเป็นประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับเอเชียด้วยอายุไม่ถึงสี่สิบนี่ไม่ง่ายเลย...
เพราะการต้องรับผิดชอบความเป็นอยู่ของพนักงานหลายชีวิตและเม็ดเงินมหาศาลนี่คืองานที่ยากมาก เขาไม่มีสิทธิ์แม้กระทั่งจะตัดสินใจผิดพลาด เพราะการเป็นผู้นำไม่ใช่สักแต่ว่าสั่ง ๆ อย่างเดียว เขาต้องคำนึงถึงภาพรวมบริษัท และคนข้างหลังตลอดเวลา
แม้จะไม่ได้ใช้แรงงาน แต่ความกดดันและความเครียดนั้นสูงมาก การเซ็นอนุมัติในแต่ละเรื่องต้องคิดถึงผลที่จะเป็นทั้งหมด เรียกได้ว่าลายเซ็นของเขาสามารถเปลี่ยนอะไรหลาย ๆ อย่างได้เลย ก็ต้องชื่นชมจริง ๆ ว่า DNA ความเป็นนักธุรกิจของจาง หลี่หมิงนั้นเข้มข้นสุด ๆ ลูกชายคนถึงมีคุณภาพกันทั้งสามคน
"จดทันหรือเปล่า"
"ทันค่ะ ๆ " เอวาลินรีบก้มลงมองเนื้อหาที่ตัวเองนั่งจดมาตลอดเวลาหลายชั่วโมง และกฎหลักอีกข้อคือเวลาส่งสรุปรายละเอียดทุกอย่างต้องจดใส่สมุดหรือ iPad เท่านั้นเขาไม่อนุญาติให้พิมพ์มาส่ง เพราะเขามีความเชื่อว่าการจดมันสามารถตรวจดูความสนใจของพนักงานได้ดีกว่า เขาจะตรวจงานแบบจดมาส่งแล้วถึงพิมพ์เก็บไว้อีกที...
เรียกได้ว่าเข้มและเนี้ยบสุด ๆ เลย
"งั้นพักก่อนแล้วกัน เดี๋ยวมีคนแถวนี้หิวข้าวก่อน" ถึงจะว่าอย่างนั้นแต่ดูจากสีหน้าเขาก็น่าจะเหนื่อยเหมือนกันที่ต้องมาสอนงานเธอ อันที่จริงหญิงสาวก็แปลกใจที่ผู้บริหารระดับเขาลงทุนลงมาสอนงานเลขาอย่างเธอเองเลยแทนที่จะให้พนักงานอาวุโสท่านอื่นเป็นคนสอน
คงเพราะเขาจับตาดูเธอเป็นพิเศษและไม่เชื่อใจเธอง่าย ๆ ล่ะมั้ง...แต่เธอจะทำให้เห็นว่าเอวาลินคนนี้เข้าใจง่ายและทำงานเก่งยิ่งกว่าใคร
"ยังไม่หิวสักหน่อย คุณไท่หมิงหิวแล้วเหรอคะ เอวาไปหาซื้ออะไรมาให้ทานไหมคะ" เอวาลินกดปิด iPad ที่จดบันทึกไปหลายหน้าพร้อมทั้งลุกขึ้นมามองท่านประธานที่นั่งพิงหลังไปที่เก้าอี้ทำงานอย่างเมื่อยล้า
"ทำอย่างกับไม่รู้ว่าเฮียเป็นคนยังไง" เขาหรี่ตามองมาที่หญิงสาวอย่างดุ ๆ
"ไม่เสร็จ ไม่กินสินะคะ" เลขาคนสวยเอ่ยออกมายิ้ม ๆ นิสัยบ้างานของเขาน่ะไม่มีใครเกินจริง ๆ ต่อให้งานจะเสร็จเที่ยงคืนเขาก็ถึงจะยอมทานข้าวตอนนั้น ถ้างานไม่เสร็จเขาจะกินไม่ลง มันเหมือนมีอะไรค้างคาในใจ เขาเคยบอกไว้แบบนี้
"ถูกต้อง"
"งั้นก็สอนเอวาต่อเลยค่ะ เอวาไม่หิวหรอก"
"แน่ใจ?"
"แน่ใจค่ะ"
"เดินมานี่ทีสิ" เขาเอ่ยสั่งให้เอวาลินเดินอ้อมไปยืนอยู่ข้างเก้าอี้ ซึ่งยัยน้องก็ทำตามเป็นอย่างดี และคนพี่ก็หมุนเก้าอี้มาทางเธอ เขากวาดไล่สายตามองมาที่เรือนกายเซ็กซี่ตั้งแต่หัวจรดเท้าจนเธอก็อดรู้สึกเขินอายไม่ได้
"พรุ่งนี้ใส่กระโปรงยาวกว่านี้"
"ทำไมคะ ไม่สวยเหรอ" เอวาลินเหยียดยิ้มอย่างท้าทาย เพราะเธอเห็นว่าสายตาคมจับจ้องอยู่ที่เรียวขาขาวที่โผล่พ้นออกมาจากกระโปรงทำงานพอดีตัว
"ถ้าบนเตียงก็ได้นะ แต่ที่ทำงานเกรงว่าจะไม่เหมาะ" คิ้วหนายักให้เธอเป็นเชิงกวน ๆ สายตาพราวเสน่ห์ของเขาทำเอาหญิงสาวรู้สึกร้อนรุ่มในหัวใจ
เอะอะก็พูดถึงเรื่องบนเตียงตลอด หื่นก็บอกอย่ามาทำเป็นเก๊ก!
"หึ...ก็ได้ค่ะ พรุ่งนี้เอวาจะเปลี่ยนกระโปรงมาแล้วกันค่ะ หวังว่าจะยาวถูกใจท่านประธาน" เอวาลินยอมให้เขาก่อนหนึ่งข้อ แต่เอาเข้าจริงกระโปรงวันนี้ก็ไม่ได้สั้นจนน่าเกลียดเลยนะ เลยเข่ามานิดเดียวเอง...คือถ้าไม่คิดลามกแบบไท่หมิงมันก็ไม่มีอะไรหรอก
"งั้นก็มาต่อกันเลย จะได้ไม่เสียเวลา"
"ได้ค่ะ..." มือเรียวหยิบ iPad มานั่งและเตรียมเริ่มบทเรียนการสอนทำงานโดยประธานไท่หมิงอีกครั้ง ชายหนุ่มสอนลายละเอียดลงลึกไปถึงดีเทลต่าง ๆ มากมาย และเอวาลินก็พบว่าตำแหน่งเลขาของจาง ไท่หมิงนั้นต้องเป็นยอดมนุษย์เท่านั้นแหละถึงจะทำได้ เวลายี่สิบสี่ชั่วโมงคงไม่พอหรอกเธอว่า ขอสักยี่สิบห้าชั่วโมงไปเลยได้ไหม!
และเขาไม่ใช่แค่สอนงาน แต่ยังทดสอบความเข้าใจของเธอในด้านบริหารอีกเยอะจนสมองแทบระเบิด แต่ด้วยความว่าเอวาลินก็ไม่ใช่คนเรียนอ่อนอะไร แถมจบมาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ทำให้บททดสอบแต่ละอันไม่ได้คณามือเธอสักเท่าไหร่
กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เกือบหกโมงเย็นไปแล้ว...เรียนมหาวิทยาลัยยังไม่เคยจดขนาดนี้เลย ตอนนี้ถ้ามือเธอหงิกได้มันคงหงิกไปแล้วแหละ เพราะจดฉ่ำมาก
"เท่านี้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่"
พรุ่งนี้?
ขมวดคิ้วแรงมาก วันนี้ทั้งวันยังไม่พออีกหรือไง ถ้าต่อพรุ่งนี้ด้วยเธอคงได้อ้วกแตกจริง ๆ แน่
"ได้ค่ะคุณไท่หมิง" แต่ความเป็นเลขาก็คงตอบได้แค่ว่า "ค่า ได้ค่า" อย่างเดียว
"..."
สายตาคมกริบจ้องมองร่างบางที่กำลังง่วนกับการเก็บของเข้ากระเป๋า ดูท่าเขาคงประเมินเธอต่ำไปจริง ๆ เพราะรับน้องไปแค่วันเดียวก็รู้แล้วว่าเอวาลินนั้นไม่ใช่ไก่กา...เธอเก่งชนิดที่ว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว แต่จุดประสงค์ของเขาคือการกลั่นแกล้งเธอให้ถึงที่สุดดังนั้นคงต้องประกาศออกไปเสียหน่อยแล้ว
"งั้นไม่อ้อมค้อมนะครับ เอาเป็นว่า...ต่อให้เธอจะทำงานเก่งดีเลิศประเสริฐศรีแค่ไหน เฮียก็จะไม่เซ็นผ่านงานให้ง่าย ๆ " ไท่หมิงกล่าวเจตจำนงอย่างตรงไปตรงมา เพราะเขาจะไม่ยอมให้เอวาลินได้ทุกอย่างไปง่าย ๆ ถึงแม้ว่าจะดูอคติหรือใจร้ายไปสักหน่อยก็ช่างปะไร เพราะนี่คือการกลั่นแกล้งที่เธอต้องเผชิญในการเป็นคนเดินออกจากความสัมพันธ์โดยทิ้งเขาไว้กลางทาง
จาง ไท่หมิงถูกผู้หญิงเท! รู้ถึงไหนอายถึงนั่น!
"ก็ไม่เซอร์ไพรส์เท่าไหร่ค่ะ" หญิงสาวยักไหล่ไม่สนใจ คิดไว้อยู่แล้วว่าเขาต้องมาแนวนี้ แต่เขาคงไม่รู้ว่าเธอเองก็เตรียมฝึกวิชามารบกับเขาโดยเฉพาะเหมือนกัน!
"แต่เฮียก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น..." ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้และใช้ปลายนิ้วมือจับไปที่เส้นผมลอนสีน้ำตาลมาหมุนวนพลางส่งสายบาดใจจ้องมองเอวาลินด้วยความเจ้าเล่ห์ แม้จะอยากกลั่นแกล้งเธอแค่ไหน แต่ก็ไม่อาจห้ามความสนใจในเรือนร่างที่คุ้นเคยได้
ไม่ได้เจอมาเกือบปี แต่เธอยิ่งสวย...สวยกว่าเมื่อก่อนจนรู้สึกน่าหงุดหงิด
"เอวารู้ค่ะ ถึงมั่นใจว่ายังไงเฮียก็คงไม่ใจดำกับเอวาจนเกินจำเป็น" เอวาลินสู้กลับ เธอมองสบกับนัยน์ตาพราวเสน่ห์และส่งยิ้มแสนหวานให้ เพราะเธอรู้ว่าเขาต้องการอะไร
"ถ้าเธอทำให้เฮียพอใจเฮียอาจจะพิจารณาดูอีกที" ว่าจบเขาก็ผละออกและเดินกลับไปนั่งประจำโต๊ะทำงานเหมือนอย่างเคยพร้อมยักคิ้วกวน ๆ มาให้
ความสุขและความพึงพอใจของเขามันก็มีไม่กี่อย่างหรอก...
1. การได้ควบคุมคนอื่น
2. Sex
3. กลับไปอ่านข้อ 1 และข้อ 2 ใหม่
นี่แหละคือสิ่งที่ทำให้เขาพึงพอใจได้ ด้วยความที่เป็น FWB กันมาพักใหญ่จึงทำให้เธอเองก็รู้ไต๋ของเขาเหมือนกัน...คนอีโก้สูงแบบเขาน่ะไม่มีวันพูดความต้องการของตนเองออกมาหรอก
ดูได้จากสายตาเจ้าเล่ห์ราวกับหมาป่าหื่นกระหายก็พอจะรู้แล้วว่าเขายังเสน่หาในตัวเธอมากแค่ไหน แต่เขาจะไม่มีวันพูดออกมาว่าต้องการให้เธอกลับไปอยู่ในสถานะเดิมแน่นอน
ไท่หมิงจะใช้วิธีแทรกซึมไปเรื่อย ๆ และควบคุมจิตใจของอีกฝ่ายให้ยอมจำนนแบบที่เขาชอบทำ แต่ครั้งนี้เธอจะไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างของเขาอีกต่อไปแล้ว เพราะเธอจะเป็นคนทำให้เขากลายเป็นลูกเจี๊ยบตัวน้อยในกำมือของเธอแทน! และใบผ่านการฝึกงานก็จะลอยมาหาเธอแบบอีซี่สุด ๆ
"ได้ค่ะคุณไท่หมิง เอวาจะพยายามทำให้คุณไท่หมิง 'พอใจ' จนร้องว้าวออกมาเลยค่ะ"
คอยดูเถอะจาง ไท่หมิงผู้ยิ่งใหญ่...เดี๋ยวก็รู้ว่าใจจะขาดเพราะความพึงพอใจของตัวเองมันเป็นยังไง!